ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
จุมพิตรัตติกาล My Sweet Vampire เล่ม 2 บทที่ 4 (Yuri)

 

เช้าวันรุ่งขึ้น สารวัตรประชาได้รับซองจดหมายสีน้ำตาล จึงเงยหน้ามองลูกน้อง

“มาจากไหน?”

“ไม่ทราบครับ เด็กร้านกาแฟติดกับสถานีมาส่งครับ”

“ขอบใจ”

พอลูกน้องเดินออกไป ประชาก็รีบแกะซองดูว่ามีอะไร ในนั้นมีแผ่นโน้ตสั้นๆ เขียนไว้ว่า

‘คลิปนี้ถ่ายที่สถาบันวิจัยไครอนในพัทยา

อะไร?

ประชาขมวดคิ้วแล้วกดเปิด ภาพที่เห็นทำให้เขาตื่นตกใจไม่น้อย แต่ทนดูต่อไปจนจบ มีเสียงของผู้ชายที่ถ่ายคลิปแทรกเข้ามาบ้าง เดาว่ามีอย่างน้อยสองหรือสามคน

“นี่มันทดลองบ้าอะไร” สารวัตรพึมพำกับตัวเอง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หลังดูจบ จากนั้นลุกไปสั่งให้ลูกน้องคนสนิทขอหมายค้น เพื่อออกปฏิบัติการด่วน

หวังว่าคลิปนี้จะไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

กว่าจะได้หมายค้นเป็นช่วงบ่าย สารวัตรประชานำตำรวจสิบกว่านายบุกไปที่สถาบันวิจัยต้องสงสัย แจ้งความจำนง และแสดงหมายค้น

หัวหน้ายามรีบโทรแจ้งธัญญา เธอขมวดคิ้ว ก่อนถามเจ้านาย

“ตำรวจมาขอค้นค่ะ”

มาจนได้

มาร์คแสยะยิ้มออกมา เดาเอาไว้แล้วว่า ผู้บุกรุกต้องการอะไร ซึ่งเขาได้เตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว

“เชิญเข้ามา” ชายหนุ่มเอ่ยปากอนุญาต

หัวหน้าหน่วยลับสาวจึงแจ้งกับหัวหน้ายาม แล้วกดวางสาย เธอมองประธานหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ

“ไปต้อนรับแขกกันดีกว่า” เขาชวนหญิงสาว และออกมาต้อนรับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยตนเอง

“สวัสดีครับคุณมาร์ค ยินดีมากที่ได้เจอครับ ผมสารวัตรประชา ดูแลพื้นที่นี้ครับ”

“สวัสดีครับสารวัตร ไม่ทราบว่าสารวัตรจะแวะมาถึงที่นี่ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากเลยครับ” ประธานหนุ่มกล่าวทักทายพร้อมป้อนคำหวาน

“ผมไม่ได้แวะมาใช้บริการ ผมมาเรื่องงานครับ” คนในเครื่องแบบกล่าวยิ้ม

หนุ่มหล่อแกล้งทำหน้างง

“มีอะไรเหรอครับ?”

“คือมีคนส่งหลักฐานว่า ที่นี่เกี่ยวข้องกับการลักพาตัวชายหนุ่มที่หายไปหลายคน”

“เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าครับ” มาร์คทำเสียงแปลกใจ

“ผมมีหมายค้น หวังว่าคุณมาร์คจะให้ความร่วมมือกับทางตำรวจนะครับ”

ประธานหนุ่มยิ้มด้วยท่าทางมั่นใจ พร้อมผายมือ

“ไม่มีปัญหาครับ เชิญตามสบาย”

“ขอบคุณครับ” สารวัตรกล่าวกับเขา พยักหน้าให้ลูกน้องกระจายกำลังค้นหาห้องต้องสงสัยในคลิป ที่เปิดให้ดูก่อนออกมายังสถานที่แห่งนี้

“ที่นี่วิจัยเกี่ยวกับสุขภาพใช่ไหมครับ?” ประชาถามขึ้น ขณะมองโทรทัศน์จอแบนที่กำลังแสดงผลงานของไครอนกรุ๊ป ซึ่งได้รับรางวัลจากหลายประเทศ ในฐานะที่สถาบันแห่งนี้ช่วยให้ลูกค้ามีสุขภาพแข็งแรง ดูอ่อนเยาว์ขึ้นภายในไม่กี่เดือน มีโฆษณาขายคอร์สดูแลสุขภาพราคาหลักหลายหมื่นบาทไปจนถึงหลักแสนบาท

แพงซะขนาดนี้ จะมีสักกี่คนที่จ่ายไหว

ในฐานะมนุษย์เงินเดือน ประชาไม่คิดสนใจคอร์สแสนแพงพวกนี้ เอาเงินที่หาได้ไปใช้จ่ายอย่างอื่นที่จำเป็นดีกว่า

“ใช่ครับ สถาบันของเรามีจุดมุ่งหมายส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพดี มีอายุยืนยาว ถ้ายังไงให้ด็อกเตอร์เตวิชมาช่วยอธิบายก็แล้วกัน บางเรื่องผมก็ไม่ค่อยรู้ลึกซึ้งเท่าไหร่” มาร์คพูดถ่อมตัว

“ดีเหมือนกันครับ เผื่อผมจะได้มีความรู้มากขึ้นอีกหน่อย” ประชาเออออ

“ไปตามด็อกเตอร์มาให้ที” มาร์คหันไปสั่งให้คนไปตามเตวิช มาเป็นผู้ตอบคำถาม เพราะเป็นผู้ที่รู้งานของสถาบันวิจัยมากที่สุด

สารวัตรประชาถามหัวหน้าห้องปฏิบัติการ ถึงงานวิจัยของที่นี่ว่ามีอะไรบ้าง ขณะปล่อยให้ลูกน้องค้นหาทุกห้องแลปนานหลายชั่วโมง

หาให้ตายก็ไม่เจอหรอก

ธัญญายืนอยู่ข้างหลังของเจ้านาย ในสถานที่แห่งนี้ไม่มีหลักฐานที่จะเอาผิดกับสถาบันได้ พวกมนุษย์ในหลอดแก้วถูกเคลื่อนย้ายออกไป หลังพบว่าเมื่อคืนมีผู้บุกรุก เธอจำหน้าหนึ่งในผู้บุกรุกซึ่งตรวจจากกล้องวงจรปิด เป็นลูกชายของหัวหน้ากลุ่มฮันเตอร์กริช

วอนเจ็บตัวเอง ต้องไปสั่งสอนให้รู้ซะบ้างว่า ใครที่ไม่ควรยุ่งด้วย

ผ่านไปหลายชั่วโมง ลูกน้องก็กลับมารายงานประชา ด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก

“ไม่พบอะไรเลยครับ”

“งั้นเหรอ” สารวัตรพยักหน้า หันไปส่งยิ้มขอโทษเจ้าของสถานที่ “ผมคงต้องขอโทษที่มารบกวน สายข่าวของผมทำงานไม่ได้เรื่องจริงๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ถ้าจะให้ดีต่อไป สารวัตรต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัวร์กว่านี้นะครับ จะได้ไม่เป็นการรบกวนผู้บริสุทธิ์” มาร์คพูดยิ้มบางๆ

คำพูดที่ฟังสุภาพนุ่มนวล แต่จิกกัดอยู่ในทีทำให้ประชารู้สึกหน้าแตกอย่างบอกไม่ถูก แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับผิด

“ต้องขอโทษจริงๆ”

“กลับดีๆ นะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” มาร์คพูดกับอีกฝ่าย

“เช่นกันครับ” สารวัตรประชาตอบ พยักหน้าเรียกลูกน้องให้ถอยกลับสถานีทันที

ดูเผินๆ เหมือนสุภาพ แต่จริงๆ ก็ร้ายเอาเรื่อง

“ที่นี่น่าสงสัยมากนะครับสารวัตร มีร่องรอยการเคลื่อนย้ายที่พื้นด้วย” จ่าคนสนิทพูดขึ้น ขณะนั่งอยู่ในรถกับผู้บังคับบัญชา

“มันเป็นแค่การคาดเดาของเราฝ่ายเดียว ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้หรอกนะ” ผู้บังคับบัญชาพูดเสียงเนือยๆ

“แล้วจะเอายังไงต่อครับ?”

“ให้คนจับตาที่นี่เอาไว้” สารวัตรสั่ง เบนสายตามองผ่านหน้าต่าง ลางสังหรณ์ของเขาเชื่อว่ามาถูกที่ถูกทางแล้ว

“ได้ครับ” ลูกน้องรับคำอย่างเร็ว

แต่อีกคำถามที่ยังค้างคาใจอยู่ก็คือ มือถืออันนั้นเป็นของใคร ถ้ารู้เจ้าของก็อาจจะนำไปสู่ข้อเฉลยอีกหลายอย่าง

“เช็คทีสิว่ามือถือเครื่องนี้เป็นของใคร” ประชายื่นมือถือซึ่งถูกส่งมาอย่างลึกลับให้ลูกน้องคนสนิท

“ได้ครับ”

แม้โทรศัพท์เครื่องนี้จะไม่มีซิมการ์ด แต่การเช็ครหัสเครื่องจากศูนย์บริการก็น่าจะช่วยให้คำตอบเรื่องนี้ได้

ฉันต้องจับโจรลักพาตัว และช่วยคนที่หายไปให้ได้

สารวัตรสาบานกับตัวเองอย่างหนักแน่น

กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงมือถือของประชาดังขึ้น เจ้าของเครื่องถอนใจเฮือกหลังเห็นรายชื่อผู้โทรเข้า...ผู้กำกับ

โดนด่าอีกแน่ฉัน

จะไม่รับก็ไม่ได้ เขาจึงจำใจกดรับ

“ผมสารวัตรประชา”

ประชาพูดแค่ประโยคเดียว จากนั้นเงี่ยหูฟังเจ้านายเทศน์ยาวชุดใหญ่ เรื่องที่เขาเอาหมายค้นไปบุกไครอน ผู้กำกับย้ำให้รู้ถึงเบื้องหลังขององค์กรนี้ว่า ผู้มีอำนาจทั้งในและต่างประเทศให้การสนับสนุนอยู่

“อย่าไปยุ่งกับที่นั่นอีก ไม่อย่างนั้นนายโดนเด้งแน่”

“เข้าใจแล้วครับ” เขารับคำ แต่ไม่คิดที่จะวางมือเรื่องนี้

สำหรับคนอย่างสารวัตรประชา มีจุดยืนที่ว่า ความปลอดภัยของประชาชนมาก่อนทุกอย่าง

ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่ยอมปล่อยให้พวกแกลอยนวลแน่ แม้ต้องแลกด้วยหน้าที่การงานหรือชีวิต...ฉันก็ยอม

 

อารียาแอบตามเกวลินไปห่างๆ ขณะอีกฝ่ายออกไปลาดตระเวนพร้อมแซมกับลูกทีมสองคนในช่วงหัวค่ำ สงสัยใคร่รู้ว่า ทำไมคนรักถึงได้เข้าร่วมกับกลุ่มกริช ทั้งที่ก่อนหน้าบอกว่าไม่อยากเป็นฮันเตอร์

ลินคงไม่ได้เป็นพวกไบโพลาร์หรอกนะ หรือลินอยากจะล่าฉัน? ...

สมมติฐานมากมายผุดขึ้น หล่อนสะบัดความคิดวุ่นวายทิ้งไป ไว้มีโอกาสค่อยถามตรงๆ น่าจะง่ายกว่า

สาวผมทองยืนห่างกว่ายี่สิบเมตร หรี่ตาเพ่งมองการแต่งกายของคนรักในชุดดำรัดรูป ผมยาวสีเข้มถูกรวบไว้ สองมือกระชับหน้าไม้ขนาดกลาง บนไหล่สะพายกระบอกบรรจุลูกดอกสำหรับอาวุธ เข็มขัดหนังมีลิ่มหลายอันเสียบอยู่ เพียงแค่เห็นด้านหลังก็ยั่วยวนใจอย่างบอกไม่ถูก จึงยกยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก

เซ็กซี่ไปนะสาวนักล่าคนนี้ น่ากินเหลือเกิน...

อารียาเผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ไม่ได้หิวอยากดื่มเลือด แต่หิวอย่างอื่น

หากจะบอกว่า หล่อนหลงเธอเหลือเกินก็คงไม่ผิดนัก คิดถึงทุกเวลายามตื่นขึ้น โหยหาไออุ่นของอีกฝ่าย พอเสร็จธุระก็รีบมาหา อยากเจอสาวหน้าคม อยากกอด อยากอยู่ใกล้ๆ อยากจะทำอย่างโน้นอย่างนี้ แต่อีกฝ่ายดันไม่อยู่บ้าน จึงตามมาดู หลังเช็คสัญญาณ GPS

แวมไพร์สาวเห็นเกวลินกับพวกขยับอาวุธในมือขึ้น เตรียมกำจัดสัตว์กลายพันธุ์ตัวหนึ่ง ที่กำลังเอร็ดอร่อยกับการดูดเลือดของชายขอทาน ก็แอบมองอย่างสนใจ

ไหวสิเกวลิน ระยะแค่นี้เองยิงถูกอยู่แล้ว

สาวหน้าคมบอกกับตัวเอง รวบรวมสมาธิระงับความตื่นเต้น

หญิงสาวไม่คิดฝันว่า ออกภาคสนามแค่ไม่กี่ครั้งก็เจอสัตว์ร้ายตัวเป็นๆ น่าแปลกใจตรงที่เธอไม่ค่อยกลัวมันแบบที่เคยกังวลไว้ อย่างน้อยก็มีสติ ไม่มือไม้สั่นเข่าอ่อนแบบดิเรก ส่วนหนึ่งอาจเพราะเธอยืนอยู่ข้างหัวหน้าทีม เลยไม่ปอดลอยก็เป็นได้

“ยิง!” แซมออกคำสั่ง

ปัง! ปัง! ฟุบ! ฟุบ!

เสียงอาวุธทั้งปืนและหน้าไม้ของทีมฮันเตอร์ระดมยิง โดยเล็งไปที่ศีรษะและหัวใจของสัตว์กลายพันธุ์เป็นส่วนใหญ่

“ฮู่มมม!”

มันส่งเสียงร้องยาวอย่างเจ็บปวด ดิ้นไปดิ้นมา แล้วล้มลงกับพื้น กระตุกสองสามทีก่อนนอนนิ่ง

“หยุดยิง!” หัวหน้าทีมคิลเลอร์ออกคำสั่ง แต่ไม่คิดจะออกไปดูมัน จนกว่าจะแน่ใจว่าเจ้าตัวนั้นตายสนิทแล้ว

ไม่ถึงนาที สัตว์ประหลาดก็คืนร่างเป็นคน แต่มีบาดแผลมากมายทั้งจากกระสุนเงินและลูกดอก

ฟู่ เรียบร้อย

เกวลินผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ยิงแม่นใช้ได้เลยนี่” แซมหันมาชมฮันเตอร์มือใหม่ของทีม หลังเห็นลูกดอกสามดอกปักตำแหน่งหัวใจบนซากสัตว์ร้าย ด้วยในกลุ่มมีเขากับสาวหน้าคมที่ไม่ได้ใช้ปืนเป็นอาวุธ

“ขอบคุณค่ะอาแซม”

“ฝีมือดีขนาดนี้ น่าจะมาออกงานตั้งนานแล้ว เสือซุ่มนะเรา” นภาคนรักของแซมชมจากใจ รู้สึกถูกชะตาสาวน้อยคนนี้มากขึ้นไปอีก

“ชมกันแบบนี้ลินก็เขินแย่ เป็นเพราะทุกคนช่วยกันค่ะ ก็เลยจัดการมันได้ง่ายๆ” เธอพูดพร้อมยิ้มกว้าง

สมาชิกที่เหลือวัยเดียวกับแซมหรือน้อยกว่านิดหน่อย ยิ้มบางๆ ถูกใจหลานสาวของดอนไม่น้อย ทั้งเรื่องนิสัยใจคอและฝีมือการต่อสู้ ซึ่งมีแววก้าวหน้ากว่าสมาชิกหนุ่มหลายคน ที่เป็นจำพวกปากกล้าขาสั่น ใช้การไม่ได้

ขณะที่พวกฮันเตอร์กำลังสบายอกสบายใจ จึงไม่ได้ระแวดระวังว่าจะมีเภทภัยเกิดขึ้น

ผิดกับแวมไพร์สาวที่ไม่ได้ลดการ์ดลง หล่อนเบิกตาค้างหลังเห็นมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวตรงไปหากลุ่มมนุษย์

แย่แล้ว!

ร่างสูงโปร่งพุ่งพรวดออกจากที่ซ่อน ไม่คำนึงถึงอะไร นอกจากความปลอดภัยของเกวลินเท่านั้น

“ลิน! ข้างหลัง!”

เสียงร้องเตือนทำให้เหล่าฮันเตอร์หันขวับ เกือบทุกคนแทบหยุดหายใจ เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์กลายพันธุ์รูปร่างสูงใหญ่แบบนักมวยปล้ำ

ใครคนหนึ่งหลุดสบถออกมาอย่างลืมตัว

“ฉิบหายแล้ว!”

“ฮู่ม!”

มันส่งเสียงดังออกมา น้ำลายไหลยืดย้อยเป็นทางยาว ประหนึ่งดีใจที่ได้เห็นอาหารตรงหน้า และตรงไปเพื่อจะหม่ำ

เกวลินหัวใจหล่นไปกองที่ตาตุ่ม ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปหลายวินาที หลังเห็นสัตว์ประหลาดอยู่ห่างตนแค่ไม่กี่เมตร

มะ ไม่รอด แน่ฉัน...

สัตว์ร้ายก้าวไปได้แค่เพียงก้าวเดียว มันก็ต้องร้องลั่น เมื่อโดนใครบางคนเสียบลิ่มแหลมทะลุหัวใจจากด้านหลัง

“ฮู่มมม!”

สัตว์ร้ายร้องลั่น เลือดสดๆ ไหลทะลักจากร่างของมัน ราวกับน้ำพุ ก่อนทรุดตัวล้มลงขาดใจตาย ไม่กี่วินาทีต่อมาก็คืนร่างเป็นผู้ชายร่างใหญ่

แซมกับลูกทีมทุกคนเงยหน้ามองอัศวินขี่ม้าขาว แต่แล้วก็ต้องตาค้างเมื่อเห็นผู้มีพระคุณเป็นหญิงสาวใบหน้าสวย นัยน์ตาสีแดงฉาน และมีเขี้ยวขาวโผล่ออกมา

“วะ แวม ไพร์...” นภาพึมพำเสียงสั่นพร่า

ส่วนสมาชิกคนอื่นก็ขวัญผวาไม่แพ้นภา ทั้งที่หล่อนตัวเล็กกว่าสัตว์ร้ายเมื่อกี้ตั้งเยอะ

อารียาไม่ได้สนใจใคร สายตามองแต่เธอผู้เดียว

“ลิน ลิน...”

เสียงเรียกชื่อทำให้หญิงสาวได้สติ กระพริบตาถี่ๆ หลายครั้ง

“ไอ...”

สาวหน้าคมรีบถลาเข้าไปหาแวมไพร์สาว กางแขนใช้ตัวขวางไม่ยอมให้ใครทำอันตรายหล่อน หลังเห็นแซมยกหน้าไม้ในมือขึ้น พร้อมจะลั่นไก เพื่อจัดการกับปีศาจร้าย

“อย่ายิงค่ะ แวมไพร์ตัวนี้ฉันรู้จัก”

“หา!” / “นั่น ผีดิบนะ” / “หลบไปลิน”

เสียงเหล่าคิลเลอร์ตะโกนบอกสาวหน้าคม ไม่ให้ขวางทางอาวุธที่ยกเล็งไปยังเป้าหมายด้านหลัง กลัวว่าผีดูดเลือดจะกัดคอเธอ

“ไม่ค่ะ ถ้าจะยิงไอต้องยิงฉันก่อน” เกวลินยืนกรานหนักแน่น “ไอเคยช่วยชีวิตฉันหลายครั้ง และช่วยพวกเรากำจัดสัตว์กลายพันธุ์ด้วย ไอไม่ทำร้ายคนค่ะ”

“ลิน...” อารียาครางชื่อคนรักออกมาอย่างเป็นห่วง หลังเขี้ยวขาวหดกลับไป นัยน์ตากลับเป็นสีฟ้าสวยเช่นปกติ

เกวลินไม่ได้หันมาคุยด้วย ยืนเผชิญหน้ากับสมาชิกกลุ่มกริช

“ถ้าเมื่อกี้ไอไม่ช่วย ฉันคงตายไปแล้ว พวกอาเองก็อาจจะไม่รอดเหมือนกัน” เธอพูดเสียงแข็งๆ จ้องหน้าหัวหน้าทีมเขม็ง

ฉันไม่ยอมให้ใครทำร้ายไอ

“ผีดูดเลือดกับคนเป็นศัตรูกัน พวกมันฆ่าคนเพื่อดื่มเลือด ปล่อยไว้ไม่ได้” แซมย้ำ ไม่ยอมลดหน้าไม้ในมือ

“แต่-” เธอขยับปาก แต่หยุดกึกลง หลังผีดิบสาววางมือบนไหล่

เกวลินเอียงคอมองสาวผมทองที่เดินมายืนข้างตัว ทั้งที่เหล่านักล่าถืออาวุธเล็งมายังจุดสำคัญบนร่าง ยิงระยะเผาขนแบบนี้ โอกาสรอดแทบเป็นศูนย์

ออกมาเป็นเป้าทำไม เดี๋ยวก็โดนยิงหรอก!

“ไอ...” เธอคว้าแขนอีกฝ่ายไว้แน่น แต่หล่อนส่ายหน้า หญิงสาวจึงปล่อยมือลงข้างตัว ในใจแอบลุ้นระทึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

อย่ายิงนะคะ...ได้โปรด

“ฉันชื่อไอเป็นผู้นำแวมไพร์กลุ่มเคออส กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในพัทยาตอนนี้” สาวสวยแนะนำตัวเสียงเย็นเยือก ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับความตายแม้แต่น้อย “หากคิดว่ากำจัดฉันแล้ว จะทำให้พวกคุณปลอดภัย ขอบอกว่าพวกคุณคิดผิดอย่างมาก”

อวดดีไปรึเปล่า อย่างแกจะเก่งสักแค่ไหนเชียว

นภาหมั่นไส้ผีดูดเลือดสาวตรงหน้า แต่ไม่กล้าลงมือหากหัวหน้าทีมยังไม่อนุญาต ยกปืนเล็งที่ตำแหน่งหัวใจของอีกฝ่าย

สมาชิกคนอื่นก็คิดคล้ายกับนภา

ยายนี่น่ะเหรอบอสใหญ่ของเคออส ไม่น่าเชื่อ

แซมขมวดคิ้วนิ่วหน้า ไม่เข้าใจเลยว่าอีกฝ่ายจะบอกอะไร

“ทำไม?”

“ฉันตั้งใจจะช่วยพวกฮันเตอร์ กำจัดสัตว์กลายพันธุ์พวกนั้น มันเป็นศัตรูของแวมไพร์เหมือนกัน” หล่อนบุ้ยใบ้ไปยังซากศพที่เพิ่งฆ่า แล้วพูดต่อ “แม้คนกับผีดูดเลือดจะไม่ถูกกัน แต่ฉันออกกฎห้ามไม่ให้สมาชิกฆ่าคน ถ้าตัวไหนฝ่าฝืนคำสั่ง ฉันไม่ปล่อยเอาไว้แน่ แต่ถ้าฉันเกิดตายไป กลุ่มเคออสคงแตกเป็นเสี่ยงๆ หลังจากนั้นลูกน้องของฉันคงออกหากิน...เหมือนเดิม”

ทุกคนที่ได้ยินคอแห้งผาก เข้าใจคำว่า ‘ออกหากิน’ ไปในทิศทางเดียวกันคือ...กินเลือดคน

หัวหน้าทีมฮันเตอร์ทำหน้าลังเล หันสบตากับสมาชิกคนอื่น ที่ดูจะไม่แน่ใจเหมือนกัน ก่อนถาม

“ฉันจะเชื่อคำพูดของเธอได้ยังไง?”

“นั่นก็แล้วแต่คุณ” หล่อนกล่าวเสียงเรียบ “สำหรับเกวลินเป็นคนสำคัญของฉัน ฉันไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายเธอแม้แต่ปลายเล็บ”

แสดงว่ารู้จักกันมานานแล้วสิ

แซมเดาในใจ หลังที่ได้ยินคำพูดแบบนี้ออกจากปากผีดูดเลือด

“คนสำคัญ?”

“ใช่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะปกป้องลิน และไม่มีวันทำร้ายลินเด็ดขาด” สาวสวยย้ำหนักแน่น ประหนึ่งคำสาบาน

ไอ...

เกวลินครางชื่ออีกฝ่ายในใจ เข้าใจแจ่มแจ้งถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายว่า รักและเป็นห่วงตนขนาดไหน หากไม่ติดว่ามีคนอื่น เธอคงผวาเข้ากอดหล่อนอย่างซาบซึ้งแล้ว

“งั้นก็ได้” หัวหน้าทีมฮันเตอร์ยอมเชื่อ “ทุกคนลดอาวุธ”

สมาชิกคนอื่นมองหน้ากัน ก่อนยอมทำตาม แต่พร้อมจะยิงทันทีหากแวมไพร์สาวมีท่าทีน่าสงสัย โดยนภาลดปืนลงเป็นคนสุดท้าย

จากนั้นแซมแสดงท่าทีเป็นมิตรขึ้น

“ขอถามอะไรหน่อยสิ?”

อารียาจ้องหน้าเขา

“เธอรู้ใช่ไหมว่า ใครสร้างสัตว์กลายพันธุ์พวกนั้น?”

“อืม ไครอนกรุ๊ปที่ตั้งอยู่กลางเมืองพัทยา”

“หา!” / “จริงอ่ะ!”

หลายเสียงของสมาชิกฮันเตอร์พูดขึ้นพร้อมๆ กัน พร้อมทำหน้าแตกตื่น ที่ศัตรูกบดานอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก

ที่ภากรกับพวกนั้นบอก เป็นความจริงเหรอเนี่ย!

แซมคิดไปถึงเหตุการณ์หลายวันก่อน ที่พวกมือสมัครเล่นอ้างถึง แต่ไม่มีใครเชื่อ

“แต่ตอนนี้พวกนั้นไม่ได้อยู่ในสถาบันนั่นหรอกน่ะ” หล่อนพูดต่อ

“แล้วย้ายไปอยู่ที่ไหน?” เขาถามอย่างกระตือรือร้น

“ถ้าอยากรู้ เราคงต้องแลกเปลี่ยนกันหน่อย” สาวสวยยิ้มบางๆ ก่อนยื่นข้อเสนอบางอย่างออกไป ทำให้พวกฮันเตอร์ต้องคิดหนักไม่น้อย

OoXoO

ในที่สุดเกวลินก็ได้โชว์ฝีมือแล้ว ไม่เสียชื่อเป็นลูกหลานนักล่า แถมใจกล้าไม่น้อยที่มาบังอาวุธแทนไออีกด้วย...น่ารักจริงๆ 5555 ส่วนเรื่องที่ไอเสนอแลกเปลี่ยนกับพวกฮันเตอร์!! ...อยากรู้ต้องตามต่อในฉบับเต็มนะคะ 

ตอนหน้าลิเลียนรู้แล้วว่าหลานสาวมีคนรัก...เกวลินจะตอบย่ายังไงกันนะ? ...ก็ต้องรอตอนหน้าเช่นเดิมค่ะ 

E-book ทุกเรื่องของไรท์ มีขายที่ MEB ค่ะ สำหรับหนังสือเรื่องนี้จะปิดจอง 26 พ.ค.นี้ สนใจ inbox ถามได้ที่เพจนิ้วนางค่ะ   

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม

OoXoO




Create Date : 23 พฤษภาคม 2562
Last Update : 23 พฤษภาคม 2562 14:07:37 น. 0 comments
Counter : 98 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.