เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

<<
มีนาคม 2564
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
28 มีนาคม 2564
 

.... ธี .... (บทที่ ๑๒)





.... ธี ....

บทที่ ๑๒







สโตนตื่นขึ้นกลางดึกท่ามกลางอากาศหนาวเย็น แปลกใจที่มีผ้าห่มอยู่บนร่าง ทับด้วยหญ้าแห้งอีกชั้นหนึ่ง


สโตนกวาดตามองไปในความมืด..จากแสงเรืองของกองถ่านไฟเขาเห็นสิงคาลนอนขวางทางอยู่ ตรงทางเข้ากระท่อม ร่างเปลือยเปล่านั้นปกคลุมด้วยหญ้าแห้งเช่นกัน..นายสิงคาล..คนดี

สโตนนอนนิ่ง พยายามไม่ขยับร่างกาย เกรงสิงคาลจะตื่น เขามองพิจารณาร่างนั้น..นึกถึงสิ่งดีๆ ที่ได้รับจากชายหนุ่ม นึกถึงภาพลางๆ ของชายชราที่มอบลูกชายให้เขา..สิงคาลคงรู้ถึงข้อนี้จึงภักดีต่อเขา แม้นอนก็ยังขวางทางป้องกันภยันตรายที่อาจมากล้ำกราย


“แกรก..แกร็บ..” เสียงหญ้าแห้งเสียดสีกัน..สิงคาลขยับตัวลุกขึ้น มองมาที่สโตน..สโตนรีบหลับตา จนได้ยินเสียงสิงคาลออกจากกระท่อมแล้วเขาจึงลืมตาขึ้นดู


หนุ่มจัณฑานใส่ฟืนลงกองไฟ ถ่านแดงโหมกระพือขึ้นเป็นเปลว แสงสีทองสะท้อนบนร่างที่ไร้สิ่งปกคลุม เขาไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ เป็นคนรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่งแต่ถูกความกังวลมัวหมองอำพรางไว้

สิงคาลพลิกร่างอังเปลวไฟ ครู่หนึ่งจึงกลับเข้ากระท่อม นั่งมองสโตนสักพักจึงล้มตัวลงนอน โกยหญ้าแห้งห่มตัว

สโตนอยากคืนผ้าให้สิงคาล แต่อีกใจหนึ่งไม่อยากทำลายน้ำใจ..คิดว่าสิงคาลคงอดทนและเคยชินกับธรรมชาติที่นี่...สโตนนอนมองสิงคาลจนหลับไป




“ตึกๆๆๆ..”

เสียงพื้นดินสะเทือนปลุกให้สโตนตื่น เขาแนบหูฟังตามสัญชาตญาณ


“ตึกๆๆๆ..โครมๆๆๆ..” เสียงเอะอะแว่วมา คล้ายเสียงฝีเท้าม้า...สโตนรีบลุกขึ้น มองไปที่ทางเข้ากระท่อม..ไม่มีสิงคาล..คงตื่นออกไปแต่เช้ามืด

“ตึกๆๆ..โครมๆๆ..” เสียงใกล้เข้ามา มันเป็นเสียงม้าจริงๆ ประมาณห้าหกตัว..

สโตนคิดอะไรไม่ออกกับสถานการณ์ที่อาจต้องเผชิญ..อาจเป็นพวกล่าสัตว์ อาจเป็นฝูงกองโจร หรือกองทหาร...เขาไม่เคยคิดร้ายกับใคร ไม่มีศัตรู คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขา..แต่..เจ้าของร่างนี้ล่ะ..จะเจ้าของที่ไหน..ก็คือเขา..ที่เกิดใหม่ในโลกนี้..เขาอาจลืมชีวิตเยาว์วัย แต่เขาคือคนที่นี่..เขาทำผิดอะไรไว้กับใครบ้าง?...ยิ่งคิดยิ่งสับสนไม่รู้จะทำอย่างไร..เสียงม้าใกล้เข้ามา..ใกล้เข้ามา

“ตึกๆ..กึกๆ..กุบ ก็อบๆๆ” ฝูงม้าชลอฝีเท้า...หาที่ซ่อน!..เร็วเท่าความคิด สโตนรีบมุดออกจากกระท่อม


“กุบ..กุบ.. ก็อบ..ก็อบ..” ขบวนม้าหยุดตรงหน้าสโตน..เขาหนีไปไหนไม่ทัน

“ฮี้ยย์..” ม้าขาวสองตัวแรกผงกหัว ยกสองขาหน้าตะกายขึ้นในอากาศแสดงความยินดี

“โอ๊ะ!” สโตนผงะ เกิดมาเพิ่งเคยใกล้ชิดม้า..มันกำลังผงาดอยู่เหนือหัวเขา

ชายฉกรรจ์สองคนแต่งกายเต็มยศคล้ายทหารลงจากหลังม้า เดินผ่านรถม้าที่เทียมด้วยม้าขาวมาที่สโตน

“นมัสเต” ทั้งสองยกมือประสานระดับอก ก้มหัวให้สโตน

“นมัสเต” นาทีนี้สโตนเอาตัวรอดด้วยการเลียนเสียงพูดและกิริยาอาการจากทหารทั้งสอง...ใจคอไม่ดี คิดหาทางหนีทีไล่และเหตุผลของการทักทายครั้งนี้..ดีหรือร้าย!

ชายฉกรรจ์อีกเกือบสิบคนบนหลังม้าแอบชำเลืองดูร่างเกือบเปลือยของสโตนด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนขำ เหมือนสงสัย สมเพช แต่สะกดกลั้นไว้ด้วยอะไรบางอย่าง

“หะซูร์ ม โพครี หูน...” (๑) คำสนทนา คำอธิบายตามมาอีกมากมาย..แน่นอน สโตนไม่เข้าใจอะไรเลย เขาชำเลืองไปทางชายป่านึกภาวนาให้สิงคาลกลับมา..แต่ไม่มีวี่แวว

“ดีนูโฮส..นมัสเต..” (๒) สิ้นสุดการสนทนา นายทหารผายมือไปที่รถม้าเหมือนเชิญชวนให้ขึ้น

“มาม่า..โตน” สโตนชี้ที่ตัวเองพร้อมสั่นหัวปฏิเสธ “มาม่า..สิงคาล” ชี้ไปในป่า..เขาทำได้เท่านั้นเอง ตั้งใจจะบอกว่ามีน้องชายอยู่ในป่า

ทหารพอจะเข้าใจกิริยาของสโตน เขายิ้มพยักหน้ามองตามไปที่ป่า ยืนรอครู่ใหญ่ เมื่อเห็นไม่มีใครปรากฎออกมาเขาจึงก้มหัวให้สโตนอีกครั้ง “นมัสเต”

“สิงคาล!..สิงคาล!..” สโตนป้องปากตะโกนไปทางชายป่า

“นมัสเต” เสียงกึ่งบังคับ

“สิงคาล..ช่วยผมด้วย!..สิงคาลช่วยด้วย!..” สโตนรู้ตัวว่าคงหนีไม่พ้นจากการถูกจับกุมครั้งนี้ เขาแหกปากร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียงด้วยภาษาของตัว

“ฮี้ยย์..” ม้าขาวสองตัวทะยานขึ้นในอากาศ..มันพยายามจะช่วยหรือซ้ำเติมสโตน..อย่างไหนแน่!

“นมัสเต!” คราวนี้ไม่ใช่ก้มหัว แต่ทหารทั้งสองเข้าประคองกึ่งหิ้วปีกสโตนไปขึ้นรถม้าสวยสง่าคันนั้น


“สิงคาลลลล...” สโตนร้องตะโกนเป็นครั้งสุดท้ายขณะที่รถม้ากำลังหันกลับ


“มาม่า!..มาม่า!..” สิงคาลโผล่ออกมาจากชายป่าพอดี ร้องตอบลั่นพร้อมวิ่งมาที่ขบวนม้า

“สิงคาล!..” สโตนดีใจแทบพูดไม่ออก “สิงคาลช่วยด้วย!..” สโตนหันไปทางทหาร ชี้มือให้ดูสิงคาลที่วิ่งตามมา

“สมัสเต..มาม่า สิงคาล..” สโตนขอร้องให้ทหารรอก่อน


นายทหารจะคิดอย่างไรไม่รู้ แต่รถม้าที่สโตนยืนอยู่นั้นไม่มีคนขับ ม้าขาวสองตัวมุ่งมาหาสโตนที่กระท่อมและกลับไปโดยไม่มีใครบังคับ! เพราะฉะนั้นคงไม่มีใครสั่งให้มันหยุดได้เช่นกัน


“มาม่าโตน!..มาม่าโตน!..” สิงคาลตะโกนเรียกสโตน วิ่งเข้าใกล้ขบวน..เขาเคยได้ยินคำบอกเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์อย่างนี้บ้างเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะมีจริงและกำลังเกิดขึ้นตรงหน้า..เขาวิ่งไปพร้อมกับหาวิธีช่วยมาม่าโตนของเขา แต่คิดไม่ออก..ขบวนม้ากำลังจากไป เขาเร่งฝีเท้าสุดชีวิตเพราะชีวิตหนึ่งของเขากำลังจะจากไป...


“สิงคาล..ทำไงดี..สิงคาลช่วยด้วย..” สโตนได้แต่พร่ำร้อง..เขากำลังถูกพรากจากเพื่อน น้องชายของเขา จะถูกนำตัวไปไหน ไปทำอะไร...ความรู้สึกดีๆ ทีเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ กำลังถูกทำลาย..เขาจะได้พบกับสิงคาลคนดีอีกไหม?

“มาม่าโตน..มาม่าโตน..ฮือ..ฮือ..” ฝีเท้าคนหรือจะสู้ฝีเท้าม้า...ในที่สุดสิงคาลก็หมดความอดทนร้องไห้ออกมา

“ฮือ..ฮือ..มาม่าโตน..มาม่าโตน” ตะโกนร้องอย่างไม่อายใครแข่งกับเสียงม้า “ฮือ..ฮือ..มาม่าโตน..”


“สักกะ..โพครา..” ทหารใจดีท้ายขบวนตะโกนบอก เสี่ยงกับการถูกลงโทษ แต่เขาทนไม่ได้ที่เห็นน้องชายวิ่งโทงๆ ร้องเรียกพี่ชายที่ไม่รู้ว่าจะถูกนำตัวไปที่ไหนอย่างไร

“สักกะ..โพครา..” สิงคาลหยุดร้องไห้ ย้ำชื่อแคว้นชื่อเมืองใส่ไว้ในใจ ทหารคนนั้นอาจหมายถึงสถานที่ๆสโตนกำลังถูกนำตัวไป

“มาม่าโตน..เฟรี เภตุนลา..ฮือ..ฮือ..” (๓) สิงคาลตะโกน วิ่งตาม และร้องไห้

“สิงคาล..ขอบคุณทุกสิ่งที่คุณมอบให้..ไม่รู้เราจะได้พบกันอีกไหม..ผมจะจำคุณไว้ตลอดชีวิต” สโตนแน่ใจว่าเขาคงไม่ได้พบกับสิงคาลอีกแล้ว

“มาม่าโตน..ฮือ..ฮือ..มาม่า..เฟรี เภตุนลา..ฮือ..ฮือ..” สิงคาลยิ่งร่ำไห้ ร้องตอบสโตน แม้จะไม่เข้าใจความหมายที่ได้ยิน...ขบวนม้าห่างไปทุกที

“สิงคาล..” อีกครั้งที่สโตนต้องเสียใจอย่างกะทันหัน..มันเกิดขึ้นกับเขาบ่อยครั้ง

“สิงคาล..” สโตนเหลือบเห็นดาบที่ประดับอยู่ข้างรถ..ความคิดหนึ่งแวบมา เขาชักดาบออกจากฝัก คมดาบสะท้อนแสงอาทิตย์ไปไกล

“มาม่าโตน! ฮอยนา!” (๔) สิงคาลร้องห้าม เข้าใจผิดเมื่อเห็นประกายดาบที่สโตนถืออยู่

“ฮอยนา!..มา ทิมิไล มายา เกิลชู!” (๕) สิงคาลตะโกนเผยความในใจสุดเสียง..หวังห้ามสโตนทำร้ายตัวเอง ทั้งบอกความรู้สึกของเขาที่มีต่อสโตน ก่อนที่จะสายเกินไป ไม่มีโอกาสบอก


“สิงคาล!..” สโตนร้องเรียกอีกครั้งก่อนจะรวบผมยาวสลวยของเขา เฉือนดาบคมกริบนั้นลงไป ผมกำใหญ่อยู่ในมือ..เขาตั้งใจจะมอบบางอย่างเป็นที่ระลึกแก่สิงคาลก่อนจะไม่ได้พบกันอีก ทั้งเนื้อทั้งตัวเขาไม่มีอะไรนอกจากเส้นผม..

สโตนกระตุกผ้าผืนเดียวที่พันตัวอยู่ห่อม้วนพวงผม เม้มชายผ้าจนแน่น

“สิงคาล!..ลาก่อนครับ...” สโตนตะโกนครั้งสุดท้ายก่อนจะโยนห่อผ้าลงข้างทาง

“มาม่าโตน!..มาม่าโตน!..” สิงคาลดีใจกับภาพที่เห็น อย่างน้อยมาม่าโตนก็ยังมีชีวิตอยู่ เขาจะพยายามดั้นด้นไปจนกว่าจะพบ แม้จะลำบากอย่างไร นานแค่ไหนเขาก็จะรอ

“เปรม เกิลชู..” (๖) สิงคาลร้องบอกเบาๆ รู้ดีว่าสโตนคงไม่ได้ยินแต่เขาก็อยากบอก อยากพูด...


รถม้าไปไกลมากแล้ว แต่สิงคาลยังวิ่งต่อไป..ไปเก็บห่อผมที่สโตนตัดทิ้งไว้ให้




สโตนจะรู้ไหมว่าการทำอย่างนั้น ประเพณีของที่นี่หมายถึงสัญญามอบชีวิตให้กับคนที่เขาตัดผมให้..หนุ่มจัณฑาน..สิงคาลคนดี...



 






ข้อมูลชี้แจง


(๑) หะซูร์ ม โพครี หูน แปลว่า ขออภัย ฉันคือชาวเมืองโพครา
(๒) ดีนูโฮส..นมัสเต แปลว่า กรุณา..เชิญ
(๓) เฟรี เภตุนลา แปลว่า แล้วพบกันใหม่
(๔) ฮอยนา แปลว่า ไม่ อย่า
(๕) มา ทิมิไล มายา เกิลชู แปลว่า ฉันรักเธอ
(๖) เปรม เกิลชู แปลว่า ฉันรักเธอ

 


Create Date : 28 มีนาคม 2564
Last Update : 28 มีนาคม 2564 11:32:53 น. 0 comments
Counter : 133 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com