Group Blog
กันยายน 2562

1
2
3
4
6
7
9
10
12
13
15
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
20 กันยายน 2562
Closer บทที่ 16 (Yuri)

๑๖

 

“เดี๋ยวถึงที่พัก ขอคุยด้วยหน่อยสิ” คมกริชเดินมาบอกเพื่อนสาว ต่อหน้าต่อตาธัญชนก ขณะที่รถบัสยังแล่นอยู่

เรื่องอะไร?

ชวารีทำหน้างง แต่ก็พยักหน้า เพราะเข้าใจว่าคงเป็นเรื่องสำคัญ

“ได้”

“แล้วค่อยคุยกันนะ”

“อือ”

พอหญิงสาวรับคำ ชายหนุ่มก็เดินกลับไปยังที่นั่งของตน ซึ่งห่างไปหลายแถว

เขานึกเอะใจคำใบ้แปลกๆ ของฐากร ที่เปรียบเปรยเรื่องแมวกับปลาย่าง จึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะคุยเรื่องนี้กับเพื่อนสาวให้จบ โดยไม่คิดที่จะคาดคั้นเอาคำตอบเดี๋ยวนี้

ชายหนุ่มรู้จักนิสัยของเธอดีว่า ไม่ชอบการบังคับเคี่ยวเข็ญ

แต่คมกริชอยากให้สาวร่างสูงพิจารณาตน ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่อยากจะอยู่ดูแล และร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปจนตลอดชีวิต ชายหนุ่มมั่น ใจว่า เขาพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อความสุขของชวารี และเพื่ออนาคตของเรา

นัดคุย...เรื่องอะไร?

คนสวยรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี หลังได้ยินคำการนัดพบเต็มสองหู ท่าทีลึกลับของคมกริชทำให้แอบกังวลใจ เกรงว่าเขาจะเอ่ยปากขอเป็นแฟนกับสาวเฉย รวมถึงไม่ค่อยแน่ใจว่า เธอจะให้คำตอบแบบไหนกับเขา จึงอดที่จะหวาดระแวงไม่ได้

...แต่หล่อนฉลาดพอที่จะไม่ถามออกไป อย่างน้อยก็ในเวลานี้ ได้แต่เก็บซ่อนความวิตกเอาไว้คนเดียว

หลังศึกษาทำความเข้าใจกับอุปนิสัยและความคิดของชวารี ที่ไม่ยากเกินกว่าจะคาดเดานัก มีความเป็นไปได้สูงที่หญิงสาวจะปฏิเสธเขาด้วยไม่เคยคิดเกินฐานะเพื่อนรัก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ธัญชนกสบายใจขึ้นเท่าใด เหมือนจะเข้าข้างตัวเองเกินไปว่ามีภาษีดีกว่า

...เพราะความเป็นจริงอาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้

หากชวารีเกิดเลือกคมกริชขึ้นมาจริงๆ หล่อนคงไม่มีปัญญาที่จะขัดขวาง ได้แต่ยอมยกธงขาวพ่ายรักแต่โดยดี

ตอนนี้ธัญชนกจิตใจกระสับกระส่าย แอบลุ้นระทึกยิ่งกว่าตอนตกลงทำสัญญากับลูกค้ารายใหญ่เสียอีก วัดดวงวัดใจของสาวหน้าคม ว่าจะเลือกใครระหว่างเพื่อนชายหรือหล่อน?

...หรือสุดท้าย เธออาจจะไม่เลือกทั้งสองตัวเลือกนี้เลยก็ได้

ใจเย็นไว้ธัญชนก

คิดปลอบใจตัวเอง ไม่ให้ตื่นตระหนกเกินเหตุ

“พี่ธัญเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ดูหน้าซีดจัง?” ชวารีเอ่ยกับผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ กลัวอีกฝ่ายจะไม่สบาย

คนงามฝืนยิ้ม

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ร้อนนิดหน่อย”

“เอาป๊อกกี้ไหมคะ ทานหวานๆ อาจจะดีขึ้น” เธอบอก พร้อมยื่นกล่องขนมจากเป้ให้

“ขอบคุณค่ะ” คนสวยรับมาเปิดกล่อง แล้วหยิบทานหนึ่งแท่ง “พี่ไม่ได้ทานมานานมากแล้ว”

“พูดเหมือนคนอายุเยอะเลยนะคะ”

พี่ยังไม่แก่นะคะ!

ธัญชนกเบะปากไม่พอใจที่โดนแซวแบบนั้น ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากพูดเรื่องอายุ

...ยกเว้นตอนชมว่าสวยกับหน้าเด็ก

“น้องรีอ่ะ พี่ยังไม่สามสิบเลยนะคะ” น้ำเสียงตัดพ้อเหมือนน้อยใจ

“จริงๆ รีนึกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน หน้าตาดูอ่อนมาก” เธอพูดหน้านิ่งๆ ซ่อนยิ้มไว้ได้อย่างมิดชิด ไม่อยากชมว่าสวย เพราะนั่นน่าจะเป็นสิ่งที่ธัญชนกรู้อยู่แก่ใจ

ดูซื่อๆ แต่ที่ไหนได้ กะล่อนนะเนี่ย

สาวสวยค้อนน้อยๆ กับคำพูดกำกวม ไม่ว่าจริงหรือไม่ก็ตาม แต่คำพูดนี้ทำให้หัวใจเขย่าแรงขึ้นไม่น้อย

“สรุปคือชมพี่ใช่ไหมคะ หรือว่าประชด?”

ขนาดค้อนยังสวย...จะสวยไปไหนกัน

ชวารีหัวเราะร่วน ที่ทำให้สาวงามค้อนตนได้ รู้สึกเหมือนได้เอาคืน ถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เถอะ

“ชมค่ะ ชมจริงๆ”

“กวนเหมือนกันนะคะ น่าตีจริงๆ”

ร่างบางนึกหมั่นไส้ จึงตีแปะที่แขนของเธอแบบไม่แรงเลย อันที่จริงแค่ทำเนียนแต๊ะอั๋งสาวมากกว่า

คนอายุน้อยกว่ายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี ลืมเรื่องเมื่อเช้าที่ขุ่นเคืองหล่อนไปเสียสิ้น

ธัญชนกแกล้งหลับตาลง ทำทีเป็นนอนหลับ แล้วตีเนียนเอียงคอไปซบไหล่อีกคน ชวารีทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยเลยตามเลย มีความสุขที่ได้ใกล้ชิดกับหล่อน

หลังรถบัสคันโต จอดเทียบที่หน้าทางเข้ารีสอร์ท คมกริชซึ่งลงจากรถไปก่อน ยืนใจเต้นตุ๊มต่อม มองเพื่อนสาวที่เอ่ยขอตัวกับสองพี่น้อง แล้วเดินตรงมาหาเขา

“มีอะไรเหรอ?” ชวารีถามขึ้น

ชายหนุ่มไม่ชอบสายตาสอดรู้ของกลุ่มเพื่อน จึงชี้ไปทางด้านข้างของที่พัก

“ไปคุยทางโน้นเถอะ”

ทำท่าแปลกๆ เป็นอะไรของเขา?

เธอคิดสนเท่ห์ว่าเป็นเรื่องอะไร เพราะปกติอีกฝ่ายไม่เคยทำอะไรมีลับลมคมในแบบนี้

พอถึงจุดที่คิดว่าลับสายตาคน คมกริชหันมาสบตากับเพื่อนสนิท ด้วยท่าทางประหม่า ยกมือขึ้นลูบไล้แขนตัวเอง

“คือ...คือว่า”

สาวผมสั้นหรี่ตาเล็กน้อย แล้วถามเสียงดุๆ

“ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่?”

“ฉัน มีอะไรจะบอก...”

“ก็ว่ามาสิ”

“ฉันชอบแก”

“หืม...” ชวารีครางเสียงต่ำในลำคอรับรู้ เอียงคอมองคนตรงหน้า ไม่เข้าใจว่าเขาจะบอกอะไร “แล้ว?”

“เป็นไปได้ไหม ถ้าแกจะคบกับฉัน?” เขาพูดเสียงสั่น เกิดมาไม่เคยที่จะพูดแบบนี้กับใคร ตื่นเต้นจนแทบคิดอะไรไม่ออก ไม่กล้าที่จะสบสายตาเธอเลยด้วยซ้ำ

สาวเฉยเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะไว้เต็มที่ แต่ไม่สำเร็จ จึงหลุดเสียงหัวเราะคิกออกมา

“โธ่เอ้ย! ทำเป็นท่ามาก นึกว่าเรื่องอะไร” เธอพูดยิ้ม

ยิ้มแบบนี้ แปลว่า

คมกริชทำหน้าเหลอหลา ก่อนกลั้นใจถามอีกครั้ง

“แปลว่าแกตกลง?”

“ฉันก็คบกับแกอยู่แล้ว จะมาขอทำไมอีก” เธอบอก

“จริงอ่ะ” เขาทำหน้าดีใจ ฉีกยิ้มกว้างจนแก้มแทบฉีก

ในที่สุดไอ้คมก็มีแฟนกับเขาซะที

“แกคบฉันมาตั้งนาน” สาวร่างสูงหยุดคิด “น่าจะเจ็ดปีเกือบแปดปีได้แล้วมั้ง”

เวรกรรม! คนละคบเลย

ชายหนุ่มถอนใจ ยกมือขึ้นเกาหัวแรงๆ จนทรงผมเสียทรง

“ฉันหมายถึง ขอให้แกเป็นแฟนกับฉันต่างหาก”

หา!

หญิงสาวทำตาถลนแทบหลุดออกมาจากเบ้า

“แฟน!”

“เออสิ” เขาย้ำ “ฉันไม่อยากเป็นแค่เพื่อนแล้ว”

โอ๊ย! มันอะไรกันนักหนา

ชวารีกัดริมฝีปากตัวเอง ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไร ถึงจะไม่ทำร้ายจิตใจของอีกฝ่าย ใจจริงแล้วเธอไม่เคยคิดกับเขาเกินเพื่อน และไม่เคยที่จะคิดรักใครแบบนั้นมาก่อนในชีวิต

คนแรกที่เธอเพิ่งจะมีใจให้ก็คือ...ธัญชนก

ตอบยังไงดี?

“เรื่องนี้…ฉัน...”

เมื่อเห็นสาวเฉยออกอาการอ้ำอึ้งลังเล ชายหนุ่มจึงรีบพูดอธิบายออกมา

“ฉันไม่ได้ขอให้แกตอบตอนนี้นะ ฉันแค่อยากให้แกรู้ว่า ฉันคิดยังไง แล้วให้โอกาสฉันบ้าง...ฉันรอคำตอบอยู่”

“เข้าใจแล้ว” สาวผมสั้นพยักหน้า โล่งใจที่เขาไม่กดดันกันเกินไป “ขอบใจนะคม”

“อือ” เขาขานเสียงต่ำ “เรื่องที่จะคุยมีแค่นี้ล่ะ กลับกันเถอะ”

ชวารีเดินลากขากลับห้องพักที่อยู่คนละชั้นกับเขา ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เหมือนมีก้อนหินหลายตันทับบนตัว อึดอัดจนหายใจลำบาก เธอยกมือกดขมับ ต้องการเวลาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะให้คำตอบเพื่อนรัก ซึ่งหญิงสาวไม่แน่ใจนักว่า

...เขาจะยอมรับความจริง ได้หรือเปล่า?

...ความเป็นเพื่อนหลายปีของเรา จะเป็นยังไงต่อ?

...ถ้าเขารู้ว่าเธอกำลังมีใจให้ใคร จะโกรธเกลียดกันไหม?

และอีกหลายคำถามที่ตามมาเป็นพรวน

ทำไมดันมาเนื้อหอมตอนนี้นะ ให้ตายสิ!

นึกสบถในใจ กับความโชคดีที่แห่กันมา จนตั้งรับไม่ทัน

การตัดสินใจเลือกอะไรสักอย่าง บางทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เรื่องสนุก โดยเฉพาะเมื่อต้องสูญเสียอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน

เธอไม่พร้อมที่จะเสียเพื่อนรักคนนี้ แต่ตอนนี้อับจนหนทางจริงๆ เมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็ถอนใจทิ้ง ตั้งสติใหม่ แล้วยกมือเคาะประตูห้องที่พักร่วมกับสองพี่น้อง

 

ระหว่างที่รออยู่ในห้องพัก ธัญชนกแสดงอาการกระวนกระวายใจออกมา อยากรู้เหลือเกินว่าคมกฤชพูดอะไรกับสาวผมสั้น ได้แต่ฟุ้งซ่านและนึกเดาไปส่งเดช

หวังว่าคงไม่ใช่บอกรักกันหรอกนะ แล้วถ้าเป็นเรื่องจริง...ฉันควรทำอย่างไรดี!

หล่อนเม้มปากแน่น นั่งไม่ติด กับความคิดว้าวุ่นที่รบกวนจิตใจ

พรชนกสบโอกาสที่อยู่กันตามลำพัง จึงถามขึ้นว่า

“ตกลงพี่ธัญชอบรีแบบแฟนเหรอคะ?”

รู้ได้ไง!

พี่สาวคอแห้งผาก พยายามกลบเกลื่อน ด้วยการปั้นหน้านิ่ง

“ทะ ทำไมพร ถึงถามพี่อย่างนั้นล่ะ?”

“พรไม่เคยเห็นพี่ธัญอ้อนใครแบบที่อ้อนรีน่ะสิ แล้วจะไม่ให้คิดได้อย่างไร” น้องสาวหันไปเห็นหล่อนซบไหล่ลูกศิษย์ตนบนรถ

ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดพร ถ้าฉันจะจริงจังกับชวารี

คนสวยเม้มปากคิดไตร่ตรอง แล้วพูดออกไปตรงๆ

“จริงๆ พี่ขอคบกับน้องเขาแล้วล่ะ”

หา!

อาจารย์สาวทำหน้าแตกตื่น ไม่คิดว่าหล่อนจะว่องไวขนาดนี้

“ตอนไหนคะ ทำไมพรไม่รู้?”

“ก็ตอนที่พรมัวแต่หลับฝันดีถึงมาอยู่น่ะสิ” พี่สาวแกล้งกวน

“เชอะ” พรชนกเบ้ปาก แล้วถามต่อ “พี่ธัญพูดอะไรออกไปคะ เล่าให้พรฟังหน่อยสิคะ? อยากรู้ๆ”

สาวงามหยุดคิดทบทวน

“ตอนนั้นพี่พูดประมาณว่า พี่อยากให้น้องรีคบกับพี่ ในฐานะคนรัก พี่รับรองว่าจะทำให้น้องรีติดใจ อะไรทำนองเนี่ย”

โหย พูดเหมือนโฆษณาขายสินค้ามากกว่า จะได้เรื่องไหมเนี่ย

น้องสาวทำหน้ายุ่ง ย่นคิ้วเข้าหากัน

“แล้วรีไม่ปฏิเสธ?”

“ก็ไม่นะ” ธัญชนกคิดก่อนตอบ

“ถ้างั้นก็ต้องรอดูต่อไป ว่ารีจะยอมคบกับพี่ธัญไหม?”

“แล้วพรคิดว่าพี่มีโอกาสแค่ไหน?”

“ก็คงเยอะอยู่นะคะ เพราะปกติรีไม่ค่อยเทคแคร์ใครพิเศษแบบนี้” น้องสาวเดา ก่อนย้อนถาม “ตกลงพี่ธัญจริงจัง?”

“จริงจังสิ” หล่อนตอบหนักแน่น “พี่ห่วงแต่นายคมนั่น”

ก็น่าห่วงอยู่

อาจารย์สาวฝืนยิ้มให้พี่สาว เข้าใจว่ารู้สึกอย่างไร แต่เด็กสองคนนั้นสนิทกันมาก่อน คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปแยกกัน

“คงต้องขึ้นอยู่กับคนกลางแล้วล่ะค่ะ แต่อีกไม่กี่เดือนก็เรียนจบ”

“แต่พี่ก็ยังหวงอยู่ดี” ธัญชนกพึมพำเหมือนพูดกับตัวเอง

พรชนกแกล้งยิ้มยั่วพี่สาว

“หวงหรือหึงคะ?”

ชักเหมือนรังสิมาเข้าไปทุกทีแล้ว น้องสาวฉัน

ร่างบางส่งตาเขียวปั้ดให้น้องในไส้ ที่รู้ใจมากเกินไป

“กล้าแซวพี่เหรอ?”

อาจารย์สาวหัวเราะร่วนชอบใจ

“ใครจะไปกล้าแซวคะ พรก็แค่สงสัยว่า ไปปิ๊งกันตอนไหน แต่ที่งงที่สุดก็คือ ไม่มีแววชอบผู้หญิงทั้งคู่ แต่ไหงมาสปาร์คกันได้ เจอกันไม่กี่ครั้งเอง”

“นั่นสิเนอะ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน” อีกฝ่ายตอบยิ้ม บอกไม่ถูกว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร รู้แต่ว่า หล่อนถูกใจชวารีมากตั้งแต่เจอวันแรก จึงไม่คิดยอมยกเธอให้ใครง่ายๆ

เว้นแต่สาวน้อยอยากไปจากตนเอง นั่นก็ช่วยไม่ได้จริงๆ ถือว่าเราไม่ใช่เนื้อคู่

“ถ้าไงพี่ธัญก็อย่ารังแกลูกศิษย์ของพรเยอะนักนะคะ พรไม่อยากให้รีเสียเด็ก” อาจารย์สาวเตือนเสียงเข้ม

“รู้แล้วน่า” หล่อนตอบ แอบไขว้นิ้วไว้ข้างหลัง

แต่ลูกศิษย์น่ารักซะขนาดนี้...ฉันจะอดใจไหวรึเปล่า?

“เดี๋ยวพรมานะคะ ขอออกไปโทรคุยกับพี่มาก่อน แล้วว่าจะลงไปซื้อขนมข้างล่างด้วย พี่ธัญเอาอะไรไหมคะ?”

“ไม่ล่ะ ขอบใจ”

หลังพรชนกหายไปไม่กี่นาที ก็มีเสียงเคาะประตู ธัญชนกรีบลุกไปเปิดอย่างเร็ว ด้วยเดาว่าน่าจะเป็นสาวหน้าคม เมื่อเห็นใบหน้าเคร่งขรึมของชวารี ประหนึ่งว่าโลกใบนี้กำลังจะเกิดกลียุค ก็ขมวดคิ้วเรียว ปิดประตู แล้วดึงอีกคนมากอดไว้

“เกิดอะไรขึ้นคะน้องรี?” หล่อนกระซิบถามเสียงห่วงใยข้างหู

สาวเฉยฝืนตัวในตอนแรก ก่อนปล่อยตัวตามสบายในวงแขนของคนอายุมากกว่า รู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

“รีไม่เป็นอะไร” อีกคนตอบเสียงแผ่ว

“เล่าให้พี่ฟังเถอะ พี่อยากช่วยแบ่งเบาทุกเรื่อง เผื่อพี่จะช่วยอะไรได้” คนอายุมากกว่าคะยั้นคะยอ

เธอขยับตัวออกห่าง ก่อนเอ่ยปากต่อรอง

“ต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่โกรธ แล้วรีจะเล่า”

แปลว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญสินะ

สาวสวยนิ่งไปชั่วอึดใจ สบตาอีกคนที่มองตาแป๋ว ก่อนพยักหน้า

“สัญญาก็ได้ค่ะ”

ชวารีเม้มเรียวปากแน่น ก้มหน้าต่ำไม่กล้ามองหน้าหล่อน แล้วเอ่ยพึมพำ

“คม...คือคมขอ ขอเป็นแฟนรีค่ะ”

หล่อนเบิกตากว้าง เหมือนหัวใจหล่นไปกองที่พื้น ลืมหายใจไปชั่วเสี้ยววินาที

ละ แล้วน้องรีตอบอะไร?

OoXoO

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม เรื่องนี้จะอัพแค่นี้นะคะ สนใจอ่านต่อ โหลดซื้อ E-book ได้ที่ MEB นะคะ ^^

ตอนนี้ไรท์กำลังเขียนเรื่องใหม่อยู่ จะเป็นแนวไหน เบาๆ หรือหนักๆ? ขออุบไว้ก่อน ตั้งใจจะออกอีกเรื่องให้ได้ก่อนสิ้นปีนี้...ไรท์เป็นพวกขยันเป็นพักๆ ค่ะ 5555 

ติดตามพูดคุยกับไรท์ได้ที่ เพจนิ้วนาง ไว้พบกันเรื่องใหม่ค่ะ

นาง ^^

ขอบคุณน้าฝากติดตามด้วยน้าเจอกันน้า

OoXoO




Create Date : 20 กันยายน 2562
Last Update : 20 กันยายน 2562 22:08:48 น.
Counter : 468 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com