==>>มนุษย์ถูกสร้างให้มีหูและตาอย่างละสอง แต่มีปากเพียงหนึ่ง เพื่อให้เรา 'มอง' และ 'ฟัง' มากกว่า 'พูด'<<==
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
15 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
[ ทริปสััน ๆ ที่คันไซ ] วันที่ 6 - 7 : เดินเที่ยวนัมบะ & กลับบ้าน





วันที่ 14 ตุลาคม 2559


วันนี้ตื่นประมาณ 8 โมงด้วยอาการตาบวม เพราะเมื่อคืนกว่าจะได้ก็ตี 5 ... จำได้เพราะตอน ตี 4.45 มั้ง น้องสาวตั้งสถานะที่เฟสบุ๊ก เราจำไม่ได้ว่าหลับไปตอนไหน ยังนึกอยู่เลยว่า ไม่ต้องนอนดีกว่าไหม อีกแป๊บก็เช้าแล้ว  Smiley


ตื่นมา อาบน้ำ จัดห้องให้เรียบร้อย พร้อมกับกินมื้อเช้าไปด้วย เป็นกาแฟแบบขวดและข้าวปั้น ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ เพราะไม่มีอารมณ์ (หลังจากที่รู้ข่าวการสวรรคต เรากับน้องสาว ไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเลย ทั้งที่ปกติจะถ่ายรูปของกินไว้เพื่อจดบันทึก) กว่าจะออกจากห้องได้ 10 โมงกว่าแล้ว ระหว่างรอรถไฟที่สถานีบิโชเอง เราถามเพื่อนว่าอยากไปวากายาม่าอีกไหม แต่ไปแล้วอาจเที่ยวได้แป๊บเดียวนะ เพราะสถานีแมวปิด 5 โมง คิดว่าสัก 4 โมงคงต้องออกจากที่นั่นแล้ว และนี่กว่าจะไปถึงก็คงเที่ยงอ่ะ กินข้าวอะไรกันอีก มองหน้ากันไปมา เลยตัดสินใจว่า ไม่ไปล่ะ ไม่อยากเที่ยว ไม่มีอารมณ์ จิตใจมันหดหู่ เลยตกลงว่า งั้นเราไปเดินเที่ยวนัมบะแล้วกัน ยังมีของอีกนิดหน่อยต้องซื้อด้วย

ตอนแรกว่าจะฝากกระเป๋าที่เทนโนจิ แต่เพื่อนบอกว่า เราไปฝากที่สนามบินเลยได้ไหม เพราะเดี๋ยวถ้าซื้อของเพิ่มอีก คงลากกันไปไม่ไหวแน่ เราก็โอเค นั่งฮารุกะเข้าสนามบินไปฝากกระเป๋า วันนี้ไม่รีบอะไรอยู่แล้ว นั่งย้อนไปมาได้ นั่งฟรีอยู่แล้วนี่ กลัวอะไร

ระหว่างที่รอรถไฟ เราก็เปิดเข้าเฟสไปด้วย น้ำตาแตกอีกแล้ว Smiley แต่มีภาพและเรื่องราวของในหลวง ร. 9 เต็มไปหมด มีภาพของสมเด็จที่ทำเอาน้ำตาแตกจนเกือบทนไม่ไหว ใจมันหวิวมาก ๆ Smiley ต้องออกจากเฟสเป็นพัก ๆ ไม่อยากเปิดนะ แต่มันก็อดไม่ได้ ไม่อยากอ่านอะไรทั้งนั้น แต่ก็อดไม่ได้ เรา น้องสาว เพื่อน ตาแดงกันตลอดเวลา ไม่มีใครพูดอะไร ต่างคนต่างอยู่กับตัวเอง จนสักพักเริ่มรู้สึกว่าไม่ไหวล่ะ เราจะมาร้องไห้แบบนี้ไม่ได้นะ ก็เลยปิดมือถือแล้วคุยเรื่องโน่นเรื่องนี้กัน แต่ก็คุยกันได้ไม่เยอะ เดี๋ยว ๆ ก็หมดเรื่องคุย


ถึงสนามบิน เราเอากระเป๋าไปฝากที่ตึก AeroPlaza ล็อกเกอร์ใหญ่ 700y โชคดีมีพอดีเลย ฝากเสร็จก็ไปเข้าห้องน้ำ โอยยย ตาแดงมาก ตอนนั้นก็มึน ๆ หัวด้วย เพราะนอนน้อย พอเดินออกจากห้องน้ำ ล็อกเกอร์ใหญ่เต็มแล้ว ฝรั่งที่มาทีหลังหาที่ฝากไม่ได้เลย

จากนั้นเราก็นั่งฮารุกะออกจากสนามบินไปลงที่เทนโนจิแล้วต่อรถไฟไปลงนัมบะ เดินผ่าน Namba walk เพื่อไปดงทงโบริ แรก ๆ ไกลมาก เดินไม่ถึงซะที แต่พอเดินหลาย ๆ วันเข้า แป๊บ ๆ ก็ถึงละ

ครั้งนี้เราไม่ได้แวะร้าน  Yoshinoya เพราะเบื่อแล้ว ไปกินอย่างอื่นบ้างดีกว่า เข้าร้านที่อยู่แถว ๆ ร้านกาชาปอง




 

เราสั่งข้าวหน้าปลาไหล เพราะยังติดใจเมื่อวานกับซูชิปลาไหล ราคาไม่แพง เลยสั่งสักหน่อย จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ น่าจะ 9xx Y มั้ง รู้แต่ไม่แพง รับได้อยู่  ทำเลร้านถ้ามองออกไปทางหน้าต่าง (หลังร้าน) จะเห็นชิงช้าใหญ่ ๆ ของร้านดองกิพอดี เราแวะกินข้าวตอนจะบ่าย 3 ละ

กินอิ่มก็เดินไปที่ร้านดองกิ ตอนที่เดินผ่านคลองนัมบะ เห็นเขามีการแสดงอะไรด้วย การแสดงอยู่ฝั่งหนึ่ง คนดูก็อยู่ฝั่งตรงข้าม มีคลองคั่นไว้ ที่น่าแปลกใจคือ คนที่มาดูมีแต่หนุ่ม ๆ ทั้งนั้นเลย แถมยังเต้าตามได้ด้วย ผู้ชายอายุ 40 กว่าก็เต้นได้ โอยยย แปลกใจมาก แต่ไม่ได้หยิบมือถือขึ้นมานะ...ไม่มีอารมณ์ นี่ถ้าเป็นช่วงอารมณ์ปกติคงได้ถ่ายคลิปมาแล้ว 


แวะไปซื้อของที่ดองกิ สาขาที่มีชิงช้าใหญ่ ๆ ของที่นี่แพงกว่าอีกสาขา (ที่ไม่มีชิงช้า) เรากับน้องสาวงงมาก ทั้งที่ร้านก็อยู่ใกล้กัน แต่ของบางอย่างแพงกว่าหลายสิบเยนเลย เลยตัดสินใจกลับไปซื้อที่ดองกิ (สาขาไม่มีชิงช้า) ตอนนั้นก็ 5 โมงกว่าล่ะ ซื้อของไป ก็ดูถ่ายทอดสดการเคลื่อนขบวนพระบรมศพไปด้วย จน 6 โมงกว่า ๆ ก็ออกจากร้าน จริง ๆ ควรจะออกเร็วกว่านี้ แต่พนักงานแพ็คของ ละเอียดมาก จัดของเป็นระเบียบมาก บรรจงมาก จัดแบบว่าเป๊ะมาก กล่องยาสีฟันเป็นสิบกล่อง พี่แกเรียงแบบว่าไม่มีกลับหัวกลับหางเลยนะ ทุกอย่างเรียงเป็นตั้ง ๆ ซ้อน ๆ อย่างเป็นระเบียบ ไม่มีการจับใส่ โยนใส่เลย ตอนยืนรอ เรากับน้องบ่นไปสิบแปดตลบ 5555 แต่ตอนเอาลงกระเป๋า แบบว่าอยากโค้งคำนับให้ร้อยที เพราะมันทำให้เราจัดกระเป๋าได้ง่ายมาก 5555 คนจัดเป็นหนุ่มแว่นนะ ขอบคุณมาก ๆ 

จากนั้นเราก็แวะไปซื้อของต่อที่ร้าน 100Y พิกัด หลังห้าง(หรือตึก) HIPS ที่มีแฟมิลี่มาร์ท เข้าไปในซอยเรื่อย ๆ จะเห็น ABC Mark ตรงหัวมุม  ร้าน 100Y จะอยู่เยื้องไปอีกฝั่ง  หรือถ้าเดินจากป้ายกูลิโกะ ก็เดินมาทางไปรถไฟสถานีนัมบะ (ตรงนัมบะวอล์ค) เห็น ABC Mark ก็แถว ๆ นั้นแหละ




  ไอศกรีมจากร้าน 100 Y ขนมปังเหนียวมาก 555


(นี่เป็นเพียง 2 รูปที่เราถ่ายมาตลอดทั้งวัน)

พอสัก 2 ทุ่มกว่า ๆ ก็เดินทางไปเทนโนจิ เพื่อต่อขบวนฮารุกะเข้าสนามบิน เอากระเป๋า ซื้อของจาก Lawson มานั่งกินกันก่อน (ไม่ได้ถ่ายรูปมา) เป็นข้าวปั้นเต้าหู้ กับข้าวปั้นสาหร่าย พอ 3 ทุ่มครึ่งก็ไปเช็กอิน ไม่มีคนเลย Smiley แบบว่าเงียบมาก จนนึกกลัวว่าเราจะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่มาเช็กอินหรือเปล่า 5555 

ผ่านตม. ผ่านโน่นผ่านนี่ แวะซื้อขนม เจอขนมในสนามบินถูกกว่าข้างนอก โอยยยย เซ็ง ซื้อชีสเค้กกับคุ๊กกี้โกเบ และช็อกโกแลตานามะของ royce มากิน ก็อร่อยดี หนึบ ๆ 


 

กระเป๋าที่เอาไป จริงๆ ของในกระเป๋าดำจะยัดใส่กระเป๋าสีน้ำเงินก็ได้ เพราะมีเสื้อผ้าไม่กี่ชุด (เป็นชุดที่น้องเอามาเพิ่มตอนอยู่หาดใหญ่) กระเป๋า 3 ใบ ขาไป แบบโล่งมาก ชนิดที่ใส่ในกระเป๋าสีน้ำเงินใบเดียวก็อยู่แล้ว แต่ขากลับเนี่ย เต็ม แน่นมาก กระเป๋าชมพูเอาติดไปด้วย แล้วไปซื้อถุงจากร้าน 100Y มาเพิ่ม 2 ใบ แน่นมาก ถุงกระดาษจากดิวตี้ฟรีก็อัดของเข้าไปด้วย


ส่วนบรรยากาศบนเครื่อง เงียบ เหงา และเศร้ามาก มีเสียงสะอื้นเป็นพัก ๆ ตอนที่สงบนิ่งเพื่อไว้อาลัย มีแอร์คนหนึ่งร้องไห้ เรารู้แหละว่าเขาพยายามกลั้นแล้วแต่คงกลั้นไม่อยู่ Smiley วันนี้ดูอาการดีขึ้น ไม่อยากนึกถึงเมื่อวานเลย ว่าคนบนเครื่องจะเป็นยังไง เพราะตอนที่รู้ข่าว น่าจะสัก 2-3 ทุ่ม คนที่เดินทางกลับเมื่อวานคงอยู่ที่สนามบินเตรียมขึ้นเครื่องกันแล้ว 

หลับ ๆ ตื่น ๆ จนถึงตี 4 เครื่องก็ถึงสนามบิน ผ่านตม.เร็วมาก เรา น้องและเพื่อนแวะกินขนมและน้ำก่อนกลับ พอสัก 6 โมงกว่า ๆ ก็เดินไป T1 ส่วนเพื่อนขึ้นแท๊กซี่กลับบ้าน เราบินตอน 8 โมง ง่วงมาก เครื่องยังไม่ทันขึ้นเลย หลับละ Smiley




 

ข้าวของประดามี นี่เราขนกลับมาได้ยังไง 




 

มื้อแรกเมื่อถึงหาดใหญ่ อร่อยนะก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ (แถว ๆ คอนโด plus)


จบทริปเที่ยวคันไซค่ะ และเชื่อว่าต้องมีครั้งที่ 3 แน่นอน!!


สรุปค่าใช้จ่าย 

ค่าตั๋วไปกลับหาดใหญ่-กรุงเทพ  = 2,381 บาท

ค่าตั๋วไปกลับกรุงเทพ-คันไซ = 8,540 บาท

ค่าที่พักกรุงเทพ (กังวานแมนชั่น)  = 480 บาท (ราคาเต็ม 960 บาท หาร 2)

ค่าที่พักโอซาก้า 4 คืน = 2,741 บาท (ราคาเต็ม 8,222 บาท หาร 3 )

ค่าคันไซไวด์พาส = 2,790 บาท 

ค่าซิมเนต = 409 บาท (ต่ออันรวมค่าส่งแล้ว ใช้ของสุโก้ย เล่นได้ 7 วัน ไม่จำกัด เล่นกัน 3 คน ปล่อยฮอตสปอต)

ค่าประกันการเดินทาง = 392 บาท (ใช้ของ ซิกน่าประกันภัย)

ค่าอื่น ๆ (เช่าพาสเกียวโต,ค่ารถบัส,ค่าเข้าสถานที่) = 735 บาท

ค่ากิน = 5,500 บาท (อันนี้เป็นราคาประมาณ เพราะวันสุดท้ายไม่ได้จด กะคร่าว ๆ เอา)


เรื่องค่ากิน ถ้าใครจะใช้เป็นแนวก็ลองดูนะ เราใส่ราคาของกินแต่ละอย่างให้แล้ว กินมากกินน้อยก็ลองประเมินดู จะว่าแพงก็แพงนั่นแหละ เพราะมื้อเช้า อย่างมาก จ่าย 50 บาทก็อิ่มแล้ว แต่ที่นู่นค่าครองชีพสูง ก็ต้อง x2 , x3 เข้าไป ส่วนมื้อเที่ยง เย็น ไปกินตามร้าน ก็ราคา 3-4 ร้อยบาท คิดซะว่าไปกินข้าวตามห้างในร้านหรู ๆ แล้ว x2 เข้าไป ขนม ไอติม น้ำจากตู้กดอะไรอีก คิดว่าถ้าไม่กินอะไรที่เป็นแบบรีเควสมาก ๆ (พวกซูซิ หรือเข้าร้านบุฟเฟต์เนื้อย่าง) ก็ตกประมาณ 1,000 บาทต่อวัน 


ไปเที่ยวแต่ละครั้ง ถึงจะประหยัดแค่ไหน เราว่าก็ควรหาเวลาสัก 1-2 มื้อในการจัดมื้อใหญ่ (ซึ่งราคาส่วนใหญ่ก็พอกะคร่าว ๆ ได้อยู่แล้ว ) อย่างเมื่อต้นปี เราก็หา 1 มื้อในการไปกินบุฟเฟต์ที่โตเกียวสเตชั่น มาครั้งนี้ เราก็หาเวลาไปกินซูชิหน้าล้น



รวมทั้งหมดต่อคน =  23,986 โดยประมาณ ตีว่า 24,000 แล้วกัน แต่ถ้านับตั้งต้นที่กรุงเทพ ก็ประมาณ 21,139 บาท  ถือว่าคุ้มนะ (ไปช่วงค่าเงินแพงด้วย Smiley  ) เพราะได้นั่งชินกันเซ็น ได้ไปหลาย ๆ ที่ตั้งใจไว้ แต่ก็ยังมีอีกหลายที่ที่ยังไม่ได้ไป


Smiley รอก่อน แล้วเจอกันใหม่  Smiley








Create Date : 15 ธันวาคม 2559
Last Update : 15 ธันวาคม 2559 14:56:18 น. 0 comments
Counter : 1037 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

latics1
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]











ผลงานเป็นรูปเล่ม


บ้านของหัวใจ
(โพรเจกต์หอมลมหวน)
ปาลินี พิมพ์คำสำนักพิมพ์
v
v



คือแสงแห่งใจ
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



กลลวงบ่วงหัวใจ
รีชณัีฐ สนพ.ธราธร
v
v



แทนใจด้วยรัก
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



จัดหัวใจให้ลงรัก
ปาลินี สนพ. อรุณ
v
v



ในดวงตามีความรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



เมื่อหัวใจได้เจอรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



ซ่อนรักลวงใจ
รีชณัฐ สนพ.โซฟา
v
v



สองหัวใจแห่งรัก
รีชณัฐ สนพ.ชูการ์เรน
v
v


Friends' blogs
[Add latics1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.