ยัย เจ้ สุด ฮา กับ หมอ เกย์ จอม เฟี้ยว บทที่ 4 หน้า 2
เป็นเอกฟังคำถามนั้นอย่างตั้งใจ มันแสดงความรู้สึกหลายๆ อย่างของคนถาม น้ำเสียง เย้ยหยัน ถากถาง อิจฉา ปนเปกันไป

“เรื่องการทำคลินิกไม่ได้เป็นข้อห้ามของสภานะครับ หมอภิภพ”

เสียงประธานเอ่ย
เป็นเอกหันไปมองท่านประธาน การปกป้องคนของท่าน ยิ่งสร้างแผลลบในใจของคนที่ไม่นิยมเขาให้เป็นแผลที่ใหญ่ขึ้นได้


“ขออนุญาตท่านประธานชี้แจงครับ”

เขาเอ่ยขึ้น


“เรื่องการทำคลินิกนั้น ไม่ได้อยู่ในกฏของสภาก็จริง คลินิกที่ผมร่วมกันกับเพื่อนก่อตั้ง มิได้มุ่งผลกำไรเพียงอย่างเดียว มันก็จริง คลินิกศัลยกรรมนั้น เปิดสำหรับบุคคลที่พอมีอันจะกินที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ตัวเองให้ดูสวยงามขึ้น ในทุกๆ ปีนั้น เราจะจัดกิจกรรมการทำศัลยกรรมการกุศลเพื่อพ่อหลวง สำหรับประชาชน ที่ประสบปัญหาเรื่องทุนทรัพย์ในการทำศัลยกรรมตกแต่ง ที่เป็นปัญหาจากอุบัติเหตุ หรือจากกำเนิด แล้วยังช่วยสนับสนุนกับมูลนิธีเด็กกำพร้า และเงินทุนแก่เด็กที่ด้อยโอกาส ถึงแม้รูปลักษณ์ของคลินิกเพื่อความสวยงามและความหรูหรา แต่เรายังเคียงข้างสังคม และช่วยเหลือส่วนที่ขาดหายไปของหลายๆ คน โดยไม่ได้แบ่งชนชั้น”


เสียงปรบมือดังก้องกับถ้อยปราศัยตอบโต้อย่างมีชัย ทำเอา หมอภิภพ นั่งลงอย่างฉุนเฉียว


แต่เป็นเอกก็ไม่ได้รู้สึกยินดีมากนักกับเสียงปรบมือนั้น เขารับรู้ถึงแผลในสภาที่กำลังก่อตัวขึ้นมา

กรรมการสภามี 33 คน เขาไม่อาจจะรู้ได้ เสียงสนับสนุนเขานั้นจะมีมากเพียงไหน แต่นั่นก็ไม่สำคัญ เท่ากับงานที่เขาทำอยู่ เขารู้ตัวตนของตัวเองและสิ่งที่เขามุ่งเป็นเป้าหมาย

เพียงแค่มองไปข้างหน้า อุปสรรคนานับประการมันเคยก่อมาแล้วนับไม่ถ้วน เขาจะต้องใช้คำพูดเหล่านั้นที่ทั้ง ปรามาศ ถากถาง มาคอยผลักดันเขาให้เดินก้าวไป

สิ่งที่พิสูจน์ตัวตนเขาได้ดี คือผลงานที่ทุกคนได้เห็น และสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเขา คือรอยยิ้มของเหล่าเด็กๆ ที่กำลังเติบโต หาใช่ตำแหน่งสูงส่งในองค์กรใดองค์กรหนึ่ง


สำหรับคนแก่ที่มีอายุเลขหลัก 5 ไปแล้ว แต่ไม่เคยสร้างรอยยิ้มอย่างใสสะอาดให้แก่เด็กและเยาวชน อาจจะไม่รับรู้และเข้าใจชีวิตการทำงานอย่างแท้จริง


หลังจากออกจากห้องสัมมนาก็บ่ายแล้ว รุ่นน้องที่มาร่วมสัมมนาด้วยเดินมาแสดงความยินดีกับเขา


“ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับพี่หมอ พี่เป็นที่สุดของพวกเราเลยนะครับ นี่กะว่าถ้ามหาลัยเชิญพี่หมอมาเป็นอาจารย์พิเศษ พวกเราจะลงเรียนโทต่อครับ”


เป็นเอกยิ้ม


“ที่จริง งานผมล้น 7 วันเลยครับ คงปลีกตัวไปสอนยาก”

เขาเอ่ยอย่างถ่อมตัว


หมอภิภพเดินเข้ามาใกล้


ทั้งสองเลยหันไปมองผู้สูงวัยและไหว้อย่างนอบน้อม


“งานที่คลินิกคงรายได้ดีมากสินะครับ”


“ครับ”

เป็นเอกรับคำยิ้มๆ


“กิจการก็ไปได้สวยแบบนี้ ยังจะเอาเวลาไปช่วยงานสมาคมได้ยังไงครับ”


“ต้องขอคำชี้แนะแล้วครับ”

เขาตอบอย่างสุภาพ


หมอภิภพเดินเข้ามาใกล้ๆ


“อย่าผยองมากไปนะ ไอ้เกย์”

แล้วเดินผ่านไปด้วยถ้อยคำดูถูกทิ่มแทงใจอีกฝ่าย


เป็นเอกยืนสงบนิ่งกำหมัดแน่น


รุ่นน้องตบที่ไหล่เขาเบาๆ


“พี่หมออย่าคิดมากเลยครับ เขาก็เป็นหมอที่อายุมาก ที่ไม่เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ อยู่มาเป็น 10 ปี แต่ไม่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก็คงเป็นธรรมดาที่อาจจะอิจฉา”


“ครับ ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้คิดอะไร ขอบคุณครับ”

เขาตอบหน้ายิ้มๆ


แม้ยุคสมัยนี้ คนรุ่นใหม่มีการยอมรับเรื่องเพศมากขึ้น แต่คนสูงวัยรุ่นนั้น ค่านิยม


“แล้วนี่เลิกสัมมนาแล้วไปไหนต่อ ไปหาอะไรกินไหมครับ”


เขาหยิบโทรศัพย์ขึ้นมาเปิดสัญญาณเน็ต


“หมอเอกเย็นนี้ ฉันจะไปหาแกนะ ส่งโลเคชั่นให้ฉันด้วย” ข้อความของปิ่นมณีโชว์ Topup


“ผมมีธุระครับ คงต้องขอตัว”

เขาบอกรุ่นน้อง


“ครับ ยังไงขออนุญาตติดต่อทาง E mail นะครับ”


“ครับ”


ทั้งสองแยกจากกัน เป็นเอก มาที่รถ มองดูเวลาเพิ่ง จะ 4 โมงเย็น ข้อความของปิ่นมาตั้งแต่เช้าแล้ว เย็นของเธอก็มีรู้ว่ากี่โมง เขาจึงตรงกลับคอนโดแล้วไปนั่งดื่มที่ร้านอาหารกึ่งผลับใกล้ๆ คอนโดเพื่อรอเธอมา เขาแชร์โลเคชั่นคอนโดให้เธอ


วันนี้ปิ่นมณีมีจับของขวัญปีใหม่กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และกิจกรรมกินเลี้ยงเล็กๆ กว่าเธอจะขอตัวออกมาได้ก็เกือบทุ่ม เปิดโลเคชั่นของเป็นเอกแล้วให้ Google maps นำทางให้เธอ

ทั้งๆ ที่หมอเอกเป็นคนที่ไม่ค่อยเก็บคำพูดของใครมาคิดเล็กคิดน้อย แต่วันนี้คนรุ่นพ่อพูดแดกดันเขามาแบบนั้น ถึงไม่ใช่เรื่องน่าถือสาอะไร แต่ก็อดนำมาคิดไม่ได้

เขานั่งคิดวนเวียนกับคำพูดเหล่านั้น สังคมไทยเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ยังไม่ค่อยเปิดรับกับเพศที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ไทยเรายังเป็นสังคมที่มีการกีดกันทางเพศสูง

เช่นเดียวกับการกีดกันผู้หญิงไม่ให้ทำงานบางอย่าง ทั้งที่ความสามารถและฝีมือนั้นเทียบเท่ากับผู้ชาย เช่นเดียวกับเพศที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ดูเป็นที่รังเกียจในสังคม

ที่เขาไปเรียนต่างประเทศมาตลอด สาเหตุนี้ก็มีส่วน ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีมาไกลระดับ 5G 4.2 ทุกอย่างมีความก้าวหน้า ทุกสิ่งพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง

โทรศัพย์พัฒนาเปลี่ยนรุ่นแทบทุกวัน วงการแพทย์มีเครื่องมือใหม่ๆ เข้ามาใช้ โลกมันเปลี่ยนไปขนาดนี้แล้ว ทำไมความคิดที่ล้าหลังยังเก็บเอาไว้ด้วยเล่า

ถึงยุคเปลี่ยนที่ต้องเปิดอ้าสู่โลกใหม่ ควรมองคนที่ความดีและความสามารถ หาใช่ค่านิยมเก่าๆ ที่มันทำลายชีวิตผู้คนมาหลายยุคหลายสมัย


พอถึงจุดนี้ ใบหน้าของบิดา ลอยเด่นมาทันที


ปัญหามันอยู่ที่เขาเป็นเกย์อย่างนั้นหรือ?


เวลาผ่านไป 2 ทุ่มกว่า ข้อความของปิ่นมณีโชว์อีกครั้ง แต่เป็นเอกกำลังเมาหนัก ไม่ได้อ่าน จนผ่านไปร่วมชั่วโมง เขาเลยจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้าน


“รอแป๊ป....”

เขาส่งข้อความตอบปิ่นมณี


.....


ฝ่ายปิ่นมณีกำลังหงุดหงิดที่โดนทิ้งไว้หน้าคอนโดร่วมชั่วโมง ยังดีที่มีโต๊ะนั่งรอรับแขก


“ไอ้หมอบ้า ไหนบอกว่ากลับมาแล้ว ปล่อยให้รอเป็น ชั่วโมง โอ้ย อยากจะตบมันจริงๆ...”


กำลังบ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่ แล้วกำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความด่าหมอสารพัดสารเพ


“หมอถ้าแกยังไม่มาฉันจะกลับแล้ว แล้วต่อไปชาตินี้ เราไม่ต้องนัดหมายอะไรกันอีก ฉันจะไม่ส่งข้อความหาแกอีก เราต้องไม่ต้องมาเจอกันอีก แกมันใจร้ายใจดำ ปล่อยให้ฉันยืนรอตั้งเป็นชั่วโมง แกมันบ้าที่สุด.....อะไรอีกดีล่ะ ด่าให้หลายๆ เรื่อง อีกเลย”

บ่นไปพิมพ์ไปอย่างหัวเสียสุดๆ


“จะทิ้งผมไปจริงๆ เหรอ”

เสียงทุ้มๆ เอ่ยข้างๆ


“ว้ายยยย ตกใจหมดเลย หมอบ้า”

ปิ่นมณีที่กำลังโมโหเธอร้องออกมาอย่างตกใจ


“อะไร...นี่แกไปดริ้งมาเหรอ แล้วปล่อยฉันยืนรอแกเป็นชั่วโมงนี่นะ”

เธอทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นแอลกอฮอล์


“ผมรอเจ้ตั้งแต่ 5 โมงแล้ว”

เขาตอบเสียงเบา


ปิ่นสะดุด รีบปรับเปลี่ยนสีหน้า เธอจะเป็นคนผิดคดีนี้ไปได้ไง


“รออะไร ฉันไม่เห็นแกเลย ฉันยืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ 2 ทุ่ม ไม่เห็นเงาหัวแกเลยสักนิด”

เธอตั้งหน้าตั้งตาเงยหน้าเถียงเขา


เอกมองหน้าหวานๆ ขยับปากต่อว่าเขาต่างๆ นานาอยู่ใต้คาง


“เจ้กินอะไรหรือยัง”


“เรียบร้อยแล้ว ถ้าฉันยังไม่กินอะไร แล้วต้องรอแกจนหิว ฉันสับแกเละแน่”

เธอลุกยืนตาโตใส่เขา


“อ้อ..นี่”

เธอยืนถุงกระดาษที่ใส่หมอนกับผ้าพันคอให้เขา


“อะไร?”

เขาถามงงงัน


“หมอนรองคอกับผ้าพันคอไง ฉันเอามาคืนแก”

เธอตอบอย่างไม่มีเยื่อใย


มองหน้าคนเมาอย่างไม่สนใจสายตาที่เศร้าสร้อย


“คืน ทำไม เจ้จะทิ้งผมไปเหรอ”

เขาถามเบาๆ ร่างโอนเอน


“ทิ้ง เทิ้ง อะไร ฉันไม่อยากได้อะไรที่เป็นของแกทั้งนั้นล่ะ แกมันคนใจร้ายใจดำ จ้องแต่จะทำร้ายหน้าฉัน”


หน้างอนๆ สะบัดหนี


“แต่ผมให้เจ้นะ แล้วผมยังมีของขวัญปีใหม่ให้เจ้ด้วย”

เขายังตอบอ่อนโยน แต่เจือความเศร้าทะลักล้น


“ฉันไม่เอาอะไรจากแกทั้งนั้นล่ะ ฉันไม่อยากมีความทรงจำกับของที่แกให้”


ราวกับคมมีดกรีดผ่าหัวใจ เป็นเอกหลับตานิ่ง นี่ปิ่นมณีรังเกียจเขามากขนาดนั้นเลยเชียวหรือ

 



Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2564 7:40:54 น.
Counter : 422 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 
รอบรั้วบดินทร zungzaa
(14 ก.ย. 2564 16:37:10 น.)
:: One pen : สุขทุกข์ :: กะว่าก๋า
(13 ก.ย. 2564 06:40:14 น.)
ถนนสายนี้ ... ... มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 285 "ครั้งแรก" ดาวริมทะเล
(16 ก.ย. 2564 18:45:23 น.)
♥♥ Moisture ♥♥ ทูน่าค่ะ
(10 ก.ย. 2564 10:31:06 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร

  


วันนี้พระเอกเศร้าค่ะ
โดย: หอมกร วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:5:40:44 น.
  
ยัยปิ่น ฉันจะตบแก หมอเขากำลังมีแผลในใจ แกมาพูดจาทำร้ายจิตใจหมอแบบนี้ได้ไง ห๊ะ
โดย: คนใจแข็งที่แกล้งอ่อนไหว (npsr_gb ) วันที่: 11 มีนาคม 2564 เวลา:0:25:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Unitan.BlogGang.com

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด