==>>มนุษย์ถูกสร้างให้มีหูและตาอย่างละสอง แต่มีปากเพียงหนึ่ง เพื่อให้เรา 'มอง' และ 'ฟัง' มากกว่า 'พูด'<<==
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2559
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
25 ตุลาคม 2559
 
All Blogs
 
[ ทริปสั้น ๆ ที่คันไซ ] วันที่ 1 : ออกเดินทาง





วันที่ 9 ตุลาคม 2559


เช้าวันใหม่ เราตื่นกัน 8 โมงกว่า ๆ จากนั้นก็ล้างหน้าแปรงฟันและลงไปกินมื้อเช้า




มื้อเช้าค่ะ กินตรงที่รับเช็กอิน มีที่นั่งรับคนได้ประมาณ 4-5 คน ตอนแรกก็กลัวว่าคนจะแน่นหรือเปล่า แต่เราลงมาตอน 8 โมงกว่า ไมเจอใครเลย ข้าวต้มมีก้นหม้อแล้ว ก็กินไปเรื่อย ๆ อิ่มแล้วก็ขึ้นไปเก็บของและอาบน้ำ พอใกล้ 11 โมงก็ลากกระเป๋าลงมา แล้วเดินไปซื้อข้าวกล่องไว้กินตอนเที่ยง ...เพิ่งกินไปเมื่อกี้จะกินอีกละ 555


คราวนี้รถที่ไปส่งเราเป็นรถเฟอร์จูนเนอร์ มีเรากับน้องสาวและคู่รักเกาหลี 1 คู่ เขาจะไปส่งเราที่ รร. อมารี (ขาไปรับ เราก็ต้องลากกระเป๋าตามเขามาที่ รร.นี้เหมือนกัน เพราะเขาขับเส้นใน ไม่ต้องรถติด ไม่ต้องเสียเวลากลับรถ)  ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึงสนามบินแล้ว


หมดค่าห้องไป 960 บาท หาร2กับน้องแล้วเหลือคนละ 480 บาท ค่าแท๊กซี่ไม่เสีย ถือว่าถูกมากทีเดียว...จริง ๆ คือจองไป 1,000 บาท แต่เราชอบเข้าไปดูห้องพักเรื่อย ๆ เผื่อจะเจอดีลพิเศษ ราคา 960 ก็ได้ดีลพิเศษมา คือตัดบัตรเครดิตก่อนเข้าพัก 5 วัน เราไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะถึงยังไงก็ต้องเข้าพัก เลยยกเลิกห้องเดิมแล้วจองใหม่ ได้ถูกกว่าเดิม 40 บาทก็ยังดี :)


ผู้ร่วมทริปเดินมหาโหดในครั้งนี้



ก่อนผ่านตม.ไทย เราจัดการข้าวเที่ยงให้เรียบร้อยกันก่อน แนะนำให้พกปากกาไปด้วย ตอนกรอกเอกสารจะได้ไม่เสียเวลา จากนั้นก็เดินเรื่อย ๆ ไปเรียง ๆ ไม่รีบร้อน


14.15 น. ตรงเวลา เครื่องก็ได้เวลาออก สัก 4 โมง เขาก็เริ่มเสิร์ฟอาหาร น้องสาวมีบัตร BBL ที่ผูกกับแอร์เอเชียเลยได้น้ำฟรีมา 1 แก้ว...จริง ๆ จะเรียกเป็นแก้วก็ไม่ถูก เรียกว่าได้น้ำมา 1 อย่างดีกว่า น้องสาวเลือกชาเขียวพร้อมขอน้ำแข็งมา 3 แก้ว :)


หลับ ๆ ตื่น ๆ จน 2 ทุ่ม เวลาญี่ปุ่น (หรือ 6 โมงกว่าตามเวลาไทย) กัปตันก็บอกให้นั่งประจำที่เพื่อเตรียมลดระดับ ตอนแรกคิดว่าถึงเร็วจัง เหลือเวลาอีกตั้งเป็นชั่วโมง บอกให้นั่งประจำที่ละ ตอนนั้นเครื่องก็ค่อย ๆ ลดระดับลงเรื่อย ๆ ก็คิดว่าคงต้องใช้เวลาแหละ เพราะตอนนั้นบินอยู่ที่ 30,000 กว่า จะให้ลดวูบทีเดียวคงมึนแย่ จน 3 ทุ่ม 40 นาที ล้อก็แตะพื้นสนามบิน ตรงเวลาดีจริง ๆ


เรานั่งกลาง ๆ ลำใกล้ห้องน้ำ ถือว่าออกมาเป็นกลุ่มแรก ๆ ก็ว่าได้ ทันรถไฟเที่ยวที่ 2 เดินตาม ๆ กันไป จน 4 ทุ่มก็ถึงตม. ตอนนั้นคนค่อนข้างเยอะ มีเปิดแค่ 1 ช่อง คิดว่าต้องรอเป็นชม.แน่ ๆ แต่สักพักก็เปิดเยอะขึ้นเป็น 6 ช่อง พอใกล้ถึงคิวเรา ตม.ที่ตรวจเฉพาะคนญี่ปุ่นก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าตรวจด้วย เราได้เข้าช่องนั้นอีกแล้ว คราวก่อนก็เข้าห้องนี้เหมือนกัน ตม.เป็นผู้หญิง ไม่ตรวจอะไรเลย อุตส่าห์ยื่นแผนการเดินทางให้ แต่ถึงดูไปก็ไม่รู้เรื่องหรอกเพราะเราทำแผนเป็นภาษาไทย 5555 มองกล้อง แสกนนิ้ว โอเค...ผ่านแผ่นดินญี่ปุ่นแล้ววววว



4 ทุ่ม 20 นาที ก็ออกมารับกระเป๋า เดินผ่านช่องแลกตั๋วเจอาร์ไปก่อน เพื่อไปจองที่นอนที่ตึก Aeroplaza โล่ง ๆ ค่ะ จับจองที่นอนกันเรียบร้อยก็เดินไปแลกตั๋ว JR พรุ่งนี้เช้าจะได้ไม่ต้องรีบตื่น








ตั๋วคราวนี้มาแปลก เขาไม่ได้เอาตั๋วติดในแผ่นพับเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะคะ


(รูปจากอินเทอร์เนตค่ะ)


เมื่อก่อนจะอยู่ในแผ่นพับแบบนี้ มีชื่อของเราด้วย เวลาหายก็ตามถูกว่าเป็นของใคร แต่คราวนี้คือให้มาแบบโล่ง ๆ ใช้วิธีการสอดเข้าช่องผ่านแทน ไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเป็นของเราเลย ก็ดูแลรับผิดชอบกันไป เราทำหายด้วย ช็อกมาก แต่ก็ได้คืน ดีใจสุด ๆ เดี๋ยวจะมาเล่าค่ะว่าทำไมถึงหายได้

อ๋อ เวลาเข้าช่องผ่าน ให้สอดตั๋วเข้าเครื่องไปเลยนะคะ เอาหน้าขึ้น แต่จะเอาด้านไหนเข้าไปก่อนก็ได้ เครื่องรับได้หมด แต่สอดเข้าเครื่องของชินกันเซ็นไม่ได้นะคะ ต้องเอาไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ดู คิดว่าที่เขาทำแบบนี้คงเพราะขี้เกียจให้เจ้าหน้าที่มาดูแล้วมั้ง ให้สอดเข้าเครื่องไปเลย ตัดปัญหา

นอกจากนี้เขายังให้รหัสเล่น Wifi ทั่วโอซาก้ามาให้ด้วย (หรือทั่วญี่ปุ่น จำไมได้) แต่ละคนจะได้รหัสไม่เหมือนกันนะคะ จับสัญญาณได้เป็นพัก ๆ เวลาเข้าจะต้องเข้าไปยืนยันที่หน้าเว็บเข้าก่อน เข้าไม่ยากค่ะ ลองเปิดเว็บขึ้นมาก่อน เดี๋ยวมันขึ้นหน้าเว็บให้ยืนยันเอง


แลกพาสเรียบร้อย เราก็ไปเดินเล่นที่อาคารเทอมินอล เพราะเคยอ่านเจอ หลายคนจะนอนที่ชั้น 2 หน้าแฟมิลี่ เลยอยากเดินไปดูหน่อยว่าทำเลดีไหม ก็โล่ง ๆ ค่ะ คนน้อย อาจเพราะหลายคนพอจะเข้าเมืองได้หรือเปล่า คนนอนก็เลยน้อยลง จากนั้นเราก็ไปที่ชั้น 3 เพราะเห็นว่ามีร้านราเมงเปิด 24 ชม. แต่เดินไปแล้วไม่เห็นมีเลย ทุกร้านปิดหมดแล้ว



เห็นเขาจัดแสดงไว้ เลยถ่ายรูปมา


เดินจนเริ่มหิว เลยกลับไปตึกAeroplaza เพื่อหาอะไรกิน




ทั้งโต๊ะนี้ราคา 1,471 Y ค่ะ สำหรับ 3 คน กินกันตอนเที่ยงคืนแล้ว
ของเราเป็นข้าวกับหมูผัดเต้าหู้และน้ำชามะนาว (ข้าว 399 + น้ำ 110 = 509 x 0.34 = 173 บาท โดยประมาณ) ของน้องสาวเป็นข้าว หมูชุบไข่กับนม ( ข้าว 450 + นม 113 = 563 x 0.34 = 192 โดยประมาณ   ส่วนของเพื่อนเป็นขนม 2 ชิ้นและน้ำชาเพียว ๆ 1 ขวด

กินอิ่มเรียบร้อยก็ถึงเวลานอน คราวนี้เราหลับได้นานกว่าครั้งก่อน ไม่มีเสียงดังโป้งป้างแล้ว บรรยากาศเงียบดี และเหมือนจะหลับไปประมาณ 2 ชม. ได้ และคงนอนได้ดีกว่านี้ถ้าไม่เกิดอาการ "คัน" Smiley ไม่รู้เป็นอะไรคันขามาก ๆ ตรงน่อง หน้าแข็ง จะว่ายุงก็คงไม่ใช่ ไม่รู้เหมือนกันว่าคันอะไร จะว่าอากาศเย็นจนผิวแห้งแตกก็คงไม่ใช่ เพราะเราไม่รู้สึกหนาวเลย ตอนมาเมื่อกุมภายังหนาวกว่านี้ ก็ยังไม่คันเลย จะว่าเป็นเพราะกางเกง ก็ใส่มาทั้งวันแล้ว ไม่เห็นคันเลย ...หรือเพราะใส่มาทั้งวัน Smiley แต่เอาเถอะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ขี้เกียจลุกขึ้นมาเปลี่ยนกางเกงละ


จบไปอีก 1 วัน พรุ่งนี้เช้ายังต้องลุยกันต่อที่เกียวโตและอุจิ ค่ะ





Create Date : 25 ตุลาคม 2559
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2559 22:40:21 น. 0 comments
Counter : 606 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

latics1
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]











ผลงานเป็นรูปเล่ม


บ้านของหัวใจ
(โพรเจกต์หอมลมหวน)
ปาลินี พิมพ์คำสำนักพิมพ์
v
v



คือแสงแห่งใจ
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



กลลวงบ่วงหัวใจ
รีชณัีฐ สนพ.ธราธร
v
v



แทนใจด้วยรัก
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



จัดหัวใจให้ลงรัก
ปาลินี สนพ. อรุณ
v
v



ในดวงตามีความรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



เมื่อหัวใจได้เจอรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



ซ่อนรักลวงใจ
รีชณัฐ สนพ.โซฟา
v
v



สองหัวใจแห่งรัก
รีชณัฐ สนพ.ชูการ์เรน
v
v


Friends' blogs
[Add latics1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.