Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
19 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
เงาบรรณ 08


คุยกันก่อนอัพ

ตามสัญญาค่ะ ไล่หลังคุณน้องรักดีให้ทัน
แล้วก็พยายามจะแซงนำคุณปาย่ารักษาตำแหน่งต้นๆเอาไว้
555+ เป็นความสนุกของการลงอัพในบล็อกร่วมกัน
นอกเหนือไปจากที่ยังได้แชร์กันอ่านนิยายแม้จะผลุบโผล่เข้าเน็ตต่างวาระเวลา

เรื่องเม้าท์ไม่ค่อยจะมีค่ะ แต่พอดีเมื่อวานจู่ๆก็นึกขึ้นมาถึงนิยามจากใครหลายคน
ที่เคยบอกว่านิยายขายไม่ได้ หนังสือขายไม่ดี...มันก็ไร้ค่า
พลอยเลยคิดเล่นๆว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆหรือเปล่านะ

ในแง่คนทำหนังสือก็อาจจะจริงในส่วนที่ว่าหากขายไม่ออกก็ไม่น่าสนใจ
ทว่าในมุมของคนเขียนก็อาจแตกต่างออกไป เมื่อเอามาเทียบกับเงาบรรณ
ก็คงเหมือนลักษณะการทำงานในโลกความเป็นจริงจากบรรดาสำนักพิมพ์
และทัศนะคติที่เรียกร้องอะไรบางอย่างเพื่อนักเขียนดังเช่น แสนยากร กระทำ

ใครผิดใครถูก...พลอยก็ไม่ทราบเหมือนกัน ^ ^

การนำเสนอแนวคิดบางประการผ่านแสนยากรนั้นอยู่ในนิยาม "ผู้ชายใต้เงาจันทร์"
คงสะท้อนในแง่หนึ่งที่ว่า เสียงเรียกร้องหลายอย่างนั้นไม่อาจออกมาแสดงตัวโจ่งแจ้งได้
นักเขียนรุ่นใหม่ไม่ได้มีกลุ่มอันแข็งแรงเชื่อมต่อไว้มากพอ จนเปิดช่องทางให้คนแบบพรรณรังสี
ก้าวเข้ามาใช้เล่ห์กลก่อเรื่องแย่ๆในแวดวงนักเขียนขึ้นได้

...เป็นแค่เพียงอีกวังวนความคิดในวันว่างค่ะ เลยไม่มีสรุปปิดท้าย

ยังไงก็ขอขอบคุณที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมบล็อกนะคะ


Ploy666.




**************

เงาบรรณ 08
ผู้แต่ง ploy666 (สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย)


“แบบนี้เขาเรียกว่า ‘เสี้ยม’ ใช่ไหมลูก”

คำถามที่ดังจากผู้เป็นมารดาทำให้ทัชฌาซึ่งเพิ่มเดินออกมาจากห้องน้ำยิ้มขัน หญิงสาวมองตามร่างผู้ที่นั่งกับขอบเตียงนอนหล่อนพลางกางแฟ้มต้นฉบับไว้บนตักเหมือนกำลังอ่านติดพัน ภาพนั้นดูจะต่างกันโดยสิ้นเชิงกับมาดคุณมุกดาในยามปกติที่เด็กรับใช้พากันขยาดเกรงถ้วนหน้า

ท่านดันแว่นสายตาขึ้นอีกนิดก่อนวิพากษ์วิจารณ์ว่า

“ยุคนนั้นยุคนนี้ให้เขาตีกัน ยายคนนี้นี่มันร้ายจริงๆ ถ้าเป็นผู้ชายแม่คงด่าได้เต็มปากเต็มคำว่าไอ้หน้าตัวเมีย แต่เนี่ย...ตัวก็เป็นผู้หญิง เลยไม่รู้จะสรรหาคำด่าไหนมาใช้แทนดี”

“แม่พูดไม่เพราะเลยนี่คะ” ทัชฌาทำตาโตอย่างตกใจระคนอ่อนใจ

ท่าทางมารดาซึ่ง ‘อิน’ ไปกับเนื้อหาจนก่นด่าออกมาทั้งที่ท่านไม่เคยใช้คำพวกนี้ทำให้ทัชฌาต้องรีบปราม

“แหม เท็นก็ดูสิลูก นางร้ายในเรื่องนี้นิสัยเหลือทนจริงๆเชียว คนเขียนคิดมาได้ยังไงก็ไม่รู้ ถ้าเป็นผู้ชายนะแม่คงภาวนาให้มีใครสักคนไปต่อยให้ปากเจ่อแล้วล่ะ คนพรรณนี้มันดีแต่ปากเก่งไม่นักเลงจริง นินทาได้กระทั่งคนที่เขาไม่ได้ทำอะไรตัวเองสักนิด”

“นักเขียนเขาคงคิดว่าลักษณะนิสัยพวกนี้เหมาะกับการเป็นผู้หญิงแล้วมั้งคะแม่”

คุณมุกดาใคร่ครวญอยู่ครู่ก็เห็นจริงตามนั้น

ลักษณะนิสัยตลบตะแลงปลิ้นปล้อน พลิกลิ้น มารยาสารพัด เจ้าเล่ห์ร้ายกาจ แถมนินทาเข้าไปอีกในหลายๆประเด็นความเลวร้าย เหล่านี้ล้วนแต่เป็นนิสัยของผู้หญิงมากกว่าที่จะเห็นผู้ชายปกติเขาทำกัน

...หรือถ้าเป็นผู้ชายไม่ปกติจะสามารถจัดอยู่ในข้อยกเว้นได้นะ...

คุณมุกดาแอบคิดเล่นไปเรื่อยเปื่อยตามประสาของท่าน กระทั่งเหลือบมองนาฬิกาตั้งโต๊ะจึงอุทานออกมาว่า

“ตายจริง ดึกป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย”

“เท็นเห็นแม่อ่านนิยายเพลินเลยไม่ได้เตือนค่ะ...ห้าทุ่ม...พรุ่งนี้เช้าแม่ต้องตื่นไปตลาดซื้อของทำบุญถวายวัดไม่ใช่เหรอคะ”

“ป้าแจ่มในตลาดแกทักว่าแม่น่าจะไปทำบุญบ้าง โชคลาภจะได้เข้ามา เท็นรอไปวัดด้วยกันไหมลูก”

ทัชฌาเดินไปนั่งยังหน้าคอมพิวเตอร์ที่ทำงานค้างอยู่ก่อนจะส่ายหน้า

“คืนนี้เท็นว่าจะนอนดึกค่ะ อ่านงานที่นักเขียนส่งให้พิจารณา”

“แม่ขอยืมต้นฉบับเรื่องนี้ไปอ่านก่อนได้ไหมลูก จบแล้วจะรีบเอามาคืน”

หญิงสาวหัวเราะเบาๆ “ตามสบายค่ะแม่ อย่าทำหายหรือทำยับก็พอ”

“จะรักษาอย่างดีเชียว” คุณมุกดาให้สัญญา

ประโยคท้ายของท่านก่อนลับออกไปจากห้องนั้นต่างหากที่ทำให้ทัชฌาระลึกได้ถึงสิ่งที่ต้องกระทำ

“ถ้าเจอนิยายสนุกอีกเท็นอย่าลืมนึกถึงแม่นะ รับรองหนังสือที่กิ่งฝันวางขายจะต้องซื้อเข้าชั้นบ้านเราครบทุกเล่มเชียว”

หล่อนเหลือบตามองม่านหน้าต่างที่ไหวพริ้วปลิวตามแรงลมจนเห็นแสงจันทร์ที่ใกล้เต็มดวงสาดฉายผ่านเข้ามาก่อนกลืนหายไปกับแสงไฟนีออนที่ส่องสว่างทั่วห้องนั้น พึมพำตอบกลับพอได้ยิน

“เท็นไม่รู้ว่าอยากจะเจอนิยายแบบนั้นอีกไหม...”

“พูดแปลกนี่เรา นิยายดีๆใครกันจะไม่อยากพบ”

ทัชฌาไม่ได้สนใจจะอธิบายในสิ่งที่หล่อนกังวลอยู่ลึกๆ

พรุ่งนี้พระจันทร์จะสุกสกาวเต็มดวง ใกล้เวลาเต็มทีที่หล่อนจะเริ่มต้นขยับเข้าไปใกล้นักเขียนลึกลับรายนั้นตามหน้าที่อันได้รับมอบหมาย

เพียงแต่...ขออย่าให้เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังสือนิยายเล่มที่หล่อนครอบครองมานานวัน ความเหมือนใดๆระหว่างชื่อนิยายและชื่อเว็บไซต์นั่นขอให้มันเป็นเพียงความบังเอิญได้ยิ่งดี

ทัชฌากลัวในสิ่งซึ่งรู้ดีว่าลึกลงไปใจหล่อนกลับยังโหยหาอาทร

แสนยากร...ผู้ชายใต้เงาจันทร์...



เสียงหัวเราะดังจากในห้องนอนน้องสาวเมื่อเขาเดินผ่านทำให้น่านฟ้าอดหยุดเอียงฟังไม่ได้

“โพสต์ลงเว็บสำนักพิมพ์ไปอีกแรงสิขวัญ เผื่อบรรณาธิการจะเห็นว่ามีคนอ่านมากน้อยแค่ไหน”

“จะดีเหรอฝ้าย...ต้นฉบับส่งไปแล้วนี่นา”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ยังไม่มีผลตอบรับมาเสียหน่อย”

น่านฟ้าโคลงศีรษะอย่างอ่อนใจ ไม่น่าสงสัยเลยว่า ‘ธุระ’ ที่ทรายขวัญกล่าวอ้างยามพาเพื่อนมาค้างบ้านคงไม่มีเรื่องอื่นนอกจากพูดคุยเรื่องนิยายอย่างเคย

ตั้งแต่มิรันตีมีผลงานวางขายก็ดูเหมือนจะยิ่งทำให้ทรายขวัญมีมานะในการเขียนจนสามารถปิดต้นฉบับเรื่องแรกในชีวิตลงไปได้ ตอนนี้ก็เริ่มขยับขั้นเข้าสู่การส่งสำนักพิมพ์เพื่อพิจารณาตามลำดับ แถมยังอาจหาญขนาดวางแผนการโพสต์นิยายลงเว็บไซต์สำนักพิมพ์เช็คเรตติ้งผู้อ่านอีกทาง จะไม่ให้น่านฟ้านึกขำได้ยังไง

“มายืนทำอะไรตรงหน้าห้องน้อง”

เสียงทักจากมารดาแว่วมาทำให้น่านฟ้าหันไปยิ้มอ่อนโยน

“วันนี้แม่ไม่ไปงานเลี้ยงไหนเหรอครับ”

“เห็นแม่ไม่รู้จักอยู่บ้านไปตั้งแต่เมื่อไหร่” คุณกุลศิริค้อนวงโตให้บุตรชาย

แม้จะเป็นที่รู้กันว่าทั้งเจ้าสัวสุธีและคุณกุลศิริมีกิจการมากมายให้ต้องดูแล แต่ก็ทราบกันดีว่าการออกงานสังคมก็ไม่น้อยไปกว่างานอื่นๆเลย

น่านฟ้าไม่ได้กล่าวเกินจริงในข้อที่ว่ามารดาไม่ค่อยอยู่บ้านบ่อยนัก เพียงแต่คืนนี้ดูเหมือนจะมีข้อยกเว้นพิเศษบางประการที่เขาคงตกข่าวไปบ้าง

“วันนี้พ่อเราน่ะเขาโชว์เดี่ยวไปกับทัวร์กอล์ฟ แม่ขี้เกียจบินตามไปเดินเทียบรัศมีกับแคดดี้สาวๆเลยขออยู่บ้านสักพัก”

เขามองตามชุดนอนที่ท่านสวมก่อนถามไถ่

“กำลังจะเข้านอนไม่ใช่หรือครับ”

“ได้ยินเสียงรถเราเลยลุกออกมาดู...ทำไมป่านนี้เพิ่งกลับ มีกลิ่นเหล้าด้วยนี่นา” ท่านทำจมูกฟุตฟิตอย่างแปลกใจ

ปกติน่านฟ้าไม่ใช่คนเหลวไหล ทว่าวันนี้นอกจากมีกลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คลุ้ง นัยน์ตาเขายังแดงเยิ้มเหมือนคนดื่มมาหนักเอาการ

“เพื่อนได้ด็อกเตอร์กลับมาจากอเมริกาน่ะครับแม่ เลยเลี้ยงกันแบบไม่อั้น นัดเลี้ยงรุ่นก็แบบนี้แหละ” เขาอธิบายง่ายๆ

“ใครขับรถมาให้ อย่าบอกนะว่าขับมาเองทั้งเมาๆน่ะ”

“จ้างบ๋อยขับมาส่งครับ...รับรองบ๋อยไม่เมา”

คุณกุลศิริเหนื่อยใจกับคำที่ได้ยิน “เที่ยวไว้ใจไปได้ ทีหลังโทรให้คนในบ้านไปรับกลับมาซะก็สิ้นเรื่อง”

ทว่าคนเป็นลูกกลับทำสุ้มเสียงงึมงำว่า

“อีกหน่อยผมจะหาสาวๆมาบ่นแทนแม่ให้ได้ คำบ่นจะได้เพราะๆลื่นหูเหมือนฟังเพลง”

“ลูกสาวหลานสาวบ้านไหนเขาสนใจเราบอกมาเถอะ แม่มีแต่จะยกใส่พานถวายให้ล่ะไม่ว่า”

“ผมไม่คุยกับแม่ดีกว่า...ผมจะไปนอนล่ะครับ” ชายหนุ่มหมุนตัวหันกลับไปยังทิศทางซึ่งตรงกับประตูห้องนอนตัวเอง

คุณกุลศิริมองตามร่างสูงที่เซนิดๆยามก้าวไปเบื้องหน้า หัวคิ้วพลันขมวดเมื่อได้ยินว่า

“หลานสาวป้าอ้นน่ารักๆมีออกหลายคน...แม่จะไปรู้อะไรล่ะครับ...”

เท่านั้นก็มากพอจะจุดประกายสงสัยในแววตาคนอาบน้ำร้อนมามากกว่า

ท่านมั่นใจว่าอีกไม่ช้าป้าอ้นน่าจะมีความกระจ่างให้ เอาไว้รอว่างๆอีกสักระยะหนึ่งก็แล้วกัน คนคิดคำนวณเวลามองตามร่างบุตรชายที่หายลับเข้าห้องไป

เห็นทีเครื่องเพชรที่ซื้อเตรียมไว้ให้บุตรีตอนรับปริญญา คงจะถูกถ่ายโอนเข้ากองของรับขวัญศรีสะใภ้แทนกระมัง...

ใครกันหลานสาวป้าอ้นที่น่านฟ้าหมายตาขนาดหลุดปากออกมาตอนเมา

คุณกุลศิริชักอยากเห็นตัวจริงไวๆ!



พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงนวลผ่านรอยแง้มของบานหน้าต่างและขอบผ้าม่านที่เผยอแยกออกให้ความสว่างกระจายเข้ามาภายในห้อง ไม่มีไฟดวงใดถูกเปิดไว้ ทว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดทิ้งก็มากพอจะทำให้เห็นแสงจับยังเสี้ยวหน้าที่กอปรไปด้วยความเคร่งเครียดหงุดหงิดของผู้ที่นั่งกวาดตาไล่ลงไปตามข้อความที่ค้นหามาตั้งแต่หัวค่ำจนกระทั่งบัดนี้

พรรณรังสีไม่เข้าใจเลยว่าหล่อนพลาดตรงไหนกัน...

หรือเพราะเว็บไซต์คนที่อ้างตัวว่าเป็นแฟนคลับนักเขียนลึกลับรายนั้นแจ้งข้อมูลเท็จไว้ หล่อนไม่น่าหลงเชื่อไปได้เลยว่าในคืนจันทร์เพ็ญแบบนี้จะมีเว็บไซต์ต้องคำสาปอะไรนั่นผุดขึ้นมาได้หน้าตาเฉย

เสียเวลา! เสียอารมณ์!

หญิงสาวเอนกายทิ้งลงกระแทกพนักแข็งของเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งด้วยจิตใจอันขุ่นมัวเป็นปกติวิสัย

สายลมเย็นยะเยือกที่พัดแผ่วเข้ามาทำให้หล่อนรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ น่าแปลกเมื่อนึกได้ว่าหลายคืนที่ผ่านมาร้อนรุ่มเพียงใด

โปรแกรมสนทนาในค่ำคืนนี้ว่างเปล่าราวกับนัดไว้...

ไม่มีใครเข้ามาทักหรือตอบกลับสิ่งที่หล่อนไปชวนคุยเอาไว้

พรรณรังสีเหลือบมองไปทางหน้าต่างเห็นเพียงเงาไม้หรืออะไรบางอย่างวูบไหวแผ่วเบา แต่เลือนรางจนยากจับทางถูก นั่นทำให้หล่อนเพ่งมองอีกครั้งและเผลอโน้มตัวไปเบื้อหน้า ขณะข้อศอกซึ่งขยับโดยไม่ตั้งใจปัดไปถูกคีย์บอร์ด หน้าจอเครื่องคอมพิวเตอร์ก็พลันเปลี่ยนไป

ข้อความบนจอลับหายวับดับวูบไปโดยพลัน ดึงความสนใจหล่อนกลับมาอีกครั้ง

“บ้าชะมัด! เป็นอะไรไปอีกล่ะ”

วันนี้มันวันซวยอะไรของหล่อนกันนักกันหนานะ...ให้ตายเถอะ

พรรณรังสีใช้มือทุบลงไปที่ตัวเครื่องค่อนข้างแรงด้วยความหงุดหงิด เท่านั้นเองที่จอกลับมาสว่างอีกครั้ง ทว่าคราวนี้หน้าจอค้นหาผ่านข้อความที่กรอกไว้ กลับปรากฏคำเดียวกันมากมายละลานตา

คำค้นหาเป็นคำที่หล่อนเพิ่งพิมพ์ก่อนหน้านี้เพียงแต่เว็บไซต์ปลายทางที่ต้องตามต่อกลับไม่มีที่หมายตา ทว่าบัดนี้ทุกบรรทัดกลับนำพาหล่อนไปยังลิงค์เดียวกันหมด

...คำค้นหา ‘แสนยากร’...

... http://www.คืนฝันกลางจันทร์.com ...

พรรณรังสีขยี้ตาอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าหล่อนยังตื่นมีสติพร้อมมิได้หลับฝันเอาเอง มือที่เลื่อนไปยังเม้าส์ลังเลด้วยสังหรณ์ที่เตือนว่ากำลังจะก้าวล่วงไปในขอบเขตที่เหตุและผลซึ่งหล่อนเคยรู้มานั้นไม่อาจใช้ได้ แต่ความต้องการอะไรบางอย่างกลับมากมายยิ่งกว่า และสร้างความกล้าให้มาพอจะเปิดเข้าไปยังหน้าจอสีดำซึ่งกำลังโหลดอย่างช้าๆ

“ดูหน่อยน่า...เว็บอาถรรพ์อะไรกัน มันก็เสิร์ชได้จากกูเกิ้ลเท่านั้นเองนี่นา”

หญิงสาวเลื่อนสายตาลงตามข้อความต้อนรับที่หัวเว็บนั่น ก่อนจะไล่เรียงลงมายังหัวข้อบทความและนิยายต่างๆที่บ้างก็โพสต์ให้อ่าน บ้างก็ปล่อยโหลดกลับไปตามแต่ใครจะสามารถโหลดได้

จนกระทั่งสายตามาสะดุดลงที่นิยายเรื่องเงาบรรณ...

นี่กระมังสิ่งซึ่งใครหลายคนตามหา

ยิ้มย่องให้กับความสำเร็จของตนเองจนออกนอกหน้าเมื่อนึกได้ว่าอีกไม่ช้าหากมันไปปรากฏบนหน้าเว็บไซต์หล่อนคนจะฮือฮาเพียงใด

ยังไม่ได้อ่าน ยังไม่ตัดสินเนื้อความ เนื้อตัวหล่อนก็สั่นระริกด้วยความยินดีสุดใจเมื่อเห็นช่องหนึ่งมีไว้ให้ทิ้งข้อความไปยังเจ้าของเว็บไซต์เป็นเสมือนข้อความลับส่วนตัวหลังไมค์ที่เปิดอ่านได้เฉพาะคน

“ชอบเงาบรรณมาก เป็นสื่อฯนะคะ อยากจะสัมภาษณ์คุณแสนยากร ติดต่อกลับที่อีเมลด้วยค่ะ”

หล่อนไม่ลังเลสำหรับการกรอกอีเมลแอดเดรสตนเองลงไป

นักเขียนคงไม่รู้หรอกน่าว่าหล่อนอ่านนิยายเขาจริงหรือไม่ ประเดี๋ยวว่างเมื่อไหร่หล่อนค่อยไปหากระทู้ที่มีสรุปเนื้อความอ่านเรื่องย่อๆเอาก็พอคุยสานต่อได้

พรรณรังสียังคงเชื่อใจในฐานะ ‘สื่อฯ’ ที่หล่อนอ้างอิงจากคำว่าสื่อสารมวลชน แม้ตนเองก็เป็นเพียงเจ้าของเว็บเล็กๆธรรมดาเปิดมาแบบมีวัตถุประสงค์แอบแฝง คำนี้เมื่อผนวกกับ ‘สัมภาษณ์’ ที่หล่อนมักใช้ กลับดูเหมือนจะมีแรงผลักดันซึ่งมองไม่เห็นทำให้ใครหลายคนหลงคารมได้ไม่ยากเย็นนัก

นักเขียนคนไหนจะไม่อยากให้งานตีพิมพ์เผยแพร่และไม่อยากเด่นดัง จ้างให้หล่อนก็ไม่เชื่อหรอก ทำปากแข็งกินอุดมการณ์กันไปอย่างนั้นเอง

มีคนสนใจ มีคนอยากสัมภาษณ์...ฟังดูดีจะตาย

อีกครั้งที่ลมเย็นพัดวูบมาจากหน้าต่างทำให้หล่อนยกมือกอดอก ตัวรุมๆคล้ายคนกำลังจะจับไข้ทำให้พรรณรังสีไม่มีแก่ใจสำรวจเว็บไซต์ปริศนานี้มากนัก

หญิงสาวลุกเดินไปปิดหน้าต่างอย่างกระแทกกระทั้น พยายามดึงมันให้เข้าล็อกซึ่งเหมือนไม่เป็นใจจนต้องออกแรงดึงให้วุ่นวายไปหมด ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อาจปิดสนิทลงได้อยู่ดี

กิริยาอาการต่างๆกลับพลันชะงักลงกะทันหันเมื่อหูแว่วเสียงบางอย่างดังมาจากโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่หล่อนเพิ่งลุกจากมา

...คล้ายเสียงขาเก้าอี้ที่ครูดกับพื้นห้องซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็งแบบช้าๆ ราวกับมีใครบางคนกำลังลากมันเลื่อนขยับ พรรณรังสียืนนิ่งตัวชาไม่กล้าพอจะเหลียวกลับ รอบกายหล่อนมีแต่เพียงความมืดเป็นม่านวิกาลคลี่โรยไว้บางเบาใต้แสงจันทร์

มือที่เกาะกับขอบหน้าต่างสั่นเทาเมื่อเสียงนั้นเคลื่อนใกล้ทางด้านหลังเข้ามาทุกทีก่อนจะหยุดลงทันควัน ปล่อยให้ทุกอย่างกลายเป็นคำถามในความเงียบสนิทที่ไร้การเคลื่อนไหว

กลิ่นอับเหมือนซากแห้งๆลอยมากระทบนาสิกและวนเวียนอยู่ตรงนั้น

พรรณรังสีไม่ได้อยากย้ำให้ตัวเองคิดเตลิดไปไกล

แต่เจ้าตัวแน่ใจว่าบัดนี้ในห้องมิได้มีหล่อนอยู่เพียงลำพัง!

ฝ่ามือสองข้างยกขึ้นปิดหน้าตามสัญชาตญาณเมื่อได้ยินเสียงวัตถุทำจากแก้วแตกกระจายลงเกลื่อนพื้นราวกับหมายใจจะจำกัดที่ทางของหล่อนไม่ให้เคลื่อนขยับได้โดยพละการในความสลัวรางอีกต่อไป

...ความเจ็บแปลบปลาบราวถูกของมีคมตวัดเฉือนเริ่มจากข้อมือซ้ายขวา ก่อนจะเกิดขึ้นอีกหนที่หัวไหล่จนพรรณรังสีสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจหลุดเสียงร้องอุทานออกมา แขนทั้งสองถูกทิ้งห้อยลงข้างตัวทันควัน

นัยน์ตาเหลือกลานอย่างหวาดหวั่นเมื่อมองตามมือลงสู่พื้นห้อง

ในแสงสีนวลๆของดวงจันทร์เลือดสีแดงคล้ำกำลังลามไหลจากเนื้อตัวที่สั่นเทิ้มใต้เสื้อผ้าจนเจิ่งนองไปทั่ว ปริมาณมากมายเกินกว่าจะบอกได้ว่าออกมาจากร่างกายของคนเพียงคนเดียว มันเหนอะหนะยามหล่อนยกแข้งขาอันอ่อนแรงปรารถนาจะหาหนทางหนีไปจากที่นั้นให้ไกลลิบ

แต่พรรณรังสีก็ทำได้ไม่ดีไปกว่าทรุดล้มลงและเริ่มกรีดร้องลั่นสุดชีวิตด้วยความตื่นตระหนก เมื่อรับรู้ว่าใต้ผิวน้ำรอบกายมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวไปมาน่าขยะแขยงนัก

บางสิ่งที่แผ่ออกกว้างผิวเนื้อหยุ่นมีเมือกลื่นๆห่อหุ้มไว้ พยายามจะควานรัดเอาข้อมือข้อเท้าหล่อนไว้มั่น ขณะที่มันเลื่อนไหลชวนสะอิดสะเอียนมีคละกองโลหิตข้นคลั่ก ขึ้นมาคลี่คลุมตามลำตัวหล่อนอย่างช้าๆและประสงค์ร้าย...

บางสิ่งที่ทำให้พรรณรังสีอยากให้ทุกอย่างนี้เป็นเพียงฝัน

แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากปล่อยน้ำตาทะลักทลาย สะอื้นไห้อย่างสะเทือนขวัญรุนแรง!















Create Date : 19 มิถุนายน 2552
Last Update : 10 มีนาคม 2559 20:07:13 น. 11 comments
Counter : 308 Pageviews.

 
ขอบใจมากๆนะจ๊ะ ที่แวะไปส่งกำลังใจให้พี่ ตอนนี้พี่ดีขึ้นเยอะแล้วคะ ขอให้น้องพลอยมีความสุขมากๆนะคะ


โดย: sawkitty วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:6:48:30 น.  

 
ตามมาให้กำลังใจจ้า เทพมากเลยพลอย อัพนิยายทีเดียว 3-4 เรื่องเนี่ย ของเราแค่เรื่องเดียวก็เข็นแทบตาย


โดย: อ้อ IP: 203.150.210.151 วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:9:48:28 น.  

 
โอ้ เรื่องนี้พึ่งแน่ใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณ คนชั่วคิดไม่ดีกับวงการกำลังจะโดนลงทัณฑ์ 5555


โดย: adel_ew วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:10:56:08 น.  

 
อ่านแล้วน่าติดตามมากเลย


โดย: peerisa IP: 124.120.116.152 วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:11:42:09 น.  

 
นู๋พลอยเพิ่งเห็นข่าวพี่สาวไม่สบายช้าไปหน่อย
หมู่นี้ตกข่าวประจำเลยค่ะ ยังไงก็รักษาสุขภาพนะคะ
เป็นห่วงค่ะ

*********
เพื่อนอ้อ...
วิธีการง่ายๆ เราอัพแค่สองเรื่องพอ
ที่เหลือของท่านอื่นๆมาลงร่วมกันจ้า ^ ^
เป็นการแชร์พื้นที่และแบ่งปันกันอ่านค่ะ

*********

อ๊ะ...นั่นแน่ะ
พี่อะเดลแอบเชียร์วิญญาณแล้วใช่ไหมเอ่ย
หุหุ

*********

คุณ peerisa

ยินดีอย่างยิ่งที่มีผู้อ่านค่ะ
ปกตินั่งเขียนเงียบๆอยู่บ้านคนเดียวนะคะนี่
ยังไงก็ไม่ค่อยชินกับการต้องอัพบล็อกบ่อยๆแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่จะพยายามค่า...
^o^




โดย: ploy666 IP: 124.157.206.193 วันที่: 19 มิถุนายน 2552 เวลา:12:36:00 น.  

 
สนุกมากๆๆๆ เลย โอ้ เด็ดตั้งแต่บทที่ 1 เิปิดตัวละครเลย อ่านแล้วหยุดไม่ได้

เสียดายอะ แสนยากรเป็นผีแหงๆ เลย แง้ สงสารเท็น เศร้าจัง แต่ก็หวังว่าจะได้ลงเอยกับน่านฟ้านะ (ขนาดคนเขียนยืนยันว่าไม่เน้นหวาน คนอ่านก็ยังอดหวังไม่ได้ อิๆ)

สนพ กิ่งฝัน น่ารักมากๆ เลย อ่านแล้วอยากไปของานทำ เป็นเด็กชงกาแฟก็ยังดี (แก่ไปแล้วมั้งคุณพีท)

รออ่านต่อจ้า


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 20 มิถุนายน 2552 เวลา:20:08:52 น.  

 
อ๊ากกก...คุณพี่พีทคุง ตามอ่านไวจัง

สนพ. กิ่งฝัน เพิ่งเปิดค่ะ อีกไม่ช้าคงรับบุคลากรหลายตำแหน่ง อย่างพี่พีทไม่แก่ค่ะ รับประกัน

ก็แหม...ป้าอ้น เจ้าของ สนพ. กิ่งฝัน ขนาดอายุเกือบหกสิบยังแข็งแรงแถมมีไฟขนาดลุกมาตั้งสำนักพิมพ์บรรยากาศน่ารักๆได้อีกแน่ะ

^ ^


โดย: ploy666 IP: 124.157.201.133 วันที่: 21 มิถุนายน 2552 เวลา:3:14:29 น.  

 
พรรณรังสีเจอดีจนได้ ... สมน้ำหน้า


โดย: อ้อ IP: 203.150.210.151 วันที่: 25 มิถุนายน 2552 เวลา:8:26:18 น.  

 
หุหุ


โดย: ploy666 IP: 124.157.207.220 วันที่: 25 มิถุนายน 2552 เวลา:19:03:33 น.  

 
อ๊ากกกกก 5555+ สะใจ


โดย: Tukta21 วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:1:09:58 น.  

 
มอลลี่อาการหนัก 55+


โดย: ploy666 (ploy666 ) วันที่: 27 มิถุนายน 2552 เวลา:6:04:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
ยังมีสินค้าเหลือเล็กน้อยค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : vr.molecules@จีเมล.com
** แทนที่ จีเมล ด้วย gmail

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

เมื่อคุณเริ่มก้าวแรก
ก้าวต่อไปมันก็ไม่ได้ง่ายอยู่ดี

...เพียงแต่...

เราเคยผ่านมันมาแล้ว!

Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.