Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
30 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
ฝนพรางฟ้า (๕.ผีลักซ่อน)





ฝนพรางฟ้า

ตอนที่ ๕ ผีลักซ่อน

-ณนณ-

www.go2writer.com


ขวัญข้าวมองบุรุษตรงหน้าแล้วได้แต่คิด ไม่ใช่แค่เมื่อวันงาน หากก่อนหน้านั้น... เธอเคยพบเขา

คนตัวสูง โปร่ง นั่งดื่มกาแฟเย็นในแก้วอย่างสบายอารมณ์ ภายใต้ท่าทีสบายๆ ธรรม์ทัพกลับละม้าย มีรัศมีบางอย่างที่น่าคร้ามครั่น

ไม่ใช่ความรู้สึกน่ายำเยงเฉกขุนศึกหรือนักรบ แต่เป็นความสงบ คงมั่น... ไม่กล้า ที่จะกวนความสงบนั้นให้กระเพื่อมไหว!

“นายจะบอกว่า ฉันเป็นคนที่นายจะต้องช่วย งั้นเหรอ” หญิงสาวถาม น้ำเสียงแคลงคลาง

“ใช่”

“ทำไม”

“ไม่ทราบ” เขาตอบเร็ว แทบจะไม่คิด “คนที่บอกผม เขาถามแค่ จะช่วยไหม”

และคำตอบในใจคือ ‘ช่วย’

แม้จะไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง หาก... ถ้าคนเรารู้ว่า เรื่องนี้มีแต่เขาเท่านั้นที่ทำได้ ทำไมจะไม่ทำ

ถึงจะยังไม่รู้ต้องช่วยอย่างไรก็เถอะ

“เคยมีคนบอกฉันเหมือนกัน” ขวัญข้าวนึกย้อน ที่บ้านทรงไทย... นักพยากรณ์ตาบอด... “พออายุครบยี่สิบห้า ฉันจะต้องตาย เว้นแต่จะช่วยคนห้าคน”

ดวงหน้าคมเกลี้ยงเกลาหรี่ตานิด จับจ้องคล้ายสงสัย

“วันเกิดคุณ มะรืนนี้ใช่ไหม”

“ทำไมรู้” ขวัญข้าวอุทานร้อง ในใจมีคำถาม หรือว่า...

“เราเกิดวันเดียวกัน”

คำพูดสรุปออกจากปากคนตรงหน้า แสดงว่าเธอกับเขามีความเกี่ยวพันกันงั้นสิ หรือนี่จะเป็นพรหมลิขิตที่เขาบอก

จะเชื่อดีไหมล่ะ มันไม่มีเหตุผลเสียเลย

จะโดนเด็กหลอกเอารึเปล่า

“ผมไม่ใช่คนอย่างง้าน” เด็ก ย้อนกลับเหมือนอ่านใจได้

จริงสินะ ตาของธรรม์ทัพค่อนข้างพิเศษ ทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจ ราวกับจะรื้อค้นทุกซอกมุม จนไม่มีที่จะปิดบังซ่อนเร้น

“ผมอยากให้คุณระวังตัว” น้ำเสียงเคร่งขรึมลง “มันจะออกมา ถ้าจิตของคุณไม่มั่นคง”

“จิตไม่มั่นคง... เหรอ”

“ทุกอย่างเริ่มต้นที่ใจ” ชายหนุ่มยื่นหน้ามาใกล้ กระซิบ “ตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม จะดีที่สุด”



ขวัญข้าวแบกสัมภาระที่ส่วนใหญ่มีแต่หนังสือกลับเข้าบ้าน เพิ่งห้าโมงเย็น แต่ไฟในบ้านเปิดสว่างผิดปกติ

คงเป็นเพราะอากาศที่จู่ๆ ก็ครึ้มด้านนอก ดั่งว่าฝนจะตกนั่นล่ะมั้ง ทำให้บรรยากาศหม่นๆ อัดอั้น แม้สายลมยังสงบนิ่งราวไว้อาลัย สงัดจนเสียงแมลงสักตัวยังไม่ได้ยิน

หญิงสาววางของบนโต๊ะ แล้วเดินไปทางหลังบ้านเพราะคิดว่าป้าต้อยจะอยู่ แต่ไม่พบ ทุกอย่างภายในครัวนิ่ง... นิ่งเหมือนรูปภาพเสียมากกว่าจะเป็นของจริง

ฉับพลัน! ผัสสะบางอย่างแตะต้องที่ข้อศอก

ขวัญข้าวสะดุ้งโหยง กระโดดตัวลอยถอยกลับ พอหันมองจึงเห็นแม่บ้านของตนกำลังผงะเช่นกัน

“ป้า!” หญิงสาวยกมือทาบอก หน้าซีด “มาไม่ให้สุ้มให้เสียง ตกใจหมด”

“ป้าเรียกแล้วนะคะ แต่คุณไม่ได้ยิน”

“เอ๊ะ” คนถูกเรียกขมวดคิ้วงงๆ

“เรียกแล้วค่ะ เรียกตั้งหลายครั้ง” ป้าต้อยบอก “คุณไม่ได้หลอกให้ป้ากลัวใช่ไหมคะเนี่ย”

“หลอกเรื่องอะไรละคะ”

“ก็” คนอายุมากกว่าเริ่มระแวง แล้วเบียดกระแซะ “วันนี้ยายพินที่อยู่หลังบ้านเรามาเล่าเรื่องผี”

“ผีอะไรคะ”

“ผีลักซ่อน”

“หือ”

“มันว่า... มีเด็กกลุ่มหนึ่งไปเล่นซ่อนหากันในวัด พอแดดร่มลมตก พ่อแม่ก็มาตามกลับบ้าน แต่เด็กคนหนึ่งหายไป! พอตะโกนเรียก ทุกคนก็ได้ยินเสียงเด็กคนนั้นตอบแว่วๆ เหมือนเรียกมาจากที่ไกลๆ ว่า ‘แม่ แม่’ เลยพยายามช่วยกันหา จนค่ำมืด ก็ยังไม่เจอ พวกผู้ใหญ่พากันวุ่นวายไปหมด แม่เด็กร้องไห้จนเป็นลมแล้วเป็นลมอีก หากันแบบนี้ถึงสามวัน ทุกคนเลยเริ่มปลงใจว่า เด็กคงถูกลักพาตัวหรือตายไปแล้ว

“กระทั่ง เพื่อนของเด็กคนนั้นฝันเห็น ผู้ชายตัวดำๆ ร่างสูงใหญ่ จูงมือเพื่อนตัวเองเข้าไปในโกดังเก็บศพ เลยมาบอกผู้ใหญ่ ทีแรกไม่มีใครเชื่อ เพราะทุกคนไปหาแถวนั้นแล้ว แต่แม่เด็กขอให้ไปหาดูอีกรอบ พอไปถึง เด็กที่ฝันเห็นก็ชี้ไปที่ช่องเก็บศพ บอก... เนี่ย พากันหายเข้าไปในนี้ พอเปิดออกดู ภาพที่ปรากฏตรงหน้า คือ เด็กคนนั้นนั่งตายตาเหลือก! ตัวงี้คุดคู้ บิดเบี้ยว ปากอ้าเหมือนถูกฉีก คางห้อยมากลางอก!”

“อย่างกะหนัง” ขวัญข้าวค้าน “ขวัญว่า ป้าโดนยายพินอำแล้วล่ะค่ะ”

“แต่แกเพิ่งไปงานศพเด็กคนนั้นมา!”

ดูเหมือนการอำของยายพินจะทำให้เธอระแวง

ขืนปล่อยให้ความหวาดหวั่นกระทบใจ คงไม่ดี เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า ไม่งั้นคืนนี้คงพากันนอนกลัวทั้งคู่

“เอาเถอะค่ะ เรื่องนั้นไว้ก่อน ป้าติดต่อคุณกำพลรึยังคะ”

“เรียบร้อยค่ะ” ป้าต้อยตอบ พาขวัญข้าวเข้ามานั่งในครัว พลางรินน้ำมะตูมหอม... หวาน... ใส่แก้วใสมาให้ตรงหน้า “แต่คุณขวัญแน่ใจหรือคะว่าจะซื้อที่ดินนั่นจริงๆ คุณซื้อมา เดี๋ยวเขาก็มาระรานคุณอีก”

“ของพ่อ” คำสรุปสั้นๆ ง่ายๆ หากคนคุ้นเคยรู้ทัน

“คุณพูดอย่างนี้ แต่จริงๆ แล้วคือ ใจอ่อนกับคุณอธิก์เธอนั่นแหละ อย่าหาว่าล้ำเส้นเลยนะคะ แต่ป้าไม่เข้าใจคุณจริงๆ จะไปช่วยครอบครัวนั้นทำไม เขาแย่งชีวิตคุณไปแท้ๆ”

ขวัญข้าวมองป้าต้อยด้วยแววตาอ่อนโยน รับรู้ถึงความเป็นห่วงของคนตรงหน้า

“ที่จริงขวัญเกลียดพวกเขานะคะ รังเกียจ ขยะแขยง จนไม่อยากเข้าใกล้ แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงทำอย่างนี้”

“เพราะคุณใจอ่อนไงคะ คุณใจดี แล้วก็ใจอ่อน ระวังเถอะค่ะ เอ็นดูเขา เอ็นเราจะขาด”

หญิงสาวยิ้ม อาจจะจริงอย่างที่ป้าต้อยว่าก็ได้ คนบางคนมีสันดานมาอย่างนั้น... ไม่รู้จักพอ...

ส่วนสันดานของเธอ...

มือเล็ก เผลอ กำแน่นโดยไม่รู้ตัว หาก กระแสเสียงของธรรม์ทัพก้องติดหู

...ทุกอย่างเริ่มต้นที่ใจ

หญิงสาวระบายลมหายใจหนักหน่วง รู้น่ะรู้ แต่ทำไม่ได้ง่ายนัก...



ลูกบิดหมุนช้า บานประตูไม้แผ่นหนาเปิดออกเงียบกริบ เย็นค่ำ ธรรม์ทัพต้องปลุกอธิก์ตามที่เจ้าตัวขอ

หากพอเข้าห้อง คนที่นอนอยู่ก็ลืมตามองปริบๆ บอกให้รู้ว่า ตื่นมาได้สักพักใหญ่แล้ว

“นึกว่ายังไม่ตื่น”

คนนอนยังนิ่ง ไม่ตอบ แต่หันหน้าหนีไปอีกทาง คงเมาค้างตามเคย ถ้าเป็นปกติอธิก์คงลุกขึ้นมาขอถอนอีกรอบ

“ตื่นแล้วก็ดี” คนตัวสูงว่า เดินไปยังตู้เสื้อผ้า เปลี่ยนชุดนักศึกษาออก สวมเสื้อยืดเตรียมพร้อมทำงาน “ตรงกลับบ้านเลยนะ ไม่ต้องแวะไหน”

“เออ น่า” เสียงงึมงำดังมาจากทางด้านหลัง ธรรม์ทัพมองเพื่อนผ่านกระจกตู้เสื้อผ้า

“กูมารบกวนมึงตลอดเลยซินะ”

คำพูดสั้นๆ กอปรกับกิริยาหม่นๆ ทำให้ธรรม์ทัพชะงักมือนิ่ง แปลก... แม้อธิก์จะเป็นคนขี้บ่น ชอบตัดพ้อโชคชะตา แต่ไม่เคยสักครั้งที่จะพูดอะไรทำนองนี้

หรือจะเพราะ... ถ้อยคำของเขาเมื่อตอนบ่าย

“มึงเป็นอะไรรึเปล่า”

“เปล่า กูแค่อยากขอบใจ”

“มึงแปลกๆ ว่ะ” ธรรม์ทัพว่า

“กูขอบใจมึงไม่ได้เหรอ”

“ได้”

ธรรม์ทัพตอบ ผินกลับเพื่อจะพูดจากับเพื่อนได้ถนัด ทว่า เขาต้องขนลุกซู่ เย็นวาบตลอดแนวสันหลัง

ไม่มีอธิก์บนเตียง!

แม้จะชินกับสิ่งเร้นลับ หากปฏิกิริยาทางกายยังมี หัวใจเต้นระรัวหวั่นหวาด และฉับพลัน เงาร่างสีดำไหม้เกรียมที่เขาเคยเห็นเมื่อยามเยาว์โถมตัวจากข้างในตู้ ถีบเขาจนล้มหงายหลัง ตีนข้างหนึ่งของมันเหยียบเต็มยอดอก! ธรรม์ทัพดิ้นขลุก!

“อย่าขวางทางกู!”

คำรามเสียงก้องกึกดั่งราชสีห์กรรโชก กลิ่นเหม็นสาบไหม้รุนแรงคลุ้งกระจายไปทั่วห้อง เลือดและหนองหยดเปรอะตัวเขา ใบหน้าซีกหนึ่งของ สิ่ง ที่ยืนตระหง่านเหวอะเปิด เผยกะโหลกภายใน

ธรรม์ทัพรวบรวมสติมั่น ลุงเคยบอกเสมอ หากไม่ยินยอม ย่อมไม่มีผู้ใดทรงอิทธิพลเหนือเรา!

สรรพสิ่งย่อมเป็นไปตามสัจจะ... ธรรม...

และเขา... คือผู้อารักษ์!

“ทำไมเจ้าถึงชื่อธรรม์ทัพ” ลุง... เคยถาม... เมื่อเยาว์

เด็กชายตัวน้อยส่ายหน้า คนถามจึงอธิบาย

"ธรรม์คือธรรมะ ทัพคือกองทัพ... ธรรม์ทัพ หมายถึง กองทัพแห่งธรรม คือผู้รักษาธรรมะและสัจจะ”

“แม่บอกว่า ทำดีจะได้ดี” มันจำคำผู้ใหญ่มากล่าว ผู้อาวุโสกว่ายิ้มๆ

“การรักษาธรรม ไม่ได้แปลว่า จะได้รับสิ่งดีเป็นเครื่องตอบแทน การรักษาธรรม จะทำให้เจ้าดี”


แม้เขาจะไม่เข้าใจ ทำไมต้องพ้น หากเพราะวัตรปฏิบัติที่ลุงกำชับกำชา เขาจึงรอด จากสิ่งลี้ลับหลายคราว

ชายหนุ่มจับข้อเท้าของมันไว้มั่น บีบแน่นจนมือสั่น ยันยกออก มันขืนแรงจะย่ำซ้ำ หากธรรม์ทัพกัดฟัน ผลักเต็มแรง

วูบ... เงาร่างนั้นหายวับ กลับไปโผล่ตรงมุมห้อง ธรรม์ทัพรีบลุก ยืนประจันหน้า ชายโบราณผู้ทั่งท้นแรงพยาบาทชี้นิ้ว แววตาอัดแน่นด้วยความเคียดเค้น

“ทุกคนต้องตาย! พวกมันทุกคนต้องตาย!”

เรือนกายพลันสลาย กระจายเป็นเถ้าธุลีฟุ้งวนราวพายุหมุน เวียนวุ่นรอบๆ ธรรม์ทัพยกมือขึ้นป้องหน้า พอดีกับที่บานประตูเปิด ลมสีดำลอยเลื้อยวูบไหวดั่งเงาพรายออกนอกห้องรวดเร็ว จนคนที่อยู่ด้านหน้าผงะ

“ลมอะไรวะ” วินบ่น

ธรรม์ทัพได้แต่ยืนหายใจหอบ มองหน้าเพื่อน

“ไม่มีอะไร”

“เออ มึงเสร็จยัง จะได้ลงครัว”

“รู้แล้ว เดี๋ยวตามไป”

“ไวๆ นะโว้ย” เพื่อนเร่ง หากมิวายสงสัย ชี้นิ้วมายังเสื้อของเขา “มึงแน่ใจนะว่าไม่เป็นอะไร”

ธรรม์ทัพดึงเสื้อขึ้นดู รอยเท้าผู้ชายประทับแน่น

“อือ”

น้ำเสียงนิ่ง... สงบ... ตามเดิม หากภายในรู้

งานนี้สิ่งที่เขาต้องสู้ ไม่ธรรมดา!



หนังสือที่ธรรม์ทัพซื้อให้เนื่องในโอกาส ‘บังเอิญพบกัน’ ถูกเก็บรวมไว้กับหนังสืออ้างอิงเล่มอื่นๆ บนชั้น อาถรรพ์ของแหวนทับทิมไม่ใช่เรื่องที่เธอจะมีอารมณ์ใส่ใจในตอนนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อครบเบญจเพสต่างหาก สำคัญ

หาก... สองวันที่ผ่าน มีเพียงความสับสนวนเวียน มิอาจหาทางออกได้

และ... สองวันที่ผ่าน เธอระแวงหวาด หวั่นไหวถึงกาลอันไม่รู้เบื้องหน้า

เวลาที่เหลือจากการเขียนต้นฉบับ จึงหมดไปกับการคิดใคร่ครวญหาสัญญาณเตือน เพราะถ้าลางสังหรณ์นั้นมีจริง ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิด เธอควรจะจับเบาะแสของบุคคลที่นักพยากรณ์ผู้นั้นอ้างได้บ้าง

ทว่า... ไม่มี...

มีเพียงนิมิตเข้มข้นและรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกรัตติกาล ซึ่งเธอไม่สามารถหนีพ้น!

และเพราะไม่อาจสงบใจ งานเลี้ยงวันเกิดที่กุมภ์ตั้งใจจะจัดให้จึงถูกขอยกเลิก แต่คู่หมั้นของเธอเสียงแข็ง ยืนยัน

“อย่าปฏิเสธพี่ ขวัญ... พี่ไม่ชอบให้ใครปฏิเสธ”

คนตัวเล็ก อ้อนแอ้น หากหัวใจเย็นชา จึงหาทางลง

“งั้นเป็นมื้อเที่ยงแทนเถอะค่ะ”


ร้านอาหารที่กุมภ์พามาเป็นเรือนริมน้ำ บรรยากาศค่อนข้างสงบ อาจเพราะเป็นช่วงบ่ายแก่ๆ วันธรรมดา ผู้คนจึงไม่มากนัก ทำให้ภายในร้านค่อนข้างโล่งกว่าทุกที

โต๊ะที่นั่งติดระเบียงไม้ ถัดข้างๆ เป็นแม่น้ำเจ้าพระยากว้างขวาง ไหลเรื่อย พรายน้ำเต้นระยิบระยับราวเกล็ดทอง กลิ่นสายนทีและเสียงเรือยนต์แว่วมาเป็นระลอก หญิงสาวเกลียด... ไม่สิ กลัว... กลัวน้ำ ขณะเดียวกันก็ชอบมองสายน้ำ

ขวัญข้าวนั่งฝั่งตรงข้ามกับกุมภ์ ใบหน้าแย้มชื่นราวกับรักใคร่เสียเต็มประดา มีเพียงเจ้าตัวที่รู้ว่าไม่จริง หน้านี้เป็นหน้ากากที่เธอตั้งใจให้ใครๆ เห็น เพื่อรักษาภาพลักษณ์วงศ์สกุล

แม่... ผู้อยู่ไกล เคยสอนไว้ ยามอยู่ข้างนอก ใบหน้าจะต้องเปื้อนยิ้มเสมอ

ทุกข์... เก็บไว้รู้คนเดียว!

โลกภายนอก มีแต่คนรอหยัน


เก็บกล้ำกลืนกินกลบสิ้นซาก

รอยบากถากขีดกรีดรอยแผล

เม้มมิดปิดซ่อนอย่าอ่อนแอ

ใครจะแลด้วยเห็นใจหาใช่มี


ถึงไม่รัก แต่ด้วยเหตุผลซึ่งเป็นเพียงมายา เธอมีหน้าที่ของคู่หมั้นที่ต้องทำ

นึกภาพไม่ออกเลยด้วยซ้ำ วันที่ต้องแต่งงานอยู่กินกับเขา จะเป็นเช่นไร นึกภาพครอบครัวไม่ออก แม้แต่ภาพความปรารถนาแรงร้อนแห่งกายผัสสะ ก็มองไม่เห็น

อย่าว่าแต่เธอ กุมภ์เล่า... มองเห็นไหม...

ขวัญข้าวไม่แน่ใจ การกระทำทั้งหมดของเขา คือรัก หรือแค่อยากเอาชนะ

พิศคนตรงหน้า ชายหนุ่มร่างใหญ่ไหล่หนาสวมชุดขาวสะอาด ผิวพรรณก็ขาว ละเอียด ทว่า ในความรู้สึกคนมอง กลับไม่นึกถึงความบริสุทธิ์

ดวงหน้าคมมีเค้าเข้ม เหนือริมฝีปากและรอบคางมีรอยเขียวของหนวดและเคราที่เพิ่งโกนใหม่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจาง ครั้นประกอบเข้ากับท่วงท่าผึ่งผาย องอาจ ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนไฟ... ไฟสีดำที่พร้อมหลอมทุกอย่าง หากมองในมุมนักเขียน เขาคงเป็นพระเอกมาเฟียอะไรเทือกนั้น

ตรงข้ามกับหนุ่มหน้าอ่อนคมคาย เด็ก ที่เธออยากเติมคำว่า ‘เมื่อวานซืน’ ต่อท้าย

รายนั้นเหมือนแผ่นน้ำทะเลสาบกลางไพรพฤกษ์ ใส... นิ่ง... ลึกล้ำเหลือกำหนด

“จ้องพี่ขนาดนี้ มีอะไรรึเปล่า” ชายหนุ่มถาม เสียงต่ำ กังวานด้วยอำนาจในที รอยยิ้มผุดพรายบนริมฝีปาก

“เปล่าค่ะ แค่แปลกใจ” ขวัญข้าวตอบ “ไม่คิดว่าพี่จะพาไปทำบุญวันเกิดตอนเช้าด้วย งานที่บริษัทละคะ”

บริษัท ในความหมายของขวัญข้าวค่อนข้างรวมๆ เพราะแบรนด์ที่กุมภ์ดูแลนั้นครอบคลุมหลายด้าน ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และกระทั่งน้ำจัณฑ์ เขาผู้เป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารและหุ้นส่วนใหญ่ มีหน้าที่คอยกำหนดทิศทาง กลยุทธ์

ฟังดูง่าย แต่ขวัญข้าวเคยถูกลากไปนั่งเป็นเพื่อนเขาครั้งนึง แค่ครั้งเดียว เธอก็บ่นท้อแท้

“เบื่อ ไม่เข้าใจ”

“อีกหน่อย เราก็ต้องมานั่งตรงนี้” กุมภ์สรุปเอาอย่างนั้น

คนฟังเลยได้แต่ปิดปาก งำความ และภายหลังเมื่อถูกคะยั้นคะยอจะให้คำตอบว่า ‘ปวดหัว’

“วันนี้ลา” คนตอบบอกเรียบ “ถ้าไม่ลา ก็ไม่เจอ”

“ไม่เจอก็โทรฯ คุยสิคะ”

“โทรศัพท์มันไม่ได้เห็นหน้า”

“เดี๋ยวนี้มีวิดีโอคอล”

“ไม่ได้จับมือ”

ไม่พูดเปล่า หัตถะหนา แข็งแรง วางทาบบนมือเล็ก บอบบาง หากหญิงสาวจำต้องสะกดกลั้น ไม่ดึงมือออก

ต้องรักษาน้ำใจ...

“พ่อกับแม่ถาม ว่าเมื่อไหร่จะไปทานข้าวที่บ้านอีก ขวัญไม่ได้ไปบ้านพี่หลายเดือนแล้วนะ”

“ช่วงนี้เร่งปิดต้นฉบับส่งสำนักพิมพ์ค่ะ ไม่งั้นไม่ทันสัปดาห์หนังสือฯ ขวัญยังเขียนดราฟแรกไม่เสร็จเลย ต้องรีไรท์อีก” ข้ออ้างมีได้เรื่อยๆ

“แค่ไม่กี่ชั่วโมง วันเดียว พ่อกับแม่พี่อยากคุยเรื่องแต่งงาน”

หญิงสาวเคลื่อนมือออกจากการกุมกำ การกระทำแม้นเบาบาง ใช่ว่าฝ่ายชายจะตีความไม่ออก

“ขวัญมีปัญหาอะไรรึเปล่า”

“ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ แค่คิดว่าเร็วไป”

“พี่ว่าช้าไปด้วยซ้ำ จะเข้าปีที่สามปีนี้แล้วที่หมั้นกัน หรือขวัญไม่มั่นใจในตัวพี่”

ควรจะตอบดีรึเปล่า ไม่ใช่ไม่มั่นใจในตัวเขา

แต่ไม่มั่นใจในตัวเอง...

สายลมพัดวูบมา พัดเอาปอยผมระหน้าผาก กุมภ์เอื้อมมือปัดปอยผมดำสนิทของเธอขึ้นทัดหู แล้วเชยคางให้มองหน้าเขาตรงๆ

“พ่อกับแม่ท่านรักขวัญเหมือนลูก หรือคิดว่าถ้าแต่งกันแล้ว พี่จะรังแก”

ขวัญข้าวนิ่ง... เธอรู้ดีว่า การนิ่ง เงียบ ไม่ใช่การมอบคำตอบที่ดีที่สุด และในบางสถานการณ์มีแต่จะยิ่งทำให้เลวร้าย ทว่า การจะเค้นเอาคำตอบในเวลานี้ เธอหาให้ไม่ได้

แม้จะไม่เข้าใจ หากชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ยอมลดมือ ถอนใจยาว

“เอาไว้ค่อยตอบวันหลังแล้วกัน วันนี้เรามาฉลองวันเกิด อย่าให้บรรยากาศเสียเลย” ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ยิ้มให้กับตัวเอง หยิบเอาถุงกระดาษขึ้น

“พี่มีของจะให้”

ขวัญข้าวเริ่มขยุกขยิก ความรู้สึกรนในใจรุนแรง

เธอไม่อยากรับ!

มือใหญ่ดึงกล่องของขวัญออกมา และพร้อมกันนั้น กล่องกำมะหยี่สีแดงก็แลบให้เห็นสะดุดตา

“นั่นอะไรคะ”

กุมภ์เลิกคิ้ว ทำหน้าฉงนสักครู่

“นี่เหรอ... ของพ่อน่ะ” เขาอธิบาย “เห็นว่าเป็นแหวนโบราณสมัยอยุธยาหรือไงนี่ล่ะ ท่านชอบสะสมของเก่า”

“ขอดูหน่อยได้ไหมคะ” เธอถาม ไม่รู้ทำไมถึงมั่นใจนัก ว่าข้างในคือแหวนวงนั้น

แหวนทับทิมอาถรรพ์!

“เอาสิ” เขายื่นกล่องกำมะหยี่ใบเล็กให้ “เห็นว่ามีเรื่องเล่าตำนานอะไรสักอย่าง พี่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง เจ้าของเดิมเขาไม่ยอมขาย พอตาย คนที่เป็นลูกเขาอยากย้ายไปอยู่เมืองนอก เลยยอม”

แม้หูจะได้ยิน หากแม่แน่งน้อยกลอยใจมิได้สดับ... ถ้อยวจีดั่งลมผ่านหู ที่จดจ่อคือประกายสีแดงสว่างของทับทิมเม็ดงามบนหัวแหวนต่างหาก

ใช่จริง! แหวนวงเดียวกับที่เธอเคยเห็นในห้องทำงานของอาจารย์พิมลไม่ผิดแน่!

แรงดึงดูดบางอย่างกลับคืนมา ทบทวี... อิทธิพลอันแรงกล้าเหนือคาดคิด

“จริงๆ แหวนวงนี้น่าจะเป็นแหวนผู้ชาย” กุมภ์เริ่มวิเคราะห์ “ดูจากทรงแล้ว... แต่ถ้าขวัญชอบ พี่จะขอจากคุณพ่อให้ เป็นของขวัญวันเกิด ดีไหม นานๆ ทีพี่ถึงจะเห็นเราอยากได้อะไรกับเขามั่ง”

“ไม่ดีค่ะ!” หญิงสาวโพล่งเสียงดัง ก่อนจะรู้สึกตัวว่าไม่เหมาะสม จึงลดกิริยาลง “พี่กุมภ์บอกว่าคุณลุงซื้อมาสะสม”

“ไม่เป็นไรนี่ ถ้าพี่ขอ พ่อต้องให้”

“แต่”

“รับน้ำใจพี่เถอะ ขวัญไม่คิดบ้างเหรอ ว่าการที่เรารักใครแล้ว เขาเอาแต่ปฏิเสธเราทุกอย่าง มันรู้สึกแย่แค่ไหน”

คำพูดของกุมภ์ทำให้เธอต้องเงียบ แม้จะไม่กลัว แต่อ้างดีไหมว่าแหวนวงนี้มีอาถรรพ์ หากคนอย่างกุมภ์หรือจะเชื่อ ปะเหมาะเคราะห์ร้าย เขาจะคิดว่า เธอโกหกเพราะไม่อยากรับของๆ เขาอีก

ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ยิ้ม แววตาดุจแสงดาว ยินดีปรีดาที่ ผูกมัด เธอสำเร็จ สิ่งของที่ให้ด้วยไมตรี คล้ายกับเส้นใยพันธนาการ เขาหยิบธำมรงค์วงงามเลื่อนสวมคล้องรัดองคุลีของเธอ เสี้ยววินาที แหวนที่เชื่อมโยง อดีตและปัจจุบันก็ยึดแน่น

น้ำเสียงใครบางคน ปะปนแทรกพร้อมกับเสียงของกุมภ์ ด้วยคำพูดเดียวกัน

“สุขสันต์วันเกิด!”



ตั้งแต่สวมแหวน กระแสไหลเวียนรุนแรงก็กระแทกกระทั้นภายในเรื่อยๆ ราวจะฉีกกายออกเป็นเสี่ยง และมากขึ้นทุกทีจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่

กุมภ์ขับรถมาส่งที่บ้าน ทันทีที่ล่ำลาเสร็จ หญิงสาวก็ย่ำเท้าสวบๆ จะเข้าในเรือน อย่างไรเธอก็ต้องถอดแหวนอาถรรพ์นี้ออกให้ได้

ไม่ควรสวมมัน! สัญชาตญาณบอก เธอไม่ใช่เจ้าของ!

“สีหน้าคุณไม่ดี ไม่สบายหรือเปล่าคะ”

ป้าต้อยที่ช่วยถือของเดินเร่งฝีเท้าตามมาด้านหลังถาม กังวล ทว่าคนฟังไม่ตอบ เหมือนหูจะพร่า เหมือนตาจะลาย ก้าวให้ไวขึ้นอีก เสียงอื้ออึงในหัวดังมาจากไหนไม่รู้ ในโสต... เสมือนมีคีตธารรินหลั่ง เหมือนเสียงซอ... แปลก ไม่ใช่ เป็นเสียงเครื่องดีดต่างหาก เครื่องดีด... อะไร...

“ซึง!”

ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตู น้ำหนักอันรุนแรงภายในก็มาถึงขีดสุด ขวัญข้าวเกาะกรอบประตู ร่างทรุด รู้สึกถึงแรงกดมหาศาลโถมทับร่าง

เหมือนคลื่นน้ำม้วนเกลียวกลืนกิน!

เสียงร้องกรี๊ดดังมาจากทางด้านหลัง ใคร... เสียงป้าต้อยนี่นา หากเสียงนั้นค่อยๆ เบาลง... จางลงทุกขณะ และเลือนหาย

หายไป!

แม่บ้านสูงวัยล้มตึง ข้าวของหล่นเกลื่อนกระจาย ตาเหลือกค้าง หัวใจเต้นรุนแรงแทบทะลุออกจากอก อุทานติดอ่าง

“คุณ... คุณ...”

ไม่มี! หาไม่เจอ!

ขวัญข้าวหายตัวไปต่อหน้าต่อตา!


>>>โปรดติดตามตอนต่อไป

______________________________

[หมายเหตุ* นิยายเรื่อง ฝนพรางฟ้า(ฉบับใหม่) อัพเดทสามที่นะครับ มีใน bloggang, dek-d, และ www.go2writer.com หากพบเจอที่อื่น แปลว่าโดนผีหลอกนะครับ เพราะตัวจริงไม่ได้อัพ ฮ่า ฮ่า... จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน]





Create Date : 30 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2559 0:24:00 น. 5 comments
Counter : 473 Pageviews.

 
สนุกมาก อยากอ่านตอนต่อไป มาเร็วๆๆนะคะ


โดย: sakeena IP: 180.183.125.115 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2559 เวลา:13:49:34 น.  

 
เข้ามาส่อง ^^


โดย: ยุ้ย/ชมบุหลัน IP: 171.96.106.74 วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:19:13:55 น.  

 
คุณ sakeena
มีแรงเชียร์แบบนี้ สงสัยคุณรักดี คนเขียน ท่าจะยิ้มแก้มปริ 55+
ขอบคุณแทนเจ้าตัวด้วยค่ะ

*** ****
ยุ้ยยยย...

เค้ามารับอยู่รับรองแขกแทนรักดีอ่ะ
เจ้าตัวหนีไปซุกเขียนนิยายไหนแล้วก็ไม่รุ ^o^
ไม่ค่อยมาเฝ้าบล็อกเลย
บล็อกเค้านี่คนเขียนอัพเสร็จแล้วเผ่นกันกระจาย 5555+


โดย: ploy666 IP: 171.7.52.87 วันที่: 1 ธันวาคม 2559 เวลา:21:16:26 น.  

 
สวัสดีครับคุณ Sakeena
ขอบคุณที่แวะมาคอมเม้นท์นะครับ วันนี้เอามาลงแล้ว ไปอ่านกันเถอะ ฮ่า ฮ่า

..................

สวัสดีครับ คุณ ยุ้ย

ยินดียิ่งแล้วแขกแก้วมาส่อง (เอ๊ะ? เยือนสิ ฮ่า ฮ่า)

..................

สวัสดีครับพี่พลอย

สวัสดีเอาใจไปงั้นแหละ ในฐานะเจ้าของบล็อก
ปีนี้อย่าลืมโบนัสเค้านะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

..................


โดย: ณนณ (ploy666 ) วันที่: 8 ธันวาคม 2559 เวลา:22:08:35 น.  

 
โบนัสไม่ลืมแน่นอน
ก็มันไม่มีโบนัส 55555555+


โดย: ploy666 IP: 27.130.164.254 วันที่: 17 ธันวาคม 2559 เวลา:3:52:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
ยังมีสินค้าเหลือเล็กน้อยค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : vr.molecules@จีเมล.com
** แทนที่ จีเมล ด้วย gmail

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

เมื่อคุณเริ่มก้าวแรก
ก้าวต่อไปมันก็ไม่ได้ง่ายอยู่ดี

...เพียงแต่...

เราเคยผ่านมันมาแล้ว!

Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.