Group Blog
 
<<
เมษายน 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
20 เมษายน 2560
 
All Blogs
 
ฝนพรางฟ้า (๑๘.ประวัติที่ไม่ถูกเปิดเผย)







ฝนพรางฟ้า

บทที่ ๑๘ ประวัติที่ไม่ถูกเปิดเผย

-ณนณ-



ทันทีที่เข้ามาภายในห้อง ขวัญข้าวปิดประตูลงกลอนแน่น เสียงฝนซู่ๆ จากภายนอกดังเข้ามาถึงภายใน บรรยากาศสลัวมัวหม่นบีบรัดอาการปวดศีรษะของเธอราวกับขยี้ให้แหลกลาญ

และไม่เพียงแต่ความรู้สึกที่เหมือนหัวจะระเบิดเท่านั้น แผ่นหลังของเธอยังแสบร้อนราวกับมีใครเอาก้อนถ่านแดงๆ นาบไหม้

ร่างกาย... เหมือนไม่ใช่ของตน!

โลกทั้งโลกหมุน... หมุนคว้าง... เหมือนลูกข่างเสียหลักโงนเงน สาวร่างบางเดินโผเผไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เธอต้องดู... เกิดอะไรขึ้นกับเนื้อหนังกันแน่

ปลดเสื้อและกางเกงที่สวมออก ภายในกระจกคือภาพสะท้อนของสาวร่างเล็ก สภาพเปลือยเปล่า ผิวพรรณนวลละเอียดไร้ไฝฝ้า ทรวงอกตูมเต่งผุดผ่อง ทว่า พอไล้มือข้ามหัวไหล่กลมมนไปด้านหลัง ผัสสะที่แล่นขึ้นปลายนิ้วคือความหยาบกระด้าง ขรุขระราวกับเปลือกไม้

ใจเต้นโครม ประดุจมีใครใช้ไม้ท่อนโตๆ กระหน่ำทุบ เบ้าตาอุ่นวาบพร้อมกับน้ำใสๆ ที่เอ่อท้น ขวัญข้าวบิดแผ่นหลังมาทีละนิด ทีละนิด แล้วน้ำตาก็ร่วงเผาะ

แผลไฟไหม้ลุกลามเต็มแผ่นหลังของเธอ!

ตั้งแต่ท้ายทอย กินเนื้อจนถึงสะโพก และเริ่มลามไปยังต้นขา

เรี่ยวแรงที่เคยมีหายวับฉับพลัน ขวัญข้าวทรุดยวบกองกับพื้น นอนคู้ กัดฟันกลั้นกระแสโศกและรอยสะอื้น ฟายน้ำตา ความรู้สึกเค้นคั้นราวกับจะแตกสลาย เป็นเวรกรรมอะไร! มันเป็นเวรเป็นกรรมอะไรของเธอ!!

สิ้นความอดทน! หญิงสาวแผดเสียงกรี๊ดยาว แสงสีชาดจากทับทิมหัวแหวนเรืองระรัว เร่งเร้า ฉาบทั่วห้อง วายุกล้าซึ่งไม่รู้จุดเริ่มพัดวนหมุนสะบัด หอบข้าวของทั้งหลายลอยขึ้นกลางอากาศ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ ตู้ เหวี่ยงซัดบ้าคลั่ง พื้นห้องสั่นสะเทือนราวกับบ้านทั้งหลังจะถล่มลงมา

“ขวัญข้าว!”

เสียงเรียกชื่อเธอดังเอะอะมาจากภายนอก พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าที่วิ่งตึงตังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ และเพียงครู่ บานประตูก็ถูกเขย่าโครมคราม

“ขวัญ!”

“คุณขวัญ!”

ทั้งแม่ ทั้งกุมภ์ ทั้งป้าต้อย คงพยายามพังประตูเข้ามาสุดกำลัง แต่ดูเหมือนทวารบานนิดเดียวจะเหนียวแน่นทนทาน รัศมีโอภาสเจิดจ้าทวี บาดตา ประตูถูกกระแทกซ้ำๆ จนเกือบจะหลุดจากกรอบ

เปรี้ยง! ฟ้าลั่นสนั่นหวั่นไหว พระพายหยุดโหม ข้าวของหล่นกระแทกพื้นจนแหลก ประตูบานเดิมที่เคยผนึกหนาแน่นกลับเปิดอ้าออกเองง่ายดาย ลั่นเอี๊ยดแอ๊ด กุมภ์ พร้อมเพ็ญ และป้าต้อย ถลาเข้ามาภายใน แต่เมื่อเห็นสภาพแล้ว ก็ได้แต่ตาค้างตกตะลึงจนไม่มีใครพูดอะไรออก

ไม่มีขวัญข้าว... มีแต่ซากหักพังของเครื่องเรือน

ละอองเขม่าลอยคลุ้ง และเศษประกายวับวิบเหมือนเปลวไฟไหม้ฟาง เลื้อยเลี้ยวอ้อยอิ่งกลางอากาศ

ไม่มีตัวตนของขวัญข้าวในพิภพนี้อีกต่อไป!



“ปากน้ำโพรึ” หมื่นหาญเลิกคิ้ว ทวนคำของแขกผู้มาเยือน

แม้จะสะกดอารมณ์ให้ราบนิ่ง ทว่าน้องสาวผู้คลานตามกันมาอย่างกาหลงยังจับได้ ลึกๆ ในอกของพี่ชาย กำลังระแวงคนตรงหน้าสุดตัว

พี่หาญหวั่นเกรง ความผิดที่ตนทำไว้จะถูกลากไส้ออกมาประจาน!

“ถึงจะเป็นเพียงหัวเมืองชั้นตรี แต่ที่โน่นมีตลาดใหญ่ เป็นชุมทางค้าขายสินค้าจากทิศต่างๆ ถือเป็นแหล่งรวมข่าวสารชั้นดี หากท่านลองไปชม อาจได้เบาะแสของอ้ายโจรป่าที่ทางการหมายหัว”

เรียวแสงที่สาดกระทบพื้นเรือนสะท้อนจับดวงหน้าของอินทรจนสว่างไสว สำเนียงของคนตัวสูงละมุนละไม ท่วงทำนองสูงต่ำน่าฟัง ราวกับบรรเลงดนตรี ไม่รับรู้ความกระสับกระส่ายของคนที่นั่งรอบๆ ทั้งเจ้าเรือน ทั้งเมียรัก

“เท่านั้นรึ” เจ้าบ้านเอ่ยห้วน วางเขื่อง

“หามิได้” คนตอบยิ้มบาง “พี่ปิ่นแก้วฝากให้ข้าช่วยพาแม่ญิงกาหลงเปิดหูเปิดตาดูบ้านเมือง เพราะนิยมในความใฝ่รู้ของนาง ข้าเห็นได้ประโยชน์ทั้งสองทาง ทั้งช่วยท่านในราชการบ้านเมือง และรักษาสัจจะที่ให้กับพี่สาว จึงรับขันอาสา... ท่านคิดเห็นเป็นเช่นใดเล่า”

คำชี้แจงของอินทรทำคนทั้งสามลอบผ่อนลมหายใจไปคนละทาง กาหลงปั่นป่วนมวนท้องเป็นที่สุด แต่ต้องเก็บมิดชิด ได้แค่ชำเลืองดูพี่ชาย หมื่นหาญแสร้งหัวเราะในลำคอ

“ได้สิ ข้ารับน้ำใจท่าน จะพาน้องข้าร่วมขบวนไปด้วย”

“ยินดีนัก” อินทรผินหน้า เผื่อแผ่รอยยิ้มมาทางกาหลงจนนางกัลยาหลบตาวูบ “ข้าจะให้พุดซ้อนคอยดูแลเจ้าเมื่อเดินทาง อย่านึกห่วงสิ่งใดเลย”


สนทนาปราศรัยกันพอเป็นพิธีอีกครู่ อินทรและพุดซ้อนก็ขอล่ำลากลับ

โดยเฉพาะพุดซ้อน เมียของเขาร้อนรนราวกับว่า เรือนริมน้ำนั้นมีไฟลุกท่วมจนต้องรีบหนีออกมาให้เร็วที่สุด สตรีที่เคยเอ่ยเอื้อนฉอเลาะ เพลานี้กลับปิดปากเงียบตลอดทาง

“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า พุดซ้อน”

อินทรเอ่ยถาม พลางยุดข้อแขนของเมียรักไว้

“ไม่หนักหนาดอกค่ะ” คำตอบเปี่ยมล้นด้วยจริตจะก้าน หาก... นางไม่ยอมสบตาตรง “แต่ ปากน้ำโพ - ไม่ไปไม่ได้หรือคะ ไม่มีใครดูแลคุณพ่อกับคุณแม่”

มือใหญ่หนา แข็งแรง เอื้อมเชยคางมนนางรักให้หันมาตรงๆ แก้วนัยน์ตาพุดซ้อนสวย โดดเด่น เกินหน้าใครในคุ้งน้ำนี้ 

แววตา ที่ละม้ายมีเปลววะวับคอยปะทุเนืองๆ

“ลำดวนก็อยู่” อินทรตอบ สุ้มเสียงอ่อนโยนยามนึกถึงสิเน่หาที่เคยมอบให้นางตรงหน้า “ให้ลำดวนเฝ้าพ่อแม่เจ้าแทน เห็นจะมิเป็นไรกระมัง”

“ไม่เหมือนกันนี่คะ อีลำดวนมันมือหยาบตีนหยาบ น้องวางใจไม่ลง”

“หยาบรึ พี่ว่าบางอย่างก็กะร่อยกะหริบดี”

“แต่น้องไม่อยากไป” พุดซ้อนใส่จริตกระเง้ากระงอด หากถ้อยคำของอีกฝ่าย สั่ง ชัด เฉียบขาด

“ไปสิ เจ้าอยากไป”

“น้องไม่ไป!!”

พาทีซึ่งเคยอ่อนหวานกลับกร้าวร้าวจนคนฟังหน้าแข็ง พุดซ้อนเองพอเห็นสีหน้าของผัวแล้วถึงตั้งสติได้ ว่าเผลอเผยธาตุแท้จน ดวงหน้าหวานจึงเจื่อนลง รีบกลบเกลื่อนท่าที

“น้องไม่อยากไปจริงๆ ค่ะ แต่ถ้าพี่อินทรตัดสินใจแล้ว น้องคงไม่มีทางเลี่ยง” นาง... ผู้มีมารยานับร้อยแสร้งถอนลมหายใจยาว “พี่คืนเรือนก่อนเถิดค่ะ น้องอยากไปคุยกับคุณแม่”



ตลาดคึกคักไปด้วยผู้คน ยิ่งวันก่อนวันพระอย่างนี้ ชาวบ้านชาวช่องจะพากันออกมาเดินจับจ่ายซื้อของใช้เพื่อทำบุญในวันพรุ่งกันแน่นขนัด เด็กๆ วิ่งเล่นส่งเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว เห็นลูกฝุ่นตลบติดปลายตีน

แสงแดดรำไรลอดผ่านตับจากที่มุงเพิงลงมาจับอาภรณ์เนื้อดีซึ่งอินทรสวมอยู่ เขานั่งบนแคร่เล็ก หลังตรง อกผึ่งผาย เบื้องหน้ามีหญิงวัยกลางคนนั่งตัวลีบ นอบน้อม

“ยกโทษให้ลำดวนเถิด แม่เอ๋ย อย่าถือสาหาความมันเลย”

พออินทรยกมือไหว้ ผู้สูงวัยกว่าก็รีบรับไหว้รวดเร็ว เกรงอกเกรงใจ

“ข้าไม่อยากทำมันดอก พ่ออินทร แต่มันลามปามข้าหลายหน คราวนี้บ้านข้าเกือบแตกเชียว”

“ลำดวนมันขาดการอบรม แม่อโหสิมันได้ ก็เห็นจะเป็นกุศลแก่ท่านเอง ข้าก็พลอยจะได้บุญไปด้วย ในการอบรมมันเสียใหม่” อินทรใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

หาก คนถูกกระทำ ความเจ็บแค้นใช่จะลาเลือนง่ายๆ

“สันดานคนแก้ยาก หน้าอย่างมัน ใครจะอบรมอย่างไรคงไม่ได้ดี”

“ช้างม้าวัวควาย ยังเอามาฝึกได้นี่แม่”

“นั่นสัตว์ แต่นี่อีลำดวน มันไม่เหมือนกัน!”

อินทรนิ่ง ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเห็นสันดานดิบของมนุษย์ สันดานอันโหดร้าย สันดานอันแสวงหาแต่ความเลว บางครั้งก็ยิ่งกว่าเดรัจฉาน

ถึงกระนั้น... ท่ามกลางความมืดมิด ก็มีแสงสกาวแห่งดาวดวง

ใต้จิตของคนๆ หนึ่ง ต่อให้ดำมืดแค่ไหน เขาเชื่อ ว่ายังมีส่วนดีหลงเหลือเสมอ

“ถือว่าข้าขอสักหนได้ไหม อโหสิเถอะ”

“ข้าละใจอ่อนกับพ่อเสียจริง พ่อคุณเอ๊ย น้ำจิตน้ำใจท่านจะดีงามถึงไหน หากเป็นคนอื่นมาขอร้อง ข้าคงไม่ยกให้เป็นแน่”

อินทรยิ้มกว้าง แววตาที่มองผู้อาวุโสเต็มไปด้วยความปีติ

“น้ำใจของท่านงามนัก เป็นกุศลแก่ตัวแล้ว”

“อย่าป้อยอคนแก่เลยพ่อ” คนฟังกล่าว อมยิ้ม แต่มิวายจะสำทับ “ท่านควรระมัดระวังตัวไว้เถอะ อีลำดวนน่ะมันงูพิษ สักวันคงแว้งกัดท่านจนได้”

คนตัวสูงค้อมศีรษะให้เล็กน้อย แสดงให้รู้ว่ายอมรับฟังคำเตือนอยู่ในที

สิ่งที่ผู้อาวุโสกว่าพูดไม่เกินเลยความจริงแม้แต่นิดเดียว ถึงจะเห็นกันเพียงปีกว่า แต่เขารู้ ปากของลำดวนไว้ใจไม่ได้

นางจะคายทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่สำคัญ

เพราะเรื่องสำคัญ จะทำให้ใครๆ สนใจนาง

ความจริงข้อนี้เป็นสิ่งที่อินทรตระหนักดีและทำให้เวทนาญาติของเมียคนนี้มาตลอด การเป็นลูกไล่ของพุดซ้อนตั้งแต่เด็กจนสาว ทำให้นางพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้มีตัวตนโดยไม่รู้ตัว

ไม่มีใคร... ที่อยากอยู่อย่างอากาศธาตุ

หาก ความมุ่งมั่นผิดๆ มีแต่จะดึงให้คนผู้นั้นตกต่ำลงแต่ทางเดียว

ลำดวนไม่ต่างอะไรจากบัวที่จมอยู่ใต้โคลน ไม่รู้จักแม้กระทั่งแสงตะวันที่ชอนลงมาใต้น้ำ

แต่... แล้วเขาเล่า... เขาเองเป็นบัวประเภทไหน


ภาพในความทรงจำจากวัยเยาว์ผุดพรายขึ้นในห้วงคำนึง ยามเมื่ออายุห้าขวบปี ภายใต้ค่ำคืนเหน็บหนาว ดาริกาพราวระยับบนฟากฟ้าอันดำสนิทดั่งหมึกราด สายลมหวู่หวิวคล้ายรอยสะอื้นไห้ระคนเสียงเปลวไฟสะบัด ชาวบ้านผู้ชายหลายคนที่แข็งแรงกำยำตัวมันวับพากันเอะอะ ถือคบเพลิง มุ่งตรงมายังเรือนที่เขาพำนัก

แม่ ปลุกเขาตื่น จับห่มคลุมด้วยผ้าห่มผืนเก่า แล้วปลดแหวนหัวทับทิมที่ติดนิ้วตลอดออก ร้อยสายสร้อยคล้องคอให้เขา ก่อนจะลูบหน้าที่เปื้อนด้วยหยาดน้ำตาของบุตรชาย

“เจ้าอยู่นี่ บ่ ได้ อินทร จงไปหาพ่อเจ้าที่อยุธยาฯ หื้อเปิ้นผ่อแหวนวงนี้เน่อ เปิ้นจะจำลูกได้”

“แม่... จะไดอิแม่ บ่ ไปตวยน้อง” เสียงเล็กๆ สั่นเครือของเด็กชายเอ่ยถาม

มารดาส่ายหน้า รอยยิ้มอ่อนๆ กรีดลึกลงกลางหัวใจเล็กๆ ของคนมอง

“ชาวบ้านเขาหมายหัว หากแม่ไปตวย เจ้าสิเป๋นภัย”

“เขาหมายหัวเฮาเยี้ยะหยังล่ะอิแม่ เฮาเป๋นคน บ่ ดีก๋า”

“โธ่...” แม่ ที่กลั้นความอัดอั้นตันใจปล่อยน้ำตาร่วง กระชับตัวเล็กๆ ของลูกชายมากอดแน่นแนบอก ลูกชายที่นางให้กำเนิดจากอุทร ลูกชายที่เพิ่งอยู่ในวัยน่ารัก ช่างเจรจา ลูกชายที่ชะตาฉุดกระชากไปจากอกนางหน้าตาเฉย

เพียงคนริษยาใส่ร้ายว่านางเป็นผีกละ!

ไม่มีใครเชื่อในความจริง - ใครๆ ต่างก็เชื่อ ในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ!!

“บ่ ดีคิดจะอั้น... เจ้าเป๋นเด็กดี”

“แล้วหมู่เขามาเยี้ยะเฮาเยี้ยะหยัง”

“หมู่เขาแค่กลัว... จำไว้เต๊อะ อินทร คนที่ทำร้ายคนอื่นเพราะความกลัว คือคนที่ขาดปัญญา ลูกต้องเอ็นดู”

“อิแม่ ไปตวยน้องเต๊อะ” อินทรพยายามดึงแม่ให้ลุก แต่ผู้เป็นมารดาได้แต่นั่งนิ่ง แล้วผลักไสลูกออก ยื่นส่งให้คนที่อยู่ทางปากประตู

“พี่ฝากหล้าอินทรกับสูแล้ว”

“อิแม่”

“ไปดีมาดีเต๊อะ... ลูกเฮา”


“พี่อินทร!”

เสียงละมุนเล็กๆ ที่ดังมาจากข้างหลังเรียกอินทรให้หลุดจากภวังค์ในอดีต จิตหมองมัวเมื่อครู่กลับประภัสสรขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ละม้ายกลีบดอกไม้บานที่ได้รับการประพรมน้ำค้าง คงเป็นพุดซ้อนนั่นเองที่ตามมา


ยามรักเริ่ม นั้นไม่รู้ จุดเริ่มรัก

ไม่ทันหัก หาญจิตตน จนหวั่นไหว

ยามรักลึก แม้นรวดร้าว ราวขาดใจ

เจ็บเจียนตาย ยังรับไว้ ให้ร้าวราน 


หาก พอเอี้ยวมอง สตรีงามระหงห่มสไบทิ้งชายไหวตามแรงลมพัดที่ยืนด้านหลัง ไม่ใช่คนที่เขาคะนึงหา

“มีอันใดรึ แม่กาหลง”



กาหลงเดินเคียงอินทรในตลาดโดยมีพี่เลี้ยงตามหลังห่างๆ แม้รอบข้างจะมีร้านรวงมากมาย แต่ความรู้สึกอยากชมข้าวของกลับไม่มี ภายในใจสับสนปนเปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย จนยากจะตอบแก่ตัวเอง

ว่าที่ตามชายผู้นี้มาถึงนี่ เพราะห่วงพี่หาญ

หรือห่วงเขา...

“พบกันครั้งนี้ คงมิใช่เหตุบังเอิญกระมัง” คนตัวสูง และ สูงศักดิ์ ในอากัปกิริยา เอ่ยถามขึ้นก่อน “เห็นเจ้านั่งงำความที่เรือนริมน้ำนานสองนาน คงเป็นเรื่องสำคัญ มีอันใดจะกล่าวแก่ข้ารึ”

“เรื่องที่พี่ชวนไปปากน้ำโพ...” กาหลงตอบกระอ้อมกระแอ้ม “ไม่ไปไม่ได้หรือคะ หมู่นี้โจรป่ากำแหงหนัก เที่ยวปล้นเที่ยวฆ่า น้องเกรงจะมีอันตราย”

อินทรยั้งฝีเท้าจนสาวเจ้าต้องหยุดตามไปด้วย ดวงหน้าละมุนสมลักษณ์อิสตรีมองคนข้างด้วยความฉงน ในขณะที่ริมฝีปากหยักได้รูปของบุรุษกลับแย้มยิ้ม

“รู้ฤๅไม่ เจ้าแทนตัวว่าน้องเยี่ยงนี้ ไพเราะนัก”

กาหลงทำหน้าไม่ถูก จึงได้แต่เบี่ยงหลบไปทางอื่น

“ข้า...”

“น้องนั่นล่ะ เจ้าว่าของเจ้าเอง แล้วจะกลืนคำของเจ้ารึ”

หากย้อนกลับไปเมื่อครู่ได้ คนถูกถามก็อยากจะ กลืนคำ เสียจริงๆ

“พูดธุระของเจ้าต่อเถิด แม่กาหลง”

“ค่ะ” คนตัวเล็กตอบ ตัดอารมณ์กรุ่นๆ ที่ถูกยั่วล้อจากอีกฝ่ายลงเพื่อไม่ให้เสียการเสียงาน “น้องลองตรองเมื่อครู่ เห็นว่าการไปปากน้ำโพตามที่ท่านว่า คงไม่สะดวก ยกไปตั้งสองบ้าน จะเป็นขบวนใหญ่เกินไป”

“งั้นไปแบบขบวนเล็กๆ” คนฟังสรุปเอาดื้อๆ

“ขบวนเล็กก็ไม่ได้ค่ะ”

“อ้าว ขบวนใหญ่ก็ไม่ได้ ขบวนเล็กก็ไม่ได้ น้องนุชของข้า ไยเอาใจยากเสียจริงหนอ” นัยน์ตาเปล่งประกายของอินทรหลิ่วล้อ “แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรเล่า”

“หากท่านใคร่จะช่วยราชการงานเมือง ไปเพียงแค่ท่านกับพี่หาญมิดีกว่าหรือคะ มีพวกบ่าวไพร่ผู้ชายที่ต้องแบกหามไปด้วย กับพวกทหารคุ้มกัน ส่วนน้องกับแม่พุดซ้อน จะให้ร่วมขบวน ก็จำต้องมีบ่าวไพร่ผู้หญิงคอยติดตามไปอีกเป็นโขยง จะเป็นภาระเปล่าๆ”

“เจ้าเข้าใจผิดกระมัง” ดวงหน้าคมสันดูเหมือนจะไม่หันไปทางอื่นเลยนอกจากสบตรงมายังหน้านาง “ข้ามิได้เห็นเจ้าเป็นภาระ แต่เห็นเจ้าเป็นสตรีล้ำค่า”

ใบหน้าเนื้อเย็นร้อนวาบๆ แก้มสองข้างปลั่ง ซับเลือดฝาด หัวใจกระตุกเต้นแรงจนได้ยินถึงหู

คำ... เพียงคำเดียว ไฉนเลยจึงปั่นป่วนความรู้สึกได้เพียงนี้

หาก คนฟังต้องตั้งสติ ย้ำ เตือนตน... ไม่ควร! ไม่ควร!

“ถึงกระนั้น... ถ้ามีผู้หญิงไปด้วย จะเกะกะ”

“เกะกะนักก็จับมัด ผูกไว้กับหลังช้างเสียปะไร”

“พี่อินทร...”

“อ้าว ไม่ได้หรือ”

“ไม่ได้ค่ะ”

บุรุษรูปงามหัวเราะเปิดเผยเมื่อเย้าแหย่สำเร็จ ผิดกับอีกฝ่ายที่หน้าตูม

“อย่างไรท่านก็จะไปเสียให้ได้หรือคะ”

“อย่ากังวลเลย ข้ารู้ว่าเจ้าห่วงใย ข้าซึ้งน้ำใจเจ้านัก” อินทรปลอบ น้ำเสียงทีเล่นทีจริงเมื่อครู่หายไปหมด เหลือเพียงร่อยรองของความเคร่งขรึม “แต่เจ้าเล่า... รู้ฤๅไม่ น้ำใจข้าเป็นอย่างไรแน่”



ธรรม์ทัพขับรถยนต์ส่วนตัวฝ่าสายฝน ตามหลังรถพยาบาลที่ทะยานเร่งด่วน ไซเรนหวีดแหลมดังกระหึ่มทั่วท้องถนนพร้อมกับแสงสีแดงๆ หมุนวับ - วับ สิ่งที่เกิดขึ้นกับรติมาอาจเหมือนอุบัติเหตุ ทว่าเขารู้... มันไม่ใช่

ฝูงแมลงที่กรูลงมาจากฟากฟ้า เป็นผลงานของผีร้ายตนนั้น!

ตอนเข้าไปดูอาการของรติมาในซากรถ เนื้อหนังของหญิงสาวถูกกัดจนบวมฉึ่ง โทรมเลือด รูขุมขนบนใบหน้าอวบอูมมีตัวอ่อนแมลงชอนไชจนเกิดรูโหว่ คล้ายกับรูของฝักบัวที่ถูกแคะเม็ดออก ชวนขนพองสยองเกล้า

แม้แต่แพทย์ฉุกเฉินก็ยังไม่เข้าใจในจุดนี้

และหากจะให้เขาหาคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ เขาเองก็ตอบไม่ได้เช่นกัน

มีเพียงเรื่องราวที่เคยได้ฟังจากลุง เก็บมาปะติดปะต่อ


ชายหนุ่มคนหนึ่งเข้าร่วมรายการท้าผีในบ้านร้างที่ว่ากันว่าเฮี้ยนที่สุดในภาคเหนือ ลือกันว่าผีในบ้านนั้นคือสาวพม่าที่มาทำงานเป็นลูกจ้างและถูกเจ้าของบ้านฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ระหว่างถ่ายทำไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นพิเศษ จะมีแต่บรรยากาศเงียบเชียบเยียบเย็นชวนให้ขนลุกเท่านั้น ทำให้ทุกคนคิดว่า อาถรรพ์ที่ร่ำลือกันคงไม่ใช่เรื่องจริง

ทว่า หลังจากวันนั้น ชายหนุ่มก็มีอาการแปลกไป เขาชอบทำตาขวาง ยิ้มแปลกๆ คำพูดคำจาน้อยลง เวลากินข้าวจะไม่นั่งกินที่โต๊ะตามเคย แต่จะลงไปนั่งยองๆ ที่พื้น กินมูมมาม และหิวตลอดเวลา จนคนรอบตัวกลัว จึงไปหาพระอาจารย์ที่นับถือเพื่อขอให้ช่วยดูว่าเกิดอะไรขึ้น พระอาจารย์บอกว่าภายในร่างของชายหนุ่มไม่ใช่ตัวเขา แต่เป็นวิญญาณในบ้านร้างเข้าสิง วิญญาณตนนั้นหิวโหยมาก และกินอวัยวะข้างในของเขาจนเกือบหมดแล้ว อาจจะไม่รอดในคืนนี้

เมื่อรู้อย่างนั้น จึงเชิญพระอาจารย์ไปช่วยเหลือ แต่พอถึงก็พบว่า ชายหนุ่มขังตัวเองอยู่ในห้อง เรียกยังไงก็ไม่ออกมา สุดท้ายต้องพังประตูเข้าไป แล้วภาพที่ทุกคนเห็นก็คือ ผู้ชายคนนั้นปีนขึ้นไปนั่งยองๆ บนขอบหน้าต่างที่เปิดกว้าง หน้าของเขาดำหมอง ริมฝีปากแห้งแตกจนมีเลือดซึมขยับบอก “กูจะเอามันไปอยู่ด้วย!” แล้วเจ้าตัวก็หงายหลังตกลงไปด้านนอก นอนตายในท่าที่ประหลาด ราวกับแขนขาถูกจับหัก ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะจากหน้าต่างห้องที่เขาตกลงไป อยู่แค่ชั้นหนึ่งของบ้านเท่านั้น!!


ภาพในความทรงจำ ผู้อาวุโสกว่ากำลังม้วนใบยาสูบ จุดไฟ ภายใต้ความมืดบอดของดวงตา ควันสีขาวพ่นออกมาจากปากและจมูกของคนเป็นลุง

“จำเรื่องวิญญาณหญิงแพศยาที่เจ้าเคยฟังได้ไหม”

“ครับ”

“นั่นล่ะ” น้ำเสียงเนิบนาบ แต่หนักแน่นในที “เพราะจิตใจคนอ่อนแอ จึงถูกชักจูงได้ง่าย ไม่ว่าจะสู้หรือหนี คนมีแต่จะพ่ายแพ้ มีเพียงคนที่รู้จักตนและเชื่อในตนเท่านั้น จึงชนะ”


ธรรม์ทัพเลี้ยวรถเข้าจอดในลานกว้างของโรงพยาบาลแล้วรีบวิ่งเข้าอาคารหลัก ผ่านความจอแจ ทั้งผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่ ที่เดินสวนกันภายในโถงกว้างด้านหน้า กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดฉุนๆ กลิ่นยา โชยปะทะจมูก เสียงผ่านลำโพงดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

กวาดมองรอบๆ จนเจอทีมแพทย์ที่กำลังกลุ้มรุมรอบเตียงเข็นของรติมา เจ้าหน้าที่ทุกคนเร่งมือทำงานขมีขมันแข่งกับเวลา ธรรม์ทัพตั้งใจจะตามไปสมทบเผื่อจะช่วยเหลือให้ข้อมูลได้

แต่จู่ๆ อาคารสูงใหญ่กลับสั่นสะเทือนรุนแรง พื้นโยกคลอนจนคนที่ตั้งตัวไม่ทันถึงกับล้ม ฝุ่นผงจากคานอาคารร่วงกราว ไฟทุกดวงดับวูบจนเหลือเพียงแสงสลัว ทุกอย่างที่มีล้อถูกยึดตรึง ทั้งตู้ รถเข็น เตียงเข็น นิ่งสนิทราวกับถูกตอกหมุด

เสียงกรีดร้องระงมขึ้นตรงนู้นบ้างตรงนี้บ้างเร่งเร้าให้ใจสั่น เด็กเล็กๆ ร้องไห้จ้า มีการวิจารณ์เซ็งแซ่รอบด้าน และใครหลายคนพยายามตะโกนขอให้อยู่ในความสงบ แต่โดยส่วนใหญ่ คนที่ไม่มีภาระ แข็งแรง และแตกตื่น ต่างก็รีบรุดออกไปยังทางออกโดยเร็วไม่ต่างอะไรกับมดหนีน้ำท่วม หลายคนสะดุดล้มจนถูกเหยียบ

ธรรม์ทัพกำหมัดแน่น เหงื่อซึม

อำนาจของสิ่งเร้นลับกล้าแข็งกว่าที่เขาประเมิน!

กลุ่มแพทย์ประจำเตียงเข็นของรติมาเลิ่กลั่ก รอยหวาดหวั่นฉายผ่านดวงหน้าแต่ละคนชัดเจน ขืนยังเป็นอย่างนี้ เทียนชีวิตของรติมาคงมอดดับอย่างไม่ต้องสงสัย

ฉับพลัน! หลักฐานยืนยันความคิดของธรรม์ทัพก็ปรากฏออกมาในรูปแบบของควันสีดำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นด้านหลังของทีมแพทย์

ควันดำที่ไม่มีใครมองเห็นพ่นฟู่เหมือนไอน้ำเดือดสำลักทางพวยกา ก่อเกิดเป็นร่างเงาของอินทรในสภาพไหม้เกรียม ดวงตาสีแดงจัด แนวคางเป็นรอยสันนูนของกรามที่ขบแน่น ก่อนจะแยกเขี้ยว เหยียดยิ้ม

วินาทีนั้นเอง อินทรก็วิ่งกระทืบเท้าดุดันเหมือนวัวกระทิงมายังเตียงเข็นที่รติมานอนพะงาบๆ ธรรม์ทัพตั้งสติได้ ปรี่ปราดหมายจะยับยั้ง

แต่ช้าไป!

วิญญาณร้ายโผนข้ามหัวเจ้าหน้าที่ ทะยานขึ้นกลางอากาศ ดิ่งลงกระแทกเต็มแรงกลางลำตัวของหญิงสาว ยืนตระหง่านง้ำ รติมาตัวบิดงอเพราะแรงอัดทับ กระอักเลือด ฝอยโลหิตกระจายออกปาก หยาดน้ำใสปนเหลืองซึมจากทวารด้านล่างจนเปรอะ

เท้าที่วิ่งรวดเร็วชะงักกึกจนแทบสะดุดล้ม ธรรม์ทัพหน้าซีด

จิตที่เปี่ยมไปด้วยแรงพยาบาท ไม่แตกต่างอะไรจากอสูรกาย

แต่... จะต่อสู้กับมันได้ ความหวั่นไหวต้องไม่มี!

ชายหนุ่มข่มความกลัว ย่ำเท้ามั่นคงตรงไปยังเตียงเข็น ไม่ยอมละสายตาจากอินทร เขาเชื่อ ตราบใดที่สิ่งตรงหน้าเป็นเพียงดวงจิต มันจะไม่มีวันชนะ

ทว่า - คงอีกไม่นาน

“ผมช่วยครับ”

คนตัวสูงบอกทีมแพทย์ประจำเตียงที่กำลังสับสน ก่อนจะเอื้อมจับราวกั้นเตียง จังหวะเดียวกัน อินทรก็ย่อตัว นั่งยองๆ บนร่างหญิงสาว โน้มหน้าเข้ามาใกล้เขาจนแทบชิดจมูก ส่งกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนชวนคลื่นเหียน ตาต่อตา ท้าทายด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน ร่างของอินทรเละยิ่งกว่าเมื่อแรกที่ปรากฏ น้ำหนองไหลอาบเยิ้มเป็นเมือกมันเคล้าเลือดสีคล้ำ เศษเนื้อหลุดร่อนจนเริ่มเห็นกระดูกขาว

“ปล่อยเธอไป!” ธรรม์ทัพพูดพึมพำ

คำสั่ง... ชัดเจน... หากอีกฝ่ายเพียงหัวเราะหึในลำคอ มือหนาใหญ่ที่มีแต่หนังดำด้านหุ้มกระดูกเอื้อมตบหน้าเขาเบาๆ หวังก่อกวนโทสะ เขม่าดำและฝุ่นผงติดบนแก้มเกลี้ยงเกลาของชายหนุ่มจนเห็นเป็นรอยฝ่ามือ

“อย่าเสือกเรื่องของกู”

“ผมจะไม่ให้คุณทำอย่างที่ต้องการ”

“อย่างนั้นรึ”

ไม่พูดเปล่า อินทรตวัดแขน ฟาดมือทุบลงบนต้นขารติมาเปรี้ยง

ท่อนกระดูกของเหยื่อหักทิ่มทะลุเนื้อ!

นางพยาบาลเฝ้าเตียงร้องกรี๊ด พร้อมๆ กับที่เจ้าหน้าที่ผงะเฮือก ธรรม์ทัพกวาดแขนคว้าตัวการเอาไว้ แต่ทำได้เพียงจับลมจับแล้ง วิญญาณอาฆาตสลายเป็นควันดำพุ่งทะลุผ่านอกธรรม์ทัพออกมาทางด้านหลัง กลายเป็นอินทรในสภาพมนุษย์ปกติเหมือนเมื่อครั้งยังมีชีวิต ยืนผินหลังให้

แววตาแข็งกร้าว รอยยิ้มกระด้าง ราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะโหมไหม้ทุกสิ่งอย่าง

หาก... ภายใต้เพลิงผลาญเผา คือรอยร้าว... ขมขื่น...

“เจ้าไม่มีวันยับยั้งข้าได้ดอก... แม่ญิงกาหลง!”


>>> โปรดติดตามตอนต่อไป




Create Date : 20 เมษายน 2560
Last Update : 20 เมษายน 2560 13:05:52 น. 4 comments
Counter : 552 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ตื่นเต้นทุกตอนสมกับที่รอคอยกันเลยทีเดียว 55+
นักเขียน สู้ๆ!!!


โดย: ploy666 IP: 27.130.59.203 วันที่: 20 เมษายน 2560 เวลา:16:10:39 น.  

 
อ่านไป นึกภาพไป เสียวหลังเลย


โดย: sakeena IP: 180.183.117.192 วันที่: 20 เมษายน 2560 เวลา:16:41:46 น.  

 
ตื่นเต้นมาก รอๆๆ อะไรหนอเปลี่ยนคนจิตใจดีกลายเป็นอสุรกายจิตอาฆาตร้าย แม้แต่กับคนที่เคยดีต่อกัน


โดย: Itlikacrazy IP: 188.165.201.164 วันที่: 23 เมษายน 2560 เวลา:9:59:12 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Sakeena

ขอบคุณที่แวะมาคอมเม้นท์ให้กำลังใจกันนะครับ
สำหรับเรื่องนี้ บอกได้เลยว่า เรื่องความหลอนไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องความโหดนี่ จัดเต็มจริงๆ ฮ่า ฮ่า


......................

สวัสดีครับคุณ Itlikacrazy

ตอนจบอาจจะเซอร์ไพรซ์หนักจนอยากปาระเบิดใส่บ้านคนเขียนก็ได้ครับ ฮ่า ฮ่า

ขอบคุณที่แวะมาคอมเม้นท์ให้กำลังใจกันนะครับ

.....................

พี่โพลยยยยย.... แหมๆ ต้องตื่นเต้นอยู่แล้ว นักเขียนเก่งอะ โฮะๆๆๆ (ชมตัวเองไว้ก่อน ฮ่า ฮ่า)

.....................


โดย: ณนณ (ploy666 ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2560 เวลา:12:20:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
ยังมีสินค้าเหลือเล็กน้อยค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : vr.molecules@จีเมล.com
** แทนที่ จีเมล ด้วย gmail

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

เมื่อคุณเริ่มก้าวแรก
ก้าวต่อไปมันก็ไม่ได้ง่ายอยู่ดี

...เพียงแต่...

เราเคยผ่านมันมาแล้ว!

Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.