==>>มนุษย์ถูกสร้างให้มีหูและตาอย่างละสอง แต่มีปากเพียงหนึ่ง เพื่อให้เรา 'มอง' และ 'ฟัง' มากกว่า 'พูด'<<==
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2559
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
2829 
 
29 กุมภาพันธ์ 2559
 
All Blogs
 
[ญี่ปุ่น 11 วัน หิมะ&ซากุระ] วันที่ 3 เที่ยวโอซาก้าโดยบัตร Amazing Osaka 1 day




วันที่ที่ 3 ของการเที่ยว เราออกจากที่พักตอน 9 โมง แวะซื้อบัตร Amazing Osaka pass 1 day ที่สถานีก่อน แรกๆ งงมาก จะไปยังไง 555 เลยไปถามเจ้าหน้าที่ บอกว่าเราจะไปปราสาทโอซาก้า เขาก็บอกวิธีการเดินทาง 





แผนที่ขอจากเจ้าหน้าที่ได้ค่ะ ชัดเจนและดูง่ายกว่า แต่ก่อนจะเที่ยว หาข้อมูลกันก่อนนะคะ เราดูสถานที่เที่ยวจากเว็บ ตะลอนเจแปน ค่ะ เว็บนี้บอกประวัติของสถานที่ บอกวิธีการไปว่าต้องลงสถานีไหน บอกเวลาเปิดปิดและค่าเข้าด้วยค่ะ

จุดแรกที่เราจะไปคือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอซาก้าค่ะ พอถึงสถานี Tanimachi 4-chome ก็ออกประตู 12  ขึ้นมาจากใต้ดินมาก็เห็นเลย แต่เป็นด้านข้างของตัวอาคารนะคะ แต่จะเข้าตรงประตูใกล้ๆ ก็ได้ ถ้าเข้าทางด้านหน้าก็จะเห็นสถานี N H K ของญีปุ่นด้วยค่ะ เป็นอาคารติดกันเลย

พอเข้าไปถึงก็โชว์บัตรอเมซซิ่งให้เขาดู เขาก็นำไปที่ลิฟต์ ต้องขึ้นไปชั้น 10 ก่อนแล้วไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงชั้น 7


ระหว่างชั้นก็จะมีตัวปั้มด้วย ก็ไม่รู้ว่าคืออะไรเหมือนกัน 555 แต่เห็นเด็กนักเรียนปั้มกัน เราก็เลยปั้มบ้าง พิพิธภัณฑ์ของเขามีแต่เด็กนักเรียนมาทำรายงานค่ะ และมีนักท่องเที่ยวประปราย

 วิธีการใช้บัตรเมซซิ่งกับเครื่อง แค่ใส่บัตรฟีดเข้าเครื่อง เอาด้านหน้าบัตรขึ้น แล้วมันก็จะไปเด้งขึ้นใกล้ๆ บานประตูพับ เราก็ดึงออกแล้วผ่านประตูออกมาได้เลยค่ะ



เราออกจากพิพิธภัณฑ์ตอนเที่ยง แล้วก็เดินไปซื้อข้าวกิน ถามจากเจ้าหน้าที่เอาค่ะว่าร้านพวก 7-11 หรือแฟมิลี่มาร์ทอยู่ตรงไหน ก็เดินไปไกลพอสมควรจนถึงสี่แยก ได้ข้าวไข่เขียวกับน้ำชาเขียวแบบร้อนมา ชอบอ่ะ ร้อนนานด้วย

ได้ข้าวมาแล้ว แต่ปัญหาของเราคือ จะไปกินที่ไหน Smiley เพื่อนเลยเสนอให้ไปกินแถวๆ ปราสาทเพราะน่าจะมีที่นั่งพัก แต่ทุกอย่างก็ผิดแผนเพราะ ฝนตก!! ใช่จ้ะ เราเดินถึงพิพิธภัณฑ์กำลังจะข้ามถนนละ ก็ต้องกลับเข้าไปในอาคารอีก ระหว่างนั้นก็เอาขนมขึ้นมากินรองท้องไปก่อน ไม่กล้าเอาข้าวมากิน กลัวเขาว่า สักพักฝนหยุด เลยออกมานั่งกินข้างนอก แบบว่า บ้ามาก 555 อากาศโคตรหนาว แต่ก็มีผู้หญิงสองคนมานั่งตากลมกินข้าว 5555 กินไป มือแข็งไป พอกินเสร็จก็ข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อจะไปปราสาทโอซาก้า ฝนตกอีกแล้ว โอยๆๆๆ เย็นมาก ตกเป็นเม็ดอย่างกับลูกเห็บ เลยยืนหลบฝนอยู่หน้าปราสาทสักพัก


พอฝนเริ่มหยุดก็เดินเข้าไป ด้านในฝนไม่ตกเลย Smiley คนเยอะพอสมควร หนาวๆๆ ถ่ายรูปกับตัวปราสาทเสร็จก็เดินเข้าไปด้านใน คนต่อแถวรอขึ้นลิฟต์เยอะเลย เรากับเพื่อนเลยขึ้นบันได คิดผิด! เพราะหลายชั้นมาก เดินจนปวดขา ข้อเท้าเคล็ดกันเลยทีเดียว 5555 วิวด้านบนลมแรงมาก ออกไปยืนแต่แปปเดียวก็ต้องกลับ







พอสักบ่าย 3 เราก็ออกจากปราสาท จุดหมายต่อไปคือ วัดชิเทนโนจิ ไปลงที่สถานี Shitennoji-mae-yuhigaoka Station ไปง่ายๆ ค่ะ พอขึ้นจากใต้ดินมาปุบก็เดินไปตามถนนเส้นเล็กนั้นได้เลย หรือจะเปิดจากกูเกิ้ลก็ได้ค่ะ ไปได้เหมือนกัน หรือจะถามจากเด็กๆ แถวนั้นก็ได้ เดินไปตามทางเรื่อยๆ แปปเดียวถึง

แต่...เราไม่ได้เข้าค่ะ เพราะวัดปิดแล้ว Smileyตอนที่เราไปถึงคือใกล้ 4 โมงเย็น วัดปิด 4 โมงในช่วง ตุลาคม-มีนาคม เราผิดเองที่ไม่ดูให้ดี คิดว่าปิด 4 โมงครึ่ง อดเลย เลยได้แต่เดินดูรอบนอก พอสัก 4 โมงครึ่งก็กลับ ไปที่ต่อไปกันต่อค่ะ


ที่ต่อมาคือ ห้าง HEP Five เพื่อนั่ง Ferris Wheel หรือชิงช้าสวรรค์สีแดงนั่นเอง ไปลงที่สถานี Osaka หรือ Umeda ก็ได้ แล้วก็เดินไปหาชิงช้ากันเลย

แต่...เราไม่ได้ขึ้นอีกแล้ว  ชิงช้าปิด!!!! กรี๊ดดดดด อะไรๆๆๆ ทำไมๆๆๆ รู้ไหมกว่าเราจะหาทางไปเจอ ลำบากแค่ไหน เราต้องเดินๆๆๆ อ้อมๆๆ ตึกแถวนั้นเพื่อไปหาชิงช้า รู้บ้างไหมว่าเราเมื่อย เราเหนื่อย Smiley แต่ทำอะไรไม่ได้ ก็ขึ้นลิฟต์ไปดูสักหน่อยแล้วกัน 

ไม่ได้ชึ้นดูวิวจากชิงช้าแล้ว งั้นเราไปดูวิวจากตึก Umeda Sky แล้วกัน ก็เปิดกูเกิ้ลแมพเลยค่ะ นำทางไปโลด เดินไกลมาก อะไรจะไกลขนาดนี้ เดินจนท้อ ยังไม่ถึงอีกเหรอ เราไปนัมบะกันเลยดีไหม ไม่ต้องไปละตึกนี้ 5555


พอเห็นตึกอยู่ไกลๆ ลิบๆ ปัญหาเกิดอีก จะข้ามไปยังไง ต้องเดินจากตรงนี้ไปเลยเหรอ ไม่ไหวมั้ง เหนื่อยแล้วอ่ะ 5555 หันไปดูกูเกิ้ลอีกที มันบอกว่าให้เดินไปแล้วลงอุโมงค์ อืมๆๆ มาถึงขนาดนี้แล้วนี่ เอางั้นเอาไป เดินก็เดิน ตอนนั้น 5 โมงเย็นแล้ว เดินมากเริ่มหิวแล้ว


พอถึงก็ขึ้นลิฟต์พุ่งไปที่ชั้น 35 เลยแล้วก็ต่อบันไดเลื่อนแบบว่าสูงมากขึ้นไปต่อ ก็โอเคนะ วิวสวยดี แต่มันมืดไปหน่อยอ่ะ ถ้ามาสักเย็นๆ คงดี จะได้เห็นตึกเห็นอะไร ก็อยู่บนนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง

หลังดูวิวจนอิ่มใจแล้วก็ได้เวลาไปเติมอาหารให้อิ่มท้องบ้าง เรานั่งรถไฟไปลงที่นัมบะค่ะ ไปตามหาป้ายกูลิโก๊ะ และกินทาโกะยากิค่ะ อร่อยอ่ะ ซื้อมา 2 กล่องเลย 55555


กลับถึงห้องเกือบ 5 ทุ่มมานั่งกินเส้นหมี่ต้มยำต่ออีกถ้วย ไม่ได้หิวนะแต่อยากกินอะไรร้อนๆ เผ็ดๆ กินเสร็จ อาบน้ำ นอน สบายใจ 




พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันต่อที่เกียวโต นั่งชินกันเซ็นไปด้วยแหละ นั่งไป 15 นาทีก็เอา Smiley



Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 29 มิถุนายน 2559 15:04:14 น. 0 comments
Counter : 324 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

latics1
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]











ผลงานเป็นรูปเล่ม


บ้านของหัวใจ
(โพรเจกต์หอมลมหวน)
ปาลินี พิมพ์คำสำนักพิมพ์
v
v



คือแสงแห่งใจ
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



กลลวงบ่วงหัวใจ
รีชณัีฐ สนพ.ธราธร
v
v



แทนใจด้วยรัก
ปาลินี สนพ.อรุณ
v
v



จัดหัวใจให้ลงรัก
ปาลินี สนพ. อรุณ
v
v



ในดวงตามีความรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



เมื่อหัวใจได้เจอรัก
รีชณัฐ สนพ. กรีนมายด์
v
v



ซ่อนรักลวงใจ
รีชณัฐ สนพ.โซฟา
v
v



สองหัวใจแห่งรัก
รีชณัฐ สนพ.ชูการ์เรน
v
v


Friends' blogs
[Add latics1's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.