ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
30 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
จุมพิตรัตติกาล My Sweet Vampire เล่ม 2 บทที่ 6 (Yuri)

 

นิจรินทร์ชวนเกวลินไปซื้อขนมเจ้าอร่อยที่ร้านนภา เจอกับหมอหนุ่มที่ชื่อนทีแทนที่จะเป็นเจ้าของร้าน

“สวัสดีครับน้องลิน”

“อ้าว! พี่หมอ วันนี้มารับจ๊อบเป็นคนขายขนมหรือคะ?” สาวหน้าคมเอ่ยแซวชายหนุ่มอย่างคุ้นเคย

“วันนี้พี่ว่างน่ะ พี่นภาเลยขอไปทำธุระ” เขาตอบ พร้อมรอยยิ้มกว้างเกลื่อนหน้า

เป็นผู้ชายที่หล่อมาก สเปคฉันเลย

นิจรินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กระตุกแขนเสื้อของเพื่อน แล้วถามเบาๆ อย่างสนใจ

“ใครเหรอลิน?”

“อ๋อ! โทษที เดี๋ยวแนะนำให้รู้จัก” เกวลินบอกกับเพื่อน “นี่พี่หมอนทีเป็นน้องชายของพี่นภาเจ้าของร้าน เป็นหมออยู่โรงพยาบาลในเมือง” แนะนำตัวชายหนุ่มก่อน แล้วหันมายังเพื่อนของตน “ส่วนนี่นิด นิจรินทร์ เพื่อนสนิทของลินเองค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” หมอหนุ่มพูดทักทายอย่างเป็นมิตร

สาวร่างเล็กรู้สึกเหมือนโลกสว่างไสว เมื่อเห็นรอยยิ้มของเขา ลืมหายใจไปสองสามวินาที

“ยะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”

อย่าบอกนะว่า ยายนิดปิ๊งพี่นที

เกวลินซ่อนยิ้ม หลังสังเกตเห็นอาการของเพื่อนสนิทดูแปลกไปจากเดิม

“มาซื้อขนมที่นี่บ่อยหรือครับ?” เขาหาเรื่องชวนคุย ตามประสามนุษย์อัธยาศัยดี

“มะ ไม่บ่อยค่ะ อาทิตย์ละครั้งสองครั้ง” นิจรินทร์ตอบ

แต่ถ้าพี่หมออยู่ ฉันจะมาให้บ่อยขึ้นค่ะ

เธอคิดต่อในใจ

“ขออนุญาตเรียกน้องนิดนะครับ”

“ยินดีค่ะพี่หมอ”

ถ้าให้ดีเรียกที่รักก็ได้นะคะ พี่หมอขา

สาวร่างเล็กคิดฟุ้งไปไกล อยากเป็นคนพิเศษของหมอซะแล้ว

“วันนี้จะรับขนมอะไรดีครับ?”

“ขอดูก่อนนะคะ”

“เชิญตามสบายเลยครับ” นทียิ้มกับลูกค้าที่เพิ่งเห็นหน้า ก่อนหันกลับมาคุยกับสาวหน้าคมอย่างคุ้นเคย “ปู่กับย่าเป็นไงบ้างครับ ต้องให้พี่แวะไปอีกไหม?”

ครั้งก่อนที่เขาไปตรวจสุขภาพของปู่ดอนกับย่าลิเลียน ทั้งสองคนมีความดันสูงกว่าเดิมเล็กน้อย คุยไปคุยมาถึงรู้ว่า นอนดึกและพักผ่อนไม่ค่อยพอ จึงกำชับให้นอนหัวค่ำขึ้น รวมถึงให้ทั้งสองคนวัดความดัน แล้วจดข้อมูลของตัวเองทุกวัน เพื่อให้เห็นอาการผิดปกติ

ความเป็นหมอ ทำให้นทีรู้จักอุปนิสัยของคนแก่เป็นอย่างดีว่า ไม่ค่อยดื้อเลย บอกซ้ายมักจะออกขวา ไม่ชอบทำตามที่หมอบอก ทั้งที่เป็นเรื่องสุขภาพของตัวเองทั้งนั้น จึงอดเป็นห่วงไม่ได้

“ยังไม่ต้องก็ได้ค่ะพี่หมอ” เกวลินพูดอย่างเกรงใจ “อาทิตย์ที่ผ่านมาปู่ย่านอนหัวค่ำขึ้น ความดันลดลงเกือบเป็นปกติแล้วค่ะ”

“ก็ดีสิ” นทีพูดอย่างโล่งใจ “ชวนน้องลินคุยเพลิน เลยไม่ได้เลือกขนมเลย ไปเลือกเถอะพี่ไม่กวนแล้ว”

“ค่ะ”

สาวผมยาวหยิบถาดแล้วเดินไปยังมุมขนมโปรดของตน มุมขนมเค้กที่มีสารพัดหน้า อาทิ เค้กหน้าฝอยทอง เค้กสังขยา เค้กกาแฟ

ส่วนของโปรดของเธอคือเค้กหม้อแกง ซึ่งเป็น signature ของร้านนี้ หากวันไหนมาช้าก็หมดเป็นอันดับต้นๆ จึงรีบหยิบมาใส่ถาดสองกล่อง หยิบเค้กโรลอีกสองกล่องไปฝากปู่กับย่า เค้กกาแฟฝากพี่ชาย

แค่นี้น่าจะพอ

จากนั้นเดินกลับไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ ซึ่งนทียืนอยู่

ชายหนุ่มทำหน้าที่ได้อย่างคล่องแคล่ว ช่วยงานที่ร้านตั้งแต่เด็ก ร้านขนมแห่งนี้เป็นร้านของพ่อแม่ ที่ตอนนี้ปล่อยให้นภารับผิดชอบ ส่วนสองผู้อาวุโสหันไปพัฒนาขนมสูตรใหม่ๆ แทน

“ร้อยยี่สิบห้าครับ” เขาส่งถุงสินค้าให้ลูกค้า หลังรับเงิน “ขอบคุณนะครับน้องนิด อย่าลืมมาใช้บริการที่นี่อีกนะครับ”

“ค่ะพี่หมอ” นิจรินทร์ยิ้มหวาน รับถุงสินค้าด้วยอาการเคลิ้มๆ

นิดจะมาให้บ่อยขึ้น เพื่อพี่หมอค่ะ

อาการหนักมากเพื่อนฉัน ไหนว่าชาตินี้ไม่คิดจะรักใครอีก

เกวลินนึกขำ หลังเห็นท่าทีเขินอายของเพื่อนสนิท ที่เคยเห็นครั้งล่าสุด คือตอนหนุ่มสุดหล่อมาคุยด้วยสองสามครั้ง แต่หลังรู้ว่าเขาควงสาวพร้อมกันทีละหลายคน นิจรินทร์ก็เซย์โน หมอนั่นยักไหล่แล้วจากไป ทำให้นิจรินทร์อกหัก ทานไอศกรีมแก้กลุ้มหลายสัปดาห์ เดือดร้อนต้องมาลดน้ำหนักอีกเป็นเดือน พร้อมลั่นวาจาว่า ไม่คิดรักใครอีก

สาวหน้าคมชำระค่าสินค้า หยิบถุงขนมเตรียมจะออกจากร้าน

“ขอบคุณครับน้องลินน้องนิด ว่างๆ ก็แวะมาอีกนะครับ”

“ค่ะพี่หมอ”

นทีมองตามแผ่นหลังบอบบางของลูกค้าสาว ที่เดินออกจากร้านจนกระทั่งหายลับตาไป

ยิ่งโตยิ่งน่ารักเด็กอะไร

ชายหนุ่มยิ้มบางๆ อย่างมีความสุขที่ได้เห็นเกวลิน เขากำลังรอให้อีกฝ่ายเรียนจบ เพื่อที่จะได้ขอคบหาอย่างจริงจัง

ติ๊งต่อง!

เสียงกริ่งที่ห้อยประตูดังขึ้น ชายหนุ่มจึงเอ่ยต้อนรับ

“เชิญครับ” พอเห็นว่าเป็นใคร ก็ยิ้มกว้างให้กับเจ้าของร้านตัวจริง “กลับมาแล้วเหรอพี่”

“อื้อ คนเยอะมาก” นภาบ่นเบาๆ สีหน้าเหนื่อยอ่อน สองแขนถือถุงพะรุงพะรัง หลังออกไปช้อปปิ้งสินค้าลดราคาในห้างฯ

“เหนื่อยก็ไปพักเถอะ เดี๋ยวผมเฝ้าร้านให้ทั้งวันเอง” คนเป็นน้องอาสาอยากมีส่วนช่วยครอบครัวบ้าง

“แท๊งกิ้ว” เจ้าของร้านยิ้ม “วันนี้ขายดีไหม?”

“เค้กตรงโน้นเกือบหมดแล้วล่ะ พวกขนมอบเหลืออีกนิดหน่อย”

“ใช้ได้เลย” นภาพยักหน้าอย่างพอใจ

ส่วนใหญ่ขนมที่ขายในร้านจะหมดภายในสองวัน จึงต้องทำวันเว้นวัน อะไรขายดีก็ต้องทำเพิ่มมากขึ้นอีก ทำให้ขนมสดใหม่มีคุณภาพดีกว่าร้านอื่น แต่การขายดีมากก็ทำให้ต้องเหนื่อยมากกว่าเดิม

...แต่นี่เป็นงานที่เธอรัก จึงมีความสุขที่จะทำ

“พี่ครับ น้องลินมาซื้อบ่อยหรือครับ”

“อาทิตย์ละวันสองวัน ทำไมเหรอ?”

“เปล่าครับ”

หรือว่า

นภาเดาได้ทันทีว่าน้องชายต้องคิดอะไรกับหญิงสาว

“อย่าบอกนะว่า เราชอบน้องเขาแบบนั้น?”

พูดแค่นี้ก็รู้ซะแล้ว เก่งชะมัด

นทีทำท่าอึกอัก

“ลินใกล้จะเรียนจบแล้ว แถมสวยขึ้นทุกวัน ถ้าเรามัวแต่เล่นตัวอยู่ พี่ว่าอดแน่” พี่สาวจงใจพูดกระตุ้นให้น้องชายทำอะไรบ้าง

“ขนาดนั้น? ”

“แสดงว่าไม่รู้เลยสินะ”

“เรื่องอะไรครับ?”

“ภากรลูกชายเจ้าของร้านทองตึกถัดไป นทีรู้จักใช่ไหม?”

“ครับ” หมอหนุ่มพยักหน้า

ภากรอายุน้อยกว่าเขาหลายปี เห็นบ้างแต่ไม่ค่อยสนิท เพราะอีกฝ่ายชอบทำท่าหยิ่งยโส จึงไม่คิดสนใจ

“นายนั่นตามจีบลินมาตั้งนานแล้วนะ โชคดีที่ลินไม่เล่นด้วย”

“เหรอครับ” นทีขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าคู่แข่งหัวใจจะอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก

นี่ฉันใจเย็นเกินไปสินะ แล้วควรจะเริ่มยังไงดี?

“พี่มีคำแนะนำให้ผมไหม?”

หืม?

นภาทำหน้าแปลกใจ

“ผมไม่รู้จะเริ่มตรงไหน?” ชายหนุ่มทำหน้าอายๆ

โอ๊ย! น่าตีจริงๆ น้องชายฉัน

คนเป็นพี่นึกหมั่นไส้ ยืนกอดอกจ้องหน้าอีกฝ่าย

“คุณหมอคะ ถ้าคิดจะจีบสาว รู้จักสุภาษิตไทยที่ว่า ‘ดักลอบให้หมั่นกู้ เจ้าชู้ต้องหมั่นเกี้ยว’ ไหมคะ?”

“ครับ” หมอหนุ่มพยักหน้าเร็วๆ

“เข้าทางผู้ใหญ่ให้มาก ถ้าปู่ย่าของน้องเอ็นดูเรา เราจะได้เปรียบคนอื่น” พี่สาวแนะแนวทาง “แล้วก็หาทางคุยกับน้องเยอะๆ ทำตัวให้สนิทสนม โผล่หน้าไปให้เห็นบ่อยๆ หน่อย”

นทียิ้มกว้างออกมาอย่างโล่งใจ ที่วิธีการไม่ยากจนเกินไป

“เข้าใจแล้วครับ”

“พยายามเข้าล่ะ คนนี้พี่เชียร์สุดใจขาดดิ้นเลย”

“ผมก็อยากได้ครับ”

“ถ้าไม่บอกพี่ไม่รู้เลยนะว่า เราชอบคนนี้”

“ผมกลัวถูกว่าว่าเลี้ยงต้อยน่ะ เลยได้แต่มองอยู่ห่างๆ” ชายหนุ่มยิ้มอายๆ “ผมห่างกับน้องเขาตั้งเกือบ 10 ปี”

“กลัวหาว่าแก่ล่ะสิ”

“โธ่ พี่ครับ สมัยนี้เขาไม่ถือกันแล้ว อายุห่างกัน 20 ปีก็ยังแต่งกันตั้งหลายคู่” นทีค้าน

“ย่ะ มันเป็นเรื่องของหัวใจ ขนาดพี่กับพี่แซมห่างกันตั้งหลายปี” เธอกล่าวจากประสบการณ์ของตน “ถ้าพ่อกับแม่รู้คงดีใจ”

“อย่าเพิ่งบอกพวกท่านนะครับ เดี๋ยวเร่งเช้าเร่งเย็น” ชายหนุ่มรีบพูดขึ้น ไม่อยากให้พ่อแม่มาเซ้าซี้เรื่องนี้กับตน

“โอเคยังไม่บอกก็ได้ แต่อย่าช้านักล่ะ พ่อแม่จะเข้าใจว่านายเป็นตุ๊ดเป็นเกย์” พี่สาวแกล้งล้อเล่น

นทีทำหน้ามุ่ย

“ผมไม่ใช่สักหน่อย”

“ล้อเล่นน่ะ ขอเอาของไปเก็บก่อนเดี๋ยวจะมาช่วย”

“ครับ” หมอหนุ่มรับคำ แล้วหันไปกล่าวต้อนรับลูกค้าใหม่ที่ก้าวเข้ามาในร้าน “ยินดีต้อนรับครับ”

สาวหน้าคมนึกขึ้นได้ว่าต้องไปซื้อของอย่างอื่นในตลาด จึงบอกให้เพื่อนกลับไปก่อน ทั้งคู่จึงแยกทางกัน

“พรุ่งนี้เจอกันนะ”

“บายนิด”

เธอโบกมือให้เพื่อนรักที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ขณะเดินผ่านซอกตึก หูพลันได้ยินเสียงบางอย่าง

“พูดอะไรฉันไม่รู้เรื่อง” ผู้ชายปฏิเสธเสียงสั่นเทา

“โกหก! ถ้าไม่พูดฉันจะให้คนหักมือแก” เจ้าของเสียงเป็นผู้หญิง แต่ฟังดูน่ากลัวเหลือเกิน

“ไม่นะ ฉันไม่รู้จริงๆ”

เสียงคุ้นหูมาก...ใครกัน?

เกวลินชะงักฝีเท้า นึกลังเลว่าควรจะเข้าไปยุ่งหรือเปล่า?

สุดท้ายเธออดที่จะยุ่งไม่ได้ ตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น ย่องเข้าไปในตรอกนั้นอย่างเงียบกริบที่สุด แอบมองว่าใครกำลังถูกข่มขู่ แล้วรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง เห็นคนรู้จักนั่งแปะหมดท่าอยู่กับพื้น ใบหน้าด้านข้างของเขามีรอยช้ำ

...เป็นบุคคลที่เธอไม่คิดว่าจะถูกใครข่มเหงได้

เฮ้ย! พี่ภากร

สาวหน้าคมกวาดตามองโดยรอบ มีหลายคนยืนล้อมรอบลูกชายหัวหน้ากลุ่มนักล่าทั้งหมดแต่งกายด้วยชุดสีดำรัดกุม ดูแล้วเป็นมืออาชีพ ผู้ชายสามผู้หญิงหนึ่ง เดาว่าผู้หญิงที่ยืนสอบปากคำภากร น่าจะเป็นผู้นำของคนกลุ่มนี้

พวกมันต้องการอะไรจากพี่ภากร?

“วันก่อนพวกแกลอบเข้าไปในไครอน เข้าไปทำอะไร?” ธัญญาถามเสียงเข้มดุดัน

“ฉันไม่รู้เรื่อง” ภากรปฏิเสธเสียงแข็ง โบกมือพัลวัน รู้ทันทีว่าคนพวกนี้มาจากสถาบันวิจัยแห่งนั้น

โง่เองที่โดนผู้หญิงคนนี้ลวงให้ออกมาคุยข้างนอก จึงทำให้เขาติดกับดักเข้าเต็มเปา ไม่นึกว่าผู้หญิงหน้าตาสวยหวาน จะกลายเป็นนางมารร้ายได้ขนาดนี้

“หักนิ้วมันทีละนิ้ว ดูสิจะอึดได้สักแค่ไหนเชียว” ธัญญาสั่งลูกน้อง

ชายร่างใหญ่สองคนก้าวเข้าไปคว้าไหล่ของภากรเอาไว้

“ยะ อย่าทำฉัน…” ลูกชายหัวหน้ากลุ่มนักล่าร้องลั่น หวาดกลัวอย่างสุดขีด พยายามดิ้นรน แต่สี่มือนั่นแข็งประดุจคีมเหล็ก จึงไม่อาจดิ้นหลุดได้โดยง่าย “ฉัน ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆ อย่าทำฉันเลย ได้โปรด จะให้ไหว้ก็ได้นะ อยากได้เงินเท่าไหร่ ฉันจะให้”

ชายคนหนึ่งค่อยๆ บิดนิ้วก้อยอย่างเชื่องช้า

“อ๊าก!”

เสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บปวดดังโหยหวน เขาไม่เคยเจ็บปวดแบบนี้มาก่อนในชีวิต

สาวหน้าคมตาค้างตกใจกับภาพที่เห็น แต่จะให้โผล่พรวดพราดออกไปช่วยก็คงไม่พ้นเข้าไปโดนทรมานอีกคน จึงคิดแผนที่จะช่วยเหลือ

ต้องตามคนมาช่วย

เธอหมุนตัว แต่ความรีบร้อนทำให้เท้าเหยียบไปบนก้อนอิฐ ทำให้เกิดเสียงดัง

แกร๊ก!

หัวใจของเกวลินร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

แย่แล้ว!

“หยุดก่อน!” ธัญญาสั่งลูกน้อง ปรายตามองเห็นแขกไม่ได้รับเชิญที่มาแอบดู และจะให้เรื่องนี้ถึงมือตำรวจไม่ได้ “ไปจับตัวยายนั่นมา เร็ว!”

เกวลินวิ่งหูตั้งออกจากซอยแบบไม่คิดชีวิต แล้วชนเข้ากับใครคนหนึ่ง

“โอ๊ย!” คนถูกชนร้องออกมา

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ บาดเจ็บตรงไหนไหมคะ?” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคู่กรณี แล้วเรียกชื่อออกมา “คุณเฟส!”

แม่มดสาวยิ้มให้คนรักของเพื่อน นึกสงสัยที่อีกฝ่ายหน้าซีดขาว เหมือนไปเจออะไรชวนขวัญผวามา จึงถามขึ้น

“จะรีบไปไหนคะคุณลิน?”

“มีคนร้ายกำลังตามฉัน” เกวลินบอกเสียงร้อนรน เหงื่อแตกพลั่กตื่นกลัวจนมือเย็นเฉียบ

คนร้าย?

สาวชุดดำทำหน้าแปลกใจ หันมองไปยังผู้ชายร่างใหญ่สามคนที่วิ่งตามอีกฝ่ายมา

“พวกนั้นเหรอคะ?”

จะตามมาทำไมเนี่ย!

คิดโวยวายในใจ ไม่อยากให้เพื่อนใหม่ต้องมาเดือดร้อนเพราะตน จึงคิดจะวิ่งหนีต่อไป

“ไปก่อนนะคะ”

“เดี๋ยวค่ะ” เฟสรีบคว้าแขนของเธอไว้ แล้วเสนอความช่วยเหลือออกไป “ฉันจัดการให้ค่ะ”

“แต่-” เธอพยายามจะค้าน

แม่มดสาวไม่สนใจ ขยับตัวยืนบังเกวลินไว้ กวาดตามองชายชุดดำทั้งสามอย่างไม่เป็นมิตรเท่าไหร่

พวกกเฬวรากชอบรังแกคนอ่อนแอสินะ

“ส่งผู้หญิงคนนั้นมาให้ฉัน” หนึ่งในชายฉกรรจ์ข่มขู่

ส่วนชายสองคนที่เหลือก้าวย่างสามขุม เพื่อล้อมสองสาว

“ฉันขอปฏิเสธ เธอคนนี้เป็นเพื่อนของฉัน” เฟสปฏิเสธหน้านิ่ง

“งั้นพวกฉันก็จะจับเธอด้วยอีกคน” ชายคนที่สองพูดบ้าง

ปากเก่งจริงๆ

สาวชุดดำยิ้มเย็นออกมา ไม่ได้รู้สึกกลัวแม้สักนิด

“มีปัญญาก็เข้ามาสิ”

ทั้งสามคนก้าวเข้าไปหาผู้หญิงทั้งสองอย่างปรารถนาร้าย

งานนี้ตายหมู่แน่!

เกวลินครางในใจ หวาดกลัวจนตัวสั่น ลืมไปเสียสนิทว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดา

“ไม่ต้องกลัวนะคะคุณลิน” เฟสปลอบใจโดยไม่ได้หันมอง ดึงไม้เท้าออกมาจากแขนเสื้อ วาดวงกลมในอากาศ พร้อมร่ายคาถาบางอย่าง แล้วสะบัดปลายไม้เท้าชี้ไปยังเป้าหมายชายทั้งสามคน

อ่า...ลืมไปคุณเฟสเป็นแม่มด

สาวหน้าคมนึกขึ้นได้ เมื่อเห็นไม้สีดำในมือชามันคาสาว

พริบตานั้น ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่กระเด็นไปนอนกลิ้งโค่โร่กับพื้น ห่างไปหลายเมตร

“โอ๊ย!” / “เจ็บๆ” อันธพาลทั้งสามร้องครางออกมา

สะ สุดยอดมาก

มนุษย์สาวอ้าปากค้างตกตะลึงพรึงเพริด

“ฉันมีโชว์พิเศษให้คุณลินดู สนใจไหมคะ?” แม่มดสาวถาม

“อะไรคะ?” เกวลินคลายความตกใจ กลายเป็นอยากรู้อยากเห็น

เฟสไม่ตอบ ขยับไม้เท้าพลางร่ายเวทอีกครั้ง ชายทั้งสามคนลอยเคว้งคว้างจากพื้นเกือบสามเมตร เหมือนอยู่ในสภาวะไร้แรงดึงดูด

พวกนั้นทำหน้าตื่นตระหนกสุดๆ ร้องเสียงหลง

“เฮ้ย! นี่มันอะไรกัน!”

“ยายนี่มันไม่ใช่คนแน่ๆ”

“ปะ ปล่อยพวกเราไปเถอะ”

ฯลฯ

“โวยวายอะไรนักหนา เงียบไปเลย” จอมเวทสาวบ่นอย่างรำคาญ โบกไม้เท้าหนึ่งครั้ง เสียงโหวกเหวกจึงเงียบไป โดยที่ทั้งสามยังขยับปาก สาวชุดดำต้องการลงโทษพวกเกเร จึงไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระง่ายๆ

“เก่งจัง” สาวหน้าคมชื่นชม ด้วยท่าทางดีอกดีใจแบบเด็กๆ

“ขอบคุณค่ะ” เฟสเผยรอยยิ้ม แล้วสอบถามต้นสายปลายเหตุกับเพื่อนใหม่ “พวกนี้เป็นใครคะ?”

“เรื่องมันยาวค่ะ” เธอไม่รู้จะเล่ายังไงดี “คือพวกนี้จับคนรู้จักของฉันไว้ด้วย”

“งั้นเราก็ไปช่วยเขากัน”

“เอาจริง?”

“ฉันมันพวกนิสัยเสียค่ะ ชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยน” สาวชุดดำพูดติดตลก

สมแล้วที่เป็นเพื่อนของไอ นิสัยเหมือนกันจริงๆ

เกวลินปรายตามองไปยังชายร่างยักษ์สามคน ที่ลอยเคว้งคว้างอ้าปากพะงาบๆ

“แล้วพวกนั้น?”

“อ๋อ ไม่มีปัญหาค่ะ”

เฟสยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก โบกไม้เท้าในมือหนึ่งครั้ง ทำให้ทั้งสามร่วงตุ๊บมากองที่พื้น ก่อนโบกอีกครั้งร่ายเวทที่ทำให้เหล่าชายเคราะห์ร้ายสิ้นสติไป พร้อมกับลบความทรงจำเรื่องเมื่อกี้ด้วย

โห! เก่งชะมัด แต่เก่งแบบนี้ ไม่น่าเป็นศัตรูด้วยเด็ดขาด

สาวหน้าคมนึกชื่นชม และอดที่จะกลัวเพื่อนใหม่ไม่ได้

“เรียบร้อยแล้ว คนที่ถูกจับอยู่ไหนคะ?” ชามันคาสาวถามทันที

“ทางนี้ค่ะ” เธอชี้นิ้ว แล้วนำทางให้แม่มดสาวไปช่วยภากร ทว่าเมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุกลับไม่พบใครเลยแม้แต่คนเดียว

“หายไปไหนล่ะเนี่ย?”

หมอนั่นถ้าไม่หนีไปได้ ก็คงถูกจับไปที่ไครอน

ชามันคาสาวคิดเดาในใจ แต่ไม่อยากให้เกวลินต้องแตกตื่น จึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน

“สงสัยเพื่อนคุณลินคงกลับไปแล้ว เราไปคุยต่อกันที่ร้านของฉัน ดีไหมคะ?” แม่มดสาวชวนขึ้น “ไอก็อยู่ที่นั่นด้วย”

คนฟังตาเป็นประกายขึ้น เมื่อได้ยินชื่อ ‘ไอ’ ก่อนพยักหน้า

“ดีค่ะ” เกวลินตอบรับทันที ด้วยอยากเจอแวมไพร์สาว

“เชิญค่ะ ทางนี้”

OoXoO

ในตอนนี้ให้เฟสได้โชว์ฝีมือบ้างค่ะ ส่วนภากรหายไปไหน ต้องไปลุ้นต่อในฉบับเต็มนะคะ  

ตอนหน้าจะเห็นเกวลินอ้อนอารียาเต็มๆ ทั้งตอน แต่อ้อนทำไม?...ต้องติดตามค่ะ ว่าเธอจะน่ารักน่าตีขนาดไหน อิอิ

ป.ล.เรื่องนี้จะอัพตอนหน้า เป็นตอนสุดท้ายนะคะ

ส่วนเรื่องใหม่ไรท์กำลังจิ้มอยู่ค่ะ ขออุบไว้ก่อนว่าจะไปแนวไหน เพราะยังไม่แน่ใจเหมือนกัน ช่วงนี้กำลังติดวอลเล่ย์บอลอาจจะออกมาแนวตบจูบ 5555 

ขอบคุณที่กรุณาติดตามค่ะ อยากคุยกับไรท์ก็แวะไปที่ เพจนิ้วนาง นะคะ

เดียนา ^^

OoXoO




Create Date : 30 พฤษภาคม 2562
Last Update : 30 พฤษภาคม 2562 14:34:09 น. 0 comments
Counter : 138 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.