==>>มนุษย์ถูกสร้างให้มีหูและตาอย่างละสอง แต่มีปากเพียงหนึ่ง เพื่อให้เรา 'มอง' และ 'ฟัง' มากกว่า 'พูด'<<==
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
2 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
[ ทริปสั้น ๆ ที่คันไซ ] วันที่ 3 : เที่ยวเกียวโต (วัดน้ำใส+โซนป่าไผ่)










วันที่ 11 ตุลาคม 2559


เช้าวันนี้เราตื่นกันประมาณ 7 โมงกว่า ก็อาบน้ำทำอะไรไปเรื่อยเปื่อย เพราะเราดูเวลาแล้ว มี 2 เวลาให้เลือกไปคือไปให้ถึงเทนโนจิก่อน 7.15 น. เพราะขบวนฮารุกะจะมาตอน 7 โมงกว่า ๆ และจะมาอีกครั้งตอน 8 โมงกว่า ๆ เราไม่รีบเพราะวันนี้มีแพลนจะไปวัดน้ำใสตอนเช้า และหลังเที่ยงจะไปโซนป่าไผ่


มื้อเช้าตอน 7 โมงครึ่ง


กาแฟ 216Y ขนม 193Y รวม 409Y
 เงินไทย = 140 บาทโดยประมาณ


แงะไส้ดูหน่อย




ไข่เยอะมาก แต่จืดไปหน่อย ถ้ามีซอสคงอร่อยกว่านี้



หลังกินมื้อเช้าแล้ว เราก็ออกเดินทางไปเทนโนจิ ตอนนั้นเราไปถึง 8 โมงเกือบครึ่งละ คือไม่ทันขบวนที่เราเล็งไว้ เราก็หาขบวนใหม่ ต้องไปลงที่ชินโอซาก้าแล้วต่อขบวนอื่นไปเกียวโต แต่โชคดีว่าขบวนฮารุกะมาช้ากว่าเวลา ตอนนั้นเราก็รอแทร็กนั้นแหละ แล้วรถก็มาจอด ข้างขบวนขึ้นว่า Kyoto เราก็อ้าว มีขบวนอื่นวิ่งไปเกียวโตด้วยเหรอ เพราะเท่าที่รู้มีแค่ฮารุกะอย่างเดียว แต่ช่างเถอะ อาจเป็นขบวนที่นาน ๆ มาสักทีก็ได้ งั้นก็ขึ้นเลยละกัน พอขึ้นไปแล้ว เห็นป้ายวิ่ง อ้าววว ฮารุกะนี่นา โชคดีไป วิ่งยาว ๆ เลยจ้าาา

ซื้อ Kyoto bus 500 yen อันนี้ยังไม่ได้ตอกวันที่ เวลาใช้ก็สอดเข้าเครื่องก่อนลง เอาด้านที่มีลูกศรแดง ๆ เข้าไป พอใช้ครั้งที่ 2 ก็แค่หันวันนี้ให้คนขับดู


ที่แรกที่ไปคือวัดน้ำใส เรานั่งสาย 206 ไปลง Kiyomizu-michi นั่งประมาณ 15 นาที รถไม่ติด




ค่าเข้า 400Y




จุดไฮไลท์ปิด น่าเสียดาย







คนเยอะมาก











พอสัก 11 โมง เราก็ออกจากวัดน้ำใส นั่งย้อนกลับไปที่สถานีเกียวโตอีกครั้ง นั่งแค่ 10-15 นาทีก็ถึง รถไม่ติดเหมือนเดิม

เราหาข้าวกินที่สถานีเกียวโต อยู่ชั้นใต้ดิน ร้านอาหารเยอะมาก เลือกได้ตามสะดวก


จานนี้ 880Y+8% = 950Y = 323 บาทโดยประมาณ






จานนี้ 930 มั้ง +vat เข้าไป 1,004Y =342 บาท ราคาเท่ากับร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยเลย


อิ่มแล้วก็เดินทางไปวัดทองต่อ นั่ง JR ไปลง Emmachi แถว ๆ นั้นมีร้าน Yoshinoya ร้านนี้อาหารถูกมาก ชุดละ 380Y หรือ 450Y เพิ่งรู้ว่ามีแถว ๆ สถานีด้วย พิกัดคือ สี่แยกฝั่งเดียวกับสถานี เป็นแบบนี้ตลอด พออิ่มก็เจอร้านที่ถูกกว่าทุกที (อันนี้คือเจอตอนที่กลับจากวัดทอง ลงจากรถบัสแล้วต้องข้ามฝั่งมาเลยเห็น) จริง ๆ ตอนจะข้ามทางม้าลายก็น่าจะเห็นนะ แต่ไม่ได้หันไปมอง มองถนนอย่างเดียว

ช่างมัน ๆ ไปเที่ยวกันดีกว่า

พอออกจาก Emmachi เราก็ข้ามไปฝั่งตรงข้ามสถานีเลย (แต่ไปข้ามตรงทางม้าลายนะ) เพื่อต่อบัสไปวัดทอง ก็นั่งไม่นานเพราะรถไม่ติด


ค่าเข้า 400Y


















ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว อากาศเย็น ๆ เจอทัวร์จีน ทำให้ต้องอยู่นานหน่อย จากนั้นเราก็กลับไปที่สถานี Emmachi เหมือนเดิมแล้วนั่งรถไฟไปลงที่ Saga Arashiyama







รถไฟสายโรแมนติก แยกส่วนต่างหาก เข้าไปถ่ายรูปนิดหน่อย เพราะเขาใกล้ปิดแล้ว  จากนั้นเราก็เปิด Google Map เพื่อนำทางไปวัดเทนริวจิ 


แต่ดูเหมือนว่าวัดที่เราไปจะไม่ใช่ Smileyหรืออาจจะเดินไปไม่ถึง


 4 โมงครึ่งละ อากาศขมุกขมัว เหมือนฝนจะตก 








ที่นี่ใบไม้เปลี่ยนสีชัดเลย จากนั้นเราก็เดินกลับเพื่อไปป่าไผ่เพราะกลัวฝนตก




พอไปแล้วก็ผิดหวังเพราะมืดมากกกก Smiley ไม่มีแดดเลย แล้วต้นไผ่ก็สูงด้วย แต่ถ่ายรูปออกมาแล้วไม่มืดแต่ก็ไม่มีอะไร นอกจากต้นไผ่ เดินอยู่ครึ่งชั่วโมงก็ออก เพราะมืดแล้ว เรายังต้องไปสะพานแสงจันทร์อีก

เดินต่อ ๆ มุ่งหน้าสู่สะพานแสงจันทร์ แต่แล้วก็ต้องผิดหวังอีกตามเคย เพราะไม่มีแสงแล้ว ฟ้าครึ้มสุด สะพานโอเคเลย กว้าง ใหญ่ อารมณ์ตอนนั้นแบบ...เราเดินมาเพื่ออะไร ปวดขามากรู้ไหม 5555 นั่งพักต่ออีกแปบ เช็กแผนที่เพื่อจะกลับไปสถานี แต่แบบเดินไกลมาก ไม่ไหวแล้ว แต่...เรานั่งบัสได้ เดินหาป้ายโลดดด จำไม่ได้ว่านั่งสายอะไร ไปลงตรงสี่แยก ...ไม่ต้องกลัวว่าจะเลย เพราะก่อนถึงจะมีประกาศ next station เพราะงั้นเราก็ต้องจำให้ได้ว่าเราจะลงป้ายอะไร ที่เราจะลงคือ saga arashiyama sta. ลงตรงสี่แยกแล้วเดินต่ออีกนิด ประมาณ 100-200 ม.มั้ง ตอนนั้นเกือบ 6 โมงแล้วแต่มืดเชียว


เรากลับมาที่เกียวโตและรีบต่อรถขบวนฮารุกะไปที่เทนจิโนทันที จำได้ว่าตอนนั้นมีเวลาไม่กี่นาทีเอง แต่แทร็กมันจะใกล้ ๆ กัน จาก 33 เดินไป 30 หรือ 31 นี่แหละ เราก็หันไปบอกเพื่อนว่าเดินเร็วนิดนึงนะ พลาดขบวนนี้ต้องต่อหลายต่อ ก็ทันพอดี แต่ทันแบบ เห็นประตูปุบก็วิ่งเข้าไปเลยนะ แล้วเดี๋ยวค่อยไปไล่ตู้ non เอา

พอถึงสถานีเทนโนจิ เราก็มีภารกิจตามหาขนมคุ๊กกี้จากฮอกไกโดที่มาออกงานที่ห้างตรงข้ามสถานี อืมมม ห้างที่ด้านล่างเป็นสถานีรถไฟนั่นแหละ เข้าไปดูที่เว็บมาเรียบร้อย ก๊อปที่อยู่มาเรียบร้อย เดินตามไฮเปอร์เลย แต่...หาไม่เจอ Smiley เราก็ถามพนักงานเขาว่าจะไปชั้นเบเกอร์รี่ เขาก็บอกมา แต่ก็หาไม่เจอ เลยไปตามประชาสัมพันธ์ เขาบอกไม่มี หมดแล้ว งง หมายถึงอะไร หมดแล้ว ก็เลยลองเดินหาเอง วน ๆ เวียน ๆ อยู่สองรอบ เลยให้เพื่อนนั่งรอแล้วเรากับน้องสาวไปหาเอง ก็เอาที่อยู่จากเว็บไปถามประชาสัมพันธ์อีกครั้ง เขาบอกปิดแล้ว เลยถามว่าเปิดกี่โมง ที่อยู่ตรงนี้อยู่ตรงไหน เขาบอกชั้น 9 เปิด 10 ปิด 1 ทุ่ม โอเค เข้าใจตรงกัน เรามาช้าไป ได้ความเรียบร้อย งั้นไปนัมบะต่อ

มีเหตุตื่นเต้นเล็กน้อย เมื่อเราทำพาสหาย!! Smiley Smiley

จำได้ว่าตอนนั้นกำลังเช็กเวลารถไฟจากเทนโนจิไปนัมบะ ระหว่างนั้นก็เดินผ่านช่อง แล้วเพื่อนกับน้องจะฝากพาสที่เรา เพราะเราใช้กระเป๋าสะพายข้าง ด้านหน้าจะมีกระเป๋าคู่กัน ด้านหนึ่งจะใช้มือถือ อีกด้านจะใส่พาส ก็จะไม่ปนกัน แต่วันนั้นเรากำลังดูเวลาจากเว็บอยู่ เพื่อนกับน้องก็ยื่นให้ เราก็รับมาแล้วใส่กระเป๋า (ใส่ผิดช่อง) จำได้ว่าเราดูช่องบอกแทร็ก ซึ่งต้องไปขึ้นที่แทร็ก 17 ตรงนั้นคือ พอผ่านช่องเสียบบัตร ก็จะเดินไปทางขวา ผ่านบันไดแทร็ก 15-16 ถัดไปก็จะเป็นบันไดของแทร็ก 17 พอเช็กเสร็จ โอเคยังมีเวลา ตอนนั้น 08.05 ซึ่งรถไฟจะมาประมาณ 17 หรือ 20 นี่แหละ ตอนที่ลงบันได เราก็เห็นรถไฟจอดที่แทร็ก 18 เลยหยิบมือถือออกมาดูอีกครั้งว่าแทร็ก 18 เวลา 08.08-09 น. มันไปได้หรือเปล่า สรุปคือไม่มีบอก ตอนนั้นก็ยืนอยู่ที่แทร็ก 17 แล้ว เราก็เก็บมือถือ แล้วก็ดันเจอพาสอยู่ในช่องใส่มือถือ เลยหยิบออกมา แต่...เจอแค่ 2 ใบ

ทำไมมีแค่ 2 ใบ? เลยถามน้องกับเพื่อนว่า เอาพาสมาให้หรือยัง เขาบอกให้แล้ว

อ้าวเฮ้ย แล้วหายไปไหน ทำไมมี 2 ใบ เนี่ย มีสองใบนะ สงสัยหล่นแน่เลย วิ่ง ๆ ๆ รีบกลับไปดู สงสัยหล่นตรงหน้าช่องเสียบบัตร เพราะตอนนั้นหยุดดูป้ายบอกแทร็ก แต่ไม่มี ค้นกระเป๋าอีกครั้งก็ไม่เจอ โอยยย ทำไงดี ยังไม่ได้นั่งชินกันเซ็นเลย ยังใช้พาสไม่คุ้มเลย ดันมาหายซะนี่ ทำไมสะเพร่าแบบนี้ล่ะ โอยย ทำไงดี


เลยเดินไปบอกเจ้าหน้าที่ ใจจริงคือหวังจะให้เขาดูกล้องวงจรปิดให้หน่อย ช่วงเวลา 08.05-08.15 เราอยากรู้ว่าเราทำหล่นตรงไหน เผื่อจะได้เดินไปหา แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือดีมาก เขาเอากุญแจไปไขทุกช่องเสียบ เพราะคิดว่าบัตรติดแต่ก็ไม่เจอ ก็ไม่รู้จะคุยยังไง เลยบอกให้เขาเช็กกล้องให้หน่อย ก็บอกช่วงเวลาเขาไป เขาก็ไปเช็กให้นะ เราเห็นเขาเข้าไปกด ๆ ที่คีย์บอร์ด แต่คิดว่าเขาก็คงเช็กไปงั้น ๆ เพราะคงไม่เข้าใจว่าเราจะให้เช็กอะไร 55555 สักพักเขาก็ส่ายหน้า แล้วก็บอก No No 

ตอนนั้นเรารู้สึกผิดมาก จะเอายังไงต่อดี ถามเขาดีไหมว่ามีพาสขายไหม เอาแบบ 1 วันก็ได้ ส่วนวันอื่น ๆ ก็จ่ายเป็นเที่ยวไป ไม่ต้องไปไหนละ เที่ยวแต่ในเมืองนี่แหละ

แต่แล้ว สวรรค์ก็มาโปรด แม่บ้านเก็บพาสใบหนึ่งมาให้เจ้าหน้าที่ โอยยยย ดีใจมาก ๆๆๆๆ ตอนที่เห็นแบบเรารีบหยิบมาเลย 555 เจ้าหน้าที่คงงง เฮ้ยย ต้องให้ไอสิ ยูมีสิทธิ์อะไรมาเอาไป เขาก็ทำท่าเหมือนจะขอ เราเลยเอาพาสที่แม่บ้านเก็บได้กับพาสที่มีอยู่มาเทียบกัน แล้วบอกว่า อันนี้ของฉัน นี่ ๆ วันที่เปิดพาส วันที่หมดพาส (รู้งี้น่าจะถามเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันแรกว่าเขียนอะไรลงไปได้ไหม แต่ลืม เพราะยังงง ๆ ว่าให้มาแบบนี้เลยเหรอ ไม่ติดในแผ่นพับอะไรแล้วเหรอ) เจ้าหน้าที่เห็นก็ โอเค ๆ แล้วก็ผายมือให้เรา เรากับเพื่อนเนี่ย ขอบคุณ ๆๆๆ ยกใหญ๋เลย

ตอนที่ได้พาสมาคือตอน 08.35 น. ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

ยืนยันว่า ของหายแล้วได้คืนแน่ ๆ 100% Smiley

จบเรื่องระทึกในวันนี้ ไมเกรนจะแดรก 



จากนั้นเราก็ไปที่นัมบะต่อ เดินจาก JR namba ไกลมาก เดินไปตามทาง namba walk แล้วไปโผล่ใกล้ ๆ ดองกิที่ติดถนนใหญ่หน้าคลองนัมบะ ก่อนถึงเจอร้าน Yoshinoya ด้วย แต่เรายังไม่หิว ไปเดินเล่นก่อนแล้วกันเนอะ




จากนั้นเราก็แวะดองกิ (ไม่ใช่ห้างที่มีชิงช้า) เพื่อเช็กราคาของที่น้องสาวพรีออเดอร์ ส่วนเพื่อนก็เลือกซื้อของมานิดหน่อย ไป ๆ มา ๆ ช้อปเพลิน ลืมเวลา ลืมกินข้าว 55555

ได้เวลากลับ หิวข้าวมาก แวะร้าน Yoshinoya  มารู้ตัวอีกทีตอนอัพรูปว่าหิวตอนเที่ยงคืน...ห๊า เที่ยงคืน! 


รถไฟหมดเที่ยงคืน!! (ตอนนั้น 23.53 น. แล้ว)

หันไปบอกเพื่อน รถไฟหมดเที่ยงคืน นี่เที่ยงคืนแล้ว อ้าวเฮ้ย ข้าวเพิ่งมา ทำไงล่ะ กินไป เช็กเวลาไป รถไฟ JR หมด 00.25 โอเค ๆ รีบกินหน่อย ไปลงที่เทนโนจิก็ยังดี ต่อแท๊กซี่แปบเดียว


 เซตนี้ ข้าวหมู 330Y กิมจิ+ซุป 130 = 460Y = 156 บาทโดยประมาณ



 อันนี้ของน้องสาว ข้าว 490Y ตีเป็นเงินไทย 167 บาทโดยประมาณ ถูกมาก อิ่มด้วย รสชาติอร่อยดี


ออกจากร้านได้บัตรส่วนลด 380Y มาด้วย ใช้ยังไงก็ไม่รู้ คุยกันไม่รู้เรื่อง แต่ช่างมัน พรุ่งนี้มาใหม่ เดี๋ยวค่อยถาม ตอนนี้ไม่ทันแล้ว ต้องรีบกลับ วิ่ง ๆๆ เดินเร็ว ๆๆๆ เจอเจ้าหน้าที่ไล่ออกจากสถานีเสียก่อน ยังไม่ถึงเจอาร์นัมบะเลย 5555 แท๊กซีโลดดดดจ้าาาาาา

ค่าแท๊กซี่จากนัมบะ (ใกล้ถึง JR นัมบะ แต่เป็นส่วนไหนไม่รู้ รู้แต่แถว ๆ นั้นเป็นสี่แยกใหญ่ ๆ) ไปลงที่บิโชเอง ราคา 1,700Y กว่า ๆ ปาดเหนื่อย แพงมากกกกก  600 กว่าบาท กับระยะทาง 5 โลกว่า ๆ


ทำโน่นทำนี่ กว่าจะได้ตีสาม ป๊าดดดด แผนรวนหมดแล้ว

พรุ่งนี้มีแพลนจะไปโอคายาม่า เดี๋ยวมาดูว่าจะได้ไปไหม







Create Date : 02 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2559 22:26:49 น. 1 comments
Counter : 649 Pageviews.

 
แปลกแต่จริง คนละโซน อากาศต่างกัน ทั้ง ๆ ที่เราก็ไปเวลาใกล้ ๆ กัน ตรงกันด้วยซ้ำไปบางวัน


โดย: mariabamboo วันที่: 11 พฤศจิกายน 2559 เวลา:22:06:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

latics1
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]











ผลงานเป็นรูปเล่ม


บ้านของหัวใจ
(โพรเจกต์หอมลมหวน)
ปาลินี พิมพ์คำสำนักพิมพ์
v
v



คือแสงแห่งใจ
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



กลลวงบ่วงหัวใจ
รีชณัีฐ สนพ.ธราธร
v
v



แทนใจด้วยรัก
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



จัดหัวใจให้ลงรัก
ปาลินี สนพ. อรุณ
v
v



ในดวงตามีความรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



เมื่อหัวใจได้เจอรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



ซ่อนรักลวงใจ
รีชณัฐ สนพ.โซฟา
v
v



สองหัวใจแห่งรัก
รีชณัฐ สนพ.ชูการ์เรน
v
v


Friends' blogs
[Add latics1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.