Group Blog
 
<<
มีนาคม 2560
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
13 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 
ฝนพรางฟ้า (๑๔.คำสั่ง)







ฝนพรางฟ้า

บทที่ ๑๔ คำสั่ง 

-ณนณ-



“มันเป็นวิญญาณหญิงแพศยา

น้ำเสียงบอกเล่าของลุงต่ำและแหบพร่าขณะเอ่ยกับธรรม์ทัพถึงสิ่งลี้ลับที่เคยได้พบพาน เรื่องของชายคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายเข้าอพาร์ตเม้นท์ที่ผู้เช่ารายก่อนหน้าหายตัวไปอย่างลึกลับ

คืนแรก ชายคนนั้นฝันว่าได้เสพสังวาสกับผู้หญิงหน้าตาสะสวยจนเสร็จสิ้นแล้วเขาก็สะดุ้งตื่น ทีแรกก็ไม่คิดอะไร นึกว่าเป็นธรรมชาติของผู้ชายที่ห่างเรื่องเซ็กซ์มานานเท่านั้น แต่พอเข้าคืนที่สอง เขาก็ฝันอย่างเดิมอีก คืนที่สาม คืนที่สี่ จนครบหนึ่งเดือน เขายังคงฝันเช่นเดิมทุกคืนและร่างกายก็ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ แม้ยามหลับจะสุขสมในอารมณ์ แต่ยามตื่นเขากลับหวาดกลัวอย่างอดไม่ได้ ว่าสิ่งที่เขาเจอนั้นคืออะไรกันแน่

ชายคนนี้จึงตัดสินใจไปหาร่างทรง จึงได้รู้ว่ามันเป็นวิญญาณหญิงแพศยาที่จะยั่วยวนให้ผู้ชายร่วมประกอบกามด้วยจนกระทั่งตาย ร่างทรงจึงให้เครื่องรางของขลังกลับมา คืนนั้นเอง เขาหวาดกลัวจนไม่กล้านอน รอบๆ ห้องมีเสียงเดินตึงตังดังสนั่นราวกับเกิดแผ่นดินไหว แต่ไม่เห็นใครหรืออะไรเลยสักอย่าง สุดท้าย เขาก็เพลียจนหลับไป

ในฝัน เขาได้เจอกับผู้หญิงคนเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอไม่ได้สะสวยเหมือนเก่า ทว่ามาในสภาพอัปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ตัวดำมะเมื่อมเหมือนทาด้วยน้ำมันดิบ แสงตาวาวอย่างกับดวงตาสัตว์ เธอนั่งยองๆ บนขอบระเบียงนอกห้อง ชี้มือมาทางเขา แล้วตะโกนลั่นว่า “กูจะกลับมา! กูจะกลับมาอีก!” ก่อนจะกระโจนลงเบื้องล่างแล้วลับหายไป

ชายคนนี้เล่าความฝันให้คนอื่นฟัง แต่ไม่ค่อยมีใครเชื่อเขานัก คิดว่าเขาเพี้ยนๆ หากสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นจนได้ เพราะในสัปดาห์ถัดมา เขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นเดียวกับผู้เช่าคนก่อน

“วิญญาณหญิงแพศยาคืออะไรครับ” ธรรม์ทัพถาม บอกไม่ได้ว่าทำไมถึงอยากรู้

หาก... ราวกับบางอย่างเกี่ยวข้องสัมพันธ์

สรรพสิ่งล้วนมีจุดเริ่ม

และจุดจบ

“มันคือวิญญาณที่ในฟ้าอากาศ ไม่ใช่ใคร หรืออะไรจำเพาะเจาะจง” น้ำเสียงของลุงเนิบช้า ไม่เร่งร้อน ไม่กระวนกระวาย “มันจะคอยปลุกกำหนัดในชายและหญิงให้ถวิลหารสแห่งกาม เป็นชู้ และผิดประเวณี มีเพียงผู้ที่จิตใจมั่นคงเข้มแข็งเท่านั้น จึงจะพ้นการล่อลวงของมันได้”

“แล้วคน... ที่ไม่พ้นล่ะครับ”

“เขาจะตกอยู่ในกองไฟตลอดกาล!”



ธรรม์ทัพงัวเงียตื่นท่ามกลางความมืดมิดที่ห่อหุ้มห้องพัก เขายังคงหลับตา เงี่ยหูฟัง ภายนอกเงียบสงัด แสดงว่าร้านปิดแล้ว ถ้าอย่างนั้น นี่ก็คงสักตีสามตีสี่

แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ นี่มันเงียบไปหน่อยหรือเปล่าเมื่อเทียบกับปกติ

บรรยากาศหนาวเย็นเยียบพองขยายเต็มห้อง คล้ายกับมีอวลหมอกละอองฝนซัดสาด มันไม่ใช่ความเย็นที่แตะต้องเพียงรูปกาย หากหยั่งลึก... สู่จิตใจ... คล้ายหยดน้ำที่แทรกผ่านผืนทราย

สายตาที่มองมา...

ธรรม์ทัพเข้าใจทันทีว่า เขาไม่ได้อยู่ลำพัง!

ทั้งที่ยังนอนหลับตาสนิท คนตัวสูง สง่างาม พูดเรียบอย่างไม่อนาทร

“ถ้ามาร้ายก็ออกไปซะ แต่ถ้ามาดีมีอะไรให้บอก”

เสียงสะอื้นไห้แว่วๆ คล้ายแผ่วเพรียกจากที่ไกลๆ สักแห่งดังขึ้นทันทีหลังพูดจบ ธรรม์ทัพหรี่ตามอง แม้ในนี้จะมืด หากดวงตาสีนิลเข้มคมยังคงมองเห็นแสงสลัวลาง

สตรีร่างบาง ระหง นั่งหมิ่นๆ ตรงปลายเตียง เธอแต่งชุดไทยสไบเฉียง ห่มพาดดวงปทุมถันเต่งตึงที่ไร้อาภรณ์อื่นใดครองคลุม สองแขนร้อยเรียงด้วยกำไลมือสีทองลวดลายวิจิตรวางพักไว้บนตักที่นุ่งโจง ผินหน้ามาทางเขา และบนศีรษะนั่น...

เธอใส่หัวโขนทศกัณฑ์!

แม้จะปิดบังหน้าตา แต่ภายใน คลับคล้าย... ไม่สิ เขา รู้ ว่าเธอเป็นคนเดียวกับที่พบในดินแดนความฝัน สตรีผู้นำทางให้เขาไปช่วยขวัญข้าวออกมาจากนรกโลกันต์

“ยับยั้งข้า!”

เสียงอ่อนหวาน สร้อยเศร้า กังวานขึ้นอีกครา

“ท่านต้องเป็นผู้ยับยั้งข้า!”

“หยุดคุณ” ชายหนุ่มยังนิ่ง ไม่ขยับ “จากอะไร”

คำถาม... ถาม หากคนตอบ... ไม่ตอบ

น้ำสีแดงคล้ายน้ำหมึกก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตาของหัวโขน ไหลผ่านมาตามวงโค้งและรอยเขี้ยว ร่วงเผาะลงบนหลังมือของเธอ ฉับพลัน! จุดที่น้ำตาแตะต้องนั้นก็กลับกลายเป็นประกายสว่างวาบคล้ายกับสะเก็ดไฟลามเลีย หยดหนึ่ง หยดสอง คล้ายเชื้อเพลิงเริงเร่งให้ปะทุ พระเพลิงโหมลุกเผาผลาญราญรอนท่วมร่างสะโอดสะอง หน้ากากหัวโขนบิดเบี้ยวด้วยความร้อน ปากยักษ์คล้ายขยับได้...

“จากไฟ!”




กาหลงเอ๋ย กาหลง

สนธยาย่ำค่ำคล้อย โพยมบนคืนคล้ายกลายเป็นสีครามเข้ม รำไรดาริกาประดุจประกายจากละอองน้ำตาสาว

อรอนงค์ตัวเล็ก บอบบาง ห่มผ้าแถบเนื้อดี กำลังปักปลอกหมอนอย่างขมีขมันภายใต้แสงสลัวจากเชิงเทียน ลายละเอียดประณีตสมกับที่เคยเข้าไปร่ำเรียนในรั้วในวัง

แม้กาหลงจะมีความคิดไม่เข้ากับยุคสมัยอยู่บ้าง เรียกร้องหาความเท่าเทียมระหว่างชายหญิง แต่นางไม่เคยละทิ้งงานของอิสตรี

ไม่ว่าจะเพศใด ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ย่อมมาก่อนข้อเรียกร้องอื่นเสมอ!

หน้าที่ต่อผู้อื่น

หน้าที่ต่อหัวใจ

“แม่หญิง แม่หญิงเจ้าขา” พี่แย้มที่นั่งใกล้เอ่ยขึ้น วางผ้าปักในมือไว้บนตัก ขยับขาขยุกขยิก “หยุดก่อนดีไหมเจ้าคะ ค่ำแล้ว อากาศเย็นนัก เดี๋ยวอีแย้มจะเตรียมขมิ้นดินสอพองไว้ขัดให้แม่หญิง”

“ขัดอีกแล้วหรือ” ถามง่ายๆ แต่นึกถึงยามที่ใยบวบต้องผิวแล้วก็ให้แสบขึ้นมาครั่นๆ

“เจ้าค่ะ ขัดอีก ยิ่งขัดผิวยิ่งละเอียด”

“ทำไมคนเราต้องประทินโฉมกันนักนะ พี่แย้ม”

“เจ้าคะ” อีแย้มเลิกคิ้วงงงุน ไม่เข้าใจคำถามของผู้เป็นนาย

กาหลงมองหน้าพี่เลี้ยงสาวแล้วยิ้มอ่อนโยน ไม่แปลกเลยที่พี่แย้มจะไม่เข้าใจคำถามของนาง

“ข้าอยากรู้ ว่าข้าขัดผิว ผัดหน้า ทาแป้ง แต่งชาด ไปเพื่ออะไร เพื่อตัวข้าเอง หรือเพื่อให้ชายอื่นได้ชื่นชม”

“คิดอะไรประหลาดนัก แม่หญิง”

“ประหลาดหรือ แต่ข้าสงสัยจริงนะพี่ หากวันหนึ่งข้าไม่สวยไม่งาม เป็นหญิงน่าตาน่าเกลียดน่ากลัว จะมีคนรักข้าหรือไม่ ถ้าเช่นนั้น ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย เราต่างก็แต่งองค์ทรงเครื่องกันเพียงเพื่อจะให้อีกฝ่ายรักใคร่ชอบพอแค่นั้นล่ะสิ”

“เหตุใดคิดนักคิดหนาล่ะเจ้าคะ” พี่แย้มแทรก “อีแย้มว่าคนเราต่างชอบของสวยงามทั้งนั้น การแต่งเนื้อแต่งตัวก็ถือเป็นการเอาของสวยงามมาประดับกายให้ตนเองชื่นชม จะได้สำราญใจ ดีไม่ดีบางคนคงมิได้รักเพราะรูปโฉม แต่เพราะยินดีที่ได้อยู่ใกล้ใจที่เป็นสุข”

กาหลงนิ่งสดับฟัง จะมองข้ามความคิดความอ่านของพี่เลี้ยงไม่ได้เลย ออกจะน่าทึ่งเสียด้วยซ้ำ ที่พี่แย้มซึ่งเป็นเพียงสาวชาวบ้าน ไม่เคยร่ำเรียน ไม่เคยอยู่ในวัง กลับคิดได้ถึงเพียงนี้

ดูเหมือนไม่จำเป็นที่คนมีความรู้เท่านั้นจึงจะมีความคิดอ่านที่ดี

ความคิดที่ดี มาจากคนที่มีจิตใจที่ดี

หากเทียบกันแล้ว นางอาจแพ้ผู้เป็นพี่เลี้ยงในข้อนี้เสียราบคาบ

“ข้าเองก็ใคร่จะเชื่อตามพี่ว่า”

เสียงโวยวายของบ่าวไพร่ดังมาจากทางด้านล่าง กาหลงชะแง้มองตามสัญชาตญาณ จะว่าพี่ชายกลับมาแล้วก็ไม่น่าใช่

“เดี๋ยวอีแย้มดูให้เจ้าค่ะ แม่หญิงคอยที่นี่เถิด”

คนรับใช้กล่าวแทนอย่างรู้ใจ แต่ไม่ทันคนตัวเล็กที่ฉวยเอาผ้าห่มคลุมไหล่ ตั้งท่าจะนำหน้าไป

“แม่หญิงอย่าลงไปเลย มืดค่ำแล้ว มัน...”

“ไม่งามอีกล่ะซี้” หญิงสาวพูดแทน “นี่บ้านข้านะพี่แย้ม ใครไปใครมา ข้าควรดูให้รู้แจ้ง มัวแต่เก็บตัวเป็นนางอายคงไม่ถูกกระมัง”

อีแย้มอ้าปากจะร้องค้าน แต่แม่หญิงกาหลงเดินลิ่วตรงไปทางกะไดรวดเร็วนางเลยต้องหุบปากตามเดิม มองชายผ้าคลุมไสวพลิ้วตามแรงเคลื่อน กลิ่นหอมน้ำอบกรุ่นกระจาย



บ่าวผู้ชายตัวหนาล่ำกำยำสองคนถือไม้พลองคนละอัน ยืนกันท่าใครสักคนที่ท่าทางสงบเสงี่ยมแต่สง่างามและองอาจในที

แสงจากไต้ส่องสะท้อนร่างบุรุษผู้นั้นแจ่มตา

“นั่นท่านอินทรนี่เจ้าคะ”

พี่แย้มเอ่ยก่อน กาหลงเองก็เห็นชัดแล้วว่าคือคนที่พบกันเมื่อบ่าย

“พวกเอ็งลดไม้ลงก่อน”

คนสนิทของหญิงสาวตะโกนสั่งบ่าวไพร่ทั้งสอง มือที่จับกระชับไม้แน่นจึงค่อยคลาย ลดอาวุธ แล้วหลีกทาง อีแย้มรีบจ้วงเท้านำหน้า มีกาหลงเยื้องย่างตามหลัง

ดวงตากลมโต งาม ดั่งตากวางสาวจดจ้องอาคันตุกะ ภายใต้แสงตะวันว่าเขารูปงามแล้ว ภายใต้แสงเดือนแสงดาว เขายิ่งเหมือนรูปวาดอันวิจิตร

ทว่า รูปวาดมีชีวิตนั้นกำลังตีหน้าเกลาเกลี้ยงให้ยุ่งยาก!

“มีเรื่องร้อนอันใด...” กาหลงนึกกระดากปากไม่น้อยที่จะเรียก แต่พอรู้จักประวัติของเขา ก็จำต้องเรียกไปตามศักดิ์แห่งความเคารพนับถือ “มีเรื่องร้อนอันใดฤๅ... พี่อินทร”

คนตัวสูง อกผาย ไหล่ผึ่ง แย้มนิดบนดวงหน้าเคร่งขรึม

“จำข้าได้แล้วซี”

“พี่แย้มเล่าให้ฟัง จำได้ค่ะ” กาหลงตอบเรียบร้อย น้ำเสียงเปี่ยมล้นด้วยจังหวะจะโคนคล้ายๆ คีตกวี “พี่มีธุระใด จึงมาเสียค่ำมืด”

รอยยิ้มเพียงนิดเดียวเมื่อครู่ เหือดระเหยไปราวกับหยดน้ำต้องไฟ

“พี่ชายเจ้าอยู่หรือไม่”

“ยังมิคืนเรือนค่ะ”

“กระนั้นหรือ” ชายหนุ่มระบายลมหายใจเบา ยาว สีหน้าหม่นหมองเป็นทุกข์นัก

“ท่านมีเรื่องใดกับพี่หมื่นคะ”

“เปล่าดอก” น้ำคำนั้นไพเราะ อ่อนโยน “ข้าเพียงแต่ได้ยินว่าแม่พุดซ้อนเมียข้าพบกับหมื่นหาญกลางทาง บัดนี้นางยังไม่ถึงเรือน ข้านึกห่วงจึงมาตามหาเกรงว่าจะมีอันตราย หมู่นี้โจรป่ากำแหงนัก”

สิ้นความ ดวงหน้าแฉล้มของสาวก็ฉายแววเครียดเคร่ง ใจของกาหลงบิดบีบราวกับมีมือล่องหนล้วงเขาไปเค้นเคล้น นางเบือนหน้าไปทางพี่เลี้ยง แววตาที่ส่งคมปราดไม่ต่างจากดาบที่ลับไว้บั่นคอศัตรู

อีแย้มก็คิดไม่ต่าง หมื่นหาญขึ้นชื่อเรื่องใดรู้กันอยู่

ในช่วงที่กรุงศรีอยุธยาเว้นร้างการศึก ไพร่ฟ้าประชาชนอยู่ดีกินดีจนละเลยและหลงลืมหน้าที่ตน ละเม็งละครเฟื่องฟูจนถึงขีดสุด ผู้คนต่างฝักใฝ่อยู่ในความฝันเพ้อ ละเมอไปกับเวทย์มนตร์ไสยศาสตร์ แม้แต่นิทานพื้นบ้านอย่างขุนช้างขุนแผนนั่น ก็ยังเก็บเรื่องราวมาถ่ายทอดละเอียด

ในหอพระ มีคัมภีร์มากมาย แต่กาหลงรู้ นางเคย แอบดู พี่ชายแทบไม่แตะต้องตำราพิชัยยุทธ์ สมุดใบลานจารพระเวทย์เมตตามหานิยม มหาละลวย มหาเสน่ห์ มนตราราคะเหล่านั้นต่างหากที่พลิกซ้ำๆ จนแทบยุ่ย!

แทบไม่ต้องบอก หากเกิดการรบสู้ อยุธยาฤๅจักชยะ!!

“คงไม่มีอันใดดอกค่ะ” กาหลงหันกลับไปปลอบ “พี่คืนเรือนไปเสียก่อน หากพี่หาญกลับมาแล้ว ข้าจะให้คนแจ้งไป”

อินทรนิ่งครู่ ท่าทีเหมือนไม่ยอมผละจากโดยง่าย

ไม่แปลก ถ้าเขาจะระแวง

“เอาเถิด ข้าจะฟัง” คนพูดระบายลมหายใจอีกครั้ง “ขอบน้ำใจเจ้านัก แม่กาหลง”

อินทรกล่าวจบก็หันหลังจะกลับ แต่จู่ๆ ก็เอี้ยวมาเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้ แสงจันทร์บางเบาส่องกระทบดวงหน้าคมคายของเขา คล้ายดั่งชะลอเทพอินทร์ถิ่นแถนมาแสดงตรงหน้า

“พี่ข้าเคยบอก เจ้าชอบเปิดหูเปิดตา”

“ค่ะ”

จิตสู่จิต

ใจสู่ใจ

แม่หญิงก้มหน้านิด แต้มยิ้มที่ริมฝีปากระเรื่อแทนคำตอบ อีกฝ่ายทำกิริยาเดียวกันเพื่ออำลา ความเอื้ออารีของเขา ปั่นป่วนให้ใจรู้สึกผิดและหวั่นวิตก...

ขออย่าให้พี่หาญทำอย่างที่นางคิดเลย!




พอนึกถึงนครสวรรค์ จู่ๆ ขวัญข้าวก็ปวดแปลบในหัวใจเสียดื้อๆ ราวกับมีความร้าวรานฝังลึกอยู่ในนั้นมาชั่วนาตาปี

ไม่รู้ว่าทำไม แต่มันเหมือนกับ... มีบางอย่างสำคัญที่นั่น


จะตัดสิ้นสิเน่ห์รอยเล่ห์รัก

                        เหมือนเชือนชักดาบกวัดตัดน้ำไหล

                        รวดเร็วแรงแข็งขันกันปานใด

                        น้ำมิขาดอย่างไรใจคล้ายกัน ฯ


หากสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าความเจ็บร้าวอันลึกลับ คือรอยแผลไหม้แข็งๆ ด้านๆ ที่บริเวณหลังหูซึ่งตอนนี้ลามไปถึงหลังคอ

ขนาดใหญ่เท่าเกือบฝ่ามือ!

หญิงสาวปล่อยผมยาวสลวยลงมาปิดบังอำพราง เธอรู้ตัวดี หากปล่อยไว้อย่างนี้ จะยิ่งแก้ไขลำบากขึ้น

รอยแผล... ไม่ใช่อาการทางกายตามปกติ

ถ้าไม่จัดการเรื่องอินทรให้เรียบร้อย แผลเหล่านี้คงกัดกินเธอทั้งตัว!



นัดกับธรรม์ทัพเอาไว้ ว่าจะไปสำรวจหาหมู่บ้านที่อินทรเคยอยู่เผื่อจะพบเจอเบาะแสอื่นๆ เพิ่มเติม จึงจัดการตัวเองเสร็จตั้งแต่เช้า แล้วไปนั่งรอในห้องรับแขกที่รติมานั่งเอนบนโซฟา มีแสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาทาบทับดวงหน้าจนเห็นร่องรอยอ่อนล้าชัดเจน ยังดีที่ความหวาดกลัวจากเมื่อวาน ตอนนี้ลบเลือนลงมากแล้ว

รติมาขอมาค้างกับเธอตั้งแต่เมื่อคืน แม้จะอึดอัดอยู่บ้าง เพราะชอบความเป็นส่วนตัว แต่ขวัญข้าวรู้ดี เพื่อนไม่มีที่พึ่งพาอื่น

หากจะปฏิเสธ คงไม่ถือเป็นเพื่อนกัน!

อีกอย่าง ช่วงนี้เธอไม่อาจคาดเดาได้ว่าอินทรจะทำอะไร การให้รติมามาอยู่ใกล้ๆ จะทำให้ช่วยเหลือกันได้ทันท่วงที

จะหวังอาศัยเปรียวหรือพี่กุมภ์ก็เห็นจะยาก เพราะแม้หลักฐานจะคาตา แต่สองคนนั้นก็ยังหัวแข็ง ยืนยันว่าเธอกับรติมาอุปาทานหมู่กันไปเอง

อยากรู้จริงๆ ว่าต้องสัมผัสกับตัวถึงขนาดไหน สองคนนั่นจึงจะยอมรับ!

คิดแล้วก็ได้แต่ปลง ยังไงเธอก็ไม่มีวันเปลี่ยนคนอื่นได้ สู้มาใคร่ครวญถึงสิ่งที่ต้องทำดีกว่า

“ไม่ไปกับฉันจริงๆ เหรอ” ขวัญข้าวทรุดนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันกับเพื่อน มือเล็กวางลงบนขาอีกฝ่าย “เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกัน”

ที่ถาม เพราะห่วงใยจากใจจริง

ทว่าคนถามไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่ากำลังถูกมองด้วยสายตาแห่งความชิงชัง

รติมาไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมความรู้สึกแบบนี้จึงทวีคูณรุนแรง

เมื่อคืน เธอนอนห้องเดียวกับขวัญข้าว ตอนที่เจ้าของบ้านหลับสนิท จะเพราะความเลินเล่อ สะเพรา หรือไม่ระมัดระวังตัวก็ตาม แต่ก็ทำให้รติมาแอบเห็นสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของเจ้าหล่อน หลายๆ บัญชีรวมกันมีตัวเลขเกือบร้อยล้าน!

เงินจำนวนนั้นมันตอกย้ำให้รติมาตระหนักถึงความอยุติธรรมแห่งโชคชะตา!

ทำไมขวัญข้าวถึงโชคดี ทำไมเป็นเธอที่เกิดมาโชคร้าย

ขวัญข้าวแทบไม่ต้องลงทุนลงแรง พยายามทำอะไรเลยสักอย่าง! เกิดมาหน้าตาสะสวย บ้านรวย มีคู่หมั้นดี อาชีพการงานก็รุ่งเรือง มีแฟนคลับติดตามมากมาย แล้วเธอล่ะ มีอะไร! ไม่มีอะไรเลย! นอกจากการบากบั่นทำงานงกๆ แถมยังโดนสิ่งลี้ลับตามรังควานจะเอาชีวิตทั้งที่ไม่เคยทำผิดต่อใคร!!

ไม่ยุติธรรม! มันไม่ยุติธรรม!!

ทำไมคนที่จะต้องตายคนต่อไปไม่ใช่ขวัญข้าว ไม่ใช่เปรียว ทำไมต้องเป็นเธอ!



“อีห่า! กูบอกให้มึงเอาเงินมาให้กู!”

รติมาจำได้ดี เสียงเอะอะของแม่ในวันวาร ตอนที่เธอยังอยู่แค่ประถม นั่งกอดกระปุกหมูออมสินในบ้านไม้ผุๆ เก่าๆ ร้องไห้สะอึกสะอื้น หน้าดำหน้าแดง

เงินในกระปุก ทุกบาท ทุกสตางค์ เธอล้วนหามาด้วยตนเอง ค่าที่ช่วยบีบนวดให้ผู้ใหญ่ บางทีก็ช่วยขายของให้คนที่รู้จักกัน แล้วเขาหยิบยื่นด้วยความเอ็นดู

เงินที่แม่จ้องแต่จะเอาไปเข้าบ่อน!

พอเห็นเธอนิ่งไม่ตอบ แต่ไม่ยอมปล่อย แม่ก็เข้ามากระชากแขนรุนแรงจนเจ็บระบม

“อีลูกเวร! มึงจะงกไปถึงไหนห๊ะ! ทีมึงไปโรงเรียนใช้เงินกี่บาทต่อกี่บาท กูหามาให้มึงได้ แค่นี้มึงให้กูยืมไปทำทุนก่อนไม่ได้เรอะ!”

รติมากัดฟัน ปากสั่นระริก มองแทบไม่เห็นด้วยซ้ำว่าหน้าแม่เป็นอย่างไรเพราะน้ำตากบตาจนพร่าพราย แต่ยิ่งเห็นเธอเป็นแบบนั้น แม่ก็ยิ่งคลั่ง แม่เดินวนไปวนมา หยิบได้ทัพพีสีขาวขุ่นบนหม้อข้าวมาฟาดใส่แขนใส่หลังเธอไม่ยั้ง วัตถุแข็งกระด้างตบเนื้ออ่อนๆ จนขึ้นเป็นรอยแดงจ้ำ แม่กระชากไปด่าไปไม่ยอมหยุด

“อีลูกเนรคุณ! อีอกตัญญู!!”

ยื้อยุดกันอยู่นาน สุดท้ายแม่ก็แย่งได้ ร่างอวบๆ นั่งแหมะกับพื้น มองดูมารดาที่รีบเอากระปุกไปทุบ หมูเซรามิกสีชมพูแตกละเอียด แต่ใจของเธอแหลกลาญกว่า มือผอมๆ เซียวๆ กวาดเหรียญและธนบัตรเก่ายับยู่ยี่ในนั้นใส่ห่อเสื้อ ปากพล่ามพร่ำไม่ยอมหยุด

“มึงนะมึง ต้องให้กูเหนื่อยทุกที!”

แม่หันหน้าตวัดขวับกลับมามอง ชี้หน้า เหมือนจะด่าต่อ

หากช่วงเสี้ยววินาทีหนึ่ง ความเป็นแม่... หรืออาจจะ... ความเป็นคน... ได้คืนสู่สติสัมปชัญญะ

แม่ลดนิ้วลง ความโกรธเกรี้ยวบรรเทากลายเป็นความหงุดหงิดรำคาญ

“เออๆ มึงไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น กูเล่นได้แล้วจะเอามาคืน!”

แม่พูดจบก็รีบผลุนผลันออกจากบ้านพร้อมเงินของเธอ

พร้อมใจของเธอ

สำหรับรติมา... เงิน ไม่ได้เป็นเพียงแค่เงิน... มันคือชีวิต คือสิ่งที่สะท้อนความขมขื่น

และคือสิ่งเดียวที่เธอไล่ล่าเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากความขมขื่นนั่น!

มันจึงไม่ยุติธรรมเลย หากเทียบกันที่ความพยายามแล้ว เธอต่างหากที่สมควรได้รับทุกสิ่งที่ขวัญข้าวมีอยู่ในตอนนี้!!



 พยายามอย่างมากที่จะข่มอารมณ์คับแค้น ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มส่งให้เพื่อน

“แกไปเถอะ ฉันขอนอนพักหน่อย ยังเจ็บไม่หายเลยเนี่ย” ยกมือขึ้นคลำคอโดยอัตโนมัติ ร่องรอยแดงช้ำยังตรึงแน่น

“แต่...”

ขวัญข้าวนิ่วหน้า ไม่อยากให้เพื่อนอยู่คนเดียว ถึงที่บ้านจะมีป้าต้อย ก็ใช่จะช่วยเหลืออะไรได้มากนัก

ทว่า ท่าทางของรติมาก็เหมือนไม่ไหวจริงๆ

“เอาเถอะ” สาวร่างบางเอ่ยเรียบอย่างปลงใจ “เดี๋ยวจะรีบไปรีบกลับ ถ้ามีอะไรด่วน โทรฯ หาฉันทันทีเลย เข้าใจไหม”

รติมาพยักหน้าให้แทนคำตอบ จังหวะเดียวกัน โทรศัพท์มือถือของขวัญข้าวร้อง

นึกว่าธรรม์ทัพติดต่อมา แต่ไม่ใช่

“พ่อพี่อยากเจอขวัญ มื้อเที่ยงนี้มาทานข้าวด้วยกันนะ”

 เสียงคู่หมั้นหนุ่มดังออกมาจากปลายสาย หญิงสาวลอบระบายลมหายใจหนักๆ ไม่ให้เสียงลอดเข้าโทรศัพท์

“พี่กุมภ์รู้ไม่ใช่เหรอคะ ว่าวันนี้ขวัญมีนัดไปนครสวรรค์”

“รู้” กุมภ์ตอบ ท่าทางหงุดหงิด “แต่พ่อพี่เขาอยากเจอ ขวัญแคนเซิลทางนู้นก่อนได้ไหมล่ะ พี่ขอ”

“แต่นี่มันความเป็นความตายของพวกเรานะคะ”

 “นี่มันก็ความรักของเราเหมือนกัน!”

 น้ำเสียงของกุมภ์เด็ดขาด! เด็ดขาดเสียจนเธอนึกขยาด เหมือนเมื่อครั้งหนึ่ง... กาลครั้งหนึ่ง ซึ่งนานมาก

คลับคล้ายคลับคลา... คำสั่งนั้น...



“เอาไอ้อินทรไปใส่คอก! อย่าให้ไอ้อีหน้าไหนเข้ามาได้!”

“พี่หมื่น! ท่านทำแบบนี้ไม่ได้ พี่อินทรหาผิดอันใดไม่!”

“มันผิดหรือไม่ผิด ถึงกระบวนการตัดสินก็รู้ เจ้าเป็นหญิง อย่ายุ่มย่ามกับธุระของชาย”

“แต่ท่านใช้อำนาจมิชอบ จะให้ข้าดูดายกระนั้นหรือ”

“ออกไปกาหลง วันมะรืนข้าจะส่งเอ็งกลับไปหาพ่อ”

“ข้าจะทูลเจ้านาย ให้ท่านช่วยตัดสิน”

“พวกมึงพาน้องกูไว้ในห้อง อย่าให้ออกมา



กระแสรุนแรง แกร่งกล้า จนทำให้ขนลุกวาบ สั่นสะท้านไปถึงวิญญาณ์

“ขวัญอย่าทำให้พี่ลำบากใจเลย”

“แต่...”

ขวัญข้าวพูดไม่ทันจบก็ต้องนิ่งค้าง ทุกอย่างภายในห้องนั่งเล่นชะงักงันด้วยคลื่นความเครียดที่แผ่โถม แม้แต่รติมาที่นอนเอนนั่งเอนก็ลุกขึ้นเรียบร้อยเพื่อต้อนรับคนที่เข้ามาใหม่ สตรีวัยกลางคนในชุดเดรสสีครีม สูงระหง สง่างาม ยืนตรงอยู่หน้าประตู

ขวัญข้าวหัวใจเต้นระรัวจนอกแทบจะระเบิด

ริมฝีปากแดงของผู้อาวุโสกว่าขยับเล็กน้อย แต่สั่งช้า ชัด

“ลูกต้องไปทานข้าวกับพวกเขา... ไปพร้อมกับแม่!”



>>>โปรดติดตามตอนต่อไป




Create Date : 13 มีนาคม 2560
Last Update : 13 มีนาคม 2560 13:29:44 น. 2 comments
Counter : 410 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
เพื่อนดีหายากจิงๆๆ


โดย: sakeena IP: 49.228.198.43 วันที่: 13 มีนาคม 2560 เวลา:15:29:59 น.  

 
สวัสดีครับคุณ sakeena

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหาง่ายกว่าครับ ฮ่า ฮ่า


โดย: ณนณ (ploy666 ) วันที่: 19 มีนาคม 2560 เวลา:14:31:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
ยังมีสินค้าเหลือเล็กน้อยค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : vr.molecules@จีเมล.com
** แทนที่ จีเมล ด้วย gmail

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

เมื่อคุณเริ่มก้าวแรก
ก้าวต่อไปมันก็ไม่ได้ง่ายอยู่ดี

...เพียงแต่...

เราเคยผ่านมันมาแล้ว!

Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.