ททท.ภูมิภาคภาคกลางพามาทำบุญไหว้พระเปิดทรัพย์รับโชคที่จ.สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม



นายไพรัชช์ ทุมเสน
ผู้อำนวยการ กองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
เปิดเผยว่า
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง ได้นำคณะสื่อมวลชนมาท่องเที่ยว
ในทริปท่องเที่ยว "ภาคกลางเที่ยวใกล้ที่ไหนก็สนุก" ในจังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม
โดยที่เมื่อตอนเช้าก็ได้พาไปแวะเยือนตลาดสดมหาชัย
ที่เป็นตลาดสดที่มีอาหารทะเลสดๆ ใหม่จริงๆ และราคาถูก
จากนั้นลงเรือข้ามฟากไปยังท่าฉลอม นับเป็นการท่องเที่ยวในอีกรูปแบบหนึ่ง
สำหรับฝั่งท่าฉลอมก็จะมีอาหารทะเลแห้งเป็นหลัก
แล้วก็มีสถานที่ท่องเที่ยวนั่นก็คือวัดบ้านแหลม
และยังมีสถานีรถไฟบ้านแหลม ซึ่งเป็นสถานีรถไฟสายที่สั้นที่สุดในประเทศไทย
คือมีเส้นทางการเดินรถไฟจากสถานีรถไฟบ้านแหลมไปยังสถานีรถไฟแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม
โดยเส้นทางรถไฟเส้นทางนี้ก็จะมีไฮไลต์นั่นก็คือเป็นทางผ่านไปยังตลาดร่มหุบอีกด้วย

สำหรับในช่วงกลางวันเราก็ได้พาไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนา
เป็น "วัดนักบุญอันนา" ที่วัดนี้จะมีรูปปั้นนักบุญอันนาขนาดใหญ่
ซึ่งจะมีสิ่งพิเศษสุดที่แปลกมากเลยนั่นก็คือเมื่อเราหยอดเหรียญ 10 บาทลงไปในตู้หยอดเหรียญ
องค์รูปปั้นนักบุญอันนาจะหมุนรอบ 360 องศา และวัดนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน
ซึ่งมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมากก่อนที่ออกไปสู่ปากอ่าวไทย

จากนั้นเราพาไปไหว้พระที่วัดโพธิสัตว์กวนอิม จ.สมุทรสาคร ที่มีรูปหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิมปางเมตตา
แล้วไปไหว้พระต่อที่วัดช่องลม ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่ง
ซึ่งทางตำบลท่าฉลอม อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
นับเป็นตำบลแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการประกาศในเป็น
"สุขาภิบาลแห่งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5"
หลังจากนั้นเราไปทานอาหารเที่ยงมื้อกลางวันกันที่ร้านอาหาร "ร้านอาหารครัวเจ๊ ไพริมเขื่อนท่าฉลอม"
เป็นอาหารทะเลที่มีความอร่อย มีความสด และราคาไม่แพงนะครับ

หลังจากนั้นเราพาคณะสื่อมวลชนมาท่องเที่ยวต่อในจังหวัดสมุทรสงครามที่วัดประดู่
ซึ่งมีความพิเศษก็คือจะมีรูปปั้นที่ปั้นด้วยดินสอพองของสมเด็จพระสังฆราช
ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงองค์ปัจจุบัน
โดยฝีมือของพระภาวนาวิสุทธิโสภณ หรือหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ อติสกฺโข เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
และมาไหว้พระต่อที่วัดบางกะพ้อม ที่มีหลวงพ่อคงองค์ใหญ่
ท่านเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดสมุทรสงคราม วัดนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง ขอเชิญชวนมาท่องเที่ยว
นักท่องเที่ยวสามารถมาไหว้พระขอพรมาทำบุญไหว้พระเปิดทรัพย์รับโชคที่จ.สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม
สำหรับช่วงเช้าถ้านักท่องเที่ยวมาพักที่อัมพวา ที่นี่จะมีการตักบาตรทางน้ำ
โดยพระสงฆ์จะมารับบาตรทางเรือพระสงฆ์ท่านจะพายเรือมารับบาตรเอง
นักท่องเที่ยวสามารถมาใส่บาตรได้ที่หน้าที่พักของท่านได้เลยเป็นการเสริมบุญบารมีในช่วงปีใหม่นี้ครับ



ททท. ภูมิภาคภาคกลาง และ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม พาเดินชมตลาดสดมหาชัย
เรียกว่ายกพลขึ้นบกที่จังหวัดสมุทรสาครได้ขึ้นชื่อว่าอาหารทะเลที่นี่สดจริงๆ ค่ะ
จากนั้น ททท. ภูมิภาคภาคกลาง และ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม
พาลงเรือข้ามฟากจากมหาชัยมายังท่าฉลอมว่าแล้วคิดถึงเพลงท่าฉลอมขึ้นมาในบัดดล..มิวสิค...



คลิกที่นี่ย้อนไปดูตอนที่ 1
เที่ยววิถีไทยสุขกลางใจใกล้แค่เอื้อม ททท.ภูมิภาคภาคกลาง แนะนำเส้นทางทำบุญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่




ททท. ภูมิภาคภาคกลาง และททท.สำนักงานสมุทรสงคราม พามาเช็คอินกันที่ "บ้านท่าฉลอม"
ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 18 ถนนถวาย ต.ท่าฉลอม อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ใกล้โรงเรียนเทศบาลวัดแหลมฯ
"บ้านท่าฉลอม" เป็นศูนย์การท่องเที่ยวและกิจกรรมชุมชนในท่าฉลอม
นี่เป็นอีกหนึ่งในโครงการเพื่อชุมชนของ สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม)
โดยเริ่มเปิดเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2561 เวลา 9.00-17.30 น. จะปิดทุกวันพุธ
มาที่นี่ก็จะได้ทราบถึงความเป็นมาความเป็นไปของท่าฉลอมเลยค่ะ ต้องมาดู "แจ๊" ให้ได้ค่ะ



จากนั้น ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม และ ททท.ภูมิภาคภาคกลาง
พามาไหว้พระที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม
เพื่อมาสักการะหลวงพ่อวัดบ้านแหลม
ประวัติหลวงพ่อวัดบ้านแหลม อีกหนึ่งในตำนานของความศักดิ์สิทธิ์ กล่าวกันว่า
ชาวบ้านแหลมที่มาตั้งรกรากเมื่อประมาณปี พ.ศ.2307 ส่วนใหญ่เป็นชาวประมง
ซึ่งไปลากอวนหาปลาที่ปากน้ำแม่กลอง อวนได้ติดพระพุทธรูปขึ้นมาสององค์
องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตร และอีกองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่ง
ชาวบ้านจึงอาราธนาพระพุทธรูปยืนมาประดิษฐานที่ศรีจำปาซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของเมืองแม่กลอง
ส่วนพระพุทธรูปนั่งได้มอบให้ญาติพี่น้องนำไปประดิษฐานที่วัดตะเครา เมืองเพชรบุรี

วัดศรีจำปานี้ต่อมาได้ชื่อว่า วัดบ้านแหลม
แลต่อมาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชั้นวรวิหาร
และได้รับพระราชทานนามว่า วัดเพชรสมุทวรวิหาร

บาตรแก้วสีน้ำเงินที่เห็นอยู่ปัจจุบันนี้
สมเด็จพระเจ้าบรมเธอกรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช ได้ถวายไว้
เนื่องจากบาตรเดิมอาจจมหายอยู่ในน้ำก่อนที่ชาวประมงจะได้จากทะเลปากอ่าวแม่กลอง

หลวงพ่อวัดบ้านแหลม จ.สมุทรสงคราม ขึ้นชื่อเลื่องลือไปทั่ว
ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อบ้านแหลมที่ใครมากราบไหว้ขอพรแล้วมักสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา



หลวงพ่อบ้านแหลม หรือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม
เป็นพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตร สูงประมาณ 2 เมตร 80 เซนติเมตร
หล่อด้วยทองเหลืองปิดทอง

หลวงพ่อบ้านแหลมประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดเพชรสมุทรวรวิหาร
หรือที่เรียกว่าวัดบ้านแหลม
เป็นพระพุทธรูปสำคัญของชาวเมืองแม่กลอง หรือจังหวัดสมุทรสงคราม
มีพุทธลักษณะงดงาม
เพราะหล่อด้วยสัมฤทธิ์ผสมด้วยทอง เงิน นาก
พระพุทธรูปยืน ปางอุ้มบาตร ของผุ้ที่เกิดวันพุธ พระพุทธรูปมีขนาดสูงเท่าคนจริง
สังเกตที่บริเวณฐานพระบาท มีดอกบัวรองรับพระบาทอยู่บนแท่นฐานแข้งสิงห์
ซึ่งก่อสูงขึ้นประมาณ 45 เซนติเมตร ส่วนองค์พระสูง 167 เซนติเมตร
เป็นพระพุทธรูปทองเหลือลงรักปิดทองที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรึอยุธยา

หลวงพ่อวัดบ้านแหลมมีลักษณะเด่น
กล่าวคือ มีพระพักตร์งดงามคล้ายพระพักตร์ของเทพบุตร
โดยมีคำกล่าวไว้ว่า หลวงพ่อวัดบ้านแหลมมีรูปพระพักตร์เป็นเทวดา และถือว่ามีเทพ
หรือเทวดาเข้ามาสิงสถิตรักษา อยู่ในองค์หลวงพ่อวัดบ้านแหลมงศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก
หากมากราบสักการะหลวงพ่อวัดบ้านแหลม สมหวังนะคะ



สถานีรถไฟบ้านแหลม ตั้งอยู่ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
เป็นสถานีรถไฟที่ได้รับสมญานามว่าสถานีรถไฟสายโดดเดี่ยว เพราะเป็นสายสั้นๆ
มีเส้นทางเดินรถไฟระหว่างสถานีบ้านแหลม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร
แล่นไปจนถึงสถานีแม่กลอง อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม
โดยสถานีแม่กลอง ได้เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2448
เป็นสถานีรถไฟชั้น 2 ของทางรถไฟสายแม่กลองช่วงบ้านแหลม – แม่กลอง
และเป็นสถานีปลายทางของเส้นทางช่วงบ้านแหลม – แม่กลอง มีระยะทางประมาณ 33.57 กิโลเมตร
ผู้โดยสารที่เดินทางไปกรุงเทพฯ จะต้องลงจากขบวนรถที่สถานีรถไฟบ้านแหลม
และต่อเรือข้ามฟากที่ท่าฉลอมไปขึ้นรถไฟช่วงต่อที่สถานีรถไฟมหาชัย มีปลายทางที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่
ระยะทาง 31 กิโลเมตร



หากประสงค์จะเดินทางในเส้นทางสายนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง
หรือ https://www.railway.co.th/
และเฟซบุ๊กแฟนเพจ ทีมพีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย



ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบไปไหนมาไหนด้วยมอเตอร์ไซด์รับจ้าง
จะมีบริการไปไหนมาไหนด้วยสามล้อ
อุ้มยังมีอีกทริปตะลอนทัวร์ไปเที่ยวกับสามล้อ เดี๋ยวค่อยโพสโอกาสหน้า เว้นระยะสักหน่อยค่ะ



วัดแหลมสุวรรณาราม
ตั้งอยู่เลขที่ 2 ถนนถวาย ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร



สมเด็จองค์พระปฐมพระพุทธสิขีจักรพรรดิมุนีสัมพุธธชยันตรีศรีสาคร
พระพุทธองค์ใหญ่วัดแหลมสุวรรณาราม นับเป็นพระพุทธรูปใหญ่ริมแม่น้ำท่าจีน



โบสถ์ไม้แห่งแรกแห่งเดียวในประเทศไทย



ภายในโบสถ์ประดิษฐานหลวงพ่อดำแต่เดิมองค์พระเป็นไม้
เนื่องจากทรุดโทรมไปตามกาลเวลาจึงมีการครอบด้วยปูนดังที่เห็นในปัจจุบัน
นอกจากความสวยงามของโบสถ์ไม้เก่าหลังนี้แล้ว



ให้จับตามองไปที่ช่อฟ้าใบระกาที่สวยแปลกตาไม่เหมือนที่อื่น
นั่นคือ ช่อฟ้าด้านบนสุดจะเป็นรูปหัวสิงโตถัดลงมาเป็นหัวพญานาคไหหลำและหัวพญานาคไทย
รวมไปถึงกระเบื้องปูพื้นลวดลายโบราณจากจีนอายุกว่าร้อยปี



โปรดสังเกตว่าที่ซุ้มวงกบ ประตูแกะสลัก แกะสลักด้วยฝีมือและความปราณีตบรรจงอ่อนช้อยงดงาม
เป็นฝีมือจากช่างชาวจีนไหหลำ
รวมถึงพระพุทธรูปรอบโบสถ์ที่ทำจากไม้ทั้งสิ้น 18 องค์ แต่มีเพียงหนึ่งองค์ที่ทำจากเนื้อสำริด



เรื่องภาพทีเผลอเป็นมุมถนัดของคุณนายอุ้มสีหันไปเห็นพอดี...แหล่มเลย..จัดไป



จากนั้น ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม และ ททท.ภูมิภาคภาคกลางวัดนักบุญอันนา
ตั้งอยู่ที่ : เลขที่ 79 หมู่ 4 ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
โทร 034-819-216 ถึง 17 โทรสาร 034-819-216



ตามความเชื่อในศาสนาคริสต์ เชื่อกันว่านักบุญอันนานั้นเป็นมารดาของพระนางมารีอา
ผู้เป็นพระมารดาของพระเยซู ชาวคริสต์จึงนับถือท่านในฐานะ “ท่านยาย” ของพระเยซูนั่นเอง
ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน
ทำให้ชาวบ้านที่อยู่บนบกอยากให้นักบุญอันนาหันหน้ามาทางแผ่นดินบ้าง
เพื่อจะมาคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย
ชาวบ้านจึงกว้านเรือมารองเป็นฐานของรูปปั้นเพื่อให้สามารถหมุนได้ 360 องศา Amazingไทยเท่



พระรูปของท่านแต่เดิมนั้นตั้งหันหน้าออกสู่ท้องทะเล
ตั้งแต่อดีตทุกครั้งที่ชาวประมงแห่งลุ่มน้ำท่าจีนต้องออกทะเล
ชาวประมงมักจะแวะมาจอดเรือเพื่อสักการะขอพรพระรูปนักบุญอันนา
เพื่อให้แคล้วคลาดจากอันตรายและขอพรจากนักบุญอันนาเพื่อให้หาปลาได้จำนวนมาก
และขอให้ให้คุ้มครองปกปักรักษาให้พ้นจากอันตรายต่างๆ ในทะเล



เรียกว่าบ้านไหนที่มีลูกยากก็นิยมมาสวดขอลูก
รวมถึงการขอพรให้หายจากโรคภัย ตลอดจนเรื่องของปัญหาชีวิตด้วย
โดยทุกครั้งที่มาขอก็มักจะได้รับพรตามนั้น
ทำให้ชาวบ้านทั้งพุทธ และคริสต์ชนหลั่งไหลมาศรัทธาจำนวนมาก
วัดนักบุญอันนามีชื่อเสียง Unseen พระรูปนักบุญอันนา หมุนได้ 360 องศา ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียค่ะ



น้องสาครนายแบบเหรียญ 10 บาทของเรา โชว์กรรมวิธีการหยอดเหรียญ 10 บาท 1 เหรียญ
ให้เห็นถึงกลไกอิเล็กทรอนิกส์รูปปั้นนักบุญอันนาสามารถหมุนได้ เป็นภูมิปัญญาที่ปราดเปรื้องมากค่ะ
ดังนั้น ช่วงที่มีการออกหาปลา พระรูปก็จะถูกหมุนออกสู่ทะเล
แต่ช่วงที่ไม่ได้ไปหาปลา พระรูปก็จะหันหน้าเข้ามาที่แผ่นดินได้ค่ะ



จากนั้น ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม และ ททท.ภูมิภาคภาคกลางพามายังอุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม
อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร



(จากภาพซ้ายมือ)นายไพรัชช์ ทุมเสน ผู้อำนวยการ กองตลาดภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ส่วนภาพขวามือ)นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม หัวหน้างานภาคกลาง1 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย



ณ อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม
ที่นี่พระโพธิสัตว์กวนอิม รูปหล่อพระโพธิสัตว์กวนอิมปางเมตตา หล่อจากทองเหลืองปิดด้วยทางคำเปลวขนาดใหญ่
ตั้งอยู่ด้านหลังวัดสุทธิวาตวราราม
พระโพธิสัตว์กวนอิมสร้างในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงครองราชย์ครบรอบ 50 ปี ใน ปีพ.ศ. 2539
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองพระเกียรติพระโพธิสัตว์กวนอิม สร้างในวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ร.9
ทรงครองราชย์ครบรอบ 50 ปี ใน พ.ศ. 2539
รูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิมเบิกเนตรโดยหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่

พระโพธิสัตว์กวนอิม ปางเมตตา หล่อด้วยทองเหลืองปิดด้วยทองคำเปลว
ขนาดใหญ่ กำลังหลั่งน้ำจากคณโทอย่างสวยงาม
นับเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมสูงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
มีความสูง 9.98 เมตร หนัก 15 ตัน
มีลักษณะประทับยืนอยู่บนฐานมังกรและดอกบัวบนภูเขาจำลอง
โดยฐานมังกรมีความสูง 88 เซนติเมตร ฐานภูเขาจำลอง 8 เมตร
และในช่วงเดือนพฤศจิกายนจะมี "งานประเพณีนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม" เป็นประจำทุกปี



จากนั้นนายอภิรัตน์ ทวีทรัพย์ พนักงานการตลาด6 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำสักการะนมัสการพระโพธิสัตว์กวนอิม



ที่ด้านล่างรูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิมจะเป็นถ้ำให้เข้ามาสักการะขอพรโดยมีธรรมเนียมนิยมว่าให้เดินวน 3 รอบในถ้ำเสียก่อน
ครบสามรอบแล้วไหว้ขอพรจะสำเร็จสมปรารถนา



เมื่อก้าวเข้ามาในถ้ำสามารถปิดทองได้ที่นี่ส่วนฐานที่เป็นภูเขาสามารถเข้าไปสักการะ
พระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นชั้นแรก
ชั้นถัดไปเป็นองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภ สักการะจะมีโชคลาภพูนผลค่ะ



ด้านในสุดของถ้ำชั้นในสุดจะเป็นชั้นรวมหมู่เทพและกวนอิมมือ
จะเป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมปางต่าง ๆ หลายปางมีหลายองค์



การเดินทางไปอุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม จังหวัดสมุทรสาคร
เส้นทางเข้าสู่วัดช่องลม หากเดินทางโดยรถยนต์ จากทางแยก สมุทร
สาคร ถึงปากทางเข้าวัดระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร จากปากทาง
เข้าถึงวัดสุทธิวาตวราราม ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร
หากเดินทางโดยเรือ จะมีเรือรับจ้าง จากท่าเรือเทศบาล ถึงฝั่งท่าฉลอม
ขึ้นที่วัดแหลมสุวรรณาราม และต่อรถรับจ้างก็จะถึงวัดสุทธิวาตวราราม
หรือมาทางรถไฟก็จะแล่นผ่านไปลงสถานีบ้านแหลมค่ะ





สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม 0 3449 7099
ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8 หรือสายด่วนท่องเที่ยว 1672



ททท. ภูมิภาคภาคกลาง และ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม
พามาสักการะที่วัดช่องลม
วัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม) ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร



ที่ด้านหน้าของวัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม)
มีพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประดิษฐานอยู่
ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมายังเมืองท่าฉลอม
และทรงตั้งเป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2448
โปรดสังเกตว่าพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
ทรงชุดฉลองพระองค์เมื่อครั้งเสด็จประพาสมาที่ท่าฉลอม คือทรงสวมเสื้อราชปะแตน นุ่งผ้าม่วง สวมพระมาลา



วัดช่องลม
ที่ตั้งอยู่ที่ถนนสุทธิวาตวิถี ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ นิกายเถรวาท



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9
ได้พระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยกวัดช่องลมเป็นพระอารามหลวง
เมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2508
และถัดจากนั้นเป็นเวลาอีก 5 เดือนเต็ม
ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ
และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าชาย พระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าหญิงทุกพระองค์
มาทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดช่องลมเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2508





ชัยภูมิที่ตั้งของวัดช่องลมด้านหน้าวัดหันสู่ทิศใต้ตรงกับปากน้ำท่าจีนมองเห็นทัศนียภาพปากอ่าวไทย
ส่วนทางด้านหลังวัดหันหลังสู่แม่น้ำท่าจีนเช่นกัน
กล่าวคือวัดช่องลมตั้งตรงคอคอดปากแม่น้ำท่าจีน
หากที่ดินมิได้เป็นที่ตั้งวัดและขาดการถมเสริมเติมต่อไว้เสมอๆ
ก็น่าจะขาดออกและเปลี่ยนทางเดินของกระแสน้ำบริเวณปากน้ำท่าจีนใหม่
ตำบลท่าฉลอมอาจกลายเป็นเกาะหลุดออกจากแผ่นดินใหญ่
โดยผู้ดำริให้สร้างวัดคือ พระราชสาครมุนี (หลวงปู่แก้ว)



หลวงปู่แก้วอดีตเจ้าอาวาสวัดช่องลมอดีตและอดีตเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร
พระเทพสาครมุนี (หลวงปู่แก้ว) ฉายา สุวณฺณโชโต อายุ 79 พรรษา 59 ป.ธ. 6 น.ธ. เอก
อดีตเคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวมหาชัย
เมื่อท่านมรณภาพไปแล้ว ผู้ศรัทธาทั้งหลาย จึงได้นำสังขารของท่านบรรจุไว้ในโลงทอง
พร้อมทั้งหล่อรูปเหมือนของท่านในท่านั่งสมาธิประดิษฐานไว้ภายในวิหาร
ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโบสถ์ เพื่อให้ประชาชนได้เข้ากราบนมัสการและระลึกถึงคุณความดีที่ท่านทำไว้
เมื่อครั้งยังมีชีวิตถึงแม้หลวงปู่แก้วจะมรณภาพจากไปด้วยโรคชราสิริอายุ 79 ปี 8 เดือนเศษ
รวมพรรษา 59 พรรษา
มีประชาชนมาสักการบูชา ณ วิหารพระเทพสาครมุนี ( หลวงปู่แก้ว ) ของวัดสุทธิวาตวราราม มาจนถึงปัจจุบัน

ภายในวิหารหลวงปู่แก้วจะมีนกแอ่นกินรังมาอาศัยทำรังตามลวดลายแกะสลักเหนือผนังด้านหลัง
และช่องเหนือฝ้าเพดาน ราว 2,000 ตัว
เดิมอยู่ในโบสถ์ใกล้กับวิหารหลวงปู่แก้วให้อาศัยอยู่ด้วยความเมตตาแต่ไม่อนุญาตให้เก็บรังนกไปขาย
เว้นแต่รังนกที่ตกมาแล้วพระสงฆ์และเณรสามารถนำไปฉันได้
ภายหลังหลวงปู่แก้วมรณภาพและวิหารหลังนี้สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2532
ทางวัดจึงวางอุบายย้ายนกเข้ามาในวิหารที่ประดิษฐานสังขารหลวงปู่แก้ว
ซึ่งนกก็เข้ามาอาศัยอยู่โดยง่ายชาวบ้านเชื่อว่านกแอ่นเข้ามาอยู่เพราะบารมีของหลวงปู่แก้ว



วัดช่องลมพระอารามหลวงแห่งนี้นับเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสาครที่มีอายุเกือบ 200 ปี
เป็นวัดที่พำนักของพระราชสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครและเจ้าอาวาสวัดช่องลม
ในสมัยก่อนชาวบ้านเรียกว่า "วัดท้ายบ้าน" เห็นจะเป็นเพราะว่าวัดอยู่ท้ายสุดหมู่บ้านก็เป็นได้จึงเรียกเช่นนั้น
ต่อมาเพื่อความเหมาะสมจึงพากันเรียกใหม่ว่า "วัดช่องลม"



ภายในวัดช่องลมยังมีหลวงพ่อหินแดง 11 นิ้ว ประดิษฐานในโบสถ์
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ มีพุทธลักษณะแบบในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
หลวงพ่อหินแดง 11 นิ้วทำด้วยศิลาแดงทั้งองค์ มีลักษณะพิเศษคือพระหัตถ์ข้างซ้ายมีหกนิ้ว จึงเรียกว่าพระ 11 นิ้ว
หลวงปู่แก้วอดีตเจ้าอาวาสวัดช่องลมได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้มาจากที่อื่น
แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเป็นที่ใด











วัดสุทธิวาตวราราม หรือ วัดช่องลม ตั้งอยู่ตรงปากอ่าวสมุทรสาคร ตำบลท่าฉลอม ตรงข้ามกับตัวเมือง
เดินทางโดยทางหลวงหมายเลข 35 เลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 เข้าถนนสุทธิวาตวิถีประมาณ 3 กิโลเมตร
หรือถ้ามาจากมหาชัยจะมีเรือเทศบาลบริการข้ามฟากจากฝั่งมหาชัยมายังฝั่งท่าฉลอม ค่าบริการ 3 บาท
นอกจากนักท่องเที่ยวได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามบริเวณท่าน้ำหน้าวัดและสถานที่สำคัญต่างๆภายในวัดแล้ว
ที่นี่ยังมีร้านอาหารไว้คอยบริการและเนื่องจากวัดนี้ตั้งอยู่ปากอ่าวจึงมีเรือประมงมารอให้บริการเช่าออกไปลอยอังคารอีกด้วย



จากนั้นททท. ภูมิภาคภาคกลาง และ ททท.สำนักงานสมุทรสงครามพามากินข้าวเที่ยงกันที่ร้านเจ๊ไพ ริมเขื่อน



มีขนมอร่อยๆ เป็นของฝากวางขายบนโต๊ะที่หน้าร้านที่เดินเข้ามา



ช่วงนี้ค่าฝุ่นหนักมากเทคแคร์ด้วยนะคะพี่น้อง
ร้านเจ๊ไพริมเขื่อน ตั้งอยู่ที่เลขที่ 790 ถนนถวาย อยู่ริมสะพานข้างวัดช่องลม อำเภอเมือง จ.สมุทรสาคร
มาไม่ถูกหาร้านไม่เจอ โทร.08-1858-7508



นั่งกินข้าวไปมองดูเรือประมงแล่นผ่านไป วิวสวย อาหารสด รสชาติดี และอร่อยมากค่ะ



คราวที่แล้วน้องวิวพาไปกินยำไข่ปลาริวกิวที่ใหญ่มาก
มาคราวนี้น้องปอพามากินหอยแครงที่ใหญ่มาก Amazingไทยเท่ GO SO BIG
สมุทรสาครมีดีที่อาหารทะเลสดจริงๆ



แกงส้มไข่ปลาริวกิว



การันตีคุณภาพความอร่อยปลาทูสดท่าฉลอม เจ้าของอัตลักษณ์ หน้าเริด เชิดยิ้ม



ทอดมันปลากราย



ดอกชมจันทร์ไม้ประดับกินได้มากคุณค่าทางโภชนาการ
เพิ่งรู้ว่านำมายำใส่ปลาหมึกใส่หมูสับแล้วโรยถั่วลิสงคั่วลงไปก็อร่อยเลยค่ะออเจ้า









ปิดท้ายด้วยลอดช่องใบเตยโบราณ ลอดช่องน้ำกะทิ ขนมไทยเส้นเหนียวนุ่มหอมกลิ่นใบเตย
เมื่อมาประสมกับน้ำตาลทรายแดง อร่อยต้องสั่งกินปิดท้ายเลยนะคะ



จากนั้นมาที่จังหวัดสมุทรสงครามรถตู้ 3 คันมาจอดที่วัดประดู่ จ.สมุทรสงคราม
ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม และ ททท.ภูมิภาคภาคกลาง
พามาไหว้พระที่วัดประดู่ ต.วัดประดู่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
มาวัดไม่ถูกหาวัดไม่เจอ โทร.0-3477-2299

วัดประดู่ เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัย กรุงศรีอยุธยาตอนปลายราวพ.ศ. 2320
จากหลักฐานที่ปรากฏพบว่ามีแก่นไม้ประดู่ด้านหนึ่ง
เจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมยาวขนาดเท่าใบลานใช้เป็นที่อัดใบลานนำไปไว้ที่ศาลเจ้าพ่อประดู่



นอกจากนี้วัดประดู่มีเรื่องเล่าและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากมาย
มีทั้งขุมสมบัติมหาศาลและลายแทงสมบัติ
ที่มีรูอยู่เก้าแห่ง รูไหนแจ้งให้แทงรูนั้น ตรงไหนเปียกไม่ยอมแห้งให้แทงรูนั้น
มีบางคนเคยเห็นเป็ดเงินและเป็ดทองคำออกมาเดินเล่นน้ำฝนและหายลงไปในสระ
และยังมีพระพุทธรูปทองคำหน้าตักประมาณสองศอกจมตกหายลงไปในสระ



ปัจจุบันวัดประดู่ได้สร้างอุโบสถหลังใหม่ทับปิดสระน้ำไปแล้ว
และมีเรือชะล่าใหญ่จมลงไปในสระและจะมีนักแสวงโชคมาขุดหาสมบัติแต่สุดท้ายมักคว้าน้ำเหลว
ถ้ามาวัดประตู่ตรงกับวันเสาร์อาทิตย์ บริเวณนี้จะเป็นตลาดตลาดร่มบวร
เป็นตลาดย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ริมคลองวัดประดู่



วัดประดู่นับว่าเป็นวัดประวัติศาสตร์เพราะในสมัยหลวงปู่แจ้ง ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในขณะนั้น
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้นทางชลมารคมายังวัดประดู่
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2477
พระองค์ทรงเสวยพระกระยาหารเช้าที่วัดประดู่ และทรงมีพระราชศรัทธาต่อ หลวงปู่แจ้ง
ด้วยเมื่อสมัยนั้นหลวงปู่แจ้ง เป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
และเกิดพระราชศรัทธาต่อหลวงปู่แจ้งจึงได้นิมนต์หลวงปู่แจ้งเข้าไปใน พระราชวังหลายครั้ง
ที่สำคัญพระองค์ได้ถวายเครื่องราชศรัทธา ที่สำคัญๆ อันทรงคุณค่าไว้ให้หลวงปู่แจ้ง
เช่น เรือเก๋งพระที่นั่ง พระแท่นบรรทม ตาลปัตร ปิ่นโตสลักบาตร ฯลฯ



ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก สร้างเมื่อพ.ศ. 2548
เป็นเรือนทรงไทย 2 ชั้น 4 หลังคาแฝด ชั้นบนเป็นไม้สักทอง ฝาสกล
เพื่อเป็นการรำลึกถึงสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก
เมื่อครั้งเสด็จทรงเยี่ยมวัดประดู่เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2548
ได้เสด็จทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์เครื่องราชศรัทธาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5
โดยเหตุในการเสด็จครั้งนั้นพระองค์ได้เคยเสด็จวัดประดู่เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์
โดยได้เสด็จมาพร้อมกับพระบิดาของพระองค์ท่าน
ซึ่งขณะนั้นรับราชการเป็นปลัดอำเภออัมพวาและพระองค์ได้ทอดพระเนตรวีซีดีประวัติวัดประดู่
อีกครั้งเพื่อย้อนรำลึกถึงเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ที่พระองค์ได้เคยเสด็จมาวัดประดู่แห่งนี้



พิพิธภัณฑ์สมเด็จพระญาณสังวรฯ แห่งนี้นอกจากจะเป็นอนุสรณ์ให้กับชุมชนชาววัดประดู่แล้ว
ยังเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไปได้รู้จักพระสังฆราช
ตั้งแต่องค์แรกจนถึงองค์ปัจจุบันผ่านหุ่นปั้นด้วยดินสอพอง
เพราะที่นี่มีการจัดแสดงหุ่นดินสอพองรูปพระเกจิอาจารย์ต่างๆ ในจังหวัดสมุทรสงคราม
ย้ำว่าทำมาจากดินสอพองค่ะ
โดยฝีมือของพระภาวนาวิสุทธิโสภณ หรือหลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ อติสกฺโข เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
ตลอดจนสิ่งของต่างๆ ที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก พระราชทานถวายให้กับวัดประดู่



จากนั้นมาที่จังหวัดสมุทรสงครามรถตู้ 3 คันมาจอดที่วัดบางกะพ้อม ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
วัดนี้ปักหมุดเลยว่าต้องมาใหม่ มาแบบเที่ยวไปทั่วคนเดียวเพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ได้ไปดู
เดี๋ยวอุ้มมาแก้ตัวใหม่เพราะยังมีทริปล้างตาไหว้พระ 9 วัดวันเดียวที่สมุทรสงคราม

วัดบางกะพ้อม เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2312 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาไม่ปรากฏนามผู้สร้าง
มีตำนานเล่าขานกันมาว่ามีตระกูลคหบดีฐานะดีตระกูลหนึ่งได้ลงเรือพาครอบครัวพร้อมทั้งทรัพย์สินหนีข้าศึก
เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา
รอมแรมถึงแหลมบางกะพ้อมแห่งนี้เห็นเป็นที่เหมาะสมร่มรื่นจึงได้พักแรมและสร้างที่อยู่อาศัย
โดยการสานกระบุง ตะกร้า เสื่อลำแพน และกะพ้อมใส่ข้าว เป็นสินค้านำไปขายเพื่อยังชีพ
ต่อมามีคนมาบอกว่ากองทัพข้าศึกยกมากำลังทำการสู้รบกันอยู่ที่ค่ายบางกุ้งให้รีบหนี
แต่คหบดีผู้นั้นเห็นว่าคงหลบหนีไม่ทันจึงได้เข้าไปแอบอยู่ในกะพ้อมที่สานเอาไว้เพื่อจะขาย
พร้อมกันนั้นได้ตั้งสัตยาธิษฐานต่อพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายว่า
"ขออย่าให้ทหารข้าศึกพบเลย หากรอดพ้นไปได้จะจัดการสร้างวัดและวิหารขึ้นตรงนี้"
ทหารข้าศึกก็ผ่านไปโดยมิได้พบเห็น
ต่อมาจึงได้จัดสร้างวิหารวัดบางกะพ้อมขึ้นตามที่ได้ตั้งสัตยาธิษฐานไว้
โดยตั้งชื่อวัดว่า "วัดบังกับพ้อม" ต่อมาคงเพี้ยนไปบ้างจึงกลายมาเป็น "วัดบางกะพ้อม" ในปัจจุบัน



ที่วัดบางกะพ้อมจะเห็นหลวงพ่อคงองค์ใหฐ่มากค่ะ
หลวงตาคง คืออดีตเจ้าอาวาสผู้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัด
เป็นเกจิชื่อดังที่ว่ากันว่าเหรียญหลวงพ่อคงนี้มีพุทธคุณทางด้านอยู่ยงคงกระพัน
ที่สำคัญใครที่มาสักการะจะได้เห็นหัวใจหลวงพ่อคงที่สร้างเป็นแบบจำลองขึ้นมา
หน้าตัก 11 เมตร สูง 11.99 เมตร ให้ชาวแม่กลองและนักท่องเที่ยวได้อธิษฐานเอาฤกษ์เอาชัยค่ะ



วัดบางกะพ้อมตั้งอยู่ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
อยู่ห่างจากตัวจังหวัดสมุทรสงครามประมาณ 3 กิโลเมตร มีพื้นที่ 4 ไร่ 1งาน 62ตารางวา



การเดินทางมาวัดบางกะพ้อม ใช้เส้นทางหลวง 325 สายสมุทรสงคราม-บางแพนะคะ
วัดบางกะพ้อมจะอยู่หลักกิโลเมตรที่ 37-38



ทริปนี้ ผอ.อภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ
ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง
เป็นแม่ทัพเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาไหว้พระขอพรมาทำบุญเปิดทรัพย์รับโชคที่จ.สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม
โดยเฉพาะในตอนเช้าตรู่นักท่องเที่ยวที่มาพักที่อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
ที่อัมพวาแห่งนี้มีการตักบาตรทางน้ำโดยพระสงฆ์ท่านจะพายเรือมาบิณฑบาตทางน้ำ
สามารถมาใส่บาตรได้ที่หน้าที่พักได้เลยนับเป็นความ Amazingไทยเท่ที่อัมพวา สมุทรสงครามแห่งเดียวค่ะ









ปิดท้ายทริป 2 วัน 1 คืนด้วยภาพเบื้องหลังเฮียวิดภาพนี้ละกันเนาะ
เต็มอิ่มด้วยภาพสวย ข้อมูลแน่น เพลงไพเราะเสมอสำหรับ BLOG อุ้มสี
ขอขอบคุณ ททท. ภูมิภาคภาคกลาง และ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม ที่ชวนอุ้มมาร่วมทริป
เนื่องในเดือนนี้เป็นเดือนที่อุ้มเริ่ม Up Blog เป็นครั้งแรกในวันที่ 21 มกราคม 2547
นับนิ้วไป 16 ปีที่เริ่มเล่นพันทิป 16 ปีที่เริ่มเข้าสู่ Bloggang
ปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 ขอขอบคุณพี่น้องผองเพื่อนที่ดีดีที่ทำให้ "อุ้มสี" อยู่ทนอยู่นานเป็นสีทนได้มาถึงทุกวันนี้
มิตรภาพดีดีมีใน Bloggang เสมอค่ะ และขอบคุณทุกคะแนนที่โหวตให้อุ้ม ขอบคุณนะคะ

 


 
ขอขอบคุณ
เพลง : ท่าฉลอม : ยอดรัก สลักใจ
BG : คุณลักกี้ / กล่องเขียนคอมเม้นท์ : คุณ lozocat / Banner : คุณ oranuch_sri
ของแต่ง BLOG : ป้ามด + น้องดอกหญ้าเมืองเลย + ป้าเก๋า ชมพร + น้องญามี่ + คุณเนยสีฟ้า





Create Date : 28 มกราคม 2563
Last Update : 31 มกราคม 2563 10:02:31 น.
Counter : 641 Pageviews.

33 comments
(โหวต blog นี้) 
Blog 52/2563 ว่าด้วยทริปเมืองกาญจน์#กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เริงฤดีนะ
(20 มี.ค. 2563 20:19:02 น.)
เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ ::: 5 สองแผ่นดิน
(19 มี.ค. 2563 16:25:23 น.)
เมืองเก่าคราคูฟ (Kraków) เดินเล่น ชมเมืองยามเช้า camel_27
(19 มี.ค. 2563 10:21:37 น.)
กินปลาจุ่ม นอนริมน้ำปิง เที่ยววัดน้อยวังสะแกง ที่จอมทอง เชียงใหม่ tuk-tuk@korat
(18 มี.ค. 2563 14:10:45 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณธนูคือลุงแอ็ด, คุณSai Eeuu, คุณKavanich96, คุณnewyorknurse, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณเริงฤดีนะ, คุณกะว่าก๋า, คุณThe Kop Civil, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณmariabamboo, คุณnonnoiGiwGiw, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณInsignia_Museum, คุณmultiple, คุณทนายอ้วน, คุณวลีลักษณา, คุณจากเพื่อนถึงเพื่อน, คุณStand by bowky, คุณเจ้าการะเกด, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณtoor36, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณเนินน้ำ, คุณTui Laksi, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณสองแผ่นดิน, คุณเกศสุริยง, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณhaiku, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณตะลีกีปัส

  
ขอบคุณครับที่แวะไปเที่ยววังสีทาแก่งคอยสระบุรี

ไปแม่กลองสมุทรสงคราม แวะไปเที่ยว บ้านบนโฮมสเตย์ได้นะครับ เป็นบ้านเดิมของแม่บ้านผม"เธอไปสวรรค์แล้ว"พวกชั้นหลานๆพวกเขาทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุลักษณ์ธรรมชาติกันและมีที่สำคัญๆทางประวัติศาสตร์ใกล้ๆกันที่น่าสนใจด้วยน่ะ
โดย: ธนู ลุงแอ็ดชวนเที่ยว (ธนูคือลุงแอ็ด ) วันที่: 28 มกราคม 2563 เวลา:2:30:05 น.
  
การท่องเที่ยว ไปทั่วหลายจังหวัดแล้ว ดีจังค่ะ
โดย: Sai Eeuu วันที่: 28 มกราคม 2563 เวลา:2:52:30 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 28 มกราคม 2563 เวลา:2:52:34 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยคนจ้า
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 28 มกราคม 2563 เวลา:6:27:02 น.
  

สวัสดียามเช้าครับพี่อุ้ม

ภาพพระและเงาสะท้อนสวยงามมากๆเลยครับพี่

ช่วงนี้ ททท. คงต้องยิ่งทำงานหนักมากขึ้น
ทัวร์จีนหายไปหมดอย่างน้อยก็ต้องมี 3-6 เดือนเลยนะครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มกราคม 2563 เวลา:6:48:04 น.
  
เดี๋ยวนี้ ททท.มีจัดกิจกรรมเยอะเลยนะครับ อยากไปแบบนี้บางครับพี่้
โดย: The Kop Civil วันที่: 28 มกราคม 2563 เวลา:12:26:00 น.
  
กะเพราไก่ไข่ดาวหมดแล้วนะคะ
มีแต่กำลังใจมาฝากคุณอุ้มค่ะ

ตามไปเที่ยวด้วย น่าสนุกมาก

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 28 มกราคม 2563 เวลา:17:19:05 น.
  
สวัสดี ตอนเย็นจ้ะ น้อมอุ้ม
มาเที่ยว สมุทรสงคราม สมุทร
สาคร จ้ะ
เพลงท่าฉลอม เป็นเพลงที่ครู
ชอบมากเพลงหนึ่งเหมือนกันพอฝึก
ร้องได้บ้าง อิอิ
สองจังหวัดนี้ ใกล้กรุงเทพฯ น่า
ไปเที่ยว ครูเคยไปเที่ยวน่าจะ 2-3
ครั้ง ไปตลาดร่มหุบด้วย สนุกมาก

โหวดหมวด ท่องเที่ยว
โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 28 มกราคม 2563 เวลา:17:52:38 น.
  
อุ้มสี Travel Blog


ส่งกำลังใจค่า หอย..น่ากินจังค่ะ
เห็นละเม้นท์รัว ๆ
โดย: mariabamboo วันที่: 29 มกราคม 2563 เวลา:7:51:04 น.
  
โอ๊ยย พี่ทั้งหมดทั้งมวลด้านบน
นั้นยังไม่เท่าลอดช่องและ
หอยแครงด้านล่าง
แดมเมจรุนแรงมากขร่ะ

โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 29 มกราคม 2563 เวลา:10:12:25 น.
  
ทริปนี้ดีงามมากค่ะ
อิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มท้องด้วย
อาหารทะเลสด ๆ เพียบเลย

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 29 มกราคม 2563 เวลา:10:14:07 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่อุ้ม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มกราคม 2563 เวลา:11:38:48 น.
  
กล้วยเครือนั้น นับได้ 10 หวีนะคะพี่
เผื่อจัดๆ งวดนี้ คริๆๆๆ
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 29 มกราคม 2563 เวลา:16:19:33 น.
  
สมุทรสาคร สมุทรสงคราม วัดศักดิ์สิทธิ์ก็แยะ ของกินก็เยอะ ของฝากมากมายน่าไปเที่ยวมากเลยครับ

ไฮไลท์ น่าจะอยู่ที่อาหารทะเล สดๆ
บางจานนี่ อ.เต๊ะ ดูแล้วเหมือนถ่ายรูปไม่ทันเลยทีเดียว มีคนแอบตักชิม แหว่งไปแยะเหมือนกันนะครับนี่ 555

โดย: multiple วันที่: 29 มกราคม 2563 เวลา:20:12:27 น.
  
ไปแม่กลองทีไรลืมเอากลองโฟมไปขนซื้ออาหารทะเลมาทุกทีเรย ลยได้แต่ของทะเลตากแห้งมาใส่คลัง อิอิ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 29 มกราคม 2563 เวลา:20:42:40 น.
  
ส่งกำลังใจค่ะ

กล่องคอมเมนท์น่ากินมากกกก
โดย: วลีลักษณา วันที่: 29 มกราคม 2563 เวลา:21:42:15 น.
  
แม่กลองน่าเที่ยวมากนะคะ
ทั้งวัด ทั้งอาหาร
ปักหมุดตามรอยค่ะ
โดย: จากเพื่อนถึงเพื่อน วันที่: 30 มกราคม 2563 เวลา:3:30:52 น.
  

สวัสดียามเช้าครับพี่อุ้ม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มกราคม 2563 เวลา:7:51:02 น.
  
ขอบคุณที่แวะไปเจิมค่ะ
ปรากฎการณ์
ดาวเคียงเดือน
ไม่ได้เห็นบ่อยๆ
ก็คงปกติที่หลายๆคนจะชอบอ่ะนะ
และไม่รู้จะได้เห็นอีกเลยค่ะ
โดย: sunny-low วันที่: 30 มกราคม 2563 เวลา:9:50:54 น.
  
ดูเป็นแหล่งอาหารทะเลาสด ๆ ใกล้ กทม ไปง่าย ไม่แพง อร่อยสด ๆ ได้ง่ายเลยครับ

อยากไปเลยครับ
จากบล๊อก
คาเฟ่ที่ผมรีวิวไป ลองไปดูนะครับพี่ บรรยากาศชิลๆ ผมก็เพิ่งลองไปแนวนี้ครั้งแรกเลยครับ
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 30 มกราคม 2563 เวลา:9:53:02 น.
  
เข้ามาดูลอดช่องอีกรอบ..
อยากกิงงงง ค่ะ
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 30 มกราคม 2563 เวลา:16:09:59 น.
  
ไปหลากหลายที่จริงๆ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ไปแล้วต้องนึกถึงเลยครับ

อาหารการกินนี่จุใจเลยไป
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 31 มกราคม 2563 เวลา:0:05:39 น.
  
ตามมาไหว้พระด้วยค่ะ
ชอบเดินตลาดแบบนี้ อาหารสด ๆ น่าทานทั้งนั้นเลย
โดย: เนินน้ำ วันที่: 31 มกราคม 2563 เวลา:11:50:12 น.
  
ว่าจะไปกราบหลวงพ่อบ้านแหลมซะทีหละพี่อุ้ม

หยอดเหรียญนี่เก๋มากจริงจังค่ะ เอาไว้ถ้าได้ไปที่นั่นจะไปลองนะคะ

พี่อุ้มน่าจะเป็นรีวิวแทรเวลไหมคะ? หนูว่าไปหมวดนั้นก็ดีนะคะ เพราะพี่ไปกับททท.แล้วก็ททท.ดูแลค่าใช้จ่ายให้ แล้วก็มันเป็นทริปประชาสัมพันธ์ด้วยอะค่ะ อีกอย่างหมวดนี้จะได้มีเพิ่มอีกคนด้วยค่ะ

แต่ถ้ายังยืนยันแทรเวลก็ไม่เป็นไรนะคะ แค่นำเสนอเฉยๆ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
nonnoiGiwGiw Music Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
newyorknurse Health Blog ดู Blog
อุ้มสี Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 31 มกราคม 2563 เวลา:11:51:14 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่อุ้ม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 มกราคม 2563 เวลา:13:57:30 น.
  
ขอแสดงความยินดีกับสายสะพายของคุณอุ้มด้วยนะคะ
และตามเที่ยวกับททท.ผ่านภาพสวยๆ
ของคุณอุ้ม ดีจังเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวแต่ละภาคแต่ละจังหวัด
ให้เราเที่ยวตามได้เลย
อิ่มทั้งตา ทั้งใจและอิ่มพุง(กาง)
โดย: Tui Laksi วันที่: 31 มกราคม 2563 เวลา:15:11:18 น.
  
เป็นดังที่คุณTui ว่าค่ะ
โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 31 มกราคม 2563 เวลา:18:24:41 น.
  
เรื่องท่องเที่ยวดีสำหรับชาวบ้านที่
ได้ขายสินค้า บริการช่วยให้เงินเดิน
สะพัด
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 31 มกราคม 2563 เวลา:19:01:07 น.
  

สวัสดียามเช้าครับพี่อุ้ม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:7:48:33 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Sai Eeuu Food Blog ดู Blog
ญามี่ Literature Blog ดู Blog
โอน่าจอมซ่าส์ Health Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Review Travel Blog ดู Blog
ซองขาวเบอร์ 9 Food Blog ดู Blog
tanjira Diarist ดู Blog
อุ้มสี Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
แหม หอยแครงในกล่องคอมเมนท์นี่มันน่านัก 555+++คุณอุ้มสบายดีนะคะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:9:40:54 น.
  
ตามมาเที่ยวสมุทรสาคร-สมุทรสงครามด้วยคนครับ
มีทั้งวัดพุทธ วัดคริสต์ อุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม เยอะแยะไปหมดเลย
ถ้าถามผมว่าในบล็อกนี้ชอบอะไรที่สุด ผมคงต้องตอบว่าชอบมิสแกรนด์ครับ
(เอ๊ะ! ยังไงกัน 55)
โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:23:14:19 น.
  
สวัสดีมีสุขค่ะ

เดินตลาดอาหารแบบนี้เพลินกันเลยค่ะ ชอบๆๆๆ
ขอบคุณกำลังใจให้เที่ยวรัสเซียด้วยค่ะ
โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา:11:58:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aumteerama.BlogGang.com

อุ้มสี
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 103 คน [?]

บทความทั้งหมด