|
... หนึ่งฝันหมื่นวันทิวาวาร ... บทที่ 30 ...
... บทที่ 30 ... ... ดาราทีวี ... ช่วงพักเที่ยงวันหนึ่ง “นายโสฬส !” ครูเอนกเคาะโต๊ะนักเรียนที่ผมกำลังฟุบหลับอยู่ “ครับ !” ผมสะดุ้งตื่น “บ่ายนี้วิชาขับร้องเธอไม่ต้องเรียนนะ ระฆังเข้าเรียนเมื่อไหร่ไปหาครูที่ห้องศิลปะ..นอนต่อเถอะ” “เรียกให้ตื่นแล้วให้นอนต่อ ใครจะนอนได้” ผมพึมพำ “จะให้นายเล่นละครอีกหรือ?” ฮั่งเกี๊ยกถาม “เล่นอะไรบ่อย ๆ ฮึ?” ผมแกล้งทำตาเขียวใส่ “จะไปรู้รึ..ถามไม่ได้หรือไง?” ฮั่งเกี๊ยกยิ้มอารมณ์ดี “จะดุเรื่องเราทำการบ้านให้เพื่อนละไม่ว่า ชิ !” ตอนบ่ายที่ห้องศิลปะ “ช่วยครูทำพวงมาลาหน่อยเดี๋ยวจะเสร็จไม่ทันวันปิยะฯ” ครูเอนกเทหลอดกาแฟออกจากถุง “ใช้หลอดกาแฟทำหรือครับ?” “ครูใช้กระดาษลูกฟูกขึ้นโครงพวงมาลาแล้ว ครูจะใช้กาวลาเท็กซ์ทาด้านข้างทั้งสองแล้วให้เธอช่วยเรียงหลอดกาแฟบนโครง” ครูเอนกวางหลอดกาแฟสองอันขึ้นต้นให้จะได้ตั้งฉากเป็นระเบียบ ผมค่อย ๆ วางหลอดกาแฟจนเต็มด้านนั้น ครูทากาวด้านข้างอีกด้านแล้ววางหลอดกาแฟตั้งต้นให้ผมเรียงตามจนหมดด้าน ครูใช้ใบมีดเป็นฟันแหลมคล้ายเลื่อย ๆ หลอดกาแฟส่วนเกินด้านบนออกจนเรียบเท่ากันพื้นโครงด้านบน ทากาวด้านบนแล้ววางหลอดกาแฟ ด้านบนนี้ครูต้องเรียงไปพร้อมกับผมเพราะตรงส่วนโค้งจะต้องแซมด้านโค้งบนด้วยก้านสั้นยาวตามความโค้งแล้วจึงเรียงหลอดกาแฟเต็มอันต่อไป โครงนี้เป็นลายกนกสองด้านเว้นกลางด้านล่างสำหรับชื่อโรงเรียน ด้านบนวางพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ห้าภายในพวงมาลาดอกไม้โฟมแกะสลักที่แกะโดยครูเผอิญ การเลื่อยส่วนเกินของหลอดกาแฟด้านบนนี้ยากกว่าด้านข้างต้องมือแม่นและมีสมาธิไม่อย่างนั้นจะแหว่งและต้องแก้ใหม่ซึ่งยากเหมือนกันเพราะกาวลาเท็กซ์เหนียวแน่นมาก..งานนี้ผมได้รับหน้าที่สำคัญคอยเฝ้าประตูห้องไม่ให้ใครเข้ามารบกวน ผมยืนน้ำลายไหลดูครูอเนกทาสีจนครูเวทนาอนุญาตให้ผมทาสีด้วย..แต่ครูก็ทาทับอีกที “นายโสฬสมาทำอะไรที่นี่?..” คุณครูชื่อคณิตที่สอนวิชาคณิตศาสตร์เดินเข้ามาในห้อง “เธอยิ่งอ่อนวิชาเลข” ครูคณิตค้อนครูเอนกอ่อน ๆ “ขอโทษครับครู..” ครูเอนกละมือจากพวงมาลา “ผมลืมขออนุญาตคุณคณิต นึกว่าจะใช้งานโสฬสแค่ชั่วโมงเดียว” “แล้วไปจดการบ้านจากเพื่อนด้วยนะ” เหมือนครูคณิตจะค้อนผมอีกคนก่อนเดินออกไปจากห้อง เช้าวันที่ 23 ตุลาคม นักเรียนชั้นม.ศ.1-5 มาโรงเรียนแต่เช้ามืดเตรียมพร้อมไปถวายบังคมวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผมบอกแม่ล่วงหน้าแล้วว่ากว่าจะวางพวงมาลาเสร็จคงบ่ายเย็น ผมขออยู่ดูไฟที่ประดับงานตอนกลางคืนและคงกลับบ้านตอนค่ำแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ขบวนของโรงเรียนผมอยู่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์หน้าศาลาสันติธรรมที่แม่ทำงานอยู่ ลูกเสือปลอกแขนพยาบาลและลูกเสือเติมน้ำให้นักเรียนที่ยืนเข้าแถวอยู่ยาวยืดนั้นเดินกันขวักไขว่..กว่าโรงเรียนเราจะวางพวงมาลาเสร็จก็เย็นมาก “ไหน ๆ มาถึงนี่แล้ว..” ครูเอนกพูดขึ้นขณะนำขบวนวนออกจากลานพระบรมรูปฯ “ไปทัศนศึกษาเยี่ยมชมกิจการของสถานีโทรทัศน์ช่องสี่บางขุนพรหมกัน อยู่ไม่ไกลจากที่นี่” ครูเอนกพานักเรียนเดินไปทางถนนแรกซ้ายมือมีป้ายเขียนว่าถนนศรีอยุธยา เดินไม่นานถึงถนนสามเสนที่สถานีโทรทัศน์ตั้งอยู่ ได้เวลาเริ่มทำการส่งสัญญาณพอดี..เจ้าหน้าที่ให้ความร่วมมืออธิบายและพาพวกเราเข้าชมแผนกและห้องส่งต่าง ๆ ห้องส่งไม่ใหญ่โตอย่างที่คิด มีโต๊ะอ่านข่าว โต๊ะตั้งสินค้าเพื่อทำการโฆษณาวางแอบอยู่ พวกเราได้เห็นวิธีโฆษณา เขาจะวางสินค้าต่าง ๆ บนโต๊ะข้างหนึ่ง โฆษกหญิงทำการอธิบายสรรพคุณ ราคา และสถานที่ ๆ จะซื้อสินค้านั้นให้ผู้ชม จากนั้นแผนกควบคุมจะตัดภาพไปอีกด้านหนึ่งที่มีโต๊ะและสินค้าอีกชนิดพร้อมโฆษกอีกคน ขณะนั้นอีกด้านที่เพิ่งตัดภาพไปจะมีคนช่วยกันยกสินค้าเก่าออกและนำอีกชนิดหนึ่งมาวางแทน และเจ้าหน้าที่ก็ตัดภาพกลับมาอีกและทำอย่างเดิมสลับไปสลับมา บางครั้งใช้โฆษกคนเดียวเดินไปเดินมาเพราะโต๊ะตั้งอยู่ใกล้กันนั้นเอง ห้องถ่ายทำละคร..แผนกศิลป์กำลังวาดรูปด้วยสีดำอย่างขะมักเขม้น รูปวิวกระท่อมท้องนา อีกคนนำกระถางต้นไม้มาวางด้านหน้ากระท่อม คลุมกระถางด้วยผ้าหนา วางแคร่ไม้ไผ่ข้างต้นไม้ คนบอกบทเข้าไปแอบอยู่หลังต้นไม้พร้อมกระดาษบทพูดของตัวละคร นางเอกดังแห่งยุคนวยนาดเข้ามา ผู้กำกับและเจ้าหน้าที่แทบทุกคนก้มหัวให้เช่นเดียวกับพระเอกที่ตามเข้ามาทีหลัง..ละครถ่ายไปท่ามกลางเสียงบอกบทที่บางทีดังลอดออกมาให้ผู้ชมทางบ้านได้ยิน บางทีตัวละครกระแอมเพราะไม่ได้ยินบท อีกด้านหนึ่งของห้องมีฉากที่เตรียมไว้สำหรับฉากต่อไป เช่นเดียวกับการถ่ายโฆษณาเมื่อจบฉากก็จะรีบลบและวาดแบ๊กกราวด์สำหรับฉากต่อไปทันที ทุกคนต้องไวมาก เพราะมีม่านและหลืบฉากมากมายในห้องและประกอบกับความซนของผม ๆ จึงแอบอยู่หลังม่านในมุม ๆ หนึ่ง..ครูเอนกและคณะนักเรียนกลับออกไปแล้วแต่ผมยังอยู่ดูการถ่ายทำรายการต่อไป ถึงอย่างไรก็มีรถเมล์สาย 9 วิ่งผ่านหน้าสถานีกลับบ้านฝั่งธนฯ ม่านข้างตัวถูกรูดปิดผนังห้อง ผมหลบแทบไม่ทัน ป้ายรายการต่อไปถูกแขวนบนม่านกลางห้องส่ง..รายการศิลปะห้องกันตัว พิธีกรจะแสดงวิธีป้องกันตัวแบบต่าง ๆ โดยนักกีฬาที่เตรียมมา วิธีหนึ่งคือการเอาตัวรอดจาการถูกบีบคอด้วยการก้มหัวลงและเหวี่ยงหัวออกด้านข้างก็จะพ้นจากการถูกบีบ พิธีกรเหลือบเห็นผมที่ยืนแอบอยู่ข้างม่านจึงดึงมือผมเข้าฉาก “หนูมาจากไหนครับ?” พิธีกรถาม “ผมมาจากโรงเรียนนวลนรดิศครับ มาวางพวงมาลาสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครับ” ผมตอบละเอียดใจสั่นกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป “เห็นที่ผมแสดงท่าการเอาตัวรอดจากการถูกบีบคอแล้วใช่ไหม?” “ครับ” “งั้นผมจะบีบคอหนูแล้วนะ” เช้าวันรุ่งขึ้น “เฮ้ !” เป๋งเพื่อนจอมเกเรร้องทัก “เก่งนะนาย มีวิชาป้องกันตัวเสียด้วย” “อะไร?” ผมงง “นายออกทีวีไง..” ฮั่งเกี๊ยกเสริม “เราจำหัวเหม่งของนายได้ ฮะ ๆ ฮา ๆ” “กลายเป็นดาราทีวีเสียแล้วเพื่อนเรา” สุรพงษ์หนุ่มตี๋แก้มสีชมพูส่งเสียงแซว “เฮ้อ ! ตี๋นี่นะ” กิจจาร่วมวงด้วย “ขอหอมแก้มดาราทีวีหน่อย..” สุรพงษ์ทิ่มจมูกทู่ ๆ ที่แก้มผม.. “ว้า ! เหม็นเขียวว่ะ”
.

| Create Date : 09 พฤษภาคม 2569 |
|
0 comments |
| Last Update : 9 พฤษภาคม 2569 10:29:55 น. |
| Counter : 49 Pageviews. |
|
 |
|