"ที่ว่างของงานเขียน..เล็กๆแต่อบอุ่น [Love&Warmth]"
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
28 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 

พ่อค้าเร่แห่งท่าพระจันทร์




เรื่อง : รัน







แสงสีหม่นเศร้าจากเสาไฟริมกำแพงรั้วธรรมศาสตร์ สาดกระทบกับน้ำฝนที่เจิ่งนองบนพื้น เกิดเป็นประกายระยิบระยับไปตามลานซีเมนต์กว้าง ฝนหลงฤดูตกลงมาตามคำพยากรณ์ของกรมอุตุฯก่อนหน้านี้ มันตกหนักมาตั้งแต่กลางวันและขาดเม็ดลงเมื่อเย็นที่ผ่านมา

ผมยืนพิงเสาไฟต้นนั้น อัดบุหรี่ไฟแดงวาบท่ามกลางละอองฝนและลมเย็นฤดูหนาว ด้วยเจ็บใจตัวเอง ที่ดันทุรังออกมาขายของในวันที่สภาพอากาศย่ำแย่และใกล้สิ้นเดือนอย่างนี้ ความจริง... ก่อนออกจากบ้านในตอนเย็น หากผมเชื่อฟังคำทัดทานของแม่ ก็คงไม่ต้องเสียเงินค่ารถเมล์ เดินทางจากห้องเช่าที่สำเหร่มายัง “ลานคนเดินท่าพระจันทร์” แห่งนี้ สู้เก็บเงินค่ารถ สมทบเป็นค่าเช่าห้องของครอบครัวที่จะต้องจ่ายในอีกไม่กี่วันยังจะดีเสียกว่า เพราะตั้งแต่ตั้งร้านมา เมื่อ 5 โมงเย็นจนถึงป่านนี้ ผมยังขายอะไรไม่ได้เลย ผู้คนไม่รู้หายไปไหนกันหมด

ตอนนี้... คงเลยสี่ทุ่มไปแล้วกระมัง ร้านรวงละแวกท่าเรือข้ามฟากท่าพระจันทร์ พากันปิดหมดแล้ว บรรยากาศซึมเซาเงียบเหงาลงไปกว่าเดิม หลังวินมอเตอร์ไซค์ตรงหัวมุมถนนสลายตัวไปเมื่อชั่วครู่ คงเหลือแต่ร้านสะดวกซื้อสัญลักษณ์เป็นรูปตัวเลข ที่ไม่รู้จักหลับนอนราวกับคนกินยาบ้า ถัดจากวินมอเตอร์ไซค์ไปเท่านั้นที่เปิดอยู่



ลมแรงกระโชกผ่านร่าง จนสะท้าน ผมดีดก้นบุหรี่ทิ้งไปอย่างเซ็งๆ คิดในใจว่า วันนี้ ไม่มีโชคเอาเสียเลย แม้หน่วงเวลาขายออกไปนานกว่าปกติ ขณะที่เพื่อนพ่อค้าแม่ค้าต่างถอดใจ เก็บของกลับบ้านไปก่อนแล้ว ทิ้งผมให้อยู่เพียงเดียวดายกับความว่างเปล่าของลานคนเดิน ที่เวลานี้มีแต่คนเร่ร่อนกับหมาจรจัดป้วนเปี้ยนไปมา ค่าที่อยากขายสินค้าให้ได้สักชิ้นหนึ่งก็เท่านั้น

ผมรู้สึกสิ้นหวังจนต้องถอนหายใจหนักๆ สะบัดหัวเร่าๆ อยู่ 2-3 ที ก่อนตัดใจ ทรุดตัวลงนั่งยองๆ เอื้อมมือไปกวาดข้าวของบนผ้ายางสีเขียวขี้ม้าตรงหน้า อันได้แก่ เสื้อยืดเด็กสี่ตัวร้อย ที่รับมาจากตลาดโบ๊เบ๊ เสื้อเชิ้ตเก่า กางเกงยีนมือสอง ตัดตอนมาจากเพื่อนพ่อค้าย่านสะพานพุทธ เอามายัดใส่ถุงทะเลใบใหญ่ ผ้ายางขนาดเมตรคูณ 2 เมตร ถูกสะบัดไล่น้ำ และพับเก็บเข้าไปในถุงทะเลเป็นลำดับสุดท้าย

แบกถุงทะเลห้อยโตงเตงไว้ข้างหลัง ก้าวเท้าไปข้างหน้า พาหัวใจเหี่ยวๆไปตามทางฟุตบาทเล็กๆ ที่ทอดยาวไปยังป้ายรถเมล์หน้าร้านแว่นตาเวียงไทย ตรงข้ามวัดมหาธาตุ แลเห็นผู้คนไม่กี่คนยืนรอรถเมล์อยู่ที่ป้าย นานครั้งจึงจะมีลำแสงไฟจากรถบนถนนสาดเข้ามาเสียครั้งหนึ่ง แหงนหน้ามองฟ้าแลบแปลบปลาบกลางหมู่เมฆทะมึน ยินเสียงหวีดหวิวแทรกอยู่ในสายลม นึกกังวล ว่าฝนอาจตกลงมาอีกในไม่ช้า ถ้าเป็นจริง การเดินทางกลับบ้านของผมคงทุลักทุเลไม่น้อยเลยทีเดียว



ระหว่างผ่านหน้าร้านสะดวกซื้อ ฉุกคิดได้ว่า ควรหาซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปติดตัวกลับบ้านด้วย กันเหนียวไว้ก่อนดีกว่า ข้าวมื้อเย็นยังไม่ตกถึงท้องเลยสักเม็ด ผมไม่อาจฝากความหวังไว้กับข้าวเย็นของแม่ได้มากนัก บ่อยครั้ง ที่น้องๆ ในวัยกำลังโตจะสวาปามกันจนหมดเกลี้ยง ไม่มีอะไรเหลือตกมาถึงผม

หยุดสองเท้าที่หน้าร้าน ผลักประตูกระจกใสหนักอึ้งเข้าไป แอร์เย็นพรูออกมากระทบร่าง มีเสียง “ติ๊ง ต่อง” ดังขึ้นพร้อมกัน กวาดตามองไปภายในร้าน ไม่มีลูกค้าเลยสักคน “คืนนี้ช่างเงียบเหงาจริงๆ” ผมรำพึง พลางเหลียวมองทางขวามือ มองเห็นพนักงานขายหญิงกะกลางคืนในชุดสีเขียวแถบแดงคนเดิม ยืนอยู่หลังเคาเตอร์เหมือนเคย แต่ที่แปลกไปก็คือ คืนนี้ไม่มีหญิงสาวร่างอ้วนที่มักจะยืนขายคู่กับเธอเสมอ ไม่รู้ว่าหายหัวไปไหน ทิ้งให้เธอยืนขายอยู่คนเดียว หญิงสาวปรายตามาทางผม ส่งเสียงสดใส ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกติดตั้งโปรแกรมไว้ว่า “สวัสดีค่ะ ร้าน.... ยินดีต้อนรับค่ะ”

ผมตรงไปยังด้านในของร้าน คว้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มโคลงปลาดุกย่างบนชั้นวางสินค้า ติดมือมาด้วย 2 ห่อ เอาไปวางไว้บนเคาเตอร์ หญิงสาวร้องบอกราคา หยิบมันใส่ถุงพลาสติกและยื่นคืนมาให้ ผมส่งธนบัตรใบละยี่สิบบาทที่เหลือติดตัวเพียงใบเดียวให้เธอ และรับถุงพลาสติกมายัดใส่ไว้ในถุงทะเล ส่วนเงินทอนเหรียญ 10 บาท หย่อนใส่กระเป๋ากางเกงยีน ก้าวเท้าตรงไปยังประตูเพื่อกลับบ้าน



ฝนเทกระหน่ำลงมาพอดี เมื่อตอนที่ผมผลักประตูกระจกใสออกไป เม็ดฝนหนาหนักซัดเข้าใส่ร่างเต็มเปา ต้องผลุบตัวกลับเข้ามาในร้านดังเดิม นักขายหญิงทำหน้าตาเหรอหราตกใจ ผมโคลงหัวให้เป็นเชิงขออนุญาต และโดยไม่สนใจว่าเธอจะยอมหรือไม่ ผมเลี่ยงไปยืนที่ข้างๆ ประตู วางถุงทะเลพิงกับกระจกใสบานใหญ่ที่หน้าร้าน เหม่อมองเม็ดฝนที่ด้านนอก ความเงียบเข้าครอบครองภายในร้านแห่งนั้น

เวลาผ่านไป และแล้วผมกับเธอก็เผลอสบตากันเข้าอย่างไม่ตั้งใจ ร่างของหญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย แล้วรีบแสร้งมองไปทางอื่น

ทุกครั้งที่ผมแวะซื้อข้าวของกลับบ้าน ผมต้องพบเจอเธอเสมอ แต่เราไม่เคยพูดคุยกันสักคำ ผมเพิ่งสังเกตพบว่า เธอสวย ปากนิด จมูกหน่อย ภายใต้ดวงหน้าเรียบเรื่อย ผมยาวเหยียดตรง รูปร่างสมส่วน หน้าอกขนาดกะทัดรัดชูชันอยู่ใต้เสื้อฟอร์มเนื้อหนา สร้อยคอทองคำเส้นเล็กกับพระพุทธรูปองค์น้อยที่คอสะท้อนแสงไฟแวววาว

ถึงตรงนี้ ตาเจ้ากรรมเผลอแวบมองไปที่นิตยสารดาราบนชั้นวางหนังสือใกล้ๆ ที่มีรูปดาราสาวในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยยืนกางแขนกางขาที่หน้าปก อากาศภายในร้านเย็นยะเยือกเหลือเกิน แต่เหงื่อเม็ดโตๆ กลับผุดพรายขึ้นเต็มหน้า เลือดในกายวิ่งพลุ่งพล่าน น้ำลายเหนียวหนืดคอขึ้นมาฉับพลัน และเริ่มหอบหายใจแรงราวกับคนที่วิ่งมาเป็นระยะทางไกล

วินาทีเดียวกันนั่น ฟ้าก็ลั่นเปรี้ยงลงมา ทันใด ไฟฟ้าในร้านและย่านนั้นดับพรึบลง เสียงกรีดร้องตกใจของหญิงสาวดังเคล้าไปกับเสียงฝนที่ตกหนักด้านนอก

เหมือนนรกเป็นใจ ไฟสำรองฉุกเฉินติดผนังที่จะทำงานอัตโนมัติ ให้แสงสว่างทันทีที่ไฟดับ เกิดขัดข้องไม่ทำงาน รถราบนถนนที่ก่อนหน้านี้ นานๆ ครั้งจะผ่านมาสักที เกิดว่างเปล่าลงพริบตา ไม่มีผู้คนเดินผ่านไปมา ในความลางเลือน มองเห็นหมาขี้เรือนตัวหนึ่ง วิ่งเหยาะๆ ฝ่าม่านฝนมานั่งอยู่ที่หน้าร้าน บริเวณนั้นคล้ายกลายเป็นเมืองร้างในพายุฝนไปชั่วขณะ

หญิงสาวกรีดร้องแหวกความมืดและความสงัดเงียบขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อผมควักเอาไฟแช็กแก๊สออกมาจุด ดวงไฟเล็กๆ ผุดขึ้นในมือ พร้อมกับย่างสามขุมเข้าไปหาเธอ ดวงตาสวยคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นราวกับเห็นภูติผีปีศาจ ขณะจับจ้องมายังผมที่กำลังเคลื่อนเข้าไปใกล้ทุกทีๆ มือเรียวงามทั้งสองยกขึ้นกุมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ห้อยคอเอาไว้แน่น ปากคอสั่นระริก กระถดร่างถอยห่างไปติดผนังด้วยท่าทีตื่นกลัว พึมพำอะไรบางอย่างฟังไม่ได้ศัพท์

เพียง 4 ก้าวเท่านั้น ผมก็มายืนเบื้องหน้าเธอแล้ว มีเพียงเคาเตอร์กั้นกลางเราสองเอาไว้ ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยขึ้น พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นพร่าว่า

“อ.อ.อ..เอ่อ คุณแม่ค้าครับ พ.พ.พ. พอจะมีเทียนไขเก็บไว้บ้างไหม ?”

เธอเป่าลมหายใจพรืดออกมาคล้ายระบายความอึดอัด แล้วจึงพยักหน้ารับอย่างหวาดๆ ตอบผมด้วยสุ้มเสียงเหน่อๆ แบบคนถิ่นอื่น ปนตะกุกตะกักว่า “ ม...ม ..มีค่ะ” พลางเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักใต้เครื่องคิดเงิน หยิบเอาเทียนไขเล่มหนึ่งส่งมาให้ ผมจ่อไฟกับไส้เทียน หยดน้ำตาเทียนลงบนเคาเตอร์เบื้องหน้า และปักมันไว้ตรงนั้น หมุนตัวกลับมายืนในที่ของตัวเอง



จากแสงเทียนวับแวม “ลำดวน แก้วสูงเนิน” ชื่อและนามสกุลบนป้ายชื่อที่หน้าอกบอกกับผมว่า เธอน่าจะมาจากต่างจังหวัดอันไกลโพ้น พลัดบ้านพลัดถิ่นเข้ามาทำมาหากินอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ จะดีกว่าไหมหนอ ? -ผมคิด หากเวลานี้เราจะได้พูดคุยกัน แลกเปลี่ยนทัศนะ ประสบการณ์ของกันและกัน เธอเล่าเรื่องบ้านเกิดให้ผมฟัง ส่วนผมก็จะเล่าเรื่องฝั่งธนบุรี ดินแดนพระเจ้าตาก ถิ่นกำเนิดของผมเป็นการตอบแทน มันคงสนุกดีพิลึก และช่วยให้เราผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้อย่างสุขสม

“มืดอย่างนี้ กลัวผีบ้างไหมครับ”

“เอ...ไม่ทราบว่า ฆาตกรฆ่าข่มขืนที่อาละวาดอยู่ตอนนี้ ถูกจับได้หรือยังครับ” ฯลฯ

ผมควรยิ้ม และเริ่มต้นชวนเธอคุย ด้วยคำพูดเหล่านี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในเบื้องต้น ก่อนจะพูดคุยกับเธอในเรื่องอื่นๆตามที่ตั้งใจต่อไป ขณะอ้าปากจะพูดออกไปนั้น ผมก็ต้องยุติความคิดทั้งมวลลง เมื่อมองเห็นถึงความหวาดระแวงบนสีหน้าของเธอ

สมองครุ่นคิดไปว่า เธอคงอยากจะหลุดพ้นจากช่วงเวลานี้ไปเร็วไว มากกว่าจะมัวมาพูดคุยกับชายที่อาจคุ้นหน้าบ้าง แต่ไม่คุ้นเคยเลยอย่างผม ถ้าผมยังคงดื้อดึง มันคงจะสร้างความอึดอัดระหว่างเราให้เพิ่มพูนขึ้นก็เป็นได้ ซึ่งบางที...ที่ผ่านมา เมืองหลวงอาจเคยสอนบทเรียนบางอย่างให้แก่เธอมาบ้างแล้ว เธอจึงต้องระมัดระวังตัวในทุกๆ สิ่งที่ผ่านเลยเข้ามาในชีวิต ยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ ผมไม่อาจตำหนิเธอในเรื่องนี้ได้เลยจริงๆ

และแล้วไฟในร้านก็กลับมาสว่างไสวขึ้นดังเดิม สีหน้าของเธอพลันสดชื่นขึ้นทันตา

สักพักหนึ่ง ฝนก็หยุดตก ผมขยับไปคว้าถุงทะเล ขึ้นมาแบกบ่า ตรงดิ่งไปที่ประตูเพื่อจะออกไป ทว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ได้ ผมกลับชะงักเท้าหยุดนิ่งราวกับรูปปั้นใกล้ๆ กับปากประตูนั่นเอง ใจเต้นตึกตักๆ อยู่ภายใต้เสื้อยืดคอกลมสีขาว

เมื่อรถตุ๊กตุ๊กคันหนึ่งที่บรรทุกฝรั่ง 2 คนมาด้วย ขับปราดมาจอดเทียบที่หน้าร้าน ฝรั่งทั้งคู่ เจ้าของร่างใหญ่ยักษ์ ผมสีทองยาวรุงรังมาถึงกลางหลัง แต่งตัวรุ่มร่าม เจาะหู เจาะจมูกเต็มพรืดไปหมด สักสีเป็นรูปบ้องกัญชา จิ้งจก ตุ๊กแก ผู้หญิงเปลือยที่หน้าอกหน้าใจของเจ้าหล่อนใหญ่โตราวกับภูเขาเลากา ฯลฯ ลายพร้อยไปทั่วทั้งร่าง โซเซลงมาจากรถด้วยอาการมึนเมา ทั้งสองแหกปากพูดตะโกน ส่งเสียงดังลั่นไปหมด จนได้ยินเข้ามาถึงในร้าน

หมาขี้เรือนที่มาหลบฝนอยู่หน้าร้าน ถูกหนึ่งในนั้นเตะกระเด็นกระดอนไปอย่างป่าเถื่อน มันส่งเสียงร้องเอ๋งๆ ก้องกังวานไปทั่วท้องถนน เตลิดหนีหายไปในความมืด ท่ามกลางเสียงหัวเราะสนุกสนานของพวกเขา แล้วทั้งสองจึงผลักประตูกระจกใสเข้ามา

ฝรั่งทั้งสองพาร่างที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ผ่านร่างของผมที่สูงเลยเอวพวกเขามาเพียงนิดเดียว ตรงไปยังตู้แช่หลังร้าน หอบเอาเบียร์หลายขวด มาวางไว้บนเคาเตอร์ สายตาของทั้งคู่โลมไล้อยู่ที่ร่างหญิงสาวจนแทบจะละลาย พวกเขาพูดคุยอะไรกันบางอย่างที่คนจบ ป. 6 อย่างผมฟังไม่รู้เรื่อง แต่คิดว่า น่าจะเกี่ยวพันกับเธอที่กำลังยืนคิดเงินอยู่ตรงหน้า ร่างของเธอสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว กดเครื่องคิดเงินไปพลางอย่างลนลาน เมื่อจ่ายเงินเสร็จ ฝรั่งคู่นั้นก็จากไป ทิ้งไว้แต่เพียงแววตา เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มประหลาด เดินถอยหน้าถอยหลังไปขึ้นรถตุ๊กตุ๊กที่ติดเครื่องรออยู่หน้าร้าน



ในตอนนั้น ผมลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แม้เวลาจะผ่านไปเพียงไม่กี่นาที แต่สำหรับผม (และน่าจะรวมถึงเธอ) มันคล้ายยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ และถ้าหากเมื่อสักครู่นี้ เธอจะได้ภาวนาร้องขอต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองป้องกันภัยให้แก่เธอแล้วล่ะก็ ผมอยากให้เธอได้รับรู้ไว้ด้วยว่า ผมเองก็แอบเฝ้าภาวนาสิ่งนั้นให้แก่เธอ (และตัวผม) อยู่ด้วยเช่นกัน

ขณะผลักประตูกระจกใสออกมา ครั้งนี้... เราต่างสบตากันอย่างตั้งใจ เธอยิ้ม ผมยิ้มตอบ และในรอยยิ้มนั้นมีคำขอบคุณเบาๆ ล่องลอยออกมาจากปากของหญิงสาว ห้วงเวลานั้น ผมคล้ายรู้สึกว่า กำแพงแห่งความหวาดระแวงที่กางกั้นเราทั้งสองมาตั้งแต่แรกเริ่ม มันได้พังทลายลงไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

นั่นเองที่ทำให้รอยยิ้มของเธอยามนี้ ช่างสวยเหลือเกินในความรู้สึกของผม...
..........................






 

Create Date : 28 ตุลาคม 2551
18 comments
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2551 8:33:47 น.
Counter : 5466 Pageviews.

 


เสน่ห์ของท่าพระจันทร์

:)

 

โดย: ยัยตัวยุ่ง IP: 203.156.70.115 28 ตุลาคม 2551 16:42:36 น.  

 

ท่าพระจันทร์...เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ผมรักมาก จะยังไงก็ต้องกลับไปเสมอ...
แล้วคุณกอล์ฟละ มีสถานที่ในดวงใจไหม

 

โดย: รัน IP: 124.121.235.239 28 ตุลาคม 2551 17:01:23 น.  

 

อ่อ ลืมไป แล้วคุณน้องละครับ มีสถานที่ในดวงใจไหม

 

โดย: รัน IP: 124.121.235.239 28 ตุลาคม 2551 20:12:11 น.  

 

ของผมก็คงที่บ้านนี่ล่ะครับสถานที่ในดวงใจ มีความหลังมากมาย T_T

*ตอนนี้บลอครูปภาพตรงโลโก้ไม่ขึ้นใครรู้สาเหตุช่วยบอกกันหน่อยคร้าบ

 

โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) 28 ตุลาคม 2551 21:01:01 น.  

 

เอาไว้จะไปท่าพระจันทร์บ้าง

 

โดย: นางสาวผ้าขี้ริ้ว IP: 118.174.151.156 28 ตุลาคม 2551 21:24:49 น.  

 

ท่าพระจันทร์เป็นสถานที่ที่ดิฉันเคยไปมาแล้วค่ะเป็นสถานที่ที่น่าประทับใจมาก..กับความทรงจำต่างๆ..มากมาย
บางครั้งเราอาจมองคนแค่ภายนอก..แต่ลึกๆแล้วซ่อนเร้นไปด้วยมิตรภาพ รอยยิ้มที่แสนจริงใจ....

 

โดย: หญิงสาวที่แสนซื่อ IP: 125.25.187.180 28 ตุลาคม 2551 21:55:59 น.  

 

ชอบไปท่าพระจันทร์ตอนเย็นๆ ค่ะ ของขายเยอะ และบรรยากาศก้อดีด้วย

 

โดย: molly IP: 202.57.144.210 31 ตุลาคม 2551 10:53:25 น.  

 

มาแล้วๆๆๆๆ

สถานที่ในดวงใจเหรอคะ อืม...ตอบง่ายๆ เลย

ที่ที่มีคนที่เรารักอยู่ด้วยไง

...คงเป็นที่ที่อบอุ่นและมีความหมายน่าดูเลยเนอะ...

 

โดย: น้องเจ้าค่ะ IP: 61.90.104.222 31 ตุลาคม 2551 21:46:30 น.  

 

^
^
^
ขอกระโถนที่คร้าบพี่น้อง

 

โดย: เจ้ากอล์ฟ IP: 117.47.35.122 3 พฤศจิกายน 2551 17:33:24 น.  

 

ท่าพระจันทร์..
ยังไม่เคยไปเลยอ่ะค่ะพี่กอล์ฟ

 

โดย: คนผ่านมา IP: 125.24.226.236 6 พฤศจิกายน 2551 14:18:21 น.  

 

ผมก้มีเรื่องราวดี ที่ท่าพระจันทร์มากมายเหมือนกันครับ

 

โดย: คนเคยอยู่ท่าพระจันทร์ IP: 222.123.158.28 6 พฤศจิกายน 2551 23:05:09 น.  

 

ท่าพระจันทร์คำนี้ ได้สอนและให้ผมเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ครับ

 

โดย: aonjana IP: 124.120.14.91 20 พฤศจิกายน 2551 13:33:33 น.  

 

งานอ.ย๊าว..ยาว..ขอก็อบมาเป็นแนวในการเขียนส่ง อ.หน่อยนะเจ้าค่ะ....( เหมือนอัดยายซื้อขนมยายเลย..)

 

โดย: แล้วแต่จะเรียก.... IP: 203.156.21.73 4 ธันวาคม 2551 18:13:12 น.  

 

นังหิน หล่อนแอ๊บแมนตั้งกะม่ะไหร่น่ะ

 

โดย: วะฮ่าๆ IP: 118.172.158.180 5 ธันวาคม 2551 12:47:07 น.  

 

เข้ามาเยี่ยมค่ะ

 

โดย: opleee 14 พฤษภาคม 2552 13:57:57 น.  

 

เรื่องรัก4เส้าผ.ช. คนเดียว

อยุ่มาวันหนึ่งโรงเรียนก้อได้เปิดเรียนตอนนั้นเราอยุ่ป1

ซึ่งก้อมีเหตุกานหลายอย่างที่เราไม่คาดคิด

พอเราเรียนจบป.1 ซึ่งเป็นตอนที่ฉันดีใจมากเมื่อรุ้ว่าตัวเอง

ได้ที่2ตอนอยุ่ป.2เพื่อนของฉันก้อได้เกิดวามรัก

เนื่องจากมีผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่า*-*เฟม*-*


ได้ถูกฟุตบอลตรงคอเค้าบาดเจ็บ

เพื่อนสาวของเค้าชื่อว่า*-*สกิน*-*

มาปลอบเฟม เฟมเจ็บมากจนนำแก้วมา

แล้วกำจนแตกเพราะเฟมเจ็บมาก

จนเฟมและสกินเปงแฟนกัน


มาตอนป.3 เฟมเค้าก้อไม่ค่อยพูดอะไรมาก


ตอนป.4 เค้าก้อยังทำตัวปกติ

แต่ตอนป.5เหมือนเค้าจะนอกใจสกิน

เค้าชอบเล่นกับ...น้ำ...เพื่อนของเค้าตอนเด็กๆ

น้ำก้อเปงเพื่อนสนิทของสกินมาก

แล้วไม่รู้ทำยางไงเค้าก้อมาสนใจ*-*มิกซ์*-*

คนที่นิสัยเอาแต่ใจนิดหน่อย

มิกซ์และเฟมก้ออยู่กลุ่มเดียวกานตลอด


จนมาตอนป.6เฟมได้เจอกับสกินอีกครั้ง


แล้วเค้าก้อกับมารักกัน

มิกซ์และน้ำก้อเสียใจมาก

ส่วนเฟมและสกินก้อมีความสุขมาก

 

โดย: *-*.....................*-* IP: 61.7.241.30 5 กรกฎาคม 2552 17:37:05 น.  

 

photo frames



น้องเฟห์ (รี่) ขอให้ ป้า ๆ น้า ๆ มีแต่ความสุข สมหวัง ตลอดปี และตลอดไปนะค่ะ

 

โดย: opleee 1 มกราคม 2553 0:13:22 น.  

 

แวะมาทักทายค่ะ
Buy LG 50PZ750

 

โดย: noo (takakung ) 8 กุมภาพันธ์ 2555 21:04:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ChronoCross
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










Friends' blogs
[Add ChronoCross's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.