[Events] The New Pantene for Long Lasting Result



เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทาง Pantene ได้จัดงานแถลงข่าวผลิตภัณฑ์ Pantene Pro-V สูตรปรับปรุงใหม่ โดยเชิญบรรณาธิการความงามจากนิตยสารชั้นนำของเมืองไทยจำนวน 30 ท่าน มาร่วมทานอาหารค่ำไปพร้อมกับการชมพรีเซนเทชั่นไปด้วย



ทางฝั่งออนไลน์ก็มีสามบล็อกเกอร์อย่าง ปูเป้ (PuPe_so_Sweet) กับพี่ฟลุ๊ค (AlwaysFluke) และพี่มด (CinnamonGal) และตัวแทนจากเวปไซต์ CosmeNet



แต่ไฮไลท์หลักที่ปูเป้ให้ความสนใจก็คือในงานนี้มี มร. กีริช โจวานนี ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารวิทยาการความงามและเทคนิคผลิตภัณฑ์ ของ P&G บินตรงมาจากประเทศสิงคโปร์เพื่อมาให้ข้อมูลทางด้านเทคนิคเกี่ยวกับการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ โดยมี คุณวรศิษย์ ตุรงค์สมบูรณ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ ประจำประเทศไทย เป็นผู้แปลเนื้อหา ซึ่งปูเป้จะขอจับใจความสำคัญมาเล่าให้ได้อ่านไปเป็นข้อมูลกัน



โดยทาง Taylor Nelson Sofres (TNS) อันเป็นบริษัทวิจัยชั้นนำได้ทำการสำรวจผู้หญิง 1,013 คน อายุช่วง 22-35 ปี ในประเทศญี่ปุ่น อินเดีย ไทย และประเทศจีนได้ข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

- "เส้นผม" เป็นหนึ่งในปัญหาเรื่องความงามที่ผู้หญิงให้ความสนใจมากที่สุด
- 63% ของผู้หญิง ใช้แชมพู คู่กับ คอนดิชันเนอร์
- ปัญหาที่พบบ่อยคือ "ผมแตกปลาย" "ผมขาดหลุดร่วง" "ผมลีบแบน" "ผมหยาบและพันกัน"

และยิ่งถามลึกลงไปถึงปัญหาที่ผู้หญิงกลุ่มนี้พบเจอก็ได้พบว่า ผู้หญิงกว่า 77 % ที่ใช้ทั้งแชมพูกับคอนดิชันเนอร์และรวมถึงทำทรีตเมนต์เป็นประจำ กลับยังพบว่าเส้นผมของพวกเธอยังคงแห้งและอ่อนแอ และอีกกว่า 82.8% ให้ความเห็นว่าผลิตภัณฑืที่พวกเธอใช้อยู่นั้น ให้ผลแค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น จึงทำให้ผลสรุปรวมจากผู้หญิง 85% บอกว่าพวกเธอต้องการผลิตภัณฑืที่ช่วยบำรุงและแก้ปัญหาเส้นผมได้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้วก็ตาม



ทีนี้ก็มาถึงการปรับปรุงสูตรผลิตภัณฑ์ โดยผู้ที่พัฒนาสูตรผสมนั้นจะต้องเข้าใจว่าสภาพเส้นผมของคนในแต่ละเชื้อชาตินั้นมีความแตกต่างกัน ซึ่งเขาบอกว่าเส้นผมแต่ละประเภทก็ตอบสนองกับส่วนผสมหรือสารบำรุงแตกต่างกันด้วย โดยอย่างในชาร์ตก็จะแบ่งเส้นผมออกเป็น 3 แบบ

- เส้นผมที่ค่อนข้างเล็ก (Fine) มักจะเป็นเส้นผมสีออ่อนองชาวตะวันตก โดยเส้นผมจะเรียงตัวกันแบบขนาน ทำให้ส่วนผสมของสาร Active เข้าไป "จับ" ได้ยาก และขนาดที่เล็กกว่าก็หมายถึงพื้นผิวที่สารบำรุงจะไปทำปฏิกิริยาก็น้อยกว่าด้วยเช่นกัน

- เส้นผมหนา (Normal / Thick) จะเป็นเส้นผมของคนเอเชีย มีโอกาสที่จะชี้ฟูได้ง่ายกว่า การเรียงของไฟเบอร์มีลักษณะไขว้กัน ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดการเสียดสีมากกว่า แต่ในขณะเดียวกนก็ทำให้สารบำรุงเข้าไปจับได้ง่ายกว่าด้วยเช่นกัน

- ผมทำสี (Colour Treated) เป็นเส้นผมที่มีคุณสมบัติทางเคมีแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง จากเดิมที่ผมจะมีพวก Lipid ที่เป็นน้ำมันเคลือบอยู่ ทำให้ผมดูดความชื้นได้น้อย แต่เส้นผมที่ผ่านการทำเคมีจะดูดซับน้ำได้ง่ายกว่ามาก และพื้นผิวมีประจุลบสูงซึ่งส่วนผสมของสารบำรุงปกติที่ไม่มีประจุหรือเป็นสารที่ชอบน้ำมันจะเข้าไปทำปฏิกิริยาด้วยลำบาก

ดังนั้นแบรนด์ผลิตภัณฑืบำรุงเส้นผมใหญ่ ๆ ก็จึงจำเป็นต้องทำการทดสอบและพัฒนาสูตรให้เหมาะกับสภาพเส้นผมของคนในแต่ละประเทศหรือทวีปด้วย โดยทาง Pantene บอกว่าเขาต้องใช้เวลา 2 - 3 ปีในการวิจัยและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑฺ์กว่าจะได้ออกวางจำหน่าย



ในสูตรของ Pantene Pro-V นอกจากจะมีโปรวิตามิน B5 แล้ว ก็ยังมีเทคโนโลยีในการสร้างตาข่ายเพื่อลดการเสียดสีของเส้นผมในขณะสระผม (มีในแชมพู) และสำหรับคอนดิชันเนอร์ก็จะมีเทคโนโลยีในส่วนของ Surfactant และ Polymer ในการที่จะก่อโครงข่ายของเจลที่จะเข้าไปเคลือบและบำรุงเส้นผมเอาไว้

โดยการปรับปรุงสูตรในครั้งนี้ทาง Pantene ไม่ได้นำเสนอส่วนผสมอะไรใหม่ แต่เป็นการที่เขาได้วิจัยจนค้นพบสัดส่วนที่ "พอเหมาะ" ที่สุดสำหรับการให้ผลลัพธ์ที่ดีกับเส้นผมในแต่ละประเภท ซึ่งส่วนตัวมีความเห็นตรงกันเพราะหากถ้าเราพลิกดูส่วนประกอบของแชมพูและคอนดิชันเนอร์ที่วางขายทั่วไป เราจะพบกับส่วนผสมที่ซ้ำ ๆ กัน ดังนั้นสิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นให้ผลที่แตกต่างกันก็คือ "สัดส่วน" ของสารแต่ละชนิดที่ประสานกันอย่างลงตัว

ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้การเลือกผลิตภัณฑืบำรุงเส้นผมนั้นไม่สามารถบอกประสิทธิภาพได้จากการดูส่วนประกอบ แต่แม้กระนั้นการอ่านส่วนผสมก็ยังมีประโยชน์ในแง่ของการทำให้เราสามารถเลือกหรือเลี่ยงส่วนผสมที่ไม่ต้องการได้



โดยสูตรที่รับการปรับใหม่ในครั้งนี้มีทั้งหมด 3 สูตรที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Total Damage Care สำหรับผมแห้งเสียแตกปลาย (นัท-มีเรีย เบนเนเดดตี้) Hair Fall Control สำหรับผมขาดหลุดร่วง (นุ่น–วรนุช ภิรมย์ภักดี) และ Silky Smooth สำหรับให้ผมเรียบลื่นไม่พันกัน (รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์)

ตอนนี้ก็มีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยเลือกผลิคตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพเส้นผมของเรา ซึ่งใครที่สนใจก็สามารถแวะเข้าไปลองดูได้ที่ Facebook ของ Pantene Thailand จ้า

ก็หวังว่าข้อมูลที่นำมาฝากจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะฮะ และสุดท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณทางบริษัท P&G ประเทศไทยที่ให้โอกาสได้ไปร่วมงานในครั้งนี้ด้วยครับ :)




Create Date : 09 มีนาคม 2555
Last Update : 9 มีนาคม 2555 18:32:19 น.
Counter : 5540 Pageviews.

2 comments
  
ใจมาก ที่อับเดตคับ... อยากถามพี่ปูเป้ เซรั่มเห็ดของorigin ช่วยเรื่องผดผื่น สิว ป่าวคับ. ขอบคุนร่วงหน้า55
โดย: Moonoi IP: 115.67.128.39 วันที่: 10 มีนาคม 2555 เวลา:22:48:32 น.
  
ชื่นชมมากๆค่ะ วันนี้มีคนไข้มาหาหมอ บอกว่าเป็นแฟนคุณปูเป้ ดิฉันเลยเข้ามาตามอ่านบ้าง เขียนได้ดีมากๆๆๆ เก่ง ดูดี ใจดี

หมอมองว่าคนไทยยังมีข้อเสียตรง อยากดูดีไวไว เลยประโคมๆๆ จนบางทีไม่ได้แพ้ แต่เป็นการระคายเคืองจากการใช้ถี่เกิน หรือมากเกิน จนผิวไม่แข็งแรง จะไปใช้อะไรอีกก็ลำบาก ยังไงขียนอะไรดีดีอีกนะคะ จะตามอ่านเรื่อยๆจ้า
โดย: หมอเต่าหลังตุง (pintakai ) วันที่: 9 เมษายน 2555 เวลา:8:51:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Pupesosweet.BlogGang.com

PuPe_so_Sweet
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 1829 คน [?]

บทความทั้งหมด