|
.. ปริศนามาตา .. บทที่ 7 ..
๐ .. ปริศนามาตา .. ๐ .. บทที่ 7 .. .. ไอ้เด่นซกมก ..
ผมถือโอกาสเฝ้าร้านอีกตามเคย วันอาทิตย์บรรยากาศค่อนข้างเปลี่ยวคงไม่ดีถ้าไม่มีใครอยู่ร้าน เจ้าของงานเขามาให้เห็นแล้ว ไม่ได้เศร้าโศกอะไรมากมายอย่างที่คิด ดี้และแก้วก็ทำตัวเหมือนเจ้าภาพคนหนึ่ง
นึกถึงวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาที่จะมาถึง เมื่อปีที่แล้วผมยังวิ่งวุ่นอยู่ในวัดช่วยขายดอกไม้ธูปเทียน ดูแลฟืนไฟที่อาจจะเกิดขึ้น ปีนี้ผมอยากกลับไปหาพื้นเพเก่า ๆ นั้น เบื่อความโก้เก๋เงียบเหงาอย่างทุกวันนี้แล้ว..แต่โลกหมุนไป เราก็หมุนตาม จะหยุดอยู่กับที่หรือถอยกลับได้อย่างไร
รู้ว่าเปลี่ยว รู้ว่าเงียบแต่ผมยังเปิดร้านอยู่ได้ ปิดไฟทั้งร้าน มีเพียงแสงเรืองจากปุ่มไฟบนตู้แช่ดอกไม้ มองไปในถนนที่ไร้ยวดยาน มันดูสงบอย่างแปลกประหลาด ชายคนหนึ่งจูงเด็กตัวเล็ก ๆ เดินอยู่ข้างถนน..จะไปไหนกันนะ ค่ำมืดดึกดื่นป่านนี้ สงสารเด็กเดินตามต้อย ๆ ไม่รู้ว่าหลับหรือตื่น..บ้าละซี ! หลับจะเดินได้ไง หึ หึ..ผมก็งี้ หาอะไรขำ ๆ ให้ตัวเองได้ง่าย ๆ ถึงอยู่ตัวคนเดียวได้ไง..ไอ้เพื่อนเอ้ย ! ช่างสงสัยกันจาง..จะเข้าใจไหมเนี่ยะถ้าอธิบายให้ฟัง
เมื่อเย็นก่อนจะไปวัด แคนดี้ออกไปซื้อส้มเขียวหวานมาสามกิโล คั้นไปสักครึ่ง ได้น้ำส้มเหยือกโต..รู้ไหมทำไม? จะอะไรเสียอีก สั่งงานไว้ว่าถ้านายคุณเด่นมาหาอะไรกินพรุ่งนี้เช้าให้ผมเสิร์ฟน้ำส้มคั้นจากฝีมือเธอด้วย..แหวะ ! ชักจะยังไงละซีแม่เนยค้างตู้เย็น..เฮ้อ ผมหิวน้ำแฮะ ! ชิมหน่อยสิจะหวานสดชื่นขนาดไหน คงไม่ได้ใส่ยานอนหลับให้คุณเด่นกินเพื่อจะปล้ำทำต้มยำอย่างละครเจ็ดสีหรอกนะ ฮิ ๆ
ผมสะดุ้งตื่นเมื่อค่อนรุ่ง..ตายละ ! ยังนอนอยู่ในร้านหลังเคาน์เตอร์มุมโปรด สงสัยยานอนหลับในน้ำส้มคั้นทำพิษ ( ล้อเล่นอ่ะ ) ที่รู้ ๆ ผมต้องคั้นคืนของเดิมที่กินไปเกือบหมดเหยือก มือไวเท่าความคิด เปิดตู้เย็นหยิบส้มที่เหลือออกมา..เปิดฝาตู้ค้างไว้เอาแสงสว่างและความเย็น ( นิสัยไม่ดี อย่าทำตาม )..เครื่องคั้นแบบบีบกดโบราณวางด้านหนึ่ง เหยือกรองอีกด้านหนึ่ง ผ่าซีกส้มทั้งเปลือกที่ล้างไว้สะอาดแล้ว โยกคันบีบให้น้ำส้มไหลออกมา..หนึ่งลูก สองลูก ด้วยความว่องไว
“โป๊ะ !” เหยือกล้มตะแคงเพราะผมดันเครี่องคั้นไปโดน
“โอ๊ย ! แย่แล้วกรู” ผมลนลานหาผ้าซับน้ำส้มที่กำลังเริ่มไหลนอง “เอาว๊ะ ! ..” ถอดเสื้อยืดที่ใส่เมื่อวานทั้งวันออก ไหน ๆ ก็จะซักแล้วนี่ วางกั้นทางที่น้ำส้มไหล ค่อยซับแล้วบิดน้ำทิ้งในอ่างซิงก์ คลี่ออกผึ่งบนพนักเก้าอี้
ผมได้สติ ( อาจจะเพิ่งตื่นจริง ๆ ซะที ) ปิดตู้เย็นและนิสัยแย่ ๆ หันไปกดสวิชไฟตู้แช่ดอกไม้ ค่อย ๆ เริ่มคั้นน้ำส้ม..ในที่สุดก็ได้น้ำส้มเหยือกโตกลับคืนพร้อมเปลือกกองโตและคงโดนดีดหูตามระเบียบ
กำลังยืนชื่นชมกับผลงาน รู้สึกเหมือนมีใครจ้องอยู่ ผมเหลือบตาไปมองด้วยสัญชาตญาณ..เงาหนึ่งวูบหายไป..รีบกดปิดสวิชไฟเหลือแต่ความมืด เพ่งมองไปนอกร้านจนทั่ว..ไม่มีอะไร ! ..... .....
“กรุ้งกริ้ง” ผมผงกหัวขึ้นจากโต๊ะทำงาน เผลอหลับไปอีกจนได้ ฟ้าสว่างรำไรแล้ว
“ประตูยังปิดอยู่นี่นา” ผมผลักดู “หูคงเพี้ยน” ผมพูดกับตัวเองเป็นเมื่อไหร่เนี่ยะ ! คว้าไม้กวาดตั้งท่าจะทำความสะอาดร้าน
“ก๊อก ๆ” หันกลับไปดู..อ้าว ! แคนดี้ยื่นปากจูบกระจกประตูอยู่
“กรุ้งกริ้ง” ผมดึงประตูเปิด กลิ่นฉุนกึ้กเข้าจมูก
“ไม่ใส่เสื้ออยู่ร้านอีกแล้ว ไม่เรียบร้อยนะแก” กระปุกน้ำหอมแตกลอยเข้าประตู
“แกก็เหมือนกัน เช็ดกระจกเสียเลย ที่นี่ไม่ใช่คีสคลับไม่ต้องทำเครื่องหมายไว้..เอ๊าะอ๋อ ! เตรียมส่งจูบให้ใครบางคนละซี” ผมทำปากจู่
“เรื่องของชั้น ของแกเถอะนอนหลับอยู่ข้างประตูน่ะ” แคนดี้ตรงเข้าส่วนเบเกอรี่ “โอ๊ย !” ส่งเสียงร้องลั่น
“เป็นอะไร?” ผมถลันเข้าไปดู
“พลั้ก !” เจอเข้าเต็ม ๆ
“แกทำอะไรไว้นี่ รกเลอะเทอะไปหมด เปลือกส้มกองสกปรก” อีกสองสามตุ้บตามมา “ไม่ต้องมาหวังดีคั้นน้ำส้มให้ชั้นเลยนะยะ”
“ม่ายช่าย..” ทำหน้าละห้อย “ชั้นกินที่แกคั้นไว้หมด เลยคั้นคืนให้น่ะ” นึกว่าจะโดนแค่ดีดหู
“ไอ้บ้าเด่น ! นั่นน่ะชั้นใส่เสน่ห์ลงไปด้วยนะ..โอ๊ย ! ถ้าแกมาหลงรักชั้นทำไงเนี่ยะ”
“ก็แกว่าเด่นสองคนนี่คล้ายกันไม่ใช่หรอ..น่ะนะ ทน ๆ เอาหน่อย ดีกว่าไม่ได้เลยสักเด่น ฮิ ๆ” ผมเริ่มทำความสะอาดครัว
“เร็วเข้าเหอะ กินส้มชั้นหมดตู้ แล้วจะเอาที่ไหนใส่เค้กส้มละนี่..เฮ้อ !” แคนดี้เปิดตู้เย็นหยิบไข่ไก่ เบค่อน มันฝรั่ง และไก่ซีกใหญ่ออกมาเตรียม
ผมทำความสะอาดร้านไปแอบมองวิธีเธอทำอาหารไป..ไม่ใช่จะขโมยวิชาแต่อยากกินมั่งน่ะ รู้ว่าเธอไม่ทำเผื่อผมร๊อก
แคนดี้ต้มไข่และมันฝรั่ง ทาน้ำซอสทั่วชิ้นไก่ ส่งเข้าเตาอบเล็ก หันไปเปิดตู้เย็นหยิบกะหล่ำปลีออกมาซอยตามขวาง พักใส่จานเข้าตู้เย็นตามเดิม..พอมันฝรั่งและไข่สุก รอให้หายร้อนใส่มันฝรั่งเข้าเครื่องบด กดไข่ต้มแข็งบนตะแกรงถี่ ได้ไข่ชิ้นเล็ก ๆ แทบเป็นผง หันไปตักเนยใส่กระทะทอดเบค่อนหอมฉุย จนกรอบ ตักขึ้นมาซอยถี่เกือบเท่าชิ้นไข่ต้ม
“กรุ้งกริ้ง” เช้านี้ผมกวาดบ้านช้ากว่าทุกวัน..ก็มัวแอบมองกุ๊กกี้ปรุงอาหารเช้าให้เด่นดี้..ตายละ ! ลูกค้าเข้าร้าน วันนี้วันจันทร์นะนายเด่นไม่ใช่วันอาทิตย์อย่างเมื่อวาน
“ไหมล่ะแก ! ยังไม่ทำตัวให้เรียบร้อยอีก” แคนดี้ปาดเหงื่อเงยหน้ามันเยิ้มขึ้นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มทำอาหาร “ว๊าย ! คุณเด่นมา เด่นรับหน้าไปก่อนนะ” รีบงุด ๆ ไปหลังบ้าน เสริมสวยละซี
“เอ่อ..” ผมจะพูดไรดี มอมยิ่งกว่าเจ้าดี้ซะอีก
“ผมมาขออาหารเช้าครับ” คุณเด่นมองยิ้ม ๆ ทั่วตัวผม
“ขอโทษครับ” ผมเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้ใส่เสื้อ หันไปคว้าเสื้อยืดเลอะน้ำส้มที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ขึ้นสวม กลิ่นเบค่อนโชยมาจากเสื้อ ไอ้ดี้คงนึกว่าเป็นผ้าเช็ดมือ เห็นป้ายมือแหม็บ ๆ กลิ่นหล่อที่ค้างอยู่บนเสื้อปนกับกลิ่นน้ำส้มและเบค่อน หอมพิลึกละ !
“ฮะ ๆๆ” หัวเราะเบา ๆ จากสุภาพบุรุษอาหารเช้า
“อะไรว๊ะ ! มองเค้าอยู่ตลอดเวลาแล้วยังหัวเราะเยาะอีก ฮึ” เปล่า ! ไม่ได้พูดออกมาหรอก แค่คิดในใจ
“ขอโทษค่ะที่ให้รอ” ขนมพุดดิ้งแก้มแดงกว่าทุกวัน “เชิญนั่งรอสักครู่ค่ะ” หวานจ๊ า ง..แคนดี้ตักมันบดใส่ชาม ใส่ไข่ต้ม เบค่อนลงคลุกจนเข้ากัน ตักวางบนจานบีบครีมมายองเนสโรยหน้า
“ช่วยม๊ะ?” ผมเตรียมถาด ถ้วยกาแฟ น้ำตาล ครีม..แคนดี้นำกะหล่ำปลีหั่นฝอยคลุกน้ำสลัดใสและมายองเนส ตักวางเคียงมันฝรั่งบดทรงเครื่อง อีกจานคือไก่อบชิ้นโต และถ้วยน้ำส้มคั้น ทั้งหมดวางเรียงบนถาดพร้อมเสริฟ
“ถือไหวป่าว มาชั้นช่วย” ผมอาสา
“ไม่ต้องยุ่ง !” ฮึ ! ไม่อยากยุ่งหรอกน่า
“กาแฟละ?” ผมยังหวังดี
“ไม่ต้องเลย ชั้นเอง..แกตัวเหม็นว่ะ ! เหมือนไอ้สวยของแก นอนคอยตั้งแต่เช้าไม่รู้ไปหรือยัง”
“เออจริงสิ นึกไงมานอนที่นี่ ไม่เห็นเคย”
“เด่น !” ทั้งคุณเด่นและผมหันขวับไปหน้าประตูร้าน “อ้าว ! สวัสดีค่ะคุณเด่น” ดอกแก้วยิ้มหวาน หอมเชียว !
“สวยมารอพบแกแน่ะ” คุณเด่นชะเง้อมองตาม ผมเดินไปหน้าร้าน
“คิดถึงจัง ไม่เห็นตั้งหลายวัน” ผมทักสวย
“หมาค่ะ” เสียงแก้วชี้แจงกับคุณเด่น ..
.
| Create Date : 02 มีนาคม 2569 |
|
0 comments |
| Last Update : 2 มีนาคม 2569 15:47:22 น. |
| Counter : 72 Pageviews. |
|
 |
|