ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2558
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
29 มีนาคม 2558
 
All Blogs
 

ปรารถนารัก...อีกสักครั้ง? Believe...Again? (Yuri) ตอนที่ 17

เพลง - รักเธอจริงๆ

https://www.youtube.com/watch?v=xNgBNSvCQfs

-๑๗-

โตโยต้าคัมรีนำภาวินีกลับถึงปานสรวง โฮม รีสอร์ตหลังโพล้เพล้ น่าแปลกที่พอเลี้ยวเข้าไปในเขตที่พัก เกือบทุกทีกลับมืดมิด แสงไฟที่เคยสว่างข้างทางก็ลดน้อยลงจนน่าแปลกใจ

“ทำไมมืดจัง?” ร่างบางเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย

“สงสัยไฟคงดับน่ะครับ ที่รีสอร์ตมีเครื่องปั่นไฟสำรอง แต่ก็เปิดไฟได้ไม่สว่างทั้งหมดทุกที่ครับ” คนขับรถอธิบายจากประสบการณ์ที่ทำงานอยู่หลายปี

เมื่อเลี้ยวไปบริเวณหน้าส่วนออฟฟิศก็มืด แต่มีแสงไฟสลัวๆ วิบวับหลุดรอดมาจากบริเวณหน้าห้องอาหาร ที่มีเงาคนตะคุ่มยืนอยู่

“งั้นผมส่งคุณภาหน้าห้องอาหารแล้วกัน คุณนงกับคนอื่นๆ น่าจะอยู่ที่นั่น” คนขับรถเสนอ

“ก็ดีค่ะ” พยักหน้าเห็นด้วย อย่างน้อยมีน้าสาวอยู่ด้วยก็อุ่นใจกว่ากลับไปอยู่ในห้องท่ามกลางความมืดมิดคนเดียว “ของที่ซื้อพวกนี้ฝากเอาไว้ในรถก่อนนะคะ...พรุ่งนี้เช้าฉันจะมาเอา”

“ครับ” เขาตอบ แล้วจอดรถเทียบใกล้ทางเข้าห้องอาหาร

หล่อนเปิดประตูก้าวลงจากรถอย่างช้าๆ ระแวดระวัง อดนึกบ่นในใจไม่ได้

'ไม่ชอบเลย มืดๆ แบบนี้'

นงรามที่ชะโงกหน้าออกมาดูว่า มีใครมา แจกยิ้มกว้างเมื่อเห็นหน้าหลานสาว

“กลับมาแล้วเหรอภา...เข้ามาสิ” พูดจบ ก็คว้าข้อมือของหล่อนเข้าไปด้านในตัวอาคาร ที่มีแสงเทียนไม่กี่เล่มจุดอยู่บนโต๊ะกระจายโดยรอบ

หล่อนเพ่งเห็นเงาคนมากมายอยู่ภายใน พลันนึกเข้าใจว่า คงแวะมารวมตัวกัน เพราะไฟฟ้าดับ และแล้วภาวินีก็ต้องแปลกใจ เมื่อได้ยินเสียงร้อง ‘เพลงอวยพรวันเกิด’ ดังขึ้น

Happy birthday to you
Happy birthday to you
…

ขณะนั้นรถเข็นขนมเค้กก้อนโตที่มีเทียนจุดหลายสิบเล่ม ที่เมธาวีเป็นผู้เข็นเคลื่อนมาหยุดอยู่ตรงหน้าภาวินี

“Happy birthday to คุณภา...”

พอร้องจบเพลง ก็มีเสียงปรบมือดังก้องจากผู้ที่ร่วมในงาน ซึ่งมีทั้งแขกและพนักงานของรีสอร์ตราวห้าสิบกว่าคน ทุกคนมารวมตัวกันในงาน ‘วันเกิดของหล่อน’

ภาวินีซึ้งใจมากที่จู่ๆ ก็มี Surprise Party จึงยิ้มหวานกว้างออกมาอย่างปิติยินดี

“อธิษฐาน แล้วเป่าเทียนสิลูก” นงรามกระซิบบอกหลานสาว

ภาวินีทำตาม หลับตาลงแล้วขอพรอะไรบางอย่างในใจ ก่อนเป่าเทียนบนเค้กตรงหน้าจนดับหมด แล้วสวิทซ์ไฟฟ้าในห้องนั้นก็เปิดขึ้นแบบสลัวๆ มีการแปลงโฉมห้องอาหารให้เหมาะกับงานปาร์ตี้

แล้วแขกในงานก็พร้อมใจกันปรบมือขึ้นอีกรอบ

“ขอบคุณนะคะน้านง คุณรส” หล่อนกล่าวกับแม่งานหลักทั้งสอง ที่แค่ส่งยิ้มกว้างให้

เมธาวียื่นมีดสำหรับตัดเค้กให้เจ้าของวันเกิด ทำหน้าที่ตัดขนมแล้วส่งของหวานให้กับแขก

หล่อนตัดชิ้นแรกให้นงราม รสริน สมพร และแขกเหรื่อที่มาร่วมในงาน รวมถึงพนักงานที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี

“วันนี้เป็นวันเกิดของหลานสาวคนสวยของคุณนงราม เชิญทุกคนสนุกให้เต็มที่ค่ะ” รสรินพูดเสียงดัง ส่งสัญญาณให้นักดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงจังหวะสนุกๆ ทำให้บรรยากาศคึกคักขึ้นในทันที

สาวร่างสูงที่ยืนคอยส่งจานให้หล่อน กระเถิบไปยืนข้างๆ จนเกือบติด เพื่อหาเรื่องคุยกับอีกฝ่าย หลังจากที่ตลอดทั้งวันไม่ได้เห็นวงหน้าสวยหวานเลย...อดคิดถึงไม่ได้

“ไม่คิดจะให้เมทานเค้กบ้างเหรอคะ?” เชฟสาวแกล้งพูดอ้อน เพราะเจ้าของวันเกิดไม่สนใจจะตัดขนมตรงหน้าให้เธอเลย เอาแต่ตัดแล้วส่งให้คนอื่นหมด...เป็นคนทำ แต่ไม่ได้ทานเนี่ยนะ

“อยากทานก็ตัดเอาเองสิ มีตั้งเยอะ” สาวสวยทำท่าจะส่งมีดคืนให้

สาวร่างสูงส่ายหน้า ไม่ยอมรับของมีคมนั้น

“เมขอชิมคำเดียวก็พอค่ะ...แต่คุณภาต้องป้อนนะคะ เป็นรางวัลที่เมอุตส่าห์ทำเค้กก้อนนี้ให้ตั้งหลายชั่วโมง”

ภาวินีนึกขุ่นเคืองที่ จู่ๆ ก็โดนขอกึ่งบังคับให้ทำอะไรที่ดู ‘สนิทสนม’ เกินไปในความคิดของหล่อน จึงส่งสายตาดุๆ ให้เป็นรางวัล

“ฉันไม่ได้ขอร้องให้ทำให้สักหน่อย” พูดเสียงเข้มขึ้น

“ดุจังเลย” คนฟังแกล้งบ่นต่อว่าลอยๆ พร้อมทำหน้าสลดลง

“แล้วกลัวรึเปล่า?” ย้อนถาม มือเรียวบางยังคงทำหน้าที่ตัดเค้กใส่จานส่งให้แขกต่อเนื่อง

“ไม่กลัวค่ะ...น่ารักมากกว่า” เมธาวีตอบแบบซื่อๆ ส่งยิ้มกว้างแบบที่ไม่เห็นได้บ่อยๆ ให้หล่อน

รอยยิ้มกับคำชมของอีกคน ทำให้ภาวินีเกิดอาการหน้าขึ้นสีโดยไม่ทันตั้งตัว

“บ้า!”

เสียงลอดไรฟัน ร่างบางต่อว่า ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่ากำลังยืนเถียงกันอยู่...ในใจรู้สึกเหมือนกำลังถูกจีบ

ถ้าถามว่า ตอนนี้รู้สึกอย่างไร?...มีฉุนบ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับรำคาญอะไรนัก...แค่รู้สึกหมั่นไส้ อยากเอาเค้กทุ่มใส่หัวคนเท่านั้น

“อ้าว! แล้วของเมล่ะคะ?” เชฟสาวทวง เมื่ออีกฝ่ายตัดเค้กชิ้นรองสุดท้ายส่งให้แขก แล้วหล่อนตักชิ้นสุดท้ายไปเป็นของตัวเอง

“เสียใจ...หมดแล้ว” สาวสวยยิ้มเยาะมุมปาก พลางยักคิ้วกวนๆ ให้ แล้วหมุนตัวทำท่าจะไปจากตรงนั้น หลังทำหน้าที่เจ้าของงานเสร็จ

“เดี๋ยวค่ะ” สาวร่างสูงเรียก หล่อนจึงเอียงคอกลับมามองอย่างสงสัยว่ามีอะไรอีก? เมธาวียื่นซองพลาสติกเล็กๆ สีชมพูขนาดฝ่ามือให้ “สุขสันต์วันเกิดค่ะ”

หล่อนลังเล ก่อนรับมาถือไว้ โดยไม่ลืมกล่าวคำ “ขอบคุณ” แล้วก้าวเท้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับนงรามและรสรินที่ด้านหน้าใกล้เวทีดนตรี

โฆษกชั่วคราวซึ่งเป็นหนึ่งในพนักงานของรีสอร์ต ก้าวขึ้นมาบนเวที โค้งงามๆ หนึ่งครั้ง

“คืนนี้ต้องขอขอบคุณ คุณนงราม ผู้แสนจะใจดีของพวกเรา และคุณภาวินี หลานสาวผู้สวยดุจนางฟ้า ที่ทำให้พวกเราได้กินฟรี ดื่มฟรีตลอดทั้งคืน...ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ!!”

นักดนตรีรับมุก เล่นเพลง ‘เจ้าภาพจงเจริญ’ ทันที ทำให้บรรยากาศสนุกมากยิ่งขึ้น แขกเหรื่อทั้งหัวแดงหัวดำเริ่มหาคู่เต้นรำ แขกหลายคนโค้งเชื้อเชิญพนักงานสาวๆ ออกไปเต้นรำยึกยักที่ฟลอร์ชั่วคราวด้านหน้า ซึ่งพวกนางหลายคนก็ไม่ปฏิเสธ

...เกือบทุกคนหาความสุขเต็มที่ในคืนพิเศษ ซึ่งจัดปีละไม่กี่ครั้ง


ห้าทุ่มกว่า งานเลี้ยงยังไม่เลิก แต่แขกที่ยังเฮฮาอยู่ ส่วนใหญ่เมาแอ๋ นงรามกับรสรินกลับไปพักตั้งแต่ชั่วโมงก่อน ปล่อยให้เมธาวีรับผิดชอบคอยดูแลภาวินี...แต่ตอนนี้สองสาวอยู่ในสภาพมึนเมาทั้งคู่

เมธาวีพยายามประคับประคองร่างของภาวินี ด้วยการโอบเอวบางไว้ ขณะที่ยกลำแขนเรียวของอีกคนคล้องคอของเธอเพื่อกลับเรือนสีรุ้งอย่างทุลักทุเล โซเซซ้ายขวาเกือบล้มจับกบหลายรอบ แต่สุดท้ายก็รอดปลอดภัยเข้าไปในห้องพักจนได้

“จา ดื่ม อีก...” หล่อนพึมพำครึ่งหลับครึ่งตื่น

“ชะ ช้า ค่ะ” คนที่มึนน้อยกว่าเตือนเป็นระยะ

ที่จริงแล้ว เมธาวีไม่ได้อยากดื่มแอลกอฮอล์ แต่เป็นเพราะร่างบางบอกว่า ‘หากไวน์ไม่หมดขวด จะไม่กลับ’ เชฟสาวเห็นท่าไม่ดี ขืนปล่อยให้หล่อนอยู่นานกว่านี้คงมีเรื่องแน่ เพราะหนุ่มๆ เวียนวนมาเยอะเหลือเกิน เธอจึงช่วยดื่มไวน์ประมาณ ๑ ใน ๔ ขวด...ประมาณครึ่งหนึ่งของหล่อน

ด้วยความที่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้สร่างเมา เมธาวีก็เลยยังคงครองสติของตัวเองได้อยู่

ภาวินีสะดุดพรมหน้าเตียงใหญ่ทำให้ล้มลงไปบนฟูกนอนหนา รั้งให้เมธาวีเสียหลักล้มลงทับไปบนร่างของตนเอง หล่อนหัวเราะคิกคักไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร น้ำเมาทำให้เส้นตื้นกว่าปกติมาก

“เป็น อะไร หรือเปล่าคะ?” เชฟสาวถาม ก่อนพลิกตัวออกจากบนร่างของหล่อน

“ม่าย เป็น ไร...” ตอบพร้อมส่ายหน้า หลับตาพริ้ม แล้วเอ่ยถามสิ่งที่คาใจมาทั้งวันออกมาด้วยเสียงอู้อี้ “ถามจริง...ไปหัดจูบ...มาจากไหน?”

“คนที่...เคยคบ เมื่อนานมาแล้ว” เมธาวีตอบเสียงแผ่ว คนที่เคยอยู่ในหัวใจและทิ้งรอยแผลไว้ให้เป็นที่ระลึก

“ป้อง เหรอ?” สาวสวยถามต่อเสียงยานคาง ด้วยความอยากรู้

“ไม่ใช่...” คนที่เมาน้อยกว่าตอบ “เมไม่ได้ชอบป้อง...แบบนั้น”

ภาวินีลืมตา แล้วเอียงหน้ามองคนนอนหงายที่ไหล่แทบจะเกยกัน

“แล้วน้องเม ชอบ คราย?”

เมธาวีพลิกตัวนอนตะแคง สบนัยน์ตาคู่คมกริบของอีกฝ่าย ที่ตอนนี้ดูหวานเยิ้มมีประกายวิบวับแปลกๆ ซ่อนอยู่ในนั้น

“คุณภาอยากรู้?”

“อือ...” หล่อนครางตอบรับเสียงต่ำในลำคอ

เชฟสาวไม่ตอบ วงหน้าปรากฏยิ้มหวานน้อยๆ ก่อนยกปลายนิ้วชี้ลูบไล้ปลายคางมนเรียวของหล่อนไปมาอย่างสนิทสนม

สาวสวยไม่ได้ถอยหนีสัมผัสนั้น พริ้มตาลงเอียงหน้าเล็กน้อย พลางส่งเสียงครางเบาๆ ในลำคอเรียว เหมือนพึงพอใจ

สาวร่างสูงถือวิสาสะใช้ปลายนิ้ว เลื่อนลงสัมผัสยังลำคอเรียวระหงของคนตรงหน้าที่ดูจะเปิดทางสะดวกให้ ก่อนเลื่อนขึ้นอย่างช้าๆ อ้อยอิ่งไปยังปลายคาง วกต่อไปยังแก้มเนียนนุ่ม และริมฝีปากเรียวบางแสนสวยของหล่อนอย่างระมัดระวัง

ภาวินีลืมตามองจ้องเมธาวีด้วยความรู้สึกบางอย่าง เผยอริมฝีปากบางเล็กน้อยแล้วทำบางสิ่งที่อีกคนคิดไม่ถึง ด้วยการขยับปลายลิ้นเรียวแตะกับปลายนิ้วของเมธาวีเหมือนยั่วเย้า

เชฟสาวตัดสินใจเคลื่อนนิ้วเข้าไปจ่อปากของหล่อน ก็ถูกภาวินีดูดดุนปลายนิ้วเล่น ด้วยอากัปกิริยายั่วยวนหยอกล้อ ทำเอาเมธาวีแทบควบคุมตัวเองไม่ไหว จึงชักมือออกจากริมฝีปากบางนั้น

สายตาคมของภาวินีเหมือนมีมนต์สะกดดึงดูด เมธาวีโน้มตัวต่ำเข้าไปใกล้ร่างของคนตรงหน้า ประทับจูบเบาๆ ที่หน้าผากมนเนียน แล้วเลื่อนลงไปจูบที่คิ้วโค้งเรียวดุจคันศรทั้งสอง จุมพิตเปลือกตาทั้งคู่ที่พริ้มปิด ก่อนเลาะต่ำลงมาจูบเบาๆ ที่ปลายจมูกโด่งรั้นของหล่อน

ทั้งคู่รับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน ที่เจือกลิ่นไวน์จางของอีกคนปะทะใบหน้าของตนที่ห่างแค่ไม่ถึงนิ้ว

เชฟสาวได้ยินเสียงถอนหายใจยาวอย่างมีความสุขของภาวินี จึงใช้ปลายจมูกแตะดุนปลายจมูกของคนข้างล่างเหมือนลูบไล้ทักทาย

“คุณ...ภา” พึมพำเรียกชื่ออีกคนแบบเพ้อๆ ซ้ำกันหลายครั้ง

และแล้วหล่อนไม่ยอมตกเป็นฝ่ายตั้งรับฝ่ายเดียวอีกต่อไป บิดหน้าเล็กน้อยเปิดทางให้ริมฝีปากถูกแตะต้องบ้าง

เมธาวีนึกแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้หลบหลีก...ยินดีรับคำเชื้อเชิญนั้น

ทั้งคู่ประกบริมฝีปากกันเบาๆ เหมือนทักทาย ขยับไปมาอ้อยสร้อย รุกเร้ามากขึ้นแต่ไม่รุนแรง พอเมธาวีจะถอยห่าง ภาวินีกลับโน้มตัวขึ้นตามติดไม่ยอมแยกจาก ยกสองแขนเรียวกอดรัดต้นคอของเชฟสาวไว้ ประหนึ่งเกรงสัมผัสจะขาดตอน

สองสาวจูบกันอย่างลึกซึ้งดูดดื่มเร่งเร้าจังหวะมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น หายใจดังราวกับเพิ่งออกกำลังหนักๆ มา อุณหภูมิในห้องเริ่มอุ่นจนเกือบร้อน

เมธาวีส่งปลายลิ้นซนแตะริมฝีปากล่างของภาวินี และอีกฝ่ายก็เต็มใจเปิดรับโดยมิได้อิดออด จุมพิตที่เคยแผ่วเบาร้อนแรงขึ้น เมื่อลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวตวัดรัด ผลัดกันรุกผลัดกันรับ อย่างไม่มีใครยอมให้ใคร ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ขึ้น จนหายใจเกือบไม่ทัน และเป็นภาวินีที่ผละออกห่างก่อน

หล่อนยอมรับในใจว่า จุมพิตของเมธาวี...ได้ปลุกความรู้สึกโหยหิวมากมายในกายให้ตื่นขึ้นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างบางกำลังจะสูญเสียความควบคุมตนเองอย่างสิ้นเชิง

เมธาวีจ้องใบหน้าสวยที่ขึ้นสีเรื่ออย่างหลงใหล ก่อนลดใบหน้าลงต่ำซุกไซ้เข้าข้างแก้มเนียน ลัดเลาะไปจูบที่ริมใบหูเล็กๆ ของหล่อน แล้วงับขบเบาๆ ทำให้หล่อนเสียวซ่าน หลุดครางออกมาอย่างลืมตัว

“อา...นะ น้องเม”

กระแสเสียงของภาวินีไพเราะจับใจ…เมธาวีอยากได้ยินอีก จึงกดปลายจมูกซุกไซ้ไปยังหลังใบหู ละเรื่อยต่ำลงมาจนถึงข้างแก้มเนียนแล้วจูบเบาๆ ก่อนใช้ปลายจมูกและริมฝีปากประทับจูบต่ำมายังซอกคอระหง ขยับมือซุกซนลูบไล้ช่วงหน้าท้องแบนราบของหล่อนเล่น

สาวสวยครางออกมาเป็นระยะ นอนตัวงอบิดเร่าอยู่ใต้ร่างของเชฟสาว เมื่อไฟสวาทกองโตได้ถูกจุดติดขึ้น ทำเอาคนไร้ประสบการณ์ถึงกับอ่อนเปลี้ยจนปัญญาที่จะรับมือไหว

ยิ่งตอนฝ่ามือร้ายกาจลูบไล้เข้าไปใต้เสื้อชั้นใน เพื่อแตะต้องเนินอกขนาดเกินอุ้งมือของหล่อน มือรู้งานนั้นลูบไล้ยอดอกแค่เบาๆ ภาวินีก็ป่วนปั่นแทบขาดใจ ขณะที่ริมฝีปากอุ่นของเชฟสาวยังคงจูบซุกไซ้ที่ลำคอบ้าง ประกบจูบบ้าง ทำเอาหล่อนร้อนเร่าอ่อนระทดระทวยไปหมด

ไม่ว่าตรงไหนที่เมธาวีแตะต้อง ล้วนส่งผลต่อหล่อน ไม่มากก็น้อย ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ความปรารถนาแบบนี้...มันช่างเร้าใจเหลือเกิน

จนสุดท้าย ภาวินีที่มีความต้องการบางอย่างมากมายจนทนไม่ไหว แทบสร่างเมาเป็นปลิดทิ้ง ต้องยอมเอ่ยปากอ้อนวอนออกมา

“ดะ ได้โปรด...”

“ได้โปรดอะไรคะ?” สาวร่างสูงกระซิบถามข้างหู ต้องการได้ยินคำขอจากปากของอีกคนชัดๆ ไม่อยากทำอะไรที่ฝืนใจกัน

“ยะ...อย่าทรมาน กันสิ” ตัดพ้อต่อว่าออกมาตัวสั่นเทา รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังแกล้งทรมานหล่อน

“คุณภาอยากได้อะไรคะ? บอกให้เมฟังสิคะ...เมจะได้ทำถูก” คนพูดไม่พูดเปล่า ใช้มือซนบีบนวดเฟ้นอกอิ่มของหล่อนอีกต่างหาก ทำเอาคนอยู่ข้างล่างถึงกับคิดอะไรไม่ออก ได้แต่นอนบิดตัว และส่งเสียงครางยาวอย่างมีความสุขออกมา

เมื่อเห็นว่าสาวสวยไม่ตอบ เชฟสาวจึงยกขาข้างหนึ่งพาดเข้าไปยังหว่างขาของอีกฝ่าย สัมผัสยังจุดกลางตัวที่แม้จะมีกางเกงยีนขวางกั้น แต่ก็ยังคงส่งผลรุนแรงกับภาวินี

หล่อนเม้มริมฝีปากแน่น แหงนคอเรียวหงาย เพื่อข่มความต้องการที่พวยพุ่งขึ้นสูงอย่างกะทันหัน แล้วครางยาวออกมาอีกหน

“อ่า...”

“ว่าไงคะ?” ปากเอ่ยถาม พร้อมกับขยับท่อนขาไปเรื่อยๆ

ร่างบางเผลอขยับเอวตอบรับโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกป่วนปั่นเพิ่มทวีขึ้นจนเกินจะทานทน ต้องส่ายหน้าไปมาเหมือนเจ็บปวด สองมือเรียวกำผ้าปูที่นอนแน่น เพื่อลดความร้อนรนในกาย...แต่ช่วยไม่ได้มากนัก

“ช่วยพี่ด้วย...น้องเม อา...” เป็นครั้งแรกที่หล่อนแทนตัวเองว่า ‘พี่’ กับเมธาวี

“พี่ภา อยากให้เมช่วยอะไรคะ?” สาวร่างสูงยังคงแกล้งต่อ แต่ในใจอดสงสารไม่ได้ เมื่อเห็นวงหน้าสวยมีสีแดงเข้ม บ่งบอกถึงความต้องการที่มากล้น ใกล้จะแตะขอบสวรรค์อยู่รอมร่อ “หากอยากให้เมช่วยตรงไหน? จับมือเมไปวางตรงนั้นก็ได้ค่ะ”

ความอับอายทำให้ภาวินีลังเล แต่สุดท้ายก็จับมือของเมธาวีไปวางเหนือตำแหน่งสำคัญกลางตัวของตน โดยเบือนหน้าเฉมองไปทางอื่น

“ที่นี่เหรอคะ?” เชฟสาวกระซิบถามเสียงแหบพร่า

สาวสวยหลับตาพริ้ม พยักหน้าน้อยๆ เป็นคำตอบ...อายจนไม่รู้จะอายอย่างไรแล้ว

เมื่อรู้จุดประสงค์ เมธาวีก็ตั้งใจจะตอบสนองอย่างถึงอกถึงใจ ก้มหน้าลงจูบหล่อนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ขณะที่มือยาวปลดตะขอกางเกงยีนรูดซิป แล้วสอดส่ายปลายนิ้วผ่านเข้าไปสัมผัสกับ ‘เนื้อใน’ ของอีกฝ่าย

“อา...”

ภาวินีแอ่นตัวงอขึ้นตอบรับ สองแขนโอบกอดเมธาวีแน่น เหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้ายของชีวิต

เพียงไม่กี่นาที หล่อนก็ต้องตัวสั่นเทา ครวญคราง กระตุกอย่างแรงหลายครั้ง แล้วกรีดร้องออกมา สมองว่างเปล่าขาวโพลนกับสัมผัสที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิต ภาวินีหายใจหอบเหนื่อยจนตัวโยน ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัว ทำได้แค่หลับตาแน่น...สุขสมกับบทรักแรกในชีวิต

“ขอโทษนะคะที่ทำแบบนี้ แต่เมชอบคุณภาค่ะ ชอบมาตั้งนานแล้ว”

เชฟสาวกระซิบบอกข้างหู พร้อมกอดร่างที่สั่นสะท้านหลังพายุพัดผ่าน จ้องวงหน้าสวยของภาวินีที่ยังคงมีอาการ After Shock

สาวร่างสูงเกิดความรู้สึกวาบหวามไม่น้อย หลังยกปลายนิ้วขึ้นเชยชิมรสชาติเฉพาะของหล่อน ที่หอมอร่อยยิ่งกว่าอาหารใดๆ ที่เธอเคยทานมา กระตุ้นความกระสันอยากในกายเมธาวีให้พุ่งพรวด อดใจไม่ไหวอยากต่ออีกสักรอบสองรอบ

เธอรั้งร่างอีกฝ่ายให้ขึ้นมานั่ง เพื่อถอดอาภรณ์ส่วนบนที่เกะกะออก อยากเห็นเรือนร่างงดงามเต็มตา

“อย่าค่ะ...” หล่อนพยายามปัดป้องยื้อยุดเท่าที่ทำได้ แต่ค่อนข้างจะไร้ประโยชน์ ในตอนนี้แทบไม่มีกำลังเอาเสียเลย

ร่างสูงไม่สนใจคำค้าน เพียงชั่วครู่ผ้าผ่อนทั้งหมดของหล่อนถูกปลดเปลื้องโยนลงข้างเตียง แล้วเมธาวีก็จัดการถอดเสื้อผ้าของตนออกบ้าง เพื่อปรนเปรออีกฝ่าย แล้วเคลื่อนตัวเข้าไปคร่อมร่างอีกคนไว้ ก้มหน้าลงหมายจะลิ้มรสริมฝีปากบางตรงหน้า...แต่พลาด

“น้องเม...พี่ยังไม่...”

ภาวินีพยายามห้ามปรามและถอยหนี

แต่เมธาวีไม่สนใจยังคงลุกไล่ต่อเนื่อง เพียงไม่นานคนปฏิเสธก็โอนอ่อน ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี บทรักบทที่สอง สาม สี่ตามมาติดๆ

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะเจ้าหญิง” เมธาวีกล่าวอย่างอ่อนโยน แล้วจุมพิตที่หน้าผากมนของหล่อนเบาๆ เหมือนเช่นที่เคยทำมาหลายคืนก่อน

“ราตรีสวัสดิ์น้องเม” ภาวินีตอบเสียงอ่อนล้า ไม่มีแรงแม้แต่จะลืมตา ปล่อยให้อีกฝ่ายตระกองกอดจากด้านหลัง

'ตอนนี้ภาวินีรู้แล้วว่า เมธาวีไม่ได้จูบเก่ง...แค่อย่างเดียว'

OoXoO

เป็นอันว่าไรท์ลงครบ ๑๗ ตอนตามสัญญาแล้วนะคะ
ส่วนตอนเช้าสองสาวจะทำอย่างไร? ...คงต้องไปติดตามต่อใน MEB นะคะ

ขอบคุณที่ทำให้ Believe...Again? ติด Top Paid #4 ของทุกหมวดใน MEB ในวันที่ 24-26 ก.พ. 58 ...ทำเอาไรท์ยิ้มหน้าบาน ตื่นเต้นสุดๆ อิอิ ได้สถิติใหม่แซง Again? ที่ทำไว้ปีที่แล้ว

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม และเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ

นาง

OoXoO

Trailer บางส่วนในเรื่องนี้


“ภาไม่คิดว่า ถ้าคบกันเราจะไปกันตลอดรอดฝั่ง ภาแทบไม่รู้จักน้องเมเลย เรื่องความรักคงไม่ต้องพูดถึง...”


“ภาไม่ยอมรับเรื่องคืนนั้น ภามองเมธาวีเป็นแค่น้องสาวค่ะ” ยืนยันกระต่ายขาเดียว

--X--

เมธาวีเงยหน้าจากหนังสือในมือ สังเกตเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของหล่อน จึงเฉมองไปยังผู้ชายที่ยืนเผชิญหน้ากับภาวินี เชฟสาวนั่งนิ่งตัวเกร็ง หายใจไม่ทั่วท้อง แม้จะไม่รู้จักตัวจริง...แต่เธอรู้ว่าเขาเป็นใคร

'คุณพีระ...'

สิ่งที่เมธาวีกังวลที่สุดกำลังเกิดขึ้นตรงหน้า ‘อดีตคู่หมั้น’ ของหล่อน มาเพื่อทวง ‘ตำแหน่ง’ คืน

OoXoO




 

Create Date : 29 มีนาคม 2558
1 comments
Last Update : 29 มีนาคม 2558 23:04:01 น.
Counter : 1301 Pageviews.

 

 

โดย: เดล (สมาชิกหมายเลข 2560276 ) 30 เมษายน 2560 2:34:57 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.