ยัย เจ้ สุด ฮา กับ หมอ เกย์ จอม เฟี้ยว บทที่ 2 หน้า 1
หมอภิญโญมาเยี่ยมคนไข้ทุกวันตรงเวลาแป๊ะ

และทุกวันเขาต้องสรรหาถ้อยคำมาปลอบใจปิ่นมณีไม่ให้โวยวายและร้องไห้ราวเด็กงอแง

ต่อให้พูดมากขนาดไหน เธอก็ยังโวยวายเรื่องหน้าบวม เขียว ช้ำ กลัวสาระพัดที่หน้าเธอจะบวมแล้วไม่ยุบ

หน้าตาจะออกมาเป็นอย่างไร เธอฟ้องหมอโยถึงความรวดร้าวใจที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องแขนหักเป็นเรื่องเล็กของเธอ


“อีก 2 วันหมอจะให้กลับบ้านแล้วนะครับ ดูแขนแล้วกระดูกต่อกันได้ดีแล้ว”


“งื้อ หมอแต่หน้าฉันยังไม่หายบวมเลยนะ”


“ผมว่ามันยุบไปเยอะเลยนะครับ นี่ใกล้จะเข้ารูปแล้วด้วย”


“งือ งือ"

เสียงร้องเหมือนเด็กงอแง บางทีมันก็ช่างน่ารำคาญ แต่ทำไมปิ่นมณีทำได้น่ารักขนาดนี้


หมอเผลอเอื้อมมือมาจับมือข้างที่ไม่หัก


“ถ้าหายดีแล้ว หมอจะพาไปทานอาหารอร่อยๆ นะครับ”


ดูเขาโอ๋เธอเป็นพิเศษหรือเปล่านะ


ปิ่นมณีชำเรืองตามองหมอ


“หมอไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ”


นี่คิดจะเอาอาหารมาล่อกันเลยเชียวเหรอ


“งือ งือ”


พอนึกได้ก็สะอื้นต่อ หมอได้แต่ส่ายหน้ากับความไม่เหน็ดเหนื่อยของเธอ


“หมอเป็นเอก เขาเป็นอัฉริยะด้านศัลยกรรมนะครับ ผมรับรองว่าจมูกคุณต้องสวยมากๆ เลยครับ”


“หมอไม่ได้มาหน้าบวมเหมือนฉันนิคะ งือ งือ หมออยากลองหน้าบวมไหมล่ะ แงงง”



“เอ้อ ...นะ”


“ก็ถือว่าเป็นการต่อชะตานะครับ การที่เรารอดจากอุบัติเหตุมาได้ เจ็บเพียงเล็กน้อยแค่นี้ ทำให้ชีวิตเรายืนยาวขึ้นก็ถือว่าโชคดีนะครับ”

น้ำเสียงอันอบอุ่นพูดปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน


ปิ่นมณีหยุดร้องมองหน้าตี๋ๆ ที่ยิ้มอย่างน่ารักให้เธอ

ใช่สิ โวยวายไปช่วยแก้อะไรได้ ก็หมอบ้านั่นลงมีดเธอไปแล้วนิ


“หมออออออย่ามองงงงงฉันนนนสิ หน้าฉันบวมนะ อ้า อ้า อ้า”

ดูเหมือนเธอขาดความเชื่อมั่นอย่างเห็นได้ชัด


“เอาล่ะ หมอไม่ได้มองแล้ว”

เขายังพยายามหาน้ำเย็นเข้ารูปคนขวัญหนีดีฝ่อทุกวิถีทาง


“หมอให้เวลาอีก 2 อาทิตย์ พอถึงเวลานั้นแล้ว หน้าคุณจะไม่มี
รอยบวมแบบนี้เลย นะครับ”


ยิ้มที่อบอุ่นนั่น ทำเอาความสับสนของปิ่นมณีสะดุด


พยาบาลพากันยกนิ้วให้หมอภิญโญพอออกมาจากห้องปิ่นมณี


“วันนี้หมอทำดีมากๆ เลยค่ะ เป็นวันแรกที่คุณปิ่นไม่ร้องงอแงเลยนะคะ”


“ฮืม เราต้องมีวิธีจัดการกับคนไข้ จะมาแบบไหนก็ตาม”


หมอพลิกประวัติคนไข้ที่ถือไว้ ที่หน้าสุดท้ายมีสำเนาบัตรประชาชนของปิ่นมณี

รูปภาพก๊อปปี้ขาวดำ รูปจะไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่ก็พอดูออกว่าน่ารัก

โครงหน้าได้รูป ปากนิด จมูกหน่อย มิแปลกใจหรอกที่เธอจะสะเทือนใจกับรูปลักษณ์ใหม่ที่เจอแบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้
เห็นเธอสะอึกสะอื้นทุกวันก็น่าสงสาร

การปลอบใจตลอดมาดูเหมือนไม่เป็นผลเท่าไหร่ แม้การสะอื้นที่เหมือนเด็กเอาแต่ใจ ดูไม่ออกว่าแกล้งสะอื้นหรือร้องจริงข้างใน แต่เขาก็รับรู้และเห็นแววตาที่แสนเป็นกังวลของเธอนั้น สภาพจิตใจของเธอไม่สู้ดีนัก


 
หมอภิญโญไปที่ห้องพักหมอศัลยกรรม เขาเคาะประตูเบาๆ
พอเข้าไปในห้องพบหมอเป็นเอกที่พักอย่างเหนื่อยล้า หมอโยเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงข้าม


“วันนี้เจอเคสหนักเหรอหมอ”


“เจอคนไข้มะเร็งเอาเต้านมออก ผ่าตัดยาวมากเกือบ 2 ชั่วโมง ต้องศัลยกรรมตกแต่งหน้าอกให้ใหม่”


อาชีพที่อยู่กับการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายของชีวิตคนแบบนี้ ไม่ใช่ว่าหมอทุกคนจะไม่มีความเครียด


“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

เป็นเอกเอ่ยถาม


เพราะเห็นการมาของอีกฝ่ายน่าจะมีธุระ  โดยปกติหมอโยไม่เคยมาหาเขาที่นี่


“ผมอยากให้หมอเอกไปเยี่ยมคนไข้หน่อยครับ ไปช่วยพูดให้กำลังใจเธอหน่อย เหมือนสภาพจิตใจเธอจะย่ำแย่”


“คนไข้ คนไหนเหรอครับ”

เป็นเอก ทำหน้างง


“คนที่ประสบอุบัติเหตุเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วครับ ที่โดนคุณหมอศัลยกรรมจมูกให้”


“อ้อ...นั่นคนไข้หมอโยนิครับ”


“ใช่ครับ ช่วยไปให้กำลังใจเธอหน่อยนะครับ พรุ่งนี้เธอจะออกจากโรงพยาบาลแล้วนะครับ”


“อ้อ..ครับ”

เอกรับปาก


“ขอบคุณครับ งั้นผมไปล่ะ”


“มาแค่นี้เหรอครับ”


ทำเอาหมอเอกงง กับธุระที่หมอโยมา


“ครับ”

อีกฝ่ายยิ้มแล้วจากไป


เมื่อหมอโยออกไป เป็นเอกครุ่นคิด ถึงขนาดหมอโยมาขอเองแบบนี้ เขาคงจะปฏิเสธไม่ได้แล้ว

จะว่าไปแล้วเขาก็ได้ยินพยาบาลเล่าถึงคนไข้ที่โวยวายอีกตึกอยู่เสมอ


หมอเอกเรียกพยาบาลหน้าห้องเข้าไปหา


“วันนี้หมดเคสแล้วค่ะหมอ”

พยาบาลรีบบอกเขา


“คุณหน่อย คนไข้ที่เราผ่าตัดไปเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วชื่ออะไร?”
“เคสไหนคะ?”

พยาบาลสงสัย


“เคสจมูกหักไง”


“อ้อ...ที่เขาว่าร้องไห้โวยวายเรื่องหน้าบวมทุกวัน จนหมอโยจะเลี้ยงข้าวเหรอคะ”


“อ่ะ คนเดียวกันเหรอ”


“ค่ะ”


“ชื่ออะไร?”


“ปิ่นมณี มณีวงค์ค่ะ”


เมื่อหมอทราบชื่อเรียบร้อย เขาเข้าฐานข้อมูลของโรงพยาบาลเพื่อเรียกข้อมูลของผู้ป่วยออกมาดู


“ปิ่นมณี มณีวงค์ อายุ 34 ปี 9 เดือน สูง 159 ซม หนัก 47 กก โสด....”

หมอเอกอ่านถึงตรงนี้ก็หยุด


“แก่จนปูนนี้ยังโสดเหรอป้า”

เขาเอ่ยเบาๆ


ก่อนจะไล่ดูข้อมูลต่อ มองรูปบัตรประชาชนที่แนบมา


“เดี๋ยวพรุ่งนี้ ต้องไปเยี่ยมคนไข้แล้วล่ะ”


“คุณปิ่นเนี่ยเหรอคะ”


“ใช่ เห็นบอกสภาพจิตใจย่ำแย่ เราคงต้องไปเยี่ยมเธอสักหน่อย ไปปลอบใจให้คลายกังวล คนที่ไม่เคยทำศัลยกรรม แล้วเจอสภาพหน้าบวมของตัวเอง ย่อมทำใจไม่ได้ เราทำให้คนอื่นเขาลำบากมาเยอะแล้ว”


พยาบาลหน่อยทำท่างงกับท่าทีของหมอเอก


“วันนี้หมอจะรีบกลับนะ”

เขาบอกหน่อยก่อนจะเดินออกจากห้องไป


หลังเลิกงานจากโรงพยาบาล ปกติถ้าไม่มีนัดกับก้วนวาย เขาก็ไปซื้อของช็อปปิ้งคนเดียว

วันนี้เช่นกัน แวะห้างที่อยู่ทางผ่านกลับบ้าน เพื่อหาเลือกซื้อหมอนรองคอน่ารักสักอัน


เมื่อได้ที่ถูกใจแล้ว เขายังเขียนการ์ดเพื่อสร้างกำลังใจให้เธออีกด้วย

 



Create Date : 12 มกราคม 2564
Last Update : 12 มกราคม 2564 9:45:56 น.
Counter : 344 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 
Ma première lettre by Cécile Chaminade ปรศุราม
(26 ก.ค. 2564 12:01:56 น.)
ยัย เจ้ สุด ฮา กับ หมอ เกย์ จอม เฟี้ยว บทที่ 18 หน้า 3 unitan
(26 ก.ค. 2564 13:50:10 น.)
เด็ก 64 ยุคโควิด-19 สายหมอกและก้อนเมฆ
(25 ก.ค. 2564 16:20:49 น.)
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 282 "เพลงที่อยากร้องมากที่สุดในตอนนี้ "ศรัทธา" ภาวิดา คนบ้านป่า
(24 ก.ค. 2564 08:05:08 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  
แปะโป้งไว้หลายบล็อกเลยค่ะ
แล้วจะแวะมาชำระหนี้นะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 12 มกราคม 2564 เวลา:15:30:48 น.
  
บางทีก็อยากจะฟาดยัยปิ่น โวยวายคร่ำครวญไม่รู้จักจบสิ้น

หมอเอกคะ มาจัดการคนไข้ทีค่ะ
โดย: คนใจแข็งที่แกล้งอ่อนไหว (npsr_gb ) วันที่: 10 มีนาคม 2564 เวลา:23:36:29 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Unitan.BlogGang.com

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด