เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

<<
มกราคม 2569
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
14 มกราคม 2569
 

.. วรรคตอนแห่งรัก .. บทที่ 3 ..

.. วรรคตอนแห่งรัก ..
.. บทที่ 3 ..
.. ช้อปปิ้งความลับ ..
.
 
มีร้านกาแฟแห่งหนึ่งอยู่ตรงข้ามเยื้อง ๆ กับบ้านเช่าคนไต้หวัน หนุ่มเจ้าของร้านชื่อสวาท..ใครนะช่างตั้งชื่อให้ เป็นหนุ่มจีนแท้ ๆ ตาเป็นเม็ดก๋วยจี้อย่างนั้น แต่รวม ๆ แล้วเป็นหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งและคงเป็นคนดีด้วย เขาอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ในห้องแถวสองชั้นนั้น อาป๊าและอาม้านั่งเฝ้าหน้าร้านเสมอคอยรับลูกค้า ถัดจากเคาน์เตอร์ชงกาแฟมีจักรเย็บผ้าคันหนึ่งตั้งอยู่..เฮียง น้องสาวนายสวาทเพิ่งไปเรียนตัดเย็บเสื้อผ้า
 
วันเสาร์หนึ่งหลังจากจัดการเกี่ยวกับเจ้าลูกหมาทั้งสามตัวแล้วผมเดินออกจากซอยทางหมู่บ้านสลัม ไม่ได้สลัมมากอะไรพียงแต่มีบ้านเก่า ๆ อยู่สองข้างทางเดิน ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ริมทางเดินนั้นเอง บางบ้านตั้งเตาทำอาหารส่งกลิ่นเตะจมูก..มีหัวจ่ายน้ำดับเพลิงสีแดงสดตั้งอยู่ริมถนนเพื่อสะดวกในการดับเพลิงหากเกิดไฟไหม้
 
กลิ่นสบู่นกแก้วโชยมา..ผมชอบกลิ่นนี้มาก ได้กลิ่นทีไรนึกถึงบ้านทุ่งบ้านนาที่ผมไม่คุ้นเคยเท่าไหร่แต่จินตนาการได้ทุกครั้งที่ได้กลิ่น
 
               “หอมเอย หอมดอกกระถิน..” หนุ่มคนหนึ่งนุ่งผ้าขาวม้ามีฟองสบู่อยู่เต็มตัวส่งเสียงร้องลอดฟองสบู่ออกมา “รวยระรินเคล้ากลิ่นกองฟาง”
               “เห็ดตับเต่าขึ้นอยู่ริมเถาหญ้านาง มองเห็นบัวสล้าง ลอยปริ่มริมบึง”
               “อยากจะเด็ดมาดอมหอมหน่อย ลองเอื้อมมือค่อย ๆ ก็เอื้อมไม่ถึง”
               “อยากจะแปลงร่างเป็นแมลงภู่ผึ้ง แปลงได้จะบินไปคลึง เคล้าเจ้าบัวตูมบัวบาน”
 
               “นี่แน่ะ !” หญิงสูงอายุคนหนึ่งฟาดด้ามไม้กวาดลงบนตัวหนุ่มยอดรัก..ไม่ใช่มั้ง? “รีบอาบเร็ว ๆ เข้า น้องมึงรออาบต่อแล้วจะได้มาช่วยกูทำงาน”
 
ถึงจะไม่ใช่วันทำงานแต่ผมก็รีบจ้ำออกมา
 
               “โอ้เจ้าช่อนกยูง แว่วเสียงเพลงมนต์รักลูกทุ่ง ซ้ำหอมน้ำปรุงที่แก้มนงคราญ..” เสียงเพลงยังอุตส่าห์ตามมาแม้กระทั่งเสียง “โอ้ย !”
 
.....
 
ผมกลับไปเยี่ยมบ้าน เยี่ยมน้อง ๆ และจะได้พูดคุยกับแม่ที่ไม่ใช่เรื่องงาน ตั้งใจว่าถ้าลูกหมาโตขึ้นพอปล่อยให้อยู่กันตามลำพังได้ หรืออาจมีใครมาช่วยดูแลสักหนึ่งวันผมจะอยู่ค้างคืนวันเสาร์ต่อวันอาทิตย์อีกหนึ่งวันเติมความสุขชีวิตของเรา แม่ ๆ ลูก ๆ
 
               “ตี๋ไปเดินตลาดนัดกับแม่นะ” ตลาดนัดที่แม่พูดหมายถึงตลาดที่อยู่ระหว่างตลาดประจำวันกับทางเดินไปท่ารถ ทุกวันเสาร์อาทิตย์จะมีสินค้าแปลก ๆ มาวางขาย
 
.....
 
               “เชิญชมผ้าลายดอกสวย ๆ เนื้อดี จากต่างประเทศคร๊าบ” เฮียคนหนึ่งยืนร้องโฆษณาอยู่หลังกองผ้า
 
               “แวะเข้าไปดูหน่อยนะแม่”
 
               “จะดูไปทำไม จะซื้อผ้าไปทำไมหรือ ผ้าลายดอกของผู้หญิงทั้งนั้น” แม่สงสัย
 
               “จะไปทำผ้าม่านครับ หน้าต่างด้านเตียงนอนอยู่ห่างจากรั้วสังกะสีไม่เท่าไหร่คนเดินไปเดินมาด้านนอกได้ยินเสียงเดินชัดเจน”
 
               “ผ้าม่านจะกันสียงได้หรือ..” แม่มองผมอย่างสงสัย “หือ..ว่าไง”
 
               “บอกความจริงก็ได้ ( ไม่จริงทั้งหมด ) คนใช้บ้านไหนไม่รู้ต่อเก้าอี้ยืนมองข้ามรั้วเข้ามา..ครั้งหนึ่งหัวเราะและบอกว่าตี๋สะดือโบ๋เหมือนบ่อน้ำ”
 
               “ขนาดนั้นเชียวหรือ..ฮะ ๆ” แม่หัวเราะชอบใจ..ความจริงผมสะดือไม่โบ๋สักหน่อย
 
               “มันไม่แค่นั้นสิแม่..” ผมนึกเรื่องโกหกแม่ต่อ..เด็กแต๋วแอบมองผมจริง ว่าสะดือผมโบ๋เหมือนบ่อน้ำจริง แต่ไม่ใช่ที่ผมจะพูดต่อ “ผมโต้ไปว่าแล้วอยากเห็นตอในบ่อไหมล่ะ?”
 
                “ฮะ ๆ” แม่หัวเราะดังกว่าเก่า “ลูกแม่ไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะนี่”
 
               “แต๋วก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน..วันต่อมามีเสียงหนุ่มห้าวลอดข้ามรั้วเข้ามาว่าอยากเห็นตอที่ว่าและจะกุดให้เหี้ยนถ้ามาหยาบคายแฟนเขาอีก”
 
               “ถึงผ้าม่านจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่มีก็ดีจะได้มองไม่เห็นกันทั้งเขาทั้งเรา..ดับเสียตั้งแต่ต้นเหตุดีที่สุด”
 
               “อาเจ้ !” เฮียคนขายผ้าทนฟังอยู่นานเอ่ยขึ้น “ตกลงจะซื้อผ้ามั้ย น้ำลายลื้อกระเด็นลงผ้าอั้วหมดแล้ว”
 
               “ซื้อสิ ๆ .. ฮะ ๆ ฮ่า ๆ” แม่แกล้งหัวเราะลงบนกองผ้าอีก..รู้แล้วว่าผมไม่ใช่เล่นเหมือนใคร
 
ผมเลือกผ้าสีกากีลายเถาไม้และใบไม้สีเขียวอ่อนแก่แซมด้วยผลไม้เล็ก ๆ สีแดงตามซอกกิ่ง..สมกับห้องที่ค่อนข้ารกของผม
 
               “ตั้งสิบกว่าเมตรเชียวหรือ?” แม่ทำตาโต
 
               “สองหน้าต่างนะแม่ และผ้าไม่ได้ออกมาจากพับ ไม่เห็นหรือสิบกว่าเมตรก็จริงแต่มาจากผ้าสี่ชิ้น มันเป็นเศษผ้าน่ะแม่ ราคาถูกมากอีกต่างหาก” ผมชี้แจง
 
               “แล้วจะให้ใครเป็นคนเย็บให้” แม่ยืนเลือกเครื่องสำอางราคาถูก
 
               “ให้หมวยน้องนายหวาดเย็บให้ครับ..” ผมเห็นแม่หยิบตลับแป้งขึ้นดูแล้ววาง หยิบตลับสีทาแก้มทาตาขึ้นดูแล้ววางลงเช่นกัน
 
               “ฮื้อฮือ..ฮื้อฮือ..” แม่ฮัมเพลงอะไรไม่ชัด คงกำลังห้ามใจตัวเอง
 
               “ตี๋ซื้อแป้งและตลับสีทาตาให้แม่เอง” ผมส่งเงินให้แม่ค้า..สินบนสำหรับยุติความสงสัยของแม่..สินบนเพื่อปิดบังความลับอะไรบางอย่าง..อะไร?
.
 

 


Create Date : 14 มกราคม 2569
Last Update : 14 มกราคม 2569 19:03:23 น. 0 comments
Counter : 167 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com