ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2560
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 พฤษภาคม 2560
 
All Blogs
 

รักออกฤทธิ์! Seductive Smile! บทที่ ๑๖ (YURI)



๑๖

แพ้

แพ้ทางเธอเหมือนโดนมนตร์สะกด

แพ้ไปหมดทุกอย่างที่ปากกล้า

แพ้หัวใจตัวเองเจ็บยิ่งกว่า

แพ้คำว่ารักจากเธอฉันจำนน.

บ่ายอีกวัน พิมพ์อัปสรมาซ้อมเดินที่ห้องทำงานของสินาถในชุดนักศึกษาหากแต่วันนี้เจ้าของห้องพยายามเว้นระยะห่าง กับนางแบบมือ ใหม่อย่างเห็นได้ชัดไม่ใช่เธอไม่อยากเข้าใกล้ หากแต่ไม่อยากให้หล่อนรังเกียจจนหนีหายไปต่างหาก

ซึ่งการทำแบบนี้เท่ากับเป็นการทรมานตัวเองชัดๆแต่สินาถไม่รู้จะทำอย่างไรดี?...ปล่อยก็เจ็บ ไม่ปล่อยก็เจ็บ

“เชิดหน้าขึ้นนิดนึงค่ะ” เธอเปรยขึ้น หลังมองหล่อนเดินรอบแรกแบบไม่ค่อยมั่นใจนักก่อนบอกแบบฝึกหัดต่อไป “สุดกำแพงแล้ว หมุนตัวมายกมือซ้ายเท้าสะเอวด้วยนะคะ”

พิมพ์อัปสรทำตามที่คนตรงหน้าบอกอย่างน้อยวันนี้หล่อนก็ย่างก้าวได้ดีกว่าเมื่อวานเล็กน้อย

ทำได้ ต้องทำได้สิพิมพ์

ย้ำกับตัวเองเพื่อเรียกความมั่นใจให้เต็มร้อย หล่อนอยากทำได้ให้สินาถพอใจแม้จะไม่ง่ายแต่ทำเต็มที่ เพื่อลบคำสบประมาท

...ใต้ฟ้านี้ ไม่มีอะไรยาก ถ้าตั้งใจจริง

ทำไมหน้าพี่นาถถึงดูซีดๆเหมือนนอนน้อย

พิมพ์อัปสรคิดในใจ หลังสังเกตเห็นหน้าคมชัดๆตอนจะเดินสวนกับสาวร่างสูง จนทำให้เสียสมาธิ ปลายรองเท้าสะดุดกับพรมจนซวนเซ

“อุ๊ย!”เสียงหวานหลุดอุทานออกมาอย่างตกใจ

ทันใดนั้น สินาถก้าวพรวดไปรั้งเอวของนางแบบสาวไว้เสียก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บ ทำให้อีกคนซุกหน้าเข้าที่ซอกคอของเธอ ไม่ต่างจากการกอดกันนัก

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” เสียงนุ่มของร่างสูงถามอย่างเป็นห่วงสองแขนยังคงกอดเอวหล่อนเอาไว้ไม่อยากปล่อย

ก้อนเนื้อในอกพิมพ์อัปสรทำงานหนักโดยอัตโนมัติเลือดสาวสูบฉีดแรงจนร้อนรุ่มไปทั้งตัว ลมหายใจติดขัดกะทันหัน ตัวเกร็งแข็งทื่อ แต่ไม่ได้คิดรังเกียจหากแต่สัมผัสได้ถึงความปลอดภัยและอบอุ่นในวงแขนที่แสนจะคุ้นเคยนี้

จะตื่นเต้นอะไรนักหนา!

“มะ ไม่ค่ะ” พิมพ์อัปสรตอบเสียงสั่นๆรับรู้ได้ถึงเจตนาดีของคนตรงหน้าที่ไม่ได้คิดล่วงเกินอะไร

“ระวังหน่อยนะคะ ถ้ารองเท้าพลิก ข้อเท้าอาจจะเคล็ดได้”ร่างสูงกล่าวเตือน ไม่อยากให้คนตรงหน้าต้องเจ็บแม้แต่น้อย

นางแบบสาวยังคงไม่หายตื่นเต้นลงเท่าไหร่การอยู่ใกล้เธอคนนี้มีผลกับหัวใจมากมายกว่าที่คิด

“เอ่อ ค่ะ”

“ยืนดีๆ นะคะ” สินาถค่อยๆ คลายวงแขนให้นางแบบสาวเป็นอิสระด้วยไม่มั่นใจตัวเองนักว่า จะทานทนความหอมหวานของหล่อนได้ กลัวทำอะไรรุ่มร่ามออกมาอีกแค่นี้ก็ห้ามใจลำบากจะแย่อยู่แล้ว

“ขอบคุณนะคะ...พี่นาถ” พิมพ์อัปสรเอ่ยขึ้นอย่างซาบซึ้งเมื่อยืนเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายในระยะประชิด

หืม?

แม้หล่อนจะเรียกชื่อของเธอเสียงเบากว่าปกติทว่าสินาถได้ยินชัดเจนทั้งสองหู เป็นถ้อยคำที่ไพเราะมากสำหรับสาวร่างสูงจนทำให้เธอยกยิ้มสวยเป็นครั้งแรกของวันออกมาได้หลังจิตตกอารมณ์ไม่ดีมาเกือบตลอดช่วงเช้าของวันนี้

คนอะไรยิ้มสวยชะมัด!

พิมพ์อัปสรอดที่จะนึกชมไม่ได้ แล้วแย้มยิ้มออกมาบ้าง

สองสาวสบสายตากันหลายวินาที ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันแค่คืบและขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นเหมือนมีแม่เหล็กดึงดูด ลมหายใจอุ่นรดรินอีกฝ่ายระยะห่างสองหน้าเหลือไม่ถึงคืบแต่ไม่ทันที่เรียวปากทั้งคู่จะสัมผัสแนบชิดกัน

ผัวะ!

ประตูห้องถูกผลักเปิดเข้ามาขัดจังหวะโดยแขกไม่ได้รับเชิญ

“พี่นาถคะ” รมยากรเรียกชื่อเจ้าของห้องและชะงักค้างเมื่อเห็นภาพสองคนในห้องเหมือนจะจูบกันเต็มตา

กำลังทำอะไรกัน?

แม้นึกสงสัยแต่ไม่คิดกระโตกกระตากออกไปด้วยรู้ดีว่าสินาถไม่ชอบคนช่างโวยวายปากมาก จึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

บ้าเอ๊ย!

สินาถรีบผละออกห่างจากพิมพ์อัปสรทันที เหลียวมองนางแบบของยุพาขุ่นเคืองที่ถูกขัดใจแต่ปั้นหน้าให้เป็นปกติในชั่วพริบตา ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“มีอะไรเหรอรม?”

ส่วนร่างบางเม้มริมฝีปากอุ่นนึกตกใจกับการกระทำของตัวเองที่เหมือนจะสมยอมไปกับการจูบที่เกือบจะเกิดขึ้นอย่างหวุดหวิดจนเผลอยกมือป้องปากตัวเอง

เมื่อกี้ฉันเกือบจูบ...เฮ้อ!

ไม่รู้จะขอบคุณรมยากรดีหรือเปล่า?...ที่เข้ามาช่วย

หล่อนชำเลืองมองแขกแวบหนึ่งก่อนเฉมองไปทางอื่นด้วยความกระดากอาย นึกกลัวว่าอีกคนจะเดาได้ว่าเมื่อกี้กำลังจะมีอะไรเกิดขึ้น

นางแบบดีกรีดาวคณะก้าวไปคล้องแขนของผู้จัดการสาวเหมือนแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แล้วพูดอ่อนหวานคล้ายอ้อนๆ

“น้าวิให้มาเรียกพี่นาถไปพบค่ะ”

“ขอบคุณนะรม” สินาถพยักหน้ารับรู้ แล้วหันมาทางนางแบบของตน“ไปด้วยกันค่ะน้องพิมพ์”

หืม!

คนถูกชวนทำหน้าตื่นกับคำชวนนั้น ไม่ได้อยากมีส่วนร่วมรับฟังวิรากรด้วยแม้แต่น้อย

“น้าวิเรียกพี่นาถคนเดียวนะคะ” รมยากรรีบค้านไม่อยากให้อีกคนไปด้วย

“ไม่เป็นไรค่ะ” สาวร่างสูงไม่สนใจคำทักท้วงเหลียวมองหล่อนที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นทำหน้าเหมือนลังเลใจจึงยื่นมือออกไปตรงหน้าเพื่อให้อีกคนจับ พลางย้ำหนักแน่นเสียงอ่อนโยน “ไปค่ะจับมือพี่รับรองไม่ล้มแน่”

“ค่ะ” หล่อนยื่นมือสัมผัสกับอุ้งมือของสาวร่างสูงด้วยความเชื่อใจ

สินาถพลิกมือเป็นสอดประสานกับมือหล่อนแทน แล้วบีบเบาๆเหมือนบอกความนัยอะไรบางอย่าง ชำเลืองคนข้างตัว และอดที่จะแอบฝันเข้าข้างตัวเองไม่ได้

อยากจับมือแบบนี้กันไปนานๆ จัง

พิมพ์อัปสรอบอุ่นในหัวใจแบบบอกไม่ถูก จนอมยิ้มในหน้า รู้สึกหัวใจพองโตที่ได้รับการเอาใจใส่มากกว่ารมยากร ด้วยมองออกว่ารุ่นพี่คนนี้คิดไม่ซื่อกับสินาถอยู่

แต่หญิงสาวไม่คิดยื้อแย่งแข่งขันเรื่องรักใคร่กับใคร ด้วยมีความเชื่อว่าถ้าหากใครเป็นของหล่อน ก็จะเป็นของหล่อนวันยังค่ำ หากไม่ใช่แย่งมาครองสุดท้ายก็หายไปอยู่ดี

“ก้าวช้าๆ นะคะน้องพิมพ์ ไม่ต้องรีบ” สาวร่างสูงกำชับกับหล่อนอย่างเป็นห่วงไม่อยากให้ส้นสูงพลิกจนเกิดอันตราย เธออยากให้วิรากรเห็นว่านางแบบใหม่พัฒนาขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้

“ค่ะ” พิมพ์อัปสรรับคำเบาๆ

พี่นาถไม่เคยสนใจฉันแบบนี้เลยสักครั้ง

รมยากรเม้มริมฝีปากแน่นที่เห็นสินาถเอาใจใส่พิมพ์อัปสรมากเกินหน้าเกินตา แต่พูดไม่ออกเผลอคลายมือที่เกาะกุมร่างสูงลงแนบตัว

อันที่จริง หญิงสาวมีคำถามมากมายที่จะถามไถ่คนตรงหน้าแต่ไม่กล้าพอที่จะเอ่ยปาก

...พี่นาถมีใครในใจหรือเปล่าคะ?

...ให้โอกาสรมได้ดูแลพี่นาถได้ไหมคะ?

...รมรักพี่นะคะ

ฯลฯ

หากแต่ตอนนี้คงไม่จำเป็นแล้วเพราะเธอได้รับคำตอบเหล่านั้นเรียบร้อย ผ่านทางการกระทำที่ชัดเจนยิ่งกว่าทุกคำพูดแววตาที่สินาถมองถ้าไม่ใช่คนตาบอดต้องดูออกแน่ว่า มองพิมพ์อัปสรลึกซึ้งมากขนาดไหน

แม้จะรู้จักกันมาตั้งแต่อีกฝ่ายเพิ่งเลิกรากับเกตุมณีแต่สาวผมสั้นไม่เคยมองเธอเกินกว่าน้องสาวคนหนึ่ง ทั้งที่มาสมัครเป็นนางแบบ VK Models แต่ยังไม่ยอมรับเป็นผู้จัดการให้อีก เรียกว่าไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตาเลยจริงๆ

ถึงผิดหวังที่สินาถเลือกพิมพ์อัปสร...ไม่ใช่ตน ทว่านางแบบอดีตดีกรีดาวคณะยังไม่อาจตัดใจได้ยังคงแอบหวังว่า จะมีสักวันที่อีกคนหวนกลับ มาหาตนในที่สุด

...แต่ความหวังของเธอช่างริบหรี่เสียจริง

รมยากรได้แต่เดินนำลิ่วออกนอกห้องเพื่อจะได้ไม่เห็นภาพบาดตาบาดใจของสองคนข้างหลังที่เดินเคียงกันไป

เจ็บใจชะมัด!

ขณะนั่งรถกลับด้วยกัน มือถือเครื่องเก่าของหล่อนก็ดังขึ้นหญิงสาวจึงเปิดกระเป๋าเอาออกมาดู ก่อนลังเลว่าจะคุยดีหรือไม่ เป็นสายจากวิทวัสที่หายเงียบไปหลายวัน

ถ้าไม่รับคงงอนอีกยาวแน่ เฮ้อ

พิมพ์อัปสรรู้จักนิสัยของเพื่อนชายดี จึงตัดสินใจกดรับสาย จะได้ไม่หมางใจกันไหนๆ ก็คบกันมานาน

“วิทมีอะไรหรือเปล่า?”

“ก็ไม่มีอะไร วิทแค่อยากจะขอโทษเรื่องวันก่อน” เพื่อนชายกล่าวเสียงอ่อยๆมาตามสาย

“ช่างเถอะ พิมพ์ลืมไปแล้ว”ร่างบางไม่อยากรื้อฟื้นหาเรื่องชวนทะเลาะจึงพูดออกไปแบบนั้น

“เย็นนี้วิทแวะไปหาที่บ้านนะ มีของฝากน่ะ”

“อะไรเหรอ?” หญิงสาวอดที่จะสงสัยไม่ได้

“ขนมของโปรดพิมพ์ไงครองแครง” เขาลงทุนแวะไปซื้อร้านอร่อยเพื่อมาง้อหล่อนโดยเฉพาะ

“จริงเหรอ” พิมพ์อัปสรทำท่าดีใจและยิ้มสวยออกมาเหมือนเด็กๆได้ของเล่นถูกใจ

“เดี๋ยวเจอกันนะ” คนในสายบอก

“อือ บายนะวิท” หล่อนกดวางสายไปโดยไม่ได้รับรู้ปฏิกิริยาของคนขับที่นิ่วหน้าไม่สบอารมณ์นัก

ท่าทางจะรักกันมากเลยนะเนี่ย

สินาถได้แต่คิดแบบเศร้าๆ ด้วยปักใจเชื่อว่าหนุ่มสาวคู่นี้เป็นคนรักกันจริงๆเพราะไม่เคยเห็นหญิงสาวแสดงท่าทีสนิทสนมกับคนอื่นเลย เธอไม่อยากจะไปขวางทางรักใครจึงคิดจะตัดใจจากนางแบบสาวให้เร็วที่สุด ก่อนที่อกจะกัดหนองไปมากกว่านี้

“ไว้วันอาทิตย์ พี่มารับสักหกโมงครึ่งนะคะน้องพิมพ์จะได้เตรียมตัวทันแบบสบายๆ” ผู้จัดการสาวเอ่ยนัดครั้งต่อไปเสียงเรียบไม่แม้จะหันมามองคนนั่งข้างๆ หลังรถคันน้อยจอดเทียบหน้าประตูรั้ว ด้วยไม่อยากเข้าบ้านไปเจอกับวิทวัสเกรงจะปวดรวดร้าวหัวใจมากเกินไป ยามเห็นสองคนใกล้ชิดกัน

...แค่นี้ก็ระบมช้ำชอกในทรวงไม่น้อยแล้ว น้ำใบบัวบกสิบถุงก็ไม่ช่วยอะไร

ไม่พอใจอะไรกันอีก?

พิมพ์อัปสรสัมผัสได้ถึงความบึ้งตึงเฉยชา ที่แผ่ออกมาจากตัวคนขับรถ แต่ไม่รู้ว่าตนทำอะไรให้ร่างสูงขุ่นเคืองจึงอยากปรับความเข้าใจก่อนที่เรื่องจะบานปลายใหญ่โต ไม่สบายใจนักยามที่อีกฝ่ายทำตัวหมางเมินแบบช่วงแรกของวันนี้เป็นความรู้สึกที่ไม่ชินเอาเสียเลย

...หล่อนชอบเวลาที่อีกคนสนใจและตามใจมากกว่า

“พี่นาถคะ” กระซิบเรียกสินาถอ่อนหวานกว่าทุกครั้ง

ได้โปรด! อย่าใช้เสียงแบบนี้กับพี่

นึกครวญครางในใจ ด้วยเกรงจะแพ้ใจตัวเองเผลอกลืนน้ำลายลงลำคออย่างยากเย็น ข่มใจเต็มที่ไม่ให้อ่อนไหวอ่อนแอแล้วเอียงคอไปมองนางแบบสาวด้วยสายตาเศร้าๆ

“มีอะไรคะ?”

“พี่นาถชอบทานแกงมัสมั่นไหมคะ?” นางแบบสาวยิงคำถาม

มัสมั่น?

เธอทำหน้างงกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนตอบรับออกไป

“ค่ะ ชอบมาก”

“งั้นอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนนะคะ”

“เอ่อ...”

“นะคะพี่นาถ” หล่อนใช้โทนเสียงอ่อนหวานชนิดที่ไม่ค่อยจะใช้กับใครบ่อยนัก ลึกๆ ในใจอยากให้อีกคนอยู่ต่ออีกสักนิดก็ยังดี

ไม่ทานได้ไหม

สินาถอ้าปากพะงาบๆ แต่กล่าวปฏิเสธไม่ออกยามสบสายตาคู่สวยชวนมองตรงหน้าที่มองแบบเว้าวอนเหลือเกิน ทำให้เธอใจไม่แข็งพอ

“กะ ก็ได้ค่ะ”

พลาดจนได้สินาถเอ๋ย!

เธอบ่นตัวเองในใจ หลังตกปากรับคำออกไปจึงดับเครื่องยนต์เพื่อเตรียมลงจากรถ

สาวสวยขยับแว่น แล้วผุดยิ้มน้อยๆ ที่ได้คำตอบสมประสงค์

ก็แค่นั้นแหละ

ผู้จัดการสาวกดรีโมทล็อครถ ก้าวตามหล่อนเข้าไปในบ้านอย่างจำใจเมื่อเจอกับพิชิต เธอรีบยกมือทำความเคารพซึ่งเขายิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับอย่างเป็นกันเอง และผายมือเชื้อเชิญให้นั่งที่โซฟาเพื่อสนทนา

“สบายดีไหมครับคุณนาถ?”

“ค่ะคุณอา” ร่างสูงตอบเสียงอ่อยๆ แม้จะมีอาการอกหักระยะแรกกำเริบแต่ปากแข็งเกินกว่าจะยอมรับออกมา

คนฟังสังเกตเห็นขอบตาของสินาถช้ำกว่าหลายวันก่อนดูอิดโรยอ่อนเพลีย เหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอแต่ไม่คิดจะซักไซ้เรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย ด้วยไม่สนิทสนมพอ

เหมือนคุณนาถจะไม่ค่อยสบาย

พิชิตนึกเป็นห่วงผู้จัดการของลูกสาว

“น้ำค่ะพี่นาถ” พิมพ์อัปสรวางแก้วน้ำตรงหน้าแขกพิเศษ

“ขอบคุณค่ะ” สินาถเอ่ยเสียงแผ่ว

สาวแว่นทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างบิดา ปรายตามองร่างสูงแวบหนึ่งก่อนหันกลับไปบอกชายอาวุโส

“วันนี้พิมพ์ชวนพี่นาถอยู่ทานข้าวเย็นด้วยค่ะพ่อ”

“ก็ดีสิ” พิชิตเอ่ยอย่างยินดี แล้วเอียงหน้ามาคุยกับแขกและอดที่จะอวดฝีมือลูกสาวไม่ได้ “เมื่อวานยายพิมพ์เข้าครัวทำแกงมัสมั่นเอง รับรองว่าอร่อยมากเลยครับ”

ทำเป็นด้วย!

สินาถเหลียวสบตากับพิมพ์อัปสรด้วยสายตาทึ่งๆ ไม่คิดว่านอกจากรำสวย หญิงสาวจะมีความสามารถในเรื่องอาหารด้วย มัสมั่นไม่ใช่แกงที่ทำให้อร่อยง่ายๆหากไม่มีฝีมือจริงๆ จัดเป็นสุดยอดแกงที่หักทัพพีแม่ครัวมานักต่อนักแล้ว

ผู้หญิงสมัยนี้มีจำนวนน้อยที่จะเชี่ยวชาญเรื่องอาหารไทยส่วนใหญ่จะถนัดทำอาหารฝรั่ง ไม่ก็เชฟไมโครเวฟหรือไม่ก็เชฟถุงจากตลาดเสียมากกว่า

“โชคดีของนาถนะคะ ที่จะได้ชิมฝีมือน้องพิมพ์” เธอเอ่ยชม

ปากหวานก็เป็นด้วย...ไม่น่าเชื่อ

พิมพ์อัปสรอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ที่สินาถชมหล่อน

“น้าพรเขาสอนน่ะครับ รายนั้นทำอาหารเก่งมาก แต่ไม่ยอมเปิดร้านไม่งั้นคงจะรวยกว่านี้อีก” พิชิตเอ่ยไปถึงพรพรรณ ด้วยน้ำเสียงภาค ภูมิใจไม่น้อย

ท่าทางคุณอาจะชอบน้าพรไม่น้อย

สินาถฟังออกว่า เขาคงไม่ใช่แค่ชอบน้าพรธรรมดาแน่แต่ไม่คิดสอดมือเรื่องของผู้อาวุโส เธอถือว่า ความรักเป็นเรื่องของหัวใจสองดวงไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นควรจะไป ส.ใส่เกือก โดยเฉพาะพวกเสนอหน้าชอบทำตัวเป็นที่ปรึกษาด้านความรักทั้งหลาย...แต่ดันเอาตัวเองไม่รอด

“จัดโต๊ะเลยแล้วกันลูก” พิชิตบอกลูกสาวไม่อยากให้แขกพิเศษต้องรอนานเกินไป

“ค่ะพ่อ”

หล่อนลุกจากเก้าอี้ ก้าวเข้าครัวทำตามคำสั่งทันทีโดยไม่อิดออด

“ขอนาถไปช่วยน้องพิมพ์นะคะ” สาวร่างสูงรีบอาสานึกเกรงใจที่มารบกวนสองพ่อลูก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แป๊บเดียวก็เสร็จ”

กริ๊ง!

แล้วเสียงกริ่งหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้น

“ใครมาอีกละเนี่ย?”

พิชิตชะโงกมองผ่านหน้าต่างไปยังหน้าประตู เห็นวิทวัสยืนเก้ๆกังๆ อยู่พร้อมถุงของในมือหลายใบ เขาชักสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก

มาทำไม?

แต่ในฐานะเจ้าของบ้านก็ต้องต้อนรับ จึงลุกไปเปิดประตูให้ชายหนุ่มเข้ามาโดยไม่แสดงท่าทีรังเกียจจนเกินงาม

วิทวัสยกมือทำความเคารพพิชิตอย่างนอบน้อมทันทีที่เห็นยังไงเสียอีกฝ่ายก็เป็นครูสอนนาฏศิลป์ และที่สำคัญคือเป็นบิดาของหล่อน

“สวัสดีครับครู”

“ไหว้พระเถอะ” ชายสูงวัยรับไหว้ แล้วไขกุญแจเปิดรั้วเอ่ยปากชวนเหมือนที่เคยทำ “เข้ามาสิ มาทานข้าวด้วยกัน”

“ขอบคุณครับ”

วิทวัสเดินตามพิชิตเข้าไปในบ้านแอบสงสัยว่ารถมินิคูปเปอร์ที่จอดอยู่หน้าบ้านเป็นของใคร ได้แต่หวังว่าเขาคงไม่ได้มีศัตรูหัวใจเพิ่ม

ครั้นเห็นสินาถนั่งอยู่ที่ห้องรับแขก หนุ่มหล่ออดที่จะโล่งใจไม่ได้ด้วยเห็นว่าเป็นผู้หญิงและจำได้ว่าเธอเป็นผู้จัดการของพิมพ์อัปสร แต่ไม่เคยสนทนาด้วยสักครั้ง

ค่อยยังชั่วหน่อย ที่แท้ก็ของคุณคนนี้

พิชิตแนะนำให้แขกสองคนรู้จักกันอย่างเป็นทางการ

“นี่คุณสินาถผู้จัดการส่วนตัวของพิมพ์” แล้วหันหน้ามายังอีกคน“ส่วนวิทวัสเป็นเพื่อนสนิทของพิมพ์ครับ”

“สวัสดีค่ะ” / “สวัสดีครับ” ทั้งคู่เอ่ยทักทายแบบไม่เสียมารยาท

ทำไมคุณอาถึงแนะนำว่าหมอนี่เป็นแค่เพื่อนสนิท?

สาวร่างสูงนึกเอะใจ แต่ไม่กล้าโพล่งถามออกมาดังๆ

“นี่ของฝากครูครับ” เขายื่นถุงขนมที่ถือให้คนตรงหน้า

“ขอบใจนะวิท” พิชิตเอ่ยอย่างจริงใจ รับของแล้ววางไว้บนโต๊ะกระจกใกล้ๆ

“เดี๋ยวผมขอไปช่วยพิมพ์ก่อนนะครับ” ชายหนุ่มอาสาใจจริงเขาอยากเจอหล่อนมาก หลังไม่ได้คุยกันหลายวัน

“อือ” พิชิตผงกหัว นั่งลงสนทนากับแขกสาวต่อ โดยเล่าถึงชายหนุ่มคร่าวๆ“นายวิทเป็นเพื่อนกับพิมพ์นานแล้วครับ รำตัวพระสวยมาก”

“เหรอคะ” เออออไปตามเรื่องตามราวใจจริงไม่ได้สนใจอยากฟังเลยสักนิด ยิ่งได้ยินพิชิตชื่นชมวิทวัส เธอยิ่งปวดหน่วงหนักในหัวใจมากขึ้นด้วยเข้าใจว่า ชายหนุ่มคือตัวเก็งว่าที่ลูกเขยของบ้านนี้

...รู้สึกแพ้อย่างไม่มีทางสู้

...แพ้ตั้งแต่ในมุ้ง

ไม่มีหวังหรอกสินาถ

เธอตอกย้ำกับตัวเองด้วยความรู้สึกที่แพ้ราบคาบ

“ถ้าคุณนาถอยากได้รำสวยๆ ไปแสดงที่ไหนก็บอกอาล่วงหน้าสักสองอาทิตย์นะ อาจัดการให้ได้”

“ค่ะคุณอา”

เธออยากให้ศิลปวัฒนธรรมของชาติแพร่หลายออกไป และช่วยเหลือโรงเรียนนาฏศิลป์แห่งนี้ไปพร้อมกัน แม้จะไม่ใช่พวกชาตินิยมแรงกล้าในดีเอ็นเอ

...แต่ก็มีปัญญาไตร่ตรองว่า อะไรควรหรือไม่ควรสนับสนุน

หญิงสาวนั่งคุยกับพิชิตอย่างไม่มีความสุขนักจิตใจลอยล่องตามไปในครัวและจินตนาการภาพความสนิทสนมของพิมพ์อัปสรกับวิทวัสยิ่งทำให้เธอร้อนรนเหมือนมีไฟสุมทรวง

เลิกคิดได้แล้วสินาถ

พยายามบอกกับตัวเอง แต่ใจกลับดื้อรั้น ไม่ค่อยจะยอมเชื่อฟังเอาเสียเลยยังคงฟุ้งซ่านถึงภาพบาดใจไปเรื่อยๆ

“เสร็จแล้วค่ะพ่อ” หล่อนชะโงกหน้ามาบอกหลังเตรียมทุกอย่างเสร็จสรรพ

“ไปครับคุณนาถ” เจ้าของบ้านจึงชวนผู้จัดการสาวไปนั่งร่วมโต๊ะทานอาหารค่ำ

เธอได้แต่ทำตามอย่างว่าง่าย แต่อดที่จะคิดไปในทางลบไม่ได้

มื้อนี้คงเป็นมื้อที่ไม่อร่อยนัก

โต๊ะอาหารของบ้านนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เป็นโต๊ะไม้สักเก่าๆที่นั่งทานได้หกคนพร้อมกันแบบไหล่ชนไหล่ กับข้าวบนโต๊ะมีสามอย่าง คือแกงมัสมั่นผัดผักบุ้ง และไข่เจียวหมูสับร้อนๆ ที่เพิ่งตักขึ้นจากกระทะ

ทั้งสี่นั่งแยกสองฝั่ง พิชิตนั่งด้านเดียวกับพิมพ์อัปสรส่วนสินาถนั่งตรงข้ามกับเขา ขณะที่วิทวัสที่นั่งข้างเธอเอาแต่จ้องใบหน้าของหล่อนอย่างคิดถึงมากมาย

“ลองชิมดูสิครับ มัสมั่นฝีมือยายพิมพ์” ชายอาวุโสเชิญชวนแขกคนสำคัญ

“เอ่อ ค่ะ” สินาถเอื้อมมือใช้ช้อนกลางตักแกงหอมๆ มาราดข้าวแล้วตักเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ ลิ้มรสชาติ ก่อนกลืนลงลำคอไป

ฝีมือดีไม่แพ้ป้าอุ่นเลย

“อร่อยมากค่ะ” ชมออกมาอย่างจริงใจ แล้วหันไปพูดกับหญิงสาว“แบบนี้ทำขายได้สบายๆ เลยนะคะถ้าน้องพิมพ์อยากทำกับข้าวอย่างอื่นก็แวะไปถามนมอุ่นได้ค่ะ นมทำอร่อยมาก”

“ค่ะ” พิมพ์อัปสรรับคำ ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนตักข้าวทานบ้างไม่รู้ทำไมคำชมจากสินาถถึงทำให้หัวใจดวงน้อยชุ่มชื่นเหลือเกิน

ดีใจจังที่พี่นาถชอบ

เจ้าของบ้านชวนผู้จัดการสาวสนทนาเป็นระยะ สลับกับการทานอาหารชวนคุยเรื่องโน่นเรื่องนี้ เขาแทบไม่ใส่ใจเพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นที่นั่งทานเงียบๆเหมือนถูกอกถูกใจสินาถเป็นพิเศษ ทิ้งให้วิทวัสรู้สึกเหมือนตนกลายเป็นหัวหลักหัวตอไร้ตัวตนโดยสิ้นเชิง

ทำไมต้องโอ๋กันนักหนากะอีแค่ผู้จัดการส่วนตัว

ชายหนุ่มนึกหมั่นไส้ที่ถูกพิชิตมองข้าม และน้อยใจที่พิมพ์อัปสรไม่ค่อยสนใจเขาเท่าที่ควรทั้งที่ไม่เจอกับหล่อนตั้งหลายวัน

หนุ่มหล่อคิดจะลองใจอีกฝ่ายด้วยการหลบหน้าแบบเจตนาด้วยคิดว่าหากหญิงสาวมีใจรักชอบเขา ก็น่าจะเป็นฝ่ายง้อก่อน แต่ครั้งนี้ผิดแผนนอกจากพิมพ์อัปสรจะไม่สนใจเขาเหมือนเดิม ยังทำตัวเหินห่างกว่าเดิมเสียอีก

จริงๆ วันนี้วิทวัสตั้งใจจะขอคบหากับเพื่อนสาวอย่างเป็นทางการเขารู้สึกไม่ดีนักหลังรู้ว่าพิมพ์อัปสรเป็นนางแบบเกรงจะสูญเสียคนที่แอบรักมานานให้กับคนอื่น จึงคิดจะผูกมัดหล่อนเอาไว้ก่อนเพื่อความสบายใจ

หลังทานมื้อค่ำเสร็จ พิชิตยังคงชวนสินาถไปคุยต่อที่ห้องรับแขกเปิดโอกาสให้วิทวัสได้อยู่กับหล่อนตามลำพังในครัวขณะที่สาวแว่นกำลังง่วนกับการล้างจานชาม หนุ่มหล่อที่ยืนช่วยอยู่ข้างๆ ก็เปรยขึ้น

“เรารู้จักกันนานแล้วใช่ไหมพิมพ์?”

“ใช่ น่าจะหกเจ็ดปีได้” หล่อนตอบโดยไม่ได้หันมองคนถามเลยด้วยซ้ำ ยังคงขยับสองมือล้างจานที่เปื้อนฟองให้สะอาดทีละใบเสร็จแล้วส่งให้วิทวัสวางเรียงในถาด เพื่อผึ่งลมให้แห้ง

“วิทเป็นคนดีไหมในสายตาของพิมพ์?” เขาถามต่อ

คนฟังเอียงคอมองชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ

ถามแปลกๆ

“วิทเป็นคนดีใช้ได้เลยล่ะ ไม่งั้นพิมพ์คงไม่คบนานขนาดนี้”

จริงเหรอ!

วิทวัสผุดยิ้มออกมา ดีใจมากที่เป็นคนดีในสายตาของหล่อน รับจานที่อีกคนยื่นมาวางเรียงในถาด

“ถ้างั้นพิมพ์ก็ไม่รังเกียจวิทใช่ไหม?”

หญิงสาวชะงักสองมือ นึกแปลกใจกับคำถามแปร่งหูจึงหันไปมองใบหน้าของเพื่อนชายตรงๆ

“พิมพ์เคยรังเกียจวิทด้วยเหรอ”

“ไม่รังเกียจ?”

“ไม่นี่” หล่อนตอบแบบซื่อๆ

แปลว่ายอมรับวิทสินะ

ชายหนุ่มเข้าใจผิดคิดว่านั่นคือการตอบรับจึงขยับตัวเข้าไปใกล้ขโมยจูบเรียวปากคู่สวยที่เฝ้าฝันอยากสัมผัสมาเนิ่นนาน

พิมพ์อัปสรเบิกตาโตกว้างที่โดนฉวยโอกาสทีเผลอตกใจสุดขีดที่เพื่อนชายล้ำเส้นแบบนี้

เฮ้ย!

หลังตั้งสติได้ หล่อนยกมือผลักไหล่ของอีกคนเต็มแรง แต่ความที่เขารูปร่างสูงใหญ่จึงไม่สะดุ้งสะเทือนนักแค่ถอยหลังไปสองสามก้าว

พิมพ์อัปสรยกหลังมือแตะริมฝีปากของตนทันที ในใจลึกๆรู้สึกขยะแขยงกับสัมผัสของเพื่อนชายอย่างบอกไม่ถูกแม้จะเป็นแค่เพียงไม่กี่วินาทีก็ตาม

...เป็นจูบที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากจูบของสินาถเกินบรรยาย

เพื่อนที่ไหนทำแบบนี้...บ้าหรือเปล่า!

เมื่อร่างบางไม่ต่อว่าต่อขานอะไรออกมา วิทวัสจึงเข้าใจผิดคิดว่าอีกฝ่ายคงเขินอายไม่ชินกับเรื่องแบบนี้ นึกตีความไปฝ่ายเดียวว่า

...หล่อนยอมเป็นแฟนเขาแล้ว

ในที่สุดพิมพ์ก็ใจอ่อนซะที ดีใจชะมัด

ชั่วเวลาเดียวกันนั้น หญิงสาวเห็นการเคลื่อนไหวแวบๆ ที่หางตาจึงเหลือบมองไปเห็นใครบางคนยืนหน้าบึ้งอยู่ตรงประตู แล้วหันหลังเดินหนีไปทำให้หัวใจหล่อนแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม

พี่นาถ!

OoXoO

ขอบคุณที่กรุณาติดตามกันมาจนถึงตอนนี้ ถ้าสนใจคงต้องติดตามต่อใน E-book หรือหนังสือแล้วนะคะ

หนังสือเรื่องนี้ยังสั่งได้ค่ะ เหลืออีกไม่กี่เล่ม ส่วนเรื่องอื่นก็เหลือแค่ 3 เรื่องค่ะ สนใจดูได้ที่หน้า 'สินค้า' ค่ะ หากอยากอ่านอีบุคก็ผ่าน MEB ลิงค์ทางขวามือค่ะ

เรื่องใหม่ได้เริ่มเขียนไปแล้วบางส่วน คาดว่าอีกไม่นานน่าจะเสร็จค่ะ

ขอบคุณที่อุดหนุน ถ้าชอบอย่าลืมบอกต่อด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

นาง

OoXoO





 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2560
1 comments
Last Update : 11 พฤษภาคม 2560 18:28:01 น.
Counter : 1076 Pageviews.

 

สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ

 

โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 23 สิงหาคม 2560 17:31:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.