|
.. วรรคตอนแห่งรัก.. บทที่ 2 ..
.. วรรคตอนแห่งรัก .. .. บทที่ 2 .. .. ระเด่นลันได พ่อหมา ลูกหมา .. . ลืมเล่าเรื่องที่ผมมีงานเสริมหนึ่งอย่าง..เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ ( เหมือนจะโก้ แต่ไม่ใช่ ) .. ญาติท่านหนึ่งมีบ้านให้ชาวต่างชาติเช่า 2 หลัง ตัวท่านและครอบครัวทำงานที่ต่างประเทศ ผมมีหน้าที่ดูแลเรื่องเงินและการบริการให้ผู้เช่าบ้านทั้งสองหลังนั้น ผมและแม่จึงแยกกันอยู่ชั่วคราว “แม่กลับบ้านก่อนนะ..” แม่ตบหัวผม “อย่าเถลไถลล่ะต้องไปดูแลลูก ๆ อีกไม่ใช่หรือ ฮะ ๆ” “เดี๋ยวตี๋ก็กลับเหมือนกันรอให้จบมาเอาสร้อยคืนไปก่อน” ผมเหลียวมองเพื่อนสองคนสองขั้วต่างกันที่กำลังหยอกล้อ ตบหัว เตะกัน..ไม่ได้ค้อน แต่คงอย่างนั้น ..... ภารกิจประจำวันของผม..ตื่นก่อนดวงอาทิตย์ ต้มข้าว ( ปลายข้าว ) หม้อใหญ่ ผสมเนื้อบดกระป๋องลงไปในข้าวคนให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้เย็น ออกจากครัว..ครัวของบ้านเช่าที่ผู้เช่าคือทหารอเมริกันและเมียชาวเวียตนาม พวกเขาทิ้งข้าวและเนื้อกระป๋องไว้จำนวนมากกินได้เป็นปี ก่อนจะกลับประเทศ บ้านเช่าจึงว่างอยู่ ทิ้งลูกสุนัขไว้ 3 ตัวให้ระเด่นลันไดตี๋ดูแล ฟ้าสว่างพอดีที่ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ..ผมมีห้องพักอยู่ระหว่างบ้านเช่าทั้งสองหลัง จะเรียกว่าห้องพักก็ไม่ถูกเพราะเป็นห้องใหญ่ที่มีห้องน้ำและห้องครัวอยู่ด้วย..น่าจะเป็นบ้านหลังเล็กมากกว่า ติดอยู่ที่ บ้านน้อยหลังนี้เคยเป็นครัวใหญ่ของบ้านเช่าทหารอเมริกันมาก่อน จึงบ่อย ๆ ที่มีเสียงทุบข้างฝาเพื่อการอะไรสักอย่างจากฝรั่งผู้เช่า แต่งตัวหล่อเรียบร้อย เปิดรั้วไม้เตี้ยที่กั้นอาณาเขตบ้านเช่าสองหลังเข้าไปในบ้านฝรั่ง เข้าครัว เทข้าวลงในกะละมังใบใหญ่เปิดกรงให้เจ้าตัวเล็กทั้งสามมากินข้าว พวกเขากระดิกหางดีใจรุมกินข้าว ผมเข้าครัวล้างหม้อสำรวจว่าปิดแกสเรียบร้อยดีไหม ล้างมือหลายครั้ง..หนุ่มหล่อจะมีกลิ่นลูกหมา กลิ่นเนื้อบดได้อย่างไร..แต่คงมีบ้างแหละกลิ่นเนื้อบดที่อวลอยู่ทั่วห้องและบนเส้นผม..อาจเป็นกลิ่นเสน่ห์ของผมก็ได้กระมัง จากบ้านเช่าที่ดูแลอยู่มีทางออกสู่ถนนใหญ่ 2 ทาง ทางหนึ่งผ่านบ้านดงผู้ดี ผู้มีอันจะกิน อีกทางหนึ่งอีกโลกเลย ผ่านดงสลัมและวัดและตลาด..ผมชอบทางนี้แต่ใช้เวลานานมากกว่า วันไหนเหมือนจะสายแล้วผมจะไปทางดงผู้ดี “เข้าบ้านไป ๆ” ผมต้อนเจ้าตัวเล็กเข้าบ้าน..กรงที่ทหารอเมริกันซื้อไว้มีขนาดใหญ่มากเกือบครึ่งห้อง จะขังพวกเขาไว้ทั้งวันมันไม่ถูกต้องแต่ระยะนี้ตัวยังเล็กอยู่ผมจึงอนุโลมใส่กรงไว้ก่อน ให้ตัวโตกว่านี้จึงปล่อยให้อยู่ข้างนอกแล้วนำกรงมาไว้ที่โรงรถเพราะต้องปิดบ้าน มีของมีค่าอยู่เหมือนกัน เปิดกรงทิ้งไว้ให้พวกเขาเข้าออกได้ตามใจ “เฮ้ย !” มีตัวหนึ่งแก่นแก้วมากมุดจากกรงตามผมมาที่รั้วบ้านต้องจับไปเข้ากรงอีกครั้ง ปิดบ้านไว้ ถ้าออกมาอีกก็วิ่งเล่นในบ้านแล้วกัน เละเทะอย่างไรค่อยมาเก็บกวาดตอนกลับจากทำงาน “ไปนะ..” ผมร้องบอกข้ามรั้วบ้าน เด็กรับใช้บ้านเช่าชาวไต้หวันหัวเราะคิก ๆ มัวสาละวนกับเจ้าหัวดื้อผมตัดสินใจฝ่าดงผู้ดี “มาแล้ว ๆ ..” สาวบ้านผู้ดีเก่าหลังหนึ่ง สาว ๆ จะมาชุมนุมที่มุขหน้าบ้านเป็นประจำ “พ่อหมาไปทำงานแล้ว” สาวหนึ่งพูดขึ้น “ตี๋ไปทำงานแล้วหรือ ระวังน้าจะไปขโมยลูกของเธอนะ..” สาวอายุมากที่สุดเอ่ยขึ้น “นายระเด่นลันไดตี๋” “ครับ..สวัสดีครับ” ผมโค้งให้คุณผู้ดีเหล่านั้น..ทำไมเรียกผมว่าระเด่นลันได ผมไม่ใช่ขอทานอย่างนายนั่นสักหน่อย อาจจะเพราะมีลูกหมาตอมหน้าตอมหลัง หรือเพราะผมหล่อ หรือเพราะผมเจ้าชู้แบบนายระเด่นลันได..ไม่ใช่สักอย่าง ถึงที่ทำงานทันเวลา 7 โมง 15 นาที เวลาขีดเส้นสีแดงของลุงอ้วน “ตี๋หัดใส่น้ำหอมบ้างสิจะได้ไม่มีกลิ่นหมา ๆ..” แม่ให้คำแนะนำทันทีที่เห็นหน้า “วันนี้กลิ่นแรงกว่าทุกวัน” “ตี๋ไม่ชอบใส่น้ำหอมครับ..” ผมค้อนแม่ “และหมาคำเดียวก็พอ คำว่าหมา ๆ ฟังชอบกลอยู่นา ฮะ ๆ” ผมไม่รู้หรอกว่าในห้องแอร์กลิ่นต่าง ๆ จะเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติไม่ว่าจะหอมหรือเหม็น “กลิ่นหมา ๆ ฮะ ๆๆ” สัธนะหัวเราะใส่ผม “แต่เราชอบลูกหมาน่ารัก ๆ ว่ะ” จบเอ่ยขึ้นบ้าง..สายตาที่มองมาไม่ได้เป็นอย่างที่พูดเลย .
| Create Date : 12 มกราคม 2569 |
|
0 comments |
| Last Update : 12 มกราคม 2569 18:06:37 น. |
| Counter : 51 Pageviews. |
|
 |
|