Group Blog
มกราคม 2563

 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
 
 
31 มกราคม 2563
Strawberry Kiss บทที่ 17 (YURI)

๑๗

 

แล้ววันเสาร์ที่จะไปงานเลี้ยงวันเกิดของเสี่ยวิชัยก็มาถึง สาวสวยแวะไปรับเธอมาจากบ้านในตอนบ่าย พามาเช็คอินห้องพักหรูในโรงแรมเทวลัยของน้องชาย เพื่อใช้แต่งหน้าแต่งตัว

สายตาของพนักงานหลายสิบคู่มองรสาแบบแปลกๆ เต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้ว่า

...ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกับพี่สาวของผู้จัดการ?

“นี่คุณ ฉันต้องแต่งแบบนี้ออกไปจริงๆ เหรอคะ? มันโป๊มากเลยนะ” รสาบ่นอุบอิบ หลังโดนจับแต่งหน้าทาปากซะสวยเช้ง จนจำตัวเองไม่ได้ เธออยู่ในชุดเดรสสีแดงสวยที่หล่อนซื้อให้ รู้สึกโปร่งโล่งสบายเกินเหมือนไม่มีเสื้อผ้าติดกาย

จันจิราในชุดเดรสคล้ายกันแต่คนละสี เผยยิ้มอ่อนโยน

“แต่พี่คิดว่า น้องสาสวยมากๆ ต่างหาก มั่นใจในตัวเองสิคะคนเก่ง”

ฉันสวยตรงไหน...ดูยังไงก็ไม่ได้ครึ่งของคุณ

สาวร่างเล็กคิดเปรียบเทียบตนกับความงดงามของคนงาม เผลอเม้มริมฝีปากอย่างกังวล ทำใจยอมรับไม่ค่อยได้ ที่มีแฟนสวยมากกว่าตนขนาดนี้

“อย่าเม้มปากค่ะ ดูสิลิปสติกเลอะเลย” ช่างแต่งหน้าจำเป็นต่อว่าแบบไม่จริงจัง เปิดกระเป๋าสะพายหยิบลิปสติกมาแต้มปากให้อีกคนอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นยิ้มพอใจ “สวยค่ะ สวยกว่าเดิมนิดนึง”

ปากหวานตลอด

เธอค้อนน้อยๆ แล้วถามโพล่งออกไป

“คุณทำแบบนี้กับลูกน้องทุกคนหรือเปล่าคะ?”

เจ้านายสาวทำหน้าไม่เข้าใจ

“หมายถึงอะไรคะ?”

“ก็แบบว่าเอาใจใส่ เปย์หนักเป็นป๋าขาแบบนี้”

ช่างว่าพี่มากเลยนะคะ

สาวงามโคลงหัวกับคำพูดประชดนั้น

“ไม่ค่ะ พี่ทำแบบนี้กับคนพิเศษเท่านั้น”

“ฉันเป็นคนพิเศษของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” เธอซักต่อ

“ตั้งแต่วันที่พี่ขอคบด้วยค่ะ ถึงน้องสาจะยังไม่ตกลง แต่พี่มั่นใจว่า อีกไม่นานก็ต้องตกลงเป็นแฟนพี่แน่ค่ะ”

หลงตัวเองไปนะ

คนฟังแค่นหัวเราะ ที่อีกคนพูดเองเออเองหน้าตาเฉย

“มั่นใจจังนะคะ”

หล่อนยิ้มอย่างใจเย็น ไม่คิดหวั่นไหว

“ถ้าเป็นเรื่องน้องสา พี่มั่นใจเต็มร้อยค่ะ”

ตื๊อจริงๆ

สาวหน้าคมทำหน้าเซ็ง ไม่รู้จะเถียงกับผู้หญิงตรงหน้าให้ชนะได้อย่างไร จึงปิดปากเงียบ

“อยู่เฉยๆ นะคะ” จันจิราพูด ขณะสวมสร้อยคอทองคำขาวทับทิมล้อมเพชรให้ผู้ช่วยสาวจากด้านหลัง “สวยไหมคะ?”

โหย!

“เธอทำตาโต หลังมองสิ่งนั้นผ่านกระจกเงา

“ไม่ต้องก็ได้คุณ”

“พี่ว่าเหมาะกับน้องสานะคะ” หล่อนกล่าวอย่างพอใจ หลังเมื่อคืนใช้เวลาเลือกอยู่นาน ว่าสร้อยเส้นไหนจะเหมาะกับผู้ช่วยสาว

สวยน่ะสวยหรอก

สาวหน้าแขกคิดในใจ ยกมือลูบสร้อยนั้นเบาๆ

“แต่มันแพงเกิน ฉันกลัวทำหาย”

“ถือว่าพี่ให้ยืมค่ะ จะได้รักษาหน้าพี่ด้วยไง” อีกคนบอก ยื่นสร้อยเพชรทองคำขาวให้เธอ “น้องสาใส่ให้พี่หน่อยสิคะ”

“หันหลังสิคะ” รสาบรรจงสวมสร้อยคอให้สาวงาม พร้อมสูดกลิ่นหอมเข้าไปเต็มปอด ใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชิดผู้หญิงสวยสง่าคนนี้ ที่นับวันจะเข้ามามีอิทธิพลกับหัวใจมากขึ้นเรื่อยๆ

เธอชักไม่มั่นใจว่า ตนจะต้านทานเสน่ห์ร้ายกาจของหล่อนได้อีกนานแค่ไหน แม้จะย้ำกับตัวเองวันละเป็นสิบรอบว่า ‘คุณจันเป็นเจ้านาย ไม่ควรคิดอะไรเกินเลยด้วย’

...แต่หัวใจก็ดื้อรั้นเหลือเกิน

“สวยนะคะ” ร่างบางเปรยขึ้น หลังหันมาเผชิญหน้าอีกคน

“ค่ะจี้สวย” เธอตอบหน้าตาย ไม่คิดตกหลุมพรางของเจ้านายสาวที่ชอบพูดจาวกวนกวนใจ

ร้ายจริงๆ

หล่อนกลอกตา โน้มตัวไปใกล้แล้วกระซิบพูดเบาๆ ข้างหู

“พี่สวยไหมคะ?”

อย่าใกล้แบบนี้สิ เอ่อ คุณจันสวยจัง อย่า...ยายรสา อย่าคิดอะไรแบบนั้น

รสาพยายามเอ็ดตัวเอง แต่ไม่เป็นผล สมองกำลังมึนงงเหมือนโดนมนตร์สะกดเข้าอย่างจัง

“เอ่อ สะ สวยสิ” ตอบเสียงแหบพร่ากว่าปกติ

“แล้วสวยมากพอจะเป็นแฟนไหมคะ?”

“ก็ พอได้” เธอหลุดปากตอบออกไปอย่างลืมตัว

“งั้นคบกันนะคนดี” น้ำเสียงอ่อนหวานเชิญชวน สอดแขนโอบเอวคอด แล้วขบเม้มใบหูเล็กเรียวตรงหน้าเบาๆ

สาวหน้าแขกขนลุกเกรียว กับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อน จึงบิดตัวหนี

“ยะ อย่าค่ะ”

“ก็ได้ค่ะ” จันจิรายอมหยุด แต่อดไม่ได้ที่จะจรดปลายจมูกกับแก้มเนียนนุ่มหนึ่งฟอด “ไม่ต้องตื่นเต้นนะคะ พี่อยู่ข้างๆ น้องสาเสมอ”

“ค่ะ” เธอพยักหน้าน้อยๆ

หล่อนคลี่ยิ้มสวยกว้างให้คนมองใจหลอมละลาย

“ไปค่ะ ใกล้เวลาแล้ว เดี๋ยวนายทิรอแย่”

สาวงามหยิบกุญแจห้องและกระเป๋าถือแบรนด์เนมใบเล็ก คล้องแขนเรียวของผู้ช่วยสาว แล้วออกไปด้วยกัน

 

“นั่นคุณจันจิราจากเรือนเทวัญใช่ไหมครับ?” แขกของโรงแรมเอ่ยขึ้นลอยๆ

เขาแวะมาใช้บริการที่นี่บ่อยๆ จนคุ้นเคยกับผู้จัดการเจตน์ และรู้เรื่องที่ชายหนุ่มมีพี่สาวฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันมาก เพิ่งจะมีโอกาสได้เห็นตัวจริงครั้งแรก

“ใช่ครับ” พนักงานโรงแรมตอบยิ้ม

พนักงานที่ทำงานที่นี่ ล้วนรู้จักพี่สาวฝาแฝดของผู้จัดการ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของโรงแรมแห่งนี้ด้วย

“สวยเนอะ” ชายคนนั้นชื่นชม และมองตามหลังอย่างเคลิบเคลิ้ม จนกระทั่งสองสาวพ้นสายตาไป

พนักงานคนนั้นยิ้มอ่อน เพราะเขาเองก็คิดไม่ต่างกัน แต่ไม่มีใครกล้าคิดเด็ดดอกฟ้า กลัวตกลงมาคอหัก

สองสาวไปปรากฏตัวที่หน้าห้องจัดเลี้ยงของเสี่ยวิชัย เจอกับทิวาที่มารออยู่ก่อน พร้อมกับของขวัญที่จะให้เจ้าภาพ แขกในงานเหลียวมองไปทางสองหญิงหนึ่งชายอย่างสนใจ…อยากรู้ว่าจันจิรามากับใคร?

“ผู้หญิงชุดแดงหน้าตาน่ารักมากเลยนะครับ” แขกผู้ชายหันไปคุยกับเพื่อน ขณะเดินเข้าไปหาโต๊ะนั่งด้านใน

“คนหนึ่งสวยสง่า ฐานะร่ำรวย อีกคนน่ารักน่าเอ็นดู เลือกไม่ถูกจริงๆ” เพื่อนของผู้ชายคนนั้นพูดเสริม หลังมาถึงแล้วทักทายกับเจ้าภาพ

สิ่งแรกๆ ที่เขาทำคือ กวาดตามองแขกผู้หญิงที่มาในงานเลี้ยงนี้ ส่วนใหญ่จะมีสามี มีคนรัก หรือไม่ก็อายุขึ้นสี่สิบไปแล้ว การได้เห็นของสวยๆ จึงถือเป็นอาหารตาอาหารใจ

และผู้ชายหลายคนที่มาในงานนี้ ไม่หนีบภรรยามาออกงานด้วยมักมีเหตุผลบางประการซ่อนอยู่...เผื่อจะเจอของใหม่ที่ถูกใจ

“ใครได้เป็นคนรักกับบ้านนี้ คงโชคดีชะมัด” เพื่อนที่มาด้วยเสริม

“นั่นสิครับ สงสัยเราจะทำได้แค่มอง แล้วก็คิดเสียดายต่อไป” เขาหัวเราะแห้งๆ ในใจแอบเสียดายอยู่เหมือนกัน

อีกฝ่ายฝืนยิ้ม แล้วยกคำพังเพยขึ้นเปรียบเทียบ

“พบไม้งามเมื่อยามขวานบิ่น...ช่วยไม่ได้”

สองหนุ่มคุยกันอย่างถูกคอ ในหัวข้อหญิงงามต่อไป ตามประสาชายโสดเมียเผลอ

หมายถึงใคร?

ปานตาที่ได้ยินพลันนึกสงสัย เธอไม่ชอบใจที่ได้ยินคนชมคนอื่น...ตามประสาคนขี้อิจฉา จึงหันมองบ้าง

พี่จันมาแล้ว

ลูกสาวเสี่ยในชุดสวยยิ้ม เมื่อเห็นผู้หญิงในหัวใจปรากฏ แล้วหุบยิ้มลง เมื่อเห็นหล่อนควงแขนผู้หญิงอีกคนในชุดสีแดง

ยายผู้ช่วยอีกแล้ว! จะมาทำไมเนี่ย คราวก่อนแย่งตุ๊กตาฉันไป ฉันยังไม่หายแค้นหรอกนะ

เธอรีบลุกจากเก้าอี้ ตรงรี่ไปหาจันจิราที่กำลังคุยกับบิดาอยู่

 

“ขอบคุณที่มาครับคุณจัน” เสี่ยวิชัยทักทายสาวสวยรุ่นลูก ด้วยสายตาเป็นประกายวิบวับ ตามประสาผู้ชายที่ชอบของสวยๆ งามๆ

พอแต่งตัวแบบนี้ เซ็กซี่เร้าใจเป็นบ้า ยิ่งกว่าคุณจุรีตอนสาวเสียอีก น่าฟาดชะมัด

ใจจริงเขาอยากได้ผู้หญิงคนนี้ แต่ติดตรงที่ปานตาหมายตาสาวสวย ด้วยความรักลูกจึงยอมตัดใจ

...ทั้งที่เสียดายไม่น้อย

“ขอบคุณที่เชิญค่ะ ขอให้เสี่ยมีสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไปอีกนะคะ” หล่อนอวยพรเจ้าภาพตามธรรมเนียม หันไปพยักหน้าให้ทิวาที่ถือกล่องของขวัญใบโต “นี่เป็นของขวัญจากเรือนเทวัญค่ะ”

เจ้าของงานทำตาโต เต็มไปด้วยความกระหายอยากรู้

“ขอบคุณครับ”

“ยินดีค่ะ” สาวงามยิ้มอ่อน

“ท่าทางจะถูกใจผมแน่เลย” วิชัยหัวเราะร่วน โบกมือให้คนสนิทรับของขวัญ

หล่อนหัวเราะเบาๆ

เขาปรายตามองสาวชุดแดง ที่อยู่ข้างกายจันจิราอย่างสนใจ แล้วถามขึ้น

“คนนี้ใครครับ หน้าตาน่ารักดี?”

“ผู้ช่วยคนใหม่ของจันค่ะ ชื่อรสา” คนสวยแนะนำ

“สวัสดีค่ะเสี่ยวิชัย”

สาวหน้าคมรีบยกมือไหว้เจ้าภาพ แม้จะไม่ชอบเขา แต่เธอก็รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควร อย่างน้อยก็ต้องรักษาหน้าหล่อนและเรือนเทวัญไว้

“สวัสดีนะหนูรสา ถ้าวันไหนอยากเปลี่ยนงานก็มาหาเสี่ยนะ เสี่ยรับรองว่าเงินดีมากๆ” วิชัยพูดข้อเสนอออกมาแบบอ้อมๆ

ตาเฒ่าหัวงูเอ๊ย!

เธอนึกต่อว่าเขาในใจ รู้แก่ใจว่าชายคนนี้ต้องการอะไร จึงฝืนยิ้มออกมา

“ขอบคุณค่ะเสี่ย”

“อย่าลืมนะหนู” เขาพูดย้ำ พร้อมส่งสายตาหื่นกระหาย จ้องเธอแบบไม่กระพริบตา

ฝันไปเถอะฉันไม่ยกน้องสาให้ใครแน่

สาวงามคิดในใจ แม้จะไม่ชอบ แต่ยังคงมีรอยยิ้มประดับหน้าสวย ไม่ชอบที่เสี่ยคนดังสนใจรสาแบบนั้น จึงตัดสินใจเตะสกัดทันที

“คนนี้คงไม่ได้ค่ะเสี่ย”

หืม?

ชายรุ่นพ่อหันมองทายาทเรือนเทวัญ

“ทำไมครับ?”

“น้องสาเป็นผู้หญิงของฉันค่ะ ฉันคงยกให้ใครไม่ได้” น้ำเสียงใสหวานประกาศแสดงความเป็นเจ้าของออกมาชัดเจน แต่นัยน์ตาตรงหน้าดูจริงจัง ไม่เหมือนล้อเล่นแม้แต่น้อย

กล้ายอมรับขนาดนี้ แปลว่าชอบผู้หญิงจริงๆ สินะ

เจ้าของงานทำหน้าอึ้งไป ไม่คิดว่าคนสวยจะเป็นพวกสมภารกินไก่วัด แต่เขาฉลาดพอที่จะไม่สร้างศัตรูโดยไม่จำเป็น

“งั้นผมขอถอนคำพูดก็แล้วกัน ผมไม่ทราบจริงๆ ขออภัย” วิชัยประกาศยอมแพ้

“ไม่เป็นไรค่ะ” หล่อนกล่าวตอบ

เฮ้ย! ใช่ที่ไหนกัน

รสาทำหน้าตื่น ขมวดคิ้วกับคำสนทนาของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง ขยับตัวจะคัดค้าน ทิวาที่อยู่ข้างๆ คว้าแขนเธอไว้ หญิงสาวหันขวับไปสบตาหนุ่มแว่นอย่างสงสัย

เลขาหนุ่มส่ายหน้าให้ เป็นเชิงห้ามปราม

ผู้ช่วยสาวกลอกตาไปมา แล้วเดาเจตนาของจันจิราได้ ว่าทำไปด้วยความหวังดี

คุณจันคิดกันไม่อยากให้เฒ่าหัวงูมายุ่งกับฉันสินะ

“ค่ะ” เธอพยักหน้าเข้าใจสถานการณ์

ทิวายิ้ม แล้วปล่อยมือออกช้าๆ

ทำไมถึงเลือกเด็กคนนี้ แทนที่จะเป็นยายตาของฉัน

วิชัยนึกไม่พอใจที่จันจิราเลือกรสา จึงอดคลางแคลงไม่ได้ว่า สาวชุดแดงคนนี้มีอะไรดี?

แต่พอสำรวจรสาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เขาก็เข้าใจเหตุผลของสาวสวยแบบไม่ต้องคิดมาก

เด็กคนนี้น่าฟาดมาก ถ้าเป็นฉันก็คงไม่ปล่อยเหมือนกัน เสียดายที่เจอช้าไป

เจ้าภาพนึกเสียดาย แล้วเอ่ยขึ้นเหมือนเป็นสุภาพบุรุษ

“ขอแสดงความยินดีด้วยครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

จันจิรายิ้มบางๆ ให้อีกฝ่าย ไม่แสดงท่าทีเกรงกลัวบารมีของเสี่ยแม้แต่น้อย มั่นใจว่าเขาจะไม่กล้าแตะต้องผู้หญิงของตน เพราะไม่คิดเป็นศัตรูแบบเปิดเผยกับเรือนเทวัญในช่วงนี้ ประกอบกับวิชัยต้องการเสียงสนับสนุน ในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีที่ใกล้จะมาถึง

...แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สาวสวยยอมลดการ์ดลง

หากเจองูเห่ากับเสี่ยวิชัยพร้อมกัน คนงามไม่ลังเลที่จะทุบหัวเขาก่อน เพราะวิชัยพร้อมจะหักหลังตลอดเวลา

“เชิญนั่งที่โต๊ะเดียวกับยายตาเลยนะครับ” เจ้าภาพบอก

“ขอบคุณค่ะ”

สาวสวยไม่ทันจะขยับตัวไปไหน ปานตาที่เดินมาหาถือวิสาสะมาควงแขนอย่างสนิทสนม

“พี่จันคะ มาช้าจัง” ลูกสาวเสี่ยแสร้งต่อว่าแบบมีจริต

ปานตาจงใจแสดงให้แขกในงานเข้าใจว่า เรามีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดา

จันจิรากล่าวทักทายตอบ พร้อมยิ้มอ่อน

“สวัสดีค่ะคุณตา”

ขืนบอกว่าคุณจันมีคนรักแล้ว มีหวังยายตาอาละวาดแน่ รอให้จบงานค่อยบอกก็แล้วกัน

คนเป็นพ่อปั้นหน้านิ่ง รู้ทั้งรู้ว่าลูกสาวตนเป็นแค่ส่วนเกิน แต่กลัวงานจะพัง จึงปล่อยเลยตามเลย

“ยายตาพาคุณจันไปนั่งที่โต๊ะด้วยนะ ต้อนรับคุณจันดีๆ ล่ะ” วิชัยกำชับลูกสาว

“ได้ค่ะคุณพ่อ” ปานตารับคำ ควงแขนของอีกฝ่ายไปยังโต๊ะที่ตนเลือกไว้ “ทางนี้ค่ะ”

หล่อนหันไปบอกเจ้าภาพ

“ขอตัวก่อนนะคะ”

วิชัยส่งยิ้มให้แขกสาว

“เชิญครับ”

เสียดายโว้ย!

ชายสูงวัยเหลือบมองตามหลังรสาอย่างเสียดาย เมื่อไม่มีแขกอยู่ใกล้ๆ ก็พยักหน้าให้ลูกน้องมาหา

“ครับนาย”

“ไปสืบมาสิว่า ผู้หญิงชุดแดงที่มากับคุณจันเป็นใคร? บ้านอยู่ที่ไหน?”

“ได้ครับ” ลูกน้องรับคำ

“ด่วนนะ” วิชัยกำชับ ก่อนหันไปส่งยิ้มกว้างให้แขกคนใหม่ที่เข้ามา “สวัสดีครับท่าน...”

 

ปานตาขยับเก้าอี้นั่งใกล้จันจิรา หล่อนรั้งแขนรสาให้นั่งข้างๆ ตน ไม่ยอมให้อยู่ห่างตาเด็ดขาด เพราะงานนี้มีพวกเสือผู้หญิงหลายคน ถัดจากเธอไปเป็นทิวา

“วันนี้พี่จันสวยมากเลยนะคะ” ลูกสาวเสี่ยโปรยคำหวาน ไม่บ่อยนักที่จะเห็นหล่อนสวมชุดแบบนี้ แต่ทุกครั้งที่เห็นก็หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นซะทุกที

...ยอมให้จันจิราสวยกว่าตนได้คนเดียว

“ขอบคุณค่ะ” สาวสวยตอบยิ้ม แต่ในใจไม่ได้คิดอะไร

ไม่ต้องบอก คุณก็รู้อยู่แล้วล่ะ

รสาคิดตอบในใจ หงุดหงิดที่เห็นหล่อนสนิทสนมกับคนอื่นตำตา...เจ็บแปลบที่หัวใจ

เธอไม่สนใจฟังปานตาพูดเรื่องไร้สาระกับจันจิรา แต่กวาดตามองไปรอบงานอย่างสนใจ แขกที่มาร่วมในงานล้วนแล้วแต่เป็นคนใหญ่คนโต ที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอตัวง่ายๆ นั่งจับกลุ่มคุยอยู่ตามโต๊ะ แต่งตัวดูหล่อดูสวยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มีเครื่องประดับเต็มตัว ดูไม่ต่างจากตู้ทองตู้เพชรเคลื่อนที่

ใส่เยอะขนาดนั้น ไม่หนักบ้างรึไง

ร่างเล็กยิ้มกับความโอ้อวดของเศรษฐี ที่ไม่รู้ว่าจริงๆ รวยแค่ไหน แต่แล้วก็ต้องหยุดกึกที่เห็นใครคนหนึ่ง ซึ่งนั่งโต๊ะถัดไป

รสาสลายยิ้มเป็นขมวดคิ้วเรียวแทน ในใจเต็มไปด้วยคำถาม

ทำไมถึงอยู่ที่นี่ แล้วทำไมไปนั่งข้างลูกชายเสี่ยวิชัยแบบนั้น?

 

คนดี?

แซ่ซ้องดังกึกก้อง กังสดาล

คนพาลคำนับขาน ร่วมรู้

เงินตราส่งเสียงประสาน ทั่วหล้า แม่เอย

สมสู่เป็นคู่ชู้ อ้างชื่อ คนดีฯ .

OoXoO

ขอบคุณที่กรุณาติดตามค่ะ ขอบคุณทุกหัวใจ ทุกคอมเม้นท์นะคะ ตอนนี้อัพให้อ่านเป็นตอนสุดท้ายนะคะ ^^

ปิดฉากตอนนี้ตรงที่ รสาเห็นรมัยนั่งอยู่กับเผด็จ จะเกิดอะไรขึ้นกัน? เธอจะลุกไปต่อว่าน้องสาวไหม หรือแค่นั่งเฉยๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

...แล้วเรื่องที่เสี่ยวิชัยเกิดปิ๊งน้องสาขึ้นมา พี่จันจะรับมืออย่างไร? 

...ปานตาจะยอมรามือจากพี่จันง่ายๆ จริงเหรอ?

...แล้วแม่ของทั้งคู่ จะยอมให้คบกันไหม?

...น้องสาจะยอมรับรักพี่จันเมื่อไหร่?

และอีกหลายคำถามที่ชวนคาใจเป็นระยะ (คือไรท์ชอบสร้างความสงสัยค่ะ อิอิ) ทุกข้อสงสัยมีเฉลยอยู่ที่ MEB นะคะ สนใจก็โหลดซื้อได้ตามอัธยาศัย ตอนนี้นิยายมี 15 ปกค่ะ 

ช่วงนี้ไรท์กำลังจิ้มเรื่องใหม่อยู่ค่ะ อาจจะหายตัวไปเขียนสักพัก จะอัพเดทข้อมูลที่เพจนิ้วนางเป็นระยะ อาจมีแปะเรื่องใหม่ยั่วน้ำลายกันเล็กน้อย ไรท์นิสัยไม่ค่อยดีเลยเนอะ 5555

คิดถึงไรท์ก็แวะไปทักทายกันได้ ฝากติดตามผลงานของนิ้วนางด้วยนะคะ 

ขอบคุณค่ะ

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 31 มกราคม 2563
Last Update : 31 มกราคม 2563 15:12:22 น.
Counter : 752 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com