ยัย เจ้ สุด ฮา กับ หมอ เกย์ จอม เฟี้ยว บทที่ 10 หน้า 3
ปิ่นมองดูหน้าผู้ใหญ่เคนอย่างนับถือ นี่ผู้ใหญ่ ไม่ได้อยากจะขายที่ให้พวกนายทุนนั่นเลย แล้วพ่อก็ไม่ต้องการให้ลูกบ้านขายด้วยเช่นกัน


“แต่ฉันก็อยากจะย้ายไปอยู่ในเมืองนะ ลูกฉัน มันก็ไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่”

มีเสียงป้าเอ่ย


“ใช่ๆ ตอนนี้ข้าก็อยู่กับผัวแค่สองคน ได้เงินเป็นล้านข้าคงหาบ้านใหม่ได้”

ป้าอ้อยเอ่ย


“ถ้าแกอยากขายที่ ก็ได้ยายฉิม ยายอ้อย แต่แก กลับมาเหยียบที่นี่อีกไม่ได้ ที่ที่ บรรพบุรุษแกยกให้มา เมื่อแกขายกินแล้ว มันก็ไม่มีที่ให้แกยืนได้แล้ว แกจะรู้สึกภาคภูมิใจขนาดไหนที่ได้ขายมันให้นายทุนไปสร้างโรงแรม ถ้าแกไม่เสียเงินนอนโรงแรมเขา แกก็เข้ามาไม่ได้”


“พ่อผู้ใหญ่ ถ้ายายฉิมขาย เขาก็ต้องบีบซื้อที่เราทั้งหมดเลยใช่ไหม”

เสียงอีกคนถามอย่างสงสัย


“ใช่”


“เรากำลังจะถูกไล่ที่ เราจะไม่มีที่อยู่”

ผู้ใหญ่เริ่มทำท่าคุกคาม


“ยาย ไม่มีที่ไป ยายมีแค่บ้านอยู่ที่นี่”

ยายเมิน เริ่มโอด


“ใช่ ที่นี่เป็นบ้านของข้า ข้าเกิดที่นี่ ข้าโตที่นี่ ที่นี่มีบ้าน มีอาหาร ที่นี่เป็นทุกอย่าง”

ลุมชุมลุกยืน


“ข้าไม่ขายหรอก”

แกร้องออกมามองหน้ายายฉิมยายอ้อย


“ใช่ๆ”

หลายๆ เสียงเริ่มสนับสนุนออก



ปิ่นยิ้มลุกขึ้น



“พวกลุงๆ ป้าๆ คะ ปิ่นขออนุญาติพูดอะไรสักอย่างหน่อยนะคะ ถึงปิ่นจะเป็นคนนอกที่มาอยู่เพียงไม่นาน

แต่ปิ่นชอบที่นี่มากๆนะคะ ปิ่นชอบธรรมชาติที่นี่ ปิ่นชอบทะเล ชายหาดที่ยังเงียบสงบ ชอบน้ำตกหลังเชา

ชอบปะการังทางใต้ ชอบลุงชุมที่พาไปตกหมึก ชอบเด็กๆ ที่สอนพายเรือ ชอบเบิร์ดที่เก็บมะพร้าว

ชอบอาหารที่แม่ลำใยทำ ชอบเสื้อที่ยายเมินทอ ปิ่นชอบทุกๆ อย่างที่นี่ค่ะ มันมีความทรงจำที่ดีเกิดขึ้นกับปิ่นในช่วงเวลาที่ไม่นาน ถ้าเกิดมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากเกินไป

เขาจะมาทำลายทุกๆ อย่างที่พวกเรามีในตอนนี้ เมื่อถึงตอนนั้น พวกเราก็อาจจะไม่ได้อยู่อย่างสงบเหมือนทุกวันนี้”


ทุกคนมองหน้าปิ่น


“ถ้าเราช่วยกันต่อรองนายทุน ไม่ให้เขามาบุกรุกชุมชนของเรา แต่เปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์แทน ให้พวกเราได้มาสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวเล ให้พวกเราได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ให้พวกเรามีกิจกรรมกับชาวเลอย่างสนุก เราอาจจะมีทั้งรายได้ และไม่ต้องขายทีก็ได้นะคะ”



หมอเอกมองเธออย่างปลื้มใจ ปิ่นรักที่นี่ เธออยากจะเก็บที่นี่เอาไว้ เธอมีความทรงจำที่ดีกับที่นี่


“ผมเองก็อยากให้ทุกคนเก็บที่ที่สวยงามแบบนี้ไว้ให้ลูกหลานของเรานะครับ”


ลุงๆ ป้าๆ หันไปซุบซิบกัน เพื่อหาข้อยุติ แต่ก็ดูเหมือนยังไม่มีข้อยุตินัก


การประชุมเลยสิ้นสุดลง หลายๆ คนแยกย้ายกลับบ้าน บางคนยังนั่งคุยกันต่อ


 
หมอเอกกับปิ่นกลับกระท่อมในตอนบ่าย


“หมอ เราจะทำยังไงดี ปิ่นอยากให้ชาวบ้านเขาอยู่แบบเดิม อนุรักษ์ชาวเลเอาไว้ แต่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีสาธารณสุขที่ดีขึ้น อยากให้ธรรมชาติ ความความสมบูรณ์ยังอยู่แบบนี้”


เวลาเธอเผลอแทนชื่อตัวเองว่าปิ่นกับเขาแล้วฟังดูน่ารักจนหมอต้องอมยิ้ม


“ตอนนี้เท่าที่ดู ชาวบ้านก็ สองจิตสองใจ สองฝ่าย คนที่อยากได้เงินเขาก็อยากขาย อีกส่วนก็รักแผ่นดินที่เคยอยู่”


“หมอ เป็นไปได้ไหม ที่เราจะทำท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่นี่”


“เป็นไปได้ แต่พวกเขาต้องมีผู้นำ”


“ว่าแต่นายทุนที่ว่า เขาจำเป็นต้องเอาที่นี่ทำโรงแรมด้วยเหรอ?”


เธอตั้งคำถามอย่างสงสัย


หมอมองหน้านวล เขาก็ไม่คิดหรอกว่า ปิ่นมณีจะเป็นประเภทชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น หรือประเภทชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยน


“บริเวณนี้ เป็นอ่าวที่สวย มันเป็นวงครึ่งเสี่ยวคล้ายวงพระจันทร์ และเป็นที่หลบคลื่นพายุได้เป็นอย่างดี

ในน้ำก็ยังอุดมสมบูรณ์ เพราะสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่สามารถมาหลบพายุคลื่นลมแรงและเพาะพันธุ์ของสัตว์น้ำ บนบกมีน้ำตกมีป่าที่ยังสมบูรณ์ พืชพรรณธรรมชาติ เป็นอาหาร และอาศัยอยู่อย่างสบาย”

หมอบอกเธอ



“หมอ เราไปดูกันไหม โรงแรมที่ว่า”


หมอมองหน้าเธอ พลางถอนหายใจ ที่จริงเขาคิดไว้แล้ว แต่ไม่อยากให้ปิ่นมณีไปด้วย


“ฉันอยากเห็นนายทุนหน้าเลือดพวกนั้นนัก จิตใจทำด้วยอะไร จะมาไล่ที่ชาวบ้านไปง่ายๆ แบบนี้ เป็นยักษ์มารจากภพไหนมาเกิดกัน”


“ผมไปเอง เจ้ไม่ต้องไปหรอก เผื่อมีอันตราย”


“ได้ไง ฉันเป็นคนชวนนะ”


หมอส่ายหน้า แล้วเดินขึ้นกระท่อมไป


“อะไรฟ่ะ”

ปิ่นกระทืบเท้าอย่างขัดใจ



เธอพยายามตื้อหมอเอกให้พาเธอไปหลังเขาอีกฟากเหมือนเขาไม่ได้สนใจใยดีต่อคำชวน พาเธอไปอาบน้ำที่น้ำตก ขากลับปิ่นมณีเก็บมะขามป้อมมาจิ้มเกลือกิน


“หมอ......”

เธอเรียกเขาเพื่อให้สนใจพยายามเกลี่ยกล่อมเขา


“เราไปดูที่เขาสร้างโรงแรมเถอะนะ”


หมอมองหน้าเธอแล้วก้มหน้าก้มตาหุงข้าวต่อ


“หื้ออออ หมอ แกทำไมไม่สนใจฉัน”

เธอทำเสียงอ้อน


“มันอันตราย แล้วอีกอย่าง มันไม่ใช่เรื่องของเจ้”


เขาพยายามพูดให้เธอเลิกสนใจ


“หือ...”

ปิ่นมณีกัดมะขามป้อมกินฟึดฟัด


“นะ หมอนะ เราไปดูเขาสร้างโรงแรมนะ ฉันอยากรู้”

เธอพยายามอ้อนวอนต่อ


หมอตักข้าวต้มรวมมิตรทะเลมาวางให้


“ทานข้าวเสร็จแล้วแปรงฟันและเข้านอน”

เขาบอกเธอ ไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอร้องขอ



เธอจำใจกินข้าวอย่างไม่สบอารมณ์กินเสร็จล้างชาม แปรงฟันแล้วเข้าไปในห้อง


หมอตามเข้ามามองหน้างอของปิ่นมณีแล้วนั่งลงเงียบๆ แกล้งนอนหันหลังให้


ปิ่นมณีมองตาขวางขบฟันแน่นกับท่าทางไม่สนใจของหมอ
เห็นทีเธอจะต้องอ่อยหมอบ้างแล้ว

ปิ่นมณี สบัดหน้าม้าเตรียมพร้อม ทำเป็นเลื่อนคอเสื้อเผยไหล่ข้างหนึ่ง โน้มตัวลงแนบกับแผ่นหลังของหมอ แกล้งเอาหน้าอกบดเบียดเขาอย่างจงใจยั่วยวน



“หมอ นะ พาฉันไปหน่อยยยยยย นะ นะ พาฉันไปหน่อยยยยยย”

เธอพร่ำบอกเขา อ้อนวอนเขาหลายรอบ


ทำเอาหมอเอกขบขันกับท่าทางอ่อยของเธอ เขาพลิกตัวมามอง


“ไม่ง่วงนอนเหรอ หรือว่าอยาก”

เขาถามหยักคิ้วไว้


ปิ้นถึงกับสะดุ้ง จับคอเสื้อขึ้น แล้วลงนอนอย่างโมโห เป็นเอกขำกับท่าทางงอน แกล้งพลิกตัวมาค่อมตัวเธอไว้ ปิ่นมณีตกใจ


“แก จะทำอะไร ไปนอนไกลๆ เลย”


“อ้าว เมื่อกี้นึกว่าอ่อยนิ”


“ไม่”

เธอตอบหน้าแดง กัดฟันเม้มปากแน่น



“เหรอครับ แต่ตอนนี้ผมอยากแล้วนะ”


ไม่พูดเปล่า เขาก้มลงจูบเธอโดยที่ปิ่นไม่ทันเอ่ยปากห้าม
 




เช้าวันต่อมา ปิ่นก็แปลกใจที่ตื่นมาไม่พบเป็นเอกนอนข้างๆ เธอ เธอจึงรีบลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าออกมาล้างหน้าล้างตาแล้วลงจากกระท่อมไป มองหาเป็นเอก เรียกหาเขาอยู่นานไม่มีเสียงตอบรับ



“หรือว่าแกแอบไปดูพวกทำโรงแรม”



ปิ่นมณีตาลุกวาวนึกเคียงเป็นเอกที่หนีไปคนเดียว


เธอรีบไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน พบแม่ลำใยกับเด็กๆ กำลังกินข้าวเช้ากันอยู่



“อ้าว เมียหมอ มาแต่เช้าเลย มากินข้าวด้วยกันเร็ว”


“แม่ลำใย เห็นหมอเอกไหมคะ”


เธอถามอย่างรีบร้อน



แม่ลำใย มองอีกฝ่ายกับท่าทีร้อนใจก็แปลกใจ


“อ้อ ก็หมอเอกกับผู้ใหญ่บ้านพากันไปที่ก่อสร้างโรงแรมจ๊ะ หมอเอกไม่ได้บอกเมียหมอไว้หรอ”



ปิ่นยืนอึ้งอยู่พักใหญ่



มันเป็นจริงอย่างที่เธอคิดจริงๆ หมอเอกไม่อยากให้เธอไปด้วยทำไม มันลึกลับซับซ้อนยังไง แค่ก่อสร้างโรงแรม


“แม่ลำใย เขาไปกันยังไงคะ”



“นั่งสามล้อไปน่ะสิ”


“มันไกลไหมคะ”


“น่าจะ 7-8 โล น่ะ ถ้าเดินก็เป็น ชั่วโมง 2 ชั่วโมง”


ปิ่นมณีมองซ้ายมองขวา เธอจะหาอะไรเป็นพาหนะได้




“ปรื้นนนนนน”


เสียงรถใครมาจอดที่หน้าบ้าน



แม่ลำใยกับปิ่นหันไปมอง ลุงเขียวกับไอ้เบิร์ด ขับรถพ่วงมาจอดที่หน้าประตูบ้าน



“จะไปไหนตาเขียว”


แม่ลำใยร้องทัก



“พ่อผู้ใหญ่อยู่ไหม?”


“พี่เคนแกไปที่ก่อสร้างโรงแรมจ๊ะ”



“ดีเลย เดี๋ยวข้าตามไปดูที”


“จ๊ะ”




“เดี๋ยววววววววลุงงงงงเขียวววววววว”




ปิ่นมณีรีบร้องตาม



“ว่าไง”



“หนูไปด้วยยยยยย”




ปิ่นมณีวิ่งออกมากระโดดขึ้นไปนั่งข้างเบิร์ด


เธอหันไปยิ้มทักทายเบิร์ดที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน แล้วจับจมูกตัวเองไว้ กลัวว่าเบิร์ดจะแกล้งเธอเอา


เรื่องกลัวลิง ก็เอาไว้ก่อน ตอนนี้


 
 



Create Date : 17 เมษายน 2564
Last Update : 17 เมษายน 2564 7:23:52 น.
Counter : 347 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
:: พู่กันเดียว - กรรม :: กะว่าก๋า
(14 ก.ย. 2564 05:32:13 น.)
:: One pen : สุขทุกข์ :: กะว่าก๋า
(13 ก.ย. 2564 06:40:14 น.)
ภพผูกรัก บทที่ 4/1 lovereason
(13 ก.ย. 2564 00:02:57 น.)
:: One pen : เตือนตน :: กะว่าก๋า
(12 ก.ย. 2564 06:41:21 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณnewyorknurse

  
เรื่องจะดำเนินต่อไปอย่างไรน๊า

โดย: หอมกร วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:16:41:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Unitan.BlogGang.com

unitan
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]

บทความทั้งหมด