Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

ความเชื่อที่ไม่เป็นจริง เกี่ยวกับแพทยสภา


Myth ความเชื่อที่ไม่เป็นจริง เกี่ยวกับแพทยสภา


แพทยสภาคือหน่วยงานอะไร ทำอะไร ที่ไหน ผลออกมาเป็นอย่างไร ความเชื่อที่ไม่จริงเกี่ยวกับแพทยสภามีอะไรบ้าง วันนี้มาเรียนรู้กันค่ะ

ความเชื่อที่ไม่จริง1 แพทยสภาเป็นหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขมีฐานะเป็นกรมหนึ่งในกระทรวงสาธารณสุข ตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ดูแลและควบคุมการทำงานของสมาชิกและให้คำแนะนำแก่กระทรวงสาธารณสุข

ที่ถูกต้อง แพทยสภาเป็นสภาวิชาชีพไม่ขึ้นอยู่กับกระทรวงสาธารณสุขหรือหน่วยงานใด เพียงแต่มีสำนักงานตั้งอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข มีวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ ดังนี้

๑. ควบคุมการประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ถูกต้องตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม
๒. พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
๓. ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก
๔. ช่วยเหลือแนะนำเผยแพร่และให้การศึกษาแก่ประชาชนและองค์กรอื่นในเรื่องที่เกี่ยวกับการแพทย์และการสาธารณสุข
๕. ให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาการแพทย์และการสาธารณสุข
๖. เป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย


ความเชื่อที่ไม่จริง2 สมาชิกของแพทยสภา คือแพทย์ทุกคน ทำได้โดยต้องสมัครเป็นสมาชิกที่สำนักงานแพทยสภา

ที่ถูกต้อง สมาชิกของแพทยสภาเป็นแพทย์ แต่ไม่ใช่แพทย์ทุกคน แพทย์ที่เป็นสมาชิกเป็นได้โดยอัตโนมัติ หากมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

๑. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
๒. มีความรู้ในวิชาชีพเวชกรรม โดยได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาแพทยศาสตร์ที่แพทยสภารับรอง
๓. ไม่เป็นผู้ประพฤติเสียหาย ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
๔. ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุกในคดีที่คณะกรรมการเห็นว่าจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
๕. ไม่เป็นผู้มีจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือไม่เป็นโรคที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของแพทยสภา


ความเชื่อที่ไม่จริง3 คณะกรรมการแพทยสภาไม่ว่ามาจากเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง ส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชน จึงได้รับสมญานามว่าแพทยสภาพาณิชย์

ที่ถูกต้อง กรรมการแพทยสภาแต่ละชุดประกอบไปด้วยกรรมการแพทยสภาโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, อธิบดีกรมการแพทย์, อธิบดีกรมอนามัย, เจ้ากรมแพทย์ทหารบก, เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ, เจ้ากรมแพทย์ทหารอากาศ, นายแพทย์ใหญ่กรมตำรวจ, คณบดีคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัย, ผู้อำนวยการวิทยาลัยแพทยศาสตร์, และกรรมการแพทยสภาโดยการเลือกตั้งซึ่งมีจำนวนเท่ากับกรรมการแพทยสภาโดยตำแหน่ง

ในปีพ.ศ. 2556 คณะกรรมการแพทยสภามีทั้งหมด 52คน มาจากภาครัฐ 46 คน คิดเป็นร้อยละ 88 มาจากภาคเอกชน6 คน คิดเป็นร้อยละ12 การกล่าวหาว่าเป็นแพทยสภาพาณิชย์โดยไม่มีมูลความจริงถือว่าไม่เป็นธรรมต่อแพทยสภา


ความเชื่อที่ไม่จริง4 แพทย์ปัจจุบันจริยธรรมเสื่อมทรามลง เมื่อมีเรื่องฟ้องร้องแพทย์โดยประชาชนมาถึงแพทยสภา เชื่อขนมกินได้เลยว่า แพทยสภาจะตัดสินให้แพทย์พ้นผิด แพทยสภาไม่เคยปกป้องคุ้มครองประชาชนจากการกระทำของแพทย์

ที่ถูกต้อง จำนวนแพทย์ทั้งหมดที่มีชีวิตนับมาถึงวันที่ 18 เมษายน 2556 มีจำนวน 45,542คน มีจำนวนเรื่องร้องเรียนมาที่แพทยสภาในปี 2554จำนวน 193 เรื่อง ในปี2555จำนวน 137เรื่อง ในปี2556 นับมาถึงสิ้นเดือนเมษายน จำนวน44เรื่อง เรื่องร้องเรียนแพทย์จึงนับว่าเป็นส่วนน้อย เพียงร้อยละ0.3-0.4 ของแพทย์ทั้งหมด เรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นเรื่องการโฆษณาสถานพยาบาลในทำนองโอ้อวดการประกอบวิชาชีพเวชกรรม และทำนองให้ส่วนลด เมื่อมีเรื่องร้องเรียนมาถึงแพทยสภาจะมีอนุกรรมการถึงสามชุดดูแลและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ได้แก่ คณะอนุกรรมการจริยธรรม คณะอนุกรรมการสอบสวน และคณะอนุกรรมการกลั่นกรองจริยธรรม การตัดสินกระทำแบบโปร่งใส ตรงไปตรงมา เพื่อปกป้องคนดีและลงโทษผู้กระทำผิด



พญ. ชัญวลี ศรีสุโข(chanwalee@srisukho.com)
กรรมการแพทยสภา
โฆษกแพทยสภา
------------------------------


พฤษภาคม ๒๕๕๘



แพทยสภามีกรรมการ 56 ท่าน เป็นข้าราชการบำนาญ และข้าราชการภาครัฐ 48 ท่าน คณบดีคณะแพทย์ เอกชน 2 ท่าน และ ภาคเอกชน 6 ท่าน

กรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง โดยแพท
ย์ทั่วประเทศ 28 คน และ กรรมการโดยตำแหน่ง 28 คน

มีกรรมการที่มาจาก ภาคเอกชน 6 ท่าน จาก 56 ท่าน ... แต่มักถูกเข้าใจผิดหรือเลี่ยงประเด็น ว่าเป็นกรรมการแพทยสภา มี "ภาคเอกชน " เป็นเสียงส่วนใหญ่ ...ในขณะที่ ความจริง คือ แพทย์ใน โรงพยาบาลเอกชน เป็นเสียงส่วนน้อยของแพทยสภา ..

ถึงแม้ว่าจะมีข้อมูล อย่างชัดเจนถึงที่มาของกรรมการแพทยสภา แต่ก็ยังมี กลุ่มบุคคล บางกลุ่มที่ยังพูดให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า กรรมการแพทยสภา เป็นตัวแทนของแพทย์ในระบบธุรกิจเอกชน ?  เขา (เธอ) ไม่รู้ หรือ แกล้งไม่รู้ ?








 

Create Date : 11 มิถุนายน 2556   
Last Update : 23 พฤษภาคม 2558 22:44:27 น.   
Counter : 952 Pageviews.  

ผลการเลือกตั้งแพทยสภา วาระ ๒๕๕๖ - ๒๕๕๘


ผลการเลือกตั้ง คณะกรรมการแพทยสภาฯ

ผู้ที่ได้รับเลือกคือ ๒๖ ท่านแรก ครับ ... ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับเลือกทุกท่าน และ เป็นกำลังใจให้ทุกท่าน หนทางข้างหน้าอีกยาวไกล ฝากด้วยนะครับ


ปล. ผมได้อันดับที่ ๓๔ .. ขอบคุณทุกคะแนนที่ให้มาด้วยครับ ... ( ครั้งหน้า ขอเพิ่มอีกสักพันคะแนน นะครับ ^-^ )









ข่าว.. ประกาศผลการเลือกตั้งแพทยสภา 26 คน ส่วนใหญ่เป็นหน้าเดิม ชพพ.ได้รับเลือกตั้งมากสุด 20 คน
http://tiny.cc/hjwmqw


ผลเลือกตั้งแพทยสภา26คน
วันอังคารที่ 8 มกราคม 2556 เวลา 18:11 น.
ประกาศผลการเลือกตั้งแพทยสภา 26 คน ส่วนใหญ่เป็นหน้าเดิม ชพพ.ได้รับเลือกตั้งมากสุด 20 คน

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 8 ม.ค. พล.อ.ต. นพ.การุณ เก่งสกุล ประธานอนุกรรมการเลือกตั้งกรรมการแพทยสภาวาระพ.ศ. 2556-2558 ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้มีการปิดหีบเวลา 11.00 น. และเปิดหีบนับคะแนนในเวลา 13.00 น. ทั้งนี้แพทยสภามีสมาชิกประมาณ 41,000 คนมีแพทย์ลงคะแนนประมาณ 12,000 คน คิดเป็นประมาณ 30% มีบัตรเสีย 200 กว่าใบ จากจำนวนตำแหน่งที่มีได้คือ 26 คน โดยผู้สมัครที่มีคะแนนนำ 26 อันดับแรกจะเป็นกรรมการแพทยสภาวาระ 2556-2558 โดยไม่ต้องประกาศหรือรับรอง และในวันที่ 10 ม.ค.จะเป็นการประชุมนัดสุดท้ายของคณะกรรมการแพทยสภาชุดเดิมจะมีการแจ้งให้ที่ประชุมทราบในเรื่องนี้

พล.อ.ต.นพ.การุณ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีการประท้วงผลการเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ยืนยันว่าคณะอนุกรรมการฯตอบได้ทุกปัญหา หากจะมีการพึ่งกระบวนการทางกฎหมายทางอนุกรรมการฯก็ไม่หนักใจพร้อมที่จะชี้แจง ยืนยันว่าจัดการเลือกตั้งครั้งนี้รักษาความเป็นกลางมากที่สุด เมื่อถามว่ามีแพทย์บางกลุ่มระบุว่ารหัสเลือกตั้งของแพทย์ซึ่งเป็นรหัสลับรั่วไหล พล.อ.ต.นพ.การุณ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้มีการป้องกันความลับของแพทย์โดยใช้รหัสเลือกตั้งแทนตัวแพทย์ ไม่ได้ระบุชื่อและเลขที่ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมในบัตรลงคะแนน อย่างไรก็ตามรหัสดังกล่าวไม่ได้ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบแต่อย่างใด และได้มีการชี้แจงไปแล้ว

สำหรับผลการเลือกตั้งกรรมการแพทยสภาวาระ 2556-2558 ผู้ได้รับการเลือกตั้ง 26 คนจากผู้สมัครทั้งหมด 64 คน มีดังนี้ 1.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา 9,106 คะแนน 2.นพ.อำนาจ กุสลานันท์ 8,058 คะแนน 3.นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ 6,279 คะแนน 4.นพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ 5,905 คะแนน 5.นพ.อิทธพร คณะเจริญ 5,811 คะนน 6.นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ 5,609 คะแนน 7.พญ.ชัญวลี ศรีสุโข 5,576 คะแนน 8.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ 5,476 คะแนน 9.นพ.วิสูตร ฟองศิริไพบูลย์ 4,980 คะแนน 10.นพ.พินิจ หิรัญโชติ 4,937 คะแนน 11.พญ.ประสบศรี อึ้งถาวร 4,841 คะแนน 12.นพ.สิน อนุราษฎร์ 4,739 คะแนน 13.นพ.กัมมันต์ พันธุมจินดา 4,665 คะแนน 14.นพ.วิรุณ บุญนุช 4,589 คะแนน 15.นพ.สมศักดิ์ เจริญชัยปิยะกุล 4,588 คะแนน 16.นพ.เกรียง อัศวรุ่งนิรันดร์ 4,555 คะแนน 17.นพ.สุจริต สุนทรธรรม 4,536 คะแนน 18.นพ.บุญส่ง พัจนสุนทร 4,521 คะแนน 19.นพ.ภาคภูมิ สุปิยพันธ์ 4,390 คะแนน 20.นพ.ไพฑูรย์ ณรงค์ชัย 4,259 คะแนน 21.นพ.วิสุทธิ์ ลัจฉเสวี 4,229 คะแนน 22.นพ.เพิ่มบุญ จิรยศบุญยศักดิ์ 4,194 คะแนน 23.นพ.โชติศักดิ์ เจนพาณิชย์ 4,153 คะแนน 24.นพ.สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ 4,138 คะแนน 25.นพ.อรรถพันธ์ พรมณฑารัตน์ 4,107 คะแนน และ 26.นพ.ณรงค์ ธาดาเดช 4,023 คะแนน

ทั้งนี แพทย์ที่ชนะการเลือกตั้งส่วนใหญ่ล้วนเป็นชุดเดิมและเป็นผู้สมัครจากชมรมแพทย์เพื่อวิชาชีพแพทย์ (ชพพ.) ที่ได้รับการเลือกตั้งมากที่สุด 20 คน นำทีมโดย นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา และนพ.อำนาจ กุลลานันท์.





 

Create Date : 09 มกราคม 2556   
Last Update : 9 มกราคม 2556 16:54:26 น.   
Counter : 1130 Pageviews.  

แพทย์ คลินิก โรงพยาบาล .. โฆษณาได้แค่ไหน อะไรทำได้ อะไรที่ห้ามทำ ?



ระเบียบ กฏหมาย เกี่ยวกับ การโฆษณา จะมี ๒ ส่วนครับ

๑. การโฆษณา ในแง่ของส่วนตัวแพทย์

- ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙ หมวด 3 และ หมวด ๗



๒. การโฆษณา สถานพยาบาล

- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2546) เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการโฆษณาสถานพยาบาล

- ประกาศแพทยสภา ที่ 50/2549 เรื่อง คำที่ห้ามใช้ในการโฆษณา





ถ้าผิดข้อ ๑ ... ตัวแพทย์โดยตรง ร้องเรียนไปยัง แพทยสภา

http://www.tmc.or.th/

ฝ่ายจริยธรรม

02-590-1886-7 ต่อ 210-270
Email : contact@tmc.or.th

http://www.tmc.or.th/service_check.php

สำนักงานเลขาธิการแพทยสภา
อาคาร 6 ชั้น 7 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ จ.นนทบุรี
โทร.: 02-5901880-1,3


ถ้าเป็น ข้อ ๒ .... เป็นเรื่องของ สถานพยาบาล( คลินิก หรือ รพ. ) ร้องเรียนไปยัง กองประกอบโรคศิลปะ ...


กองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข.

เชิญส่งคำถามหรือเรื่องร้องเรียนที่ e-mail Address ที่

mrd@hss.moph.go.th

โทร 02 5918844 เกี่ยวกับสถานพยาบาล

หัวหน้ากลุ่มงาน ต่อ 401 สายตรง 02 5894904
คลินิก ต่อ 402, 403 สายตรง 02 5895085 02 5895113
โรงพยาบาล ต่อ 404, 405 สายตรง 02 5896653





รายละเอียดเพิ่มเติม


๑. การโฆษณา ในแง่ของส่วนตัวแพทย์

- ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙ หมวด 3 และ หมวด ๗

http://www.tmc.or.th/service_law02_17.php

หมวดที่ ๓ การโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ข้อ ๘ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่โฆษณา ใช้ จ้าง หรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของตน

ข้อ ๙ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องไม่โฆษณา ใช้ จ้าง หรือให้ผู้อื่นโฆษณาการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของผู้อื่น

ข้อ ๑๐ การโฆษณาตามข้อ ๘ และข้อ ๙ อาจกระทำได้ในกรณีต่อไปนี้
• (๑) การแสดงผลงานในวารสารทางวิชาการทางการแพทย์และสาธารณสุขหรือในการประชุมวิชา การทางการแพทย์และสาธารณสุข
• (๒) การแสดงผลงานในหน้าที่ หรือในการบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ
• (๓) การแสดงผลงานหรือความก้าวหน้าทางวิชาการหรือการค้นพบวิธีการและเทคนิคใหม่ๆ ในการรักษาโรคซึ่งเป็นที่ยอมรับทางการแพทย์เพื่อการศึกษาของมวลชน
• (๔) การประกาศเกียรติคุณเป็นทางการโดยสถาบันวิชาการ สมาคม หรือมูลนิธิ

ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอาจแสดงข้อความ เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมของตนที่สำนักงานได้เพียงข้อความเฉพาะ เรื่องต่อไปนี้
• (๑) ชื่อ นามสกุล และอาจมีคำประกอบชื่อได้เพียงคำว่านายแพทย์หรือแพทย์หญิง อภิไธยตำแหน่งทางวิชาการ ฐานันดรศักดิ์ ยศ และบรรดาศักดิ์ เท่านั้น
• (๒) ชื่อปริญญา วุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติ หรือหนังสือแสดงคุณวุฒิอย่างอื่น ซึ่งตนได้รับมาโดยวิธีการถูกต้องตามกฎเกณฑ์ ของแพทยสภาหรือสถาบันนั้นๆ
• (๓) สาขาของวิชาชีพเวชกรรม
• (๔) เวลาทำการ
ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมอาจแจ้งความการประกอบวิชาชีพเวชกรรมเฉพาะการ แสดงที่อยู่ ที่ตั้งสำนักงาน หมายเลขโทรศัพท์ และหรือข้อความที่อนุญาตในหมวด ๓ ข้อ ๑๑ เท่านั้น

ข้อ ๑๓ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ทำการเผยแพร่หรือตอบปัญหาทางสื่อมวลชน ถ้าแสดงตนว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมสามารถแจ้งสถานที่ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมได้ แต่ต้องไม่เป็นการสื่อไปในทำนองโฆษณาโอ้อวดเกินความเป็นจริง หลอกลวง หรือทำให้ผู้ป่วยหลงเชื่อมาใช้บริการและในการแจ้งสถานที่ประกอบวิชาชีพ เวชกรรมต้องไม่ปรากฏหมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวในที่เดียวกัน

ข้อ ๑๔ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องระมัดระวังตามวิสัยที่พึงมี มิให้การประกอบวิชาชีพเวชกรรม ของตนแพร่ออกไปในสื่อมวลชนเป็นทำนองโฆษณาความรู้ความสามารถ



หมวด ๗ การปฏิบัติตนเกี่ยวกับสถานพยาบาล

ข้อ ๓๖ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ต้องไม่โฆษณาสถานพยาบาลหรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณาสถานพยาบาลที่ตนเป็นผู้ ดำเนินการในลักษณะดังต่อไปนี้
• (๑) โฆษณาสถานพยาบาลในทำนองโอ้อวดการประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือกิจกรรมอื่นของสถานพยาบาลเกินกว่าที่เป็นจริง
• (๒) โฆษณาสถานพยาบาลโดยโอ้อวดกิจกรรมของสถานพยาบาลนั้น หรือสรรพคุณของเครื่องมือเครื่องใช้ของสถานพยาบาล ไปในทำนองจูงใจให้ผู้อื่นเข้าใจผิด โดยไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการที่เป็นมาตรฐานของวิชาชีพเวชกรรม หรือทำให้ประชาชนเกิดความคาดหวังในสรรพคุณเกินความเป็นจริง
• (๓) โฆษณาสถานพยาบาลที่มีลักษณะเป็นการลามก ไม่สุภาพ สำหรับสาธารณชนทั่วไปหรือมีลักษณะเป็นการกระตุ้น หรือยั่วยุกามารมณ์ หรือเป็นการขัดต่อศีลธรรมอันดี
• (๔) โฆษณาสถานพยาบาลทำนองว่าจะให้ส่วนลดเป็นเงินหรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ใ ดให้เป็นไปตามระเบียบที่แพทยสภากำหนด
• (๕) โฆษณาสถานพยาบาลว่ามีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้หนึ่งผู้ใดมาประกอบวิชาชีพ เวชกรรมในสถานพยาบาลนั้นโดยไม่เป็นความจริง
ข้อ ๓๗ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ต้องไม่ให้หรือยอมให้มีการให้ค่าตอบแทนเป็นเงิน หรือผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ แก่ผู้ชักนำผู้ไปขอรับบริการจากสถานพยาบาลนั้น

ข้อ ๓๘ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ต้องไม่ให้หรือยินยอมให้มีการประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือวิชาชีพใดๆ ทางการแพทย์ หรือการสาธารณสุข
หรือการประกอบโรคศิลปะโดยผิดกฎหมายในสถานพยาบาลนั้นๆ

ข้อ ๓๙ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใดไปทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาล มีสิทธิที่จะประกาศหรือยินยอมให้มีการประกาศชื่อของตน ณ สถานพยาบาลนั้นเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติงานเป็นเวลาแน่นอน หรือปฏิบัติงานเป็นประจำเท่านั้น โดยต้องมีข้อความระบุ วัน เวลาที่ไปปฏิบัติงานประกอบชื่อของตนไว้ในประกาศนั้นให้ชัดเจนด้วย

ข้อ ๔๐ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ใดที่ไปทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถาน พยาบาล ถ้ามิได้เป็นผู้ปฏิบัติงานประจำหรือไปปฏิบัติงานไม่เป็นเวลาที่แน่นอน ไม่มีสิทธิที่จะให้มีการประกาศชื่อของตน ณ สถานพยาบาลนั้น เว้นแต่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจะมีการทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ ดำเนินการสถานพยาบาลนั้นๆ





๒. การโฆษณา สถานพยาบาล

- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2546) เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการโฆษณาสถานพยาบาล

- ประกาศแพทยสภา ที่ 50/2549 เรื่อง คำที่ห้ามใช้ในการโฆษณา


ประกาศกระทรวงสาธารณสุข
ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2546)
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการโฆษณาสถานพยาบาล


ข้อ 3 การโฆษณาสถานพยาบาลให้กระทำได้ดังนี้
3.1 การโฆษณาชื่อและที่ตั้ง ถ้ามีการแสดงภาพประกอบ ให้แสดงได้เฉพาะสถานที่ตั้งอาคารและอาคารสถานพยาบาล
การโฆษณาคุณวุฒิ หรือความสามารถของผู้ประกอบวิชาชีพให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาช ีพนั้น ๆ

3.2 การโฆษณาบริการทางการแพทย์ ให้แจ้งเฉพาะบริการที่มีในสถานพยาบาล วัน เวลา ที่ให้บริการตามที่ได้รับอนุญาต

3.3 การโฆษณาแจ้งอัตราค่ารักษาพยาบาล หรือค่าบริการที่มีในสถานพยาบาล

3.4 การโฆษณาอัตราค่ารักษาพยาบาลหรือค่าบริการที่มีเงื่อนไข จะต้องแจ้งรายละเอียดของเงื่อนไขไว้ในการโฆษณานั้น และจะต้องแจ้งเงื่อนไขให้ผู้รับบริการทราบล่วงหน้าก่อนให้บริการ
การโฆษณาแสดงอัตราค่ารักษาพยาบาลตามวรรคแรก จะต้องกำหนดวันเริ่มต้น และสิ้นสุดของระยะเวลาที่ใช้อัตราค่ารักษาพยาบาลหรือค่าบริการในเรื่องนั้น ๆ ไว้ให้ชัดเจน

3.5 การเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการทางการแพทย์และเผยแพร่ผลงานวิจัย

3.6 การโฆษณาแจ้งข่าวสาร เช่น แจ้งทำลายเวชระเบียน แจ้งย้ายสถานที่ แจ้งกิจกรรมในวันสำคัญต่าง ๆ ให้กระทำได้โดยเฉพาะกิจกรรมและวันเวลาที่จัดกิจกรรม นั้น
การโฆษณาตาม 3.5 ให้ระบุคำเตือนไว้ว่ามีความเสี่ยงของการไม่ได้ผล หรืออาจเกิดอันตรายหรือเกิดผลข้างเคียงกับผู้ใช้บริการ โดยที่ขนาดตัวอักษรต้องเท่ากับตัวอักษรที่โฆษณาและความเร็วของเสียงต้องไม่เ ร็วไปกว่าเสียงปกติ

ข้อ 4 ห้ามมิให้โฆษณาสถานพยาบาลในลักษณะดังต่อไปนี้

4.1 การใช้ข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่ไม่มีมูลความจริงทั้งหมด หรือเพียงบางส่วน หรือมีลักษณะเป็นการหลอกลวงหรือปกปิดความจริง หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นจริง

4.2 การใช้ข้อความที่ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าในสถานพยาบาลมีผู้ประกอบวิชาชีพ (บุคลากร) เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่ข้อเท็จจริงกลับไม่มีให้บริการในสถานพยาบาล

4.3 การใช้สถาบัน หน่วยงาน องค์กร หรือบุคคล ที่มิได้ผ่านการรับรองจาก
หน่วยงานของรัฐเพื่อรับรองมาตรฐานสถานพยาบาลของตน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต

4.4 การโฆษณาแจ้งบริการโรคที่ไม่มีอยู่ในสาขาที่ผู้ประกอบวิชาชีพมีหนังสืออนุมั ติหรือวุฒิบัตร

4.5 การอ้างอิงรายงานวิชาการ ผลงานวิจัย สถิติ หรือยืนยันหรือรับรองข้อเท็จจริง อันใดอันหนึ่งในการโฆษณา เพื่อแสดงหรือเปรียบเทียบความสามารถในการให้บริการหรือการรักษาพยาบาลโดยข้อ มูลที่อ้างอิงนั้นมิใช่ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต

4.6 การใช้ข้อความหรือรูปภาพ โอ้อวดเกินจริงหรือข้อความที่กล่าวอ้างหรือบ่งบอกว่าของตนดีกว่า, เหนือกว่า, ดีที่สุด, รายแรก, แห่งแรก, รับรองผล 100% หรือการเปรียบเทียบหรือการใช้ข้อความอื่นใดที่มีความหมายในทำนองเดียวกันมาใ ช้ประกอบข้อความโฆษณาด้วยความประสงค์ที่จะทำให้ผู้รับบริการหรือผู้บริโภคเข ้าใจว่าการบริการของสถานพยาบาลแห่งนั้นมีคุณภาพมาตรฐานที่ดีกว่า เหนือกว่าหรือสูงกว่าสถานพยาบาลอื่นหรือเกิดความคาดหวังว่าจะได้รับบริการที ่ดีกว่าหรือได้ผลสูงสุด

4.7 การโฆษณากิจการสถานพยาบาลหรือการโฆษณาความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในการรักษาพยาบาลคุณภาพ หรือประสิทธิภาพประสิทธิผลของผู้ประกอบวิชาชีพ หรือสรรพคุณของเครื่องมือเครื่องใช้ของสถานพยาบาล หรือกรรมวิธีการรักษา หรือโรคที่ให้การรักษาหรือเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการรักษาไปในทำนองให้เข้ าใจผิด โดยไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการที่เป็นมาตรฐานวิชาชีพ หรือทำให้ประชาชนเกิดความคาดหวังในสรรพคุณเกินความจริง

4.8 การใช้ชื่อสถานพยาบาล หรือข้อความที่ทำให้ผู้รับบริการหรือประชาชน อ่าน ฟัง ดูแล้วเข้าใจผิดหรือหลงเชื่อว่าสถานพยาบาลนั้น มีการประกอบกิจการดังที่โฆษณาซึ่งไม่ตรงกับที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ

4.9 การโฆษณาสถานที่ซึ่งมิใช่เป็นของสถานพยาบาลนั้น รวมอยู่ในการโฆษณาสถานพยาบาล จนทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานพยาบาล

4.10 การโฆษณาด้วยวิธีการอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ร่างกายหรือจิตใจหรือก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้ใช้บริการหรือประชาชนทั่วไป

4.11 การใช้ภาพหรือเสียงที่ไม่เหมาะสมสร้างความหวาดกลัว หรือมีลักษณะเป็นการส่อไปในทางลามกอนาจาร หรือมีลักษณะเป็นการกระตุ้น หรือยั่วยุทางกามารมณ์

4.12 การใช้ภาพหรือเสียงโดยไม่สุภาพหรือโดยการร้องรำทำเพลง หรือแสดงอาการทุกข์ทรมานของผู้ป่วย

4.13 การโฆษณาที่มีลักษณะที่เป็นการให้ร้าย เสียดสี หรือทับถมสถานพยาบาลหรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่น

4.14 การโฆษณาที่มีลักษณะอันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของปร ะชาชน

4.15 การโฆษณาที่รวมอยู่กับข้อความถวายพระพร หรือข้อความอย่างอื่นที่อ้างอิงเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เว้นแต่ชื่อของสถานพยาบาล หรือผู้ประพันธ์บทความดังกล่าว


4.16 การโฆษณาการให้บริการ “ฟรี” โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้อนุญาต ทั้งนี้ จะต้องกำหนด วัน เวลา และสถานที่ให้บริการและจะต้องแสดงรายละเอียดว่าจะให้บริการฟรีในเรื่องใดให้ ชัดเจน
การให้ความเห็นชอบของผู้อนุญาตให้นำความในข้อ 5 วรรคสาม มาใช้โดยอนุโลม

4.17 การโฆษณาที่จัดให้มีการแถมพก แลกเปลี่ยน ให้สิทธิประโยชน์ รางวัล หรือการเสี่ยงโชค จากการเลือกรับบริการทางการแพทย์อย่างใดอย่างหนึ่งจากสถานพยาบาลนั้น เว้นแต่การให้สิทธิประโยชน์เหล่านั้น ผู้รับบริการเป็นผู้รับประโยชน์โดยตรงและมาตรฐานการรับบริการทางการแพทย์จะต ้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไปของสถานพยาบาล
การให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ดังกล่าวในวรรคแรก จะต้องระบุเงื่อนไขและรายละเอียดของสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ชัดเจนและจะต้องกำหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุดของระยะเวลาที่ให้สิทธิประโยช น์นั้น ๆ

4.18 การให้ส่วนลดค่าบริการหรือค่ารักษาพยาบาล เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้
(ก) เป็นการให้ส่วนลดเพื่อการอนุเคราะห์บุคคลด้อยโอกาสหรือตามแผนงานของกระทรวงส าธารณสุขหรือที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง
(ข) เป็นการให้ส่วนลดต่อสมาชิกกลุ่มบุคคลหรือสถาบันหรือองค์กรโดยเป็นการประกาศห รือแจ้งให้ทราบเฉพาะกลุ่มนั้น ๆ เท่านั้น
การให้ส่วนลดดังกล่าวข้างต้นจะต้องกำหนดประเภทของบริการให้ชัดเจน และกำหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุดของระยะเวลาที่ให้ส่วนลดให้ชัดเจน ทั้งนี้การให้ส่วนลดต้องไม่เกิน 1 ปี
การให้ส่วนลดที่มิได้เกี่ยวกับการให้บริการทางการแพทย์ หรือค่ารักษาพยาบาลและมิได้เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล หากผู้รับบริการหรือผู้บริโภคเป็นผู้รับประโยชน์โดยตรงจะกระทำก็ได้




ประกาศแพทยสภา ที่ 50/2549 เรื่อง คำที่ห้ามใช้ในการโฆษณา
........................................................................ ...........................
เพื่อให้การดำเนินการใน เรื่อง การปฏิบัติตนเกี่ยวกับสถานพยาบาล ตามข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2549 หมวด 7 เป็นไปในทำนองเดียวกัน คณะกรรมการแพทยสภา ในการประชุมครั้งที่ 11/2549 วันที่ 9 พฤศจิกายน 2549 จึงมีมติให้ออกประกาศแพทยสภา เรื่อง คำที่ห้ามใช้ในการโฆษณา ดังต่อไปนี้
1. คำว่า “เพียง” เช่น เพียง 4,000 บาท / ครั้ง..
2. คำว่า “เท่านั้น” เช่น รักษาครั้งละ 500 บาท เท่านั้น
3. คำว่า “พิเศษ” เช่น พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต......... ค่ารักษา ......
4. คำว่า “เฉพาะ” เช่น ราคานี้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น
5. คำว่า “ล้ำสมัย” หรือ เช่น ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แห่งเดียว/ แห่งแรก ในประเทศไทย
6. คำว่า “นำสมัย” เช่น อุปกรณ์ที่นำสมัยในการให้การรักษา
7. คำว่า “ราคาเดิม” เช่น เสริมจมูก ตกแต่งใบหน้า 3,000 บาท จากราคาเดิม 4,000 บาท
8. คำว่า “ครบวงจร” เช่น โดยทางศูนย์ให้บริการแบบครบวงจร..

การแสดงราคาเปรียบเทียบ เช่น จากเดิม 6,000 บาท เหลือ 4,000 บาท หรือ การแสดงราคา เปรียบเทียบกับโรงพยาบาลอื่น เช่น โรงพยาบาล น. ราคาโปรแกรมตรวจสุขภาพ ราคา 3,000 บาท แต่โรงพยาบาล ร. โปรแกรมตรวจสุขภาพ ราคา 2,000 บาท การใช้คำว่า “ปกติ” กับ “เหลือ” เช่น ปกติ ราคา 500 บาท จองวันนี้ เหลือ 300 บาท โดยสิทธินี้ ใช้ได้จนถึงสิ้นเดือน...
9. คำว่า ”ฟรี” เช่น จองวันนี้แถมฟรี ตรวจความดัน ปัสสาวะ ฯลฯ

ประกาศ ณ วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2549
(นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา)
นายกแพทยสภา






 

Create Date : 20 ธันวาคม 2555   
Last Update : 20 ธันวาคม 2555 16:44:53 น.   
Counter : 1753 Pageviews.  

คุณหมอ ทุกท่าน ... ขอเสียงเลือกตั้ง "กรรมการแพทยสภา วาระ ๕๖-๕๘ กลุ่ม ชพพ. ด้วยครับ





ผมลงสมัครในกลุ่ม ชพพ. หมายเลข ๑๕ - ๔๐ รบกวนเพื่อนพ้องน้องพี่ ด้วยนะครับ ^_^











ภาพที่ใช้สมัคร กรรมการแพทยสภาวาระ ๒๕๕๖ - ๒๕๕๘ ท่านอื่นใส่สูท สวมครุย มีตราเพียบ แต่ผมใส่เสื้อทำงาน จะได้เห็นกันชัด ๆ ว่า ทำงานเป็นหมออยู่ ^_^



https://www.facebook.com/media/set/?set=a.561024550579892.151961.100000170556089&type=3





 

Create Date : 19 ตุลาคม 2555   
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2555 22:06:43 น.   
Counter : 1343 Pageviews.  

พระราชทานรางวัลบัณฑิตแพทย์และทันตแพทย์ดีเด่นประจำปี 2555

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ทรงมีต่อประเทศชาติ ในฐานะทรงเป็นผู้บุกเบิกและทรงวางรากฐานการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุข ก่อให้เกิดการปฏิรูประบบการศึกษา นำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าในการป้องกันและการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพของประเทศไทยในปัจจุบัน

มูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยความร่วมมือของ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ม.ขอนแก่น, ศิริราชพยาบาล และม.เชียงใหม่ จัด “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติครบรอบ 120 ปี แห่งการพระราชสมภพ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก” ที่แสดงเนื้อหา เกี่ยวกับพระราชประวัติ พระบิดาแห่งการศึกษา พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน และหมอเจ้าฟ้า



ในโอกาสนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการฯ พร้อมพระราชทานรางวัลบัณฑิตแพทย์และทันตแพทย์ดีเด่นประจำปี 2555 รางวัลบัณฑิตแพทย์และทันตแพทย์ที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยม ประจำปีการศึกษา 2554 และผู้ได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ผู้ที่ได้รับรางวัลบัณฑิตแพทย์ดีเด่น ประจำปี 2555 นพ.รัฐพร บำรุงผล แพทยศาสตรบัณฑิต ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ปัจจุบันปฏิบัติราชการที่ รพ.ร้อยเอ็ด เผยเคล็ดลับการเรียนว่า ควรแบ่งเวลาให้ถูก ใช้เทคนิคไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือมากแต่ให้อ่านวันละนิด ทบทวนการเรียนในแต่ละวันทำให้มีเวลาว่างไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ไม่ทำให้รู้สึกเครียดกับการเรียน รวมถึงถ้ามีความสุขกับการเรียนก็ยิ่งทำให้รู้สึกสนุกและเรียนได้ดี ส่วนการปฏิบัติงานยึดหลักพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ว่า “ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจหนึ่ง” เป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน

รางวัลบัณฑิตทันตแพทย์ดีเด่น ประจำปี 2555 ทพญ.สาธิมา เอี่ยมวรวุฒิกุล ทันตแพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาฯ ปัจจุบันรับราชการในตำแหน่งทันตแพทย์ปฏิบัติการ หัวหน้าฝ่ายทันตกรรม รพ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี เผยว่า การเรียนทันตแพทย์เป็นเรื่องยากต้องใช้ความอดทน แต่ถ้ามีความชอบในศาสตร์ที่เรียนทุกอย่างก็ผ่านไปได้ เมื่อเรียนจบเลือกไปทำงานในถิ่นทุรกันดาร เพราะเห็นว่ายังด้อยโอกาสจึงอยากเข้าถึงและให้ความช่วยเหลือจากความรู้ความสามารถที่มีอย่างเต็มที่ รางวัลที่ได้รับถือเป็นความภาคภูมิใจที่กลายเป็นแรงผลักดัน สนับสนุนให้มุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน

หนึ่งในสี่ผู้ที่ได้รับทุนจากมูลนิธิฯ นักเรียนแพทย์ทหารชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎเกล้าฯ วันชัย วิไลสกุลนาม เผยว่า เลือกเรียนแพทย์เพราะต้องการตอบแทนพระคุณในหลวง ประเทศชาติและแผ่นดิน เงินที่ได้มาจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและใช้ตามความจำเป็น จะตั้งใจเรียนและทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อเป็นแพทย์ออกมารับใช้ประชาชนโดยไม่เลือกเชื้อชาติวรรณะ และจะยึดหลัก “เอาใจเขามาใส่ใจเรา รักษาผู้ป่วยเสมือนเป็นพ่อแม่เป็นญาติของตัวเอง”.


http://www.dailynews.co.th/society/158879





 

Create Date : 05 ตุลาคม 2555   
Last Update : 5 ตุลาคม 2555 15:38:43 น.   
Counter : 1317 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  

หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 666 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]