ยัย เจ๊ สุด ฮา กับ หมอ เกย์ จอม เฟี้ยว ตอนที่ 22 หน้า 3
ปิ่นมณี เลยตัดสินใจ เย็นวันศุกร์ เธอเก็บของใส่กระเป๋าเท่าที่พอใช้ 2-3 วัน หลังเลิกงาน


ขับรถมุ่งหน้าไปที่คอนโดของเป็นเอก พอมาถึงคอนโด ไปนั่งตรงม้าหินอ่อนที่เคยมานั่งรอเขาเมื่อปีที่แล้ว เธอมองมันแล้วยิ้มเมื่อคิดถึงความหลังครั้งก่อน ก่อนจะลงไปนั่งลงอีกรอบ


“นี่ฉันควรจะโทรหาเขาดีไหมนะ?”


“นี่ฉันควรจะไลน์หาเขาก่อนดีไหมนะ?”


“เขา อยู่ไหนนะตอนนี้”


เธอมองโทรศัพย์ กดเข้าไปในไลน์ เลือกไลน์เป็นเอกขึ้นมา ตอนนี้เขาเปลี่ยนรูปโปรไฟด์ เป็นรูปเขากับเธอที่เขาแอบถ่ายตอนเธอเผลอ



ปิ่นมณีคิดวิตกแล้วเริ่มถามตัวเองเบาๆ


“ถ้าเขายังไม่กลับ เราจะรอเขาตรงนี้ไหม?”


“ถ้าเขาไม่ยอมคุยกับเราล่ะ”


“ถ้าเขายังโกรธเราอยู่ เราจะทำยังไง?”


“เราจะเริ่มต้นคุยกับเขายังไงดี?”


เธอพูดกับตัวเอง คิดทบทวนสิ่งต่างๆ ซ้ำๆ อยู่คนเดียว


“เขารู้สึกกับเรายังไงกันแน่นะ อยู่ๆ ก็ทิ้งเรามา ฮืม.... เราควรต้องขอโทษเขาสินะ ที่พูดไม่ดีไปแบบนั้น”



“แล้วเขาจะ ยกโทษให้เราไหม เขาจะทิ้งเราไปจริงๆ เหรอ”


ความขัดแย้งเกิดขึ้นในใจ ทั้งความขลาดกลัวที่ก่อตัวขึ้น และความเสียใจกับความผิดพลาดของตัวเอง


เป็นเอกมายืนฟังปิ่นมณีที่เปิดไลน์เขาค้างไว้ แล้วเอาแต่พูดอยู่คนเดียว เขากลับมาจากคลินิก พอจอดรถแล้ว



เห็นรถปิ่นมณีที่โรงจอดรถ พอลองเดินออกมาก็เจอตัว นั่งพูดคนเดียวที่ม้าหินอ่อน ข้างๆ มีกระเป๋าตุงใบใหญ่ เขาเลยแอบย่องมายืนข้างหลัง แอบฟังเธอพูด



“หรือว่าเขา อยากจะไปจริงๆ เขาไม่ได้รักเราแล้ว”


เธอก้มหน้าพูด ราวกับจะสะอื้น



เป็นเอกก้าวมายื่นตรงหน้า ปิ่นมณีมองเห็นรองเท้าคู่งามก่อนจะค่อยๆ เงยหน้ามองเป็นเอกที่ยืนหน้านิ่ง



“มานั่งตรงนี้เดี๋ยวจะไม่สบายนะครับ มืดแล้วน้ำค้างลง”


เขาพูด



พอเจอหน้าเป็นเอกจริงๆ ปิ่นมณีถึงกับจุก พูดไม่ออก น้ำตาพาลจะไหล เธอได้แต่นั่งนิ่ง จนเป็นเอกเอื้อมมือมาดึงเอากระเป๋าที่วางอยู่ข้างๆ เธอ



เขาแอบยิ้มกับการเตรียมตัวมาค้างของปิ่นมณี แต่ก็แกล้งฟอร์มเอาไว้



“ไปคุยกันบนห้องก็ได้ครับ”


เขาทำทีพูดเสียงเรียบ



ปิ่นมณีเลยลุกตาม ค่อยๆ เดินตามเขาไปเข้าลิฟท์ ทั้งสองแยกยืนกันคนละมุม พอลิฟท์กำลังปิดลง


“รอด้วยครับ”


เสียงร้องบอกให้รอพร้อมร่างอันรีบร้อนของมิ้นที่วิ่งเข้าลิฟท์มาเช่นทุกครั้ง



“อ้าว พี่หมอสวัสดีครับ สบายดีนะครับ”


“ครับ”


เขาหันมายิ้มให้มิ้น


มิ้น กดชั้นที่ตัวเองอยู่ แล้วหันไปยิ้มทักให้ปิ่น เธอก็ยิ้มตอบเช่นกัน


“อยู่ชั้น 7 เหรอครับ”


มิ้นทักทายเพราะเห็นเธอ 2-3 ครั้ง



“เปล่าค่ะ แวะมาหาเพื่อน”


เธอตอบ


เป็นเอกขมวดคิ้ว


“อ้อ ครับ ผมอยู่ชั้น 6 ครับ”


“ค่ะ”

เธอยิ้มให้


เป็นเอกเลื่อนตัวมายืนข้างๆ เธอ ก่อนโอบที่ไหล่ ปิ่นมองหน้าเขา



“ปีรัน หนูกินข้างหรือยัง?”


ปิ่นถึงกับหน้าเหวอ


ปีรัน....นี่ใครกัน



“อย่าบอกนะว่าแม่ยังไม่พาหนูกินข้าว อะไร พอไม่อยู่กับพ่อหน่อย แม่ก็ไม่พาหนูทานข้าวตรงเวลาเหรอคะ เดี่ยวไปถึงห้องพ่อจะทำข้าวผัดอร่อยให้หนูทานนะคะ”



ปิ่นมณีถึงกับอ้าปากค้าง กับเสียงอันละมุนของเอก




พ่อ....แม่......ปีรัน.... ชื่อลูกฉันเหรอ



มิ้นเองก็อึ้งไม่ต่างกัน แต่ลิฟท์ก็ดันมาถึงชั้นของเขาก่อน มิ้นจำต้องก้าวออกไปยังไม่ทันจะเอ่ยถามอะไร


ยกมือขึ้นทำท่าจะโบกมือ ปิ่นหน้าเหรอหรา ส่วนเป็นเอกยืนยิ้มแฉ่ง ยกมือลามิ้น



ฉัน......แวะมาหาเพื่อน...หมดกัน




เป็นเอกเดินจูงมือปิ่นกลับห้อง เธอเดินอย่างเซื่องซึม
เป็นเอกมาถึงห้อง


เขาทำข้าวผัดให้เธอทาน แล้วนั่งมองเธอทานข้าวหน้าตาสำนึกผิด พอทานข้าวเสร็จ เขายกจานไปล้าง ปิ่นลุกตามเขาไป เหมือนมีอะไรจะพูด แต่เขาก็ไม่ยอมพูดอะไรด้วย จนเธออึดอัด ในที่สุดก็รวบรวมความกล้า



“หมอ...แกจะไม่คุยกับฉันเหรอ”


เธอถามเขา ทำหน้าแทบจะร้องไห้



เป็นเอกทำหน้าเรียบ แต่ในใจกลั้นหัวเราะสุดๆ



“เรามีอะไรต้องคุยกันเหรอคะ?”


เขาถาม


“ก็...ก็ ทำไมแกหนีมาอยู่ที่คอนโด”



“เพราะผมคงไม่เหมาะสมกับเจ้แล้ว เราคงต้องให้แต่ละคนทบทวนจุดยืนของตัวเอง”



ปิ่นมณีน้ำตาคลอเบ้า


นี่เธอจะต้องสูญเสียเขาไปจริงๆ หรือ ดูท่าเป็นเอกจะตัดสินใจเอาไว้แล้ว



“ฉัน ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”


เธอเริ่มเสียงสั่น



“ทำแบบนี้อาจจะดีต่อทุกฝ่ายนะครับ ลูกของเจ้เกิดมา เขาเองก็จะได้ไม่รู้สึกอายที่มีพ่อเป็นเกย์ โตขึ้นก็จะได้ไม่มีปมด้อย”


เขาพยายามตอกย้ำสิ่งที่ปิ่นมณีคิด และพูดจาห่างเหินเธอ



“ถ้าเจ้ไม่ได้รักผม ผมก็ไม่อยากจะฝืนใจเจ้ มันจะทำให้เราไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต ที่ผ่านมาผมคิดเอาเอง ทำเองทุกอย่าง จนลืมไปว่า เจ้ไม่เคยต้องการเลย”


น้ำเสียงแสนเย็นชาของเขาเอ่ย



ทำเอาปิ่นมณีใจยวบ ก่อนหน้านี้เขาเอาอกเอาใจเธอทุกอย่าง ตามใจเธอทุกอย่าง


ตามง้อเธอทุกอย่าง ทำไม เขาเปลี่ยนปุ๊ปปั๊ปจนเธอตั้งตัวไม่ทัน หรือที่ผ่านมาแค่แกล้งให้เธอตายใจ


ให้เชื่อสนิทว่าเขารักเธอจริงๆ แล้วก็ตีตัวออกไป เพื่อแก้แค้น



“เอก ฉัน...”


ปิ่นเริ่มสะอื้น ยืนก้มหน้านิ่ง



เธอจะยอมให้เขาไปจริงๆ ไหม


เป็นเอกเดินไปนั่งที่โซฟา


“ผมก็ไม่อยากให้เจ้คิดมาก เอาว่าเป็นว่า เราสองคนแยกกันอยู่ก็ได้ ผมจะทำหน้าที่พ่อของเขาให้ดีที่สุด ไม่ให้เจ้อับอายที่เขาจะถูกเพื่อนๆ ล้อ เรื่องพ่อเป็นเกย์”


เขาพูดออกมามองร่างน้อยที่ยืนสั่นเทา



“เรื่องของเราเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่ทีแรกแล้ว ที่จริงผมไม่น่าฝืนเลย มันยิ่งจะทำให้เราเจ็บปวดทั้งสองฝ่าย เจ้ก็เกลียดผม ผมต้องเจ็บปวดเพราะคำพูดของเจ้ ความรักของเราไม่มีจริง”




ถ้อยคำที่เอ่ยออกมา กรี๊ดแทงหัวใจปิ่นมณีจนไม่อาจจะห้ามเขื่อนที่น้ำล้นทะลักออกมาได้



นี่เธอได้ใจมาตลอดว่าเป็นเอกรักเธอ จนทำร้ายจิตใจเขาด้วยคำพูด กับท่าทีที่ไม่เคยสนอกสนใจ ยิ่งทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด




“เอก....ฉัน...ฉัน..ขอโทษ...ที่พูดทำร้ายแก ฉัน..แค่ หึง แก ถ้า เกิด แก จะกลับไปหาผู้ชาย ฉัน...หึง...แก ....ฉันไม่ได้คิดว่า....ลูกเราต้องอับอาย ที่มีพ่อเป็นเกย์..ฮืออออออ”



ปิ่นมณีกลั้นน้ำตาไม่ไหวร้องไห้ออกมา ยกมือขึ้นปิดหน้า เธอก็ไม่อาจจะเก็บกักคำพูดของตัวเองเอาไว้ได้


เสียงสะอื้นนี้ที่ทำให้เป็นเอกหลงรักตั้งแต่แรก


ตอนนี้เป็นเอกนั่งยิ้มอย่างดีใจที่ได้ยินเธอสารภาพความในใจออกมาแล้ว


มองร่างน้อยในชุดคลุมที่สะอื้นยืนสั่นเทา มาง้อเขา แค่นี้เขาก็รู้สึกหัวใจพองโตแล้ว  แต่กลับเป็นฝ่ายร้องไห้ไม่ยอมหยุด



“เจ้”


เขาเรียกเธอ



ปิ่นเงยหน้าจากฝ่ามือหันไปมองเขา ที่นั่งบนโซฟา เขาตบมือที่ตักเขาเบาๆ แล้วกางมือออก เรียกเธอไปนั่ง



ปิ่นมณีค่อยๆ เดินมานั่งลงที่ตัก



“ทีนี้ รู้แล้วใช่ไหม ว่าคำพูดมันทำลายความรักได้”


เขาถาม


ปิ่นพยักหน้า


เขาเช็ดน้ำตาออกจากแก้มใส



“เราสัญญากันแล้วว่าจะไม่ทะเลาะกัน และเราจะไม่เอาคำพูดร้ายๆ มาทำลายน้ำใจกันอีก ใช่ไหมคะ”


เขาพูดกับเธอ


ปิ่นมณีพยักหน้า



“แล้วทำไมแกไม่กลับบ้าน”



“ก็ผมสงสัยว่าเจ้คิดยังไงกับผมนิ”



“แต่ตอนนี้ ผมรู้แล้ว เวลาที่เจ้ หึงผม มันน่ารักมากเลย และมันก็ตื่นเต้นมากเลยนะ ทำให้ผมรู้ว่า เจ้รักผมขนาดไหน เจ้ไม่ต้องการให้ผมไป แค่รู้ว่าเจ้มาง้อผมบ้าง ผมก็ดีใจสุดๆ แล้ว”



ปิ่นมณีสะอื้อ


“แกแกล้งฉันใช่ไหม?”


เธอต่อว่าเขา



“ไม่ ไม่ เลย ผมอยากให้เจ้รู้ใจตัวเอง และผมอยากให้เจ้ เชื่อมั่นในตัวผมด้วย ผมมีลูกมีเมียแล้ว จะวิ่งตามหาผู้ชายที่ไหนได้อีก แล้วอีกอย่าง เมียผมก็ปากแข็งด้วย ขี้หึงด้วย”


เอกจับคางมน เขาเช็ดน้ำคราบน้ำตาของเธอเบาๆ



“เราจะไม่ทะเลาะกันอีกนะ”


เขายิ้ม


ปิ่นมณีแม้จะขุ่นเคืองที่เขาทำเธอร้องไห้ แต่ก็ยิ่งทำให้ใจเธอแทบป่นปี้กับความคิดของตน

เหตุใด เธอไม่เคยเอาใจของหมอเอกมาใส่ใจเธอ ทั้งที่เขาพร้อมอภัยเธอทุกเมื่อ ยิ่งทำให้หัวใจเธอร้าวรานหนักเข้าไปอีก



“หืออออออออออออ”


เธอปล่อยโหออกมาอีกรอบ



“อะไร...ไม่ร้องนะ เราคืนดีกันแล้ว”


เป็นเอกถึงกับทำตัวไม่ถูก



“ใช่ เราจะไม่ทะเลาะกันอีก ฉันจะไม่พูดเรื่องนี้อีก หือออออ”

เธอพูดออกมาปนสะอื้น



“ครับ”


เขาจูบที่แก้มเธอเบาๆ



“งั้น ก็ ต่อไปนี้จะยอมรับ และ เข้าใจผมทุกเรื่อง”



“อืออ”


เธอรับคำ



เขาจูบเธออีกหน



“ช่วงนี้ปลอดภัย”


เขาทำตาวิววับ



“อะไรน่ะ”


ปิ่นมณีทำหน้าตกใจ



เป็นเอกอุ้มเธอขึ้นมา


“ก็ 5 เดือนแล้ว..”


“ใช่...”


เธอตอบ


“ปีรัน หนูปิดตาก่อนนะ พ่อขอสวีทแม่หน่อย อิอิ”


เขาอุ้มปิ่นเข้าห้องนอนไป


“โอ้วววววว เดี๋ยวสิ”



เป็นเอกวางเธอลงบนที่นอน ปิ่นมณีมองเขาหัวใจเต้นแรง



เธอจะห้ามเขาดีไหมนะ.......


ก่อนที่จะปล่อยให้เป็นเอกจูบเธอเบาๆ

 



Create Date : 11 ตุลาคม 2564
Last Update : 11 ตุลาคม 2564 9:01:32 น.
Counter : 266 Pageviews.

3 comments
(โหวต blog นี้) 
ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 290 กิ่งฟ้า
(22 พ.ย. 2564 00:21:29 น.)
Lungi dal caro bene by Giuseppe Sarti ปรศุราม
(19 พ.ย. 2564 18:42:27 น.)
ตัวละครที่น่ารังเกียจ อาจารย์สุวิมล
(19 พ.ย. 2564 08:17:02 น.)
: สูญสลาย : กะว่าก๋า
(17 พ.ย. 2564 06:06:38 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณหอมกร

  
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 11 ตุลาคม 2564 เวลา:9:34:07 น.
  
กำลังสนุกเชียวค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 11 ตุลาคม 2564 เวลา:14:32:39 น.
  
สวัสดี

ฉันเป็นมุสลิมที่เรียกผู้คนให้เข้ารับอิสลาม

โปรดดูหน้าของฉัน 👇

https://is1t.blogspot.com/2018/04/blog-post.html

ในนั้นคุณจะพบทุกสิ่งที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับอิสลาม

ฉันขอให้คุณมีชีวิตที่มีความสุข .... ขอบคุณ


🔴🔴🔵🔴🔴🔴

🔴"ความหมายของชีวิต"🎬👇

https://youtu.be/yPMpqfoiS4A

⚠️🔴⚠️🔵⚠️

🔴ถ้าเรามีความปรารถนาที่จะทราบว่าศาสนาใดเป็นศาสนาที่แท้จริงหรือจอมปลอมนั้น เราจงอย่านำอารมณ์ ความรู้สึก หรือประเพณีของเราเองมาตัดสิน เราควรนำเหตุผล สติปัญญาของเรามาใช้จะดีกว่า

⚠️ เว็บไซต์แห่งนี้ จะเป็นการตอบคำถามที่สำคัญบางเรื่องซึ่งมีผู้สนใจสอบถามมา ดังนี้:

1- พระคำภีร์กุรอานที่มาจากพระดำรัสของพระผู้เป็นเจ้าโดยแท้นั้น นำมาเปิดเผยโดยพระองค์เองใช่หรือไม่?

2- พระมูหะหมัด คือพระศาสดาที่แท้จริง ที่ประทานมาโดยพระผู้เป็นเจ้าใช่หรือไม่?

3- ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาที่มาจากพระผู้เป็นเจ้าอย่างแท้จริงใช่หรือไม่? 👇

🔻หลักฐานบางประการที่บอกถึงความเป็นจริงของศาสนาอิสลาม 🔻

https://goo.gl/rYBqHe

⚠️🔴⚠️🔵⚠️

⚠️ ตัวอย่างพระดำรัสของพระศาสดามูหะหมัด

🔴 {ยิ้มให้แก่พี่น้องของพวกเจ้าเป็นการทำบุญกุศล...}

🔵 {การกล่าวดีเป็นการทำบุญกุศล}6

🔴 {ผู้ใดก็ตามที่ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าและวันสิ้นโลก (วันพิพากษา) ควรกระทำความดีต่อเพื่อนบ้านของตนด้วย}

🔵 {จ่ายค่าแรงคนงานก่อนที่เหงื่อของเขาจะแห้ง}
โดย: islam IP: 51.36.81.15 วันที่: 12 ตุลาคม 2564 เวลา:5:50:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Unitan.BlogGang.com

BlogGang Popular Award#17



unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด