==>>มนุษย์ถูกสร้างให้มีหูและตาอย่างละสอง แต่มีปากเพียงหนึ่ง เพื่อให้เรา 'มอง' และ 'ฟัง' มากกว่า 'พูด'<<==
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
5 มีนาคม 2559
 
All Blogs
 
[ญี่ปุ่น 11 วัน หิมะ&ซากุระ] วันที่ 5 ทริปไม่ได้ดั่งใจและการพบเพื่อนใหม่ (เกียวโต-โตเกียว)






วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559

เช้านี้เราต้องเช็กเอ้าท์แล้วค่ะ วันนี้ตื่นประมาณ 8 โมงเพราะเพลียมาหลายวัน ตื่นแล้วก็จัดการเก็บกระเป๋า เก็บห้องของเขาให้เรียบร้อย กว่าจะได้ออกจากห้องก็ 10 โมงกว่าแล้ว เจ้าของห้องเขาบอกว่าให้เช็กเอ้าท์ก่อน 11 โมงค่ะ แล้วเขาจะมาตรวจให้เราเอากุญแจไปให้ที่ mailbox และเราก็บอกเขาแล้วว่าเราจะออกประมาณ 9 โมง ... เลทมาชั่วโมงกว่าเลย


ลากกระเป๋าก๊อกแก๊กๆ ไปที่ชินโอซาก้าเหมือนเดิม เลือกนั่งชินกันเซ็นเหมือนเดิม เพราะเร็วดี  พอรถไฟออก เรากับเพื่อนก็เริ่มหาของกินเลย เราซื้อเตรียมไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน เป็นขนมปังกับแยมบลูเบอร์รี่

ขนมปังเขาชิ้นหนามาก




แต่กว่าจะได้กินเล่นเอาเหนื่อย เพราะเปิดฝาแยมไม่ออก 5555 แข็งมาก เปิดเท่าไหร่ก็ไม่ออก โอย เหนื่อย ไม่กินละ กินขนมปังเฉยๆ ก็ได้ กัดไปคำนึง ฝืดคอ ไม่ไหวๆ ลองเปิดฝาแยมอีกที ... ป๊อก เปิดออกแล้ว 5555 สงสัยหิวเกิน เลยไม่มีแรง กัดไปคำนึง เปิดฝาออกเลย

ได้แยมแล้วก็ต้องรีบทา รีบกิน เพราะมีเวลาอยู่บนรถไฟแค่ 15 นาที อาหารฟาสฟูดส์ของจริง 5555 มีเวลากินแค่  5 นาที อ้าว ยัดเข้าไป ยัดเข้าไป หมดแผ่น ถึงเกียวโตพอดี 5555


ถึงเกียวโตแล้วก็เกิดปัญหาเพราะที่ฝากกระเป๋าเต็มหมด! ล็อกเกอร์ใหญ่ไม่ว่างเลย ก็เข้าใจแหละเพราะตอนนี้นก็ 11 โมงกว่าแล้ว เราก็เดินไปเดินมา ตรงที่มีล็อกเกอร์เยอะๆ เจอคนไทยครอบครัวหนึ่งก็หาล็อกเกอร์เหมือนกัน เขามากัน 4 คนค่ะ พ่อ แม่ ลูกสาวและลูกชาย จริงๆ เจอกันตั้งแต่รอชินกันเซ็นแล้ว เพราะเราคุยกับเพื่อนแล้วเขาหันมามอง ก็คิดแหละว่าต้องเป็นคนไทยแน่ ตอนนั้นก็เดินไปเดินมาเกือบครึ่งชั่วโมง เลยไปถามเจ้าหน้าที่ห้องหนึ่ง เป็นห้องที่ติดต่อเกี่ยวกับกระเป๋าหาย เขาแนะนำให้ฝากกับ Delivery Service เดินไปสุดทางแถวๆ ร้าน Mc. ใบละ 420Y เรากับครอบครัวนั้นก็ฝากที่นี่


เมื่อฝากกระเป๋าเรียบร้อย เราก็ไปเที่ยวเจ้าศาลอินาริ เพื่อนเราตั้งใจไว้แล้วว่าจะขึ้นไปให้ถึงยอดเลย มีครอบครัวนั้นขอไปด้วย เพราะเขาไม่มีแผนการเดินทาง (มาเที่ยวแบบไม่มีแผน นั่งชินกันเซ็นแบบเป็นเที่ยวๆ Smiley )


เรานั่ง JR ไปลงที่ สถานี Inari เลย พอออกจากสถานีก็เจอศาลเจ้าเลยค่ะ (ไปยังไง ขึ้นตรงไหน ขึ้นฝั่งไหน ถามเจ้าหน้าที่เลยค่ะ แนะนำได้แค่นี้)













เดินไปแค่หน่อยเดียวค่ะ ผ่านซุ้มประตูให้เดินแค่ฝั่งเดียวไปถึงกลางทาง เพื่อนใหม่จากเมืองไทยก็บอกว่ากลับดีกว่า ไม่มีอะไรแล้ว ตอนนั้นก็มองหน้ากับเพื่อนเพราะเพื่อนอยากเดินให้ถึงสุดทาง แต่ก็เกรงใจเขาด้วย ก็ติดสินใจว่า กลับก็ได้ เดี๋ยวครั้งหน้าเราค่อยมาเดินใหม่


ตอนออกจากศาลเจ้า เพื่อนใหม่ซื้อขนมกินและซื้อให้เรากับเพื่อนไม้หนึ่งด้วย ... ขอบคุณมากค่ะ Smiley ลักษณะเหนียวๆ เพราะเป็นแป้ง ราดด้วยน้ำซอส รสชาติเหมือนขนมคาราด้ารสปลาหมึก





ออกจากศาลเจ้าอินาริ เราก็เดินทางกันต่อ จุดหมายของเราคือ วัดซันจูซันเก็นโดหรือวัดเจ้าแม่กวนอิมพันมือ ดูจากเว็บตะลอนเจแปน เขาบอกว่าเดิน 5 นาทีจากสถานี Shichijo st.  แต่เราไม่ได้ไปที่สถานีนั้น เพราะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่เรานั่งจาก สถานีอินาริ ไปลงที่สถานี Tofukuji คือนั่งย้อนกลับไป 1 สถานี จากนั้นก็เดินไประยะทาง 1.3 กม. ถามว่าไกลมั้ย ก็ไกลอยู่นะคะ แต่มันเป็นช่วงหน้าหนาว เลยเดินได้แบบสบายๆ เราลองไปเดินในกูเกิ้ลแมพมาแล้วก็โอเค ผ่านบ้าน ผ่านโรงเรียน ไม่น่าจะรู้สึกว่าไกล

เพื่อนใหม่ครอบครัวนั้นก็ไปกับเราด้วยค่ะ เราแนะนำเขาว่าไปวัดเจ้าแม่กวนอิมแล้ว จะนั่งแท๊กซี่ต่อไปวัดน้ำใสก็ได้เพราะไม่ไกลกัน ตอนแรกเขาชวนเราไปเที่ยวด้วย แต่เราไปมาแล้วเมื่อวาน และตอนเย็นเราต้องไปโตเกียว เลยปฏิเสธไป

ระหว่างที่เดิน เขาก็ชวนกินข้าว ตอนนั้นก็บ่ายสองแล้ว เราก็เพิ่งนึกออก เพราะมัวแต่ไปเสียเวลาที่สถานีเกียวโตนานไปหน่อย เวลาเลยเบียดๆ กันมา

แวะร้านที่เดินผ่านค่ะ ร้านเล็กๆ รับลูกค้าได้ประมาณ 10 คน เราเข้าไปทั้งหมด 6 คนก็กินพื้นที่ไปครึ่งร้านแล้ว เป็นร้านที่ทำกันเองแบบครอบครัวค่ะ ผู้หญิงเป็นคนรับออเดอร์ ผู้ชายเป็นพ่อครัว



เราสั่งไก่ทอดแกงกะหรี่ค่ะ อร่อยดีนะคะ รสชาติเข้มข้น

มื้อนี้เพื่อนใหม่เลี้ยงค่ะ ขอบคุณมากนะคะ Smiley

อิ่มแล้วได้เวลาเดินทางต่อ ก็เดินกันไป คุยกันไปค่ะ แปบๆ ก็ถึง ตอนที่เดินเลี้ยวไปหน้าวัด ก็เห็นคนกลุ่มใหญ่เดินผ่านประตูออกมา เราก็บอกน้องเขาไปว่า นั่นไง อีกนิดก็ถึงแล้ว ก็เดินๆๆๆ กันไป

พอถึงหน้าประตูวัด ประตูปิด!!! Smiley ป้ายด้านหน้าบอกเวลาเปิด-ปิดชัดเจน เราพลาดอีกแล้ว ช่วงหน้าหนาวจะปิดเร็วครึ่งชั่วโมง ตอนนั้น 3.40 น. ที่เราเห็นไกลๆ ว่ามีคนกลุ่มใหญ่เดินออกจากวัด นั่นคือวัดปิดแล้ว คงเป็นการต้อนคนออก




เสียใจมาก ศาลเจ้าอินาริก็ไม่ได้ขึ้น เจ้าแม่กวนอิมก็ไม่ได้เข้าไปไหว้ Smiley


ตอนนั้นก็มีนักท่องเที่ยวปั่นจักรยานมาเหมือนกันนะคะและต้องผิดหวังเหมือนเรา

จากนั้นเรากับเพื่อนใหม่ก็ถึงเวลาแยกกัน เพราะตอนนั้นก็ 4 โมงแล้ว เราคงต้องกลับไปเอากระเป๋าและเดินทางไปโตเกียวเสียที เพราะต้องไปรับเพื่อนที่สนามบินนาริตาตอน 2 ทุ่ม ส่วนเขาก็นั่งแท๊กซี่ไปเที่ยววัดน้ำใสต่อ


เรากับเพื่อนก็เดินกลับแบบไม่รีบร้อน เดินผ่านโรงเรียนแห่งหนึ่งด้วย ใหญ่พอสมควร มี 2 ฝั่งด้วย ที่สนามมีนักเรียนกำลังทำกิจกรรมอยู่ เด็กบางคนก็เดินกลับบ้าน เด็กประถมเองนะคะ เดินกลับเองแล้ว ฝั่งตรงข้ามรร. จะเป็นตึกที่ทันสมัย เป็นกระจกใส มองเข้าไปได้ ดูแล้วน่าจะเป็นรร.เด็กเล็ก เพราะมีเครื่องเล่นและชั้นวางรองเท้า ชอบชุดนักเรียนมัธยมเขานะคะ เป็นชุดสีดำ สวยและเท่ดี ยิ่งเด็กที่ใส่หน้าละอ่อน ดูดีขึ้นเยอะเลยค่ะ 5555


กลับถึงเกียวโตก็ไปรับกระเป๋าและไปรอชินกันเซ็น เราจองตั้งแต่ตอนเที่ยงก่อนไปเที่ยวแล้ว นั่งยาวๆ ไป 2 ชั่วโมงกว่า






เย็นแล้ว ก็แวะซื้อข้าวกล่องไปกินบนรถไฟด้วย กล่องนี้ 1,000Y ค่ะ กาแฟของเราเอง ชาเขียวของเพื่อน กล่องนี้กินกัน 2 คนนะคะ แบ่งกับเพื่อน เพราะไม่ค่อยหิวแต่อยากลองกิน อร่อยนะคะ อร่อยทุกชิ้นเลย เราชอบเต้าหูห่อข้าว เต้าหู้เขาไม่มีกลิ่นเลย ชอบมาก กาแฟก็โอเคค่ะ เข้มข้นดี





จากนั้นเราก็เช็กเวลารถเข้าสนามบิน ไปยากอีกแล้ว ขนาดไปตามป้ายนะคะ ยังหาทางไปไม่เจอเลย ต้องเดินวนอยู่ 2 รอบ ถึงจะหาเจอ สงสัยตาลายเลยมองไม่เห็น เสียเวลาลากกระเป๋าขึ้นๆ ลงๆ เลย Smiley

ระหว่างที่รอรถไฟก็ปวดหัวและมึนมาก อยากกินอะไรเปรี้ยวๆ เลยไปลองกดตู้น้ำ เป็นครั้งแรกที่เราซื้อน้ำจากตู้หยอดเหรียญค่ะ ทุกทีจะซื้อจากร้านค้า แรกๆ ก็ทำไม่เป็นหรอก แต่ทำเนียนเป็นเลือกไปก่อน คนแรกมาแล้ว เอาบัตรที่เครื่องแล้วกดปุ่มน้ำ สักพักขวดตกลงมาก แล้วเขาก็เดินจากไป Smileyไม่เป็นไรๆ ดูคนต่อไปก็ได้ เขาก็หยอดเหรียญแล้วกดน้ำที่อยากได้ ขวดตกมา หยิบแล้วเดินจากไป

ห๊า! ง่ายจัง จริงๆ มันก็ไม่ยากหรอก แต่เราไม่อยากทำเปิ่น เลยต้องดูเขากดก่อน ก็เลือกชามะนาวแบบร้อนมาลองดู ขวดละ 130Y รสชาติดีมาก ชอบอ่ะ กินแล้วสดชื่นขึ้นเลย อาการมึนๆ หัวก็เริ่มเบาลง (หลังจากนั้นเราก็กลายเป็นสาวกตู้กด เจอที่ไหนต้องไปกดซื้อ 555)


กว่ารถไฟเข้าสนามบินนาริตะก็ 3 ทุ่มเลย นั่งไป 80 นาทีมั้ง กว่าจะถึงก็4 ทุ่มเกือบ 5 ทุ่ม กว่าจะเดินกว่าจะหาทางไป T3 ก็ 5 ทุ่มกว่าแล้ว  เราให้เพื่อนไปจองที่ให้ก่อน ก็ได้ทำเลดีพอสมควร ใกล้ปลั๊กชาร์จโทรศัพท์ ใกล้ห้องน้ำ ใกล้ตู้กดน้ำ แถวๆ จุดอ่านหนังสือนั่นแหละค่ะ

โดยเราดูจากกระทู้นี้   พื้นที่ "North wating area" สนามบินนาริตะ


เป็นรีวิวที่ละเอียดดีค่ะ  ใครไปไม่ถูก ให้ดูป้ายบอกอย่างเดียว เดินไปตามป้ายนั่นแหละค่ะ ไม่มีหลง ที่นั่งเยอะมาก เยอะกว่าคันไซอีกค่ะ ค่ำนั้นเราหลับสนิทมากๆ ไม่รู้ว่าเพราะนอนสบายกว่าที่คันไซหรือเพราะเหนื่อย 55555 ก่อนนอนก็ติดต่อกับโฮสก่อนเพื่อจะเอากระเป๋าไปฝากเขา เราเช็กที่เว็บแล้ว ช่วงนี้ห้องพักของเขาว่าง เพื่อนเลยเสนอว่าเอากระเป๋าไปฝากดีกว่า ไม่อยากลากไปทากายาม่าเพราะแต่ละคนเอากระเป๋าใบใหญ่มาก ถ้าจะฝากแบบข้ามวันที่โตเกียวก็น่าจะแพงอยู่ ลองถามๆ โฮสดูก่อนว่าจะไปฝากได้ไหม ตอนนั้นเขาก็ตอบมาแบบกั๊กๆ นะคะ บอกว่า ถ้าไม่มีคนเข้าพักก็เอาเข้าไปฝากได้ และยังถามหาเหตุผลด้วย โชคดีที่เพื่อนพออ่าน เขียนอังกฤษได้ เลยอธิบายเหตุผลไป จากนั้นก็รอคำตอบพรุ่งนี้ ยังมีเวลาถึง 9 โมงเช้า

เอาล่ะๆ พรุ่งนี้ลุยกันต่อ มีเรื่องให้ลุ้นกันทุกวันเลย


 พรุ่งนี้เที่ยวโตเกียวและเดินทางไปนอนที่ทากายาม่าค่ะ












Create Date : 05 มีนาคม 2559
Last Update : 29 มิถุนายน 2559 15:04:59 น. 0 comments
Counter : 321 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

latics1
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]











ผลงานเป็นรูปเล่ม


บ้านของหัวใจ
(โพรเจกต์หอมลมหวน)
ปาลินี พิมพ์คำสำนักพิมพ์
v
v



คือแสงแห่งใจ
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



กลลวงบ่วงหัวใจ
รีชณัีฐ สนพ.ธราธร
v
v



แทนใจด้วยรัก
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



จัดหัวใจให้ลงรัก
ปาลินี สนพ. อรุณ
v
v



ในดวงตามีความรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



เมื่อหัวใจได้เจอรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



ซ่อนรักลวงใจ
รีชณัฐ สนพ.โซฟา
v
v



สองหัวใจแห่งรัก
รีชณัฐ สนพ.ชูการ์เรน
v
v


Friends' blogs
[Add latics1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.