Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2560
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
4 สิงหาคม 2560
 
All Blogs
 

ฝนพรางฟ้า (๓๑.หนังมนุษย์)




ฝนพรางฟ้า

บทที่ ๓๑ หนังมนุษย์

-ณนณ- 



ธรรม์ทัพยืนบนถนนสายแปลกที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต เป็นถนนปูพื้นด้วยก้อนอิฐสีส้ม ทอดยาว ไกล ไหลเลื้อยสู่ห้วงอนธกาล รอบด้านปกคลุมด้วยสายหมอกขาวหนา แต่ยังพอมองเห็นเงารำไรของต้นไม้สูงใหญ่รายรอบ สองข้างมีไฟทางเว้นห่างเป็นระยะๆ ทอแสงสีส้มริบหรี่ ใต้ไฟทาง ม้านั่งเหล็กเขลอะสนิมตั้งอยู่

ตัวหนึ่ง มารดาของขวัญข้าวจับจอง พร้อมเพ็ญอยู่ในชุดสีขาว ทำจากผ้าดิบ นั่งก้มหน้า สองมือประสานบีบแน่น บางคราว แผ่นหลังและอกจะกระเพื่อมไหวจากรอยสะอื้น

“คุณพร้อมเพ็ญครับ”

ชายหนุ่มตรงเข้าไปหา แต่คนรุ่นแม่ไม่ตอบกลับ ท่าทางเหมือนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเขาอยู่ตรงนี้ จมดิ่ง... ดำลึก... ละม้ายตกลงไปในน้ำคลำ ไม่รู้ทิศ ไม่เห็นทาง

ได้แต่ร่วงละลิ่วลงไปเรื่อย... เรื่อย...

“คุณเพ็ญเธอไม่ได้ยินหรอก ทัน”

หนาวยะเยือกทั้งตัว เสียงเพรียกนั้น เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ครั้นหันมอง คนที่ผ่านพ้นละไอหมอกหนา เป็นผู้ชาย ตาบอดสนิททั้งสองข้าง

ลุง!

บอกตัวเองไม่ถูกเลยว่ารู้สึกอย่างไร ตั้งแต่วันที่ลุงตาย เขาไม่เคยฝันเห็นหรือสัมผัสถึงได้แม้แต่วันเดียว จนคิดว่า ลุงคงไปสู่สุคติภพแล้ว

ทว่า บัดนี้ ลุงกลับโผล่มาตรงหน้า

พร้อมกับผู้หญิงอีกคนที่เดินตามหลังมา ไม่ใกล้ ไม่ไกล

ป้าต้อย!

ธรรม์ทัพเข้าใจทันที ที่นี่คือความฝัน - ไม่ใช่ความฝันธรรมดา แต่เป็นนิมิตสังหรณ์

ฝันพยากรณ์และการบอกเหตุ

คนตัวสูงวูบโหวงในท้อง การเห็นคุณเพ็ญและป้าต้อยพร้อมกับลุง มีความหมายเดียว

ทั้งคู่ ไม่มีชีวิตบนโลกใบเก่าอีกต่อไป!!


จึงพบ จึงเจอ จึงจำ

จึงกระทำ ชั่วดี ทิ้งไว้

ยามจาก ยามลา คลาไคล

พกไป เพียงความ เปล่าดาย


โดยเดียว เดี่ยวโดด ในสำนึก

รู้สึก ครั่นครั่น ใจพรั่นหาย

ปราศตัว ปราศตน ปราศกาย

วางวาย ในห้วง ธารา


และลบ และลาง และเลือน

ลอยเลื่อน สู่ภพ สังสาร์

นาฬิกา เคยเดิน ตามเวลา

ถึงครา นาฬิกา จะหยุดเดิน ๏


“ช่วยคุณขวัญด้วยเถอะค่ะ คุณทัน”

แม้จะหวังให้ตัวเองเข้าใจผิด แต่ทั้งคำพูดและแววตาของป้าต้อย ไม่อาจบิดเบือนให้คิดอื่น

ทั้งคู่ตายแล้วจริงๆ!


ธรรม์ทัพไม่ได้ตอบคำขอ แต่แววตา เว้าวอนผู้เป็นลุงราวกับเด็กน้อยที่ต้องการคำอธิบายจากผู้ใหญ่

“ความผิดผมใช่ไหมครับ เพราะผมท้าทายอำนาจของวิญญาณแค้น เขาเลยพยายามผลักเสี้ยววิญญาณของคุณขวัญ ให้จมลงสู่ความมืด ด้วยการฆ่าคนที่เธอรัก”

คนถูกถามนิ่ง เหมือนไม่รู้ว่าควรจะตอบรับหรือปฏิเสธ ได้แค่บอก

“บางคราวก็เป็นชะตากรรม ลูกเอ๋ย”

“ผมรู้สึกเข้าใจคุณกาหลงขึ้นมานิดๆ” ธรรม์ทัพยิ้มแห้ง “โทษตัวเอง ที่เป็นสาเหตุทำให้คนอื่นต้องเคราะห์ร้ายถึงตาย”

“หิริโอปตัปปะเป็นสิ่งดี คอยยับยั้งไม่ให้เรากระทำผิด แต่เมื่อพลั้งพลาดสิ่งใดไปแล้ว เจ้าต้องสำนึกและก้าวผ่าน”

ชายหนุ่มเบือนสายตาไปยังพร้อมเพ็ญที่นั่งจมอยู่ในห้วงเวลาของตัวเอง

“นั่นคือ สภาพของคนที่ก้าวผ่านไม่ได้ใช่ไหมครับ”

“ถูกแล้ว” วจีเบา แหบพร่า “ในช่วงขณะที่จิตแยกจากรูป คุณเพ็ญเธอคิดถึงความผิดที่เคยทำต่อลูกสาว โทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงถูกผลักเข้าสู่มิติเวลาแห่งความโดดเดี่ยว ในโลกของเธอ ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่อาจจะเข้าไปได้”

“เหรอครับ เพราะอย่างนี้ คุณเพ็ญเลยต้องอยู่ที่นี่” กระแสเสียงของธรรม์ทัพมีรอยกระเพื่อม “เหมือนกับลุง!”

ผู้สูงวัยกว่าหน้าเจื่อนทันควัน แต่รีบกลบเกลื่อน

“ทำไมเจ้าคิดแบบนั้น”

“แล้วผมคิดผิดเหรอครับ... นายเสน!”


คนถูกเรียกตกใจจนเกือบเขยิบถอยหลัง แต่ด้วยฝึกสติมายาวนาน จึงรั้งเท้าทัน คนตัวสูงยังคงพูดต่อ

“ถึงวิญญาณสำนึกบาปของคุณกาหลงจะเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองเล่าเป็นเรื่องจริง แต่จิตใจที่หมกมุ่นกับความผิด ทำให้ผมไม่คิดว่าความจริงจะเป็นอย่างที่เธอเชื่อ มิหนำซ้ำ นายเสนยังเป็นคนเดียวที่หายตัวไปตั้งแต่คืนไฟไหม้ และไม่ถูกเอ่ยถึงอีก”

“นั่นเป็นเพียงการคาดเดาของเจ้า!”

“ครับ ทีแรกผมแค่สงสัย แต่พอเห็นลุงมาหา ทั้งที่เมื่อก่อนไม่ เลยทำให้ผมรู้ ว่าที่จริง ลุงยังติดอยู่ในความรู้สึกผิดบาป และการที่ลุงยอมอนุญาตให้ผมมาหาลุงได้ในวันนี้ เพราะชะตากรรมที่ลุงพร่ำบอกให้ผมเชื่อมาตลอดชีวิต กำลังสั่นคลอน

“ที่ลุงต้องการแต่แรก ไม่ใช่ให้ผมช่วยความตายทั้งห้า ลุงไม่คิดจะช่วยใคร ยกเว้นคุณขวัญ เธอเป็นจุดประสงค์เดียวที่ลุงทำทุกอย่าง ใช่ไหมครับ”

“ทำอย่างนั้น จะมีประโยชน์อะไร”

“มี! เพราะถ้าความตายลำดับที่หนึ่งถึงสี่ถูกฆ่า วิญญาณพยาบาทและวิญญาณสำนึกบาปจะมีตัวตนชัดเจนขึ้นเพื่อลบล้างตัวตนหลัก การจะทำให้วิญญาณทั้งสองหายไปจากโลกนี้ มีแต่เวลานั้น ลุงเลยใช้คนทั้งสี่เป็นเครื่องสังเวย เพื่อให้คุณขวัญรอดชีวิต! แต่โชคร้าย ที่วิญญาณอาฆาตฆ่าป้าต้อยกับคุณเพ็ญ ทำให้กงเกวียนกรรมเกวียนขยายใหญ่ขึ้น ทุกอย่างจึงผิดไปจากแผนที่ลุงวางไว้!”

 “ไม่คิดว่า เจ้าจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ถึงขนาดนี้ ทัน” คนถูกรุกไล่ด้วยวาจา หัวเราะเบาในลำคอ ราวกับจะเยาะเย้ยตัวเอง ทั้งหมดที่ธรรม์ทัพต่อว่า จี้ใจดำ

“นั่นสิครับ ผมเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน” ธรรม์ทัพกล่าว ในปากเหมือนมีรสขมกระจาย “มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่อธิบายตัวเองหน่อยเหรอครับ อย่างน้อยๆ ก็ควรบอกผู้หญิงที่คุณทอดทิ้งให้เธออยู่กับความกลัวในป่าเพียงลำพัง ต้องคมมีดคมดาบ ถูกตัดหัว! บอกคุณแย้มเธอไปสิครับ!!”

ธรรม์ทัพพูดจบ ป้าต้อยค่อยๆ เหลือบมองคนข้างตัวอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ลุงซึ่งอดีตชาติคือนายเสน ได้แต่ก้มหน้า กล่าวเสียงพร่า

“ขอโทษ ที่ข้าทอดทิ้ง ให้พวกมันตัดหัวพี่”

ฉับพลัน รอบกายของนักพยากรณ์ตาบอดก็บังเกิดแสงเงาวูบวาบ เลื่อมพราย ดวงตาขุ่นมัว ฝ้าฟาง กลับแจ่มกระจ่างสว่างใส ผิวกายเดิมหลุดล่อน เปิดเผยตัวตนของคนในอดีต

บุรุษจากยุคอยุธยาตอนปลาย ยืนเด่นในลักษณะสำรวม

ธรรม์ทัพจ้องประกายตาคมของอีกฝ่ายตรงไปตรงมา

“พร้อมจะเฉลยเรื่องทั้งหมดแล้วใช่ไหมครับ คุณลุง!”




แม้จะมีแขกเหรื่อมากมายหลั่งไหลมายังเรือนของขวัญข้าว เพื่อร่วมอวยพรแก่คู่บ่าวสาวในงานมงคลสมรส ทว่าภายใต้ฟ้าทะมึนครึ้มเมฆ และแมกไม้เอนลู่ตามแรงกระหน่ำพัดของสายลม บรรยากาศแห่งความชื่นชมยินดีกลับแฝงไว้ด้วยความหม่นหมอง หดหู่

ขันโตกหวายสำหรับประเคนพระภิกษุสงฆ์ถูกยกเข้ามาในบริเวณพิธีตามลำดับ พวกพนักงานผู้ชายเหล่านั้นล้วนแต่งกายอย่างทาสโบราณ นุ่งโจงกระเบนสีน้ำตาลมอๆ ท่อนบนเปลือย เผยมัดกล้ามแข็งแน่น และผิวกายเข้ม วาว คล้ายชโลมน้ำมัน เป็นอาหารตาแก่บรรดาสาวๆ ที่มาในงาน มีการชี้ชวน หัวร่อ กระซิบกระซาบ และถ่ายคลิปวิดีโอ

กระทั่งสายตาของ บาง ผู้ทรงศีล...

หาก ที่ทำให้กุมภ์ตะขิดตะขวงใจ เห็นจะเป็นการที่พวกนั้นทุกคนตัดผมทรงมหาดไทย กับตีสีหน้าอมทุกข์ได้ราวกับว่า เป็นทาสจากยุคโบราณโดยแท้!

ปากเซียวซีด และนัยน์ตาลึก ว่างเปล่า

แค่รับจ้างจัดงานแต่ง ต้องลงทุนถึงขนาดนี้เชียว ค่าตัวเท่าไหร่กันวะเนี่ย

ขวัญข้าวก็อีกคน นึกยังไงถึงยอมจ่ายให้พวกนี้มา ไม่บอกกล่าวเขาสักคำ!

มิหนำซ้ำ เมื่อเช้าตอนที่ถามหาน้าพร้อมเพ็ญ เจ้าสาวของเขาตอบเพียงสั้นๆ ว่า แม่ต้องเดินทางไกล... และด่วน

“ป้าต้อยล่ะ”

“ไปด้วยกันค่ะ”

คำตอบ พร้อมรอยยิ้มน่าขนลุก!

สุดท้าย พ่อของเขาเลยต้องนั่งหัวโด่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่คนเดียวในพิธี คิดแล้วกลุ้ม

ทั้งหมด เลยทำให้อดไม่ได้ที่จะคิดถึงคำพูดของธรรม์ทัพเมื่อวันก่อน วาจาซึ่งติดหูหนึบหนับ เหมือนเศษหมากฝรั่งเคี้ยวแล้วติดรองเท้า

บางที นี่อาจเป็นผลตอบแทน จากนิสัยของเขา นิสัยของคนที่ไม่เคยรักใคร ไม่เชื่อในความจริงใจของใคร มองเห็นแต่ผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับ โดยไม่คิดถึงใจใครสักคน

อย่างนั้นหรือ...

เขาเป็นคนเลวขนาดนั้นเชียวหรือ

ไม่จริงหรอก มันก็แค่พูดเพื่อจะให้เขาจิตตก คงอิจฉาที่เขาจะได้แต่งงานกับขวัญข้าว เพราะมันเองก็จ้องว่าที่เมียของเขาเอาไว้เหมือนกันนี่

กูไม่หลงกลมึงหรอก ไอ้ธรรม์ทัพ!


พวกหนุ่มๆ ของขวัญข้าวคลานเข่าถอยออกไปจากบริเวณ พิธีกรเริ่มประกาศระเบียบงาน และพระสงฆ์ก็เตรียมสวด ทว่า ฉับพลัน! ประตูหน้าต่างรอบบ้านซึ่งเปิดกว้างไว้ก็กระแทกปัง! พร้อมกันหมด! ประหนึ่งว่ามีวายุกร้าว กรูพัดจากทุกทิศทาง ผู้ร่วมงานพากันสะดุ้งโหยง บางคนกรี๊ดลั่น แม้แต่ท่านนายพลยังหันซ้ายเหลียวขวาระแวดระวัง

เสียงระนาดเอกระรัวก้อง กังวาน ลีลาสง่ายิ่งใหญ่ วงมโหรีปี่พาทย์มอญบรรเลงดนตรีเยียบเย็น ฆ้อง ตะโพน เปิงมาง กรีดทำนองโหยหวน บาดลึก

เพลงที่นิยมใช้ในงานศพ

พญาโศก!

แขกเหรื่อเบียดกระถด เกาะกลุ่มกันเหมือนฝูงมดตกน้ำ แม้แต่คณะสงฆ์ซึ่งพยายามสำรวมกิริยา ยังเขยิบเข้าหากันจนเกือบชิด คนคุมเครื่องพากันหัวฟัดหัวเหวี่ยงพอๆ กับที่ขนคอลุกซู่เมื่อพบว่า เครื่องเล่นดนตรีที่ต่อกับลำโพงนั้น ว่างเปล่า!

แล้วเพลง ดังมาจากไหน!!

กุมภ์บีบมือของขวัญข้าวเอาไว้แน่นอย่างลืมตัว พร้อมๆ กัน มืออีกข้างก็ลูบอกตัวเอง ผีร้าย! อาถรรพ์! มันจะกลับมาทำร้ายเขาหรือ แต่เมื่อคลำแล้วไม่พบว่ามีสิ่งใดผิดปกติ เขาก็ค่อยคลายใจ

และเป็นขวัญข้าวอีกนั่นแหละ ที่เอื้อมมาจับมือข้างนั้นของเขาเอาไว้ พร้อมรอยยิ้มเย็นๆ

“ไม่เป็นอะไรนะคะ พี่กุมภ์”

“พ... พี่...” คิ้วหนาเข้มเกร็งขมวด แต่พอมองเห็นดวงหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราของเจ้าสาว ก็ค่อยคลาย “พี่ไม่เป็นอะไรหรอก ขวัญล่ะ กลัวรึเปล่า ไม่ต้องกลัวนะ พี่อยู่ด้วยทั้งคน ไม่ว่ามันจะเป็น ผ... สิ่งลึกลับ หรืออาถรรพ์อะไรก็แล้วแต่ มันทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก”

“จริงเหรอคะ”

“จริงสิ อีกเดี๋ยวเรื่องทุกอย่างก็จบแล้ว”

คนตัวเล็กเอียงคอด้วยจริตจะก้านมารยา

“ค่ะ รอมาขนาดนี้แล้ว อีกแค่เดี๋ยวเดียว ทำไมจะรอไม่ไหว!”




รถเก๋งเลี้ยวเข้าจอดตามเส้นแนวของลานจอดรถใต้ดิน วินมองเงียบๆ ดูเพื่อนที่ใส่ชุดพนักงานเสิร์ฟของโรงแรม เชิ้ตแขนยาว สีขาว สวมกั๊กสีดำทับ ไอ้ทันเก็บซ่อนเครื่องประดับหน้าตาประหลาด คล้ายปิ่นปักผมไว้ในเสื้อกั๊ก สีหน้าท่าทางของมันสงบ หากแววตามุ่งมั่น ฉายชัดจนสัมผัสได้

“แน่ใจนะ ว่าไม่ให้กูเข้าไปด้วย”

คำถาม ถามเพราะเป็นห่วง หากคำตอบ ตอบเพียงสั้นๆ

“อือ ขอบใจที่มาส่ง”

วินโบกมือ ไม่หยิบจับเอามาเป็นสาระสำคัญ ร้อยวันพันปีหรอก ไอ้ทันถึงจะเอ่ยปากขอร้องเขาสักหน และคราวนี้มันก็ขอแค่ให้เขาใช้เส้นสาย ช่วยมันเป็นเด็กเสิร์ฟของโรงแรม เพื่อลักลอบเข้างานแต่งของแม่นักเขียนที่ชื่อ... อะไรนะ... ช่างแม่งเหอะ แต่ดูท่าเพื่อนของเขาจะอาการหนัก

ขนาดพวกนั้นจ้างบอดี้การ์ดขวาง ยังกระเสือกกระสนจะเข้างานให้ได้

ไอ้ทันเอ๊ย ไอ้ทัน!

“กูไม่เข้าใจว่ะ ทำไมมึงต้องพยายามขนาดนี้”

มือหนา แข็งแรง ที่ตรวจตราเครื่องแต่งกายให้ทะมัดทะแมงชะงัก คนตัวสูงก้มหน้าคล้ายกำลังครุ่นคิด ก่อนจะสบตาตรง กล่าว

“หัวใจของมึง สำคัญไหม”

คนถูกถามขมวดคิ้วเบา

“สำคัญดิ”

“หัวใจของกูก็สำคัญเหมือนกัน”

ประกายในดวงนัยน์สีนิลเข้ม ทำเอาคนถูกจ้องสะท้อนสะท้านภายในอก ครั่นๆ เหมือนกลัวอะไรสักอย่าง... การสูญเสีย

ประหลาด... ลึกล้ำ...

ดั่งผิวน้ำกระเพื่อมไหว

ละม้ายสายลมกรีดผ่าน

สายป่านตึงมากแล้ว... อีกไม่นานหรอก มันจะขาด... และว่าว จะปลิวลอย

แต่ถึงจะรู้สึกแปลกยังไง ก็ได้แค่แกล้งหัวเราะ เพราะถ้าไม่ทำ เขาคงเผลอแสดงความรู้สึกที่แท้

“ไอ้น้ำเน่า!”

“เออ” ธรรม์ทัพยิ้มแกมหัวเราะตาม แต่ร่องรอยที่เจือจางในกระแสเสียงเศร้าสร้อยสุดประมาณ ลงรถ และกำชับ “ฝากของๆ กูไปให้แม่ด้วยนะ กูจัดการแยกไว้หมดแล้ว”

“พูดบ้าอะไรของมึงเนี่ย ทำอย่างกะจะไปตาย!”

“เหอะน่า กูขอ”

วินบีบหมัดแน่น ริมฝีปากเม้มนิด ลมหายใจสั้นและขาดห้วง วูบโหวงในท้อง

เหมือนเมื่อตอนไอ้อธิก์ไม่มีผิด!

ไอ้เพื่อนเหี้ยที่เขาไม่มีโอกาสแม้จะได้ล่ำลาสั่งเสีย

ไม่มีโอกาสแม้จะได้ขอโทษที่เคยด่าว่ามัน

คาใจ... มาตลอด...

แล้วไอ้ทัน ก็จะซ้ำรอยเดิมงั้นเหรอ...

ทว่า คนตัวสูงกลับเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยทีท่าสบายๆ ยิ้มบาง

“อธิก์มันไม่โกรธมึงหรอกนะ ไอ้วิน มันรู้ว่ามึงห่วงมัน” รอยคำ กระจ่างชัด “มึงทำดีที่สุดแล้ว มึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดแล้ว”

วินข่มอารมณ์รุนแรงที่พุ่งปะทุขึ้นเต็มกลั้น รีบเบือนหนี ไม่ยอมสบตาต่อ ธรรม์ทัพจึงปิดรถ ตรงไปยังประตูทางเข้า ไกลลิบๆ

ไอ้บ้าเอ๊ย เที่ยวขุดคุ้ยความในใจคนอื่นแล้วเดินหนีอย่างนี้ได้ยังไงวะ!

แต่ก็... สมกับที่เป็นมึงแหละ

ขอบใจ... เพื่อน...

เคาะแตรเบาๆ ต่างคำอวยพร คนตัวสูงไม่ได้หันกลับมามอง เพียงแต่ยกมือขึ้นโบกเหนือศีรษะ ราวกับจะทดแทนการกล่าวอำลา

คนในรถคลายยิ้มออกมาในที่สุด




แชนเดอเลียเปิดไฟสีวอร์มไลท์สว่างไสว ระยิบระยับ ดังแวววะวามจากประกายอัญมณี ห้องโถงจัดงานเลี้ยงสมรสของโรงแรมถูกเนรมิตขึ้นใหม่ ประดุจชะลอเอาปราสาทราชวังมาตั้ง รอบทิศทาง ตกแต่งดอกไม้สด สวย กลิ่นหอมกรุ่นกำจาย จรุงใจ ด้านหน้ายกเวทีสูง ประดับประดาผ้าฟูฟ่อง นวลนุ่ม และจากจุดนั้น ปูพรมแดงเป็นทางเดิน ยาวมาจนถึงกึ่งกลางโถง ซึ่งกำหนดไว้เป็นตำแหน่งจุดเทียนและตัดเค้ก

แขกเหรื่อภายในงานยังคงแน่นหนา คับคั่ง ดีไม่ดี อาจมากกว่าที่ประเมินไว้ด้วยซ้ำ เพราะแม้แต่คนที่ไม่ได้รับเชิญอย่างนารี ผู้เป็นมารดาของอธิก์ ก็ยังดั้นด้นหาทางเข้างานเพื่อมาดูความวิบัติของบ่าวสาวคู่นี้ให้เห็นกับตา เมื่อได้ยินข่าวลือกระหึ่มว่า นี่เป็นงาน อวมงคลสมรส!!

พิธีในช่วงเช้าทำเอาแขกเหรื่อหลายคนขนหัวลุก นอกจากเพลงพญาโศกที่เล่นบรรเลงขึ้นเองแล้ว รูปถ่ายและคลิปวิดีโอของพวกทาสหนุ่มๆ ที่ถูกบันทึกไว้ กลับไม่ติดแม้แต่เงา

ภาพที่เห็น เป็นเหมือนม่านควันขาวเทาลอยอ้อยอิ่ง!

แต่ทั้งที่พวกเขากลัว ความอยากรู้อยากเห็น อยากลอง ก็ยังมีมากกว่านัก ซึ่งหากจะวิเคราะห์ ก็นับเป็นเรื่องปกติ เพราะยามที่คนรวมตัวกันมากๆ ความกลัวจะกลับกลายเป็นความบ้าบิ่น

มนุษย์จึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มักประเมินตนเองผิดเสมอ

ถ้าไม่ดีเกินไป

ก็มักเลวเกินไป

ผีสางนางไม้ กลายเป็นเรื่องบันเทิง หยอกล้อ และอาจจะเป็นเรื่องสนุกปากที่จะเล่าขวัญสืบต่อไปภายหน้า

จนกว่า... ภัยจะใกล้ตัว!


ขวัญข้าวในชุดเจ้าสาวหรูหราราวกับเจ้าหญิงยืนเคียงข้างกุมภ์บนเวที ปั้นหน้ายิ้ม มองคนเป็นเจ้าบ่าวตาไม่กะพริบ ขณะที่ฝ่ายชาย กำลังกล่าวความในใจ

ใจ... สกปรกโสมม!

“ขวัญคือผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตของผมครับ”

คำพูดและน้ำเสียง ชวนเอาคนฟังอ่อนยวบตามได้ง่ายๆ คนตัวโตแลมายังสาวข้างตัว รอยยิ้มอ่อนโยน แววตาลึกซึ้ง

“พวกเรา ผ่านช่วงเวลาที่ มีทั้งความทุกข์ ความสุข แต่เขาไม่เคยทิ้งผมไปไหน ผมเลยรู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนโชคดี ที่มีโอกาสได้เจอผู้หญิงที่ดีที่สุดคนนี้ และอยากจะอยู่กับเธอ ตลอดชีวิต”

สิ้นคำกล่าว เสียงปรบมือกึกก้อง ทั้งเสียงผิวปาก และร้องโห่ด้วยความชื่นชมกระหึ่มโถง กุมภ์ค้อมศีรษะนิดเหมือนจะน้อมรับเอาสดุดีเหล่านั้นมาเก็บไว้กับตัว

ผิดกับขวัญข้าว ที่มีอาการหัวเราะเล็กๆ ในลำคอ

ครั้นเสียงทั้งหมดบางเบาลง วัชระ - พิธีกรหนุ่ม ซึ่งเคยสัมภาษณ์ขวัญข้าวในงานที่มหาวิทยาลัย และมาเป็นพิธีกรประจำงานมงคลนี้ ก็เริ่มถามฝ่ายเจ้าสาวบ้าง

“คุณขวัญล่ะครับ ประทับใจอะไรในตัวของคุณกุมภ์”

คนถูกถาม มองหน้าของเจ้าบ่าวครู่ ก่อนจะผินรอยยิ้มไปทางบรรดาแขกเหรื่อ

“ที่ว่าประทับใจไม่รู้ลืม ก็มีหลายเรื่องค่ะ”

“เล่าให้ฟังสักเรื่องสองเรื่องได้ไหมครับ”

“พี่กุมภ์ เป็นคนรักคนอื่นเก่ง มีน้ำใจแจกจ่ายความรัก ให้ใครๆ เขาไปทั่ว จนผู้หญิงหลายคนหน้ามืดตามัว หลงเสน่ห์ของเขา”

สีหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของคนในโถงจัดเลี้ยงเริ่มเจื่อน โดยเฉพาะนายพลประดิษฐ์ผู้เป็นบิดาของเจ้าบ่าวซึ่งนั่งโต๊ะเดียวกับคุณกำพล ทนายประจำตัวของขวัญข้าว 

กุมภ์หน้าถอดสี คิ้วหนาขมวดเกร็ง ส่งแววตามายังหญิงสาวคล้ายจะถาม จนพิธีกรในงานต้องรีบแก้ไขสถานการณ์ กลบเกลื่อนด้วยเสียงหัวเราะแห้งๆ

“คุณขวัญนี่ช่างล้อเล่นนะครับ แหม เจอเจ้าสาวมีอารมณ์ขันหนักๆ แบบนี้ ผมล่ะแทบไปไม่เป็นเลย”

“ไม่ได้ล้อเล่นค่ะ” น้ำเสียง เย็น บาดลึก “ขวัญประทับใจของขวัญอย่างนี้จริงๆ แต่ที่ตราตรึงจนไม่อาจจะถอนให้สิ้นสูญ คือความโหดร้ายและขี้ขลาดของเขา คนที่ทำทุกอย่างโดยไม่ละอายฟ้าดิน เพียงเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ ออกจะน่านับถือ”

กุมภ์หน้าแดงแป๊ด หันมาเอ็ดขวัญข้าวเบาๆ

“ขวัญเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมพูดถึงพี่แบบนี้”

มือหนาใหญ่เอื้อมจนสุด หมายจะคว้าไมโครโฟนที่อีกฝ่ายถือ แต่สาวเจ้ากลับเบี่ยงหลบ ก้าวขึ้นหน้าเวที

“และแด่บุรุษผู้คู่ควร เรา ขอมอบสิ่งนี้ให้เป็นของขวัญ!”

แสงสว่างภายในห้องโถงดับวูบ! ประตูทางเข้าเปิดปัง ทำเอาแขกที่นั่งโต๊ะใกล้ๆ สะดุ้งตัวกระตุก

ภายนอก เห็นแต่แสงสีเขียวรำไรสะท้อนเข้ามาจางๆ อวลควันล่องลอย มโหรีประโคมเสียดโสต ข้าทาสหญิงชายในชุดสมัยอยุธยา ยกพานพุ่มดอกไม้ ขันเงินขันทอง เข้าแถวเป็นระเบียบ รั้งด้วยขบวนแบกหีบทองคำใบใหญ่

พอทั้งหมดเข้าสู่อาณาบริเวณจนสิ้น ประตูก็ปิดโครม! แน่นสนิท

สปอตไลท์สาดสว่างมายังสุดทางเดินเวที จับต้องขวัญข้าวและหีบทอง ส่วนพวกบ่าวไพร่ทั้งหมดและเสียงมโหรีเมื่อครู่ กลับอันตรธานหายสูญ ดวงตากลมโตหรี่ ริมฝีปากบางดั่งกลีบกุหลาบแย้ม เอ่ยหวาน

“นี่คือบรรณาการแด่เจ้า! หมื่นหาญ!!”

ฉับพลัน! ขวัญข้าวถีบหีบทองใบนั้นจนพลิกคว่ำ ล้มหงาย และพอทุกคนมองเห็นสิ่งที่กระเด็นออกมา ก็พากันกรีดร้อง เสียงหวีดหวาดกระหึ่ม

หนังที่ลอกออกมาจากมนุษย์ตัวเป็นๆ!

หนังของเปรียว!!


ไม่มีใครรอช้า ต่างพากันวิ่งหนีตาลีตาเหลือกไปยังทางออก แต่เพียงแค่ขวัญข้าวตวัดตา โต๊ะจัดเลี้ยงก็ถูกพัดปลิวไปอัดกระแทกบานทวารทั้งหมด บางคนที่หลบไม่ทันก็ถูกดันไปอันกับผนังจนตัวบี้ บางคนสะดุดขาตัวเอง คว่ำคะมำ และถูกเหยียบซ้ำจนโงหัวไม่ขึ้น โกลาหลวุ่นวายราวกับยุคกลีวิบัติ

ขวัญข้าวหัวเราะอำมหิต และไฟก็เริ่มไหม้ลามจากชายกระโปรงยาว ไล่ท่วมทั้งชุด ก่อนจะครอกตัว เสียงหวีดร้องเร่งขึ้นอีก เช่นเดียวกับเสียงหัวเราะซึ่งอัดอั้นคั่งแค้นมาเนิ่นนาน

จากหญิงสาวตัวเล็ก ร่างบาง เนื้อหนังกลับปูดพอง ลำตัวขยายกลายเป็นบุรุษสูงใหญ่ ที่มีผิวพุไหม้ทั่วเรือนกาย

อินทร!

ตุ๊กแกหลายร้อยตัวร่วงกราวลงมาจากเพดาน เกาะหัวเกาะหูของคนทั้งหลายซึ่งดิ้นเร่าๆ ด้วยขยะแขยง บางตัวพยายามมุดเข้าไปใต้เสื้อผ้า กัดเนื้อกินหนัง บางตัวฉกกัดดวงตา แต่ที่ส่งเสียงดังที่สุด คงจะเป็นมารดาของอธิก์ที่กำลังถูกตุ๊กแกตัวยาวเท่าแขน มุดเข้าปาก! กัดลิ้น!

และไม่เพียงเท่านั้น ฉากหลังของเวทียังกลายเป็นอุโมงค์ดำมืด เสียงโหยหวนและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแว่วออกมาเหมือนกังวานเสียงสะท้อนในหุบเขาลึก และวิญญาณทั้งหลายก็พุ่งพรวด! ยกโขยงหลอกหลอนราวกับนรกแตก!

ทั้งผีที่ถูกบั่นคอขาดไม่สนิท หัวจึงเหลือเนื้อหนังและเส้นเอ็นยึดติดไว้ ห้อยกะร่องกะแร่ง ผีผู้หญิงที่ตัวหักตั้งแต่เอว จนหัวต้องถูไปกับพื้นเวลาเดิน ผีในชุดราชปะแตนที่เหมือนถูกทุบจนกระดูกหักทั้งตัว ผีที่หัวถูกคว้านไขสมองออกจนหมด ผีที่คางและกรามหายจนลิ้นพาดมาถึงอก ผีที่เพียรโกยไส้กลับเข้าท้องซึ่งถูกแหวเหวอะ

กุมภ์ยืนค้างบนเวที ช็อคจนทำอะไรไม่ถูก ภาพในอดีตตอนที่แม่กลับมาหาเขาหลังความตาย หลอกหลอนจนแทบจะบ้า ครั้นถูกกระตุกดึงแขน เขาก็หลับหูหลับตา เอะอะตะโกน เหวี่ยงไม้เหวี่ยงมือปัดทิ้ง หากคนที่มาจับรีบรั้งเขา เรียกสติ

“นี่พ่อนะกุมภ์!”

พอเห็นว่าคนที่เข้ามาหาเป็นใคร กุมภ์ก็แทบน้ำตาไหล พูดอะไรไม่ออก

นายพลประดิษฐ์ลูบหัวบุตรชาย แล้วถอดสร้อยพระที่ห้อยติดตัวตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นทหารชั้นผู้น้อยออกมาคล้องให้ กระซิบเบา

“ความรักของพ่อแม่ จะปกป้องลูก”

“ความรักของใครก็ช่วยมันไม่ได้ทั้งนั้น!”

อินทรโผล่เข้ามาทางด้านหลังของท่านนายพล คำรามดุจราชสีห์ ซัดจนผู้อาวุโสกระเด็นกลิ้ง หากผู้เป็นพ่อคนยังพยายามฝืนสังขาร วิ่งโถมเข้าใส่วิญญาณพยาบาท

แต่ไม่ทันจะถึงตัว กลับถูกคว้าหมับเข้าที่คอ ยกลอย ตาเหลือก

“ห้ามทำร้ายลูกกู!”

“มึงสั่งใคร” อินทรแสยะยิ้ม ตาพอง “กู... หรือตัวมึงเอง”

“ไอ้ผีชั่ว!”

“ถ้ากูเป็นไอ้ผีชั่ว มึงมันก็แค่ไอ้พ่อระยำ! เลี้ยงลูกจนมันกลายเป็นคนสิ้นคิด ใจบาปหยาบช้า สันดานหมาไม่แดก จนต้องรับผลอย่างนี้ จะโทษใครได้ ควรโทษกูไหม หรือต้องโทษพ่ออย่างมึงก่อน”

คนฟังทั้งโกรธ ทั้งเจ็บ ที่ถูกด่าว่าเอาซึ่งๆ หน้า

และมันยิ่งเจ็บมาก เมื่อทั้งหมดเป็นความจริง!

“ไอ้...!”

ไม่รอให้พูดจบ อินทรเหวี่ยงผู้มากวัยเหมือนเหวี่ยงตุ๊กตายัดนุ่น เก่าๆ โทรมๆ ลอยหวือข้ามโถง กระแทกพื้นจมกองเลือด! วิญญาณอาฆาตฉีกยิ้มกว้าง... กว้างจนแทบจะถึงหู ชี้หน้ากุมภ์ที่ยังขาสั่น ปัสสาวะไหล เห็นรอยเปียกซึมกางเกง คำพูดเคยฉาดฉาน กลับตะกุกตะกัก

“อย่าทำอะไรกู! อย่าทำกู!”

อินทรยังไม่ทันพูดพร่ำทำเพลง เสียงเพล้ง! ก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ประตูที่ปิดกั้นเอาไว้เป็นอย่างดีถูกผลัก เปิดกว้าง และใครคนหนึ่งก็วิ่งสวนกับผู้คนเข้ามาภายในห้อง

“พอได้แล้วคุณขวัญ ผมจะจบเรื่องนี้พร้อมกับคุณ!”

วิญญาณร้ายหันขวับกลับไปมอง ธรรม์ทัพกำลังวิ่งสุดฝีเท้า แต่ผีร้ายว่องไวกว่า โถมหากุมภ์เต็มแรง แสงสว่างสีแดงจากแหวนหัวทับทิมเจิดจ้า แผ่รัศมีโอภาสกระจ่างทั่วห้อง แล้วทั้งคู่ ก็พากันหายวับ สู่ห้วงเวลาอันบิดเบือน ธรรม์ทัพซึ่งวิ่งตามมาติดๆ กระโจนตามเข้าไปโดยไม่หยุดคิด

สู่มิติแห่งความฝัน

มิติแห่งคำลวงและการโกหก

และมันจะเป็น มิติที่เรื่องราวทั้งหมดถูกเปิดเผย

ชะตากรรมสุดท้าย และความจริง!




>>> โปรดติดตามตอนต่อไป




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2560
2 comments
Last Update : 4 สิงหาคม 2560 3:56:07 น.
Counter : 183 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

ตื่นเต้น !!!

 

โดย: itlikacrazy IP: 49.49.238.82 5 สิงหาคม 2560 12:25:33 น.  

 

สวัสดีครับ คุณ Itlikacrazy

อัพเดทบทต่อไปแล้วครับ ตามอ่านกันได้เลยครับผม ^O^

 

โดย: ณนณ (ploy666 ) 7 สิงหาคม 2560 5:12:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ploy666
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




หนังสือที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในบล็อก
http://ploy666.bloggang.com




ชื่อเรื่อง : เศวตธามัน (บัลลังก์ศศิธรา)
นามปากกา : สิตาปางค์
ประเภท : จินตนิยาย , โรแมนติก
รูปเล่ม : ขนาด 700 หน้า A5
ออกแบบปก : Little thing

ราคา : 850.- บาท
ยังมีสินค้าเหลือเล็กน้อยค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ploy666&group=28

สั่งซื้อที่ : vr.molecules@จีเมล.com
** แทนที่ จีเมล ด้วย gmail

หมายเหตุ : งดใส่ลายเซ็นนักเขียนทุกกรณีค่ะ

** ***********************************



ชื่อเรื่อง : เงาบรรณ
นามปากกา : ลายน้ำ
ราคา : 259.- บาท
สั่งซื้อที่ (ยุติการสั่งซื้อ)

สินค้าหมดค่ะ



****************

นิยายที่อัพล่าสุดคือเรื่อง

รอยทรายบนลายรัก
...และ...
กระต่ายในใจจันทร์



***********

เมื่อคุณเริ่มก้าวแรก
ก้าวต่อไปมันก็ไม่ได้ง่ายอยู่ดี

...เพียงแต่...

เราเคยผ่านมันมาแล้ว!

Ploy666.



************

หมายเหตุสักนิดค่ะ...

ถ้าเป็นไปได้ งดการแปะรูปใส่คอมเม้นท์นะคะ
เจ้าของบล็อกเข้าหน้าจอไม่ได้จ้า เน็ตห่วยมากมาย

ขอบคุณคนใจดีทั้งหลายล่วงหน้าค่ะ


**************

เนื้อหาต่างๆที่อัพในบล็อก
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย


Friends' blogs
[Add ploy666's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.