==>>มนุษย์ถูกสร้างให้มีหูและตาอย่างละสอง แต่มีปากเพียงหนึ่ง เพื่อให้เรา 'มอง' และ 'ฟัง' มากกว่า 'พูด'<<==
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
2 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
เที่ยวลาวใต้



ถ้าถามว่าถ้ามีโอกาสได้ไปต่างประเทศ อยากไปที่ไหนเป็นที่แรก...คำตอบที่ผุดขึ้นมาคือ "ลาว" เหตุเพราะใกล้ ภาษาใกล้เคียง ดูไม่ต่างถิ่นดี


คิดอยากไปมาหลายปี ในที่สุดก็ได้ไปสักที


ทริปนี้เกิดขึ้นจากสมาชิกเพื่อนนักเขียนในบ้าน Star Write Academy ไฟฝันคนปั้นเรื่อง ปีที่3 ที่จขบ. มีโอกาสได้ร่วมแข่งขันด้วย (แต่กำลังจะตกรอบ โดนไล่ออกจากบ้านแล้วจ้าาาา 5555555) พอดีว่าเขากำลังจะไปเที่ยวลาว เลยส่งข่าวมาบอก เราก็อยากไปอยู่แล้ว เลยบอกว่าอยากไปด้วย แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะไปเมื่อไหร่ เพราะถ้าติดวันธรรมดาก็ไปไม่ได้ สรุปว่าเขาไปช่วงวันวิสาขบูชา ดูจากรายละเอียดแล้ว คิดว่าน่าจะไปได้ เลยบอกเขาไปว่า ขอไปด้วย Smiley ราคาทัวร์ก็ไม่แพง 4,900 บาท ( 3 วัน 4 คืน นอนในรถทัวร์ 2 คืน และโรมแรมที่ลาว 2 คืน) ... ทัวร์นี้ไม่ใช้พาสปอร์ตค่ะ


เราออกเดินทางจากปั้มน้ำมันตรงข้าม ม.หอการค้าไทย ในเวลา 19.10 ของวันพฤหัสฯ ที่ 23 พค.  แวะซื้อน้ำ-ขนมจาก 7-11 ที่ปั้มได้เลย แต่จริงๆ เขาก็มีแวะปั้มระหว่างทางเรื่อยๆ ใครยังไม่หิวก็ไ่ม่ต้องหิวก่อนก็ได้ (มื้อแรกนี้เราต้องซื้อเองนะคะ)

คืนแรก นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ เมื่อยตัวไปหมดเลย หลับๆ ตื่นๆ ไปตลอดทั้งคืน รถที่นั่งค่อนข้างขับเร็วและเสียงดัง แถมฝนยังตกด้วย เลยไม่กล้านอนเท่าไหร่ พอสักตี 5 กว่าๆ รถแวะปั้มที่ศีรษะเกษ ก็เลยไปล้างหน้า แปรงฟันและเปลี่ยนเสื้อ (ชุดที่ใส่เมื่อคืนเป็นชุดที่ใส่ไปทำงาน) หลังจากนั้นเหมือนว่าจะหลับไปได้ประมาณชั่วโมงนึง


8.20 น. เราแวะกินข้าวที่เขื่อนสิรินธร เป็นข้าวต้ม+ไข่ลวก (กินไข่กันดุมาก 3-4 ฟองได้ในแต่ละมื้อ)  ก่อนหน้านั้นแวะ 7-11 อีกครั้งเพื่อซื้อขนมและน้ำ เพราะไกด์บอกว่า กินข้าวเสร็จแล้วเราจะไปที่ด่านเพื่อข้ามฝั่ง จะไม่แวะแล้วให้ซื้อของกินไปเลย





9.40 เราเดินทางถึงด่านช่องแม็ก ข้ามแดนมายัง สปป.ลาว อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนมาก เพราะเมื่อคืนฝนตกหนัก




สองข้างทางของลาวเหมือนต่างจังหวัดบ้านเราเลยค่ะ เต็มไปด้วยทุ่งนา ช่วงที่ไปโรงเรียนที่ลาว กำลังอยู่ในช่วงสอบ นักเรียนสอบกันเสร็จพอดี เดินกันเต็มสองข้างทางเลย เขาใส่ชุดนักเรียนนะคะ เสื้อสีขาว ผู้ชายใส่กางเกงขายาวสีเทา ผู้หญิงจะนุ่งผ้าซิ่น





ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ประมาณ 40 นาที ก็เดินทางถึงเมืองปากเซค่ะ (ปากเซเป็นส่วนหนึ่งของเมืองจำปาสัก แต่มีความเจริญกว่า ส่วนจำปาสักจะเป็นเมืองเก่า ไกด์เปรียบให้ฟังเหมือนว่า ปากเซคือหาดใหญ่ และจำปาสักคือสงขลา ... ปากเซเป็นเมืองใหม่ที่ฝรั่งเศสเห็นว่าน่าจะพัฒนาได้ง่ายกว่า ส่วนจำปาสักก็ปล่อยให้เป็นเมืองเก่าไป)


ถึงปากเซประมาณ 10.30 น. ก็ยังไ่ม่้ได้เข้าที่พัก เพราะไกด์มาเราไปเที่ยวเลย ไกด์ที่แนะนำเราต่างๆ ตั้งแต่ข้ามฝั่งมา จะเป็นไกด์ลาวนะคะ พูดภาษาไทยได้ค่ะ เพราะภาษาก็เหมือนๆ กัน





ที่แรกที่ไปเที่ยวค่ะ เป็นอุทยานที่คนไทยได้รับสัมปทานคือคุณวิมล กิจบำรุง มีการรวบรวมชนเผ่าของลาวไว้และมีการจัดแสดงประเพณีวัฒนธรรมต่างๆ ด้วย ที่นี่สมเด็จพระเทพฯ เสด็จบ่อยด้วยนะคะ คนลาวรักพระเทพกันมากค่ะ 





มื้อเที่ยงเราได้กินกันตอน 12.30 ค่ะ เพราะัที่นั่นเขารับคนไม่จำกัด ใครไปก่อนก็ได้กินก่อน กรุ๊ปทัวร์ที่จขบ.ไปได้เวลานี้น่ะค่ะ คนเยอะเชียว แต่ดีอย่างคือ อาหารบางอย่างของเขาจะเติมได้ไม่อั้น (พวกไข่เจียว ลาบ หรือไม่ก็พวกหมูทอด)




เป็นมื้อแรกและมื้อเดียวที่ได้กินข้าวเหนียว ข้าวของเขาจะไม่ขัดจนขาวนะคะ แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นข้าวซ้อมมือ รสชาติหวานค่ะ อาหารเป็นรสชาติคนไทยค่ะ






กินอิ่มแล้วก็ไปที่น้ำตกตาดฝานกันต่อ เป็นน้ำตกคู่แฝดที่ไหลจากที่สูง ตกลงมากระทบเสียงดังมากค่ะ และได้เห็นต้นกาแฟด้วยค่ะ ที่นั่นเขาปลูกกันแทบทุกบ้านเลย และเขาจะชงกาแฟกันดุมาก ใส่นมไปครึ่งแก้วตามด้วยกาแฟ และต่อด้วยนมข้น แต่สีของกาแฟก็ยังคงเข้มอยู่ เทียบกับเมืองไทยแล้ว ของเราเหมือนน้ำล้างแก้วเลยค่ะ ใสแจ๋ว (กาแฟของเขาอร่อยค่ะ เข้มข้นได้ใจมาก)

หลังจากนั้นก็ออกจากน้ำตกตาดฝานประมาณบ่าย 3 โมง ก่อนจะได้กินข้าวเย็น เราแวะไปที่ร้านหมอจีนค่ะ เป็นสถานที่ร่วมทุนระหว่างรัฐบาลจีน-ลาว มีหมอแมะมาจับชีพจรและนำเสนอพวกบัวหิมะ ยาจีนต่างๆ  จขบ.ก็ขอตรวจด้วยและขอให้เขานวดให้ เพราะเมื่อยตัว


เวลา 18.00 น. เราก็ถึงร้านอาหาร วันนี้เมนูเด็ดคือ เมียงพันปลาค่ะ และเน้นเมนูปลาน้ำจืดเป็นหลัก





เมียงพันปลาค่อนข้างกินยากนะคะ กินไปได้แค่คำสองคำเองค่ะ  หลังจากกินเสร็จก็ไปถ่ายรูปบรรยากาศริมน้ำโขง สวยและร่มรื่นมากค่ะ แต่ค่อนข้างจะเวียนหัวนิดหน่อย เพราะอยู่บนแพ

หลังจากนั้นประมาณทุ่มกว่าๆ ก็เดินทางไปยังที่พัก (เย้!!!! ดีใจมาก เพราะง่วงนอนสุดๆ)  เราพักกันที่ โรงแรมจำปาสักพาเลสหรือวัีงเก่าคุ้มเจ้าบุญอุ้มค่ะ

บอกอีกนิดคือ ที่ลาวเขาดูทีวีไทยนะคะ พวกเคเบิ้ลต่างๆ รับจากของไทยหมดค่ะ วันนั้นที่ไป ละครคุณชายเป็นตอนจบพอดี ไกด์บอกว่าลูกทัวร์ติดเรื่องนี้กันมาก ถึงขนาดโทรถามว่าที่ลาวรับช่องไทยได้ไหม ถ้าไม่ได้ต้องไปดูที่ไหน (แต่ จขบ.ไม่เคยดู ก็เลยเฉยๆ น้องสาวดูไป เราก็หลับไป สบายใจ)

หลับสบาย หลับสนิท อากาศเย็นๆ เพราะฝนตกค่ะ




ตื่นเช้ามาก็สดชื่น  ไกด์จะนัดแนะเวลาว่า ให้ตื่นกี่โมง กินข้าวกี่โมง รถออกกี่โมง ก็ง่ายๆ ค่ะ ตื่น 5.30 ,กินข้าว 6.30, รถออก 7.30  แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เขาเลทให้เราได้ (ประมาณ 15-20 นาที)




7.45 น.  ออกจากโรงแรม ที่ต้องออกเดินทางเช้า เพราะที่เที่ยวอยู่ไกลค่ะ ประมาณ 165 กก. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วก็ต้องนั่งเรือต่อรถไปอีก

10.20 น. ถึงทางเข้าแล้วค่ะ แล้วต้องนั่งรถล่องแม่น้ำโขง ผ่านมหานทีสี่พันดอน (ดอนคือเกาะแก่งค่ะ บริเวณนี้จะมีเกาะเยอะมาก นับได้ประมาณสี่พันเกาะ เลยเรียก สี่พันดอน)






ถึงแล้ว น้ำตกหลีผี





อากาศร้อนอบอ้าวมากค่ะ เหงื่อไหลเป็นน้ำ เสื้อเปียกหมดเลย Smiley  อากาศที่นั่นร้อนกว่าที่ไทย แถมไม่มีลมอีกด้วย เพลียเลยค่ะ





13.00 น. มื้อเที่ยงในลาววันที่ 2 เำพิ่งได้กินส้มตำแบบลาวแท้ๆ ค่ะ เค็ม และเมนูก็เป็นปลาอีกเช่นเึคย  กินเยอะแล้วคาวนะคะ ปลาน้ำจืดเนี่ย (มื้อนี้เราไปกินที่น้ำตกคอนพะเพ็ง  กินก่อนที่จะไปดูน้ำตก)








ร้อนอีกแล้วค่ะ เหงื่อเต็มหน้าเต็มคอเลย ลมไม่มีพัดสักนิด แต่บรรยากาศสวย เป็นธรรมชาติมาก น้ำตกยิ่งใหญ่เชียวค่ะ เสียงดังกระทบจนน้ำกระจายไปทั่ว แต่แปลกมากที่ไม่มีลมเลย

14.45 น.ก็ออกเดินทางจากน้ำตกคอนพะเพ็ง

17.40 น. ถึงเวลากินมื้อเย็นแล้ว กินเร็วมากค่ะ แดดยังเปรี้ยงอยู่เลย  การไปกับทัวร์มันมีข้อเสียตรงนี้แหละค่ะ ถึงเวลากินแม้ยังไม่หิวก็ต้องกิน แต่ข้อดีก็มีนะคะ คือเราไม่ต้องจัดการอะไรเลย ทัวร์เป็นคนเดินเรื่องให้หมด เราก็แค่นั่งชิวๆ











เช้าวันอาทิตย์ เวลายังเหมือนเดิมคือ 5.30 / 6.30 / 7.30   มื้อเช้าเป็นข้าวต้มค่ะ กาแฟสีเข้มและดุมาก Smiley  แต่เชื่อมั้ยว่ากินเข้าไปแล้ว หลับดีมาก จขบ.หลับในรถเลย แต่พอตื่นแล้วสดชื่นค่ะ ไม่ง่วงเลย


9.30  ถึงปราสาทวัดพู  โดยเราต้องต่อรถไปอีก 2 ต่อ










เช้านี้ไม่ง่วง แต่เพลียสุดๆ เลยค่ะ เหนื่อยมากกับการขึ้นปราสาทวัดพู หอบแฮะเลยค่ะ


11.40 น. เดินทางกลับเข้าเมืองปากเซเพื่อทานมื้อเที่ยง อาหารก็ทั่วไปค่ะ ไข่เจียว ผัดผัก ขาหมู (เมนูเด็ดของวันนี้)


12.45 น.แวะช็อปที่ตลาดใหม่ (แต่คนส่วนใหญ่จะเรียก ตลาดดาวเรือง)  ประมาณ 1 ชั่วโมง สินค้าพวกเครื่องเงิน กระเป๋า นาฬิกา เป็นของก๊อปค่ะ ไกด์บอกว่าให้ต่อราคา 80%  น้องสาวซื้อกระเป๋ามา 1 ใบด้วย ราคาตั้งคือ 1,500 ราคาที่จ่ายเงินซื้อคือ 400 บาท Smiley ดูจากรูปทรงและเนื้อผ้า ถ้ามาซื้อที่เมืองไทยก็น่าจะประมาณ 599-699 ค่ะ


13.45 น.  ออกจากปากเซเดินทางไปยังด่านข้ามแดน 


14.30 น. ถึงชายแดน แวะดิ้วตี้ฟรีของคุณดาวเรือง ซื้อกาแฟดาวมา  ห่อด้วย อร่อยค่ะ ติดใจกาแฟของเขามาก (แวะซื้อของประมาณ 1 ชั่วโมง)

15.15 ถึงประเทศไทยแล้วววววว  แวะซื้อของฝากอีกนิดหน่อย ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ


3.00 ถึงกรุงเทพฯค่ะ ต่อรถแท็กซี่มาที่บ้านอีกประมาณ 80 บาท นอนต่ออีก 3 ชั่วโมงกว่าๆ และตื่นไปทำงานในเ้ช้าวันจันทร์!!!



^

^

จขบ.และน้องสาว



^

^

จขบ.กับเพื่อนนักเขียนอีก 2 คนที่ร่วมเดินทางไปในทริปนี้ (จริงๆ มีอีก 2 คนอีก คุณแม่และพี่ชายของน้องนักเขียนที่ไปด้วย)





ปล. ทริปหน้าที่จะไปอีกคือ ลาวเหนือ ตักบาตรข้าวเหนียว เที่ยวหลวงพระบาง เวียงจันทน์ วังเวียงกับพี่นักเขียนคนเดิม Smiley  นี่ก็อยากไปมาก





Create Date : 02 มิถุนายน 2556
Last Update : 21 พฤษภาคม 2559 13:43:42 น. 0 comments
Counter : 121 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

latics1
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]











ผลงานเป็นรูปเล่ม


บ้านของหัวใจ
(โพรเจกต์หอมลมหวน)
ปาลินี พิมพ์คำสำนักพิมพ์
v
v



คือแสงแห่งใจ
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



กลลวงบ่วงหัวใจ
รีชณัีฐ สนพ.ธราธร
v
v



แทนใจด้วยรัก
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



จัดหัวใจให้ลงรัก
ปาลินี สนพ. อรุณ
v
v



ในดวงตามีความรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



เมื่อหัวใจได้เจอรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



ซ่อนรักลวงใจ
รีชณัฐ สนพ.โซฟา
v
v



สองหัวใจแห่งรัก
รีชณัฐ สนพ.ชูการ์เรน
v
v


Friends' blogs
[Add latics1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.