Group Blog
 
All blogs
 

ปกิณกะชีวิต : มื้ออร่อย

***มื้ออร่อย***

ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล


ยี่สิบเจ็ดธันวาคมพอศอสองพันห้าร้อยห้าสิบ ข้าพเจ้าได้ลิ้มรสกระเพาะปลาที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา แต่วันนั้นข้าพเจ้านั่งกินกระเพาะปลานี้อยู่หน้าโรงศพ... มันไม่ขัดกันหรอกครับ มันเป็นของคู่กันด้วยซ้ำไป สำหรับคนที่จบเพียงแค่ปอสามครึ่ง คนที่เคยกินไข่ต้มปลากระป๋องเป็นประจำ เหตุนี้อาจทำให้ข้าพเจ้าคิดว่ามันอร่อยก็เป็นได้
งานสวดอภิธรรมศพงานนี้ไม่ใหญ่โตมากนัก ผู้คนก็ไม่หนาตาเท่าไร แต่ดอกไม้หน้าศพ พวงหรีด นั้นเยอะจนแน่นไม่มีที่จะจัดวาง นี่ดีนะที่เลยวันเลือกตั้งมาแล้วสามสี่วัน เพราะไม่อย่างนั้นข้าพเจ้าก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็น“พวงหรีดหาเสียง” แน่ๆ ที่ข้าพเจ้าต้องคิดอย่างนั้นก็เพราะ ครั้งตอนแม่ของข้าพเจ้าตาย พวงหรีดก็เยอะแบบนี้ ทั้งที่ข้าพเจ้าไม่ได้มีญาติมากมายอะไร ชื่อที่ติดกับพวงหรีดมีตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับประเทศกันเลย “น้ำใจประเสริฐ” ยิ่งนัก สำหรับผู้ใหญ่บ้านถือว่าปกติเพราะยังเคยพบปะพูดคุยกัน แต่คนอื่นๆนี่สิบางครั้งหน้ามันข้าพเจ้าก็ไม่เคยเห็น ใครๆมางานศพก็คิดว่าข้าพเจ้ามีญาติเป็นคนใหญ่คนโต แม่ข้าพเจ้าก็ดันมาเลือกตายได้ถูกเวลาเสียเหลือเกิน ดันมาตายใกล้วันจะเลือกตั้ง ดอกไม้ประดับเพียบ ลำพังตัวข้าพเจ้าเองขนาดโรงยังไม่มีเงินจะซื้อ ดอกไม้ก็เป็นดอกไม้แห้งของทางวัด หาเงินมาสวดศพได้ถึงสามคืน หาเงินมาเผาแม่ตัวเองก็ลำบากแสนเข็ญ แต่สำหรับดอกไม้ประดับหน้าศพงานที่ข้าพเจ้าได้กินกระเพาะปลาแสนอร่อยนั้น พวงหรีดพวกนี้คงมากมายเพราะบารมีของผู้ตายจริงๆ
อาจเป็นเรื่องปกติหรือเรื่องแปลกก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะทุกๆคนที่ญาติตาย ในขณะที่ศพยังคงนอนอยู่ในโรง เหมือนผู้ตายยังไม่ได้จากเราไปอย่างแท้จริง ถึงจะมีน้ำตาแต่ก็คงไม่มากถึงเวลาที่ร่างไร้ลมผ่านในกายนั้น ถูกจุดด้วยไฟอันโชติช่วง เพราะนั่นหมายถึงร่างนั้นจะไม่มีให้เราได้เห็นอีกแล้ว และเวลานั้นเหมือนผู้ตายจะจากเราไปแล้วอย่างแท้จริงและถาวร
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามแต่ต้องขอขอบคุณสำหรับกระเพาะปลาที่แสนอร่อย ถูกปากข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้าหากข้าพเจ้าและคนอื่นๆ โดยเฉพาะญาติของผู้ตายได้กินในกาลและสถานที่ที่เหมาะสม กระเพาะปลานั้นมันคงมีรสชาติดีกว่านี้




 

Create Date : 12 มกราคม 2551    
Last Update : 12 มกราคม 2551 22:34:21 น.
Counter : 156 Pageviews.  

ปกิณกะชีวิต : เลวโดยไม่รู้ตัว

***เลวโดยไม่รู้ตัว***

ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล


ข้าพเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่มีสิทธิ์ใช้เสียงลงคะแนนเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้ง “สอสอ” ที่ข้าพเจ้าให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะอยากเลือกคนดีมีฝีมือเข้าสภา สามารถเป็นตัวแทนของประชาชนได้ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกที่ควร แต่ปัญหาก็คือ ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าใครเป็นคนดี ไม่รู้ว่ามีวิธีการดูอย่างไร ข้าพเจ้าเองก็เรียนได้เพียง “ปอสามครึ่ง” เลยไม่ค่อยจะรู้เรื่องรู้ราวนัก

การเลือกตั้งที่ผ่านมาทุกครั้ง หากเป็นการเลือก “สอสอ” ข้าพเจ้าก็เลือกตามชื่อตามเสียง ตามนามสกุลที่คุ้นหู เพราะข้าพเจ้าไม่รู้ว่าหน้าตาแบบไหนเป็นคนดี อีกอย่างแต่ละคนก็ไม่ได้ไกล้ชิดกับข้าพเจ้า ไม่รู้จักมักคุ้น และสำหรับผู้สมัครหน้าใหม่ๆ ข้าพเจ้ายิ่งไม่รู้จักเลย บางครั้งแม้แต่นามสกุลยังไม่เคยได้ยิน มีเหมือนกันที่ข้าพเจ้าลงคะแนนเสียงให้ แต่เมื่อได้รับตำแหน่งแล้วทำงานไม่สมกับราคา (แพง) ที่ได้คุยฟุ้งเอาไว้ สมัยต่อไปก็อย่าหวังว่าใครจะได้คะแนนเสียงของข้าพเจ้าอีก

หากเป็นการเลือกตั้ง “ผู้ใหญ่” ข้าพเจ้ายังพอรู้จักผู้สมัคร เป็นเพื่อนร่วมหมู่บ้านเดียวกัน รู้นิสัยกันบ้าง บางคนรั้วบ้านติดกัน กับข้าวมื้อเย็นก็แบ่งปันน้ำใจซึ่งกันและกันตลอด ถึงกระนั้นก็ตาม บางครั้งข้าพเจ้าคิดว่าได้เลือกคนดีๆแล้ว เพราะว่ารู้จักกัน หรือถึงขั้นสนิทกันก็ตามแต่ และที่ลงคะแนนเสียงให้เพราะคิดว่าเป็นคนดี แต่เมื่อได้เป็น “ผู้ใหญ่” แล้ว มันไม่ได้นิสัยดีอย่างที่ข้าพเจ้าคิด นี่ขนาดคนใกล้ชิดกัน หากเป็นคนที่ห่างเหินกันแล้ว ข้าพเจ้าคิดว่าคงอาการหนักกว่านี้มากนัก พูดง่ายๆก็คือ “เสนอหน้า” มาให้ “เห็นหัว”ครั้งเดียวตอนหาเสียง มาหาถึงหัวบันไดบ้าน ถึงแม้มาแบบรีบๆร้อนๆ แต่ก็ถือว่ามา หลังจากนั้น ก็ไม่รู้ “หายหัว” ไปไหน หรือว่างาน “สอสอ” คงหนักจริงๆ อันนี้ข้าพเจ้าไม่รู้ เพราะข้าพเจ้าเรียนได้เพียง “ปอสามครึ่ง”

จนทุกวันนี้ข้าพเจ้ายังไม่รู้ว่าจะพิจารณาอย่างไรถึงจะได้ “คนดี” เข้าสภา ใครๆก็บอกว่าตัวเองดีทั้งนั้น แม้กระทั่งตัวข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นใครออกมาป่าวประกาศว่าตัวเองเลว ตัวเองชั่ว ข้าพเจ้าเองก็ไม่เคยทำอย่างนั้น เพราะข้าพเจ้าเป็นคนดี จึงอยากเลือกคนดีๆเข้าสภา เว้นแต่ข้าพเจ้า “เลวโดยไม่รู้ตัว” อาจทำให้คนที่ข้าพเจ้าเลือกไม่ได้ดีตามที่ข้าพเจ้าคิด




 

Create Date : 21 ธันวาคม 2550    
Last Update : 28 ธันวาคม 2550 22:38:29 น.
Counter : 163 Pageviews.  

ปกิณกะชีวิต : โรคติดต่อทางพันธุกรรม

***โรคติดต่อทางพันธุกรรม***

ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล


ข้าพเจ้าเกิดในครอบครัวที่ยากจน พ่อและแม่นั้นหาเช้าได้ก็กินหมดตอนค่ำ เช้าวันรุ่งขึ้นต้องหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องใหม่ ไม่เหลือเงินพอที่จะส่งให้ลูกเรียนต่อในระดับสูงๆได้ บวกกับความเกเรด้วยแล้วทำให้ข้าพเจ้าเรียนจบเพียงชั้น “ปอสามครึ่ง” ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามข้าพเจ้าคิดว่าสาเหตุหลักที่ทำให้จบเพียงชั้น “ปอสามครึ่ง” ที่ว่านั้น อาจเป็นเพราะข้าพเจ้ามีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นโรคที่ถ่ายทอดทาง “พันธุกรรม” เสียด้วย เมื่อใครเป็นโรคนี้แล้วหากทำใจยอมรับไม่ได้ จะได้รับความทุกข์เข็ญยิ่งนัก ที่สำคัญมันเป็นโรคที่ใครๆก็รังเกียจ

ข้าพเจ้ามีพี่น้องร่วมชะตากรรมนี้อยู่หลายคน ทุกคนได้รับโรคนี้มาถ้วนหน้า และอันเนื่องมาจากจำนวนที่มากมายของพี่น้องนี้ ทำให้เวลากินข้าวมีปัญหาทะเลาะกันตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไข่ที่เบอร์เล็กอยู่แล้ว ถูกแม่ของข้าพเจ้านั้นผ่าเป็นสี่ส่วนเท่าๆกัน หากเท่ากันจริงแล้วทำไมพี่น้องแต่ละคนนั้นจึงทะเลาะกัน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะไข่แดงเจ้ากรรมดันอยู่ค่อนไปข้างหนึ่งข้างใดนั่นเอง เวลาที่แม่ข้าพเจ้าผ่าแบ่งไข่นั้น ผ่าด้วยความชำนาญสูง แต่แม่นั้นก็ไม่อาจเห็นไข่แดงข้างในได้ จึงเป็นเรื่องเป็นราวดังกล่าวข้างต้น แต่ตัวข้าพเจ้านั้นไม่ทะเลาะกับใคร ไม่ใช่เพราะเป็นคนดี แต่เป็นเพราะข้าพเจ้าชอบกินไข่ขาวมากกว่า อีกเรื่องหนึ่งคือปลาทู เจ้าปลาทูยังโชคดีที่มันถูกแบ่งออกเพียงสองส่วน แต่ละส่วนก็ขนาดใกล้เคียงกัน แต่ปัญหามันมีอยู่ว่า ทางหัวและทางหางนั้นมันต่างกัน ยิ่งวันไหนปลาทูมีไข่ วันนั้นจะเป็นปัญหามากที่สุด พี่น้องข้าพเจ้าส่วนใหญ่แย่งกันส่วนหางปลาทูเพราะ มันกินง่าย แต่ตัวข้าพเจ้าชอบส่วนหัว เพราะมันกรอบดี อีกอย่างหนึ่ง พ่อเคยบอกว่ากินตาปลาแล้วจะฉลาด ก็เลยอยากกินมันเข้าไปให้ได้มากที่สุด นอกเหนือจากอาหารล้ำเลิศสองอย่างนี้แล้ว ยังมีน้ำพริกผักต้ม ซึ่งพ่อและแม่กินอยู่เกือบทุกวัน
เสื้อผ้าทุกตัวที่ข้าพเจ้าใส่นั้นได้มรดกตกทอดมาจากพี่ชาย ซึ่งพี่ชายนั้นได้มาจากเพื่อนๆที่โละทิ้งมาให้ ซึ่งกว่าจะถึงข้าพเจ้ามันก็เก่าไปแล้วหลายรอบ ยิ่งเป็นชุดนักเรียนแล้ว มันเก่าถึงขั้นตูดขาดเลยก็มี เวลาที่ใส่ไปโรงเรียนก็โดนเพื่อนล้อเป็นที่สนุกสนาน ส่วนข้าวมื้อเที่ยงนั้นเป็นมื้อที่ข้าพเจ้าต้องกินให้ได้มากที่สุด ข้าพเจ้าพาท้องไปอาศัยวัดเสมอ บางวันต่อยกับเด็กวัดแย่งข้าวกันก็มี

ข้าพเจ้าเป็นคนที่หนีโรงเรียนบ่อย ด้วยเหตุเพราะไม่มีสตางค์ และเหตุหลายอย่างข้างต้น ทำให้ข้าพเจ้านั้นเรียนไม่จบ “ปอสี่” ได้แค่เพียง “ปอสามครึ่ง” เท่านั้น
จนกระทั่งวันนี้ข้าพเจ้ามีครอบครัวแล้ว คู่ชีวิตข้าพเจ้านั้นเป็นผู้มีการศึกษาสูง...สูงกว่าข้าพเจ้า หล่อนจบชั้น “ปอหก” มีอาชีพการงานดี...ดีกว่าข้าพเจ้า ที่ต้องตากแดดทำงานก่อสร้าง หล่อนทำงานได้รับค่าแรงวันละหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าบาท ส่วนรายได้ของข้าพเจ้านั้น นับเป็นรายวันหรือรายเดือนไม่ได้เลย ที่สำคัญภรรยาข้าพเจ้านั้น เป็นโรคติดต่อทางพันธุกรรมโรคเดียวกับข้าพเจ้า ทำให้โรคนี้ยังคงอยู่ในสายเลือด ส่งไปถึงลูกทั้งสอง

ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคนี้กันเยอะ แต่ก็ไม่มียาใดรักษาให้หายได้ บางคนเป็นแล้วไม่รู้ตัว หลายคนรู้ตัวแต่ไม่อาจรักษา ทำได้เพียงให้อาการทุเลาลงเท่านั้น บางคนสามารถช่วยรักษาโรคนี้ได้ แต่ไม่ช่วย เพราะถ้าช่วยพวกเขาก็จะติดโรคนี้ด้วย
พ่อแม่ข้าพเจ้ายากจน ข้าพเจ้าจึงได้รับพันธุกรรมนี้มาด้วย และวันนี้ลูกทั้งสองของข้าพเจ้านั้นยังยากจนอยู่ ข้าพเจ้ารู้ตัวว่าจน จึงใช้สอยแต่น้อย พวกที่ไม่รู้ตัวว่าจน อาการของโรคคงกำเริบหนักตอนอายุมากขึ้น เพราะเป็นหนี้รุงรัง ส่วนพวกที่ไม่จนก็ไม่อยากช่วยเหลือ เพราะเขากลัวที่จะจนไปด้วย

พ่อแม่เคยบอกว่ากินตาปลาแล้วจะฉลาด แต่ข้าพเจ้าฉลาดเพียง “ปอสามครึ่ง” คงเป็นเพราะกินตาปลาทูแน่ๆเลย หากข้าพเจ้ากินปลาที่พวกไม่จนเขากินกัน คงเรียนจบสูงกว่านี้ บัดนี้อาการเป็นโรคทางพันธุกรรมของข้าพเจ้าทุเลาลงบ้างแล้ว ข้าพเจ้าผ่าไข่ให้ลูกแบ่งกันกินเพียง “สองซีก” เท่านั้น




 

Create Date : 20 ธันวาคม 2550    
Last Update : 28 ธันวาคม 2550 22:38:11 น.
Counter : 292 Pageviews.  


ศิลป์ใจ
Location :
สระบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




******###@###*****
...เรื่องราวมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต แต่เลือกเรื่องเล็กๆที่เป็นช่องว่างของสังคม มา ตัด เสริม เติม แต่ง ซึ่งอาจเหลือความจริงเพียงน้อยนิด และเรื่องราวเหล่านี้อาจทำให้ใครหลายคนก้าวเข้าไปถึง ช่องว่างที่ใครหลายคนอาจไม่เคยเห็น...
*******************
*****###@###******
...งานเขียนใน Weblog นี้เป็นของ ศิลป์ใจ ศิริกาลกุล ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗...
*******************
Friends' blogs
[Add ศิลป์ใจ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.