เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

<<
พฤษภาคม 2569
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
9 พฤษภาคม 2569
 

... หนึ่งฝันหมื่นวันทิวาวาร ... บทที่ 30 ...

... บทที่ 30 ...
... ดาราทีวี ...
 
 
 
ช่วงพักเที่ยงวันหนึ่ง
 
 
               “นายโสฬส !” ครูเอนกเคาะโต๊ะนักเรียนที่ผมกำลังฟุบหลับอยู่
 
               “ครับ !” ผมสะดุ้งตื่น
 
               “บ่ายนี้วิชาขับร้องเธอไม่ต้องเรียนนะ ระฆังเข้าเรียนเมื่อไหร่ไปหาครูที่ห้องศิลปะ..นอนต่อเถอะ”
 
               “เรียกให้ตื่นแล้วให้นอนต่อ ใครจะนอนได้” ผมพึมพำ
 
               “จะให้นายเล่นละครอีกหรือ?” ฮั่งเกี๊ยกถาม
 
                “เล่นอะไรบ่อย ๆ ฮึ?” ผมแกล้งทำตาเขียวใส่
 
                “จะไปรู้รึ..ถามไม่ได้หรือไง?” ฮั่งเกี๊ยกยิ้มอารมณ์ดี
 
                “จะดุเรื่องเราทำการบ้านให้เพื่อนละไม่ว่า ชิ !”
 
 
ตอนบ่ายที่ห้องศิลปะ
 
               “ช่วยครูทำพวงมาลาหน่อยเดี๋ยวจะเสร็จไม่ทันวันปิยะฯ” ครูเอนกเทหลอดกาแฟออกจากถุง
 
               “ใช้หลอดกาแฟทำหรือครับ?”
 
                “ครูใช้กระดาษลูกฟูกขึ้นโครงพวงมาลาแล้ว ครูจะใช้กาวลาเท็กซ์ทาด้านข้างทั้งสองแล้วให้เธอช่วยเรียงหลอดกาแฟบนโครง”
 
 
ครูเอนกวางหลอดกาแฟสองอันขึ้นต้นให้จะได้ตั้งฉากเป็นระเบียบ ผมค่อย ๆ วางหลอดกาแฟจนเต็มด้านนั้น ครูทากาวด้านข้างอีกด้านแล้ววางหลอดกาแฟตั้งต้นให้ผมเรียงตามจนหมดด้าน ครูใช้ใบมีดเป็นฟันแหลมคล้ายเลื่อย ๆ หลอดกาแฟส่วนเกินด้านบนออกจนเรียบเท่ากันพื้นโครงด้านบน ทากาวด้านบนแล้ววางหลอดกาแฟ ด้านบนนี้ครูต้องเรียงไปพร้อมกับผมเพราะตรงส่วนโค้งจะต้องแซมด้านโค้งบนด้วยก้านสั้นยาวตามความโค้งแล้วจึงเรียงหลอดกาแฟเต็มอันต่อไป โครงนี้เป็นลายกนกสองด้านเว้นกลางด้านล่างสำหรับชื่อโรงเรียน ด้านบนวางพระบรมสาทิสลักษณ์ของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ห้าภายในพวงมาลาดอกไม้โฟมแกะสลักที่แกะโดยครูเผอิญ
 
การเลื่อยส่วนเกินของหลอดกาแฟด้านบนนี้ยากกว่าด้านข้างต้องมือแม่นและมีสมาธิไม่อย่างนั้นจะแหว่งและต้องแก้ใหม่ซึ่งยากเหมือนกันเพราะกาวลาเท็กซ์เหนียวแน่นมาก..งานนี้ผมได้รับหน้าที่สำคัญคอยเฝ้าประตูห้องไม่ให้ใครเข้ามารบกวน
 
ผมยืนน้ำลายไหลดูครูอเนกทาสีจนครูเวทนาอนุญาตให้ผมทาสีด้วย..แต่ครูก็ทาทับอีกที
 
               “นายโสฬสมาทำอะไรที่นี่?..” คุณครูชื่อคณิตที่สอนวิชาคณิตศาสตร์เดินเข้ามาในห้อง “เธอยิ่งอ่อนวิชาเลข” ครูคณิตค้อนครูเอนกอ่อน ๆ
 
               “ขอโทษครับครู..” ครูเอนกละมือจากพวงมาลา “ผมลืมขออนุญาตคุณคณิต นึกว่าจะใช้งานโสฬสแค่ชั่วโมงเดียว”
 
               “แล้วไปจดการบ้านจากเพื่อนด้วยนะ” เหมือนครูคณิตจะค้อนผมอีกคนก่อนเดินออกไปจากห้อง
 
 
เช้าวันที่ 23 ตุลาคม
 
 
นักเรียนชั้นม.ศ.1-5 มาโรงเรียนแต่เช้ามืดเตรียมพร้อมไปถวายบังคมวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
 
 
ผมบอกแม่ล่วงหน้าแล้วว่ากว่าจะวางพวงมาลาเสร็จคงบ่ายเย็น ผมขออยู่ดูไฟที่ประดับงานตอนกลางคืนและคงกลับบ้านตอนค่ำแม่ไม่ต้องเป็นห่วง
 
ขบวนของโรงเรียนผมอยู่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์หน้าศาลาสันติธรรมที่แม่ทำงานอยู่ ลูกเสือปลอกแขนพยาบาลและลูกเสือเติมน้ำให้นักเรียนที่ยืนเข้าแถวอยู่ยาวยืดนั้นเดินกันขวักไขว่..กว่าโรงเรียนเราจะวางพวงมาลาเสร็จก็เย็นมาก
 
 
               “ไหน ๆ มาถึงนี่แล้ว..” ครูเอนกพูดขึ้นขณะนำขบวนวนออกจากลานพระบรมรูปฯ “ไปทัศนศึกษาเยี่ยมชมกิจการของสถานีโทรทัศน์ช่องสี่บางขุนพรหมกัน อยู่ไม่ไกลจากที่นี่”
 
ครูเอนกพานักเรียนเดินไปทางถนนแรกซ้ายมือมีป้ายเขียนว่าถนนศรีอยุธยา เดินไม่นานถึงถนนสามเสนที่สถานีโทรทัศน์ตั้งอยู่ ได้เวลาเริ่มทำการส่งสัญญาณพอดี..เจ้าหน้าที่ให้ความร่วมมืออธิบายและพาพวกเราเข้าชมแผนกและห้องส่งต่าง ๆ
 
ห้องส่งไม่ใหญ่โตอย่างที่คิด มีโต๊ะอ่านข่าว โต๊ะตั้งสินค้าเพื่อทำการโฆษณาวางแอบอยู่
 
พวกเราได้เห็นวิธีโฆษณา เขาจะวางสินค้าต่าง ๆ บนโต๊ะข้างหนึ่ง โฆษกหญิงทำการอธิบายสรรพคุณ ราคา และสถานที่ ๆ จะซื้อสินค้านั้นให้ผู้ชม จากนั้นแผนกควบคุมจะตัดภาพไปอีกด้านหนึ่งที่มีโต๊ะและสินค้าอีกชนิดพร้อมโฆษกอีกคน ขณะนั้นอีกด้านที่เพิ่งตัดภาพไปจะมีคนช่วยกันยกสินค้าเก่าออกและนำอีกชนิดหนึ่งมาวางแทน และเจ้าหน้าที่ก็ตัดภาพกลับมาอีกและทำอย่างเดิมสลับไปสลับมา บางครั้งใช้โฆษกคนเดียวเดินไปเดินมาเพราะโต๊ะตั้งอยู่ใกล้กันนั้นเอง
 
ห้องถ่ายทำละคร..แผนกศิลป์กำลังวาดรูปด้วยสีดำอย่างขะมักเขม้น รูปวิวกระท่อมท้องนา อีกคนนำกระถางต้นไม้มาวางด้านหน้ากระท่อม คลุมกระถางด้วยผ้าหนา วางแคร่ไม้ไผ่ข้างต้นไม้ คนบอกบทเข้าไปแอบอยู่หลังต้นไม้พร้อมกระดาษบทพูดของตัวละคร
 
นางเอกดังแห่งยุคนวยนาดเข้ามา ผู้กำกับและเจ้าหน้าที่แทบทุกคนก้มหัวให้เช่นเดียวกับพระเอกที่ตามเข้ามาทีหลัง..ละครถ่ายไปท่ามกลางเสียงบอกบทที่บางทีดังลอดออกมาให้ผู้ชมทางบ้านได้ยิน บางทีตัวละครกระแอมเพราะไม่ได้ยินบท
 
อีกด้านหนึ่งของห้องมีฉากที่เตรียมไว้สำหรับฉากต่อไป เช่นเดียวกับการถ่ายโฆษณาเมื่อจบฉากก็จะรีบลบและวาดแบ๊กกราวด์สำหรับฉากต่อไปทันที ทุกคนต้องไวมาก
 
เพราะมีม่านและหลืบฉากมากมายในห้องและประกอบกับความซนของผม ๆ จึงแอบอยู่หลังม่านในมุม ๆ หนึ่ง..ครูเอนกและคณะนักเรียนกลับออกไปแล้วแต่ผมยังอยู่ดูการถ่ายทำรายการต่อไป ถึงอย่างไรก็มีรถเมล์สาย 9 วิ่งผ่านหน้าสถานีกลับบ้านฝั่งธนฯ
 
ม่านข้างตัวถูกรูดปิดผนังห้อง ผมหลบแทบไม่ทัน ป้ายรายการต่อไปถูกแขวนบนม่านกลางห้องส่ง..รายการศิลปะห้องกันตัว พิธีกรจะแสดงวิธีป้องกันตัวแบบต่าง ๆ โดยนักกีฬาที่เตรียมมา วิธีหนึ่งคือการเอาตัวรอดจาการถูกบีบคอด้วยการก้มหัวลงและเหวี่ยงหัวออกด้านข้างก็จะพ้นจากการถูกบีบ
 
พิธีกรเหลือบเห็นผมที่ยืนแอบอยู่ข้างม่านจึงดึงมือผมเข้าฉาก
 
               “หนูมาจากไหนครับ?” พิธีกรถาม
 
               “ผมมาจากโรงเรียนนวลนรดิศครับ มาวางพวงมาลาสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครับ” ผมตอบละเอียดใจสั่นกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป
 
               “เห็นที่ผมแสดงท่าการเอาตัวรอดจากการถูกบีบคอแล้วใช่ไหม?”
 
               “ครับ”
 
               “งั้นผมจะบีบคอหนูแล้วนะ”
 
 
เช้าวันรุ่งขึ้น
 
 
               “เฮ้ !” เป๋งเพื่อนจอมเกเรร้องทัก “เก่งนะนาย มีวิชาป้องกันตัวเสียด้วย”
 
               “อะไร?” ผมงง
 
               “นายออกทีวีไง..” ฮั่งเกี๊ยกเสริม “เราจำหัวเหม่งของนายได้ ฮะ ๆ ฮา ๆ”
 
               “กลายเป็นดาราทีวีเสียแล้วเพื่อนเรา” สุรพงษ์หนุ่มตี๋แก้มสีชมพูส่งเสียงแซว
 
                “เฮ้อ ! ตี๋นี่นะ” กิจจาร่วมวงด้วย
 
                “ขอหอมแก้มดาราทีวีหน่อย..” สุรพงษ์ทิ่มจมูกทู่ ๆ ที่แก้มผม..
 
 
               “ว้า ! เหม็นเขียวว่ะ”

.


 




 

Create Date : 09 พฤษภาคม 2569
0 comments
Last Update : 9 พฤษภาคม 2569 10:29:55 น.
Counter : 49 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com