Group Blog
 
All blogs
 
เรื่องสั้น : ความหมายของคำว่ารัก

***ความหมายของคำว่ารัก***

ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล



ในมุมมองนี้ ไม่มีใครเข้าใจเขาได้อีกแล้วแม้แต่ตัวฉันเอง ถึงแม้เขาจะเคยบอกว่าฉันเข้าใจเขามากที่สุดก็ตาม คำว่ารักที่เขาพร่ำบอกบ่อยครั้ง หลายเวลาที่เขาบอกกับฉันว่ารักฉันตลอดเวลา รักฉันมากที่สุด ฉันจำได้เสมอ และฉันเฝ้าดู เฝ้าตามหามาตลอดเวลาว่าสิ่งที่เขาบอกนั้นมันหมายความว่าอย่างไร

เมื่อสองปีที่แล้ว ฉันยังจำได้ว่าที่ตรงนี้เราทั้งสองเคยมานั่งปูเสื่อคุยกันใต้ต้นสนต้นนี้ เบื้องหน้าเป็นทะเลสาบสวยงาม มีนกมากมายบินเล่นลมให้เราสองได้เชยชม วัวควายที่ฉันเคยกลัวมันมาก แต่วันนั้นฉันกับมองว่ามันสวยงามเมื่อมันมาเดินเล็มหญ้าริมทะเลสาบ ฉันแทบไม่อยากเชื่อว่าบรรยากาศแบบนี้จะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาได้ เพราะแฟนเก่าของฉันก็เคยพามาที่นี่แล้ว ตอนนั้นฉันมองว่าไม่มีรสนิยม ดอกบัวหลวงที่เต็มพื้นน้ำนั้น ไหวเอนตามลมดูแล้วงดงาม จากแผ่นดินกว้างมีทางยื่นลงไปในทะเลสาบมุ่งสู่เกาะใหญ่ ภาพนี้ทำให้ฉันฝันว่าอยากมีบ้านอยู่บนเกาะนั้น สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้ฉันคิดได้ว่ามันคงไม่เกี่ยวกับสถานที่และบรรยากาศแน่ๆ คงเพราะเราสองคนรู้สึกดีๆให้กัน คงเพราะภาพที่เขานอนตักฉันยังคงติดตามาถึงทุกวันนี้

สองปีนั้นที่ฉันพูดถึงมันผ่านไปแล้ว ณ สถานที่เดิมบรรยากาศเดิมๆเสื้อผ้าที่เขาใส่ก็ชุดเดิมแต่เหตุการณ์หลายอย่างเปลี่ยนไป ฉันมองไม่เห็นบัวหลวงแล้วเพราะมีต้นกกขึ้นเต็มไปหมด แต่ยังคงมีนก รู้สึกว่าจะมากกว่าเดิมเพราะป่าบริเวณนี้รกมากขึ้น หญ้าริมทะเลสาบก็ดูหนาตาเพราะไม่มีวัวควายมาเดินเล็ม และในวันนี้เขาก็ไม่ได้นอนบนตักฉันเช่นกัน ฉันยืนมองเขา ตัวเขาใหญ่ขึ้นกว่าเดิมจนกางเกงนั้นรัดแน่น และฉันต้องเงยหน้ามองเขา ตัวเขาเองก็ต้องก้มหน้ามองฉันเช่นกัน แต่แววตาเขาสิไม่สนใจฉันเลยมันต่างจากชายเมื่อสองปีที่แล้วมากเหลือเกิน คงเป็นเพราะที่แม่ฉันปฏิเสธการสู่ขอฉันในวันนั้น ทำให้เราทั้งสองคนห่างกันมากขึ้นขนาดนี้ ตลอดเวลาที่ฉันยืนมองหน้าเขาอยู่ เขาก็นิ่งอยู่อย่างนั้นไม่พูดไม่จา

เราสองคนใช้เวลาไม่มากในการคบกันใครๆก็มองว่าแค่สองปีเอง แต่เราสองคนมองว่าผ่านมาต้องสองปีแต่งงานกันได้แล้ว ทำให้เรามีแผนที่จะแต่งงานกัน ตัวฉันเองก็ตกลงปลงใจเรียบร้อยเหลือแต่หน้าที่เขาที่จะพาญาติผู้ใหญ่มาสู่ขอ แต่พอถึงเวลาแม่ฉันเองที่เป็นฝ่ายปฏิเสธ ด้วยเหตุผล ที่ว่าฉันยังเด็ก ยังเรียนไม่จบ ซึ่งฉันไม่เห็นว่าฉันเด็กเลย ฉันโตจนเรียนอยู่ปี 4 แล้ว ตอนนั้นฉันอยากแต่งงานกับเขามาก แต่ฉันเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรในเมื่อแม่ปฏิเสธเขาไปแล้ว และต่อมาไม่กี่วันเขาก็ไปพบฉันที่หน้ามหาวิทยาลัย เขาบอกเลิกฉัน คำพูดนั้นฉันจำได้ดี

“พี่รักเดียร์เสมอ และจะรักตลอดไป แต่พี่คิดว่าเราสองคนเลิกคบกันจะดีกว่าที่รักกันอยู่อย่างนี้”

เขาพูดจบก็เดินหนีไป ปล่อยฉันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความสุขหลายร้อยวันหลายพันชั่วโมงที่เขาและฉันร่วมสร้างกันมา มันต้องมาจบลงแค่ตรงเสี้ยววินาทีที่เขาเป็นฝ่ายสร้างมันขึ้นแต่เพียงผู้เดียว ตอนนั้นฉันรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวมากๆ พอมีปัญหาแล้วก็จะมาทิ้งกันดื้อๆ ซึ่งอีกเทอมเดียวฉันก็เรียนจบ เขาคงรอฉันไม่ได้จริงๆ แต่ตอนนั้นฉันยังคงมีหวังที่จะไปง้อเขาให้คืนดี เพียงระยะเวลาสามวันที่เราทั้งสองไม่ได้ติดต่อกัน ฉันคิดถึงเขา แม้ในเวลานอนก็ยังฝันถึง โดยเฉพาะสถานที่ริมทะสาบที่เราทั้งสองเคยพลอดรักกัน ฉันคิดถึงสถานที่แห่งนั้นเพราะมันเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ทั้งหมด ฉันอยากให้เขาคิดเหมือนฉัน เพราะบางทีหากเราสองนัดเจอกันที่นั่นอาจทำให้เราคืนดีกัน ฉันตัดสินใจโทรหาเขาหลังจากอดทนมานาน ฉันโทรหาเขาหลายครั้งแต่ติดต่อไม่ได้ ตอนนั้นฉันอยากเจอเขามากฉันพยายามติดต่อเพื่อนๆของเขา ก็ได้ความว่าเมื่อสองวันที่ผ่านมาเพื่อนๆเขาโทรหาแต่เขาไม่ยอมรับสาย จนกระทั่งติดต่อไม่ได้ เพื่อนๆคิดว่าเขาคงปิดเครื่องด้วยเพราะอยากอยู่คนเดียวไม่อยากให้ใครมารบกวน ตอนนั้นฉันหมดหวังที่จะได้พบเขาอีกแล้ว คืนนั้นฉันนอนร้องให้ทั้งคืน

วันต่อมาเวลาประมาณเที่ยงของวันที่ 5 พฤศจิกายน 50 มีคนบอกว่าเจอเขาอยู่ที่ริมทะเลสาบซึ่งมันไม่ห่างจากบ้านเขามากนัก ฉันเทียบวันดูแล้วเป็นวันเดียวกับวันที่เขาบอกรักฉันซึ่งผ่านมาสองปีแล้ว สาเหตุที่ฉันจำมันได้ดีเพราะเวลาที่เขาบอกนั้นอาจดูไม่เหมือนคู่รักอื่นๆ ที่จะต้องไปบอกกันในที่ที่เลือกสรรแล้วอย่างดี ที่นั่นต้องทำให้ฝ่ายหญิงประทับใจที่สุด แต่สำหรับคู่ฉันนั้น เขาบอกรักฉันในห้องนอนที่บ้านของเขา อ้อมแขนอันอบอุ่นของเขากอดฉันไว้แนบแน่น ปลายจมูกที่สัมผัสผ่านผิวแก้มเนียนของฉันและริมฝีปากเขาที่ประทับลงตรงริมฝีปากฉันได้พอดีนั้นมันทำให้ฉันมีความสุขที่สุด ช่วงเวลาไม่นานนักคงด้วยความกลัว ตื่นเต้น ทำให้ใจฉันสั่นรัว เหงื่อแตกท่วมไปทั้งตัว เนื้อและผิวกายของฉันนั้นสั่น เวลานั้นเขาก็กระซิบที่ข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา “พี่รักเดียร์นะ” ประโยคนี้มันสั้นแต่ความหมายมันยาวเกินกว่าจะบรรยาย ภายหลังจากเหตุการณ์นั้น ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ตัวเขาเองก็ไม่อาจอธิบายประโยคนี้ได้เหมือนกัน ฉันคิดว่ามันคงมีความหมายอยู่ในตัวของมันเอง คู่รักหลายคู่อาจตีความหมายแตกต่างกันออกไป ทั้งสถานที่และวันเวลาสำคัญกับเราทั้งสองแต่เหตุการณ์ในวันนี้มันไม่สำคัญเลย เขาไม่ควรให้มันเกิดขึ้น ฉันยังคงยืนเงยหน้ามองเขาอยู่ แววตาเขาที่มองลงมาหาฉัน คงไม่มีฉันอยู่ในใจเขาอีกแล้ว

ผู้คนมากมายเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นเน่าเหม็น นั้นฟุ้งไปทั่ว หลายคนยืนเอาผ้าปิดจมูก ไม่นานนักชายร่างสูงเดินเข้าไปใต้ต้นสน เอาผ้าขาวผืนใหญ่เข้าไปปูเพื่อรอรองรับร่างของผู้ที่เป็นสามีฉัน จากวันที่เขานอนตักฉัน เขาหนีฉันไปไม่ไกลเลย เขาขึ้นไปแขวนคอตัวเองอยู่บนต้นสน ร่างเขานิ่ง ตาเหลือกค้าง ก้มหน้าลงมาที่ด้านล่าง เสื้อผ้านั้นรัดแน่น คงประมาณสามวันแล้วที่เขาขึ้นไปอยู่บนนั้น ทันทีที่ร่างของเขาล่วงลงมากองบนผ้าขาว ดวงตาเขานั้นหลุดออกทั้งสองข้าง เขาคงมองหน้าฉันไม่ได้อีกแล้ว กระเป๋าสตางค์ล้วงออกจากกางเกงไม่ได้ต้องใช้มีดกรีดออก ในนั้นมีรูปฉันอยู่กับสตางค์อีกหนึ่งร้อยห้าสิบบาท ที่โคนต้นสนมีน้ำอยู่หนึ่งขวดและข้าวอยู่หนึ่งกล่อง ข้างในเป็นข้าวผัดไข่ที่เขาชอบ เวลานั้นมดในกล่องข้าวกัดมือฉันจนแสบ นอกจากนี้แล้วเขาไม่ทิ้งอะไรไว้ให้ฉันดูต่างหน้าเลย จะมีก็แต่ลูกในท้องที่คงใช้เวลาอีกหกเจ็ดเดือน ถึงจะลืมตาดูโลกให้ฉันดูต่างหน้าเขาได้ ฉันได้แต่หวังให้ลูกหน้าเหมือนเขามากกว่าเหมือนฉันก็เท่านั้น

สิ่งที่เฝ้าตามหามาตลอดเวลาว่าสิ่งที่เขาบอกนั้นมันหมายความว่าอย่างไร จนวันนี้วันที่เขาจากฉันไปแล้วฉันยังหาคำมาอธิบายไม่ได้อยู่ดี ฉันเคยคิดว่าเขาเห็นแก่ตัวมากที่สุดที่ทิ้งปัญหาไว้ให้ฉัน แต่นั่นมันคือความหมายของความรักที่เขาเข้าใจไปคนเดียว ทางออกที่ดีที่สุดที่เขาคิดได้นั้นอาจเป็นคนละทางกับที่ฉันคิด ปัญหาที่เขาทิ้งไว้นั้นฉันจะไม่ปล่อยให้เป็นปัญหากับคนอื่น ฉันจะไม่ยอมให้ลูกฉันขึ้นชื่อว่าเป็นเด็กมีปัญหา ฉันยืนถือเชือกเส้นที่เขาใช้แขวนคอตัวเองไว้แน่น ภายในห้องนอนห้องนี้ ห้องที่เขาบอกรักฉัน หากวันนั้นแม่ฉันรู้ว่าฉันท้องคงยอมให้ฉันแต่งงาน หากวันนั้นฉันหยุดแค่เสียงกระซิบข้างหูที่แผ่วเบา หากที่ผ่านมานั้นเราสองรักกัน หากวันนี้เขายังอยู่ เขาคงกระซิบที่ข้างหูฉันอีกครั้ง “พี่รักเดียร์นะ” , “เดียร์ก็รักพี่ค่ะ” ฉันก็คงตอบกลับไปเหมือนเดิม ฉันตัดสินใจนำเชือกไปเผาทิ้ง พลางลูบหน้าท้อง “อย่าทำให้ท้องใหญ่มากนะลูก ให้แม่เรียนจบเทอมนี้ก่อน”

ฉันขอให้เขาเข้าใจฉัน เพราะฉันคงรักเขาตลอดไปไม่ได้เหมือนที่เขาบอกฉันวันหนึ่งหากมีคนดีๆเข้ามาในชีวิตและเขายอมรับสิ่งที่ฉันเป็นอยู่ได้ ฉันคงเลือกที่จะรักคนใหม่คนนั้น ได้แต่หวังว่าให้มีสักคน ตอบความหมายของคำว่ารักให้ฉันเข้าใจได้



Create Date : 14 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2550 21:54:20 น. 9 comments
Counter : 545 Pageviews.

 
คอมเม้นท์ด้วยจ้า เรื่องใหม่ แด่ผู้ที่จากลาความรักไป
ในขณะที่คู่รักบางคู่สมหวัง ขณะนั้นคู่รักหลายคู่ต้องพรากจากกัน...


โดย: ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล (ศิลป์ใจ ) วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:57:33 น.  

 
พยายามต่อไปน่ะ


โดย: MuaY IP: 125.25.8.67 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:50:16 น.  

 
มาเยี่ยมและเก็บเข้าเป็นบล๊อกเพื่อนด้วยนะครับ ฝากตัวด้วย ผมจะพยายามแต่งเรื่องสั้นมาแข่งนะ คงอีกนาน ฮือๆ


โดย: scimovie วันที่: 19 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:10:17 น.  

 


โดย: vavasung IP: 203.158.177.4 วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:22:15:42 น.  

 
จูบที่ จมูก หมายถึง คุณน่ารักมาก

จูบที่ แก้ม หมายถึง ฉันต้องการเธอ

จูบที่ คอ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉัน (คืนนี้เสร็จแน่)

จูบที่ ริมฝีปาก หมายถึง ฉันรักเธอ

จูบที่ เปลือกตา หมายถึง ฉันกำลังหลงรักเธอ

เอาแหวนของคุณไปใส่ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉันคนเดียว ตลอดไป

ให้ของขวัญคุณเป็นประจำ หมายถึง เค้าเอาใจใส่ และคิดถึงคุณตลอดเวลา

จับมือ หมายถึง ฉันชอบเธอ

มองเข้าไปในตาของคุณ หมายถึง เธอรักฉันหรือเปล่า

บีบนิ้วของคุณ หมายถึง ฉันอยากจะจูบเธอ

ลูบไล้เบา ๆ ที่หัวไหล่ หมายถึง อยากจะเอาใจเธอ

กัดริมฝีปาก หมายถึง ฉันหึงนะ

ขยิบตาให้ หมายถึง ขอฉันไปกับเธอนะ

เล่นผมของคุณ หมายถึง ฉันชื่นชมเธอ

เหยียบเท้าคุณ หมายถึง ฉันเกลียดเธอ

พูดว่า "คิดถึงคุณ" หมายถึง ฉันใส่ใจเธอเสมอ

พูดว่า "คืนนี้ จะฝันถึงคุณ" หมายถึง คุณเป็นคนพิเศษ

พูดว่า "อยากจะอยู่กับคุณตลอดเวลา" หมายถึง คิดถึงคุณทุกลมหายใจ

แอบหอมคุณ หมายถึง เค้าคนนั้นเป็นคนที่สวีทสุดๆ


โดย: 000 IP: 125.27.33.181 วันที่: 21 ธันวาคม 2551 เวลา:14:08:42 น.  

 
นี่ไม่ใช่ความรัก แต่มันคือความเห็นแก่ตัวที่ชั่วช้าที่สุด


โดย: น้องส้ม+ นครศรีฯ IP: 58.181.167.45 วันที่: 27 มกราคม 2552 เวลา:13:08:21 น.  

 
ในความคิดของผม รัก คือ ช่วงชีวิตที่ซ๋วยที่สุดในชีวิต


โดย: pingpong IP: 115.67.158.244 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:20:49 น.  

 
อืม...เราแอบเห็นว่าคุณศิลป์ใจไปอนุญาตไว้ในบล็อกเรา งั้นเริ่มที่เรื่องนี้ก่อนละกันนะคะ

เรื่องนี้เป็นเรื่อง(ลำดับที่หนึ่ง)ที่เราแอบงงๆน่ะค่ะ ทำไมตัวละครฝ่ายชายถึงตัดสินใจตายล่ะคะ มันไม่ค่อยเคลียร์เรื่องเหตุผลและแรงจูงใจเลย อาจเพราะเรื่องนี้มันส้นเกินไปหรือเปล่าคะ ถ้าเขียนให้ตัวละครฝ่ายชายแสดงความรู้สึก 'รัก' มากกว่าประโยคที่พูดบอกรัก หรือแสดงความพยายามในการจะหาทางแต่งงานกับนางเอกให้มากกว่านี้ (แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จตามโครงเรื่องอ่ะนะคะ) น่าจะดึงอารมณ์เศร้าได้มากกว่า (หรือเปล่าอ่ะ ขออภัยนะคะถ้าเราใส่ความคิดเห็นตัวเองมากไป)


โดย: parinnada วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:15:24:21 น.  

 
แบบนี้แล ที่ผมต้องการ ขอบคุณมากครับผม เดี๋ยวขออ่านดูหน่อย เผื่อมีโครงการแก้ไข น่ะ


โดย: ศิลป์ใจ วันที่: 9 ตุลาคม 2552 เวลา:0:22:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ศิลป์ใจ
Location :
สระบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




******###@###*****
...เรื่องราวมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต แต่เลือกเรื่องเล็กๆที่เป็นช่องว่างของสังคม มา ตัด เสริม เติม แต่ง ซึ่งอาจเหลือความจริงเพียงน้อยนิด และเรื่องราวเหล่านี้อาจทำให้ใครหลายคนก้าวเข้าไปถึง ช่องว่างที่ใครหลายคนอาจไม่เคยเห็น...
*******************
*****###@###******
...งานเขียนใน Weblog นี้เป็นของ ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗...
*******************
Friends' blogs
[Add ศิลป์ใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.