เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

<<
มีนาคม 2564
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 มีนาคม 2564
 

.... ธี .... (บทที่ ๕)





.... ธี ....

บทที่ ๕







“หิน..ลาย..ลายลูกพ่อ” ชายคนหนึ่งผุดขึ้นยืน ตกตะลึงกับไฟที่ดับลงไปเฉยๆในพริบตา ไม่มีแม้ควัน ไม่มีแม้เถ้าถ่านให้เห็น


“แง..แง..แง..” เสียงแรกทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น

“ลาย..ลายลูกพ่อ..” ชายผู้นั้นรีบเดินจากสนามหญ้าเข้าในตัวบ้านที่ปรักหักพัง ไม่มีร่องรอยของการถูกไฟไหม้มาก่อน บนพื้นบ้าน ท่อนไม้ เศษไม้เกลื่อนระเกะระกะ มีเพียงรอยหักและรอยปริแตกเท่านั้นปรากฏให้เห็น

แม้ใจหนึ่งจะคิดระแวงว่าจิตเขาหลอนตัวเอง แท้จริงไฟยังไม่ดับและอาจลุกโพลงขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เพราะความเป็นห่วงลูก เขาจึงไต่เสี้ยวบันไดที่เหลืออยู่ขึ้นชั้นบน


“แง..แง..แง..”

เสียงร้องครั้งนี้ของเด็กน้อยทำให้ชายหนุ่มที่เด็กน้อยกอดอยู่รู้สึกตัว..ขณะกำลังงงกับภาพต่างๆ ชายที่ไต่บันไดก็เดินเข้ามา ชายอีกคนหนึ่งซึ่งนอนอยู่ข้างๆที่ได้สติ ขยับตัวตื่นเช่นกัน


“ลาย..หิน..” ชายคนแรกนั่งลงสวมกอดทั้งหินและลายของเขาไว้ในอ้อมแขน น้ำตาพรั่งพรู


“หิน..” ชายที่เพิ่งรู้สึกตัวร้องออกมาและมองไปรอบๆ อย่างงุนงงไม่แพ้กัน


คนที่งงที่สุดเห็นจะเป็น “หิน” ที่ชายทั้งสองเรียก..เขาไม่รู้จัก ไม่เคยพบคนแปลกๆ พวกนี้มาก่อน แม้แต่เด็กน้อยน่ารักที่กอดเขาอยู่..โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาไม่ได้ชื่อหินอย่างที่ถูกเรียก..

ถึงแม้จะไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นสถานที่นี้ เหมือนอยู่ในความฝัน เหมือนหลงเข้ามาอยู่ในโลกอื่น เหมือนสติฟั่นเฟือน..แต่เขาจำได้แม่นยำว่า เขาคือ ธี !



“พี่ศักดิ์ใช่ไหมครับ” ชายที่กอดหินและลายหันไปทักชายอีกคน

“คุณ..” ชายที่ถูกทักว่าศักดิ์ทบทวนความจำ

“ผมคือลาย..ลายครามไงครับพี่..หิน..เอ่อ คุณสโตนโทรฯ ไปหาผมที่กรุงเทพฯ ให้มารับลูกชายกลับบ้าน พอดีได้พบเหตุการณ์ประหลาดที่ไม่น่าเชื่อ”

“ผมก็ไม่เชื่อครับ ทีแรกที่รู้สึกตัวนึกว่าตายไปแล้วเสียอีก ได้เห็นสภาพบ้านที่เหมือนไม่เคยถูกเปลวไฟยิ่งไม่แน่ใจว่ากำลังฝันไป หรือเคยฝันว่าบ้านถูกไฟไหม้..อย่างไหนคือความจริง อย่างไหนคือไม่จริง” ศักดิ์ส่ายหัว “แต่ผมว่ามันจริงทั้งสองเรื่องครับ”


“ข้าพเจ้า..” ธี ตั้งใจจะถามเพื่อคลายความสงสัย หยุดพูดทันทีเมื่อชายทั้งสอง ศักดิ์และลายหันมามองด้วยสายตาแปลกๆ

“แง..แง..” เด็กน้อยที่อยู่บนตักร้องขึ้นพร้อมกับกอด ธี แน่น ทำให้ ธี รอดพ้นจากความแปลกใจของคนทั้งสอง

“ลาย..มาหาพ่อ..มา..” ลายครามได้รับการบอกเล่าทางโทรศัพท์ ว่าลายลักษณ์ลูกชายวัยหนุ่มฉกรรจ์ของเขากลายเป็นเด็กชายตัวน้อยเพราะฤทธิ์ยาของสโตน เขาจึงมั่นใจว่าเด็กที่นอนอยู่บนตักสโตนคือลายลักษณ์ “พ่อมารับกลับบ้าน”

“แง..แง..จาอยู่กับพี่ฝรั่ง” เด็กชายไม่ยอมปล่อยมือจากสโตน

“ข้าฯ..” ธีนึกขึ้นได้ถึงสายตาประหลาดใจของชายทั้งสองจึงหยุดพูดและคิดสงสัยว่าทำไมเขาจึงมีหลายชื่อ หิน สโตน พี่ฝรั่ง

“กลับบ้านกับพ่อเถอะ อย่าไปกวนพี่โตนเขาเลย” ลายครามแกะมือลายลักษณ์ออกจากสโตน

“นั่นอย่างไร!..มีชื่อ โตน เพิ่มมาอีกแล้ว” ธี นึก พลางตั้งใจสังเกตว่าชายสองคนใช้คำแทนตัวเองอย่างไรในการพูดคุย

“ไม่ไป..แง..จาอยู่กับพี่โตน” ลายลักษณ์คร่ำครวญ กอดสโตนแน่นขึ้น

“ผมว่าลายต้องพาหินไปด้วยแล้วครับ..รอจนกว่าลูกชายคุณเผลอตายใจแล้วค่อยแยกจากกัน” ศักดิ์ไม่อยากให้ลายครามทำอย่างที่พูด แต่เป็นวิธีดีที่สุดที่สมควรทำ อีกอย่างเขายังคิดไม่ออกว่าหินจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร สถานะใด และสภาพใด โดยเฉพาะบ้านที่ปรักหักพังนี้

“ผมก็คิดอย่างนั้น แต่ไม่รู้คุณสโตนจะตกลงหรือไม่” ลายครามหันมองสโตน

“ผม..ผม..” ธี ตัดสินใจใช้คำเรียกแทนตัวเองตามที่ได้ยินชายทั้งคู่สนทนากัน

“ผมอะไร?..” ลายครามยิ้ม

“แง..แง..พี่โตน” ลายลักษณ์ลุกขึ้นนั่งบนตักสโตน มองหน้าพ่ออย่างไม่ไว้ใจ พร้อมจะหันกอดสโตนทันทีถ้าเห็นท่าไม่ดี

“หินคงต้องไปกับคุณลายครามก่อนนะ” ศักดิ์เขยิบเข้าใกล้ ตบไหล่หินเบาๆ..เขาอยากจะปลอบใจมากกว่านี้ อย่างน้อยกุมมือให้อุ่นใจ “ถึงอย่างไรหินก็มากับลายลักษณ์ จะทิ้งกันได้อย่างไร..ส่วนเรื่องของเราค่อยว่ากันทีหลัง”

ยิ่งได้รับรู้ข้อมูลมากขึ้น ธี ยิ่งงงกับสถานภาพของเขา ของคนชื่อหิน ชื่อพี่ฝรั่ง ชื่อโตน สโตน..อย่างไร ธี ก็ไม่มีทางเลือกจึงได้แต่พยักหน้า

“เป็นอะไร พูดน้อยจัง? ธรรมดาพูดมากเหมือนกันนะเรา..ฮะ..ฮะ..” ศักดิ์หัวเราะ จับต้นคอ ธี โยกเบาๆ

“ไปกันเถอะครับคุณสโตน” ลายครามลุกขึ้นยืน หันไปทางศักดิ์ “ผมกลับกรุงเทพฯก่อนนะครับพี่ศักดิ์..ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือของพี่ ถ้าอย่างไรผมจะพาหินมาเยี่ยมบ่อยๆ หรือมารับพี่ไปเที่ยวกรุงเทพฯบ้าง..ฮะ..ฮะ..พบกันคราวนี้พี่ดูแข็งแรงมากขึ้นนะครับ”

“เอ่อ..ครับ..” ศักดิ์เอะใจ รู้สึกคล้อยตาม

“เป็นหนุ่มขึ้น” ลายครามเหลือบมองสโตน หิน ธี ที่นั่งฟังอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ “หรืออาจเป็นเพราะหิน”

“หินลุกขึ้นเถอะ..ไปกรุงเทพฯกับลาย ไม่ต้องเกรงใจผม” ศักดิ์ยื่นมือ ตั้งใจจะฉุดหินลุกขึ้น แต่ต้องประหลาดใจกับท่อนแขนที่ดูเหมือนไมใช่ของเขา กล้ามเนื้อแข็งแรง ผิวเนื้อเรียบตึงขึ้น “ไปเถอะหิน”

“ครับ..” อีกคำหนึ่งที่ ธี เรียนรู้ “ครับผมไป”

“ดูพูดเข้า!..เหมือนไม่เต็มใจ” ลายครามกระเซ้า

“ครับ!” ธี ได้แต่ยิ้ม ไม่รู้จะตอบจะพูดอย่างไรให้เหมือนคนที่นี่


ธี อุ้มลายน้อยตามลายผู้พ่อลงบันไดด้วยความยากลำบาก แต่ก็ลงมาได้ในที่สุด เดินตามออกไปนอกบ้าน จนถึงสิ่งๆ หนึ่ง.. ธี มองด้วยความประหลาดใจ มันคืออะไรสักอย่าง เพื่ออะไรสักอย่างไม่แน่ใจ ธี หยุดมองเฉยเพราะลายครามไม่ได้เดินไปไหนอีก หันกลับมาที่ ธี

“ขึ้นรถสิครับคุณสโตน” ลายครามก้มหัวเล็กน้อยเชิญชวน แต่ ธี ยังยืนนิ่งอยู่ห่างๆ “เชิญครับ”

ธี ลังเลใจไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร เจ้าสิ่งนั้นคืออะไร ลายครามจะให้เขาขึ้น “รถ” ทำไม...ธีเดินเข้าใกล้ ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไร พลันสายตาเหลือบเห็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ใจเขาเต้นแรง..แรงด้วยความดีใจ ประหลาดใจ ตกใจ ไม่คาดฝันว่าจะได้พบ “เจ้าตาสีน้ำเงิน” อย่างกะทันหัน...เจ้าตาสีน้ำเงินปรากฎอยู่บนใบหน้าน่าชมของใครคนหนึ่งคล้ายอารยัน ผิวขาวนวล จมูกสูงงาม คิ้วเข้ม และเรือนผมสีประหนึ่งประกายน้ำผึ้งหยดจากรัง

“อย่างไรล่ะครับ..” ลายครามร้องเตือน

“ครับ” ธี รับคำแต่ยังยืนตะลึงจ้องเจ้าตาสีน้ำเงินที่อยู่ในรถ

“มาสิ!” ลายครามเห็นผิดสังเกตจึงจูงสโตนไปที่ประตูรถ และเปิดออก

“ครับ” ธี มองเข้าไปในรถ หันกลับมองหาเจ้าตาสีน้ำเงินที่เห็นเมื่อสักครู่ แต่ไม่พบ เขาคิดว่าคงอยู่ข้างในจึงก้าวเข้าไปนั่งพร้อมกับเอี้ยวตัวมองหา.. ธี มองไม่สะดวกเพราะลายน้อยนั่งอยู่บนตัก

“ปิดประตูด้วยสิครับ” ลายครามก้าวขึ้นนั่งด้านคนขับ เอ่ยขึ้น

“ครับ” ธี ตอบด้วยใจสับสนพะวักพะวนกับสิ่งแปลกๆที่ได้พบ รวมทั้งเจ้าตาสีน้ำเงิน

“เฮ้อ!” ลายครามถอนใจ ออกจากรถเดินอ้อมมาปิดประตู บ่นงึมงำ ส่ายหัว เดินกลับเข้าประจำที่คนขับ ปิดประตูด้านนั้นดังปัง!...ลายน้อยมองพ่อของเขาเดินไปเดินมาแล้วหัวเราะคิกๆ

“หัวเราะอะไรเจ้าตัววุ่น!” ลายครามเอ็ดเบาๆ สีหน้ายุ่ง สตาร์ทรถออกเดินทาง


“สวัสดีครับทุกคน เดินทางปลอดภัยครับ..ลาก่อนหิน” ศักดิ์โบกมือวิ่งเหยาะๆ ตามรถที่กำลังขึ้นเนิน..แปลกใจกับท่าทีของหินที่เปลี่ยนไป ไม่เหมือนหินคนเดิมก่อนจะเกิดไฟไหม้


“ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยหรือ?” ศักดิ์เฉลียวใจ หวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อน “เป็นไปไม่ได้..เป็นไปไม่ได้..” ศักดิ์พูดซ้ำๆ กับตัวเอง





รถเบนซ์สีทองแล่นจากไปพร้อมความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับหลายๆ ชีวิต..โดยเฉพาะ “เจ้าดวงตาสีน้ำเงิน”



 



Create Date : 07 มีนาคม 2564
Last Update : 7 มีนาคม 2564 11:12:22 น. 0 comments
Counter : 107 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com