images by free.in.th
"
Group Blog
 
All blogs
 

กลับหัวคิด มองโลก 80% : 40 แง่คิดคม ๆ เปลี่ยนทุกเรื่องให้ "สบาย ๆ"

---อยากให้คิดในมุมใหม่ ๆ พอใจแม้ผลลัพธ์จะออกมาไม่เพอร์เฟ็กต์---



明けましておめでとうございます!
昨年はいろいろお世話になりました、今年もよろしくお願いしま~す
 


สวัสดีค่า


หยุดยาวช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาเพื่อน ๆ ไปฉลองที่ไหนกันบ้างคะ ส่วน บ.ก. ต้อนรับปีใหม่พร้อมกับอาการหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล เลยไม่ได้ไปหลั่นล้า ต้องนอนเคานต์ดาวน์แล้วก็ส่งเมสเสจอยู่ที่บ้าน


พอปีใหม่ ก็ต้องมาตั้งเป้าหมายกันหน่อยว่าปีนี้จะทำอะไรให้สำเร็จบ้าง เรื่องที่คิดไว้เรื่องหนึ่งก็คือ จะต้องพยายามอัพบล็อกหนังสือใหม่ให้ได้มากที่สุด !!! เพราะฉะนั้น ปีนี้ก็ขอขอฝากเนื้อฝากตัวไว้ก่อนล่วงหน้า


ปีใหม่ทั้งที ก็เลยหยิบหนังสือที่จะให้แง่คิดในการใช้ชีวิตทั้งในการทำงานและชีวิตส่วนตัวมาแนะนำกันหน่อย เผื่อใครกำลังคิดอยากปรับเปลี่ยนตัวเองรับปีใหม่ หรืออยากทำอะไรให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น (ถึงแม้รอบตัวจะมีแต่เรื่องยุ่งเหยิงก็เถอะนะ) โดยเฉพาะวัยทำงานอย่างเรา ๆ ที่ต้องเจอทั้งวิกฤติงานและบางทีอาจมีวิกฤติชีวิตถาโถมเข้ามา ต้องครุ่นคิดจนถึงกับเคร่งเครียด หนังสือเล่มนี้ก็คือ “กลับหัวคิด มองโลก 80%” ค่ะ




กลับหัวคิด มองโลก 80%
ผู้เขียน Saito Shigeta
ผู้แปลและเรียบเรียง ประวัติ เพียรเจริญ
จำนวน 224 หน้า
รายละเอียดเพิ่มเติม สำนักพิมพ์ ส.ส.ท.



รูปแบบการนำเสนอ

ขอบอกว่าจุดที่เด่นที่สุดของหนังสือเล่มนี้ (และบรรณาธิการชอบมาก) นอกจากสีปกและรูปช้างตัวกลมตีลังกาอยู่บนปกแล้ว ก็คือรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะหากเปรียบเทียบกับหนังสือหมวดบริหารจัดการธุรกิจ-พัฒนาตนเองเล่มอื่น ๆ ต้องบอกว่าเป็นสไตล์ญี่ปุ่นจริง ๆ เพราะมีทั้งการ์ตูน 4 ช่องและแผนภาพ ที่นำ “สาระ” มาเสนอในรูปแบบ “บันเทิง” เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น การ์ตูน 4 ช่องอ่านแล้วก็ขำ ถือว่าเป็นมุกเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผู้เขียน ถ้าเพื่อน ๆ มีโอกาสไปยืนพลิก ๆ อ่าน จะเริ่มจากอ่านการ์ตูนหรือแผนภาพก่อนก็ได้ค่ะ รับรองว่าต้อง “ตกหลุมรัก” หนังสือเล่มนี้จนวางไม่ลง อ่อ แต่อย่าอ่านเฉพาะที่เป็นภาพเพลินจนหมดเล่มนะคะ เหลือไว้เผื่ออ่านพร้อม ๆ กับเนื้อหาบ้างจะได้เข้าใจที่มาที่ไปและนำไปปฏิบัติจริงได้



ความหลัก ๆ

ใจความหลัก ๆ ที่ “กลับหัวคิด มองโลก 80%” เสนอก็คือ แง่คิดในการมองโลกในมุมที่แตกต่าง เพื่อให้เกิดความหวังใหม่ ๆ และสามารถพลิกสถานการณ์เลวร้ายให้กลายเป็นเรื่องดีๆ ซึ่งพื้นฐานการคิดทั้งหมดอยู่ที่การมองโลกในแง่ดี และการมองโลกเพียง 80% จริง ๆ แล้วปํญหาที่เกิดขึ้นทั้งกับเรื่องงาน อย่างเช่น คิดว่างานของตัวเองหรือลูกน้องออกมาไม่ได้ดั่งใจ รู้สึกว่าวันหนึ่ง ๆ มีเวลาไม่พอ หรือเข้ากับคนที่ทำงานไม่ได้ และปัญหาส่วนตัว อย่างเช่น ความสัมพันธ์กับคนที่บ้านไม่ค่อยราบรื่น ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง รู้สึกเศร้าหมอง ไม่สดชื่น จริง ๆ แล้วมีทางแก้ที่ใกล้ตัวที่สุด ก็คือการมองกลับมาที่ตัวเองและพยายามแก้ไขจากตัวเอง เพราะลงมือเปลี่ยนแปลงตัวเองนั้นง่ายกว่าจะไปบังคับหรือคาดหวังจากคนอื่น (จริงไหม ?)


การมองโลก 80% ก็คือการมองทุกอย่างโดยไม่คาดหวังว่าผลลัพธ์จะต้องออกมา 100% หรือก็คือไม่ต้องหวังให้ “เพอร์เฟ็กต์” ขอแค่ออกมาเพียง 80% ก็จงพอใจ ไม่ว่าจะการมองผลงานของคนอื่น (เช่น ลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชา) หรือของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่ว่า “ต้องทำได้ดีกว่านี้สิ ทำดีกว่านี้ไม่ได้เหรอ” แต่จงพอใจว่า “อืม... แค่นี้ก็โอเคแล้วล่ะ” ถ้าได้ตั้งใจเต็มที่ ก็ขอให้พอใจกับผลลัพธ์ที่ออกมา แม้จะไม่สมบูรณ์ 100% ส่วนอีก 20% จะเอาไปทำอะไร ผู้เขียนบอกว่า ก็เอาเวลาที่จะมัวทำให้เต็มร้อย ไปมองดูสถานการณ์รอบตัวหรืองานอื่น ๆ บ้าง หากเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือมีมุมมองอะไรใหม่ๆ จะได้ตามคนอื่นเขาทัน ! จริง ๆ แล้วแนวคิดนี้เป็นหนึ่งในอีกหลาย ๆ แนวคิดที่ผู้เขียนให้ไว้ ทั้งหมดเน้นให้ปรับที่ตัวเอง ทั้งความคิด คำพูด และการกระทำ ขอให้ปรับเพียงเล็กน้อย ก็จะเห็นผลยิ่งใหญ่



“กลับหัวคิด มองโลก 80%” เป็น 1 ใน 300 ผลงาน (ไม่ได้พิมพ์ผิดนะคะ แต่ 0 2 ตัวจริง ๆ ค่ะ หุหุ) ของคุณไซโต้ ชิเงตะ จิตแพทย์และนักเขียนชื่อดัง เจ้าของงานเขียนกว่า 300 เล่ม เพื่อให้เราเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต เข้าใจตัวเอง และเข้าใจคนอื่น นอกจากนี้ ในเล่มนี้ยังสอดแทรกแง่คิดคม ๆ ของบุคคลผู้มีเชื่อเสียงของญี่ปุ่นในด้านต่าง ๆ ทั้ง แม่ทัพ นายทหาร ผู้กำกับ นักแสดง เจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ ด้วย


ว่าแล้วก็ขอยกบางหัวข้อมาให้ดูกันหน่อย

- รู้จัก “จุดอ่อน” ของตัวเองหรือเปล่า
- รู้จักแยกแยะความเครียดชนิดดีกับความเครียดชนิดร้าย
-ปลดปล่อยตัวเองให้หลุดพ้นจาก “คำสาปของการคิดไปเอง”
- งานนี้ ทำวันนี้หรือพรุ่งนี้ค่อยทำดี
-สร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ด้วยการเพิ่มทักษะการสนทนา
- ระลึกอยู่เสมอว่า “โลกเราใบนี้ กลมกว่าที่คิด”
-ฝึกเป็นคนที่สามารถนำประสบการณ์มาใช้คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น
- เคล็ดลับการใช้ออร์แกไนเซอร์เพื่อให้อยากทำงาน
-ชมเชยดีกว่าดุว่า – มาเรียนรู้วิธีดุว่าและชื่นชมที่แสนแยบยลกัน
- เราต้องมีเรื่องที่เก่งกว่าใครในบริษัทสัก 1 เรื่อง




ให้แนวคิดกว้าง ๆ พอหอมปากหอมคอ อ่อ มีคนแอบกระซิบ บ.ก.ด้วยว่า อ่านแล้วเอาแนวคิด มองโลก 80% ไปใช้ในการทำงาน จากตอนแรกที่เครียดมากและยุ่งมาก เพราะจ้ำจี้จ้ำไชและหวังผลงานให้ออกมาดีเกินไป ก็กลายเป็นว่าตอนนี้ทำงานได้สบาย ๆ แถมยังมีเวลาช่วยคนอื่นทำงานด้วยน้า




ไว้คราวหน้าพบกันใหม่พร้อมกับหนังสือแนะนำเหมือนเคยนะคะ
Bye Bye





 

Create Date : 14 มกราคม 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2554 17:55:24 น.
Counter : 4139 Pageviews.  

ความลับของสมอง ทำงานอย่างไรให้สมองมีความสุข

แนะนำหนังสือกันอีกเล่มค่ะ "ความลับของสมอง ทำงานอย่างไรให้สมองมีความสุข" เป็นเล่มต่อจาก "ความลับของสมอง เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข"

หนังสือทั้งสองเล่มนี้มียอดขายที่ญี่ปุ่นถึง 1.2 ล้านเล่มนะคะ สำนักพิมพ์
ส.ส.ท. ขอฝากไว้ด้วยนะคะ



ผลงานต่อจากเล่มที่แล้วคือ “ความลับของสมอง เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข” หลังจากได้รู้จักกับ “วงจรการเรียนรู้ที่ทำให้สมองมีความสุข” ที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างสนุกสนานกันไปแล้ว แต่แค่เป็นคนฉลาดและรอบรู้ยังไม่พอที่จะสร้างคุณค่าในชีวิต และนั่นยังไม่ใช่หน้าที่ทั้งหมดของสมองในชีวิตจริงของคนเรายังต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งเรื่องของการทำงาน การพบปะผู้คน การเล่นดนตรีหรือกีฬาทุกอย่างที่ต้องมีการเคลื่อนไหวร่ายกายล้วนเป็นกิจกรรมทั้งสิ้น และอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ควบคุมกิจกรรมเหล่านี้ก็คือ “สมอง”... แล้วเคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมบางครั้งถึงไม่สามารถทำกิจกรรมออกมาได้ดังที่ใจคิด หรือสิ่งที่เรียนรู้มากับสิ่งที่ทำเองจริง ๆ กลับได้ผลที่แตกต่างกันมาก

หนังสือเล่มนี้จะตอบข้อสงสัยนี้ให้กระจ่าง และแนะนำวิธีเชื่อมโยงข้อมูลในสมองส่วนที่เรียนรู้เข้ามากับส่วนที่แสดงออกไปให้ทำงานประสานกันอย่างราบรื่น เพื่อให้ได้ผลงานตามต้องการ  แล้วจากนี้ไป...การทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตคุณจะเปลี่ยนไป ทำให้คุณเป็นคนที่มีคุณค่าและโดดเด่นไม่แพ้ใคร

ผู้แต่ง : Kenichiro MOGI
แปลโดย : ดร.บัณฑิต โรจน์อารยานนท์
จำนวนหน้า : 232 หน้า
ISBN : 9789744434005

------------------------------------------
ดูหนังสืออื่น ๆ ของสำนักพิมพ์ ได้ที่ สำนักพิมพ์ ส.ส.ท.




 

Create Date : 16 ธันวาคม 2552    
Last Update : 19 เมษายน 2554 16:02:07 น.
Counter : 2419 Pageviews.  

หนังสือกลุ่ม ส่งเสริมความสุขและจินตนาการ เสริมสร้าง "คนเก่ง" ก้าวไกลสู่ฝันและอนาคต

ขอแนะนำหนังสือของสำนักพิมพ์ที่น่าสนใจกันอีกกลุ่มหนึ่งนะคะ เป็นกลุ่มที่จะช่วยส่งเสริม ความสุข และ จินตนาการ ให้กับหลายๆ คน

อ้อ...กลุ่มนี้ที่จะจัดขึ้นหัวชั้นซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ลองดูนะคะว่ามีเล่มไหนจะถูกใจกันบ้าง



เพื่อนๆ สามารถคลิกดูเนื้อหาของหนังสือได้ ตามรายการด้านล่างนี้กันเลยค่ะ


1. ความลับของสมอง เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข

2. ความลับของสมอง ทำงานอย่างไรให้สมองมีความสุข


3. คิดสุดล้ำกับการทดลองแบบไอน์สไตน์

4. เซียนตรรกะ อัจฉริยะสมองซีกซ้าย

5. เซียนปริศนา สนุกฮา พัฒนาสมอง

6. รวมโจทย์ปราบเซียนคณิตศาสตร์




7. เชาวน์คณิต พิชิตเซียน

8. รู้จักและเข้าใจเลือด สิ่งมหัศจรรย์ในร่างกายเรา

9. Biotechnology เทคโนโลยีมหัศจรรย์เพื่อชีวิต

10 .คิดด้วยภาพ : Think in Pictures

11. ปฏิบัติการเปลี่ยนชีวิต..สะกดจิตตัวเองเป็นคนใหม่



12. เก่งงานได้ ทั้งง่ายและสนุก



-------------------------------
รายชื่อสาขาจัดหัวชั้นซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์

ฟอร์จูนทาวน์, สีลม คอมเพล็กซ์, เซ็นทรัล บางนา, เดอะมอลล์ บางกะปิ, เดอะมอลล์ บางแค, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า โลตัส นครศรีธรรมราช, โลตัส พระราม 2, โลตัส เชียงใหม่หางดง, โลตัส สุขาภิบาล 1, โลตัส สุราษฎร์ธานี, แคมปัสวอล์ค ท็อปส์เกษตร โลตัส อยุธยา, เซ็นทรัล พระราม 3, มาบุญครอง, ศูนย์หนังสือ ม.ราม, โลตัส ศรีนครินทร์, โลตัส รามอินทรา, โลตัส พระราม 4, โลตัส สุขุมวิท 50, คาร์ฟูร์ พระราม 4, สยามเซ็นเตอร์, บิ๊กซี สมุทรปราการ, โรบินสัน ราชบุรี, บิ๊กซี สุขสวัสดิ์, เดอะมอลล์ ท่าพระ, โลตัส เชียงใหม่คำเที่ยง, บิ๊กซี เชียงใหม่, แฟรี่พลาซ่า ขอนแก่น, โลตัส รังสิต, คาร์ฟูร์ เชียงใหม่, บิ๊กซี ติวานนท์, เซ็นทรัล พระราม 2, บิ๊กซี ราชดำริ, คาร์ฟูร์ ลาดพร้าว, เวียงตาก พลาซ่า, คาร์ฟูร์ บางใหญ่, สยามฟิวเจอร์ ฉะเชิงเทรา, เดอะมอลล์ รามคำแหง, แม็คโคร จรัญสนิทวงศ์, รอยัล การ์เด้นเจริญนคร, โลตัส พระราม 1, SK ช้อปปิ้งพาร์ค อุบลราชธานี, เซียร์ รังสิต, โลตัส รังสิต-นครนายก, หัวหิน มาร์เก็ตวิลเล็จ, แฟชั่น ไอส์แลนด์, โลตัส นวนคร, บิ๊กซี ชลบุรี






 

Create Date : 27 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 19 เมษายน 2554 13:03:20 น.
Counter : 1386 Pageviews.  

ความลับของสมอง...เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข

มาเปลี่ยนสมองธรรมดา ๆ ให้เป็นสมองอัจฉริยะ เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรืออายุเท่าไหร่ สมองของคุณยังพัฒนาและเติบโตต่อไปได้อย่างไม่สิ้นสุด


สวัสดีค่ะ วันนี้มีหนังสือใหม่มาแนะนำอีกเล่มหนึ่งค่ะ



ความลับของสมอง...เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข
โดย : Kenichiro MOGI
แปลโดย : ดร.บัณฑิต โรจน์อารยานนท์
จำนวนหน้า : 192 หน้า
ISBN : 9789744433985



เปิดเผยกลไกการทำงานอันน่ามหัศจรรย์ของสมอง
โดยนักวิทยาศาสตร์ด้านสมองและระบบประสาทชื่อดังของญี่ปุ่น

แนะนำวิธีสร้าง “วงจรการเรียนรู้ที่ทำให้สมองมีความสุข”
เมื่อสมองมีความสุข ก็จะกระตุ้นให้เกิดการทำสิ่งนั้นอีกซ้ำแล้วซ้ำอีก
แล้วจากนั้นความสามารถของคุณจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ
จนในที่สุด คุณจะกลายเป็น “คนเก่ง” ที่คุณอยากเป็นโดยไม่รู้ตัว

ไม่ว่าคุณฝันอยากจะเป็นอะไรหรือเป็นอย่างใคร คุณเองก็เป็นได้
เพียงรู้ความลับของสมองบและวิธีใช้ประโยชน์จากมัน



หลาย ๆ คนคงเคยมีประสบการณ์ที่รู้สึกมีความสุขมากเวลาที่เรียนหนังสือแล้วเข้าใจเนื้อหาได้ดี หรือเวลาทำอะไรที่ซับซ้อนได้สำเร็จ หรือบางครั้งก็กลับกัน คือทั้ง ๆ ที่ตั้งอกตั้งใจเรียน แต่ผลที่ได้กลับออกมาไม่ดีเท่าที่ควร
เคยสงสัยกันบางไหมคะว่า สิ่งเหล่านี้มีสาเหตุมาจากอะไร


“ความลับของสมอง...เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข” เล่มนี้มีคำตอบค่ะ


ความลับของสมอง...เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข กล่าวถึง กลไกการทำงานและคุณสมบัติของสมอง ซึ่งจะอธิบายว่า ทำไมคนเราจึงรู้สึกมีความสุขเมื่อสามารถทำสิ่งที่ท้าทายได้เป็นผลสำเร็จ หรือทำไมคน ๆ หนึ่งถึงกลายเป็นคนเก่งและประสบความสำเร็จได้ ทั้ง ๆ ที่จุดเริ่มต้นก็เป็นเหมือนคนทั่วไป พวกเขามีวิธีการอย่างไรที่ทำให้เมื่อมุ่งมั่นตั้งใจเรียนรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ก็ส่งผลให้ทำสิ่งนั้นดีขึ้นเรื่อย ๆ


นอกจากนี้ยังแนะนำวิธีการเรียนรู้ที่จะใช้คุณสมบัติพิเศษของสมองให้เป็นประโยชน์ การสร้างสมาธิในการทำงาน และวิธีใฝ่หาโอกาสที่จะทำให้ตัวเองเป็นคนเก่งหรือมีความสามารถโดดเด่นขึ้นมาอีกด้วย วิธีการในหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้เฉพาะกับการเรียนในห้องเรียนเท่านั้นนะคะ แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้ได้กับการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเราเองได้อีกด้วยค่ะ ^^

ลองมาดูตัวอย่างวิธีการเรียนรู้จากหนังสือเล่มนี้กันค่ะ

"การเพิ่มภาระให้กับแต่ละกิจกรรม"

สมองของคนเรานั้นใฝ่หาการกระตุ้นด้วยอุปสรรคอยู่เสมอ เมื่อยกระดับการกระตุ้นด้วยอุปสรรคให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ยิ่งอุปสรรคนี้ข้ามยากเท่าใด เวลาที่ข้ามไปได้ สมองก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้น การเพิ่มภาระก็คือการกระตุ้นสมองด้วยอุปสรรคนั่นเอง และในหนังสือเล่มนี้ก็แนะนำให้ใช้ "การเพิ่มภาระให้สมองด้วยการกดดันด้วยเวลา" ค่ะ

การกดดันด้วยเวลาอาจจะฟังดูแล้วน่าตกใจ แต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์ในการทำงานหรือทำสิ่งใดได้เสร็จทันตามกำหนดเวลาแล้วมีความสุข และต่อมาก็รู้สึกสนุกหรืออยากที่จะทำสิ่งนั้นให้เสร็จเร็วยิ่งขึ้นไปอีก เหมือนกับเป็นการทำลายสถิติของตัวเองแล้ว หลาย ๆ คนต้องเคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้วแน่นอนจริงไหมคะ ^^

วิธีการง่าย ๆ ในการฝึกฝนด้วยการกดดันด้วยเวลาก็คือการกำหนดเวลาที่จำกัดให้กับงานที่ทำ อย่างเช่น การทำโจทย์หรือตอบคำถาม 60 ข้อ จากที่เคยทำได้เสร็จภายในเวลา 60 นาที ครั้งต่อไปก็กำหนดให้ทำให้เสร็จภายใน 55 นาที และในครั้งต่อ ๆ ไป ก็ค่อย ๆ ลดเวลาลงเรื่อย ๆ เป็นต้น

ถ้าทำได้อย่างนี้หลาย ๆ ครั้งสะสมไปเรื่อย ๆ ขีดความสามารถของเราก็จะค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับค่ะ


ยกตัวอย่างอีกเทคนิคหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ที่คาดว่าต้องเหมาะกับหลาย ๆ คนแถว ๆ นี้อย่างแน่นอน นั่นก็คือเทคนิคในเรื่องของการอ่านหนังสือนั่นเอง


"การอ่านหนังสือที่มีเนื้อหายากหน่อย จะทำให้สมองรู้สึกสนุก"

เพราะการอ่านหนังสือก็เหมือนกับการเรียน หนังสือที่ง่าย ๆ ไม่ทำให้สมองรู้สึกสนุก เพราะการพบกับสิ่งที่ยากแล้วสามารถเอาชนะได้ต่างหากที่ทำให้สมองมีความสุขที่สุด

หลาย ๆ คนอาจจะอึ้งกับคำว่า “หนังสือที่ยาก “ แต่หนังสือยากในทีนี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะหนังสือตำราวิชาการแต่เพียงอย่างเดียวนะคะ อย่างเช่น จากประสบการณ์จริงของผู้เขียน เล่าไว้ว่า สมัยอยู่ชั้นมัธยมปลาย ได้หาหนังสือที่เป็นต้นฉบับภาษาอังกฤษมาอ่านโดยที่ยังไม่เคยอ่านฉบับแปลมาก่อน และอ่านโดยที่ไม่เปิดพจนานุกรมค่ะ

แม้ว่าตอนแรกที่อ่านจะลำบากมากและใช้เวลานาน แต่เมื่อพยายามอ่านไปเรื่อย ๆ ถึงจุดหนึ่งก็อ่านได้โดยไม่รู้สึกว่ายากลำบากอะไร ทำให้สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น นับว่าเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสมองนั่นเอง

หนึ่งในหนังสือภาษาอังกฤษที่ผู้เขียนอ่านสมัยอยู่ชั้นมัธยมปลาย น่าจะเป็นหนังสือในดวงใจของใครหลายคนแถวนี้เหมือนกันค่ะ นั่นก็คือ The Lord of the Rings นั่นเอง และนอกจากนี้ ผู้เขียนยังได้อ่าน The Silmarillion อีกด้วยนะคะ (บ.ก. เคยพยายามจะอ่านฉบับภาษาอังกฤษของทั้ง 2 เรื่องนี้เหมือนกัน แต่ยังไม่สำเร็จสักทีค่ะ หลังจากอ่าน "ความลับของสมอง" แล้วรู้สึกว่าจะต้องพยายามให้มากขึ้นซะแล้ว ^^")

คิดว่าหลาย ๆ คนน่าจะนำวิธีไปลองใช้ดูได้แน่ ๆ เลย จริงไหมคะ เพียงแค่ลองหยิบหนังสือที่อยากอ่านแต่เป็นฉบับภาษาอังกฤษมาลองอ่านดูแค่นั้นเอง

แต่สำหรับ "ความลับของสมอง...เรียนอย่างไรให้สมองมีความสุข" เล่มนี้ ไม่ต้องอ่านเป็นภาษาอังกฤษก็ได้ค่ะ (เพราะแปลจากภาษาญี่ปุ่น ) ถ้าอยากรู้ว่าจะมีวิธีอะไรอีกบ้างในการเรียนรู้ที่จะทำให้สมองมีความสุข ก็ติดตามอุดหนุนกันนะคะ ^^

สนใจเล่มนี้ สามารถสั่งซื้อได้ที่ ศูนย์หนังสือ ส.ส.ท.






 

Create Date : 12 ตุลาคม 2552    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2556 10:19:01 น.
Counter : 3793 Pageviews.  

ปั้นคนให้สร้างแบรนด์...สไตล์ P&G : เบ้าหลอมบุคลากรชั้นยอดของโลก


หนังสือสำหรับบุคคลและองค์กรที่เห็นว่า "การพัฒนาบุคลากร" คือกุญแจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ






ปั้นคนให้สร้างแบรนด์...สไตล์ P&G
by... Hiroko Wada
แปลและเรียบเรียงโดย... สุภารัตน์ ศิริรัตนพันธ
ราคา... 180 บาท
จำนวนหน้า... 192 หน้า
ISBN... 978-974-443-397-8





Pantene, Head & Shoulders, Pampers, Whisper และ SK II

ใครจะปฏิเสธบ้างว่าไม่เคยได้ยินชื่อแบรนด์เหล่านี้ !


เชื่อว่าชื่อแบรนด์ที่ยกมาต้องเคยผ่านหูผ่านตาเพื่อน ๆ มาบ้าง (ถึงจะไม่ได้ใช้ก็เถอะนะ) อย่างน้อยก็จากโฆษณาโทรทัศน์ หรือบนเชลฟ์สินค้า ชื่อแบรนด์ที่พูดถึงอาจจะคุ้นหู แต่ถ้าถามว่าบริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์เหล่านี้ พอจะนึกออกกันบ้างไหมคะ


บริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์ระดับท็อปที่มียอดขายทั่วโลกกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เหล่านี้ชื่อว่า P&G หรือ Procter&Gamble บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายยักษ์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อตั้งโดย James Gamble และWilliam Procter จากธุรกิจครอบครัวเล็ก ๆ กลายเป็นบริษัทระดับโลกที่มีสาขาทั่วโลกกว่า 80 ประเทศ พนักงานกว่า 138,000 คน !!


หนังสือเล่มนี้มุ่งไปที่ประเด็นซึ่งโดดเด่นไม่แพ้เรื่องประวัติความเป็นมา ในแวดวงธุรกิจ P&G เป็นที่กล่าวขวัญมากเรื่อง “การตลาด” และ “การพัฒนาบุคลากร” จากการจัดอันดับของนิตยสาร Fortune ยกให้ P&G เป็น อันดับ 1 สาขา Employee Talent (บ.ก. อ่านแล้วก็เข้าใจเลยค่ะว่าทำไมถึงต้องยกตำแหน่งนี้ให้ )


ประเด็นหลักที่หนังสือนำเสนอคือ "แนวคิด” และ “แนวทาง” การพัฒนาบุคลากรที่เข้มข้น และการบริหารการตลาด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับและชื่นชอบของผู้บริโภค ในแบบของ P&G


ถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ตรง 23 ปี ของผู้เขียน คือ คุณฮิโรโกะ วาดะ Vice President หญิงชาวญี่ปุ่นคนแรกของ P&G ที่นิตยสาร Fortune ยกให้เป็น Top 50 Most Powerful Business Women ปี 2004 ผู้บุกเบิก P&G 2004 ในตลาดญี่ปุ่น หรือที่เธอเรียกตัวเองว่าเป็น “หนูทดลอง” ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการบ่มเพาะคนของ P&G คุณวาดะเริ่มไต่เต้าจากตำแหน่ง Brand Specialist (ตำแหน่งต่ำสุดของฝ่ายการตลาด) จนได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดคือ Vice President (หรือก็คือรองประธานบริษัท)


ประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นและตำแหน่งงานที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า P&G ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุลากรให้เติบโตและก้าวต่อไปข้างหน้า P&G ไม่เคยคิดว่า “เพราะอายุยังน้อยจึงยังไม่เหมาะหรือเร็วเกินไปที่จะทำงานนั้น แต่เราคิดว่างานจะสร้างคน จึงมอบหมายงานต่าง ๆ ให้อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาทักษะ”


บ.ก. ขอเล่าถึงกระบวนการพัฒนาบุคลากรให้ฟังย่อ ๆ สักหน่อยนะคะ


P&G ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกบุคลากรมาก เริ่มจากการคัดสรรบุคลากร ก็ต้องดูทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับแต่ละฝ่ายที่ผู้สมัครแจ้งไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่าอยากเข้าทำงาน โดยมีเกณฑ์การประเมินแสดงเป็นตัวเลขให้เห็นอย่างชัดเจน รวมถึงเรื่องของวิสัยทัศน์ที่ต้องสอดคล้องกับ “ความเป็น P&G” (อันนี้สำคัญมาก ๆ)


เมื่อผ่านการคัดเลือก ภายในบริษัทก็มีระบบที่จะกระตุ้นให้พนักงานได้พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา คือให้เข้ารับฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องความเป็นผู้นำที่ปลูกฝังกันตั้งแต่เป็นพนักงานใหม่ เพื่อให้พนักงานสามารถคิดและตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง (หรือก็คือไม่ต้องรอคำสั่งจากหัวหน้า)


การเลื่อนตำแหน่งก็เป็นระบบเลื่อนกันภายในองค์กร เพราะถือว่าทุกคนพัฒนาขึ้นแล้วตามลำดับ พอตำแหน่งสูงขึ้น ก็ต้องเป็นวิทยากรและคอยสอนงานให้ลูกน้อง เพราะถือเป็นการพัฒนาตัวเองไปในตัว นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับความหลากหลาย (Diversity) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศ เชื้อชาติ วัย สไตล์การทำงาน ฯลฯ เพราะถือว่าความหลากหลายจะนำไปสู่แนวคิดใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งจะกลายเป็นกลยุทธ์ในการแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดโลกต่อไป


ด้วยระบบการพัฒนาบุคลากรที่เข้มข้นทำให้ P&G ได้รับการขนานนามว่าเป็น โรงงานผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพของโลก” ผู้บริหารระดับสูงบางคนของหลายบริษัทที่ติดอันดับโลกก็เคยทำงานกับ P&G มาก่อน


บ.ก. เชื่อว่า หนังสือเล่มนี้จะมีประโยชน์สำหรับ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดระบบพัฒนาบุคลากรในองค์กร หรือ คนที่กำลังมองหาแนวทางในการพัฒนาตัวเอง รวมถึง
คนที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการตลาด
ก็สามารถหยิบแนวคิดจากกรณีตัวอย่าง (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของฝ่ายการตลาด) ไปใช้ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และแบรนด์ให้เข้มแข็งขึ้น


มีแนวคิดหนึ่งที่บ.ก. อ่านแล้วประทับใจ นั่นก็คือ “การเลียนแบบไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย ดีกว่าจะต้องเริ่มจากศูนย์ เพราะเป็นเรื่องเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์” เพราะฉะนั้น สำหรับบริษัทที่ต้องการสร้างคนให้เติบโตไปพร้อม ๆ กับแบรนด์ นี่ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถ “เลียนแบบ” ได้




^_____^ เขียนถึงพอหอมปากหอมคอ
ใครอยากรู้อย่างละเอียดก็ลองหาอ่านกันดูนะคะ
จะไปตามอ่านกันที่งานมหกรรมหนังสือฯ ก็ได้ค่ะ จะได้ส่วนลดด้วย



.......................................................................................

เตรียมพบกับ สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. ได้ที่บูท N 26 โซน C1
ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 14 วันที่ 15-25 ตุลาคม
2552






 

Create Date : 25 กันยายน 2552    
Last Update : 19 เมษายน 2554 16:10:25 น.
Counter : 2617 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

textbook
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. สรรค์สร้างสาระสู่สังคม
มุ่งมั่นผลิตตำราวิชาการและหนังสือเทคโนโลยีสาขาต่าง ๆ การบริหารจัดการ ด้านส่งเสริมการศึกษา เพื่อการพัฒนาตนเองและองค์กร สำหรับภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม
Instagram
Friends' blogs
[Add textbook's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.