Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
6 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
เงาบรรณ 04


คุยกันก่อนอัพ

วันนี้คิดถึงสะพานลอยและทางม้าลายค่ะ ^ ^
ตอนอยู่กรุงเทพฯมองไปทางไหนก็เห็นนะคะ แต่ที่เชียงใหม่สะพานลอยหายากแฮะ
มีสะพานลอยเล็กๆตรงกาดดอกไม้ จำได้ว่าตอนมาถึงนี่ใหม่ๆเคยไปอาศัยถ่ายรูปด้วยล่ะ
ทางม้าลายที่นี่มีมาก แต่แปลกจากกรุงเทพฯตรงที่มีกดรอสัญญาณไฟก่อนเดินข้ามด้วยในบางแห่ง
เพื่อนที่มาเที่ยวพากันมองแบบแปลกๆ แล้วบอกว่าไม่คุ้นเคยนัก

ทำให้คิดได้ว่าความเคยชินของแต่ละคนนั้นมีส่วนเชื่อมโยงกับสถานที่ซึ่งเราคุ้นเคย

ฉะนั้น...พยายามสร้างทุกสิ่งรอบกายเราให้สวยงามนะคะ
ความเคยชินที่เราคิดถึง จะได้สวยงามตามไปด้วย


Ploy666.




**************

เงาบรรณ 04
ผู้แต่ง ploy666 (สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย)



“พี่นอตอารมณ์ดีผิดปกตินะคะนี่”

ทรายขวัญทักขึ้นเมื่อเห็นพี่ชายก้าวผ่านประตูบ้านเข้ามา เด็กรับใช้หลายคนกระวีกระวาดรับเอกสารที่น่านฟ้าเอามาทำต่อไปจัดเก็บในห้องำงานส่วนตัวของเขา

ชายหนุ่มจึงเดินเลยไปนั่งพลางเรียกหาน้ำผลไม้เย็นจัดที่เขาชอบและมักจะมีติดบ้านไว้เสมอ

“รู้ได้ยังไงกัน”

“ก็ขวัญเห็นพี่นอตยิ้มไม่หุบเลยตั้งแต่เดินลงจากรถเข้ามาในบ้านน่ะ”

หญิงสาวที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษานั่งอิงแอบกับพี่ชายอย่างสนิทชิดเชื้อ เอียงหน้ามองยิ้มกริ่มแล้วถามว่า

“บอกหน่อยน่าไปเจออะไรเจ๋งๆมาใช่ไหมเอ่ย”

“ไม่มี” เขายืนยันทว่าดูมีพิรุธในแววตา

“ไม่เชื่อ”

“แม่นักเขียนใหญ่ พักนี้เพ้อเจ้อลามปามแล้วนะเรา”

น่านฟ้าหัวเราะและเปลี่ยนเรื่องคุยทันควัน

“ว่าแต่นิยายที่บอกจะปริ้นท์ไว้รอพี่อ่านน่ะเข้าเล่มมาเสร็จหรือยัง ขอดูบ้างสิ”

“อย่าทำยับนะพี่นอต อันนี้เป็นต้นฉบับหนึ่งเดียวในดวงใจ”

ทรายขวัญส่งให้แต่โดยดี แก้มแดงๆบ่งบอกความกระดากอายไม่น้อย

น่านฟ้ามองใบหน้าน้องสาวอย่างเอ็นดู รูปหน้าหล่อนค่อนข้างกลมอิ่มถอดเค้ามาจากมารดา ทำให้คนเห็นจนชินตาบางทียังอยากจะนึกว่าทรายขวัญอายุยังไม่ถึงยี่สิบ ทั้งที่ความจริงแล้วหล่อนอายุยี่สิบสองและอ่อนกว่าเขาเพียงสี่ปีเท่านั้น

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่น้องสาวเขาแสดงเจตจำนงจะไปเรียนรู้ชีวิตนักเรียนไทยในต่างแดน ทำให้พักหายจากการเรียนทางนี้จึงเข้ามหาวิทยาลัยในเมืองไทยล่าช้าดังที่เห็น

การที่พี่น้องสนิทกันขนาดนี้บางทีน่านฟ้าก็อยากกล่าวโทษข้อที่ว่าบิดามารดาเขามีธุรกิจมากมายจนไม่มีเวลากลับบ้านมากนัก

ทิ้งเขากับทรายขวัญไว้ในคฤหาสน์หลังโตและคนรับให้เกือบสิบชีวิตให้อยู่กันเอง

แต่ทั้งสองก็ประคองกันมาจนไม่มีใครสามารถตำหนิการวางตัวได้

จนบัดนี้น่านฟ้ากำลังเข้าไปรับช่วงดูแลกิจการค้าขายและรับสั่งทำเฟอร์นิเจอร์หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย กลายเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่น่าจับตา...

“จะไม่เรียกว่าหนึ่งเดียวในดวงใจได้ยังไง พี่เพิ่งเห็นเราเขียนจบกับเขาเนี่ยแหละ”

“พี่นอตปากร้าย” คนเป็นน้องค้อนขวับอย่างงอนๆ

“ต้องแก้อีกไหม”

“คิดว่ามีบางที่อยากแก้ค่ะ...แต่ให้พี่นอตช่วยดูดีกว่าเพราะพี่นอตเองก็ชอบอ่านนิยายนี่นา”

น่านฟ้าหยิบพลิกดูปกที่เพียงปริ้นท์ใส่ชื่อเรื่องมาแบบง่ายๆ คะเนความหนาของเนื้อหาเทียบกับเวลาในระยะนี้ที่เขาพอจะมีจึงพยักหน้า

“ขอสักอาทิตย์กว่าๆก็แล้วกัน พี่จะบอกอีกทีว่าชอบหรือไม่ชอบตรงไหนบ้าง”

“อย่าสับมากนะพี่นอต ขวัญกำลังคิดอยู่ว่าจะเอาไปลงออนไลน์ในอินเตอร์เน็ตดีไหม ช่วงนี้นิยายลงเน็ตได้รับความสนใจน่าดูเชียว เผื่อขวัญจะดังอย่างคุณแสนยากรเขามั่ง”

เรื่องที่ว่าการโพสต์งานออนไลน์ในอินเตอร์เน็ตเป็นอีกช่องทางที่ก้าวไปสู่การรวมเล่มในภายหลังไม่ได้ใหม่จนน่านฟ้าตามไม่ทัน แต่ที่เขาสะดุดหูกลับเป็นชื่อที่ทรายขวัญยกมากล่าวอ้าง จึงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า

“พี่ตกข่าวอะไรไปหรือเปล่าขวัญ...ใครกันแสนยากร...”

“เจ้าของเว็บคืนวันพระจันทร์เต็มดวงไงคะ”

คราวนี้คนฟังทำหน้างงเต็มพิกัด

ทรายขวัญหันซ้ายแลขวาก่อนลดเสียงลงจนเกือบเป็นการกระซิบทั้งที่ไม่เห็นจำเป็นสักนิดในเวลานั้น

“ใครๆเขาก็ลือกันให้แซ่ดถึงนิยายที่มีคนหลายช่วยกันเอาตั้งกระทู้โพสต์เผยแพร่ ทั้งที่คนพวกนั้นไม่มีใครรู้จักกันเลยแม้แต่คนเดียว เขาว่ากันว่า...ในคืนขึ้นสิบห้าค่ำให้รอจนพระจันทร์ส่องแสง แล้วเสิร์ชหาคำว่า ‘แสนยากร’ จากนั้นมองหาเว็บไซต์หนึ่งชื่อว่า http://www.คืนฝันกลางจันทร์.com ที่ไม่เคยมีอยู่ในระบบมาก่อนเลยนอกเหนือจากเวลานั้น”

“เว็บไซต์อะไรกันถึงจะหาเจอแบบต้องมีเงื่อนไขขนาดนี้” น่านฟ้าครางอย่างอัศจรรย์ เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

“ถ้าเสิร์ชชื่อเว็บตรงๆก็หาไม่เจอนะคะ...เขาบอกมา”

ต้องเรียงลำดับไปตามนั้น ทรายขวัญก็ไม่ทราบเช่นกันว่าทำไม

คนพบแรกๆนั้นแค่เสิร์ชชื่อนี้เข้าไปเรื่อยเปื่อยด้วยจุดประสงค์อะไรสักอย่างซึ่งไม่เปิดเผย มือคลิกไปเรื่อยและเจอมาดังที่เล่าต่อๆกัน

“ขวัญได้ยินมาว่าพอเปิดเข้าไปก็จะเจอกับเว็บไซต์ที่ลงทั้งบทความทั้งนิยายให้โหลดเก็บอ่านกันได้ แต่นิยายนั่นจะอัพแยกเป็นบทๆแล้วแต่ว่าใครจะสามารถโหลดบทไหนได้ เท่าที่คุยๆกันยังไม่เคยมีใครเข้าอ่านได้ครบ คนที่เจอก็เลยตั้งกระทู้ตามเว็บใหญ่ๆแล้วถามหาตอนต่อๆไปที่เขาขาดหายเพราะนิยายน่าติดตามมาก ทีนี้ใครต่อใครเลยพากันมาแสดงตัวใหญ่เลยว่าเคยเจอเว็บนั้นเหมือนกัน แต่ที่น่าแปลกก็คือในตอนกลางวันหรือคืนที่พระจันทร์ไม่เต็มดวงไม่มีใครควานหาเว็บไซต์นั่นพบเลยน่ะสิคะ”

“นิยายเรื่องไหนที่คนกำลังตามอ่านกัน”

“เงาบรรณ ค่ะ” ทรายขวัญตอบคำถามอย่างรวดเร็ว “ลือกันว่าสำนักพิมพ์ควานหาตัวคนเขียนให้ควั่กเชียวนะคะเพราะอยากได้ลิขสิทธิ์ ยอดวิวเข้ากระทู้เนื้อหารวมนิยายเขาน่ะพุ่งลิ่วจนเว็บเกือบล่มไปหลายทีตั้งแต่ที่เริ่มมีข่าวขึ้นมาเมื่อประมาณสามสี่เดือนที่แล้ว”

“เขียนดีงั้นสิ”

“ออกแนวเสียดสีวงการนักเขียนและสำนักพิมพ์ด้วยนะคะ ขวัญว่าแรงเอาการเชียวล่ะ”

“แปลกคน...ปกติเขามีแต่จะไม่พูดถึง เพราะกลัวจะทุบหม้อข้าวตัวเอง”

ทรายขวัญส่ายหน้าช้าๆ “คุณแสนยากรเขาไม่กลัวค่ะพี่นอต ตรงกันข้ามเขากลับกล้าประกาศในทำนองว่าบรรณาธิการดีๆสมัยนี้ที่เขายกมือไหว้สนิทใจมีแค่ไม่กี่คน เจตนารมณ์ในการเขียนนิยายเรื่องนี้ของเขาก็แค่จะเปิดโปงการดิ้นรนของนักเขียนในโลกปัจจุบันที่หลายคนเผชิญอยู่ เขาไม่เคยมีผลงานตีพิมพ์มาก่อนแต่เดาๆกันว่าเขาน่าจะเขียนงานลงออนไลน์มาไม่น้อยนะคะ สำนวนภาษาของเขาไม่ใช่คนหัดเขียนนี่นา”

“พี่ว่าเจตนารมณ์เขาดีต่อนักเขียนรุ่นใหม่ๆนะ แค่กังวลว่าคนทำดีด้วยวิธีนี้อาจมีปัญหาตามมาถ้าเขายังอยากเผยแพร่ผลงาน”

“ขวัญว่าเขาไม่แคร์ถ้าในอนาคตเขาจะไม่มีงานออกมาวางขายแค่เพราะคนบางกลุ่มที่เคยทำเรื่องไม่ดีพวกนี้ไม่ยอมรับการกระทำที่ตัวเองเคยสร้างเรื่องเอาไว้และหันมาจัดการเขาแทน ถึงขวัญจะเป็นแค่คนนักเขียนมือใหม่ แต่ขวัญก็เข้าใจนะคะพี่นอตว่ามันมีหลายอย่างที่ยากมากสำหรับการจับมาเขียนเป็นเรื่องราว ขวัญยอมรับว่าเขาใจเด็ดที่จะท้าทายอะไรหลายอย่างทีเดียว”

ศักดิ์ศรีของคนเขียนฝันจะยังดำรงอยู่ที่ปลายปากกา

การเขียนตามคำสั่งจะต่างอะไรกับหุ่นอันเป็นเครื่องจักรกล

ชิ้นงานจะไร้ค่าและ ‘ตาย’ ลงในท้ายที่สุดเมื่อคนเขียนมิได้ถอดหัวใจไปวางเดิมพัน

ทรายขวัญแสนทึ่งในตัวผู้ชายคนนั้น ‘แสนยากร’ นักเขียนลึกลับที่หันหลังให้แวดวงบรรณพิภพอย่างอหังการ!

คำเล่าลือมีมากกว่านั้น...

ไม่ใช่ความอัศจรรย์แต่เป็นความน่าสะพรึงกลัว

สายขวัญห่อไหล่อย่างหวาดหวั่นพรั่นพรึงเมื่อเอ่ยถึงอีกเรื่องที่เกี่ยวโยงกัน

“คนที่เคยเห็นเว็บไซต์นั้นบางคนพยายามสืบหาว่า ‘แสนยากร’ คือนามแฝงของใครกัน หลังจากนั้นจะมีอีเมลส่งมาหาและบอกว่าให้เลิกยุ่งกับตัวตนของเขาซะ ไม่อย่างนั้นอีกไม่นานจะมีคนใกล้ตัวเสียชีวิตลง แล้วก็ตรงตามคำนั่นทุกหนไป แต่พอย้อนตามอีเมลแอดเดรสกลับก็ถูกตีกลับว่าไม่มีคนใช้อีเมลนี้ จนในเน็ตเขาเรียกกันว่าเว็บไซต์ต้องคำสาป!”



เว็บไซต์ต้องคำสาป...

พรรณรังสีบันทึกคำนั้นเอาไว้ในโปรแกรมก่อนจะปิดไป

หล่อนเห็นข่าวนี้มานานพอดูและติดตามจนรู้สึกว่าสำนักพิมพ์ที่ไหนๆก็ช่างไม่ได้ความ ลำพังหาตัวนักเขียนคนเดียวจะยากเย็นอะไร ลองประกาศแจ้งไปสิว่าอยากตีพิมพ์นิยายให้ขี้คร้านนักเขียนจะเสนอหน้ามาเองนั่นแหละ

สงสัยจะเป็นช่องทางโปรโมทอย่างใหม่

กระแสตอบรับเกรียวกราวทำให้หล่อนไม่อาจเมินเฉยทำเป็นไม่สนใจ เพียงแต่ในเวลานี้ยังไม่มีเวลาเจียดแบ่งไปจัดการเท่านั้นเอง

“สวัสดีค่ะ วันนี้ลูกคนเล็กไม่สบายเลยไม่ไปโรงเรียน เพิ่งพาไปคลินิกมาค่ะ ได้ยาแก้ไข้แก้หวัดมาเยอะเชียว”

ข้อความจากโปรแกรมสนทนาที่เมี่ยงคำทักทายมาก่อนทำให้ความสนใจของพรรณรังสีถูกดึงกลับมาอยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยมของเครื่องคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

จะเรียกว่าคำทักที่ส่งมาก่อนก็คงไม่ถูกนักกระมัง ในเมื่อหลายวันหลังจากการพูดคุยหนแรกที่กร่อยๆในตอนท้าย พรรณรังสีก็เป็นฝ่ายคอยส่งข้อความชวนคุยไปเสมอๆแทบจะชั่วโมงเว้นชั่วโมงก็ว่าได้ บางหนก็แสร้งทำเป็นเอาใจใส่ส่งลิงค์ข่าวสารในแวดวงให้ประปราย

หล่อนใช้เทคนิคเดียวกับนักขายตรงมืออาชีพ

...ส่งสินค้าถึงบ้านและหมั่นเยี่ยมเยียนนำเสนอตัวเอง...

ความคิดหล่อนไปไกลจนถึงขนาดมีดาวไลน์หรือนักเขียนมากหน้าอยู่เป็นสายโยงใยข้างใต้โดยมีตัวเองเป็นยอดปิรามิด

หญิงสาวอดหัวเราะอย่างขบขันลู่ทางความฝันที่ตนเองวาดไว้เสียมิได้

มันชัดเจนราวกับจะลอยมาตรงหน้าไวๆนี้เสียด้วยซ้ำ หากดูจากที่เมี่ยงคำเป็นหนึ่งในนักเขียนโลกไซเบอร์มากมายที่ตอบคำทักทายกลับมา

ปลากำลังติดเบ็ด...

อีกตัว...และอีกตัว...

“พี่กำลังจะเปิดตัวเว็บไซต์ที่ปรับปรุงใหม่เร็วๆนี้”

โฟกัสความสนใจของพรรณรังสีคับแคบ หล่อนไม่คิดแม้แต่จะถามไถ่อาการของบุตรชายคู่สนทนาให้ยืดยาว

ก็มันน่าเบื่อ...

เมื่อพรรณรังสีสรุปเสียแบบนั้นจึงดึงเรื่องอื่นมาชวนคุยแทนให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป

“เหรอคะ ทำเว็บยากไหมคะพี่หนิง เมี่ยงก็เคยคิดว่าถ้าอีกหน่อยเขียนนิยายมากๆมีแฟนคลับกับเขาเมื่อไหร่ก็อยากมีเว็บไซต์เป็นนามปากกาตัวเองสักเว็บเหมือนกัน”

“จะยากอะไร เว็บสำเร็จรูปถมเถไป ของพี่ก็จ่ายค่าโฮสต์สามสี่ร้อยบาทเอง”

“พี่หนิงทำเว็บเกี่ยวกับอะไรคะ”

“ที่ปรับปรุงใหม่นี่พี่ว่าจะลงข่าวในวงการหนังสือเป็นหลัก เพราะพี่รู้จักคนเยอะ อีกหน่อยอาจมีนักเขียนมาอัพนิยาย...ดูก่อน สมัยนี้คงต้องเลือกคบคนหน่อยล่ะ นักเขียนรุ่นใหม่สักแต่ว่าเขียนกัน พิมพ์ออกมาโครมๆไม่ได้คุณภาพสักเล่ม นิยายหลอกเด็กพวกนี้หาอ่านไม่ยาก แต่ไม่อ่านก็ดี จะได้มีเวลาไปหาอะไรดีๆใส่สมองแทน”

เมี่ยงคำเงียบไปเพราะรู้สึกเหมือนถูกกระทบอีกครั้ง

“แล้วพี่หนิงจะเขียนนิยายไหมคะ”

เขียนเอง อัพเอง...จะได้ไม่ต้องหาคน ก็น่าจะเข้าท่า

ทว่าเจ้าของเว็บกลับบ่นว่า “ถ้าเขียนแล้วก็ต้องหาที่ส่ง สำนักพิมพ์ส่วนใหญ่สัญญาไม่ดี มีแต่ให้เหมาจ่ายเรื่องละหมื่นห้า”

“เขียนลักษณ์ที่เมี่ยงอยู่เขาให้ตามยอดขายค่ะ”

“โอ้ย! ยิ่งแล้วใหญ่ โดนโกงมาก็ไม่รู้เรื่อง”

คนฟังชักวางหน้าไม่ถูก

“ไม่โกงมั้งคะ...เพื่อนๆทำที่เดียวกันก็บอกได้ตังค์เรื่อยๆ เขามีประกันขั้นต่ำให้ด้วยพันเล่ม ห้าเดือนจ่าย จากนั้นก็นับยอดส่งเงินเข้าบัญชีให้ทุกเดือนสิบเปอร์เซ็นต์ของราคาขาย พี่ๆที่สำนักพิมพ์ก็ไม่ได้หายหน้าหายตา ยังติดต่อกันเป็นระยะๆอยู่ทุกวันนี้”

“แล้วของเราล่ะ ขายได้กี่เล่ม” ประโยคนั้นถามเหมือนกึ่งเล่นกึ่งจริง

“ไม่ทราบค่ะ แต่ขึ้นบอร์ดท็อปเท็นไปสองร้านแถวบางนา เพื่อนไปดูแล้วเอามาบอก”

เมี่ยงคำไม่ได้เจตนาโอ้อวด แต่มันคำความภาคภูมิใจในผลงานที่หล่อนรักและฟูมฟักมาเนิ่นนานจนถึงวันนี้

อีกทีที่คู่สนทนาใช้วาจาแหลมคมอย่างคน ‘รู้มากกว่า’ ทิ่มแทงเจ็บแสบว่า

“การตลาดก็แบบนี้แหละ อยากเชียร์เล่มไหนก็เอาขึ้นป้ายแปะว่าขายดี ไม่รู้ขายดีจริงไหม...บางทีพนักงานของร้านก็เอาหนังสือที่สำนักพิมพ์ส่งไปฝากขายน่ะกองไว้ในโกดังเป็นตั้งๆ พลาสติกยังไม่แกะออกเลยมั้งตอนส่งคืนสำนักพิมพ์แล้วแจ้งว่าขายไม่ได้”

“เขาทำกันด้วยเหรอคะแบบนั้น” เมี่ยงคำอัศจรรย์ใจในวิธีการที่อีกฝ่ายเล่ามา

มิใช่ยิ่งพยายามขายหนังสือ ก็จะยิ่งเป็นรายได้แก่ร้านหรอกหรือ...

“ของแบบนี้มันอยู่ที่สำนักพิมพ์เขาอัดฉีดพิเศษให้ไหม อย่างพวกวางตำแหน่งดีๆนั่นก็อีกราคา ไม่อย่างนั้นก็ซุกลงชั้นล่างไปซะคนอ่านก็หาซื้อลำบากขึ้น เขาไม่ค่อยเห็นผ่านตาเขาก็ไม่หยิบมาพลิกใช่ไหมล่ะ ถ้าสำนักพิมพ์เล็กๆพี่ว่านักเขียนเกิดยาก เขาไม่อัดโปรโมทสักเท่าไหร่ ไม่มีกิจกรรมอะไรเอนเตอร์เทนแฟนคลับให้รู้จักเลย อย่างนิยายเราน่ะพี่ว่าก็คงแผนการตลาดของสำนักพิมพ์วางไว้นั่นแหละ”

ตกลงนิยายหล่อนเลวร้ายขนาดต้องใช้วิธีการขายโดยหลอกลวงประชาชนขึ้นป้ายว่าขายดีเชียวหรือ...

เมี่ยงคำพยายามข่มอารมณ์ไม่พอใจที่วูบวาบมาในอก

เพราะตัวเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์หรือรู้จริงมากมายพอจะทุ่มเถียง สู้อดทนและปล่อยผ่านไปก็คงจบ

หล่อนไม่มีเพื่อนพ้องเส้นสายในวงการนี้ แต่ดูท่าทีการพูดจาและข่าวสารที่พรรณรังสีเคยให้มาทำให้หล่อนเหมาเอาเองว่าอีกฝ่ายกว้างขวางเป็นที่นับหน้าถือตาใครต่อใครไม่น้อย

...ถือเสียว่าเราเป็นเด็กต้องเคารพผู้ใหญ่ไปซะก็แล้วกัน...

“นี่ก็มีเด็กฝากต้นฉบับให้พี่ส่งสำนักพิมพ์ บอกว่าจะส่งที่ไหนก็ให้พี่ช่วยดูให้หน่อย เขาบอกว่าแล้วแต่พี่”

เหมือนจะกล่าวย้ำคำที่เคยคุยไว้

...หล่อนฝากได้...มีหลายคนไว้เนื้อเชื่อใจ

“ที่ไหนเรียกว่าสำนักพิมพ์ใหญ่คะพี่”

“เขียนลักษณ์พี่ว่าก็อย่างงั้นๆแหละนะ ช่วงนี้พี่ว่าคลังบุ๊คส์ใช้ได้เลยนะ เขาตั้งมานานยอดขายก็ดีนักเขียนดังๆก็เยอะเพราะเขาโปรโมทดี อย่างนิยายพี่น่ะ ถ้าไม่ได้พิมพ์กับคลังบุ๊คส์...พี่ไม่เอา!”

พรรณรังสีประกาศฉะฉานเชื่อมั่น

นิยายหล่อนจะฝ่าฟันไปได้สูงสุดเหนือใคร!













Create Date : 06 มิถุนายน 2552
Last Update : 10 มีนาคม 2559 20:05:02 น. 5 comments
Counter : 306 Pageviews.

 
มาบุกจ๊ะ นู๋พลอย บอกแล้วไงว่า จะมาแวะเวียนทักทาย


โดย: มะแม (raya_sailomchoy ) วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:13:34:33 น.  

 
โอย..

แหม มันคุ้นๆเลยอ่ะ คุ้นมั่กๆ แต่นึกไม่ออก ว่าคุ้นเพราะใคร

แต่มา ฮา ตรง
ถ้าไม่ได้ คลังบุ๊ค ไม่เอา ! 5555

ฮาได้อีกนะ พี่พลอย

เอ ทำไม มาเร็ววก่าปกติ


โดย: ท้องฟ้า IP: 58.9.30.7 วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:1:15:25 น.  

 
สวัสดีค่าพี่มะแม..บุกไวสุดๆ หุหุ

*****

น้องฟ้า คุ้นกันคนละนิดละหน่อย
แบ่งๆกันฮาไปละกันเนอะ 555+


โดย: ploy666 IP: 124.157.207.8 วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:3:57:03 น.  

 
ฮาจริงๆ ตกลง"แสนยากร"เป็นผู้ชายเหรอ +55+

โฆ พรรรรังสี เธอช่าง...ว่าแต่คนแบบนี้มีด้วยเหรอ พลอย

หมาวิทยาลัย = มหาวิทยาลัย


โดย: อ้อ IP: 203.150.210.151 วันที่: 25 มิถุนายน 2552 เวลา:7:56:40 น.  

 
แต้งค์กิ้วค่ะ ตามไปแก้ไขให้ค่ะ ^ ^

มหาวิทยาลัย

ป.ล. แสนยากรเป็นผู้ชายค่ะ


โดย: ploy666 IP: 124.157.207.220 วันที่: 25 มิถุนายน 2552 เวลา:19:13:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
ยังมีสินค้าเหลือเล็กน้อยค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : vr.molecules@จีเมล.com
** แทนที่ จีเมล ด้วย gmail

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

เมื่อคุณเริ่มก้าวแรก
ก้าวต่อไปมันก็ไม่ได้ง่ายอยู่ดี

...เพียงแต่...

เราเคยผ่านมันมาแล้ว!

Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.