Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 กรกฏาคม 2560
 
All Blogs
 
ฝนพรางฟ้า (๒๘.แหวนแทนตัว)



ฝนพรางฟ้า

บทที่ ๒๘ แหวนแทนตัว

-ณนณ-


ทันทีที่รู้ข่าวว่าพี่อินทรถูกจับในข้อหาเป็นผีกะยักษ์ร้าย ทำเสน่ห์เล่ห์ไสย ฆ่าคน กาหลงก็แทบจะพุ่งปราดออกไปหา ทว่า คนเป็นน้องแท้ๆ คลานตามกันมากับหมื่นหาญ มีหรือจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร

หากด่วนวู่วามพลาดพลั้ง ย่อมหมายถึงชีวิตคนที่นางรัก

ดรุณีจึงนั่งนิ่ง สงบ ภายในห้องนอนที่ปิดเงียบ บนบรรจถรณ์ซึ่งจัดเก็บเรียบร้อยดี เรียวแสงบางเบาส่องผ่านช่องบัญชรเข้ามาทาบไล้ดวงหน้าลออ มือเล็กวางบนตักบีบกันแน่น

ลมหายใจ... ยาว... กว่าปกติ

บานทวารแง้มเปิด พร้อมกับที่นางพี่เลี้ยงก้าวเข้ามา ตามหลังคือไอ้เสน ทั้งคู่ยอบตัวใกล้ กาหลงจึงเอ่ยเบา แค่พอได้ยินกันสามคน น้ำเสียงใสกลับแหบพร่า เจือรสขม...ปร่า...

“ขอบใจเอ็งนักเสน ที่ยอมฟังคำข้า”

เสนแหงนมองผู้เป็นนาย หน้าซื่อๆ ตาใสๆ บ่งบอกความคิดจริงใจของมัน

“กระผมคับข้องใจหลายประการนักขอรับแม่หญิง จนไม่รู้ควรทำเยี่ยงไร”

“เอ็งมิต่างอันใดจากข้าดอก” กาหลงปลอบ นัยน์ตากลมโตวาววามด้วยหยาดน้ำ “สำหรับเอ็ง หากเลือกนายก็เท่ากับเนรคุณคนเคยช่วยชีวิต หากเลือกคนช่วยชีวิตก็เท่ากับเนรคุณนาย ส่วนข้า ทางหนึ่งก็พี่เชื้อ อีกทางก็...” ถ้อยคำขาดห้วงเสียดื้อๆ ไม่กล้าปล่อยให้ความในใจนั้นล่วงพ้นริมฝีปาก “เช่นนั้นแล้ว ก็จงเลือกทาง ที่จะช่วยคนไร้มลทินเถิด”

มือเรียวบางยื่นสาสน์ซึ่งผนึกไว้ในกระบอกไม้ส่งให้คนตรงหน้า ไอ้เสนรับไว้

“จงนำไปส่งให้ถึงมือ กำชับให้หนักแน่น ข้าจะรอ”

“ขอรับ”

“แม่หญิงเจ้าขา” นางแย้มที่นั่งฟังอยู่นานเอ่ยแทรก สีหน้าสีตาไม่สู้ดี ปริ่มๆ จะร้องไห้ “ทำเยี่ยงนี้ จะไม่เป็นไรแน่หรือเจ้าคะ หากท่านหมื่นหาญรู้...”

“มีอะไรต้องเสียอีกเล่าพี่แย้ม พี่หมื่นตั้งใจฆ่าท่านอินทร ความข้อนี้แจ่มแจ้งนัก ต่อให้ฉันนิ่งเฉย ใช่จะเปลี่ยนแปลงความจริงนี้ได้ จึงต้องยอมเสี่ยง”

“แต่ว่า...”

“ขอให้พี่กับนายเสนเตรียมตัวกันให้พร้อม ค่ำนี้ ฉันจะเผาเรือน คงจะเกิดโกลาหลวุ่นวาย การคุ้มกันจะลดน้อยลง พวกพี่จงใช้จังหวะนั้นหลบหนี” กาหลงเอื้อมคว้ามือของนางพี่เลี้ยง บีบเบา “เร่งไปให้ถึงพระนครนะพี่ แจ้งความแก่พี่ปิ่นแก้ว ฉันขอได้ไหม... ช่วยฉันเป็นครั้งสุดท้าย...”

แค่ได้ฟังคำของผู้เป็นนาย หัวใจอีแย้มก็แทบร่วง

ทั้งสีหน้า น้ำเสียง

โดยเฉพาะแววตา

ประกายโศกศัลย์คล้ายรัศมีจันทร์ทอบางกลางราตรี เย็นชืดถึงก้นบึ้งหัวใจ

สำหรับอีแย้มแล้ว ชีวิตตัวเองจะมีค่าเท่าไรเชียว แค่ได้เห็นแม่หญิงที่นางรักและเทิดทูนบูชามีสุข ก็พึงใจแล้ว

“ชีวิตของบ่าวเป็นของแม่หญิง จะชาตินี้ชาติไหน ขอให้บ่าวได้รับใช้นะเจ้าคะ”




ดวงจันทร์พ้นยอดไม้ ทอแสงรำไรกลางโพยมสีเข้ม รัตติกาลปกคลุมละม้ายน้ำหมึกราดรด

เปลวไฟบนคบซึ่งปักเรียงรายรอบลานไต่สวนสว่างไสว ที่สุดปลายมีเขม่าควันลอยพร้อมกลิ่นเผาไหม้น้ำมัน ไพร่พลคุ้มกันแน่นหนา มีหมื่นหาญนั่งเป็นประธานคุมการไต่สวน เหยียดยิ้มติดมุมปาก สบแววตาอาฆาตของอินทรซึ่งถูกล่ามกับหลักจำ สภาพสะบักสะบอมน่าทุเรศ

นึกแล้วยังสาแก่ใจไม่หาย เขาลากมันมาจากคอกสัตว์ มัดขามันล่ามกับม้า ให้มันถูไถมากับหินกรวดตลอดทาง ทั้งฟาดแส้ ทั้งแล่เนื้อแล้วเอาเกลือทา บีบกะโหลกและหักขา ทารุณมันทุกวิธีที่นึกออก

นี่ล่ะ ผลจากการที่มึงจองหอง ริผยองมาท้าทายอำนาจกู!

ทว่า... ในความสะใจ คลับคล้ายมีตะกอนขุ่นเคือง

เพราะไม่ว่าจะทรมาทรกรรมมันหนักหนาเพียงไร มันก็ยังไม่ยอมวิงวอนร้องขอ ศิโรราบให้แก่เขา

กูจะทำให้มึงกราบตีนกูให้ได้!

“มึงจะยอมรับหรือยัง ว่ามึงมันเป็นผีกะยักษ์ร้าย ทำเสน่ห์คุณไสยใส่อีพุดซ้อนและแม่กาหลง ครั้นไอ้ผลรู้เรื่องของมึงเข้า จึงฆ่ามันปิดปาก แยกหัวแยกตัวมันอย่างวิปริตผิดมนุษย์!”

ดวงหน้าที่ปูดบวมจนแทบจะผิดรูปแหงนมอง ตาข้างหนึ่งถูกตีจนแตกจึงปรือมองผ่านม่านเลือด ริมฝีปากแห้ง มีเลือดซึม พึมพำเบา

“กูไม่ได้ทำ”

“มิยอมรับรึ”

“กูไม่รับ” อินทรว่า “กูไม่มีวันก้มหัวให้ไอ้คนขี้ขลาดตาขาวอย่างมึงดอก ไอ้หาญ! ไอ้หมาที่สู้กับกูตรงๆ ไม่ได้จึงลอบกัด คนอย่างมึง...”

เส้นอารมณ์ของหมื่นหาญขาดผึง! เดินอาดๆ จากบัลลังก์ เขวี้ยงพับสาใส่หน้าอินทรจนดังลั่น คัมภีร์โบราณร่วงตกพื้น คลายออกจนเห็นอักขระซึ่งจารไว้

...วิชาถอดจิตแปลงรูป!

“มึงยังจะปากแข็งอีกรึ” หมื่นหาญเหยียดริมฝีปาก “วิชานี้เป็นไสยเวทย์ต้องห้าม กูพบมันในเรือนของมึง”

“ไอ้ชาติชั่ว!” อินทรด่า “คนอย่างมึง เอาผ้าถุงคลุมหัวเสียเถอะ!”

ขุนนางหนุ่มเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน พิษะโทโสเขย่าเขาจนสั่นสะท้าน เตะเสยเข้าเต็มคางของอินทรจนอีกฝ่ายหน้าหงาย เป้าหมายคือหัว รัวฝ่าตีนกระทืบไม่ยั้งหยุด

เหยียบลงไป

ย่ำลงไป

กระแทกย่ำจนมันหัวสั่นหัวคลอน

ฝ่าตีนนาบหน้า บดขยี้ ทั้งหน้าผาก แก้ม คาง ไม่ให้ว่างเว้นจากขี้ตีน ชอนจมูก ซอกซุกเข้าปากจนมันสำลัก กูจะกดมัน เหยียดหยามมัน

ทำลายสิ้นซึ่งความเป็นคน!

นี่ไงล่ะ ศักดิ์ศรีคนดีที่มึงยึดถือ กูจะบีฑาให้แหลกลาญ!

หมื่นหาญกระชากตีนออกจากซอกกระพุ้งแก้มของนักโทษ แล้วเดินถอย ก่อนจะวิ่งตรงแล้วเตะอัดกกหูอีกฝ่ายจนเกิดเสียงลั่น!! อินทรมึนงง ทั้งจักษุและโสตดับวูบไปชั่วขณะ ก่อนจะแว่วลางเลือน

“ท่านหมื่นขอรับ”

บ่าวไพร่คนหนึ่งร้องทัก มันวิ่งมาอย่างกระหืดกระหอบ หายใจจนตัวโยน แต่คนถูกขัดโมโห เดินอาดๆ ขึงขัง ยันมันเต็มอกจนกระเด็น ไอ้บ่าวคนนั้นรีบพนมมือแต้ ตัวสั่นงันงก

“ไฟขอรับท่านหมื่น” มันว่า “ไฟกำลังไหม้เรือนขอรับ!”



กาหลงคาดคะเนไว้ไม่ผิด เมื่อเพลิงไหม้ลุกลาม ไพร่พลที่คุ้มกันตัวอินทรจึงถูกเกณฑ์ออกไปช่วยดับไฟ เรือนไม้หลังใหญ่ ไฟลามเลียติดง่าย ทั้งยังลุกโหมแรงกล้า กว่าจะใช้เวลาดับสิ้นคงอีกนาน

ภายในคอกมืดสนิท อินทรนอนคว่ำ ไม่ตายก็เหมือนตาย ต่างกันก็แค่ยังเห็นรอยกระเพื่อมของลมหายใจ

กาหลงน้ำตาร่วง ไฉนเลยพี่อินทรถึงเคราะห์ร้ายได้เพียงนี้ เนื้อตัวมีแต่บาดแผลสาหัส ใครฤๅจะทนได้ เนื้อก็ถูกเถือ กระดูกก็ถูกหัก โยกคลอนทั้งตัวราวกับหมอนยัดนุ่นเก่าโทรม ความผิดใดรึพี่ก็ไม่เคยทำแต่กลับถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี กลายเป็นคนบาปชั่วแค่ข้ามคืนเดียว

พวกมันต่างหากที่ผิด

พวกมัน!

ทรุดข้างกาย ประคองศีรษะอีกฝ่ายให้หนุนตักตน ลูบดวงหน้าขมุกขมอมแผ่วเบา ก้อนสะอื้นแล่นมาจุกลำคอ

ดวงตาที่ถูกตีจนปิดพยายามปรือเปิด เส้นเลือดฝอยในตาขาวแตกจนเห็นเลือดแดงๆ แผ่ขยายเต็มลูกตา

“กาหลง...”

คนร่างเล็ก บาง กุมมือคนตัวสูง ใหญ่ เอาไว้แน่น รอยเสียงสะท้าน

“ไม่เป็นไรนะคะ... น้องจะช่วยท่าน”

“อย่าทำเยี่ยงนี้เลย กาหลง” คำบอกกล่าวนั้นยังอ่อนโยนเสมอ ไม่ว่าอย่างไร ยังคงละมุนนุ่มและอ่อนโยน “พี่เป็นนักโทษเขา หากยุ่งเกี่ยว เจ้าจะเสียหาย”

กาหลงกดกลั้นกล้ำกลืนมวลอารมณ์ซึ่งปะทุออกมาอย่างยากเย็น พี่อินทรใจร้าย... พี่หมายจะตายคนเดียว แบกรับความทุกข์เอาไว้คนเดียวได้อย่างไร ทำไมจึงไม่ให้น้องช่วยแบ่งเบา

เป็นแบบนี้แล้วแท้ๆ กลับยังห่วงใยผู้อื่น

“กาหลงเอ๋ย”

เป็นครั้งแรก... มือหนา ใหญ่ วางบนศีรษะนาง ลูบไล้แผ่วเบาเสมือนปลอบประโลม เทถ่ายกระแสอบอุ่นดั่งอรุโณทัย กาหลงสุดต้านทาน สะอื้นฮัก

“เจ้าเคยบอกข้า ระหว่างเรามิควรพบกันใช่ไหม... แต่ข้า มิเคยคิดเยี่ยงเจ้า ข้าดีใจ ที่เราได้พบ ได้เจอ... ได้รัก... และเจ็บปวด...” รอยเสียงแผ่วลงทุกขณะ “ฉะนั้น จงฟังพี่ ไปเสียจากที่นี่ อย่าดื้อรั้นอีกเลย”

“ไม่เอา! น้องไม่ยอม น้องไม่ยอมให้พี่ถูกทำร้าย”

แววตาสีเข้มของอินทรทอประกายผ่านม่านเลือด ถอดแหวนหัวทับทิมที่ติดตัวมาแต่เด็กออก ก่อนบรรจงสวมร้อยเข้าก้อยนาง

แทนคำสัญญา

แทนความรัก


รักพี่ ชาตินี้ ให้ไม่ได้

จนใจ เสียแล้ว แก้วตาเอ๋ย

ชาติหน้า ภพใหม่ กระไรเลย

จะรัก ทรามเชย จนสุดทรวง


น้องต้อง ร้องไห้ เพราะพี่

อกนี้ ฤ ที่ ไม่มีห่วง

นิ่งเถิด แก้วตา สุดาดวง

พี่คง ต้องล่วง ตามครรลัย


ธำมรงค์ วงนี้ ให้เจ้าเก็บ

แนบเหน็บ แอบดวง หฤทัย

กี่ภพ กี่ชาติ อสงไขย

ขอจาร จดไว้ ในรอยจำ


อัญมณีสีแดงสดส่องสะท้อนระยิบระยับ คลับคล้ายประกายพราวในดวงตานาง ดวงใจ... ขอเลือกทำตามเสียงหัวใจอีกสักครา

กาหลงกอดกระชับร่างอ่อนแป้ของอินทร โน้มหน้าต่ำ ริมฝีปากเลื่อนประทับริมฝีปาก

อบอุ่น...

ดุจแสงแดดยามเช้าตรู่ ท่ามกลางทุ่งหญ้าอันกว้างขวางพันธนาการเคยร้อยรัด แปรเปลี่ยนเป็นปีกอิสระของวิหคเหินลม

จุมพิต... เนิ่นนาน... ดั่งว่ากาลจะหยุดหมุน


ดวงใจ น้องนี้ ให้พี่แก้ว

หนึ่งเดียว นี้แล้ว ไม่มีสอง

จะขอ ตามไป ในครรลอง

แม้นต้อง ปวดเร่า ร้าวดวงใจ


ธำมรงค์ วงนี้ น้องขอเก็บ

แนบเหน็บ แอบดวง หทัย

อีกกี่ภพ กี่ชาติ อสงไขย

ตามสมัคร รักใคร่ นิรันดร์


เสียงเอะอะเอ็ดอึงมาจากด้านหลัง ฉีกทึ้งเยื่อใยรักซึ่งสอดประสานระหว่างคนทั้งสองให้ขาดสะบั้น กาหลงหัวใจหล่นวูบ เหมือนนกน้อยที่โบยบินแต่ถูกยิงจนลู่ร่วง ขนขาวปลิวซัดกระจายในอากาศ เคลื่อนคล้อยลงสู่พื้น

หมื่นหาญหน้าดำคร่ำเคร่ง กระชากน้องสาวออก แล้วเตะเข้าเต็มสีข้างของอินทร!

“มึงทำอันใดน้องกู!!”




หลังถูกลากออกมาจากคอกคุมขัง กาหลงก็เถียงกับพี่ชายเป็นนานสองนานก่อนจะถูกสั่งให้กักขังเอาไว้ในห้อง คนเป็นน้องจึงได้แต่ร้องไห้ กอดแหวนแทนตัวเอาไว้แนบอก ตลอดคืนไม่หลับไม่นอน พอรุ่งเช้า บานทวารที่ลั่นแน่นจึงเปิดออก พร้อมๆ กับที่หมื่นหาญก้าวเข้ามา

“เป็นเจ้ารึกาหลง ที่เผาเรือน!”

รอยเสียง กระด้างแข็งดั่งเหล็กกล้า หากสตรีร่างบางมิได้หวาดเกรง นางยังคงนั่งพับเพียบบนพื้น แหงนมองพี่ชาย ท้าทายผ่านสายตา

“น้องเอง!”

“คิดว่าทำเยี่ยงนี้ เจ้าจะช่วยไอ้อินทรได้รึ” หมื่นหาญตะคอก “ข้าเคยเตือนเจ้าแล้ว ว่าการของชาย ผู้หญิงอย่ายุ่มย่าม ไยยังดื้อด้านดันทุรัง ไม่ฟังคำข้า”

“พี่อินทรไม่ผิด ท่านใส่ความเขา”

“แต่ข้าเป็นพี่เจ้านะกาหลง! เป็นพี่ชาย พ่อแม่เดียวกัน เจ้าไม่เห็นแก่ข้าหรืออย่างไร”

แววตาของกาหลงเป็นประกายจ้าเจิด เหมือนเปลวไฟไหม้ลุก ความรู้สึกที่กดเก็บเนิ่นนาน ดั่งพร้อมจะปะทุรุนแรง!

“ท่านไม่ใช่พี่ข้าต่อไปแล้ว หมื่นหาญ!”

ขุนนางหนุ่มตาค้าง ตะลึงงัน คำพูดของน้องสาวเสียดแทงเข้าลึกราวกับมีใครซัดหอกซัดดาบใส่

เลือด... ตัดกันง่ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ

มือหนากำหมัดแน่น จนสั่น

“เจ้าลองดีกับข้าเองนะ กาหลง”

เดินสวบๆ ฉวยห่อผ้าจากหีบที่เรือนนั่ง แล้วกลับมาโยนใส่หน้าน้อง กาหลงรับห่อผ้านั้นเอาไว้ ขนลุกวาบ ยะเยือกหนาวทั่วทุกอณู

วัตถุทรงกลม มีของเหลวสีแดงไหลซึม

ใจเต้นโครมคราม มือเล็กๆ สั่นระริก... ระริก... ยามแกะปมซึ่งมัดแน่น

ปลายผ้าเคลื่อนคลาย คลี่เปิด เส้นผมดำขลับแจ่มชัดในสายตา

หัวของคน!

หัวของพี่แย้ม!!

นางพี่เลี้ยงถูกบั่นคอมาทั้งที่ยังเบิ่งตาโพลงและอ้าปากกรีดร้องด้วยตกใจ

กาหลงร้องไห้โฮ กอดศีรษะของบ่าวคนสนิทเอาไว้แน่น เคยเป็นทั้งเพื่อน ทั้งพี่ มาบัดนี้กลับคลาไคล

คำนั้น... ไหนเลยจะคิดว่าเป็นคำสั่งเสีย

...จะชาตินี้ชาติไหน ขอให้บ่าวได้รับใช้ ...แม่หญิง

ปวดใจรอนๆ จนแทบจะแดดิ้น โธ่... พี่แย้ม... โธ่... ฉันจะตายเสียแล้ว... หัวใจของฉัน... ฉันจะตายเสียแล้ว

“เจ้าบังคับข้าเองนะ กาหลง” ความโกรธกรุ่นในแววตาของหมื่นหาญลดลงวูบหนึ่งเมื่อเห็นอาการของน้องสาว หากกลับแข็งขืนทันควัน ข่มเสียงราบ “ในเมื่อเจ้าผลาญข้าด้วยไฟ ข้าจะสนองเจ้าคืนด้วยไฟเช่นเดียวกัน!”




แสงแดดร้อนจัดจ้า บนฟ้าไร้เมฆให้ร่มเงา สายลมซึมเซา สงบนิ่ง คล้ายจะไว้อาลัย

ท่ามกลางวงล้อมของชาวบ้าน อินทรถูกผูกพันธนา ยึดกับหลักเสาบนกองไม้ซึ่งกอเรียงสูงดั่งเชิงตะกอน คนตัวสูงก้มหน้า คอตก สะบักสะบอมทั่ว ขาข้างหนึ่งคดจนเห็นกระดูกที่หักปูดผิดรูป เนื้อตัวช้ำเขียว บางตำแหน่งมีเลือดซึมไหล

ธารโลหิตอาบหน้าไปเสียครึ่งเสี้ยว ริมฝีปากแห้ง แตก บิดเกร็ง เจ็บปวด...

หินก้อนหนึ่งถูกขว้างกระแทกเข้าเต็มขมับเขาดังตุ้บ! บางคนในหมู่ชาวบ้านหน้าเจื่อนด้วยความตกใจ ทว่าคนถูกทำร้ายยังนิ่ง... เงียบ... หาใช่ด้วยยอมจำนน หากในท่าทีนั้น เหมือนเหยียดหยามว่าตนสูงส่งกว่าใครๆ ที่คว้าไม้ฉวยหินเพื่อก่อประทุษกรรม

สุดท้าย ชะตา ได้ชักนำชีวิตเขาให้เป็นเหมือนแม่



แม่ผู้ไร้ผิด แต่ถูกพวกชาวบ้านจับเผาทั้งเป็น

แม่ผู้ต้องรับบาปเคราะห์เพราะพวกผู้ชายในหมู่บ้านอยากได้ทำเมีย

แม่ผู้กลายเป็นหญิงแพศยาเพราะพวกผู้หญิงในหมู่บ้านหึงหวงที่ผัวตัวเองเอาใจออกห่าง

แม่ผู้ถูกใส่ร้ายว่าเป็นผีกะ เพราะพวกมันไม่กล้ายอมรับ ว่าพวกมันนั่นล่ะ ชั่วช้าสามานย์!



ทำไมโลกถึงไม่ยุติธรรม... ทำไมคนถึงไม่แสวงหาความดี... ทำไมถึงทำร้ายกัน...

ทำไมจึงไม่ละอาย...



เขากับแม่ จะไม่ใช่เหยื่อรายสุดท้ายของความอธรรมหรอก! จากนี้ อีกนับร้อยนับพันปี ตราบพื้นพิภพสูญ มนุษย์จะยังคอยหาเหยื่อเพื่อให้รับบาปแทนตนเองเสมอ!!

มืออ่อนแรงกำหมัดแน่น กล้ามเนื้อแขนเกร็งขืนทำให้เลือดไหลซึมหนักกว่าเดิม

ความโกรธแค้น ทั่งท้นท่วมตา!



นานราวกับผ่านไปชั่วนาตาปี กว่าเสียงอื้ออึงของชาวบ้านจะเริ่มซา กลุ่มคนแหวกออกเป็นทาง เผยให้เห็นคนมาใหม่ บุรุษร่างกายกำยำสูงใหญ่ ท่วงท่าองอาจ สวมอาภรณ์บอกตำแหน่งขุนนางเต็มยศ มีบริวารแวดล้อม และถัดไปทางด้านหลัง ที่เดิมตามติดๆ ด้วยจริตจะก้านมารยา คือหญิงงามผู้เคยเป็นเมียเขา

อินทรเงยหน้า มอง แววตาเคียดแค้นชิงชัง ห้วงลมหายใจกระชั้น ริมฝีปากขยับเบา เสียงแหบพร่า

“ไอ้หมื่นหาญ! อีพุดซ้อน!”

ขุนนางหนุ่มผู้ถูกเรียกเลิกคิ้วยียวน แล้วเดินเข้าหา ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่จับจ้อง

“มึงมีอันใดจะแก้ตัวหรือไม่ ไอ้อินทร!”

หมื่นหาญก้าวหยุดตรงหน้านักโทษ มือทั้งสองไพล่หลัง วางมาด ริมฝีปากเหยียด บิดโค้งนิดๆ เพียงแวบ ประหนึ่งแสงฟ้าปลาบ

อินทรขบฟันแน่น สั่นสะท้านทั่วสรรพางค์กาย

“มีงจะฆ่าก็ฆ่า จะช้าอยู่ไย!”

“มึงมันเป็นผีกะ” หมื่นหาญเริ่มกล่าวข้อหา

“กูหาใช่ผีกะ”

“โกหก!”

เสียงชาวบ้านอีกแล้วที่เสือกแทรกเข้าคั่น หมื่นหาญปล่อยให้พวกชาวบ้านตะโกนด่ากันเป็นวรรคเป็นเวรเสียอีกครู่หนึ่ง พึงพอใจ ก่อนจะกลบเกลื่อนสีหน้า ตวาดลั่น

“พวกมึงหยุด!” คำสั่งนั้นเฉียบขาด “ไอ้อินทร มึงเป็นผีกะผีโพง ปลุกเสกเลขกลร่ายอาคมจนคนเจ็บป่วย ทั้งทำเสน่ห์คุณไสย ฝังรูปฝังรอย จนแม่พุดซ้อนตกเป็นเมีย ครั้นไอ้ผลล่วงรู้ความอุบาทว์จัญไรของมึง มึงจึงฆ่ามันที่ท้ายหมู่บ้าน”

“มึงมันใจคด กล่าวปดไม่คิดอาย!” อินทรด่า

“ฮึ! คนบาปหยาบช้าน้ำหน้าอย่างมึง หลักฐานชี้ชัดมัดตัวถึงเพียงนี้ ยังคิดจะปฏิเสธ”

อินทรจ้อง... เพ่ง... คนตรงหน้า ดังว่าจะฉีกกระชากให้สะบั้น

“มึงใส่ความกู!”

“ความผิดของมึงชัดแจ้งดั่งนี้ เห็นควรให้ต้องโทษประหาร... จุดไฟ!”

สิ้นคำสั่ง คบไฟในมือของชายฉกรรจ์ที่ยืนข้างๆ แท่นก็ลุกพึ่บด้วยเปลวเพลิง หนึ่งในพวกมันส่งต่อให้เจ้านาย คนรับตีหน้าเครียด หากนัยน์ตาวาววับราวสาสมใจเสียเต็มประดา

เช่นเดียวกับพุดซ้อน ซึ่งยกยิ้มติดมุมปาก!



ครานั้น หมื่นหาญโยนคบไฟลงกองฟืน เพลิงร้อนแรงลุกติดลามเลียรวดเร็ว เพียงครู่ก็ส่งควันดำโขมงลอยเลื้อยสู่เบื้องบน เสียงไม้แตกเปรี๊ยะปร๊ะ พระเพลิงระบำเต้นโชติช่วง ครอกเอาอินทรให้ทุรนทุราย กล้ามเนื้อเต้นกระตุกระรัว สองขาสะบัดถีบจะดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ

คนถูกเผาทั้งเป็นแหกปากตะโกนไม่เป็นคำ เพราะความเจ็บปวดที่แทรกซ่าน คำรามก้องดุจกระโชกเสียงปีศาจ ควันโหมโรมเร้าเข้าหูเข้าตา ผิวหนังบางส่วนโป่งออก แล้วแตกโผละ บางส่วนเกรียมไหม้เยิ้มแหยะ กลิ่นเนื้อย่างโชนโชย

ดิ้นเร่า ดวงหน้าเคยผ่องลออใสบัดนี้กลับเดือดปะทุพุพอง บิดเบี้ยวเหยเก อินทรฮึดแรงเฮือกสุดท้าย กระชากแขนข้างหนึ่งหลุดจากโซ่ตรวนสุกแดงที่คล้องมัด เศษเนื้อร่อนหลุด ร่างดำเกรียมมีเศษเนื้อสีแดงปน ดวงตาฉายแววพยาบาท ทะลุผ่านม่านควัน ด้วยอำนาจแห่งความชิงชัง เขาชี้กราด ในขณะที่พวกมันทั้งหลายผงะถอย

“ไอ้พวกระยำ อินทรตะโกนสุดเสียง กลุ่มคนทั้งหมดที่รุมล้อมหวีดร้องฮือฮา “กูขอสาปแช่งให้พวกมึงฉิบหาย พวกมึงทุกตัวคนต้องชดใช้หนี้เวรที่ทำไว้แก่กู นับจากบัดนี้ สืบชั่วกัลปาวสาน กูจะจองอาฆาตพวกมึงไม่ให้มีสุข กูจะคอยดูพวกมึงตาย ชาติแล้วชาติเล่า! พวกมึงต้องตาย! ตาย! ตาย!!”




ค่ำหนอ... จันทร์เพ็ญเด่นหาว ดวงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้า สายลมเอ๋ย ลมเอยเชยพัดเบาอย่างเหงาๆ ยอดไม้เอนไหวๆ นางน้อยที่เดินโผเผมาตามแนวป่าจนถึงลานประหารหัวใจรอนราน ดวงตาแดงก่ำ และพอเห็นกองฟอน ก็สะอื้นตัวโยน

ดวงใจ...

ของนาง...

สุดท้าย กลับต้องตาย ด้วยความรักที่นางมอบให้หรือ...

กาหลงซึ่งเพิ่งหนีออกมาจากเรือนได้ ยอบตัวนั่ง มือเล็กๆ กอบขี้ถ่านขี้เถ้ามากอดแนบอก หวงแหน หยดน้ำจากตานางพรมพร่างเหมือนสายฝนพรำ ดรุณีน้อยร้องไห้มากเสียจน อีกเพียงนิด เลือด... คงจะปนออกมา


ดึกสงัด ไร้สำเนียง เสียงนกร้อง

ท่วงทำนอง สายลม สิสร่างหาย

เคยเป็นตน เคยเป็นร่าง เคยเป็นกาย

สิ้นสลาย คืนคลาย เป็นธุลี


จากสรวลสันต์ ก่อนเก่า เคยเฝ้าฝัน

แปรผกผัน เป็นซากฝัน ในวันนี้

เคยมีกัน และกัน เป็นไม่มี

เคยกอดพี่ บัดนี้น้อง ต้องกอดใคร ๏


ซบหน้าแนบพื้น แนบอัฐิของเขา

ทำไม เคราะห์กรรมจำเพาะต้องซัดใส่คนดีๆ ด้วย บุรุษผู้มีน้ำใจจะหาใครเทียบ

ผิดที่น้องเอง... พี่อินทร... ทั้งหมดนี้น้องผิดเอง

ฉะนั้น พี่อย่าตาย... น้องจะไม่ให้พี่ตาย ไม่ว่าไอ้อีหน้าไหน จะมาพรากชีวิตพี่อินทรไม่ได้!



มือเล็กกำหมัดแน่น กดยันพื้น น้ำหูน้ำตายังไม่สร่าง หากริมฝีปากจิ้มลิ้มบางกล่าวคาถาพึมพำ เจือเสียงเครือ

“โอม... โองการเจ้าปู่เจ้าเขา เจ้าเฒ่าฤาษี ไพศาลฤทธี สิทธิการิยา ผีป่าผีบ้าน ผีผ่านทางผีนา ผีทุ่งผีป่าช้า ผีตายห่าตายโหง ผีโขมดผีพราย สมิงร้ายผีโพง ผีโป่งดินโป่งน้ำ ผีประกำผีมอย กระสือกองกอย จงฟังคำกู!!”   

ฉับพลัน! เหมือนมีมวลอากาศอัดแน่นเหนือเชิงตะกอน ผลักกาหลงกระเด็นเกือบสิบวา ภาพทั้งหมด ปรากฏเป็นเงาสะท้อนในดวงตาวาวใส

เงาดำทะมึนพ่นฟู่ออกมาจากจุดที่อินทรถูกประหาร หมุนวนราวกับลมพายุ เสียงกรีดร้องแหลมสูง บาดหู ชวนขนลุกขนพอง กระหึ่มทั่วหมู่บ้าน เขม่าควันไฟเอย ขี้เถ้าเอย ถูกพัดฟุ้งกระจายทุกสารทิศ เหมือนเมืองทั้งเมืองจมในสายหมอก

ครั้น สายควันดำเจือจาง ร่าง... ปรากฏยืนตระหง่านง้ำ

อินทร!

ทว่า ผิวกายทุกส่วนของเขา ไม่ใช่พรรณผุดผ่องใส หากปกคลุมด้วยรอยแผลเกรียมไหม้ เนื้อถูกย่างมีน้ำเหลืองน้ำหนองเยิ้มหยด ริมฝีปากที่เคยยิ้มให้เหมือนประกายดวงตะวัน บิดเบี้ยว ถมึงทึง

ดวงตา – จดจ้องด้วยคับแค้น!

ปลายดัชนีชี้หน้าของกาหลง ประกาศกร้าว

“กูจะฆ่า! ฆ่าให้หมดทุกคน!!”




ลำดวนตัวสั่นงันงก นั่งซุกอยู่ในซอกหลืบเรือน มือพนม พึมพำบทสวดมนต์ที่จำได้แค่กระท่อนกระแท่นแทบไม่เป็นคำ เสียงหวีดหวิวซึ่งก้องกังวานผ่านย่านอากาศเมื่อครู่ บาดเสียดขั้วหัวใจ

เห็นจะมีแต่ไอ้ชด รีบลุกขึ้นปิดหน้าต่างประตู มันเองกลัวไม่แพ้เมีย แต่จำใจแข็ง ตวาด

“อีลำดวน! มึงทำตัวเฉยๆ ซิ กูจะบ้าเพราะมึงนี่แหละ”

“กูกลัวนี่!” สาวร่างแคระเอ็ดกลับ “ท่านอินทรตายเพราะกู เพราะมึง”

“อีปากหมา พูดแต่ละอย่าง”

“กูพูดจริง! หรือมึงไม่กลัวเล่า หือ”

คนถูกถามนิ่งชะงัก จะอาจหาญตอบว่าไม่กลัวหรือ นี่ก็ผวาเยี่ยวจะราด

หาก ยังไม่ทันที่ความคิดจะแล่น น้ำเสียงเย็นเยียบดังจากทางหน้าประตูเรือน

น้ำเสียงอันคุ้นเคย...

“มึงไม่กลัวกูหรือ... ไอ้ชด”

ฉับพลัน! บานประตูที่เพิ่งปิดสนิทเมื่อครู่กระชากเปิด สายลมบ้าคลั่งจากด้านนอกพัดกรูเข้ามาภายในห้องหับ

และรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด เพียงไอ้ชดสะดุ้งโหยง หันหลังกลับเผชิญ อินทรแทงมือสวนเข้าช่องอกของมัน!

เลือดแดงๆ สดๆ ไหลหยดนองเต็มพื้น ลำดวนกรี๊ดจนเสียงแตก ร้องเรียกชื่อผัวซ้ำๆ ไม่กล้าเข้ามาใกล้ ไอ้ชดอ้าปากค้าง มองเงาร่างเบื้องหน้า ตะลึงลาน

“มึงไม่กลัวกูจริงหรือ... ไอ้ชด”

อินทรถามย้ำ แต่ไม่รอฟังคำตอบ เสือกมืออีกข้างซ้ำรอยแผลเดิม เหยื่อทำได้แค่อ้าปากพะงาบๆ ลมหายใจติดขัด อุจจาระปัสสาวะพ่นพรู เลอะแข้งขา ผีร้ายยกยิ้มติดมุมปาก กระชากฉีก ร่างของไอ้ชดถูกแหวกออกเป็นสองซีกเพียงชั่วพริบตา!



ลำดวนร้องไห้ เสียสติ หลับหูหลับตา เบียดซุกซุนเข้าซอกจนฝาเรือนแทบพัง อินทรย่างสามขุม ย่อตัว ยื่นหน้าเข้าใกล้หน้านาง

“มึงกลัวกูหรือ อีลำดวน”

“กลัวแล้ว! กลัวแล้ว!”

“กลัวแล้วทำกูทำไม!!”

อินทรไม่พูดเปล่า คว้าเปลือกตาทั้งสองข้างของลำดวนที่เกร็งปิดแน่นให้เปิดขึ้น พอสาวร่างแคระมองเห็นเขา ก็กรีดร้องโหยหวน เหวี่ยงมือเปะปะ ฟาดท่อนแขนของอินทร เนื้อหนังร่วนแตกเผละ กระเด็นมาติดหน้านาง เข้าปาก เข้าตา

อินทรเหยียดยิ้ม ยอมปล่อย

ลำดวนแหกปากตะโกนเสียสติ วิ่งหนี หากฝีเท้ายังไม่ทันพ้นบานทวารที่เปิดอ้า เชือกเส้นใหญ่คล้องรัดลำคอของนางแน่น!

กระตุกเพียงทีเดียว กายของลำดวนก็ลอยเหิน ห้อยต่องแต่งกับขื่อ

ขาทั้งสองถีบดิ้น ตาเหลือก ตัวกระตุก...

ลิ้นจุกปาก

เสียงเชือกเบียดเนื้อไม้ลั่นดังแอ่ด... แอ่ด...

แกว่งไป แกว่งมา...

ไกวไป... ไกวมา...




เสียงลอยตามลมมิใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงของผีร้าย อสูรกายจากนรก!

ไอ้อินทร! กูอุตส่าห์กำจัดมึงได้แล้วแท้ๆ ยังจะตามมาหลอกหลอนจองเวรกูอีกรึ ไอ้ห่า!!

นอนบนเตียงตัวเองแท้ๆ ยังต้องกอดดาบไม่ห่างกาย

คอยดูเถอะ ถ้ามึงมาหลอกหลอน กูจะร่ายพระเวทย์จับมึงลงหม้อถ่วงน้ำ ไม่ต้องผุด ไม่ต้องเกิด!

เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันให้ความคิดครุ่นของตนอยู่พักหนึ่ง พอรู้สึกตัวว่าสติหลุดจากความจริงมากนัก จึงถอนใจเสียเฮือกหนึ่ง

สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ผีไอ้อินทรหรอก

อีปิ่นแก้ว พี่สาวมันต่างหาก

ประหารน้องชายมันทั้งคน เห็นจะไม่ใช่เรื่องเล่นๆ คงต้องรีบติดต่อผู้ใหญ่ในวัง แต่งเรื่องจำเป็นให้ช่วยไกล่เกลี่ยกับทางนั้น คงพอจะเอาตัวรอดได้อีกสักครา แล้วค่อยขอย้ายกลับเข้าประจำการในวังหลวง

ส่วนอีพุดซ้อน - ทิ้งมันไว้นี่!

ไพร่อย่างมัน เป็นแค่นางบำเรอชั่วครั้งชั่วคราวก็พอ

ขืนยกย่องให้เป็นเมีย เป็นแม่ของลูกในอนาคต เห็นจะมีแต่ความเสื่อมเสีย

นิสัยใจคอของมันโหดร้ายป่าเถื่อน ทั้งยังเจ้าเล่ห์ เจ้ามารยา ใครเลี้ยงไว้ใกล้ตัวมีแต่จะโดนฉกตาย

เหลือบมองดูนางในอ้อมแขน กลิ่นอ่อนๆ จากเรือนผมของมัน ผิวคร้ามเข้มเนียนละเอียด และทรวดทรงนูน เร่งเร้าความกำหนัดของเขาเหมือนน้ำมันราดบนกองไฟ

เสียดายไม่น้อย จะหาใครเริงสวาทเท่านี้ยากนัก!

พอจิตใจปั่นป่วน ปากก็เร่งเร้าบอก

“ดับไฟเถอะ พุดซ้อน”

คนถูกสั่งชำเลืองมอง สายตาออดอ้อนเต็มล้นด้วยจริตจะก้านมารยา

“ไม่ดับมิได้หรือคะ น้องกลัว”

“เจ้ากลัวอันใดรึ”

“ผีไอ้อินทร!”

พอได้ยินชื่อนี้ อารมณ์พิศวาสซึ่งกำลังคุกรุ่น ปลุกเร้า ดับวูบ เหมือนดอกไม้ชูช่อ แห้งเหี่ยวในยามตะวันชิงพลบ น้ำเสียงถามจึงแข็ง แปร่ง

“ไยต้องกลัว ยามเป็นคน มันแพ้ให้ข้า ยามมันตาย มีหรือ ข้าจะไม่ชนะ”

“ถึงกระนั้นก็เถอะเจ้าค่ะ ก่อนตาย มันลั่นวาจา อาฆาตนัก...”

พุดซ้อนพูด และเป็นครั้งแรกที่หมื่นหาญสัมผัสได้ว่า คนในอ้อมแขนกำลังสั่นนิดๆ ด้วยความหวาดหวั่นอย่างแท้จริง

“หากเจ้ากลัว คืนนี้ข้าจะคอยเฝ้าเจ้าดีไหม”

ไม่พูดเปล่า หากมือยังตะโบมเต็มอกนาง นวดคลึงจนความร้อนเร่าไหลพล่านทั่วกายอนงค์

“ดับไฟเสีย พุดซ้อน”

สาวเจ้าอิดออดครู่หนึ่งเพื่อเร่งเร้าอารมณ์บุรุษให้พลุ่งพล่าน เหมือนเอาชิ้นเนื้อล่อหน้าหมาให้มันน้ำลายหก ก่อนจะยักย้ายสะโพกกลมกลึง โน้มตัว ดับตะเกียงใกล้หัวนอนแล้วเร่งกลับมาซุกเบียดผัวใหม่

หาก พอพลิกกายกอดจูบ ผัสสะแบบชนชั้นผู้ดีของหมื่นหาญ กลับหยาบกร้าน ระคายผิว

ฝ่ายหมื่นหาญเองก็เช่นกัน พอก่ายแขนก่ายขาจะโรมรันพันตู เนื้อสาวเต่งตึงกลับกลายเป็นเศษซากแหยะๆ

ที่หอมฟอดเข้าเต็มแก้ม เมือกน้ำเหลืองน้ำหนองก็ติดมาเต็มปากเต็มจมูก!

ทั้งชายโฉดหญิงชั่วพร้อมใจกันร้องลั่น

อินทร!

สังขารเน่าเฟะนอนคั่นกลาง คำรามก้อง

“รักกันต่อสิ! ไอ้พวกหน้าไม่อาย!”

หมื่นหาญโหวกเหวกเต็มเสียง ถูกถีบเต็มบั้นท้ายตกเตียง ผ้าผวยแทบหลุดลุ่ย ลืมสิ้นทั้งคาถาเวทย์มนต์เคยร่ำเรียนและดาบประจำตัว ยิ่งพอเห็นชู้รักกรี๊ดๆ เพราะโดนจิกหัวหน้าหงาย ก็รีบตะลีตะลาน ไขกลอนหน้าต่าง กระโดดหนี หล่นตุ๊บ!

ภายในห้องมืดมัว จึงเหลือเพียงอินทรกับพุดซ้อนลำพัง

นาง... ซึ่งเคยเป็นเมียรักของผีร้ายยกมือไหว้ ตัวสั่นงันงก

“อย่าทำอะไรน้องเลย อย่าทำน้อง”

ทว่า สิ่งที่ผู้ฟังตอบกลับมา เป็นเพียงรอยยิ้มบาดลึกเหมือนคมมีดกรีดเฉือน!



อินทรจิกกบาลพุดซ้อนลากมาถึงโรงครัว ภายในระเนระนาด หม้อ ไห จาน ชาม แตกหักพังยับเยิน จะมีแต่เตาด้านหลัง ติดไฟ ตั้งกระทะใบบัวขนาดใหญ่ มีน้ำมันเดือด โชยไอระเหย

“พี่อินทร อดโทษให้ฉันเถิด ฉันผิดไปแล้ว”

พุดซ้อนร่ำร้อง น้ำตาไหลเป็นสาย ทว่าน้ำตาไม่อาจเรียกความเห็นใจ

วิญญาณร้ายกระตุกหนังหัวของนาง กอดรัดจากทางด้านหลัง แนบหน้าเข้าชิดหน้า... ใกล้ แทบจะเป็นกายเดียว...

“มึงร้องสมากูกี่ครั้งแล้วเล่า อีพุดซ้อน!”

“พี่อินทร! ปล่อยฉันเถอะ ฉันถูกไอ้หมื่นหาญมันล่อลวง พี่อย่าทำฉันเลย”

“มึงสมสู่กับไอ้หมื่นหาญ เพราะมึงถูกล่อลวง หรือมึงมันเลวกันแน่!”

“ฉันถูกมันข่มเหงจริงๆ นะพี่ ฉันรักพี่... รักพี่คนเดียว”

“อีหน้าด้าน!” อินทรบดฟัน ทำเอาพุดซ้อนเย็นวาบตามแนวสันหลัง ขนคอลุกซู่ “กูจะลอกหน้าของมึงออกมาดู ว่ามันจะหนาขนาดไหน!”

วิญญาณร้ายผลักไสคนในเงื้อมมือไปจนสุดทาง ตรงเตาไฟใหญ่ ในกระทะ

เสียงหวีดแหวกความเงียบ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฉ่าราวกับมีใครราดน้ำลงบนเหล็กร้อนๆ กลุ่มควันลอยโขมง

แสงเงาจากภายในครัววูบไหว ดูสับสนวุ่นวายอยู่อีกสักพัก ก่อนจะนิ่งสนิท...



หมื่นหาญตะเกียกตะกายคลาน เพราะกระโดดลงมาหน้าต่างสูง ขาข้างหนึ่งจึงหัก กระดูกทิ่มทะลุเนื้อ

เป็นขาข้างเดียวกับไอ้อินทร!

ตะโกนให้ใครต่อใครออกมาช่วยก็เงียบกริบ บ้านทุกหลังปิดสนิท ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิต

แม้แต่หมายังไม่ร้อง!

เพราะรักตัวกลัวตาย สุดท้ายจึงต้องกระเสือกกระสนไปยังคอกม้าเอง ไม่ว่าอย่างไร เขาจะต้องออกจากที่นี่ให้ได้!

สิ่งนั้นคืบคลานเข้าใกล้เร็วเกินคาด เสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำไล่มาจากทางด้านหลัง! ขุนนางหนุ่มรีบเร่งถึงคอกม้า ปลดเชือกออก ก่อนจะปีนป่ายขึ้นขี่ เสียงฝีเท้าเร่งกระชั้นขึ้นมาอีก... เร่งขึ้นมาอีก... แล้วจู่ๆ ก็เงียบงัน

สงัด – เหมือนป่าช้า

หมื่นหาญเหงื่อซึม หัวใจเต้นตึกตัก

ไอ้อินทร! ไอ้ผีบ้า! มึงหลอกกูไม่ได้หรอก!

สุดกระแสคิด กังวานเสียงหัวเราะแผดก้อง หมื่นหาญปวดแปลบบนหน้าอกจนต้องยกมือขึ้นกุม เพียงแค่สัมผัส ต้องสะดุ้งเฮือก

บนแผ่นอกกว้าง ปรากฏเป็นรูปใบหน้าของคน!

ใบหน้าของมัน!!

หมื่นหาญโหยหวน ตีอก ตะกุยเอาหน้ามันออก อาชาตกใจ ยกตัว ทำเอาคนนั่งบังคับร่วงจากอาน แต่นั่นยังไม่น่าตระหนกเท่า...

ตีนยังติดโกลน

พาชีวิ่งห้อเต็มกำลัง หมื่นหาญจึงถูกลากไถพื้น แม้จะพยายามปลดก็ไม่รอด เพราะถูกเหวี่ยงตลอด ขาข้างที่หักปวดหนักจนแล่นขึ้นมาถึงหัว

“ปล่อยกู!”

“กูไม่ปล่อย!” อินทรตะโกนตอบมาจากดวงหน้าบนทรวงอกของเขา

“ปล่อยกู! โอ๊ย! ไอ้อินทร!”

“มึงมัดกูไว้กับหลักมิใช่หรือ กูจะจองจำมึงไว้กับหลักเยี่ยงเดียวกัน!”

ครั้นสิ้นคำ คนฟังเริ่มมองเห็นเงาตะคุ่มลางบนทางที่ม้ากำลังตรงไป ในแนวระนาบเดียวกับเขา มีท่อนไม้เหลาปลายแหลมยาว วางจ่อ

หมื่นหาญขืนตัวเองเต็มแรง จะตะกายขึ้น ม้าเจ้ากรรมเร่งฝีเท้าหนัก สิบวา... ห้าวา... สองวา...

ท่อนไม้เสียบสวนเข้าทางทวารทะลุออกปาก!

เท้าของหมื่นหาญหลุดจากโกลน ร่วงผล็อย

รอยหน้าของอินทรบนอกเขาที่ยังกระตุกเหมือนปลาถูกทุบเริ่มเลือนจาง

เหลือไว้เพียงแอ่งเลือดและเครื่องในสะท้อนแสงสว่างจากเงาศศิธร




ศาลาริมน้ำหลังใหญ่โดดเด่นภายใต้แสงเรืองรองแห่งจันทร์เพ็ญ อากาศโดยรอบเย็นเยียบแลคล้ายมีสายหมอกจางๆ แผ่คลุม กลิ่นดอกลั่นทมอวลอายกระจายกรุ่น ตัวเหี้ยนับสิบชูคอแลบลิ้นไวอยู่รอบศาลา หันหาเสียงหมาหอนก้องกู่วู่เว้ามาแต่ไกล

หลั่นลดลงไปยังท่า... กาหลงยืนหันหน้าเข้ามาทางศาลา หันหลังออกทางแม่น้ำกว้างขวางที่ทอดตัวคดเคี้ยวดั่งงูเลื้อย สดับเสียงฝีเท้าย่างหนักเน้น

ใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามา...

อีกไม่ช้า เราจะได้พบกัน



“อย่าร้องไห้ กาหลง”

พาทีอันเคยคุ้นเอ่ย เสียงเอี๊ยด... เอี๊ยด... ของแผ่นไม้ลั่น กังวานท่ามกลางความเงียบ

“น้ำตาของเจ้ามันไร้ค่า ฉะนั้น จงอย่าร้องไห้!”

สตรีร่างบางสะอื้นฮัก น้ำตาร่วงเผาะลงบนพื้นไม้ เห็นเป็นวงชื้น

...สมควรที่เขาจะโกรธเกลียด สมควรที่เขาจะชิงชัง

...สมควรที่เขาจะไม่รักนาง

ดวงตากลมโตใต้แพขนตาหนาช้อนมองในความมืด อินทรก้าวพ้นชายคา และพอแสงจันทร์จับต้อง ผิวเนื้อไหม้เกรียมกระดำกระด่างของเขาก็เด่นชัดในครรลองนัยน์ น้ำเหลืองน้ำหนองเยิ้มแหยะจากรอยกายที่ปริแตก

ไม่สักนิด... ที่นางจะกลัว

ไม่คิด... จะวิ่งหนี

ต่อให้มาในสภาพไหน หมดหัวใจ ก็พร้อมรัก

น้ำเสียงใส สั่น จึงไม่ใช่เพราะหวาดหวั่น หาก มาจากความเสียใจซึ่งหยั่งลึกลงกลางใจ

“ถึงเวลาของน้องแล้วสินะคะ... พี่อินทร...”




>>> โปรดติดตามตอนต่อไป "วิวาห์ปีศาจ"




Create Date : 16 กรกฎาคม 2560
Last Update : 16 กรกฎาคม 2560 13:42:09 น. 0 comments
Counter : 272 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
ยังมีสินค้าเหลือเล็กน้อยค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : vr.molecules@จีเมล.com
** แทนที่ จีเมล ด้วย gmail

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

เมื่อคุณเริ่มก้าวแรก
ก้าวต่อไปมันก็ไม่ได้ง่ายอยู่ดี

...เพียงแต่...

เราเคยผ่านมันมาแล้ว!

Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.