==>>มนุษย์ถูกสร้างให้มีหูและตาอย่างละสอง แต่มีปากเพียงหนึ่ง เพื่อให้เรา 'มอง' และ 'ฟัง' มากกว่า 'พูด'<<==
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
3 มีนาคม 2559
 
All Blogs
 
[ญี่ปุ่น 11 วัน หิมะ&ซากุระ] วันที่ 4 เที่ยวเกียวโต (วัดทอง,วัดเงิน,วัดน้ำใส)




18 กุมภาพัน 2559


วันนี้เราจะเดินทางไปเมืองหลวงเก่า "เกียวโต" ค่ะ เมื่อก่อนตอนที่เริ่มจัดทริปใหม่ๆ เราเรียก เกียวโต โตเกียว สลับกันตลอด บางทีก็พิมพ์เป็น เตียวโกบ้าง โกเตียวบ้าง 5555 แรกๆ เลยต้องคุยเป็นเมืองหลวงเก่า เมืองหลวงใหม่ หลังๆ มาเลยใช้การจำว่า โต คือเมืองหลวงใหม่ จำไว โตๆๆ 5555




เช้าวันนี้เราออกจากที่พัก 8 โมงเกือบครึ่ง เดินไปสถานีชินโอซาก้าเพื่อขึ้นชินกันเซ็นไปเกียวโต เราเริ่มใช้ JR Pass วันนี้วันแรกค่ะ ตอนแรกว่าจะจองแต่คิวยาวมาก และตอนนั้นก็เหลือเวลาอีก 10 กว่านาทีแล้ว เลยตัดสินใจกับเพื่อนว่าเราไปรอที่ตู้ Non เลยดีกว่า ยังไงที่นี่ก็เป็นสถานีแรก ไม่น่าจะเต็มหรอก แล้วก็จริงๆ ด้วยค่ะ ตู้ว่างมาก ไม่มีคนเลย


(ขอเปลี่ยนวิธีการอัพรูปเป็นทีละรูปนะคะ ทำแบบรวมๆ แล้วภาพยืดๆ ไม่สวยเลย)




โล่งมาก นี่ตอนรถกำลังจะออกนะคะ เรานั่ง 15 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ

จากนั้นเราก็เดินไปที่ information เพื่อซื้อบัตร Kyoto bus 1 day เห็นหลายคนรีวิวบอกว่า ที่ขายตั๋วจะอยู่ด้านนอก เราก็เดินไปเลย หาทางออกเลยจ้า แต่เพื่อนตาไว เห็นคำว่าทัวร์ลิสต์ก่อน ก็เลยเดินเข้าไป(ทัวร์ลิสต์อยู่ในอาคารนะคะ ใกล้ๆ ทางออก) 




ราคา 500 Y ค่ะ วิธีใช้ขั้นแรกคือต้องสอดเข้าเครื่องบนรถบัสตอนจะลงค่ะเพื่อลงวันที่ เอาด้านสีเขียวขึ้น แล้วมันจะฟีดขึ้นมาเอง พอขึ้นครั้งที่สองก็แค่โชว์บัตรให้คนขับตอนลง แค่นั้นเองค่ะ ง่ายๆ ขั้นตอนพวกนี้ในแผ่นพับก็มีบอกไว้ค่ะ


พอได้บัตรมาแล้ว จุดหมายของเราคือ สถานี JR Emmachi ปัญหาเกิดอีก จะไปทางไหน ฝั่งเหนือหรือใต้ 555 ก็ถามเจ้าหน้าที่ค่ะ เปิดเว็บ Hyperdia แล้วเอาตารางที่จะไปให้เขาดู เขาก็ชี้เลย ตรงไปเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ได้รู้วิธีการดูสายรถไฟเพิ่มมาอีกด้วย

คือจะไปไหนก็ดูว่าขนาดนั้น for อะไร ใช่ for เดียวกับที่เราดูในเว็บหรือเปล่า ถ้าใช้ก็ขึ้นเลย บางทีมันมีสองฝั่ง เราก็ดูว่าฝั่งไหน for สถานีที่เราจะไป แต่ละสถานีจะมีป้ายบอกค่ะ เช่นว่า แทร็ก 1 for tokyo อะไรงี้ ถ้าเราจะไปโตเกียวก็ขึ้นเลย หรือถ้าสถานีที่เราจะลงอยู่ระหว่างกลาง ก็เข้าไปดูที่  Train timetable ตรงนี้จะบอกว่ารถไฟขบวนนี้จอดที่ไหนบ้าง เราก็ดูค่ะว่าฝั่งที่เราจะขึ้น ผ่านสถานีที่เราจะลงไหม



สมมุติอันนี้ เราจะไป Osaka แต่ไม่รู้ว่าจะขึ้นฝั่งไหนดี หลงทิศนั่นเอง เอาง่ายๆ  และสมมุติว่า Kansai Airport ไม่ใช่สถานีต้นทาง ก็ให้ดูคลิกตรง Train timetable ก่อนเลยแล้วดูว่าสถานีต่อไปคืออะไร จากนั้นก็หาป้ายเพื่อดูว่าสถานีหน้าคืออะไร อีกอย่างที่ต้องดูคือ For อะไร ใช่ขบวนที่เราจะไปไหม เราเคยขึ้นผิด สรุปคือไม่จอดสถานีที่เราจะลง 5555 คิดว่ามันเส้นเดียวกันน่าจะผ่านไง เลยขึ้น

หรือถ้าไม่อยากยุ่งยาก ถามเจ้าหน้าที่ก่อนขึ้นไปรอรถไฟค่ะ (อย่าไปหวังถามตอนที่กำลังรอรถไฟ เพราะเจ้าหน้าที่หายากมาก) เขาจะบอกเองว่าให้รอช่อง 1 หรือ 2 หรือ 3 หรือ 4 ส่วนเวลาก็ดูจากเว็บเอาค่ะ


เอาละ กลับมาที่การเที่ยวเกียวโตกันต่อ จุดแรกคือวัดทองใช่ไหมคะ เราก็นั่ง JR ไปลงที่ Emmachi จากนั้นก็ดูแผนที่ค่ะ เขาบอกว่าให้ข้ามถนนแล้วเดินไปรอรถสาย 204 , 205 ถ้างงว่าจะข้ามไปฝั่งไหน รถที่ขึ้นถูกหรือเปล่า ก็เปิดกูเกิ้ลเลยจ้าาาา ใส่ชื่อวัดทองเข้าไป (ภาษาอังกฤษนะ) มันก็บอกเราเองว่าให้เดินไปทางไหน ... จริงๆ บอกทิศด้วย แต่เราไม่รู้ ก็ดูตามลูกศรเอาว่าเดินไปถูกเส้นหรือเปล่า

นั่งรถไปประมาณ 20 นาทีก็ถึงค่ะ ด้านหน้ารถมีขึ้นป้ายบอกชื่อสถานีด้วย ไม่ต้องกลัวจะลงไม่ถูกค่ะ


ก่อนเข้าต้องซื้อตั๋วก่อน ราคา 400Y ค่ะ












































ถึงวัดทองประมาณ 10 โมงครึ่ง เดินไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน คนไม่เยอะนะคะอากาศก็ดีด้วย เราใช้เวลาที่นี่ไม่นาน เพราะเดินแปบๆ ก็ครบหมดแล้ว ออกจากวัดทองเกือบๆ เที่ยงก็ออกมาที่ถนนใหญ่แล้วข้ามไปอีกฝั่งเพื่อขึ้นสาย 102 นั่งยาวไปลงที่วัดเงินค่ะ


เที่ยงกว่าๆ หิวแล้วๆ ได้เวลากินแล้ว แวะเข้าร้านที่เห็นก่อน เลือกสั่งหมูชุบแป้ง ก็อร่อยดีค่ะ แป้งกรอบมาก น้ำซอสสีดำเค็มๆ ค่ะ Smiley






มื้อนี้ราคา 850Y ค่ะ หลังกินเสร็จ เดินขึ้นวัดเงิน เจอร้านถูกกว่า Smiley อารมณ์เสีย

ไปๆ เดินขึ้นวัดเงินต่อ กว่าจะถึงก็บ่ายสองแล้วค่ะ อากาศเย็นๆ สบายๆ เสียค่าเข้า 500Y เราว่าแพงนะ เข้าไปแล้วดูแห้งๆ เงียบๆ ยังไงไม่รู้ แต่คิดว่าช่วงใบไม้เปลี่ยนสีหรือช่วงซากุระ น่าจะสวยกว่า ก็เดินขึ้นเขาไปดูวิวมุมสูงของเกียวโต จากนั้นก็กลับ 





ตอนั้นประมาณบ่าย3 ก็แวะกินอะไรร้อนๆ สักหน่อย 


ขนมร้านนี้อยู่หน้าทางขึ้นวัดเงินค่ะ น้ำชาฟรี 

ซื้อคุ๊กกี้ชาเขียวเขามาด้วย ชิมแล้วอร่อยเลยต้องจัดสักหน่อย กล่องละ 500Y






ชาเขียวอีกแล้ว เขาว่าเกียวโตเป็นเมืองชาเขียว เลยต้องจัดอีก เป็นอะไรไม่รู้แต่เหนียวๆ 





ร้านเดียวกับด้านบน ซื้อมา 1 ชุด เป็นชาเขียวแบบผงและแบบใบชา






เอาละ ได้เวลาไปต่อแล้ว จุดหมายต่อไปคือ วัดน้ำใส นั่งสาย 100 ไปค่ะ นั่งไม่นานก็ถึง แต่เดินนานมาก ชันมาก โอยยย ปวดเข่าเลย 55555


ช่วงที่ไปวัดน้ำใสปรับปรุงค่ะ และตอนนั้นก็เย็นมากแล้ว ประมาณ 5 โมงเย็นแล้วมั้ง ถ่ายรูปมาย้อนแสงหมดเลย Smiley






















เมื่อถึงแล้วก็ต้องซื้อตั๋วเข้าชมก่อน ราคา 400Y ค่ะ




พื้นที่กว้างขวางและชันมาก สูงและยิ่งใหญ่ดีค่ะ







ไฮไลท์อีกหนึ่งอย่างในการไปวัดน้ำใสค่ะ ต้องไปดื่มและประพรมหน้าสักเล็กน้อย

เราออกจากวัดน้ำใสประมาณ 6 โมงกว่าๆ ตอนนั้นวัดก็ปิดแล้วค่ะ นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกลับละ บางคนก็แวะถ่ารูปกับเจดีย์แดงด้านหน้า ช่วงขากลับก็ลงปรี๊ดๆ เลยค่ะ ไม่เหนื่อย แปปๆ ก็ถึงปากทางแล้ว จากนั้นเราก็นั่งบัสไปลงที่ Gion นั่งไปประมาณ 10 นาทีค่ะ จำไม่ได้ว่านั่งสายอะไร แต่นั่งไปได้ทุกสายค่ะ เพราะห่างกันแค่ 2-3 ป้าย ถึงเราก็เราไปหาอะไรกินกันก่อน แต่หากยากจัง ไม่รู้ว่าเขาไปกินกันที่ไหน เพราะสองข้างทางที่เราเดิน มีแต่ร้านขายของฝากทั้งนั้นเลย ก็เลยต้องเลือกเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ เจอร้านหนึ่งขายแต่ โอโคโนมิยากิ ราคาชิ้นละ 680Y กินค่ะกิน รองท้องสักหน่อยก็ดี

รสชาติค่อนข้างน่าผิดหวัง Smileyเพราะมันเค็มมาก โอยยย โรคไตจะถามหาไหม เค็มจนกินไม่ลงเลยค่ะ



อันนี้เขาจะพับครึ่งมานะคะ ด้านในเป็นไส้ เราแหวกออกมาให้ดูค่ะ  หลักๆ ก็มีผักหั่นฝอยๆ เครื่องปรุงและไข่ 1 ฟอง

อิ่มแล้วเราก็เดินเล่นแถวๆ นั้นแต่ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่รู้ว่าเขาไปเดินซื้อของกันที่ไหน เลยเดินย้อนกลับไปทางเดิมเพื่อจะไปที่ศาลเจ้ายาซากะ




มืดๆ ทึบๆ มองอะไรไม่ค่อยเห็นค่ะ เดินเล่นประมาณครึ่งชั่วโมงก็ได้เวลากลับโอซาก้าแล้ว เราขึ้นบัสที่หน้าศาลเจ้าเลย ก็ดูจากแผนที่ค่ะและเช็กกับกูเกิ้ลแมพไปด้วย จำไม่ได้ว่านั่งอะไร 55555 นั่งประมาณ 15 นาทีก็ถึงสถานีเกียวโตค่ะ

จากนั้นเราก็เดินลงใต้ดินเพื่อจะข้ามไปอีกฝั่ง โอ้โห ร้านอาหารที่นี่เต็มเลย หิวขึ้นมาอีกรอบเพราะเมื่อกี้กินไปนิดเดียวเอง ก็เลยหาอะไรกินก่อนกลับดีกว่า

เราอยากกินอะไรร้อนๆ เผ็ดๆ (ตอนนั้นนึกถึงก๋วยเตี๋ยวต้มยำมาก)

เลือกเข้าร้านหนึ่งเพราะเห็นรูปตัวอย่างหน้าร้านแล้วน่าสนใจดี ราคาก็ไม่แพงด้วย ชามละ 860Y




เลือกสั่งอันนี้เพราะเป็นหมู เค็มอีกแล้ว Smiley ทำไมคนเกียวโตกินเค็มแบบนี้ ก็กินๆ ไป หมดแล้วจะได้กลับซะที


ขากลับเราเลือกนั่งชินกันเซ็นค่ะ เพราะถึงเร็วดี ใช้เวลา 15 นาทีก็ถึง JR Pass ใบใหญ่ โชว์ปุ๊บผ่านตลอด เราเช็กรอบรถไฟมาก่อนแล้วจากเว็บ hyperdia






เกียวโตทาวเวอร์ในแบบสั่นๆ เพราะถ่ายไปเดินไป


ถึงโอซาก้า ตอนนั้นก็4 ทุ่มกว่าแล้ว วันนี้เรามีภารกิจสำคัญอีก 1 อย่างก่อนที่จะเข้าห้องพัก นั่นก็คือการจองบัตรเข้าชม Fujiko F Fujio Museum หรือพิพิธภัณฑ์โดเรมอนนั่นเอง อันนี้ต้องซื้องบัตรผ่านตู้ Loppi ในร้าน Lawson ค่ะ ไม่มีการขายตั๋วหน้างาน เคยอ่านรีวิวมาก่อนแล้ว ไม่ง่ายๆ

พอไปถึงกดเลือกภาษาก่อนเลย เขาก็อธิบายเป็นขั้นตอนดีนะคะ ก็พื้นๆ ทั่วไปค่ะ กดเลือกวัน เลือกช่วงเวลา เลือกจำนวนคน ยืนยันแล้วไปจ่ายเงินหน้าเคาน์เตอร์ เอาละ อ่านแล้วก็กด "ต่อไป" ได้เลย แต่...ปัญหามันก็เกิดจนได้ เพราะ...

กดต่อไปแล้วมันขึ้นภาษาญีปุ่นค่ะ Smiley โอเค สงสัยเครื่องรวน เอาใหม่ๆ ย้อนกลับไป แล้วกดใหม่ แต่...มันก็ยังเป็นภาษาญี่ปุ่นเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ขึ้นมา 3 บรรทัดให้กดเลือก เดาไม่ออกด้วยว่าคืออะไร ก็หันมองพนักงาน ตอนนั้นในร้านมีอยู่ 2 คนค่ะ ผู้ชายกำลังจัดขนมเข้าชั้น ส่วนผู้หญิงอยู่ด้านใน เพื่อนเราก็ไปเรียกพนักงานชายมา แล้วชี้ๆ ที่ปุ่มรูปโดเรมอน  ประมาณว่าฉันจะจองอันนี้ ช่วยบอกหน่อย

พนักงานช่วยเหลือดีมาก อธิบายไฟแล่บเลยค่ะ แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น 55555 บอกทำไม ฉันไม่ต้องการคำอธิบาย ฉันต้องการให้คุณช่วย เรากับเพื่อนก็ทำหน้ามึน  เขาก็หันซ้ายหันขวา เรียกเพื่อนออกมา เพราะตอนนั้นลูกค้าที่รอจ่ายเงินก็มีอยู่


และแล้วเทพบุตรก็ปรากฎกายขึ้นค่ะ Smiley มีหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาช่วยพวกเราไว้ เขามาซื้อของและคิดว่ายืนรออยู่นานแล้ว 5555 สงสัยรำคาญชะนีสองตัว วุ่นวายจริงๆ เขาสวมเสื้อโค้ดยาวสีดำแบบคอตั้ง หน้าตาดีเชียวแหละ อิอิ เขาเข้ามาถามว่าต้องการความช่วยเหลือไหม สำเนียงอังกฤษดีมาก เพื่อนก็อธิบายไปว่าแบบนี้ๆๆ เขาก็มองๆ แล้วก็ช่วยกดให้ สักพักเด้งมาที่หน้าให้กรอกชื่อ คือตอนที่เขากดเลือกไอ้ 3 บรรทัดนั่น เรากับเพื่อนไม่ได้มองนะคะว่าเขากดตัวไหน แต่เราบอกเขาว่าเราจะไปดูวันจันทร์ที่ 22 นี้ เขาก็กดให้เลย เราก็กรอกชื่อและเบอร์โทรของเราไป ตอนแรกว่าจะใส่เบอร์ของห้องพัก แต่มันมีรหัสประเทศ หนุ่มญี่ปุ่นกับพนักงาน Lawson ไม่รู้ว่าต้องกรอกเบอร์อะไร ทำไมไม่รู้อ่ะ รหัสประเทศตัวเองไม่รู้เชียวเหรอ แต่ช่างเถอะ เราว่ากรอกเบอร์มือถือและใส่รหัสประเทศได้ เราก็เลยลอง สรุปได้จริงๆ ด้วย สักพักตั๋วออกมา เราก็ไปที่หน้าเคาน์เตอร์แล้วจ่ายเงิน

พอได้ตั๋วมาแล้ว หนุ่มญี่ปุ่นใจดี หน้าตาดี ก็อธิบายให้ฟังอีกรอบว่า ตั๋วนี้ดูวันจันทร์ที่ 22 นะ เวลา 4 pm. นะ จำนวน 5 ใบนะ เรากับเพื่อนก็โอเคๆ ขอบคุณยกใหญ่ จากนั้นเขาก็ได้จ่ายเงินค่าของ 5555

เพื่อนมาบอกทีหลังว่า หนุ่มคนนั้นสงสัยไปแฮ้งเอ้าท์เพิ่งกลับมาแน่ๆ (4 ทุ่มกว่าแล้วไง ได้เวลากลับบ้านแล้ว ยิ่งช่วง 5 ทุ่ม ตามสถานีรถไฟจะเต็มไปด้วยหนุ่มๆ ที่ไปแฮ้งเอ้าท์ทั้งนั้น) เพื่อนว่าตัวของหนุ่มคนนั้นมีกลิ่นสาเกออกมาจางๆ ด้วย  เราถาม จริงเหรอ รู้ได้ไง ทำไมเราไม่ได้กลิ่น เพื่อนบอกว่าสาเกกลิ่นจะหอมๆ ไม่เหมือนเหล้า เราเลยถึงบางอ้อ นั่นกลิ่นสาเกเหรอ คิดว่าน้ำหอม 555555

จากนั้น เพื่อนก็พร่ำเพรือถึงหนุ่มสาเกลงเฟสยืดยาวยิ่งกว่าเขียนฉากนิยายรัก 5555 ตอนเขียนนิยายทุ่มเทขนาดนี้ไหม Smiley  เป็นความฟินของชะนีไทยจริงๆ 555555


พอๆ เลิกเพ้อแล้วไปนอนซะ ตอนนั้นเกือบตี 2 ละ จริงๆ เราลงไปซื้อของด้วย เพราะยางรัดผมหาย ไม่รู้หายไปไหน สงสัยเลื่อนหลุดตอนเดินกลับแน่ๆ โชคดีที่ใกล้ๆ ทีพักมีร้าน Lawson  (คนละที่กับที่ไปซื้อตั๋วนะคะ) ยางรัดผมแพงมาก 2 เส้น 60 กว่าบาท แทบล้ม ทำไมแพงแบบนี้ ซื้อที่ไทยเส้นละ 5 บาทเอง แต่ก็ต้องซื้อ ไม่งั้นอาบน้ำไม่ได้ กิ๊บหนีบผมก็หักไปซะแล้ว เรานั่งทับเอง 5555


กว่าจะได้นอนก็ตี 2 เลย เหนื่อยจริงๆ พรุ่งนี้ต้องเก็บกระเป๋าเดินทางเข้าโตเกียวแล้ว Smiley













Create Date : 03 มีนาคม 2559
Last Update : 29 มิถุนายน 2559 15:04:37 น. 1 comments
Counter : 357 Pageviews.

 
อ่่านแล้วอมยิ้มจินตนาการถึงพ่อหนุ่มสาเกไปด้วยเลยค่ะ
เจ้าของบล้อคเขียนเรื่องสนุกมากๆค่ะ


โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 20 มีนาคม 2559 เวลา:16:06:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

latics1
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]











ผลงานเป็นรูปเล่ม


บ้านของหัวใจ
(โพรเจกต์หอมลมหวน)
ปาลินี พิมพ์คำสำนักพิมพ์
v
v



คือแสงแห่งใจ
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



กลลวงบ่วงหัวใจ
รีชณัีฐ สนพ.ธราธร
v
v



แทนใจด้วยรัก
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



จัดหัวใจให้ลงรัก
ปาลินี สนพ. อรุณ
v
v



ในดวงตามีความรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



เมื่อหัวใจได้เจอรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



ซ่อนรักลวงใจ
รีชณัฐ สนพ.โซฟา
v
v



สองหัวใจแห่งรัก
รีชณัฐ สนพ.ชูการ์เรน
v
v


Friends' blogs
[Add latics1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.