==>>มนุษย์ถูกสร้างให้มีหูและตาอย่างละสอง แต่มีปากเพียงหนึ่ง เพื่อให้เรา 'มอง' และ 'ฟัง' มากกว่า 'พูด'<<==
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
5 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
[ ทริปสััน ๆ ที่คันไซ ] วันที่ 4 : ช้อปแหลก







วันที่ 12 ตุลาคม 2559


วันนี้เราตื่นเกือบ 10 โมง!! 

เพื่อนตั้งนาฬิกาปลุกตอน 8 โมงไว้แล้วแต่ไม่ตื่น วันนี้เลยตกลงว่าเดินเล่นช้อปปิ้งแล้วกัน แล้วพรุ่งนี้เราค่อยไปโอคายาม่าตอนเช้าแล้วตอนบ่ายไปฮิเมจิ ไม่ต้องไปโกเบแล้วกัน เพราะถามน้อง น้องบอกไม่เป็นไร ถามเพื่อน เพื่อนบอกไม่ต้องไปก็ได้ คือถ้าจะเที่ยวก็ต้องไปทั้งวันถึงจะคุ้ม ถ้าไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ไม่รู้จะไปทำไม ไปเพื่อดูอ่าวโกเบเหรอ ก็ไม่ได้อยากเห็นขนาดนั้น 5555

โอเค งั้นไม่ต้องรีบ ต้มมาม่ากินแล้วกัน เราเอามาม่าต้มยำกุ้งจากไทยไป เพราะเมื่อครั้งก่อนก็ไปญี่ปุ่นแล้วคิดถึงรสชาติเผ็ด ๆ เปรี้ยว ๆ มาก แล้วห้องพักก็มีครัวด้วย เลยต้องจัดซะหน่อย

ไข่หวานซื้อจากซุปเปอร์ที่อุจิ กาแฟ 130Y หรือ 160Y จำไม่ได้ เพราะกดชาขวดมาด้วย กดจากหน้าที่พัก

อาบน้ำทำอะไรเรียบร้อยก็ออกเดินทาง แวะซุปเปอร์แถวสถานีบิโชเองซะหน่อย เพราะเห็นติดป้ายว่า 100Y แต่ไม่ใช่ ตรงนี้เป็นซุปเปอร์  ร้าน100Y อยู่ชั้น 2 เลยซื้อน้ำเปล่ากับไอติมมากินพอให้มีอะไรติดมือออกมา



โค้กกระป๋องน้อย เหมาะสำหรับคนอยากกินพอให้หายอยาก ราคา 50Y


จากนั้นเราก็ไปต่อที่ร้าน 100Y ส่วนใหญ่เป็นของใช้ น้องสาวได้กระเป๋าใส่เหรียญมาแจกเพื่อน ส่วนเพื่อนได้ปฏิทินและของจิปาถะ จากนั้นเราก็นั่งรถไฟไปเทนโนจิ ภารกิจของเราวันนี้ถือการหาขนมจากฮอกไกโด Shiroi Koibito

(ใครอยากกินไม่ต้องไปดั้นด้นหาบูทที่ไหนนะ เพราะสนามบินคันไซมี ครั้งก่อนเราลงที่คันไซแต่ไม่ได้กลับที่นี่ เลยไม่รู้ ...ถูกกว่าข้างนอกอี๊กกกก)






เป็นงานออกร้านสินค้าที่มาจากฮอกไกโดทั้งหมด ซื้อขนมไป 15,000 กว่าเยนเอ๊งงงง

เรียบร้อยแล้วก็เอาข้าวของไปฝากที่ล็อกเกอร์ก่อน จะได้ไปเดินนัมบะแบบสบาย ๆ กว่าจะซื้อขนมเสร็จก็ 3 โมงกว่าล่ะ กว่าจะเดินไปถึงนัมบะอีกก็เกือบ 4 โมง

แวะกินข้าวหน่อย ร้านเดิม Yoshinoya เซตเดิมแต่ไม่มีกิมจิ อันนี้กินกับขิงดองสีชมพูอร่อยมาก หมดไป 310Y เพราะมีบัตรส่วนลด

คุยกันคนละภาษาได้ความว่า สะสมบัตรลดให้ได้ 3 ใบ จะได้ลด 380Y (บนบัตรจะมีแต่ภาษาญี่ปุ่นพร้อมตัวเลขที่รู้แค่ 380Y) จ่ายเงินเรียบร้อยก็ได้มาอีก 2 ใบ แต่ไม่รู้เอาไว้ไหนแล้ว


ท้องอิ่มก็ถึงเวลาตะลุยช้อป แต่ก่อนจะช้อป เราไปเดินเล่นก่อน เพราะไม่อยากแบกของไปเดินเที่ยว เจอร้าน Matsumoto Kiyshi ขอแวะเข้าไปสำรวจราคาของหน่อย

เสร็จจนได้!! ของที่นี่ถูกกว่าดองกิเยอะมาก (เพราะเมื่อวานเราไปเช็กราคาที่ดองกิมาแล้ว) น้องสาวเลยตัดสินใจซื้อของจากร้านนี้ไปเลย หมดไป 33,000Y เอ๊งงง

แต่มีบางอย่าง พวกชาเขียวแบบชง แบบผง ที่นี่จะแพงกว่าดองกิ แต่ขนมและเครื่องสำอางถูกกว่าเยอะมาก ถูกกว่าหลักร้อยเลยละ

ผิดแผนเลยแหะ ไหนบอกจะเดินเที่ยวก่อนแล้วค่อยช้อป หิ้วไปสิคะ

 จากนั้นก็ไปตะลุยซื้อกระเป๋า Anello มาอีก 3 ใบ (ออเดอร์ลูกค้า)






แวะซื้อขนมสุดฮิตซะหน่อย ถ้าไม่กินถือว่าไม่ได้มา





ตอนที่ซื้อกระเป๋า เจอคนไทยด้วย เขาบอกว่าถ้าซื้อของจากร้านค้าที่ไม่ได้มีป้าย Free Tax สามารถเอาบิลของร้านไปขอเงินคืนได้ที่ตึกตามแผนที่

แบบนี้ก็ดีนะ เพื่อเปิดโอกาสให้ร้านค้าต่าง ๆ ได้ขายบ้าง เพราะถ้าไม่ฟรี คงสู้ร้านดองกิหรือร้านใหญ่ ๆ ไม่ได้




ไปแล้วหาง่าย เพราะขึ้นไปชั้น 4 เลย จะมีป้ายบอก จริง ๆ ขึ้นลิฟต์ก็ได้ เพราะนี้อยู่หน้าลิฟต์เลย ตอนที่เราไปคนน้อย กดบัตรคิว ไม่ทันได้นั่งรอก็เรียกแล้ว

จากนั้นก็ยื่นบิลให้เขา พนักงานก็จะตรวจสอบชื่อร้านว่าใช้ได้ไหม แล้วก็ทำการคืนเงินให้

เรานั่งเล่นอยู่หน้าเคาน์เตอร์(นั่งด้านนอกนะ มีที่ให้นั่ง)จนห้างปิดอ่ะ 555 แบบว่าเมื่อยมาก ขอพักขาหน่อย

ห้างที่นั่นปิดเร็วนะ 3 ทุ่มก็ปิดละ

เราเดินกลับไปที่ป้ายกูลิโก๊ะต่อเพราะยังไม่ได้ซื้อขนมหรือถ่ายรูปกับป้ายเลย เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง

แวะเข้าร้านหนังสือข้างร้านสตาร์บัคหน่อย อยากรู้ว่าอุตสาหกรรมหนังสือบ้านเขาเป็นยังไง


เท่าที่เห็นคือซื้อหนังสือมีของแถมเป็นชิ้นเป็นอันมาก ๆ

มีขายกระเป๋าด้วย








เพื่อนซื้อใบนี้มา เป็นเป้ ราคา 700 บาทไทยได้


วงนี้มีหนังสือแบบเป็นชั้น ๆ เลยเหมือนจัดแสดงมากกว่าขาย


แวะซื้อทาโกะยากิจากร้านอร่อย





4 ทุ่มกว่า ได้เวลากลับ พร้อมข้าวของประดามี ต้องแวะไปเอาของที่ฝากที่ล็อกเกอร์อีกนะ 555

เจอที่รักที่สถานเทนโนจิ Smileyเลยถ่ายรูปมาให้ชื่นใจหน่อย





ถึงที่พักเกือบ 5 ทุ่มพร้อมไมเกรนขึ้นหัว อาการมันออกตั้งแต่นัมบะละ แต่คิดว่าเมื่อย พอนั่งรถเจอลมเย็น ๆ อากาศเริ่มหนาว พอเข้ามาในรถไฟ อากาศจะอุ่น ๆ พอประตูเปิด ลมหนาวพัดมา วูบเลยจ้าา หน้ามืดเลยจ้าาาา 555

กลับถึงห้อง ตาพร่าหมดละ น้องสาวต้มมาม่ากิน เราก็กินไม่ลง ขอซดน้ำเผ็ด ๆ เปรี้ยว ๆ ละกัน จากนั้นก็กินยาแก้ไมเกรน เพราะพกไปด้วย แล้วก็นอนพัก หลับไปประมาณ 2 ชั่วโมง อาการเริ่มดีขึ้น น้องสาวซักผ้าเสร็จพอดี 555 สบายเรา ไม่ต้องตาก (ซักเครื่องนะ ไม่ได้ซักเอง) อาบน้ำร้อน ๆ ซะหน่อย แล้วก็กลับไปนอนต่อ


เป็นวันที่หนักมาก พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันต่อ วันที่ 13 ตุลาคม เที่ยวด้วยบรรยากาศครึ้ม ๆ และใจสั่นแบบแปลก ๆ Smiley





Create Date : 05 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2559 22:39:38 น. 0 comments
Counter : 580 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

latics1
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]











ผลงานเป็นรูปเล่ม


บ้านของหัวใจ
(โพรเจกต์หอมลมหวน)
ปาลินี พิมพ์คำสำนักพิมพ์
v
v



คือแสงแห่งใจ
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



กลลวงบ่วงหัวใจ
รีชณัีฐ สนพ.ธราธร
v
v



แทนใจด้วยรัก
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



จัดหัวใจให้ลงรัก
ปาลินี สนพ. อรุณ
v
v



ในดวงตามีความรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



เมื่อหัวใจได้เจอรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



ซ่อนรักลวงใจ
รีชณัฐ สนพ.โซฟา
v
v



สองหัวใจแห่งรัก
รีชณัฐ สนพ.ชูการ์เรน
v
v


Friends' blogs
[Add latics1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.