images by free.in.th
"
Group Blog
 
All blogs
 

แนะนำหนังสือ "จงทิ้งงานไปครึ่งหนึ่ง เมื่อถึงวัย 40"

มีหลายเรื่องในชีวิตที่คนวัย 40 ต้องเผชิญ ไหนจะหน้าที่การงานที่เปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นลูกน้องก็ต้องมาเป็นหัวหน้า งานเดิมก็ต้องทำ งานใหม่ก็เพิ่มเข้ามา ต้องบริหารทั้งคนและงานให้ได้ตามเป้า ไหนจะยังมีเรื่องครอบครัว และชีวิตส่วนตัวที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน

แล้วจะผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้อย่างไร...Smiley

จะใช้วิธีทุ่มเททำงานหนักกว่าเดิมก็คงไม่ไหว เพราะสุขภาพร่างกายมีแต่ล้าลงทุกวันตามอายุที่มากขึ้น แค่ใช้วิธีทำงานเหมือนเดิมแล้วหวังผลเช่นเดิมก็ยังลำบาก

สำหรับคนอายุ 35 ขึ้นไป ถ้าลองสังเกตตัวเองดี ๆ จะรู้สึกว่าทุกวันนี้สภาพร่างกายไม่เหมือนแต่ก่อน แค่อยู่ทำโอทีติด ๆ กันสองวันก็รู้สึกหมดแรง ตื่นเช้ามาก็ไม่สดชื่นเท่าที่ควร ทั้งที่แต่ก่อนอยู่ดึกทำงานหามรุ่งหามค่ำทั้งอาทิตย์ พอได้นอนเต็มอิ่มสักตื่น เรี่ยวแรงก็กลับมาเหมือนเดิม

วันนี้มีวิธีดี ๆ มาแนะนำ ที่จะช่วยให้คุณทำงานแบบเหนื่อยน้อยลง แต่ได้ผลสำเร็จมากขึ้น

Smiley

วิธีที่ว่านี้ก็คือ “การทิ้ง” อย่างเช่น “ทิ้งงานที่ให้คนอื่นทำแทนได้”

ไม่ได้จะแนะนำให้เกี่ยงงานหรือไม่รับผิดชอบ แต่หมายความว่า ในเมื่อเรามีงานสำคัญรออยู่ ก็ต้องรู้จักมอบหมายงานให้ลูกน้อง แล้วเอาเวลาไปโฟกัสกับ “งานที่มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่ทำได้” การมอบหมายงานนอกจากจะดึงเวลาของเรากลับมาได้แล้ว ยังเปิดโอกาสให้ลูกน้องได้พัฒนาตัวเองด้วย

อีกอย่างที่คนวัยนี้เป็นกันมากโดยเฉพาะผู้บริหารก็คือ “นิสัยอยากทำโน่นทำนี่สารพัด”

พอเห็นว่าทำโครงการนี้ก็น่าทำ โครงการนั้นก็น่าทำ ทำแล้วจะเพิ่มยอดขายบ้างล่ะ น่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นบ้างล่ะ แต่อย่าลืมว่าทรัพยากรในการบริหารจัดการของเรามีจำกัด หากถูกแบ่งออกไปหลายทาง ความสามารถในการแข่งขันของแต่ละกิจกรรมจะลดลง ให้ทิ้งนิสัยเสียที่อยากทำสารพัดเรื่องทิ้งไป แล้วบีบให้เหลือสัก 3 เรื่อง งานที่ออกมาก็จะมีประสิทธิภาพสูงสุด

ยังมีอีกหลายเรื่องคนวัยนี้กำลังแบกรับอยู่โดยไม่จำเป็น ถ้าอยากปลดเปลื้องส่วนเกินเหล่านี้และก้าวหน้าต่อไปโดยไม่มีวัยเป็นอุปสรรค ก็ลองหาอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือเล่มนี้

อ่านจบแล้วคุณจะรู้ว่า.....

ยิ่งกล้าทิ้งมากเท่าไร ยิ่งได้ผลสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น


โดย Yoshinori Shimazu

แปลโดย บรรเจิด ชวลิตเรืองฤทธิ์

จำนวนหน้า 176 หน้า

ขนาดรูปเล่ม  Pocketbook


ดูตัวอย่างเนื้อหาและสารบัญได้ที่นี่

ติดตามหนังสือออกใหม่และกิจกรรม

สอบถามเพิ่มเติม : book4u@tpa.or.th





 

Create Date : 25 กันยายน 2558    
Last Update : 25 กันยายน 2558 19:08:47 น.
Counter : 3861 Pageviews.  

แนะนำหนังสือ "มารยาทและการรับรองลูกค้าแบบญี่ปุ่น"


“มารยาท” ดูเหมือนความงามฉาบฉวยที่ “ห่อหุ้ม” มนุษย์อยู่เสียจริง

แต่เราก็หลีกหนีการใช้ชีวิต หรือตัวตนแบบนี้ไปไม่พ้น

Smiley

ตั้งแต่เด็ก...พ่อแม่มักจะห้ามเสมอว่า “อย่าทำแบบนี้นะ”หรือ “ห้ามทำแบบนั้นนะ” มันเสียมารยาท

ขนาดนั่งล้อมวงทานข้าวกันในครอบครัว ไปงานเลี้ยงกับเพื่อน ไปงานต้อนรับลูกค้ากับเจ้านาย

หรือแม้แต่ในชีวิตส่วนตัว เราก็ยังต้องลำบากหอบหิ้วเจ้า “มารยาท” นี้ติดตัวไปด้วยเสมอ

Smiley

คนมีมารยาทที่แท้จริง จึงต้องเป็นคนที่มี “หัวใจเปิดกว้าง”ประมาณหนึ่งเลยล่ะ

เพราะพื้นฐานธรรมเนียมปฏิบัติของแต่ละประเทศนั้นช่างแตกต่างกัน

การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติตัวให้ได้ถูกต้องตามกาลเทศะ ในทุก ๆ สถานการณ์

เพื่อให้ดูดีมี “มารยาท” จึงหนักหนาเอาการ

Smiley



ลองมาดูมารยาทในการทานอาหารที่เรา(คิดว่า)คุ้นเคย Smiley Smiley

แล้วลองเช็กตัวเองกันนะคะว่า ทำได้ถูกต้องตามมารยาทกันจริง ๆ กี่ข้อ








นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นนะคะ ฉบับเต็ม ๆ ตามอ่านได้ในหนังสือ

ไม่ว่าจะวัยไหน ๆ ถ้าไม่อยากอายหรือหน้าแตก ต้องอ่านค่ะ!!!!!


มารยาทและการรับรองลูกค้าแบบญี่ปุ่น

By HirokoNishide

แปลโดย ดร.จารุนันท์ ธนสารสมบัติ

หนา 144 หน้า  ราคา 180 บาท

ขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ก


ดูตัวอย่างเนื้อหาและสารบัญได้ที่นี่ Smiley

ติดตามหนังสือออกใหม่และกิจกรรม

สอบถามเพิ่มเติม : book4u@tpa.or.th




 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 24 สิงหาคม 2558 13:53:41 น.
Counter : 2676 Pageviews.  

แนะนำหนังสือ "ความสำเร็จสร้างได้ด้วยสมาธิ" - สมาธิคือพื้นฐานสำคัญของความสามารถ

การมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ตัวเองคิดโดยไม่ยอมแพ้แรงกดดันจากภายนอก

คือเคล็ดลับเพื่อชัยชนะในระยะยาว

ก้าวแรกของชีวิต เราทุกคนต่างก็คลอดจากท้องแม่ ส่งเสียงร้องอุแว้ ๆ เหมือนกัน ไม่ว่าเกิดในสภาพแวดล้อมอย่างไร วินาทีที่เราลืมตาดูโลก พวกเราทุกคนต่างก็ยืนที่จุดเริ่มต้นจุดเดียวกัน

ทว่าเมื่อดำเนินชีวิตผ่านไปหลายสิบปี กลับมีชีวิตที่แตกต่างกันมาก บางคนได้รับการทาบทามจากหลายบริษัท ขณะที่บางคนตกงาน หางานทำไม่ได้ บางคนทำงานอย่างมีความสุขและเพลิดเพลิน ขณะที่บางคนแค่คิดว่าต้องไปทำงานก็รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่สบายเสียแล้ว

ความแตกต่างที่ว่านี้เกิดจากอะไร ?

วันนี้มีหนังสือเล่มหนึ่งที่จะช่วยตอบคำถามนี้ได้มาแนะนำให้ลองอ่านกันจ้า


ความสำเร็จสร้างได้ด้วยสมาธิ

เขียนโดย โทโยชิ นางาตะ (Toyoshi Nagata)

แปลโดย ดร.ศิริลักษณ์ ศิริมาจันทร์

จำนวนหน้า 216 หน้า


ก่อนอื่นขอเล่าที่มาของ“ความสำเร็จสร้างได้ด้วยสมาธิ” เล่มนี้สักนิด 

จุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้มาจากผู้เขียน (ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานด้าน content business, e-marketing, web service และการเพิ่มผลิตภาพ “ทางปัญญา”) ค้นพบว่าคนระดับท็อป 1% ในสาขาอาชีพต่าง ๆ ประสบความสำเร็จได้เพราะพวกเขาจดจ่อ ทุ่มเททำสิ่งที่รักด้วย “พลังแห่งสมาธิ” จนบรรลุเป้าหมายระยะยาวของตนเองได้ โดยไม่ยอมแพ้แรงกดดันจากภายนอกหรืออุปสรรคต่าง ๆ

กล่าวได้ว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นพื้นฐานของความสำเร็จของพวกเขาก็คือ “พลังแห่งสมาธิ” นั่นเอง

ทำไมสมาธิจึงเป็นสิ่งสำคัญ ?

ในชีวิตประจำวันของเราห้อมล้อมด้วยสิ่งต่าง ๆ ที่บั่นทอนสมาธิ โดยเฉพาะชีวิตความเป็นอยู่ในเมืองใหญ่ จะยิ่งเห็นได้อย่างชัดเจน 

ข้อมูลที่อยู่รายล้อมรอบตัวเราเพิ่มปริมาณขึ้น แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่มันเป็นข้อมูลขยะ ทำให้พวกเราต้องลำบากมากถ้าจะเก็บรวบรวมเฉพาะ “ข้อมูลที่จำเป็นอย่างแท้จริง” ซึ่งมีอยู่เพียงแค่หยิบมือจากกองข้อมูลขยะปริมาณมหาศาล

สิ่งที่บั่นทอนสมาธิไม่ใช่แค่สิ่งยั่วยุในสภาพแวดล้อมเท่านั้น แต่สิ่งที่ควบคุมจิตใจของเรา แน่นอนว่าคือความคิดของเราเองก็ทำให้สมาธิกระเจิดกระเจิง เมื่อจิตไม่มีสมาธิจดจ่อ จิตใจก็ตกอยู่ในภาวะสับสน ยุ่งเหยิง

เมื่อจิตใจเราสับสน วุ่นวายเพราะเรื่องต่าง ๆ เราก็จะใช้เวลาแบบเรื่อยเปื่อย ไม่มีจุดมุ่งหมาย ไม่อาจใช้พลังความคิดได้เต็มร้อย 

เพราะเมื่อพะวงถึงเรื่องต่าง ๆ อย่างเช่นกังวลเรื่องความสำเร็จก็จะกลัวความล้มเหลว ความผิดพลาด เมื่อกลัวความผิดพลาดก็จะตื่นเต้น ไม่มีพละกำลัง สมองจะตัน และเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ยิ่งทำให้ทำผิดพลาด

แต่ในสภาวะที่มีสมาธิ ทุกสิ่งในชีวิตประจำวันที่ทำให้จิตใจว้าวุ่นจะถูกปิดกั้น และเราจะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำในขณะนั้นเท่านั้น เป็นสภาวะที่ประสาททั้งหมดจะจดจ่อ มุ่งความสนใจไปที่ “สิ่งที่อยู่ตรงหน้า” “ในปัจจุบัน” ไม่ใช่เรื่องในอดีตหรืออนาคต

ขณะที่นักเบสบอลมืออาชีพยืนเตรียมพร้อมเพื่อรอตีลูก เซียนหมากรุกกำลังจะดวลหมากรุก นักปีนเขากำลังปีนเขา นักไวโอลินกำลังจะสีไวโอลินระหว่างการแข่งขัน นักพัฒนาผลิตภัณฑ์กำลังออกแบบตัวอย่างสินค้า 

เสียงอึกทึกรอบข้าง ความวิตกกังวลส่วนตัว ทุกสิ่งทุกอย่างจะมลายหายไปหมดสิ้น สมาธิทั้งหมดจะมุ่งไปที่สิ่งที่กำลังทำอยู่ในเวลานั้นเท่านั้น และทำสิ่งนั้นอย่างเพลิดเพลิน คนเราเมื่อรู้สึกว่าตัวเอง “สามารถควบคุมสติของตัวเองทั้งหมดได้” จะมีความสุขอย่างที่สุด

ต่อให้เป็นนักธุรกิจที่มีความสามารถด้านการคิดเชิงตรรกะก็ยากจะหาวิธีการแก้ปัญหาที่ดีสุดได้ หากไม่มีสมาธิจดจ่อกับปัญหา 

แม้แต่ศิลปินที่มีความคิดสร้างสรรค์จนเป็นที่อิจฉาของใครต่อใคร หากไม่มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำ และแสดงความสามารถที่มีทั้งหมด ก็คงจะไม่สามารถผลิตผลงานที่ดีได้ 

พื้นฐานที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เราแสดงพลังความสามารถที่มีได้ คือ “พลังแห่งสมาธิ”

ในหนังสือเรื่อง “ความสำเร็จสร้างได้ด้วยสมาธิ” ผู้เขียนจึงแนะนำวิธีปฏิบัติเพื่อฝึกฝนและพัฒนา “สมาธิ” เพื่อให้ใช้พลังความคิดได้ 100% เล่าเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตของผู้ประสบความสำเร็จระดับโลก เช่น แลร์รี เพจและเซอร์เกย์ บริน ผู้ก่อตั้ง Google , เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง Amazon, สตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้ง Apple, ปีเตอร์ ดรักเกอร์ กูรูด้านการบริหารแห่งศตวรรษที่ 20ชินยะ ยามานากะ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยา และกรณีตัวอย่างขององค์กรที่ประสบความสำเร็จในการสร้างกลไกเพื่อส่งเสริมสมาธิของคนทำงาน เช่น Google, 3M, P&G Japan

ขอยกตัวอย่างเคล็ดลับง่าย ๆ จากหนังสือเล่มนี้ เช่น

- ละทิ้งสิ่งที่เกินความจำเป็น พยายามไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่ยึดติด และมุ่งสมาธิไปยังสิ่งที่เหลืออยู่ตรงหน้า 

สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีสมาธิจะไม่สามารถรวบรวมสมาธิได้ ถ้ายังคงมีสิ่งอื่น ๆ หลงเหลืออยู่ หรือถ้าไม่รู้จักเลือกสิ่งที่ตัวเองควรทำ ให้ลองสำรวจตัวเองดูว่าการทำสิ่งนั้นอย่างจริงจัง ส่งผลต่อความก้าวหน้า การพัฒนาของตัวเองในระยะยาวหรือไม่ รายได้จะเพิ่มขึ้นหรือไม่ ความฝันของตัวเองเข้าใกล้ความเป็นจริงหรือไม่ เหมาะกับค่านิยมของตัวเองหรือไม่ แล้วตัดสิ่งที่ไม่ได้ต้องการจริง ๆ ทิ้งไป


- ควรทำทีละเรื่อง ถ้าเราทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน จะไม่สามารถจดจ่ออยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ และไม่เกิดประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ การทำหลายอย่างพร้อมกัน ทุกอย่างก็เป็นไปอย่างครึ่ง ๆ กลาง ๆ  ไม่มีอะไรสมบูรณ์สักอย่าง จึงจำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสมาธิให้จดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยพยายามเก็บสิ่งของที่ไม่จำเป็นให้พ้นจากสายตา ไม่วางสิ่งของต่าง ๆ เหล่านั้นไว้บนโต๊ะทำงานหรือรอบตัว


- แบ่งเวลาเป็นหน่วยย่อย ๆ ที่ตัวเองจะมีสมาธิจดจ่อได้ง่าย ไม่ต้องพยายามเพ่งสมาธิจดจ่อตลอดเวลาทำงาน 8 ชั่วโมงใน 1 วัน และเมื่อรู้แล้วว่าระยะเวลาที่เรามีสมาธิยาวแค่ไหน จึงแบ่งเวลางานเป็นช่วง ๆ จากนั้นปรับสมดุลระหว่างช่วงเวลาที่มีสมาธิกับช่วงเวลาพัก  โดยทั่วไป คนเรามีสมาธิจดจ่ออย่างแน่วแน่ที่สุดได้ประมาณ15 นาที และมีสมาธิจดจ่อต่อเนื่องได้นานที่สุดประมาณ 90 นาที

และที่สำคัญ ระยะเวลาที่มีสมาธิต่อเนื่องนั้นไม่ใช่เพียงเรื่องของเราคนเดียวเท่านั้น ในการทำงาน อีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ฟังการนำเสนอหรือรายงานของเราก็มีขีดจำกัดของสมาธิประมาณ 15 นาทีเช่นกัน ฉะนั้นควรคิดเนื้อหารายงานให้เหมาะสมโดยไม่ลืมคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย


- รักษาสุขภาพให้สมบูรณ์อยู่เสมอ เรื่องสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามคือเรื่องสุขภาพร่างกาย ในการแข่งขันเพื่อเอาชนะคู่แข่งหรือการทำงานให้สำเร็จลุล่วง ถ้าเราเป็นหวัดหรือสภาพร่างกายย่ำแย่ ก็จะไม่สามารถแสดงฝีมือโชว์ผลงานที่ดีที่สุดได้


ตัวอย่างข้างต้นนี้เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น ในหนังสือ “ความสำเร็จสร้างได้ด้วยสมาธิ” ยังมีคำแนะนำอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งเหมาะสำหรับคนทำงานและผู้นำในองค์กร เพื่อพัฒนาสู่ความสำเร็จในการงานและชีวิตส่วนตัว รวมถึงพ่อแม่ใช้ปลูกฝังสมาธิให้ลูกตั้งแต่ปฐมวัย

ดูตัวอย่างเนื้อหาหนังสือได้ที่

//www.flipsnack.com/5D66FBD9E8C/ft9yh00sh.html




สอบถามเพิ่มเติม : book4u@tpa.or.th






 

Create Date : 17 มิถุนายน 2558    
Last Update : 18 มิถุนายน 2558 9:19:30 น.
Counter : 3110 Pageviews.  

แนะนำหนังสือ "เป็นหนึ่งเดียวดีกว่าเป็นที่หนึ่ง" : มีอิสระและมีความสุขแบบไม่มีใครเหมือน





โดย... Kotaro Hisui, Mihiro Hitaka 
แปล... ดร.จารุนันท์ ธนสารสมบัติ
จำนวนหน้า : 232  หน้า
ขนาดรูปเล่ม : Pocketbook


"ความสุขคืออะไร ?"
ถ้าสามารถตอบคำถามนี้ได้ภายใน 5 วินาที ความฝันของคุณจะเป็นความจริง

ถ้าตอบไม่ได้ ก็แปลว่าเป้าหมายของคุณยังไม่ชัดเจน
เมื่อเป้าหมายไม่ชัดเจน ความฝันก็ไม่มีทางเป็นจริงได้  Smiley
นี่เป็นหลักการง่าย ๆ เหมือนกับ “ถ้าขอพรกับดาวตกแล้วจะสมหวัง” นั่นล่ะค่ะ

จะเดินทางไปให้ถึงเป้าหมาย หรือจุดหมายปลายทางได้ ต้องทำให้ 2 สิ่งนี้ชัดเจนเสียก่อน
นั่นคือ "เส้นชัยหรือเป้าหมาย" และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากก็คือ "จุดเริ่มต้น"

ถ้า "เป้าหมาย"   = "ความสุข" 
แล้ว "จุดเริ่มต้น" = .............???

Smiley

สมการนี้ตอบได้ง่ายมากค่ะ 
"จุดเริ่มต้น" =  "ตัวเราเอง"

ตัวของเรา ใจของเรา นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสุข
ยอมรับตัวเอง รักในสิ่งที่เราเป็น ไม่ปฏิเสธความอ่อนแอที่เป็นตัวเรา
ไม่ใช่ว่า “ไม่ชอบตัวเองเลย” หรือ “ไม่ชอบสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ตอนนี้เลย"

เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ แล้วตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า 
“เราจะเริ่มต้นจากจุดนี้ อย่างที่เราเป็นอยู่นี่ล่ะ” 
แบบที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องเปลี่ยนให้เหมือนใคร ๆ
เป็น "แบบนี้แหละ...ดีที่สุดแล้ว"

Smiley

ตัวละคร....... ยังต้องมีจุดอ่อน มีด้านมืด เพื่อให้ละครดูสนุก น่าติดตาม
พระจันทร์....  แม้จะไม่เต็มดวง ก็ยังดูมีเสน่ห์ น่าหลงใหล
มนุษย์......... จึงต้องมีปัญหา มีอุปสรรคไว้ให้ฝ่าฝัน ค้นหา เพื่อให้ชีวิตเติมเต็มเช่นกัน

"ความสมบูรณ์แบบ" ไม่ได้มีค่าเท่ากับ "ความสุข" เสมอไป
ความกลัว ความอ่อนแอ ความไม่มั่นใจ... แท้จริงเป็นเสน่ห์ของมนุษย์
ความผิดหวัง ความทุกข์ ความเศร้าโศก... ช่วยให้ชีวิตมีมิติและมีความหมาย
เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนมุมมอง ที่มีต่อตัวเองและโลกใบนี้เสียใหม่
เปิดใจยอมรับและให้อภัยตัวเอง แค่นี้เราก็จะเป็น "อิสระ" จากทุกสิ่ง

มาเลือกใช้ชีวิตอย่าง มี "อิสระ" และมี "ความสุข" แบบที่ไม่มีใครจะเหมือนคุณได้
....ด้วยเรื่องราวที่ตั้งใจมอบไว้ในเล่ม 

Smiley

● 12 เรื่องราว ที่จะทำให้คุณ "รักตัวเอง" มากขึ้น
● 10 เรื่องราว ที่จะทำให้คุณ "เป็นสุข" นับตั้งแต่วินาทีนี้
● 11 เรื่องราว ที่จะทำให้คุณรู้ว่า "คุณไม่ได้เดียวดาย"
● 12 เรื่องราว ที่จะทำให้คุณ "ใช้ชีวิตสนุก" ยิ่งขึ้น
● 16 เรื่องราว ที่จะทำให้ "ความฝัน" ของคุณเป็นจริงได้
แล้วเริ่มต้นออกเดินทางสู่เป้าหมาย ที่เรียกว่า "ความสุข" ด้วยกันค่ะ 

มนุษย์เราเกิดมาเพื่อทำให้ใครบางคนมีความสุขนะคะ 
ไม่เชื่อ...ลองสังเกตคนรอบ ๆ ตัวดูก็ได้ 

Smiley




สอบถามเพิ่มเติม : book4u@tpa.or.th




 

Create Date : 29 เมษายน 2558    
Last Update : 29 เมษายน 2558 21:01:39 น.
Counter : 2852 Pageviews.  

เปลี่ยนเป็นคนส่วนน้อยที่สำเร็จมากกว่าคนส่วนใหญ่ : 45 วิธีคว้าความสำเร็จและความสุขมาไว้ในกำมือ



วันนี้จะมาแนะนำหนังสือที่อ่านแล้วรับรองว่าจะได้แนวคิดดี ๆ หลายอย่างให้ชีวิตแน่นอน Smiley




"เปลี่ยนเป็นคนส่วนน้อยที่สำเร็จมากกว่าคนส่วนใหญ่"

โดย ฮิโรยูกิ อิโนะอุเอะ

แปลโดย  ปาวัน การสมใจ

จำนวน  184 หน้า

ขนาด Pocketbook  พิมพ์ด้วยกระดาษกรีนรี้ด



ในขณะที่คุณใช้ชีวิตไปอย่างเรียบเรื่อยในแต่ละวัน

คุณคิดว่าสภาพจิตใจของตัวคุณเองนั้น แท้จริงแล้วมีความสุขแค่ไหน ?

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การงาน เพื่อน หรือแม้แต่ความรักก็ตาม

ความคิดที่ว่า "เบื่อจัง" หรือ "ทำไมทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องเลย" กับเรื่องเหล่านี้

เคยผุดขึ้นมาในสมองคุณบ้างหรือไม่ ?

หรือไม่ก็เป็นความคิดที่ว่า

...ก็รู้สึก "ชีวิตปกติ" ดีอยู่หรอก...

แต่ในใจเหมือนยังมีอะไรค้างคาแบบบอกไม่ถูก

ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่มึเรื่องอะไรให้คิดมากแท้ ๆ แต่ทำไมถึงยิ้มได้ไม่เต็มที่กันนะ ?

หากคุณคือคนหนึ่งที่รู้สึกเช่นนี้...ขอให้ลองหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านดู



"เปลี่ยนเป็นคนส่วนน้อยที่สำเร็จมากกว่าคนส่วนใหญ่"

หนังสือที่จะทำให้คุณรู้จักมุมมองการใช้ชีวิตอีกแง่มุมหนึ่ง

จากทันตแพทย์ฮิโรยูกิ อิโนะอุเอะ ผู้สนใจศึกษาด้านการพัฒนาตนเอง

จนประสบความสำเร็จในชีวิตทุก ๆ ด้าน และมีความสุขจากใจได้ในทุก ๆ วัน

ปัจจุบันรักษาทางด้านทันตกรรมและรับปรึกษาปัญหาชีวิตคนไข้มาแล้วกว่า 60,000 ราย

จะมาแนะนำ 45 วิธีปฏิบัติ

ที่จะทำให้คุณหลุดออกจากกรอบ "คนส่วนมาก"

แล้วกลายมาเป็น "คนส่วนน้อย" 

ที่มีความสุขได้จากใจ และประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน



45 วิธีปฏิบัติง่าย ๆ จาก 6 หมวดใหญ่

เพียงแค่คุณลองปรับเปลี่ยนแนวคิดและพฤติกรรมบางอย่างเพียงเล็กน้อย

ไม่ว่าจะเป็นด้าน

Smiley ภาพลักษณ์ ที่จะทำให้คุณรู้สึกรัก เข้าใจ และมองเห็นคุณค่าในตนเองมากขึ้น

Smiley การบริหารเวลา เพื่อให้คุณใช้เวลาในทุก ๆ วันได้อย่างคุ้มค่าและมีความสุข

Smiley การทำงาน เคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณสนุกกับการทำงาน และร่วมงานกับผู้อื่นได้ราบรื่น

Smiley มนุษยสัมพันธ์ เข้าใจและเรียนรู้ที่จะอยู่กับผู้อื่นเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบตัวให้ยืนยาว

Smiley การเรียนรู้และลงทุนกับตนเอง หนทางสู่ความสำเร็จที่จะทำให้คุณรู้ว่า การเรียนไม่ได้จบสิ้นแค่ในชั้นเรียนเท่านั้น

Smiley วิธีเสริมสร้างความสุข  วิธีง่าย ๆ ที่เพียงแค่ลองทำตามก็รู้สึก "มีความสุข" จากหัวใจอย่างแท้จริงได้แล้ว


เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจถอดใจแล้วคิดว่า

"จะมีความสุขและประสบความสำเร็จทั้งที มันยุ่งยากขนาดนี้เลยหรือ ?" Smiley

ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า...ไม่ยากขนาดนั้น

เพราะ 45 วิธีนี้ คือลักษณะนิสัยที่เราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว

แต่กลับ "มองข้าม" หรือ "ละเลยไม่ได้ทำ" Smiley

บางอย่างคุณอาจทำจนเป็นนิสัยอยู่แล้วก็ได้

เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว...คุณจะไม่ลองปรับเปลี่ยนตัวเองอีกนิด

เพื่อให้ชีวิตของคุณประสบความสำเร็จ และมีความสุขอย่างแท้จริงเลยหรือ ?



เราทุกคนต่างก็ต้องการที่จะ "มีความสุข" และ "ประสบความสำเร็จในชีวิต" กันทั้งนั้น

แต่คนส่วนมากมักได้มาซึ่งสองสิ่งนี้ไม่พร้อมกัน

นั่นคือมีความสุขกับเรื่องหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีความทุกข์กับอีกเรื่องหนึ่ง

น้อยคนนักที่จะได้ครอบครองทั้ง "ความสุข" และ "ความสำเร็จทุก ๆ ด้านในชีวิต" โดยปราศจากความทุกข์

...แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะกลายมาเป็น "คนส่วนน้อย" ที่ว่านั้นไม่ได้เลย...

และในตอนนี้ก็อยู่ที่คุณแล้ว

ว่ากล้าพอที่จะ "เปลี่ยนตัวเองเป็นคนส่วนน้อย"

เพื่อคว้าเอา ความสุขสมหวังในชีวิต มาผลักดันให้ตนเองประสบความสำเร็จหรือเปล่า

......ลองถามใจตัวเองดู Smiley......




สอบถามเพิ่มเติม book4u@tpa.or.th

ติดตามกิจกรรมและหนังสือใหม่ได้ที่ หนังสือแนะนำ สำนักพิมพ์ ส.ส.ท.




 

Create Date : 07 เมษายน 2558    
Last Update : 1 ธันวาคม 2558 8:55:32 น.
Counter : 3115 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  

textbook
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




สำนักพิมพ์ ส.ส.ท. สรรค์สร้างสาระสู่สังคม
มุ่งมั่นผลิตตำราวิชาการและหนังสือเทคโนโลยีสาขาต่าง ๆ การบริหารจัดการ ด้านส่งเสริมการศึกษา เพื่อการพัฒนาตนเองและองค์กร สำหรับภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม
Instagram
Friends' blogs
[Add textbook's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.