ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เรามาเจอกันที่บ้านปรางค์นคร อ.คง จ.นครราชสีมา วิถีชุมชนที่ต้องมาเยือน


ในวันหนึ่งของคุณนายอุ้มสีนั่งจิบกาแฟมองออกไปนอกหน้าต่างของโรงแรมหรูแห่งหนึ่งที่มีสุขภัณฑ์เพียบพร้อมสมบูรณ์
ความคิดอยากนอนโฮมสเตย์ผุดขึ้นมาในหัว อยากกินส้มตำ อยากนั่งริมน้ำนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินตัดกับยอดมะพร้าว
ในใจบอกกับตัวเองว่าอยากเที่ยวชุมชน อยากเที่ยวชุมชน
มาชวนอุ้มไปเที่ยวชุมชนหน่อยค่ะพี่น้องเริ่มเบื่อโรงแรมหรูหรา
แต่จะไปไหนดีล่ะ สุพรรณบุรี อุทัยธานี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา หรือว่าจังหวัดอุบลราชธานีบ้านเกิด
ยิ่งในช่วงเวลาช่วงนี้อุ้มเป็นคนที่รักเมืองไทย ชอบอยู่เมืองไทย ชอบเที่ยวเมืองไทย
มีความคิดขึ้นมาในสมองว่า "จะกอดเมืองไทยอย่างไรในช่วงวิกฤตแบบนี้"
แล้วมือไปโดนเบอร์โทรศัพท์แล้วเด้งเบอร์มือถือนี้ขึ้นมา GET เลย โทรไปในบัดดล



แล้วที่นี่ก็มีกิจกรรมเกิดขึ้นพอดีในวันที่ 20-21 มีนาคม 2563
นั่นก็เลยเกิดเป็นที่มาของการท่องเที่ยวในเอนทรี่ขึ้นมา
จากนั้นโทรหาพี่น้องผองเพื่อนรวมกัน 6 คน กล้องพร้อม โดรนพร้อม กายใจพร้อมเราก็ลุยกันในเวลา 11.00 น.
แต่พอถึงวันที่ 20 มีนาคม 2563 น้อง 3 คนรู้สึกว่าจะเป็นหวัดเลยขอตัว
นั่นก็เลยเกิดทริปนี้ขึ้นมา
"รวมพลคนข่าวสายท่องเที่ยว" น้าพร-นายจตุรพร / น้าเสริฐ-นายประเสริฐ / อุ้มสี
เรียกว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เรามาเจอกันที่บ้านปรางค์นคร อ.คง จ.นครราชสีมา วิถีชุมชนที่มีอัตลักษณ์-มิติแห่งกาลเวลา



ระหว่างการเดินทางนับแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเรื่อยมาฝนตกหนักตลอดเส้นทาง หนักบ้างหยุดบ้าง
พอรถเราเลี้ยวขวาเข้าเส้นทางอำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา คราวนี้ไม่มีฝนเลยค่ะ
มาถึงจุดหมายปลายทางในเวลา 15.15 น.พอดี
อุ้มเห็นฟ้าหม่นตลอดเส้นทางแล้วหมายแรกของเราคือมาดูพระอาทิตย์ตกดินที่ปรางค์บ้านปรางค์
คิดว่าฟ้าหม่นขาวขมุกขมัวขนาดนี้พระอาทิตย์จะมาตกให้เห็นฤา
แล้วก็เกิดคำถามในใจว่าที่อำเภอคงมีปรางค์ที่เป็นโบราณสถานที่มีสถาปัตยกรรมแบบขอมด้วยหรือ ???
เรียกว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มาเห็นเป็นบุญตา และเป็นครั้งแรกที่รู้จักกับอำเภอคง จังหวัดนครราชสีมาแห่งนี้
จะเห็นได้จากภาพนี้เลยเจ้าค่ะพี่น้อง
จากนั้นบึ่งรถไปที่วัดบ้านปรางค์เจอขบวนต้อนรับของชาวบ้านปรางค์นคร



เรียกว่าทริปการท่องเที่ยวชุมชนปรางค์นครเริ่มต้นกันที่ลานจอดรถที่วัดบ้านปรางค์
เป็นประเพณีการต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองมาเยือนปรางค์นคร ขบวนชาวบ้านมาต้อนรับนับตั้งแต่ลงจากรถ
ตามธรรมเนียมไทยถือกันว่าเมื่อมีแขกมาเยือนถึงเรือนชานบ้านเจ้าบ้านต้องออกมาต้อนรับ
เฉกเช่นวิถีชุมชนที่หมู่บ้านปรางค์นคร อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ก็มีอัตลักษณ์เฉกเช่นเดียวกัน
เรียกว่ามารอรับนักท่องเที่ยวถึงวัดบ้านปรางค์กันเลยทีเดียวค่ะ มีขบวนแห่พามาส่งถึงเรือนชานโฮมสเตย์
อันเป็นการแสดงมารยาทอันดีงามของเจ้าบ้านที่ดีที่ทุกคนควรปฏิบัติต่อกันเสมือนเป็นญาติพี่น้อง



ที่หมู่บ้านปรางค์นคร ตำบลบ้านปรางค์ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา
Welcome drink เวลานักท่องเที่ยวมาเยือนหมู่บ้านเป็นน้ำตะไคร้เย็นชื่นใจ
เสริฟมากับแก้วกะลามะพร้าว ใช้ก้านตะไคร้แทนหลอดดูดค่ะ
ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่นี่เป็นเครื่องใช้ไม้สอยทำจากกะลามะพร้าว



จากนั้นก็ผูกข้อไม้ข้อมือจากแม่ใหญ่คนเฒ่าคนแก่ของหมู่บ้านปรางค์นคร
สร้างความอบอุ่นให้แก่นักท่องเที่ยวมากเลยค่ะ



นายศิริวัฒน์ วราธนาวิชญ์ ผู้ใหญ่บ้านปรางค์นคร หมู่ที่ 14 ต.บ้านปรางค์ อ.คง จ.นครราชสีมา
กล่าวทักทายนักท่องเที่ยวและแนะนำหมอเพลงโคราชค่ะ



หมอเพลงมาร้องเพลงโคราชสองเพลงต้อนรับนักเที่ยวที่มาเยือนบ้านปรางค์นคร อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา



คุณพ่อสุข บุญทองหลาง อายุ 75 ปี เป็นหมอเพลงโคราช ที่เป็นคนปรางค์นครโดยกำเนิด



จากนั้นการเดินท่องเที่ยวภายในชุมชนปรางค์นคร จะเดินทางด้วยรถลิมูซีนค่ะ
คือรถมอเตอร์ไ์ซด์ต่อด้านข้างให้นั่งน่ะค่ะ



มาเยือนชุมชนปรางค์นคร มีสิ่งหนึ่งที่ต้องเดินชม นั่นก็คือเรือนโคราชหรือเฮือนโคราช
เรือนคือบ้านอีกหนึ่งแบบที่น่าสนใจ และไม่มีใครเหมือน
เรือนโคราชลักษณะเด่นแตกต่างจากเรือนทั่วไป เพราะจะเป็นเรือนที่มี 2 จั่ว
แต่มีพื้นที่ใช้สอยเทียบเท่าเรือน 3 จั่ว
มีการสอดประสานชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันเป็นองค์อาคารได้อย่างแข็งแรง มั่นคง
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นอัจฉริยภาพและปัญญาสร้างสรรค์ของช่างท้องถิ่นโคราช
ที่มีความริเริ่ม มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบโครงสร้าง แตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์
หาได้ยากยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเรือนในสมัยนั้น
นับเป็นข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางภูมิปัญญาของท้องถิ่นชาวโคราช



เรือนไทยโคราชมีรูปแบบที่แตกต่างจากเรือนไทยภาคกลางและเรือนไทยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เพราะเรือนโคราชมีความเป็นสามระดับ สูง กลาง ต่ำ
ความเป็นสามระดับนี้อาจจะประณีตหรือหยาบ นั่นก็แล้วแต่ความต้องการของเจ้าของบ้าน
ที่แสดงถึงพื้นที่ใช้สอยในชีวิตประจำวันของครอบครัวนั้นๆ
อาทิ ที่นอนต้องสูงสุดจะไปนอนต่ำๆ ก็ไม่ได้ ส่วนช่องที่มันว่างอยู่เขาก็เอาไว้รับแขก
ซึ่งแขกนั้นก็ต้องเป็นพระสงฆ์ จัดห้องพระให้อยู่ในที่สูงสุด
ส่วนบริเวณระเบียงเชื่อมระหว่างเรือนสองหลังนี้ก็จะต่ำลงมาหน่อยสำหรับใช้สอยทำกิจกรรมของครอบครัว
อาทิ นั่งกินข้าว ถ้าไม่นั่งหน้าครัวก็นั่งตรงนี้ ถ้ามีแขกมาเยอะๆ ก็กินข้าวตรงนี้ นอนตรงนี้
เพราะฉะนั้นการสร้างเรือนให้เป็นสามระดับ
เพื่อให้สอดคล้องกันกับการใช้ประโยชน์ในการเป็นที่อยู่อาศัย บันไดจะพาดกับตัวเรือน
ซึ่งบันไดก็อาจจะมีห้าขั้นถึงเจ็ดขั้น
เรือนโคราชจำเป็นจะต้องมีสองเรือน เรือนหนึ่งเอาไว้นอนอีกเรือนเอาไว้รับแขก หรือจะนอนก็ได้
ส่วนใหญ่จะไม่มีฝาปิดรอบขอบชิดแบบนี้



อย่างไรก็ตาม เรือนโคราชไม่ใช่เรือนไทยภาคกลางและไม่ใช่เฮือนอีสาน
แต่ได้รับอิทธิพลมาจากทั้งสองภาคจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเรือนโคราช
กล่าวคือเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกใต้ถุนสูง หลังคามีองศาที่ชันรูปร่างคล้ายจอมแห
มีระบบการก่อสร้างเป็นระบบสำเร็จรูป กล่าวคือสามารถถอดประกอบได้ทุกชิ้น
เสาเรือนเป็นเสากลมยอดเสามีหัวเทียน
ฝาบ้านคล้ายฝาปะกนแต่เป็นเพียงลวดลายมิใช่เกิดจากการเข้าไม้
มีการลดระดับของแต่ละส่วนมากกว่า 40 เซนติเมตร จนเกิดช่องว่างที่เรียกว่าช่องแมวลอด
ประตูหน้าต่างยึดด้วยสลักเดือยโดยเปิดเข้าภายในห้อง
การปลูกเรือนจะวางสันของหลังคาตามร่องตะวันโดยหันหน้าจั่วไปทางทิศตะวันออกและตะวันตก



จากเกยของเรือนนอนนั้นได้รับอิทธิพลมาจากเฮือนอีสาน
มีการปรับลดองศาของหลังคาลงมาเหลืออยู่ที่ 40 องศา
ฝาตีแนวนอนแต่ยังคงเป็นระบบถอดประกอบได้เหมือนเดิม
มักต่อเติมเพื่อใช้เป็นพื้นที่เอนกประสงค์
เพราะว่าภาคอีสานจะยกบ้านหลังใหม่เมื่อแยกครอบครัว
และจะไม่ใช้ชานบ้านในการเชื่อมกันแต่จะเชื่อมต่อกันโดยใช้เดิ่น (ลานบ้าน) เดินทะลุหากัน



น้องฝ้าย วัลยา เนาสันเทียะ
น้องฝ้ายแนะนำเกี่ยวกับเรื่องราวของหมู่บ้านปรางค์นครว่า
สวัสดีค่ะยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในหมู่บ้านปรางค์นครของเรา
สำหรับหมู่บ้านปรางค์นครของเราจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุด
สถานที่แรกที่เราจะพาไปชมนั่นก็คือบ้านเรือนไทยโคราช หรือว่าบ้านอีสาน
จะบ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของคนโคราชในสมัยโบราณ เป็นบ้านทรงไทยอีสาน
ก็คือลักษณะการสร้างจะบ่งบอกถึงความเป็นอยู่ของคนอีสานรุ่นหลังที่ใช้ชีวิตตงามเป็นอยู่อย่างไร
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ก็ขอเรียนเชิญมาท่องเที่ยวที่หมู่บ้านปรางค์นครนะคะ
ถือได้ว่าทางหมู่บ้านปรางค์นครของเรามีเรือนไทยโคราชที่น่าสนใจที่สมบูรณ์มากกว่า 20 กว่าหลัง

จากนั้นเราจะพาไปชมพระปรางค์บ้านปรางค์ เป็นแห่งท่องเที่ยวโบราณสถาน
และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านของเราที่เราเคารพนับถือซึ่งสามารถเข้ามาสักการะได้ที่บ้านปรางค์นคร
ใครที่มีความเชื่อในเรื่องบนบานสานกล่าวก็จะมีคนเฒ่าคนแก่พามาสักการะและขอพรตามที่เราต้องการ
ขอเรียนเชิญนักท่องเที่ยวทุกท่านมาเที่ยวที่หมู่บ้านปรางค์นครยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านนะคะ



อุ้มนั่งที่หน้า "เล้าข้าว" ที่มีเห็นอยู่ทั่วไปในหมู่บ้านปรางค์นคร อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา
เล้าข้าว เป็นสถาปัตยกรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปคู่กับบ้านเรือนในชนบทของภาคอีสาน
มีลักษณะเป็นเรือนหลังเดี่ยวขนาดเล็ก แยกออกมาจากตัวบ้าน
ใช้สำหรับเก็บรักษาข้าวเปลือก และผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ
โดยในอดีต เล้าข้าว ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของชาวนาภาคอีสาน
ถือเป็นสมบัติที่มีมูลค่ามากที่สุดของชาวนา

นอกจากนี้ เล้าข้าว ยังเป็นเครื่องบ่งบอกสถานะทางเศรษฐกิจของเจ้าของเล้า
บ้านไหนมีเล้าใหญ่อาจหมายความว่ามีที่นามาก มีควายมาก มีกำลังการผลิตและผลผลิตสูง
น่าจะเป็นคนขยันขันแข็ง เป็นผู้มีฐานะดีและเป็นที่นับถือของคนในชุมชน
ปริมาณข้าวที่อยู่ภายในเล้าจะเป็นหลักประกันว่า
ชาวนาจะสามารถยังชีพอยู่รอดไปได้ตลอดทั้งปีจนกว่าจะถึงฤดูการเก็บเกี่ยวใหม่อีกครั้ง



จากนั้นนักท่องเที่ยวเข้าพักที่โฮมสเตย์
ซึ่งแต่ละโฮมสเตย์ก็จะมีกิจกรรมเป็นการแสดงการร่ายรำต้อนรับนักท่องเที่ยว
แล้วจากนั้นขบวนรถลิมูซีนพาเรายังบ้านผู้ใหญ่บ้านเพื่อมาชมและทำกิจกรรมทำลูกประคบกันค่ะ



ซึ่งที่นี่คุณจะได้พบกับปราชญ์ชุมชน คือ ครูหลอน จะมาสอนการทำลูกประคบค่ะ
ลูกประคบ คือสิ่งที่เกิดจากภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษที่ใช้พืชสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่น
นำมาใช้ในการรักษาหรือเพื่อช่วยในการไหลเวียนของโลหิต

ส่วนผสมในการทำลูกประคบสมุนไพร
การบูร มีสรรพคุณเป็นยาระงับเชื้ออ่อนๆ เป็นยากระตุ้นหัวใจ ช่วยขับลม ขับเสมหะ ขับปัสสาวะ แก้ปวดเมื่อยตามข้อ
เกลือ สามารถใช้ฆ่าเชื้อแก้อาการอักเสบได้ อีกทั้งเกลือยังมีความสามารถในการดูดความร้อน
จะช่วยทำให้สรรพคุณทางยาของสมุนไพรซึมได้เร็วขึ้น
ผิวมะกรูด มีสรรพคุณในการรักษาอาการหน้ามืดเป็นลม แก้อาการวิงเวียน และบำรุงหัวใจ ขับลมในลำไส้
ขมิ้นชัน มีสรรพคุณในการลดการอักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อย ลดอาการแพ้ได้
ไพล มีสรรพคุณในการลดอาการปวด บวมแดงและแก้ฟกช้ำได้ด้วย
ใบมะขาม มีสรรพคุณในการบำรุงผิวพรรณ
ใบส้มป่อย แก้โรคผิวหนัง

อุปกรณ์สำหรับการทำลูกประคบ
1.ผ้าขาวบาง ควรจะเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าดิบเพื่อไม่ให้ตัวสมุนไพรหลุดออกมาจากตัวผ้า
2.สมุนไพร ก่อนนำมาทำลูกประคบต้องทำความสะอาด แล้วหั่นหรือสับเป็นชิ้นเล็กๆ
3.หม้อสำหรับนึ่งลูกประคบ
4.เชือกที่ไว้ใช้สำหรับมัดลูกประคบ

วิธีการทำลูกประคบ
นำขมิ้น นำไพลมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
แล้วนำใบมะขาม ใบส้มป่อย มาผสมกับส่วนผสมในข้อ 1 แล้วใส่เกลือและการบูร ตำให้เข้ากัน
พอได้ที่ตักใส่ในผ้าแล้วจับผ้าสี่มุมเข้าหากันแล้วใช้เชือกที่เตรียมไว้มัดให้แน่น
เป็นอันเสร็จได้ลูกประคบค่ะ



จากนั้นรถลิมูซีนก็พามาถึงปราสาทปรางค์บ้านปรางค์เพื่อมาชมพระอาทิตย์ตกดินค่ะ
มารอชมพระอาทิตย์อัสดงส่งองค์สุริยันชมองค์จันทรา



นายศิริวัฒน์ วราธนาวิชญ์
ผู้ใหญ่บ้านปรางค์นคร หมู่ที่ 14 ต.บ้านปรางค์ อ.คง จ.นครราชสีมา
ผู้ใหญ่บ้านเล่าให้ฟังว่า
สำหรับกิจกรรมในหมู่บ้านที่เราทำโครงการท่องเที่ยว หรือโครงการวิสาหกิจการท่องเที่ยวชุมชนบ้านปรางค์นคร
โครงการนี้เราได้รับงบประมาณจากธนาคารออมสินสนับสนุนในการทำกิจกรรมท่องเที่ยว
และทำโฮมสเตย์เพื่อส่งเข้าประกวด
เพราะว่าเราได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 6 จากทั่วประเทศในโครงการ GSB Smart Homestay จากธนาคารออมสิน
เราก็มีกิจกรรมท่องเที่ยวหลายอย่าง รวมทั้งสิ่งที่เห็นอยู่ตรงนี้ก็คือปราสาทปรางค์บ้านปรางค์
ปราสาทปรางค์บ้านปรางค์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ซึ่งปราสาทองค์นี้เป็นปราสาทแท้ที่ตรง 90 องศา ของทิศตะวันออก และสิ่งที่คู่กับปราสาทนั่นก็คือบาราย
บารายก็คือ เปรียบเสมือนเหยือกน้ำ สิ่งที่เก็บกักน้ำไว้ในช่วงที่มีการบวงสรวงที่องค์ปราสาท
ก็จะถ่ายน้ำมาจากบารายซึ่งอยู่ทางด้านทิศที่อยู่ขวามือของผมในตอนนี้
บารายมีเนื้อที่ 100 กว่าไร่ เป็นบารายที่กว้างใหญ่แต่ก็เป็น Amazing เป็นอย่างมาก
เพราะบารายของบ้านปรางค์จะทำคนละมุม นั่นก็คือหันไปคนละทิศทางกับปราสาทปรางค์บ้านปรางค์
ซึ่งมีที่นี่ที่เดียวในประเทศไทยและในโลกด้วยครับที่ปราสาทกับบารายหันไปคนละทิศ
ถ้าท่านต้องการพิสูจน์สามารถมาพิสูจน์ได้นะครับ

ส่วนภายในชุมชนก็มีสิ่งที่น่าสนใจก็คือ เรือนโคราชโบราณ และมีเรือนอีสานโบราณที่มีอายุกว่า 100 ปี
มีอยู่หลายหลังมากมากกว่า 20 หลัง จะมีไลน์ในเรื่องเส้นทางการท่องเที่ยวชุมชน
จะเห็นเป็นบ้านไม้เป็นเรือนไทยโคราชที่สวยๆ หลายหลังและมีคนพักอาศัยอยู่จริง
ใช้ชีวิตจริงในบ้านไม้โบราณของบ้านปรางค์นครของเรา
ส่วนเรื่องของศิลปวัฒนธรรมในเรื่องของอาหารเป็นเอกลักษณ์อัตลักษณ์ นั่นก็คือ ทอดมันบ้านปรางค์
เป็นแบบไหนอย่างไรก็อยากให้นักท่องเที่ยวมาลองชิมกันมีที่เดียวในประเทศไทยก็ว่าได้
แล้วก็มีอาหารโคราชนั่นก็คือ ขาหมูถั่วดำ เป็นวัฒนธรรมทางด้านอาหาร
แล้วก็มีในเรื่องของศูนย์เรียนรู้ในเรื่องของลูกประคบ การเรียนรู้การทำลูกประคบเพื่อรักษาร่างกาย สุขภาพของตัวเอง
ท่านที่สนใจก็ขอเชิญมาท่องเที่ยว ณ บ้านปรางค์นคร ตำบลบ้านปรางค์ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา
ติดต่อมาทางผมที่มือถือ 09-6292-8808



โบราณสถานปรางค์บ้านปรางค์ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านปรางค์นคร หมู่ที่ 14 ตำบลบ้านปรางค์ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา



โบราณสถานปรางค์บ้านปรางค์ เป็นศาสนสถานเนื่องในคติศาสนาฮินดู อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17
ตรงกับศิลบะเขมรโบราณสมัยปาปวนตอนปลายถึงนครวัดตอนต้น
โบราณสถานปรางค์บ้านปรางค์ก่อสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง

แผนผังประกอบด้วยกลุ่มปราสาท 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกันเรียงตามแนวทิศเหนือ-ทิศใต้
มีคูน้ำรูปตัวยูล้อมรอบ เว้นทางเดินเข้าสู่โบราณสถานทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก
ในราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 สมัยอยุธยา-ล้านช้าง
มีการก่อสร้างอาคารอิฐเพิ่มเติมอีก 1 หลัง ทางด้านทิศตะวันออกติดดับส่วนฐานของกลุ่มปราสาทเป็นวิหารหรือหอพระ
แผนผังอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผนังและพื้นก่อด้วยฐานอิฐ เสาและโครงสร้างเป็นไม้มุงหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานปรางค์บ้านปรางค์ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 55 ตอนที่ 34
ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2479
และประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 100 ตอนที่ 36 ลงวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2526
พื้นที่โบราณสถาน 6 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา



เขาบอกกันมาว่าพระอาทิตย์จะตกลงกลางปล่องปรางค์ จากภาพจะเห็นว่าตกเอียงขวาไปนิดหนึ่ง
ณ ปราสาทปรางค์บ้านปรางค์ สร้างขึ้นโดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
มารอพระอาทิตย์ตกลงกลางปล่องปรางค์ สังเกตว่าตอนที่อุ้มถ่ายภาพนี้เป็นวันที่ 20 มีนาคม 2563
แต่ถ้าตรงกลางปล่องพอดีจะตรงกับวันที่ 21 มีนาคม 2563
นับเป็นอันซีนไทยแลนด์ที่ปีหนึ่งจะมีสองครั้ง คือ วันที่ 21 มีนาคม 2563
และวันที่ 23 กันยายน 2563 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ได้มาเห็นกับตาในวันนี้



มารักและสวมกอดประเทศไทย
รักอีสาน กอดโคราช ชมวิถีชุมชนท้องถิ่นไทย ในมิติแห่งกาลเวลา ดาราศาสตร์จากบรรพชน





แสงของพระอาทิตย์เริ่มลับหายไปล่ะ ปีเตอร์ก็จะพาพวกเราไปส่งที่โฮมสเตย์ที่พัก



โฮมสเตย์ที่อุ้มพักเป็นบ้านไม้สองชั้นของ "บ้านกรอจอหอ" พวกเราพักอยู่ชั้น 2 ที่มีสองห้อง มีห้องน้ำชั้นบน
และมีห้องรับแขกเอนกประสงค์อยู่หน้าห้องที่มีภาพเป้สีม่วงอุ้มวางอยู่น่ะค่ะ
ชั้นสองมี 2 ห้องเป็นห้องพัดลมและห้องแอร์
เรียกว่ายกประโยชน์ให้น้าๆ ชายหนุ่มนอนห้องแอร์ อุ้มหญิงสาวมาคนเดียวนอนห้องพัดลมค่ะ
สนนราคาที่พักสามารถสอบถามข้อมูลเรื่องอาหารที่พักได้ที่ผู้ใหญ่บ้านค่ะ
ติดต่อได้ที่ ผู้ใหญ่ศิริวัฒน์ วราธนาวิชญ์
ผู้ใหญ่บ้านปรางค์นคร หมู่ที่ 14 ต.บ้านปรางค์ อ.คง จ.นครราชสีมา โทร.09-6292-8808



เรียกว่างานนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เรามาเจอกันที่บ้านปรางค์นคร อ.คง จ.นครราชสีมา วิถีชุมชนที่ต้องมาเยือน
เพราะอุ้มได้มารู้จักกับคุณเพชรดา ศรชัยไพศาล นายกสมาคมภาษาเพื่อการศึกษาอาชีพและธุรกิจนำเที่ยว
และคุณเพชรดา ศรชัยไพศาล ยังเป็น Coach ชุมชนอีกด้วยค่ะ
วันนี้เป็นงานกินเลี้ยง "พาเข่าค่ำไทยโคราชปรางค์นคร" ก็จะเป็นการพูดคุยทักทายนักท่องเที่ยว
สร้างความอบอุ่นในบรรยากาศ "พาเข่าค่ำไทยโคราชปรางค์นคร"







"พาเข่าค่ำไทยโคราชปรางค์นคร" จะเป็นอาหารที่เป็นเอกลักษณ์อัตลักษณ์ของคนปรางค์นคร
นั่นก็คือ ทอดมันบ้านปรางค์
เป็นแบบไหนอย่างไรก็อยากให้นักท่องเที่ยวมาลองชิมกันมีที่เดียวในประเทศไทยก็ว่าได้
แล้วก็มีอาหารโคราชนั่นก็คือ ขาหมูถั่วดำ เป็นวัฒนธรรมทางด้านอาหาร



ทอดมันบ้านปรางค์ ขาหมูถั่วดำ ส้มตำ
ว๊าว อร่อยจริๆง ค่ะ อุ้มกินอยู่แค่สามอย่างนี้ เพิ่งรู้ว่าเป็นอาหารท้องถิ่นของปรางค์นคร
ชอบค่ะ อุ้มเป็นคนชอบกินอาหารพื้นถิ่น อร่อยค่ะ ขาหมูกับส้มตำ โต๊ะอุ้มสั่งเบิ้ล
วิถีชุมชนที่ปรางค์นครนี่มีเสน่หืจริงๆ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่อุ้มได้มาจริงๆ
ขอบคุณนะคะที่ดลใจให้ได้มา









กินข้าวอิ่ม ดูการแสดงแบบอิ่มตา แล้วเราก็มารำวงกันต่อแบบอิ่มเอมใจแบบไม่ต้องเกรงใจใคร



CUT มาเป็นเช้าตรู่วันเสาร์วันที่ 21 มีนาคม 2563 อุ้มตื่นมาตีสี่อาบน้ำอาบท่า
แล้วพวกเราก็ออกจากบ้านในเวลาตีห้าค่ะ เพราะพิธีจะเริ่มในเวลาตีห้าครึ่ง







โบราณสถานปรางค์บ้านปรางค์ เป็นศาสนสถานเนื่องในคติศาสนาฮินดู อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17
ตรงกับศิลบะเขมรโบราณสมัยปาปวนตอนปลายถึงนครวัดตอนต้น
โบราณสถานปรางค์บ้านปรางค์ก่อสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง

แผนผังประกอบด้วยกลุ่มปราสาท 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานเดียวกันเรียงตามแนวทิศเหนือ-ทิศใต้
มีคูน้ำรูปตัวยูล้อมรอบ เว้นทางเดินเข้าสู่โบราณสถานทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก
ในราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 สมัยอยุธยา-ล้านช้าง
มีการก่อสร้างอาคารอิฐเพิ่มเติมอีก 1 หลัง ทางด้านทิศตะวันออกติดดับส่วนฐานของกลุ่มปราสาทเป็นวิหารหรือหอพระ
แผนผังอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผนังและพื้นก่อด้วยฐานอิฐ เสาและโครงสร้างเป็นไม้มุงหลังคาด้วยกระเบื้องดินเผา
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานปรางค์บ้านปรางค์ ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 55 ตอนที่ 34
ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2479
และประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 100 ตอนที่ 36 ลงวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2526
พื้นที่โบราณสถาน 6 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา





ระหว่างรอใส่บาตรก็โดรน...มุมสูงค่ะ พระอาทิตย์แสงแรกกำลังมา



เพชรดา ศรชัยไพศาล
นายกสมาคมภาษาเพื่อการศึกษาอาชีพและธุรกิจนำเที่ยว / Coach ชุมชน
เปิดเผยว่า
สำหรับกิจกรรมในวันนี้วันที่ 21 มีนาคม 2563
วันนี้ถือได้ว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งเป็นวันทิวาราตรีเสมอภาค หรือเรียกว่า วันวสันต์วิสุวัต
เนื่องจากเป็นวันแรกที่ชาวปรางค์นครชุมชนของเราได้มาร่วมกิจกรรมกันในวันนี้
แต่วันนี้มีมานานแล้ว
เริ่มตั้งแต่ตีห้าครึ่งเราได้มานั่งทำกิจกรรมเพื่อพลังแห่งตน
ในวันสมดุลจักรวาล สมดุลโลก หรือสมดุลชีวิตด้วยการเดินปราณด้วยลมหายใจอันบริสุทธิ์
ได้มีการรู้จักตัวเองนั่นก็คือพลังแห่งชีวิตของเรา เจ็ดจุดจักระ
ก็ได้ทำกิจกรรมที่เรียกว่าเพื่อสร้างสมดุล สร้างพลังแห่งตน รับรู้ให้ตนเองว่า
สถานที่ที่เป็นสถานสำคัญของโบราณสถานตรงนี้
บรรพชนของเราได้สร้างเอาไว้มากกว่าพันปี
ทำไมถึงบอกว่ามากกว่าพันปี จากอิฐมอญโบราณที่เราเห็นอยู่ตรงนี้ตั้งแต่สมัยทวาราวดี
ก็จะมีหินทรายเข้ามาสร้างทับถม
และจากบริเวณรอบพระปรางค์นี้มีการขุดค้นก็จะเจอพระพุทธรูปตั้งแต่สมัยทวาราวดี
หลังจากนั้นก็จะมีการสร้างปราสาทขอมโบราณโดยองค์ชัยวรมันที่ 7
ได้สร้างทับเอาไว้ที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นประจักษ์หลักฐาน
และสถานที่ตรงนี้ไม่ได้มีการทิ้งไปไหนเลยชุมชนยังคงอยู่ มีการสร้างบ้านสร้างเรือน
แล้วก็เลือกสถานที่สำคัญอันเป็นโบราณสถาน เทวสถานอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของชุมชน

ส่วนทางด้านเหนือของโบราณสถานก็จะเป็น "บาราย"
ด้านหน้าของบารายจะตรงกับทิศตะวันออกซึ่งเอียงไปทางราศีเมษ
ซึ่งราศีเมษเป็นราศีเกิดขององค์พระนาราย หรือพระวิษณุ
ตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดู กษัตริย์หรือเจ้าผู้ครองนครเป็นอวตารขององค์วิษณุ
ทำให้สันนิษฐานได้ว่าอาณาเขตของชุมชนปรางค์นครมีความยิ่งใหญ่
ทำให้ได้แง่คิดได้ว่าการก่อสร้างบาราย กับปรางค์บ้านปรางค์อาจจะไม่ได้อยู่ในสมัยเดียวกัน
นับเป็นสิ่งที่น่าค้นหาต่อไป
และจากการที่ "บาราย" มีขนาดกว้างใหญ่ ทำให้เราซึ่งเป็นคนในปัจจุบันได้มองย้อนกลับไปในอดีตได้ว่า
ชุมชนปรางค์นครเป็นนครที่มีผู้คนอยู่อาศัยมากมาย

ส่วนชุมชนก็จะอยู่หลังเทวสถานที่เป็นปราสาทขอมโบราณไปอีก
ดังนั้น บรรพชนของชุมชนแห่งนี้เป็นผู้รู้ถึงได้วางสถานที่สำคัญได้อย่างถูกต้อง
ก็เป็นกิจกรรมของช่วงเช้าวันนี้ แล้วก็จะมีการบวงสรวง
เรียกว่าเป็นวันแรกของการเปิดปรางค์นครในรูปแบบที่ให้ผู้คนได้มารู้จักเราและชุมชนได้รู้จักตัวเองด้วยค่ะ
และวันนี้เป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งแรก
และชาวบ้านมีความเชื่อว่าที่นี่เป็นเทวสถานเฉกเช่นเดียวกันกับพระปรางค์สามยอด จ.ลพบุรีค่ะ

จวบจนปัจจุบันเห็นเป็นประจักษ์พยานได้ว่าชุมชนปรางค์นครแห่งนี้มีประชากรประมาณ 800 กว่าครัวเรือน
และใน 800 กว่าหลังคาเรือนนั้นมีบ้านเรือนโบราณที่เป็น "เรือนไทยโคราช" และ "เรือนไทยอีสาน"
ที่มีอายุตั้ง 100-เกือบร่วม 200 ปี มีเรือนโบราณทั้งหมด 32 หลัง และ "ศาลาการเปรียญกุฏิสงฆ์"
ที่มีความ Anazing เป็นอย่างยิ่งค่ะ



พระพุทธรูปภายในปราสาทปรางค์บ้านปรางค์ หมู่บ้านปรางค์นคร ต.บ้านปรางค์ อ.คง จ.นครราชสีมา
มีนามว่า "พระพุทธไตรรัตนญาณตรีโลกเชษฐ์"
เมื่อแสงแรกของพระอาทิตย์ส่องแสงจะพุ่งตรงมายังพระพุทธรูปที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก
ซึ่งจะเป็นมงคลชาวปรางค์นครก็จะศรัทธาต่างนำมือของตัวเองแตะไปที่พระพุทธรูป
พนมมือพร้อมทั้งอธิษฐานรับแสงแรก





มีการตักบาตรรอบบริเวณปราสาทขอมโบราณปรางค์นคร เพื่อเสริมบารมีแห่งสถานที่







ชาวบ้านใส่สีขาวแต่นักข่าวมาคัลเลอร์ฟูลเลยครับท่าน



ประธานในพิธีนำวางบายศรี พวงมาลัย ดวงไม้ บูชา
ในวันสร้างความสมดุล เพิ่มพลังและสิริมงคลแห่งตน



นายศิริวัฒน์ วราธนาวิชญ์ ผู้ใหญ่บ้านปรางค์นคร หมู่ที่ 14 ต.บ้านปรางค์ อ.คง จ.นครราชสีมา



คุณเพชรดา ศรชัยไพศาล นายกสมาคมภาษาเพื่อการศึกษาอาชีพและธุรกิจนำเที่ยว / Coach ชุมชน
และนายประวิตร ชุมสุข รองนายก อบต.บ้านปรางค์ และประธานวิสาหกิจชุมชน การท่องเที่ยวชุมชนปรางค์นคร
ร่วมกันจุดเทียนเปิดทรัพย์เป็นการเสริมบารมีแห่งสถานที่แห่งองค์พระปรางค์ และองค์เทพทวา
เพื่อเสริมความสมดุลโลก สมดุลธรรม สมดุลจักรวาล
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ อุ้มเห็นมากับตา นับตั้งแต่จุดเทียนในเวลา 06.30 ตั้งแต่เริ่มทำพิธี
จนมาเสร็จพิธีตอนเกือบ 10 โมง ไม่ว่าจะมีลม เทียนสีเขียว 2 แท่งนี้ยังไม่ดับเลย
เพราะถ่ายภาพจนเสร็จพิธีจนขนของกลับเห็นมากับตาค่ะ



ไม่ใช่เรื่องบังเอิญจริงๆ ค่ะ
ที่ได้มาร่วมพิธีเปิดทรัพย์เป็นการเสริมบารมีแห่งสถานที่แห่งองค์พระปรางค์ และองค์เทพทวา
เพื่อเป็นการเสริมความสมดุลโลก สมดุลธรรม สมดุลจักรวาล นับเป็นมงคลแก่ชีวิตอุ้มสี



นายประวิตร ชุมสุข
รองนายก อบต.บ้านปรางค์ และประธานวิสาหกิจชุมชน การท่องเที่ยวชุมชนปรางค์นคร
เปิดเผยว่า
ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บ้านปรางค์นคร ต.บ้านปรางค์ อ.คง จ.นครราชสีมา
ชุมชนปรางค์นครมีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความเป็นชนบทที่ยังสูงอยู่
ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนเก่ามีมาตั้งแต่ประมาณ 1,800 ปีที่แล้ว
โดยผ่านยุค ผ่านสมัย ผ่านกาลเวลามาหลายสมัย
ตั้งแต่สมัยทวาราวดี สมัยเขมร จนถึงสมัยอยุธยา สมัยล้านช้าง จนมาถึงสมัยปัจจุบันชุมชนโคราช
ชุมชนของเรามีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชม
ไม่ว่าจะเป็นโฮมสเตย์ของบ้านปรางค์นคร

โดยเฉพาะเรามีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งเป็นที่สักการะของพี่น้องประชาชนและของคนในอำเภอคง และจังหวัดนครราชสีมา
ก็คือ ปราสาทบ้านปรางค์ ซึ่งสถานที่แห่งนี้เป็นที่สถิตของปู่ปรางค์หรือเจ้าพ่อหินทับ
สำหรับที่ปราสาทปรางค์บ้านปรางค์ ต.บ้านปรางค์ อ.คง จ.นครราชสีมา
ถือเป็น Unseen Thailand หรือว่า Amazing Thailand
ความสำคัญของปราสาทปรางค์บ้านปรางค์ เป็นปราสาทไม่กี่แห่งในประเทศไทย
ที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกแท้ สร้างมาตั้งแต่ 800-900 ปี
ช่วงรอยต่อของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 และพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ซึ่งปราสาทแห่งนี้ปีหนึ่งจะมีเพียง 2 วัน ที่พระอาทิตย์จะส่องตรงช่องประตู
นั่นก็คือ ในวันนี้วันที่ 21 มีนาคม และวันที่ 23 กันยายน ของทุกปี
นอกจากนั้นความพิเศษที่บารายบ้านปรางค์นคร
ทุกเดือนจะมีในเรื่องของพลัง เรียกว่าเป็น sunset พลังสุริยันจันทรา
มีวันหนึ่งที่นักท่องเที่ยวต้องดูตามวันปฏิทินสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะมา
เพราะพระอาทิตย์กับพระจันทร์จะขึ้นตรงกันตรง "บาราย" พอดีครับ
ถ้าท่านมาถ่ายภาพในวันนั้นตัวท่านจะเกิดออร่าตัวท่านจะได้รับพลัง
ตัวนักท่องเที่ยวจะกลายเป็นสีทอง
อยากให้ทุกท่านลองมาพิสูจน์ดูที่บารายสวรรค์บ้านปรางค์นคร

นอกจากนั้นเรายังมี "บารายบ้านปรางค์" ซึ่งก็มีความพิเศษแตกต่างจากบารายที่อื่นๆ
ที่นี่จะมีบัวหลวงที่สวยงาม มีสะพานบารายสวรรค์ให้ท่านได้เดินและชมความงามของบัวหลวง

นอกจากนี้ชุมชนปรางค์นครของเราก็ยังมีเรือนไทยโคราช
ณ ตอนนี้ที่สำรวจได้มีอยู่ 32 หลัง และเป็นเรือนที่ใช้งานจริงๆ
บางหลังเก่าแก่ถึง 150-160 ปี เป็นเรือนที่ชุมชนอนุรักษ์ไว้

มนต์เสน่ห์ของที่นี่จะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมอาหารการกิน เป็นอาหารสุขภาพ
อุปกรณ์วัสดุทุกอย่างจะเป็นการปลูกเองปลอดสารพิษ
ผมอยากเชิญชวนให้ทุกท่านมารับพลังที่ปราสาทบ้านปรางค์
และมากินอาหารที่เป็นอาหารพื้นพิ่นที่ปลอดสารพิษและปรุงกันสดๆ ใหม่ๆ เลย
เพื่อที่จะเพิ่มพลังให้กับชีวิต
อยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านมาเที่ยวชุมชนบ้านปรางค์นคร
มาพักโฮมสเตย์ที่นี่
ซึ่งโฮมสเตย์ที่นี่เราพัฒนาผ่านโครงการ GSB Smart Homestay
หรือชุมชนประชารัฐออมสินสีชมพู โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารออมสิน
ก็เป็นโฮมสเตย์ที่จะพัฒนาเป็นโฮมสเตย์ระดับโลก ขอเชิญชวนทุกท่านครับ
สนใจติดต่อ
ประธานวิสาหกิจชุมชน การท่องเที่ยวชุมชนปรางค์นคร
โทร.08-9718-8182



จากนั้นจุดธูปสักการะ



การร่ายรำในการบวงสรวงแด่พ่อปู่ปรางค์หรือเจ้าพ่อหินทับ
ทุกๆ คนที่เป็นศิลปิน
เวลาบวงสรวงจะตั้งจิตฟังในการที่พ่อปู่กล่าวคำอันเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทพเทวาทุกพระองค์
เพราะฉะนั้นการร่ายรำจึงไม่มีการซักซ้อมล่วงหน้ามาก่อนแต่อย่างใด



เพราะฉะนั้นผู้ร่ายรำแต่ละคนจะใช้ญานของตัวเองในการร่ายรำ
สังเกตว่าท่าร่ายรำของทั้ง 3 คนจะไม่เหมือนกัน
เพราะต่างคนต่างใช้จิตในการรำบวสรวงเทพเทวดาในแต่ละที่



พวกเราอยู่จนเสร็จพิธีถึงได้นั่งรถลิมูซีนกลับมาที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเพื่อมากินอาหารเช้า
มื้อเช้าเป็นอาหารพื้นถิ่นทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น "ข้าวแผ่ะ" คือข้าวต้มสมุนไพร
และกินกาแฟสดเฉพาะที่ปรางค์นครเท่านั้น เสริฟมากับแก้วกาแฟปรางค์นคร
และก็กินกาแฟกับกะหรี่ปั๊บ อร่อยลงตัวเริ่ดมากค่ะ เมื่ออิ่มแล้วชีพจรลงเท้ามุ่งสู่หมายต่อไปค่ะ
เทวสถานรัตนพิมานพระแม่อุมามหากาลี



เทวสถานรัตนพิมานพระแม่เจ้าศรีอุมาเทวีมหากาลีเย
ซึ่งเปิดในเวลา 08.30 น.
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 209/2 ม.13 ต.บ้านปรางค์ อ.คง จ.นครราชสีมา 30260
มาไม่ถูกหาไม่เจอ โทร. 08-4826-2778



ณ แห่งนี้ภายในเทวสถานรัตนพิมานฯ
จะมีพระพิฆเนศองค์ใหญ่ตั้งอยู่มองเห็นเด่นชัดสามารถมากราบไหว้สักการะขอพรได้สมปรารถนา
ที่นี่เป็นสถานที่บูชากราบไหว้ปฏิบัติสวดมนต์นั่งกรรมฐาน
บริเวณด้านในประดิษฐานองค์พระพุทธรูปปางสมาธิ องค์พระแม่เจ้าศรีอุมาเทวีมหากาลีเย องค์บรมครูปู่ฤๅษีนารายณ์
เรียกว่ามาที่นี่ที่เดียวมีองค์เทพต่างๆ ให้ได้สักการะครบถ้วนค่ะ



ชอบพระพิฆเนศองค์ที่อยู่บนหลังคาโดมค่ะ



ถ่ายภาพหมู่กันแล้วเราก็มุ่งสายธารธรรมะต่อไปคือถ้ำโบสถ์ ณ วัดบ้านโนนเต็ง อ.คง จ.นครราชสีมา



วัดบ้านโนนเต็ง บ้านโนนเต็ง หมู่ที่ 1 ตำบลโนนเต็ง อำเภอคง จังหวัด นครราชสีมา



นางอุไร เหมนิธิ
รองนายก อบต.โนนเต็ง บ้านโนนเต็ง อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา
เล่าให้ฟังว่า
เกี่ยวกับถ้ำโบสถ์วัดบ้านโนนเต็ง
เริ่มแรกที่วัดบ้านโนนเต็งยังไม่มีพระอุโบสถ ทีนี้หลวงพ่อจิต พระครูสุทธิภาวนาญาณ
พระครูได้มาจำพรรษาที่วัดบ้านโนนเต็งแห่งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2523
ท่านมีดำริว่าวัดนี้ควรจะมีพระอุโบสถจึงได้พาญาติโยมชาวบ้านบ้านโดนเต็ง
ร่วมด้วยช่วยกันสร้างพระอุโบสถหลังนี้ขึ้นโดยท่านบอกว่าจะทำพระอุโบสถให้เป็นถ้ำ
โดยไปขออิฐ ขอหิน จากจังหวัดชัยภูมิ ที่ช่องเขาสามหมอ
เมื่อได้อิฐ หิน กิน ทราย ก็ได้แรงชาวบ้านช่วยกันสร้าง โดยการออกแบบของหลวงพ่อจิต

ส่วนด้านบนที่เห็นเป็นพระเจดีย์ 9 องค์นั้น
ท่านได้ไปที่ประเทศอินเดียจีงได้นำพระบรมสารีริกธาตุมาจากประเทศอินเดีย
หลวงพ่อจิตบอกว่า เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับพระพุทธศาสนาของไทยเรา
ชาวพุทธทั้งหลายก็ควรจะได้กราบไหว้สักการะบูชา
ท่านก็เลยบอกว่าจะนำไว้บนที่สูงๆ ก็เลยคุยกับท่านว่าจะทำอย่างไรดี
ท่านก็เลยบอกว่าให้สร้างเป็นเจดีย์ 9 องค์ก็แล้วกัน
ก็เลยสร้างเป็นเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุทั้ง 9 อยู่ที่บนพระอุโบสถถ้ำหลังนี้

แต่ว่าทางบ้านโนนเต็งไม่ได้เรียกว่า "พระอุโบสถถ้ำ"
คือทางตัวดิฉันเผอิญว่าได้มีโอกาสเป็นรองนายก อบต.ได้ตั้งคำขวัญของตำบลโนนเต็งขึ้น
เห็นว่าที่นี่เป็นที่แรกคือบ้านโนนเต็งเป็นหมู่ที่ 1 ของตำบลโนนเต็ง
ก็เลยคิดว่าถ้ำตรงนี้น่าจะเป็น "อุโบสถพิสดาร จึงเป็นที่มาของคำว่า "อุโบสถพิสดาร"
เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวของตำบลโนนเต็งค่ะ

นายธง วิสุทธิกรกุล
ผู้ใหญ่บ้านโนนเต็ง หมู่ที่ 1 อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา
เล่าให้ฟังว่า
เป็นโอกาสดีที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมและให้คำแนะนำ
ดีใจมากที่บ้านโนนเต็งของเราที่จะมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมขึ้น
ก็ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านที่จะมาเยือน
หรือว่ามีอะไรที่จะมาชี้แนะแนวทางในการบูรณาการในการท่องเที่ยวอุโบสถของเรา
รู้สึกยินดีน้อมรับและยินดีจะทำตามทุกสิ่งอย่างที่ให้ความช่วยเหลือ
สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่สนใจบ้านโนนเต็งของเรายินดีต้อนรับทุกท่าน
เพื่อมารับบุญกุศลเพราะที่นี่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งที่มาเยือนท่านจะได้บุญกุศลอีกด้วย

สำหรับถ้ำที่สี้างเป็นพระอุโบสถหลังนี้ไม่ได้สร้างเป็นสี่แหลี่ยมตามแบบอุโบสถทั่วไป
หลวงพ่อจิตท่านบอกว่า นอกจากจะนำเอาอิ๗แล้วยังนำโอ่งไหแตกจากชาวบ้าน
มาผสมรวมกันก่อสร้างเป็นพระอุโบสถ จะสังเกตว่าะูปทรงเป็นตะปุ่มตะปั่มเหมือนถ้ำ
แล้วใช้ปูนโบกช่วยยึดเข้าไว้ด้วยกัน
โปรดสังเกตที่บนเจดีย์ 9 องค์นั้น
ไม่ใช่มีแต่พระบรมสารีริกธาตุเท่านั้น หากแต่ชาวบ้านบ้านโดนนเต็งได้นำของเก่าที่แต่ละคนมีอยู่
ไม่ว่าจะเป็นทองเก่า ทองสัมฤทธิ์ เหรียญต่างๆ นำขึ้นไปบรรจุใส่ไว้ด้วย

และที่ปากทางพระอุโบสถถ้ำจะมีภาพกินด่านเกวียนปั้นเป็นภาพหลวงพ่อจิตและหลวงพ่อคง
คือว่าเป็นพระอริยสงฆ์ผู้ริเริ่มสร้าง
สำหรับหลวงพ่อคง เป็นเจ้าคณะอำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา
ท่านเป็นหลวงพ่อที่ศักดิ์ที่พวกเราชาวบ้านโนนเต็ง เตารพนับถือ

สำหรับสะพานนาคราชแห่งนี้ หลวงพ่อจิตสร้างสะพานนาคราช
เสมือนเป็นการข้ามสะพานบุญมายังภายใน โดยมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ มีพระพุทธรูป
โดยหลวงพ่อจิตพาชาวบ้านสร้างทำไว้
ให้ข้ามสะพานบุญหรือสะพานนาคราชเข้ามากราบสักการะบูชาก็จะได้บุญ









เมื่อมาเยือนอำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา
เส้นทางท่องเที่ยวสายธรรมจะต้องมากราบสังขาร "หลวงปู่คง ฐิติปัญโญ"
หรือ พระครูคงคนครพิทักษ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดตะคร้อ ต.เมืองคง อ.คง จ.นครราชสีมา
พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองโคราช
ที่แม้กระทั่งหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา
ที่ปัจจุบันนี้สังขารยังไม่เน่าเปื่อยเลยค่ะ
นับเป็นมงคลแก่ชีวิตอุ้มยิ่งนักที่ได้มากราบหลวงปู่คง

ประวัติสั้นๆ ของหลวงปู่คงเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ทองสุข สุชาโต
เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์ทิม สุมโน เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับฉายาว่า ฐิติปัญโญ แปลว่า ผู้มีปัญญาตั้งมั่น
ผลงานด้านพัฒนา หลวงปู่จำพรรษาอยู่วัดใดจะพัฒนาวัดนั้นอย่างเต็มความสามารถ
สร้างกุฏิ สร้างศาลา หอฉัน และอีกมากมาย
ด้วยหัวใจแห่งความเมตตาและใจของพระนักพัฒนา
วัดที่หลวงปู่คงอยู่จำพรรษาจึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปเสมอ
ในกาลต่อมาวัดตะคร้อ ซึ่งมีหลวงปู่คงเจ้าอาวาส
ได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างประจำปี พ.ศ.2531



หลวงปู่คง มรณภาพด้วยโรคหัวใจล้มเหลว เส้นเลือดหัวใจตีบตัน
สิริอายุ 95 ปี พรรษา 73



ออกจากพระมหาธาตุเจดีย์คงนครพิทักษ์ วัดตะคร้อ ต.เมืองคง อ.คง จ.นครราชสีมา
หมายต่อมาก็คือวัดดอนใหญ่ค่ะ



ก็มาสู่เส้นสายทางธรรมตั้งแต่วัดบ้านโนนเต็งมาสู่วัดตะคร้อและมายังวัดดอนใหญ่
พระพุทธรูปจะอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นทั้งสิ้น
พระประธานวัดดอนใหญ่คือ หลวงพ่อสิงห์ อุ้มชอบในความงดงามเป็นอย่างยิ่ง

หลวงพ่อสิงห์ นับเป็นพระพุทธรูปศิลปะล้านช้าง
"หลวงพ่อสิงห์" เป็นการสะท้อนถึงพุทธลักษณะแบบ “พื้นบ้านพื้นเมือง” ของอีสานโดยแท้
ในอดีตมีวัฒนธรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพระพุทธรูปแบบที่เรียกว่าพื้นบ้านพื้นเมืองอีสาน
กล่าวคือ คุณสมเกียรติ โล่เพชรรัตน์ ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านพระพุทธรูป
เคยเขียนไว้ในหนังสือประวัติศาสตร์การสร้างพระพุทธรูปล้านช้าง ปี พ.ศ 2543 หน้าที่ 257
เขียนกล่าวไว้ว่า ..."แท้จริงแล้ว ศิลปะพระพุทธรูปล้านช้างแบบช่างเมืองหลวงนั้น
มีความสวยงามความประณีตไม่แพ้ศิลปะของประเทศใดในโลก
เป็นความงามแบบอุดมคติและมีความเป็นเอกลักษณ์ลาวอย่างแท้จริง"



ให้สังเกตที่พระพักตร์ของ "หลวงพ่อสิงห์"
เป็นลักษณะเด่นพระพักตร์ของพระพุทธรูปอีสานที่มีพุทธลักษณะเฉพาะที่พิเศษ
โดยส่วนใหญ่พระพักตร์จะมีลักษณะที่ยิ้มแย้มแจ่มใสดูอบอุ่น
สร้างความรู้สึกที่เป็นกันเองดูผ่อนคลาย สอดประสานความเป็นอีสานในศิลปะพระพุทธรูป
และนี่เองก่อเกิดเป็นความงดงามอย่างลงตัวในวิถีชาวบ้าน
ที่ปรากฏอยูในงานศิลปะพื้นบ้านอีสานที่มีคุณค่าทางศิลปะ
ซึ่งมีความแปลกและแตกต่างจากสกุลช่างอื่นๆ รวมถึงวัฒนธรรมล้านช้างซึ่งเป็นวัฒนธรรมแม่ด้วย



ว่าแล้วขอเกริ่นถึงประวัติของวัดดอนใหญ่ บ้านดอนใหญ่ ต.ดอนใหญ่ อ.คง โคราช พอสังเขป
โดยหลวงพ่อใหญ่ พระอธิการอินทร์ พุทธปาลิโต
เจ้าอาวาสวัดดอนใหญ่ เจ้าคณะตำบลดอนใหญ่ และเจ้าคณะอำเภอคงกิติมศักดิ์
เล่าให้ฟังว่า
หลังจากตั้งบ้านเรือนอย่างถาวรและมั่นคงแล้ว
บรรพชนชาวบ้านดอนใหญ่ได้เลื่อมใสและนับถือในพระพุทธศาสนา
ซึ่งเป็นรากฐานของการดำเนินวิถีชีวิตของชาวไทยทั่วไป บ้าน วัด โรงเรียน (บวร)
จึงได้ร่วมมือร่วมใจ สร้างวัดประจำหมู่บ้าน เพื่อเป็นศูนย์รวมทางจิตใจ
และนำสิ่งดีงามสู่ชุมชนเพื่อการพัฒนาตนพัฒนาจิต

โดย นายดี ดอนนอก นายสิงห์ ปานนอก แม่บุญพ่อโต ใหญ่นอก
ได้ร่วมกันแพ้วถางพื้นที่ 6ไร่ เพื่อจัดสร้างวัดขึ้นมา
ในครั้งแรกตั้งเป็นเพียงสำนักสงฆ์ ปี พ.ศ2436
ได้นิมนต์พระอาจารย์อ่วม ท่านพระเกิด ท่านพระเยี่ยม มาจำพรรษา และมีการพัฒาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อปี พ.ศ 2460 พระอาจารย์พุ่มเป็นเจ้าอาวาส
ท่านได้รับพระอรหันต์ธาตุมาจากพระอาจารย์อุ่ม ชาวกุมภวาปี
จึงได้เริ่มสร้างพระธาตุเจดีย์
(อันศิลปะการก่อสร้างจึงได้รับอิทธิพลมาจากทางล้านช้างหรือประเทศลาวนั่นเอง)
ได้ชักชวนชาวบ้านดอนใหญ่ ทำการปั้นอิฐ เผาอิฐ และก่อเป็นองค์พระเจดีย์ธาตุ
จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ 2464

ต่อมาปี พ.ศ 2466 ชาวบ้านได้ร่วมการสร้างอุโบสถขึ้นเป็นหลังแรก
และหลังจากนั้นในปี พ.ศ 2474 จึงได้ร่วมกันสร้างองค์พระประธาน "หลวงพ่อสิงห์"
โดยตั้งตามชื่อของเจ้าวาส ณ ขณะนั้น และอุโบสถได้ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา
ดังนั้นในปี พ.ศ 2512 พระอธิการอินทร์ พุทธปาลิโต
จึงได้ชักชวนชาวบ้านสร้างอุโบสถหลังใหม่ พร้อมกับพระประธานองค์ใหม่
ส่วนหลวงพ่อสิงห์ พระประธานองค์เก่าก็ประดิษฐานอยู่ที่ตำแหน่งเดิม

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอภินิหารของหลวงพ่อสิงห์เกี่ยวกับความศักดิ์สิทธมากมาย
ตั้งแต่เริ่มต้นสร้างจนทุกวันนี้
และชาวบ้านเชื่อกันว่าหากใครได้มากราบไหว้และขอพรสิ่งใดจะได้สมปราถนาทุกประการ



ณ วัดดอนใหญ่ ตำบลดอนใหญ่ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา
ที่นี่นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่สำคัญรอให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือน
ก้าวเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนโดยชุมชน แบบเที่ยวไทยเท่
เป็นส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับการท่องเที่ยวชุมชนอย่างมั่งคั่งและยั่งยืนโดยแท้



และนี่คือหนึ่งสิ่งปลูกสร้างที่เป็นโบราณสถานที่สำคัญที่อยู่คู่กับชุมชนมาอย่างช้านาน
นั่นคือ "เจดีย์อรหันต์ธาตุโบราณ" เป็นศิลปะล้านช้าง ที่มีความสวยงามอย่างงดงาม
เห็นแล้วนึกถึงพระธาตุพนม จ.นครพนมเลยค่ะ













อุ้มชอบมุมนี้ของวัดดอนใหญ่ค่ะ



ออกจากวัดดอนใหญ่เราก็มุ่งหน้ามาชมโฮมสเตย์ "บ้านคุณทวด เรือนทองเพชร" กันค่ะ



คุณเพชรดา ศรชัยไพศาล
นายกสมาคมภาษาเพื่อการศึกษาอาชีพและธุรกิจนำเที่ยว / Coach ชุมชน
เปิดเผยว่า
บ้านคุณทวดเรือนทองเพชร โฮมสเตย์ จากรุ่นคุณปู่จนปัจจุบันค่ะ
ชุมชนก็150 ปี คุณปู่จันทร์ คุณย่าบู่ ยิ่งนอกเป็นหนึ่งใน4-5ตรอบครัวที่พบและเป็นผู้เริ่มต้นสร้างชุมชน จนปัจจุบัน 100 ครัวเรือนค่ะ

ตัวเรือนใหญ่ 4 ห้องนอน 1 ห้องพระ(ใต้หลังคา)
ห้องน้ำ 4 ห้อง สุขภัณฑ์ สมัยใหม่ ในเรือนไทย

มีเรือนพักนักเดินทาง(คนขับรถ)ในสวนส่วนตะวันออก พร้อมห้องน้ำเป็นส่วนตัว

บริการเต้นท์พัก หากคุณลูกค้าต้องการสัมผัสธรรมชาติในบรรยากาศสวนชนบท

รับบริการอาหารกลางวัน และรับ ทำ Cooking Class
การสุขภาพการสปา ทั้งภาษาอังกฤษ,เยอรมัน

คุณเพชรดา ศรชัยไพศาล กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า
คุณปู่จัน ยิ่งนอก เป็นคนโคราชโดยกำเนิดที่อพยพมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุยา
คุณปู่เป็นปราชญ์โคราชที่เป็นทั้งนักเขียนและนักรบในเวลาเดียวกัน
เพราะคุณเพชรดาตอนเป็นเด็กเคยเห็นคุณปู่มีปืนและดาบศักดิ์สิทธิ์
แต่ปัจจุบันนี้ดาบนั้นไม่อยู่แล้วเพราะได้มีผู้มานำไปคุณเพชรดากล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเสียดายเป็นอย่างยิ่ง



เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งทริปที่คุณนายอุ้มสีแสนประทับใจ จริงๆ ค่ะ
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เรามาเจอกันที่บ้านปรางค์นคร อ.คง จ.นครราชสีมา วิถีชุมชนที่ต้องมาเยือน
ขอบคุณสวรรค์ที่ดลใจให้อุ้มได้มาที่นี่ รักโคราช ขอบคุณนะคะ



ขอขอบคุณ ที่มาข้อมูล
1.หลวงพ่อใหญ่ พระอธิการอินทร์ พุทธปาลิโต
เจ้าอาวาสวัดดอนใหญ่ เจ้าคณะตำบลดอนใหญ่ และเจ้าคณะอำเภอคงกิติมศักดิ์
2.พระใบฏีกาช้อย อภิชชโว รองเจ้าอาวาสวัดบ้านดอนใหญ่

3.คุณเพชรดา ศรชัยไพศาล
นายกสมาคมภาษาเพื่อการศึกษาอาชีพและธุรกิจนำเที่ยว / Coach ชุมชน

4.นายประวิตร ชุมสุข
รองนายก อบต.บ้านปรางค์ และประธานวิสาหกิจชุมชน การท่องเที่ยวชุมชนปรางค์นคร

5.นายศิริวัฒน์ วราธนาวิชญ์
ผู้ใหญ่บ้านปรางค์นคร หมู่ที่ 14 ต.บ้านปรางค์ อ.คง จ.นครราชสีมา

6.ชาวบ้านปรางค์นครทุกคนที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ รำลึกถึงทุกคนด้วยความอบอุ่นใจค่ะ

Special Thanks : ภาพบางส่วน
1.นายสมศักดิ์ วิทยากุล
2.นายประเสริฐ เทพศรี



เพลง : สระบุรีเลี้ยวขวา / น้าหมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
BG : คุณลักกี้ / กล่องเขียนคอมเม้นท์ : คุณ lozocat
ของแต่ง BLOG : ป้ามด-ดอกหญ้าเมืองเลย-ชมพร-ญามี่-เนยสีฟ้า




Create Date : 22 มีนาคม 2563
Last Update : 1 เมษายน 2563 13:16:53 น.
Counter : 1104 Pageviews.

50 comments
(โหวต blog นี้) 
เจดีย์ล้านนาตอน 1 ... เจดีย์ทรงมณฑปปราสาท tuk-tuk@korat
(21 พ.ค. 2563 16:49:04 น.)
21 พค 63 วัดพระธาตุลำปางหลวง ตอนที่ 1 mcayenne94
(21 พ.ค. 2563 19:46:49 น.)
มหรสพสมโภชเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 SertPhoto
(21 พ.ค. 2563 00:16:49 น.)
ความศรัทธาของชาวพุทธ กับ สังเวชนียสถาน (ตอนที่ 11) อาจารย์สุวิมล
(23 พ.ค. 2563 13:38:19 น.)

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณทนายอ้วน, คุณtoor36, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณThe Kop Civil, คุณสองแผ่นดิน, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณKavanich96, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณnonnoiGiwGiw, คุณเริงฤดีนะ, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณmultiple, คุณกะว่าก๋า, คุณkae+aoe, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณเกศสุริยง, คุณnewyorknurse, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณ**mp5**, คุณInsignia_Museum, คุณสันตะวาใบข้าว, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณธนูคือลุงแอ็ด, คุณหอมกร, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณSweet_pills, คุณชีริว, คุณตะลีกีปัส, คุณmariabamboo, คุณTui Laksi, คุณSertPhoto, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณhaiku

  
สวัสดีครับ คุณ อุ้ม
โดย: พายุสุริยะ วันที่: 22 มีนาคม 2563 เวลา:11:31:04 น.
  
ตอนเย็นๆถ่ายรูปสวยดีนะคราบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 22 มีนาคม 2563 เวลา:13:24:36 น.
  
อยากไปเที่ยวประมาณนี้เหมือนกัน แต่ช่วงนี้ต้องหยุดไว้ก่อนเนื่องจากปัญหาโรคระบาดโควิด 19 แย่จริงๆ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 22 มีนาคม 2563 เวลา:14:14:25 น.
  
ส่งกำลังใจค่ะ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 22 มีนาคม 2563 เวลา:22:51:39 น.
  
ขอบคุณที่แบ่งปัน
โดย: Kavanich96 วันที่: 23 มีนาคม 2563 เวลา:5:25:17 น.
  
เบื่อด้วยตนค่ะพี่..
โควิดทำให้น้องเฉา
ไปเยอะเรยค่ะ

สู้กันต่อไป.. รักษาสุขภาพกันค่ะ

โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 23 มีนาคม 2563 เวลา:6:27:22 น.
  
บ้านปรางค์นครสงบและงดงาม

โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 23 มีนาคม 2563 เวลา:7:07:03 น.
  
อ่านเหมือนไปเที่ยวเองหรือเปล่าพี่อุ้ม ทำไมเลือกรีวิวแทรเวลหละคะ?

เห็นมีโทร.กันไปชวนด้วย

เท่ากับว่าใครไปที่นี่ ก็จะมีพิธีต้อนรับแบบนี้ทุกคนเลยเหรอคะ สุดมาก เขาทำดีนะนี่พี่ โอเคเลยค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Literature Blog ดู Blog
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Music Blog ดู Blog
อุ้มสี Review Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 23 มีนาคม 2563 เวลา:9:22:03 น.
  
ได้ความรู้มากมายเลยนะครับ นึกถึงสมัยเป็น นศ. อาจารย์พาไปทัวร์แบบนี้ จดเลคเชอร์
ไปด้วย sketch รูปไปด้วย มือแทบหงิก ไม่เหมือนทริป คุณอุ้ม มีสาวๆเสื้อแดงแรงฤทธิ์ มาเป็นไกด์ สร้างความสดใส หายง่วงได้แยะเลยนะครับ 555

โดย: multiple วันที่: 23 มีนาคม 2563 เวลา:9:40:37 น.
  
บ้านเก่า ชุมชนเก่า
มีเสน่ห์ในตัวเองเสมอนะครับพี่อุ้ม
อยู่ที่ว่าจะเอามานำเสนอ
และมีการจัดการที่ดีอย่างไร

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 มีนาคม 2563 เวลา:10:43:30 น.
  
วิถีชีวิตแบบข้างบนดีครับ
ส่งเสริมให้คนรู้จัก

คงต้องรอพักใหญ่ หลายเดือนกว่าจะเทงบด้านนี้ได้อีกเซ็งเหมือนกันครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 23 มีนาคม 2563 เวลา:20:00:00 น.
  
ช่วงcovidระบาดไม่ได้ไปไหนเลยค่ะเดินวนไปวนมาในบ้านจนงงแล้วค่ะ ระลึกถึงคุณอุ้ม เสมอค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Insignia_Museum Diarist ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
อุ้มสี Review Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: เกศสุริยง วันที่: 23 มีนาคม 2563 เวลา:21:34:03 น.
  

มาเที่ยวด้วยค่ะ
ภาพสวยมากค่ะ
โดย: newyorknurse วันที่: 24 มีนาคม 2563 เวลา:3:04:29 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับพี่อุ้ม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 มีนาคม 2563 เวลา:6:47:41 น.
  
เห็นรูปแล้วอยากออกไปเที่ยวเลยค่ะ แต่เสียดายทำไม่ได้ รอๆๆๆให้สถานการณ์ดีขึ้นไวๆ
โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 24 มีนาคม 2563 เวลา:7:55:31 น.
  
ส่งกำลังใจครับ
โดย: **mp5** วันที่: 24 มีนาคม 2563 เวลา:10:52:30 น.
  
เห็นภาพและอยากไปบ้างจัง^^

รักษาสุขภาพด้วยนะคะพี่
โดย: สันตะวาใบข้าว วันที่: 24 มีนาคม 2563 เวลา:16:27:30 น.
  
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่อุ้ม

รอบนี้
สถานการณ์หนักหนาสาหัสจริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 มีนาคม 2563 เวลา:9:27:54 น.
  
ชมแต่ภาพนะคะ
อ่านผ่านๆไปบ้าง
อ่านหมดไม่ไหวแล้วค่ะ
สนใจอ่านเรื่องลูกประคบด้วย
ขอบคุณนะคะ

โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 25 มีนาคม 2563 เวลา:10:33:22 น.
  
น่าไปเที่ยวคะ
โดย: ซาร่าห์@ดาราเดลี่ IP: 1.10.156.209 วันที่: 25 มีนาคม 2563 เวลา:16:48:04 น.
  
สวัสดี จ้ะ น้อง อุ้มสี
เป็นการรีวิว ปรางค์นคร
เมืองโคราช ที่ละเอียดแทบ
ทุกมุมมองเลย ได้เห็นวิถีชีวิตของชุมชนอย่างชัดเจน จ้ะ น่าสนใจไปเยือน จ้ะ
โหวดหมวด รีวิวท่องเที่ยว
โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 25 มีนาคม 2563 เวลา:21:48:06 น.
  
ขอบคุณครับ ที่แวะไปเยี่ยมเยือน
โดย: ธนูคือลุงแอ็ด วันที่: 26 มีนาคม 2563 เวลา:2:18:56 น.
  

สวัสดียามเช้าครับพี่อุ้ม


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 มีนาคม 2563 เวลา:6:43:22 น.
  
น่าสนใจมากค่ะวิถีชุมชนแบบนี้
โดย: kae+aoe วันที่: 26 มีนาคม 2563 เวลา:9:05:10 น.
  
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่า
งดเที่ยวชั่วคราวนะคะ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 26 มีนาคม 2563 เวลา:15:05:22 น.
  
ขอบคุณครับพี่อุ้ม

ปีนี้อ่วมจริงๆครับ
แล้วไม่รู้ด้วยว่ามันจะดีขึ้นเมื่อไหร่
ทุกคนได้รับผลกระทบหนักจริงๆครับ


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 มีนาคม 2563 เวลา:19:05:41 น.
  

สวัสดียามเช้าครับพี่อุ้ม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 มีนาคม 2563 เวลา:7:08:58 น.
  
อุ้มสี Review Travel Blog ดู Blog
แวะมาโหวตให้คุณอุ้มค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 27 มีนาคม 2563 เวลา:9:03:35 น.
  
ใจสู้ครับพี่อุ้ม
แต่ตัวต้องอยู่นิ่งๆไปก่อน 555
ทำอะไรไม่ได้เลยเรื่องธุรกิจ
หายใจช้าๆ หายใจยาวๆ

รอเวลาและสถานการณ์คลี่คลายครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 มีนาคม 2563 เวลา:11:21:58 น.
  
ขอบคุณที่ไปเจิมให้นะคะ
โดย: kae+aoe วันที่: 27 มีนาคม 2563 เวลา:11:40:10 น.
  
ชื่อหมู่บ้านไพเราะจังค่ะคุณอุ้ม
เป็นทริปที่มีสิ่งน่าสนใจมากมาย
ขอบคุณคุณอุ้มที่พาเที่ยวนะคะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 28 มีนาคม 2563 เวลา:0:32:26 น.
  
สวัสดียามเช้าครับพี่อุ้ม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มีนาคม 2563 เวลา:7:11:56 น.
  
ปรางค์โบราณเยอะมากๆเลยครับภาคอีสาน โดยเฉพาะตอนล่าง
5-6 ปีก่อนเคยตระเวน แต่ก็เที่ยวเก็บแค่ปรางค์ที่อยู่ไม่ไกลจากถนนใหญ่มาก ใช้เวลาไปหลายทริปเลย บ้านปรางค์นครนี้ยังไม่เคยไปครับ ถึงไปเองก็คงไม่ได้เห็นวิถีชุมชนแบบคณะของพี่อุ้มแน่ๆ อันนี้ครบรสบรรยากาศเลยทีเดียว
วัดโบราณอื่นก็เยอะนะครับเนี่ย ขาหมูถั่วดำ แปลกดี
โดย: ชีริว วันที่: 28 มีนาคม 2563 เวลา:9:50:55 น.
  
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 28 มีนาคม 2563 เวลา:11:14:50 น.
  
เป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ชุมชน น่าสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งเลยครับพี่
อยากไปกิจกรรมแบบนี้เหมือนกันครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 28 มีนาคม 2563 เวลา:11:17:42 น.
  
าวัสดีมีสุขค่ะ

รอวันปลอดโรคปลอดภัย
ค่อยตามไปเทึ่ยวกันค่ะ
โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 28 มีนาคม 2563 เวลา:15:07:30 น.
  
ใช่ครับพี่อุ้ม

สำนึกทางสังคม
เป็นสิ่งที่ช่วยเรื่องโควิดได้มากจริงๆ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มีนาคม 2563 เวลา:23:26:16 น.
  

สวัสดียามเช้าครับพี่อุ้ม

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มีนาคม 2563 เวลา:7:13:49 น.
  
บรรยากาศดีมากค่ะ ชอบบ้านแบบนี้
โดย: sawkitty วันที่: 29 มีนาคม 2563 เวลา:8:58:49 น.
  
อุ้มสี Review Travel Blog


ชุมชนนี้น่าสนใจจังค่ะ มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ให้ค้นหา และเรียนรู้
โดย: mariabamboo วันที่: 29 มีนาคม 2563 เวลา:21:48:55 น.
  
ขอบคุณครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 29 มีนาคม 2563 เวลา:23:06:26 น.
  
ยินดีครับคุณอุ้ม ที่แวะไปคุยด้วย
ใช่ๆสถานการณ์จัดระเบียบสังคมชาวโลกกำลังเข้มข้นขึ้นทุกวัน
โดย: ธนูคือลุงแอ็ด วันที่: 30 มีนาคม 2563 เวลา:1:54:13 น.
  

สวัสดียามเช้าครับพี่อุ้ม

ผมก็อยู่ร้านมา 4 วันแล้ว
ต้องหาอะไรทำ เพราะพอร้านปิด
ก็ว่างเลยครับ 555

แถมดูทรงแล้วคงไม่ใช่แค่ครึ่งเดือน
อาจต้องปิดยาวจนหมดเดือนเมษาเลยครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มีนาคม 2563 เวลา:6:32:45 น.
  
สวัสดีมีสุขค่ะ

ขอบคุณกำลังใจที่ให้ ตำนาน โกโก้ด้วยค่ะ
โดย: ตะลีกีปัส วันที่: 30 มีนาคม 2563 เวลา:8:13:11 น.
  
สวัสดีครับพี่อุ้ม
โคราชเป็นเมืองหน้าเที่ยวมากครับ และเป็นเมืองใหญ่มาก เวลาไปผมชอบไปเดินตลาดนัดที่นั้น 5555 ของถูกกว่า กทม เยอะเลย

จากบล๊อก
ใช่ครับพี่ เก็บตัวอยู่บ้านก็ยังมีข้อดี ทีวีนี่ใช่เลยครับ ปกติซื้อมานี่ไม่ค่อยได้ดูเลย ตอนนี้ได้ดูทุกวนคุ้มค่าที่ซื้อมาเลย
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 30 มีนาคม 2563 เวลา:13:30:34 น.
  
สุดยอดค่ะคุณอุ้ม
เป็นการทริปที่งดงามทั้งบรรยากาศและวิถีชุมชน
อ.คง เพิ่งได้รู้จัก วันนี้คร้า
หายโควิด-19 ต้องปักหมุดอำเภอนี้ไว้ในลิสต์จ้า
ขอบคุณค่ะ
โดย: Tui Laksi วันที่: 30 มีนาคม 2563 เวลา:16:24:46 น.
  
สุดยอดเลย
เพิ่งรู้จักอำเภอคงก็จากเอนทรี่นี้
โดย: จันทร์ใส วันที่: 30 มีนาคม 2563 เวลา:17:15:42 น.
  
บล็อกนี้ยาวมาก ใช้เวลาอยู่นานถึงจะดูจบ โชคดีที่พี่อุ้มไม่รีบอัพบล็อกหนีไปซะก่อน ผมเลยเม้นต์ทัน แหะ ๆ ^^

โฮมสเตย์แบบชาวบ้านที่นี่ดูอบอุ่นดีนะครับ (แต่ช่วงนี้อะไร ๆ ก็หยุดชะงักกันหมด)

มีหลายรูปเลยที่มีมุมแปลกตา เช่น รูปโบราณสถานปรางค์บ้านปรางค์ หรือเจดีย์ 9 องค์ วัดบ้านโนนเต็ง มีรูปถ่ายจากมุมสูงด้วย แถวนั้นไม่น่าจะมีตึกให้ขึ้นไปถ่ายนะ สงสัยใช้โดรนถ่ายแน่เลยใช่มั้ยครับ

โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก วันที่: 30 มีนาคม 2563 เวลา:19:56:08 น.
  
บ้านเก่า สวยๆทั้งนั้นเลยคราบ
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 31 มีนาคม 2563 เวลา:15:12:11 น.
  
ขอชื่นชม สวยงาม มีคุณค่ามาก ขอบคุณ ๆ อาจารย์และคณะทีมงานนักข่าว
โดย: ครูแจ๋ว IP: 223.205.219.252 วันที่: 9 เมษายน 2563 เวลา:13:43:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Aumteerama.BlogGang.com

อุ้มสี
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 112 คน [?]

บทความทั้งหมด