กันยายน 2563

 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
สายลับโฉมงาม ซูเฟยอิ่ง เขียน 


17/3/2019


 




สายลับโฉมงาม (2 เล่มจบ) 

ซูเฟยอิ่ง เขียน 

ภิรมณ ประพฤติประยูร แปล 

สำนักพิมพ์วารา 

590 บาท  724 หน้า 

#แปลจีน #ชายหญิง #สายลับโฉมงาม #ซูเฟยอิ่ง #วารา #รีวิวนิยาย #ออโอ
 


หลังปกเล่ม 1 

 

สมรสพระราชทานจากฮ่องเต้ ทำให้องค์หญิงเยี่ยนหรงกลายเป็นภรรยาของรัชทายาทจวี้เจ๋อ ตัวประกันของประเทศที่ล่มสลายไปแล้ว นางหลงคิดว่าจากนี้ไป นางจะหลุดจากคุกที่มีชื่อว่าพระราชวังได้เสียที ทว่าสามีที่นางไม่เคยพบหน้าเลยสักครั้งกลับทำทีเป็นเสียชีวิต แล้วหลบหนีไป เมื่อพบกันอีกครั้งเขาได้กลายเป็นเจ้าตำหนักเฟิ่งโหยวผู้ลึกลับและยากจะคาดเดา ส่วนนางได้ปลอมตัวเป็นซิ่นจวิ้นอ๋อง พี่ชายฝาแฝดของตัวเอง การพบกันในแต่ละครั้งของนางและเขา เต็มไปด้วยเหตุการณ์ซับซ้อนอันตราย แล้วนางจึงถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งที่สะเทือนทั่วทั้งแผ่นดินในที่สุด 

  

ท่ามกลางความขัดแย้งของการแย่งชิงอำนาจ นางปกปิดตัวตนที่แท้จริง แล้วกระโดดเข้าไปในพายุความวุ่นวายตรงหน้า...สามีแต่เพียงในนามผู้ทำตัวใกล้ชิด แต่แล้วกลับถอยห่าง คุณชายพรรคผู้เงียบขรึมที่เติบโตมาด้วยกัน ระหว่างสองคนนี้ ใครกันที่นางควรเชื่อใจ และเมื่อทุกอย่างจบลง นางควรจะมอบหัวใจให้ผู้ใดกัน 




คุยกันหลังอ่าน 



 

‘พี่ชายฝาแฝด’ กับ ‘ปลอมตัว’ สองคำนี้ดึงดูดโอให้เข้ามาอ่านเรื่องนี้ ซึ่งตอนแรกเลย จากปก จากสองคำที่ว่า โอคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ น่ารักกุ๊กกิ๊ก ปรากฏว่าไม่ใช่ค่ะ  

โรแมนติกนี่ ไม่ค่อยนะ เทียบความยาวเรื่อง ความหวานนี่จัดว่าน้อยถึงปานกลาง 

คอมเมดี้  อาจจะตลกคำพูดหรือการกระทำตัวละครบ้าง แต่ไม่ใช่แนวตลกเป็นหลักแน่ ๆ  

น่ารักกุ๊กกิ๊ก มันก็มีช่วงน่ารัก และกุ๊กกิ๊ก แต่กลับไปดูคำแรก เทียบกับความยาวเรื่อง ไม่ได้มากมายขนาดนั้น 

 

โอว่ามันเป็นแนวผสมผสานน่ะค่ะ ดราม่าโรแมนติก นี่น่าจะเป็นแนวหลักของเรื่อง แต่มันไม่ได้ดราม่าแบบหนัก ๆ โศกระทมทุกข์ ชีวิตลำเค็ญ หรือน้ำตาไหลทุกบท มันไม่ใช่แบบนั้น 

 

จุดเด่นของเรื่องนี้คือ เรื่องมีการพลิกผันตลอดเวลา เลี้ยวโค้ง หักศอก ถอยหลัง เพราะฉะนั้น ถ้าเป็นไปได้อย่าเพิ่งไปอ่านสปอยล์ หลังปกก็อย่าเพิ่งอ่าน (ถ้าตัดสินใจว่าจะอ่านเรื่องนี้แน่ ๆ) ลุ้นตอนอ่านทีเดียวเลยจะได้อรรถรสมากที่สุด  

 

แล้วโอจะเล่าเรื่องยังไงล่ะทีนี้...  

 

จะพยายามเล่าเรื่องให้เห็นภาพคร่าว ๆ แต่ไม่สปอยล์นะคะ ถ้ามีสปอยล์เดี๋ยวโอจะเตือนก่อน 

 

ผู้เขียนแบ่งเรื่องนี้ออกเป็นสามภาค แต่ละภาคก็จะเล่าถึงประเด็นหลักที่ต่างกัน แต่เนื้อหาต่อเนื่องกันค่ะ 

 

นางเอกชื่อ มู่หรงชี (จริง ๆ นางมีหลายชื่อ หลายสถานะด้วยนะ) เปิดเรื่องมาก็ต้องตกตะลึงกับฉากหนีจากการตกเป็นตัวประกันของเจ้าบ่าวตัวเอง โฉ่งฉ่าง อลังการ และอหังการมาก  

 

สองปีถัดไป มู่หรงชีปลอมตัวเป็นมู่หรงจิ่ว พี่ชายฝาแฝด (หรือน้องชายฝาแฝด) ของตัวเองเข้าเมืองมา ปรากฏว่าโดนหลี่เช่อ เพื่อนสนิทสมัยเด็ก จับได้ตั้งแต่แรก หลี่เช่อคิดว่าหมู่หรงชีนึกสนุกอยากมาเที่ยวเล่นก็ไม่ได้นึกเอะใจอะไร เพราะการละเล่นสลับตัวของฝาแฝดสองคนนี้เขาเห็นมาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว แต่แท้จริงแล้วการสลับตัวครั้งนี้มีเบื้องหลังสำคัญแฝงอยู่ 

มู่หรงชีมีฝีมือการต่อสู้เก่งกาจ ติดที่ค่อนข้างหุนหัน เก็บความรู้สึกไม่เก่งนัก 

ตรงกันข้ามกับมู่หรงจิ่ว ที่ฝีมือการต่อสู้ไม่ได้เรื่อง แต่เขาเจ้าเล่ห์ ช่างวางแผน 

 

ในฐานะซิ่นจวิ้นอ๋องมู่หรงจิ่ว มู่หรงชีได้รับคำเชิญเข้างานเลี้ยงของชินอ๋องรัฐเสินหยา นางได้รู้ความลับของขุนนางสำคัญอย่างเว่ยหนานเกอ และได้พบกับชายภายใต้หน้ากากที่ชื่อเฟิ่งยวน 

 

เว่ยหนานเกอ เป็นชายหนุ่มมาดสุขุม เปี่ยมความรู้ ตรงกับชายในฝันของมู่หรงชี นางประทับใจเขาตั้งแต่แรกพบ กลายเป็นความฝันและความหวังแสนหวาน 

เฟิ่งยวน ชายหนุ่มที่หน้าตาเต็มไปด้วยแผลเป็น ไม่มีพละกำลังความสามารถ แต่เขากลับสร้างความปั่นป่วนใจให้มู่หรงชีอย่างมาก  

 

แต่ไม่นานหลังจากนั้น ร่วมกับความช่วยเหลือจากหลี่เช่อ เพื่อนสนิทที่ปากร้ายแต่ใจดี มู่หรงชีก็พบว่าชายทั้งสองต่างมีแผนการในใจ และต้องการให้นางมีส่วนร่วมในแผนการของพวกเขา 

 

แผนการของนาง แผนการของพวกเขา แผนการของใครจะบรรลุวัตถุประสงค์สำเร็จได้กันแน่ พวกเขาสามารถจะร่วมมือช่วยเหลือ หรือแตกคอกันเพราะผลประโยชน์ขัดแย้ง สุดท้าย ใครจะเป็นผู้อยู่รอด หรือมีบาดแผลน้อยที่สุด นี่คือเรื่องราวในภาคแรก 

 

+++ 

 

โอเล่าแค่ภาคแรกนะคะ เอ้า มีผู้ชายกี่คนโผล่มา นับซิ  

1. เสิ่นเชียนฉือ สามี (ในนาม) ของนางเอก สถานะ : ตายไปตั้งแต่บทแรก  

2. หลี่เช่อ คุณชายพรรคหงสุ่ย เพื่อนสนิทสมัยเด็กของนางเอก ร่ำเรียนร่วมกันมา รู้นิสัยใจคอและฝีมือกันดี สถานะ : ห่างกันไปหลายปีตอนนี้กลับมาใกล้ชิดอีกครั้ง 

3. เว่ยหนานเกอ อดีตคนที่ฮองเฮาเคยเล็งไว้ให้นางเอก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เลือก พบกันครั้งแรก นางเอกถึงกับสติหลุด โอ้ ชายในฝัน สถานะ : ร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์, หุ้นส่วนคิดไม่ซื่อ 

4. เฟิ่งยวน ชายปริศนาพร้อมหน้ากาก มีแผลเป็นเต็มหน้า มีความสามารถประหลาด สถานะ : เป้าหมายเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว, โดนกากบาทตัวแดงคาดโทษบนหัวจากนางเอกเรียบร้อย 

 

ส่วนใครจะเป็นพระเอกนั้น นี่เป็นอีกหนึ่งความเลี้ยวลดของเรื่องนี้ค่ะ คุณจะไม่แน่ใจว่าใครเป็นพระเอกจนใกล้จะจบเรื่องนู่นเลย เนื่องจากเป็นความตั้งใจของผู้เขียน โอก็เลยขอไม่บอกตรงนี้นะคะ 

 

ปัญหาของเรื่องที่มีผู้ชายหลายคนมารุมรักนางเอก หรืออาจจะไม่ได้รุมรัก แต่มีความเกี่ยวพันและสำคัญพอที่จะเป็นพระเอกได้นั้น คือ มักจะมีช่วงเวลาดี ๆ หวาน ๆ จากผู้ชายหลายคน จนทำให้นางเอกดูเป็นคนจิตใจโลเล คนนี้โผล่มาก็ใจสั่น คนนู้นมาก็เขิน ซึ่งโอก็หวั่นว่าจะเจอจากเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ปรากฏว่าไม่มีเลยค่ะ ดีใจ ๆ  

จริง ๆ นิสัยนางเอกคนนี้โอไม่ถึงกับชอบมากนะ ค่อนข้างจะหุนหันพลันแล่นไปหน่อย เอาแต่ใจไปนิด แต่ส่วนที่ดีก็หลายอย่างเลย อย่างการซื่อตรงต่อตัวเอง ต่อผู้อื่น ไม่ถึงกับฉลาดเจ้าแผนการ แต่ก็ไม่ได้โง่ เป็นคนมีความคิดคนหนึ่งเลย เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ เชื่อใจได้ 

ความรักของนางเอกก็มีขั้นตอนเหมือนกัน อย่างตอนนี้ นางมองคนนี้ ก็จะสนใจต่อคนนี้ คนอื่นก็จะอยู่ในสถานะอื่น ไม่มาคาบเส้นกัน ต่อเมื่อมีเหตุให้เหตุการณ์เปลี่ยนไป การตัดสินใจเปลี่ยนไป ก็เป็นไปได้ที่จิตใจของคนเราจะเปลี่ยนไปด้วย ถึงตอนนั้นลำดับความสำคัญก็จะเปลี่ยน สถานะก็จะเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน โอชอบมุมมองความรักที่ผู้เขียนสอดแทรกมาในเรื่องด้วยนะ 

 

ในเล่มหนึ่ง โทนจะยังสว่างอยู่ ดราม่ามีเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนเล่มสองโทนจะมืดขึ้น ดราม่าหนักขึ้น มีเรื่องเกี่ยวข้องกับการเมือง สงคราม และชีวิต ชนะคือกษัตริย์ แพ้คือทรราชย์ ศักดิ์ศรีหรือการเอาตัวรอด ความรับผิดชอบหรือการอยู่รอดของคนหมู่มาก มีการเล่นประเด็นเรื่องการเลือกข้างพอสมควรเลย และเรื่องก็ยังคงหลอกล่อให้เราหลง สับสนทิศทางอยู่ตลอดเวลา ซึ่งโอว่าทำได้ดีและทำให้เรื่องไม่ราบเรียบเป็นเส้นตรงเกินไป มีอะไรให้แปลกใจตลอดเวลา 

 

การดำเนินเรื่อง มีบางช่วงที่กระตุก บางครั้งก็โฉ่งฉ่างอลังการไม่ค่อยลื่นไหลสมจริงไปกับตัวเรื่อง แต่ตัวละครมีระบบความคิดดี เป็นขั้นเป็นตอน มีเหตุมีผล ซึ่งสะท้อนถึงระบบความคิดของผู้เขียนด้วย โอชอบที่เขาเขียนแบ่งให้มีสามภาค แต่ละภาคก็จะมีธีมของตัวเอง มีจุดประสงค์ของตัวเอง แสดงถึงการวางแผน ชอบแนวคิดและมุมมองที่สอดแทรกมาในเรื่อง โดยเฉพาะด้านความรักและด้านชีวิตที่เป็นแนวหลักของเรื่อง ประทับใจตอนพิเศษที่หนึ่งมาก 

 

ในเรื่องของงาน ความเรียบร้อยของงานค่อนข้างดี มีจุดหลุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในส่วนของภาษา บอกว่าแปลดีหรือไม่ดีนี่โอพูดยาก เพราะโอไม่รู้ภาษาจีน ไม่รู้ต้นฉบับมายังไง แต่ถ้าบอกถึงอ่านเข้าใจง่ายหรือไม่ มันจะมีบางจุดที่อ่านแล้วให้ภาพไม่ชัดบ้าง โดยเฉพาะฉากที่บรรยายการเคลื่อนไหว หรือเหตุการณ์บางอย่าง และโดยส่วนตัวโอไม่ชอบคำว่า “มัน” ถ้าเลี่ยงได้จะทำให้ภาษาสวยขึ้น เป็นภาษาเขียนมากขึ้น ยกเว้นเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ถึงค่อยใช้ ไม่ชอบ “นะ” โอรู้สึกว่าเป็นภาษาพูด และไม่ค่อยให้ความเป็นคำโบราณ ยกเว้นเลี่ยงไม่ได้ถึงค่อยใช้ โดยรวมก็ไม่ได้ถึงกับติดขัดอะไร งานเรียบร้อยขึ้นกว่าบันทึกวังหลวงฯ ก็ขอให้พัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ 

 

4 ดาว โอว่าเป็นเรื่องที่ดีเรื่องหนึ่งเลยค่ะ แนะนำให้อ่านนะคะ 

 

 

“อย่ารีบร้อนไป จะตกปลาทั้งที ต้องปล่อยเหยื่อให้ลอยออกไปไกล ๆ จึงจะตกได้ปลาตัวใหญ่” เว่ยหนานเกอส่ายศีรษะ พูดอย่างปลง ๆ ว่า “แม้ชีชีจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนท่านอ๋อง แต่นิสัยกลับแตกต่างกันยิ่งนัก” 

 

“ไม่ดีงั้นหรือ” มู่หรงชีเงยหน้าขึ้น เบื้องหลังจดหมายเผยให้เห็นดวงตาที่งามดั่งตาหงส์ ดวงตาสีดำบ่งบอกความกระวนกระวายใจอยู่เล็กน้อย นางรู้ว่าตัวเองเป็นคนวู่วาม หลี่เช่อพูดอยู่เสมอว่านางใช้เข่าคิดแทนสมอง แม้นางจะไม่เคยใส่ใจกับคำพูดเหล่านี้เลย แต่บัดนี้ เมื่อผู้ที่พูดคือเว่ยหนานเกอ นางจึงปล่อยผ่านไปไม่ได้ 

 

เว่ยหนานเกออึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ก็ไม่ถึงกับไม่ดี” 

 

หน้า 119  บทที่ 5 ใจสั่นไหว 

เล่ม 1 

 

 

“ชีชี เรื่องของเว่ยหนานเกอ ไม่ใช่ว่าพวกข้าจงใจปิดบังเจ้า แต่กลัวว่าพอเจ้ารู้เป้าหมายของอีกฝ่ายแล้ว เจ้าจะทำเรื่องมุทะลุ จนทำให้แผนการทั้งหมดพังไม่เป็นท่า” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหูนาง 

 

นางทำเสียงหึในลำคอ “ข้าไม่ทำเช่นนั้นหรอก พวกเจ้าดูถูกข้า!” 

 

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “เจ้าชอบเว่ยหนานเกอไม่ใช่หรืออย่างไร” 

 

เมื่อชอบก็จะใส่ใจ เมื่อใส่ใจก็จะสูญเสียความหนักแน่น มันเกิดขึ้นกับทุกคน ไม่มียกเว้น 

 

“ข้า...” นางพูดไม่ออก ก่อนจะเม้มริมฝีปาก พูดเสียงแข็งว่า “ข้าไม่ได้ชอบใต้เท้าเว่ยเสียหน่อย!” 

 

หลี่เช่อไม่บังคับนาง เขายืนพิงเสาเรือข้างตัวนาง เงยหน้ามองท้องฟ้ายามพลบค่ำ เอ่ยเบา ๆ ว่า “เช่นนั้นก็ดี” 

 

หน้า 245  บทที่ 12 กับดัก 

เล่ม 1 

 

 

“เยียนหราน เจ้าเกลียดข้าเช่นนี้เชียวหรือ เกลียดจนไม่อยากพบข้าอีกต่อไปเลยงั้นหรือ” เขามองนาง ดวงตามีเสน่ห์พลันเย็นชาขึ้นเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความจริงจัง “เจ้าคงไม่ตัดสินคนผู้หนึ่งด้วยการกระทำเพียงครั้งเดียวของอีกฝ่ายหรอกนะ บนโลกนี้ไม่ได้มีเพียงข้าคนเดียวที่เคยหลอกลวงเจ้า และไม่ใช่ทุกคนที่เคยหลอกลวงเจ้าจะอยากชดใช้ความผิด ที่เจ้าทำเช่นนี้มันช่างไม่ยุติธรรมเลย” 

 

มู่หรงชีนิ่งอึ้งไปเมื่อได้ยิน ก่อนจะเสริมต่อว่า “วิธีการนั้นต่างกัน พวกนั้นไม่ได้ลอบทำร้ายข้า” 

 

“หากคำว่า ‘วิธีการ’ ที่เจ้าพูดนั้นหมายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างตำหนักเฟิ่งโหยวกับเหล่าพระสนมในราชสำนักละก็ ส่วนตัวแล้วข้าไม่คิดว่านั่นเป็นการกระทำที่ผิดหรอกนะ” เฟิ่งยวนยิ้มน้อย ๆ “หากพวกนางไม่ได้มีความปรารถนาเช่นนั้นอยู่ในใจ ข้าจะมีโอกาสได้อย่างไรกัน อาวุธก็เป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่ง ความโหดร้ายที่แท้จริงอยู่ที่ตรงนี้” เขาชี้มือไปที่หน้าอกตัวเอง “เยียนหราน เจ้าเติบโตอยู่ท่ามกลางแสงสว่างมาโดยตลอดจึงไม่คุ้นเคยกับความโหดร้าย การที่เจ้าไม่ยอมเป็นเพื่อนกับข้า นั่นไม่ได้หมายความว่าความมืดที่อยู่บนโลกนี้จะเป็นสิ่งชั่วร้ายทั้งหมดหรอกนะ” 

 

ขณะที่พูด ดวงตาของเขาฉายแววเจ็บปวด มู่หรงชีเพิ่งจะเคยเห็นเฟิ่งยวนผู้มีสีหน้านี้เป็นครั้งแรก 

 

หน้า 291  บทที่ 14 ถอนพิษ 

เล่ม 1 

 

 

จากนี้ไปจะเป็นช่วงระบายความรู้สึกที่โออยากเขียนนะคะ มีสปอยล์พระเอกค่ะ เตือนแล้วนะ 

 

Spoiler Alert 
ลากเมาส์ค้างไว้ยาว ๆ หรือกด ctrl+A

 

เว่ยหนานเกอนี่โอไม่คิดว่าเขาจะเป็นพระเอกอยู่แล้ว ตามแบบฉบับคนที่นางเอกชอบ มักจะไม่ใช่พระเอกในท้ายที่สุด แต่โอชอบตอนที่นางเอกเปรียบเว่ยหนานเกอเหมือนเป็นความฝัน ที่สุดท้ายคนเราก็ต้องตื่น อันที่จริง ถ้าเว่ยหนานเกอไม่หลอกใช้นางเอก หรือถ้าเขาแสดงความจริงใจให้นางเอกมากพอ ก็อาจมีสิทธิ์ได้นะคะ แต่ในเรื่อง โอคิดว่าเขาชอบนางเอก แต่ไม่มากพอที่จะลุกขึ้นมาทำอะไร เขาต้องแบกรับภาระหน้าที่ มีความรักหนหลังเป็นโซ่ตรวน อาจเป็นเพราะเขาให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบมากกว่าอะไรทั้งหมดก็ได้ 

 

หลี่เช่อ โอไม่ค่อยเล็งหลี่เช่อนักในตอนแรก เพื่อนสมัยเด็กก็มักไม่ใช่พระเอกเช่นกัน แถมบทตอนแรกก็ไม่เด่นเท่าคนอื่น ๆ ด้วย นางเอกยังบอกเลยว่าหลี่เช่อเป็นแค่แขนขา โอแอบตัดเข้าไปช่วงท้ายเล่มหนึ่งถึงต้นเล่มสอง  

… ไม่คิดว่าจะโดนผู้เขียนดัดหลัง เขาคือพระเอกค่ะ //กระอักเลือด 

 

เฟิ่งยวน คนชั่วร้ายจอมยียวน คำพูดคำจาของเขาชวนโมโหจนกระอัก แต่การกระทำทำให้จุกยิ่งกว่า เฟิ่งยวนนี่มาแบบมาดพระเอกในนิยายส่วนใหญ่เลย มีความลับ เจ้าเล่ห์ ทำอะไรรวดเร็วฉับไว ที่สำคัญพระเอกส่วนใหญ่ในนิยายนี่นางเอกมักไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่ต้นด้วย โอชอบคำพูดยียวนของเขาจริง ๆ แถมเขาก็ดูจะรักนางเอก และนางเอกก็หวั่นไหวกับเขา 

 

ช่วงภาคที่สองเหมือนเป็นภาคของเฟิ่งยวนเลย แล้วโอว่าช่วงนี้นี่นางเอกชอบเฟิ่งยวนแล้วนะ เหมือนใจไปละ แต่เพราะเฟิ่งยวนไม่มาตามนัด บวกกับเขาเห็นเรื่องอื่นสำคัญกว่า นางเอกก็มองเห็นละว่าตัวเองอยู่ตำแหน่งไหนในใจเขา ก็เลยตัดสินใจถอย หงุดหงิดและเสียใจนี่ของจริง พอถอยก็คือเลิกชอบแบบหญิงชายจริง ๆ  

 

จังหวะนั้น หลี่เช่อดันมาบอกความในใจ จากที่ไม่เห็นหลี่เช่อมาตลอดเพราะมองแค่เป็นเพื่อน จึงเริ่มเปลี่ยนใจไปในสถานะอื่น มองเห็นว่าเขาเป็นคนที่ไม่ว่าเวลาไหนก็คอยเป็นกำลังเสริมสำคัญอยู่ข้าง ๆ เข้าใจและไว้ใจกันเสมอมา ตำแหน่งในใจจากเพื่อนเลยเปลี่ยนเป็นคนรักไม่ยาก 

 

เอาจริงโอเริ่มรู้สึกไม่มั่นคงตั้งแต่เห็นโปสการ์ดแล้ว ชุดดำ บนเรือ … อืม แถมช่วงเล่มสองบทของเฟิ่งยวนเริ่มหาย บวกกับการตัดสินใจหลาย ๆ อย่างที่เราอ่านแล้วเริ่ม เอ๊ะ ยังไงนะ  

 

ฮือ โอชอบเขานะ แต่รู้สึกว่าหลี่เช่อนี่แหละเหมาะสมกับนางเอกที่สุดแล้ว 

 

หลี่เช่อบอกว่านางเอกชอบความซื่อตรง จริงใจ ไม่เหมาะกับคนเจ้าเล่ห์ ปลิ้นปล้อนอย่างเฟิ่งยวน แล้วก็จริง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวที่เฟิ่งยวนหลอกนางเอก แต่เป็นแทบทุกครั้ง เขาจะมีแผนการเสมอ นางเอกไม่สามารถเชื่อใจหรือวางใจเขาได้เลย ถึงแม้แผนการหลายครั้งไม่ได้มุ่งร้ายนางเอกก็ตาม 

มู่หรงจิ่ว แฝดนางเอก บอกว่าเฟิ่งยวนละโมบ อยากจับปลาสองมือ ไม่มีเรื่องดี ๆ ได้มาง่ายอย่างนั้น อันที่จริงโอว่าสิ่งที่เฟิ่งยวนต้องการก็ไม่ได้แปลกหรือผิดอะไร คนเราก็ต้องมีความฝันหรือความหวังทั้งนั้น แต่โอตีคำพูดมู่หรงจิ่วว่า เพราะเฟิ่งยวนไม่ได้เห็นนางเอกมาเป็นที่หนึ่ง ถ้าจะต้องเสียสละ อย่างไรเขาก็จะเลือกเสียนางเอก มู่หรงจิ่วจึงไม่พอใจ 

 

โอคิดว่าผู้เขียน เขียนความรักในสามรูปแบบ หนึ่ง คือความรักแบบผู้ชายที่ฝันใฝ่มาตลอดอย่างเว่ยหนานเกอ ซึ่งนางเอกยังบอกไว้เลยว่านางมองว่าเขาคล้ายพ่อของนาง นางมองพ่อเป็นบุคคลพิเศษ จึงใฝ่หาผู้ชายแบบพ่อโดยไม่รู้ตัว สอง คือความรักแบบนิยาย ร้าย ๆ รวดเร็วและรุนแรงอย่างเฟิ่งยวน และสาม คือความรักแบบชีวิตจริงอย่างหลี่เช่อ ไม่ว่าเมื่อไร จะเจออะไร หลี่เช่อก็จะคอยเกื้อหนุน ส่งเสริม ช่วยเหลือ เข้าใจ ยอมรับในตัวตนของอีกฝ่าย ซื่อตรงต่ออีกฝ่าย สุดท้ายคนที่เราจะเลือกในชีวิตจริงก็จะเป็นแบบนี้ 

 

แต่เอาจริง ๆ แล้วทุกการตัดสินใจมันจะให้ผลที่แตกต่างออกไปอยู่แล้ว ในเรื่องเราจะเห็นจุดเปลี่ยนที่ผู้เขียนสร้างไว้ ไม่งั้นจะมีคำว่า ‘ถ้า’ หรือ ถ้าเธอทำอย่างนี้ คงไม่... ถ้าเกิด... เราคง ผู้ชายที่ไม่สามารถให้ความมั่นใจแก่ผู้หญิงได้ ก็ไม่ถูกเลือก แค่นั้นเอง 

 

บทพิเศษของเฟิ่งยวนทำโอจุกจนน้ำตาพานจะไหล อย่างไรซะเขาก็เป็นคนพิเศษในใจโอนะ 


 




Create Date : 12 กันยายน 2563
Last Update : 12 กันยายน 2563 20:20:51 น.
Counter : 248 Pageviews.

3 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณเริงฤดีนะ

  
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ ขอบคุณสำหรับโหวตนะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 13 กันยายน 2563 เวลา:20:29:27 น.
  
สวัสดีค่ะคุณโอ..
ขอบคุณที่ตั้งใจรีวิว..หนังสือ*สายลับโฉมงาม* มาฝากกัน
อย่างยาว..
แบบไม่ต้องไปหาอ่าน
ยกเว้นอ่านแล้วอยากเก็บและอยากอ่านเต็มๆ

สนุกสนานไปกับการผจญภัยของนางเอกด้วย

อยากรู้ๆใครเป็นพระเอกในตอนจบ

แอบเฉลยได้ไหมคะ อิ อิ

โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 15 กันยายน 2563 เวลา:8:02:30 น.
  
คุณ เริงฤดีนะ ในนิยายยังมีรายละเอียดอีกมากให้ติดตามค่ะ รีวิวโออาจดูยาว แต่จะเป็นส่วนอื่นมากกว่าเล่าเรื่องย่อหรือเนื้อหา ส่วนเฉลยพระเอกอยู่ในที่ซ่อนสปอยล์ไว้ค่ะ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและโหวตให้นะคะ
โดย: ออโอ วันที่: 15 กันยายน 2563 เวลา:20:43:55 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16



ออโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 48 คน [?]



โอเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก อ่านได้ทุกแนว เสาะแสวงหาเรื่องสนุกๆ แนวใหม่ๆ ตลอด หลายเรื่องไม่มั่นใจก็ค้นหารีวิว ถ้าชอบถ้าใช่ก็ลอง ลองแล้วชอบแล้วประทับใจก็อยากบอกต่อ บางครั้ง อ่านครั้งแรกรู้สึกอย่างนี้ อยากเก็บไว้เพื่อเป็นเรื่องราว บันทึกไว้กันลืม กลับมาย้อนอ่านก็จะได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งที่เราเคยอ่าน เรารู้สึกอย่างนี้ เวลาผ่านไป เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง ก็อาจจะได้มุมมองใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น "ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่าน" รู้สึกดีที่โลกนี้มีหนังสือ-โอ
New Comments