ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
20 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
จุมพิตรัตติกาล My Sweet Vampire เล่ม 2 บทที่ 3 (Yuri)

 

ภากรชวนสหายร่วมรบทั้งสี่คนเข้าไปในบ้าน เจอกับสาวใช้วัยรุ่นออกมาต้อนรับ

“พ่ออยู่ไหน?”

“อยู่ที่ห้องประชุมค่ะ” สาวใช้ตอบ

“อือ” เขาส่งเสียงรับรู้ หันหน้าไปพยักพเยิดกับลูกทีม แล้วเดินนำไปที่หน้าประตูห้องประชุม ยกมือเคาะเบาๆ

ก๊อก! ก๊อก!

“ใคร?” เชนที่อยู่ในห้องตะโกนถาม

“ภากรครับ”

“เข้ามา” เจ้าของบ้านอนุญาต

ชายหนุ่มผลักประตูเข้าไป เห็นบิดานั่งหัวโต๊ะ มีผู้อาวุโสของกลุ่มนั่งร่วมประชุม อาทิ ดอน ออสวิน ไทรีส อาดัม แซม และอีกหลายคน ทุกคนมองมาทางเขา

“มีอะไร?” หัวหน้ากลุ่มกริชถามเสียงห้วน ไม่พอใจที่ลูกชายเข้ามาขัดจังหวะการประชุมของกลุ่มคิลเลอร์ แถมยังนำเพื่อนตามมาด้วยอีกเป็นโขยง

“ผมมีเรื่องจะรายงานครับ”

รายงาน?

เชนเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย จำไม่ได้ว่าสั่งลูกชายให้ไปทำอะไร

“เรื่องอะไร?”

ผู้อาวุโสคนอื่นนั่งฟังเงียบๆ แม้จะเต็มไปด้วยความอยากรู้ แต่ก็เก็บอาการไว้ได้อย่างดี

“ผมพาลูกทีมไปสืบข่าวที่สถาบันวิจัยไครอนมาครับ”

ไอ้บ้านี่!

ผู้นำกลุ่มนักล่ากัดกรามแน่น นัยน์ตาเป็นประกายไม่พอใจ

“ฉันไม่ได้สั่ง”

ผมแค่อยากทำอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง

ลูกชายทำหน้าจ๋อยเหลือแค่นิ้วเดียว ความเชื่อมั่นที่มีหดหายไปเกือบหมดสิ้น

“ผะ ผมทราบครับ”

“แต่แกก็ยังกล้าทำเรื่องบ้าๆ อยากโดนลงโทษอีกใช่ไหม?”

เชนเพิ่งลงโทษลูกชายไม่นานนี้ เรื่องที่ภากรลวนลามเกวลินหน้าร้านทองในตลาด แถมโมเมว่าเป็นผัวเมียกัน พอเขาถามภากรก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ทำอะไรหญิงสาว เชนสงสัยจึงเรียกลูกน้องของลูกชายมาถาม จนได้ความก็สั่งลงโทษทันที โดยที่ทางเกวลินไม่ได้ฟ้องสักคำ

ในฐานะพ่อ ไม่อยากให้ใครด่าลูกชายว่า “ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน” ...เพราะเขาพร่ำสอนจนปากเปียกปากแฉะ แต่ลูกมันไม่จำเองต่างหาก

โทษครั้งนั้นคือตัดเงินเดือนครึ่งหนึ่งเป็นเวลาสามเดือน

ฉึก!

ภากรหน้าเปลี่ยนสี ก้มหน้าต่ำ อับอายจนไม่กล้าสู้สายตาผู้คนที่นั่งในห้อง

“ขอโทษครับ”

“คิดว่าตัวเองเป็นใคร บ้าบิ่นเกินไปแล้ว แกไปบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลแบบนั้น ถ้าถูกจับได้ขึ้นมาจะทำยังไง คิดบ้างหรือเปล่า อยากนอนคุกเล่นหรือไง”

คนเป็นพ่อตำหนิเสียงดุ แต่เจือไปด้วยความห่วงใย ไม่อยากให้ลูกชายพาเพื่อนไปเสี่ยงกับคุกตะราง เชนประเมินว่า ภากรกับเพื่อนๆ มีฝีมือแค่ปลายแถว ไม่เหมาะจะทำงานสอดแนมด้วยซ้ำ

งี่เง่าจริงๆ ไอ้ลูกบ้า!

“ใจเย็นๆ ครับคุณเชน” แซมพูดแทรกขึ้นอย่างสุภาพ ไม่อยากให้พ่อตำหนิชายหนุ่มมากเกินไป เพราะนั่นจะเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นอีกฝ่ายทำให้ใจฝ่อ สุดท้ายเขาจะไม่กล้าลงมือทำอะไร เพราะกลัวทำผิดกลัวทำพลาด กลัวเสียหน้า และอีกสารพัดกลัว ฯลฯ ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ที่เหนี่ยวรั้งให้ผู้คนเกินครึ่ง...ไปไม่ถึงดวงดาว

“นั่นสิ” ดอนกล่าวสนับสนุนแซม ก่อนเบนสายตาไปมองลูกชายของเชน “ภากร”

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นสบตาปู่ของเกวลิน

“ครับ”

“ไปสืบได้เรื่องอะไรบ้างล่ะ?” อดีตวีรบุรุษนักล่าถามเสียงนุ่มนวล

ดอนมองอีกฝ่ายไม่ต่างจากหลานคนหนึ่ง เห็นมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ถึงกับโปรดปราน ขนาดจะยกหลานสาวคนเดียวให้แต่งงานด้วย หลังเขาทำให้เกวลินเสียชื่อ ความเอ็นดูที่เคยมีให้ลดน้อยลงไปมาก แต่ก็ไม่มีอคติจนถึงขั้นเกลียดชัง

“สถาบันวิจัยไครอนเป็นพวกโจรลักพาตัวครับ ไม่ผิดแน่” เขาเล่าแบบสรุป แต่ได้ใจความ

“อะไรนะ!” / “จริงเหรอ!”

หลายเสียงของผู้อาวุโสถามขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย หันสบตากันลอกแลกอย่างไม่อยากเชื่อนัก

“ที่พูดนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นใช่ไหม?” ออสวินพ่อของแซมถามย้ำ

“ผมพูดความจริงครับ” ภากรตอบหนักแน่น

รู้ตัวใช่ไหมว่าพูดอะไรออกมา

เชนนึกกังวลกับคำกล่าวหาของลูกชาย ถ้าพูดแบบไม่มีหลักฐาน แล้วพิสูจน์ว่าเป็นการโกหก ภากรจะไม่ต่างจากเด็กเลี้ยงแกะ ต่อไปจะไม่มีใครเชื่อถือคำพูดของเขาอีก ความฝันที่จะเป็นหัวหน้ากลุ่มฮันเตอร์คนต่อไปจะพลอยหายวับไปด้วย

แซมยกสองมือขึ้นเท้าคาง จ้องหน้าคนพูดเขม็ง

“มั่นใจมาก?”

“ครับ พวกผมห้าคนเจอผู้ชายที่หายตัวไปหลายคน อยู่ในหลอดทดลองชั้นใต้ดินในอาคารไครอน” ลูกชายของหัวหน้ากลุ่มให้ข้อมูลเพิ่ม

ดอนหันไปถามหลานชายตัวเอง ที่ยืนอยู่ด้านหลังภากร

“จริงรึดิเรก?”

“จริงครับปู่ พวกผมเห็นกับตา” พี่ชายของเกวลินยืนยันอีกเสียง “พวกผมมีคลิปวิดีโอที่ถ่ายที่นั่นเอาไว้ด้วยครับ”

“ไหนเอามาดูสิ” เชนเอ่ยปาก เขาเชื่อในหลักฐานมากกว่าคำพูดลอยๆ

หากที่ภากรพูดเป็นเรื่องจริง ถือว่าสถาบันวิจัยแห่งนั้นกระทำสิ่งที่ท้าทายกฎหมายไทยอย่างร้ายแรง และนั่นอาจจะหมายความว่า สัตว์กลายพันธุ์ที่ออกอาละวาดฆ่าคนไปร่วมครึ่งร้อย อาจเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของไครอนกรุ๊ปด้วย แต่ก่อนจะสรุปหรือฟันธงลงไป ต้องมีหลักฐานที่แน่นหนาเสียก่อน

...ไม่ใช่เรื่องฉลาด ที่จะเป็นศัตรูกับองค์กร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอภิมหาเศรษฐีระดับซุปเปอร์ริช

แถมมาร์คประธานหนุ่มไครอน มีชื่อเสียงมีหน้าตาในสังคม การกล่าวโทษแบบลอยๆ ไร้หลักฐานที่ชัดเจน อาจจะโดนฟ้องกลับ ติดคุกหัวโต แถมยังอาจมีคดีความตามมาอีกยาวเป็นหางว่าว

...คนรวยคนดังถนัดใช้กฎหมายเล่นงานคู่กรณีให้จมธรณี นั่นคือความจริงในสังคมปัจจุบัน

เรื่องนี้ยากเสียยิ่งกว่าเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงซะอีก แกจะมาล้อเล่นไม่ได้นะภากร ไม่งั้นฉันหักคอแกแน่

คนเป็นพ่อนึกหนักใจกับความยุ่งยากที่จะตามมา

อย่างน้อยหลานฉันก็ใจกล้า บ้าดี เชื้อไม่ทิ้งแถว หึหึ

อาดัมพี่ชายเชนนั่งฟังด้วยสีหน้ายิ้มๆ ไม่คิดเลยว่า หลานชายที่แสนไม่เอาไหนของตนจะกล้าทำเรื่องบ้าบิ่นขนาดนี้ได้

เขากลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด ว่าจะหาประโยชน์จากเรื่องนี้ได้อย่างไร แล้วแผนบางอย่างก็ผุดออกมาในมันสมองที่แสนเจ้าเล่ห์ ซึ่งแน่นอนว่า ผลตอบแทนครั้งนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างเบาะๆ ก็น่าจะได้สักหกหรือเจ็ดหลัก

ขอบใจนะไอ้หลานรัก

เชนกดเปิดคลิปวิดีโอจากมือถือที่ลูกชายส่งมาให้ แล้วต้องขมวดคิ้วหนา เมื่อเห็นภาพผิดจากที่คิดไว้มาก

...ไม่มีหลอดทดลองขนาดใหญ่ที่ใส่ผู้ชายเอาไว้

...ไม่น่าใช่ภาพในสถาบันวิจัยไครอนแห่งนั้น

ชายสูงวัยเพ่งมองคลิปอย่างพินิจพิจารณา กับภาพชวนอุจาดตาของชายหญิงฝรั่งในชุดวันเกิด กำลังนัวเนียทำรักบนเตียงใหญ่ กล้องซูมไปยังอวัยวะเพศของทั้งคู่จะแจ้งเต็มตา เคลื่อนไหวสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว ผู้หญิงเม้มริมฝีปาก ใบหน้าบิดเบี้ยวกับการเสพสมที่ดุเดือดสุดๆ ขณะที่ผู้ชายโจนจ้วงดุดันในเรือนกายของอีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย

เชนอ้าปากค้าง โชคดีที่ปิดเสียงมือถือเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคงได้อับอายขายหน้าเกินจะรับได้

ไอ้เด็กเวร! เอาอะไรมาให้ฉันดูเนี่ย

หัวหน้ากลุ่มฮันเตอร์นึกด่าทอ รีบกดปิด ไม่อยากเห็นภาพอะไรแบบนี้ ก่อนเปิดอีกเครื่องก็คลิปแบบเดียวกัน เขาเงยหน้าทำตาเขียวใส่ชายหนุ่มสองคนที่ยิ้มกว้าง

“นี่มันคลิปบ้าอะไร!” เชนตวาดเสียงดังใส่พวกฮันเตอร์มือใหม่

คนอื่นที่นั่งอยู่เบนสายตามองไปยังเขาเป็นตาเดียว ไม่เข้าใจว่าทำไมหัวหน้าของตนถึงได้ฟิวส์ขาด

ทำไมต้องโมโหด้วย?

เจ้าของเครื่องสองคนสลายรอยยิ้ม ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก หันสบตากัน พยักพเยิดให้อีกฝ่ายตอบคำถามนั้น

“คลิปที่ถ่ายในไครอนครับ” ตาอ้วนหนึ่งในสองเจ้าของเครื่องตอบเสียงอ่อยๆ ไม่ชินกับภาคโหดของเชนนัก

“ไครงไครอนอะไร นี่มันคลิปโป๊ชัดๆ ไอ้พวกลามก”

“เป็นไปไม่ได้!” / “คลิปโป๊!” สองคนพูดพร้อมเพรียง

ตายห่า! เปิดผิดหรือเปล่า

ภากร ดิเรก และเพื่อนอีกคนทำหน้าแตกตื่น

เชนชี้นิ้วบอกเจ้าของเครื่อง

“ไม่เชื่อก็เปิดดูสิ”

เพื่อนของลูกชายทำตามโดยไม่ต้องให้บอกซ้ำ หัวใจแทบลงไปกองที่ตาตุ่ม ไม่มีข้อมูลของไครอนที่พวกเขาบรรจงถ่ายในห้องแลป มีแต่คลิปจ้ำจี้ของสองฝรั่งที่ไหนก็ไม่รู้ ซึ่งพวกเขาไม่เคยดูผ่านตาเลยด้วยซ้ำ

“เฮ้ย! มาจากไหนเนี่ย”

“นี่ไม่ใช่ภาพที่ฉันบันทึกสักหน่อย” ตาอ้วนพึมพำอย่างไม่เข้าใจ

ตกลงนี่เป็นแค่เรื่องล้อเล่นใช่ไหม?

ดอนทำหน้าเซ็ง หันสบตากับออสวีนที่มีความคิดไม่ต่างกัน

แหกตากันหรือเนี่ย! ไอ้เราก็นึกว่าเรื่องจริง โดนเด็กหลอกเสียได้

แซมทำหน้าเบื่อๆ รู้สึกเหมือนเลือกข้างผิดที่ช่วยพูดให้ภากร

เหล่าผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ รู้สึกผิดหวังในตัวคนรุ่นใหม่ ที่ไม่สามารถสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย

ทว่าผู้ที่รู้สึกผิดหวังที่สุดในห้องนี้ คงไม่พ้นอาดัม ที่อุตส่าห์วาดฝันว่า จะเรียกร้องเงินก้อนโตจากสถาบันวิจัยแห่งนั้น ด้วยเขาเคยติดต่อกับมาร์คแบบลับๆ

...สำหรับเขาแล้ว ผลประโยชน์ของตนมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ

ที่แท้ก็แค่เรื่องปั้นน้ำเป็นตัว หวังเอาดีใส่ตัวสินะ ภากรก็คือภากรวันยังค่ำ ไอ้ห่วยเอ๊ย!

นึกขุ่นเคืองหลานชายอย่างที่สุด ที่ทำให้มีความหวังลมๆ แล้งๆ

ชายหนุ่มห้าคนยืนมุงดูมือถือราคาแพงทั้งสองเครื่อง ไม่เข้าใจว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ผลัดกันเสนอความคิดถึงสาเหตุที่เปิดคลิปนั้นไม่ได้

“อ้วนแกเผลอไปกดลบหรือเปล่า?” ดิเรกถาม

“เปล่านะ เมื่อกี้ตอนอยู่ในรถยังดูได้อยู่เลย” ตาอ้วนตอบ

“เปิดผิดคลิปหรือเปล่า ค้นดูใหม่อีกรอบสิ” ภากรพูดบ้าง

“เครื่องฉันเพิ่งซื้อ มีอยู่แค่สองคลิปเอง”

ฯลฯ

เสียงสนทนาเซ็งแซ่เถียงกันอย่างไม่สนใจผู้หลักผู้ใหญ่ ทำให้เชนนึกรำคาญมากขึ้น เขาเข้าใจว่าลูกชายต้องการเรียกร้องความสนใจ จึงสร้างสถานการณ์ว่าแอบเข้าไปในไครอนที่ต้องสงสัยได้สำเร็จ

เชนในฐานะหัวหน้า รู้สึกหน้าแตกเป็นเสี่ยงๆ ต่อหน้าสมาชิกคนสำคัญของกลุ่มคิลเลอร์ อยากจะเอาถุงคลุมหัวให้รู้แล้วรู้รอด และรู้สึกสิ้นหวังกับลูกชายของตน

ฉันผิดเองที่คาดหวังในตัวลูกสูงเกินไป ภากรไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำ ไม่เหมาะที่จะเป็นคิลเลอร์ด้วยซ้ำ ไอ้ลูกไม่เอาถ่าน!

“ตกลงเจอไหม?” เจ้าของบ้านถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก ข่มใจไม่ให้แสดงความเกรี้ยวกราดออกมาเต็มที่ ทั้งที่ควันร้อนลอยออกหู

“ไม่เจอครับ” สมาชิกทีมมือใหม่ทั้งห้าตอบเสียงอ่อย รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกต้มตุ๋นหลอกลวง

ภากรหน้าซีดแทบไร้สีเลือด รับรู้ได้ถึงรังสีแห่งความโกรธาระดับสูงสุดจากสายตาของพ่อ

ซวยแล้ว! นี่ฉันกลายเป็นพวกขี้ปดในสายตาผู้ใหญ่แล้วเหรอเนี่ย ทำไงดี!

“ไม่มีธุระอะไรก็ออกไปให้หมด อย่ามาเกะกะ” เชนเอ่ยปากไล่แบบไม่เกรงใจ

“ขอโทษครับ” / “ครับ”

ภากรกับพวกเพื่อนพูดอย่างร้อนรน แล้วเผ่นพรวดออกจากห้องประชุมทันที

หลังทีมสมัครเล่นถอยออกไป ผู้นำกลุ่มฮันเตอร์ถอนหายใจเฮือก พร้อมยกปลายนิ้วนวดขมับ หลังไมเกรนที่ห่างหายไปนาน เกิดคิดถึงแวะกลับมาทักทายแบบไม่บอกกล่าว

พูดอะไรบ้าๆ ว่างเมื่อไหร่จะเรียกมาสวดรายตัวเลย ไอ้เด็กเวร!

เชนจดบัญชีไว้จัดการลูกชายกับเพื่อนทีหลัง

“เด็กๆ ก็แบบนี้แหละ คงแค่ล้อเล่นเอาสนุก ไม่ได้คิดร้ายหรอก ใช่ไหม?” อาดัมอ้าปากขึ้นเป็นคนแรก หลังภายในห้องเงียบกริบไปนานเป็นนาที ประหนึ่งไม่มีใครนั่งอยู่ ได้ยินแค่เสียงเครื่องปรับอากาศ

เขาพูดเหมือนเข้าข้างหลานชาย แต่แท้จริงเจตนาตอกย้ำความไม่เอาไหนของภากร กระทบกระเทียบไปถึงเชนที่เป็นบิดา ประมาณว่าเป็นเพราะพ่อไม่อบรมสั่งสอนลูกชายให้ดี ภากรก็เลยเป็นคนโกหกพกลม เชื่อถือไม่ได้แบบนี้

เปิดช่องไม่ได้เลยจริงๆ ไอ้พวกหมาลอบกัน

เชนกัดกรามแน่นจนเห็นเป็นสัน ปรายตามองคนพูดอย่างรู้เท่าทัน ว่ามีเจตนาร้าย แต่จนใจที่เถียงไม่ออก เพราะลูกชายเขาไม่เอาไหนจริงๆ

จะตายวันตายพรุ่งไม่รู้ ยังกัดกันอยู่ได้ ไม่แปลกใจเลยที่กลุ่มเราทำไมถึงได้เจริญถอยหลังทุกวัน โคตรรักสามัคคีเลย เยี่ยมมาก!

ดอนคิดประชดในใจ หลังเห็นสายตาสองคู่ของพี่น้องสบประสานเหมือนมีไฟอาฆาตแลบออกมา เขาไม่ชอบเห็นศึกภายใน โดยเฉพาะศึกสายเลือด ในยามที่ต้องการความสมัครสมานสามัคคีอย่างที่สุด จึงพูดขึ้น

“เรามาประชุมกันต่อดีกว่า”

“นั่นสิ ประชุมให้จบจะได้กลับบ้านไปนอน” ออสวินรีบรับลูก

บรรยากาศในห้องนั้น จึงคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ทุกคนกลับมาสู่หัวข้อการประชุมที่ค้างอยู่ เรื่องสัตว์กลายพันธุ์ที่ออกอาละวาด ผู้ชายที่หายตัวไปหลายคนที่ต่อมาพบเป็นซากศพ และสถาบันไครอนเกี่ยวข้องกันหรือไม่?

 

ขอบใจนะหนุ่มๆ

เฟสที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้หลังบ้านของเชนยิ้มร่า มองมือถือสองเครื่องในมือที่สลับมาจากเจ้าของเครื่อง ก่อนร่ายคาถาหายตัวกลับไปยังที่พักของตน เพื่อดูภาพและทำสำเนาคลิปหลักฐานเอาไว้

เธอไม่เคยเข้าไปในสถาบันวิจัยแห่งนั้น จึงอยากเห็นสิ่งที่ไครอนพยายามพัฒนามาตลอดหลายปี ซึ่งเดาว่ามันไม่ใช่เรื่องดีงามสักเท่าไหร่

หากเทียบความก้าวหน้าทางการแพทย์ของเผ่าแม่มดกับคน อันที่จริงแล้วเผ่าแม่มดรุดหน้ากว่ามาก เน้นหนักไปในการใช้สมุนไพรรักษามากกว่าที่จะใช้สารเคมีบำบัดเป็นหลักแบบมนุษย์

ช่วงที่เทคโนโลยีผ่าตัดเสริมเฉพาะส่วนเกิดขึ้นใหม่ๆ อาทิ ทำนม ทำจมูก ทำตา ลดพุง ฯลฯ เหล่าจอมเวทก็อดขำไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกตนมาก แค่ใช้คาถาไม่กี่บท และไม่ต้องเจ็บตัวสักนิด รวมถึงไม่ต้องเสียเงินเสียทองหลักแสนหลักล้าน ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษาที่แพงลิบลิ่ว แถมเสี่ยงตายหากสารพิษเข้าร่างกายอีกด้วย

น่าแปลกใจที่มนุษย์รู้ทั้งรู้ว่าอันตราย แต่ก็ยังจะเสี่ยงทำกันต่อไป เพื่อความงามชั่วครั้งชั่วคราว

...เป็นเรื่องที่ผู้มีปัญญาควรทำ?

เพียงไม่กี่ปี ความก้าวหน้าของการผ่าตัดถึงขั้นแปลงโฉมให้เป็นใครก็ได้ ขอเพียงมีเงินจ่าย นี่อาจกลายเป็นปัญหาอาชญากรรมระดับโลกได้เลย ด้วยการ ‘โจรกรรมการเป็นคนอื่น’ เหมือนในภาพยนตร์ แล้วทำให้ตัวจริงกลายเป็นตัวปลอม...โลกนี้คงวุ่นวายพิลึก

แม้จะรอบรู้เรื่องวิทยาการ เผ่าแม่มดนำเซลล์ของแวมไพร์มาวิจัย เพื่อให้บรรเทาความโหดร้ายรุนแรง แต่ไม่คิดจะมาใช้เพื่อยืดอายุ ด้วยมองว่าจะเป็นผลร้ายมากกว่าดี ประกอบกับเผ่าชามันคามีอายุที่ยาวนานอยู่แล้ว ความเป็นอมตะจึงไม่ใช่สาระสำคัญ

ผิดกับมนุษย์ ที่แม้จะไม่มีเซลล์ของผีดูดเลือด แต่ถูกจัดว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่โหดร้ายกว่าทุกสปีชีส์ ถ้าได้รับ DNA โหดๆ เพิ่มเติมเข้าไปในตัวอีก เฟสไม่กล้าคิดถึงความโกลาหลที่จะเกิดขึ้นบนโลกใบนี้

ตามหลักวิชาแพทย์ หากคนต้องการมีอายุขัยที่ยืนยาว แค่การทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานวิตามินบำรุงบ้าง ไม่จำเป็นต้องใช้เซรุ่มประหลาดๆ ฉีดเข้าไป เพราะมันอาจจะเข้าไปทำลายอวัยวะภายใน เร่งให้ตายเร็วขึ้นไปอีก

แต่พวกนักวิจัยหลายคนพยายามทำสิ่งที่ฝืนธรรมชาติ โดยหารู้ไม่ว่า ผลลัพธ์ที่ได้อาจร้ายแรงถึงขั้นทำลายเผ่าพันธุ์ของตนได้เลยทีเดียว

...กว่าจะสำนึกเสียใจ ก็คงสายเกินไปเสียแล้ว

 

หลังร่ายเวทไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างบอบบางของเฟสปรากฏตัวขึ้นภายในเครื่องหมายดาวหกเหลี่ยม ณ ห้องพักตนเอง ซึ่งมีแวมไพร์สาวนั่งอยู่ พร้อมกับแม่มดวัยเยาว์ที่ชื่อริต้า

ทั้งสองหยุดสนทนาหันมองผู้ที่ก้าวมาใหม่

“คุณเฟส” ชามันคาอายุน้อยทักเสียงใส

“กลับมานานแล้วเหรอ?” เฟสถามยิ้ม

“สิบกว่านาทีค่ะ” ริต้าตอบ แล้วถามบ้าง “เรียบร้อยไหมคะ?”

หลังเสร็จจากการช่วยนักล่าห้าคนจากไครอน เธอก็กลับมาที่พัก พอมาถึงไม่เจอหัวหน้าเจอแต่อารียา จึงนั่งคุยกันรอไปพลางๆ

แม่มดอายุน้อยรู้จักหล่อนมานานพอสมควร รู้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยใจคอดีมาก จึงไม่รู้สึกหวาดระแวง แต่หากเปลี่ยนเป็นอยู่กับแวมไพร์ตนอื่นในห้องสองต่อสอง คงเกร็งและระมัดระวังตัวกว่านี้มาก...เสียวต้นคอ

“แน่นอน” หัวหน้าสาวยิ้มกว้าง หยิบมือถือสองเครื่องที่หยิบยืมมาจากหนุ่มๆ ออกมา “ให้รู้สิว่าคนนี้ใคร”

ง่า ลืมไป

ริต้ายิ้มอายๆ ลืมไปสนิทว่า หัวหน้าของตนเชี่ยวชาญเรื่องคาถาไม่น้อย ฝีมือเฟสจัดเป็นจอมเวทระดับสูง แต่ไม่ยอมสอบเลื่อนขั้นสักทียังคงตำแหน่งฝ่ายปฏิบัติการมาตั้งนาน อีกฝ่ายให้เหตุผลว่า

“ถ้าเลื่อนขั้นสูงขึ้น งานจะเยอะมาก ขออยู่แบบนี้สบายกว่า แวบไปเที่ยวได้ด้วย”

แต่เท่าที่เธอเห็น เฟสโดนทีน่าสั่งให้ทำโน่นทำนี่ตลอด งานหนักไม่ต่างจากจอมเวทระดับสูง แต่กินเงินเดือนเท่าระดับกลาง ไม่รู้จะสงสารหรือขำดี?

“ขอโทษค่ะ”

“ต้องเลี้ยงไอติมเป็นค่าทำขวัญ” เฟสทำท่าจริงจัง “สักสิบถ้วยก็พอ ช่วงนี้เข้าหน้าร้อนร้านนั้นมีไอติมรสมะม่วงด้วย อร่อยที่สุด”

แม่มดวัยเยาว์ทำตาโตเป็นไข่ห่าน หลังรู้ว่าอีกคนจะไปร้านไหน

“โหย! ตั้งสิบถ้วย เงินเดือนฉันจะพอใช้ไหมคะ”

“ทยอยเลี้ยงเดือนละสามสี่ถ้วย เดี๋ยวก็ครบ ริต้าไม่ต้องทานก็ได้ แต่ต้องไปนั่งเป็นเพื่อนฉันทาน โอเคไหม?”

คิดได้ยังไงเนี่ย

สาวรุ่นน้องทำหน้างอง้ำ แล้วเอ่ยประชดออกมา

“ให้ไปนั่งดูคุณทาน ใจร้ายไปนะคะ”

“ใช่ที่ไหน อย่างฉันเป็นแม่มดสวยระดับนางงาม จิตใจดี รักเด็ก มีเมตตาสูงต่างหาก” สาวรุ่นพี่ยกมือข้างหนึ่งปัดปอยผม โพสต์ท่าเหมือนนักแสดงในโฆษณาดัง แล้วหลิ่วตาให้แบบกวนๆ

ใจดีตายเลย!

แม่มดสาววัยเยาว์ค้อนวงโต แต่ไม่กล้าเถียงต่อ ยิ่งพูดก็ยิ่งแพ้ เสียเปรียบมากขึ้นไปอีก

ขนาดค้อนยังน่ารัก...

เฟสยิ้มระรื่น สายตาจับจ้องใบหน้าของสาวรุ่นน้อง

ริต้านี่ท่าจะโดนแกล้งหนักสุด หึหึ

อารียาหัวเราะเบาๆ ขำที่เห็นเฟสแกล้งหยอกลูกน้องแทบจะเป็นปกติ ไม่มีแม่มดคนไหนรอดมือปีศาจขี้แกล้งตนนี้เลยสักคน ไม่เว้นแม้แต่ทีน่า ผู้นำเผ่าแม่มด แต่รายนั้นมักจะเอาคืนแบบเผ็ดร้อน เป็นคู่มวยที่สูสีที่สุด

“ชอบแกล้งคนจริงๆ นะ” หล่อนว่าแบบไม่จริงจัง

คนถูกว่ายักไหล่ ยกยิ้มเจ้าเล่ห์

“นิดหน่อยเอง”

สาวผมทองส่ายหน้า แล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องที่จริงจัง

“เปิดคลิปเถอะ ฉันอยากรู้ว่าพวกนั้นเห็นอะไร”

“อือ ฉันก็อยากรู้” เฟสหยิบมือถือเครื่องหนึ่งกดเปิด อีกสองคนยืนด้านข้าง

ทั้งสามดูเงียบๆ จนกระทั่งจบ ชามันคาสาวจึงกดปิด พร้อมถอนหายใจยาวเหยียด

“ใจร้ายมาก เห็นพวกเดียวกันเป็นหนูทดลองรึไง” ริต้าพึมพำต่อว่าอย่างเหลืออด

หล่อนไม่ปริปากแต่คิดไม่ต่างจากแม่มดวัยเยาว์ หันมองเพื่อนรัก

“ส่งให้สารวัตรที่ชื่อประชานะ คนนี้เป็นตำรวจดี ถ้าเห็นภาพพวกนี้คงไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ส่วนอีกเครื่องเก็บไว้ก่อน”

“สบายมาก พรุ่งนี้เช้ามันจะไปอยู่บนโต๊ะทำงานเขา” แม่มดสาวรับปาก แต่ไม่ถึงกับเชื่อมั่นนักว่า จะได้ผลแบบที่คาดหวังเอาไว้ หลังมีข่าวทุจริตคอรัปชั่นในหน่วยงานราชการบ่อยครั้ง จนชาวบ้านตาดำๆ นึกหวาดระแวงในตัวผู้รักษากฎหมาย ไม่รู้ว่าจะมาดีหรือมาร้าย?

“แล้วจะเอายังไงต่อคะ?” ริต้าถามถึงแผนการขั้นต่อไป เธออยากมีส่วนร่วมในการทำประโยชน์ และอนุรักษ์โลกใบนี้เอาไว้ เพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้มีชีวิตต่อไปอย่างปลอดภัย ไม่ใช่แค่เพื่อเผ่าพันธุ์จอมเวท แต่รวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดด้วย

“จัดการควินน์ก่อน ทางนี้ทีหลัง” เฟสบอกภารกิจต่อไป

“เข้าใจแล้วค่ะ”

“อุปกรณ์ที่ต้องใช้เตรียมให้พร้อมนะ”

“ค่ะ เดี๋ยวฉันจะเช็คอีกรอบ”

“ขอบใจนะ” สาวผมดำพูดกับลูกน้อง

“งั้นฉันขอตัวไปเช็คอุปกรณ์นะคะ” ริต้าขอตัว แล้วเดินไปอีกห้อง

เฟสมองตามแผ่นหลังริต้าตาละห้อย จนกระทั่งลับสายตา

มองตามขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าคิดมิดีมิร้ายน้องเขา

อารียาส่ายหน้าที่เห็นเพื่อนดูแปลกไป จึงกระแอมเบาๆ

“อะแฮ่ม! ”

ชามันคาสาวเอียงคอมองเพื่อนรักแบบร้อนตัวนิดๆ

“อะไร?”

“ชอบน้องเขารึ?”

เฮ้ย! อ่านใจเป็นด้วยรึไง

เฟสสะดุ้ง แล้วทำหน้าไปไม่เป็น

“ชอบนะชอบอยู่ แต่ไม่รู้แบบไหน”

อ้าว!

แวมไพร์สาวทำหน้าประหลาดใจ รู้จักอุปนิสัยเพื่อนดีว่าเป็นพวกปากกับใจไม่ค่อยตรงกัน

“อธิบายให้เข้าใจง่ายกว่านี้ได้ไหม?”

เอาไงดี?

สาวชุดดำคิดทบทวนอย่างหนัก ยกมือลูบต้นคอ ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรถึงจะตรงกับความรู้สึกในใจ

“ริต้าเป็นคนจริงใจ มีจิตใจดีมาก เด็กคนนี้เป็นจอมเวทที่เก่งที่สุดในรุ่น มอบงานอะไรให้ทำเรียกว่าไว้ใจได้ เวลาอยู่ใกล้ๆ ฉันรู้สึกสนุกที่ได้คุย ได้ร่วมงานด้วย ไม่ต้องระวังตัวมากเหมือนคนอื่น ไม่ต้องระแวงว่าจะถูกเอาเปรียบ หรือถูกหลอกใช้”

“แค่นั้น?”

“ฉันไม่รู้ว่าน้องเขาจะยอมรับฉันได้ไหม” คนพูดยิ้มเศร้าๆ ไม่ใช่จอมเวททุกคนจะยอมรับกับความรักแหกคอกได้ ถึงไม่มีบทลงโทษ แต่ก็ย่อมถูกคนในเผ่ารังเกียจไม่มากก็น้อย ความรักแบบนี้จึงต้องคบกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ

หล่อนพยักหน้าเข้าใจ กับความลำบากใจของเพื่อน ที่กลัวจะถูกริต้าปฏิเสธ และกลัวสายตาแสดงความรังเกียจของคนในเผ่า

“ก็พูดยากอยู่”

“ที่ยากที่สุดคือ ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง แค่คิดก็ทำอะไรไม่ถูกแล้วล่ะ” เฟสสารภาพความรู้สึกแท้จริงออกมา พร้อมทำหน้าหงอยชวนให้สงสาร

โอ๊ย! ขำ

แวมไพร์สาวไม่เพียงไม่เห็นใจ ยังหัวเราะเยาะจนตัวงอ

ชิส์

แม่มดสาวนึกหมั่นไส้เพื่อน จึงผลักไหล่เบาๆ เพื่อให้หยุดหัวเราะ

“หัวเราะอะไรนักหนา”

หล่อนพยายามกลั้นหัวเราะ แต่ยังมีรอยยิ้มประดับบนหน้าสวย

“ก็มันขำนี่ ที่แท้คุณเฟสกลัวอกหัก ไม่กล้าเดินหน้า ชาตินี้จะรับประทานแห้วเป็นอาหารหลักรึไง”

ลองมาเป็นฉันดูสิฟ่ะ

เธอเถียงในใจ หลังรู้ซึ้งกับอกหักรักคุดมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ จึงอดไม่ได้ที่จะตอบโต้

“ฉันไม่ได้ดูดี มีเสน่ห์แบบคุณไอนี่คะ หน้าตาดิฉันแค่พอไปวัดไปวาเฉยๆ”

ตกลงนี่ชมใช่ไหม

อารียาส่ายหัวกับคำชมกึ่งประชดของอีกฝ่าย

“ถ้าเขาจะรักเรา หน้าตาไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุดหรอกนะ”

“ให้มันจริงเถอะ”

เฟสไม่อยากจะเชื่อทฤษฎีของอีกฝ่ายนัก หลังเห็นผู้คนส่วนใหญ่รวมถึงเหล่าจอมเวท เลือกคู่รักโดยพิจารณารูปร่างหน้าตาเป็นอันดับแรก ต่อมาถึงเป็นนิสัยใจคอ ความเก่ง และชื่อเสียงฐานะ แต่ในกรณีของเธออาจจะต้องพึ่งพาโชคชะตาด้วย

“เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ แต่ฉันอยากให้กล้าๆ หน่อย ถ้ามันได้ผลก็คุ้มที่จะเสี่ยงนะ” แวมไพร์สาวท้าทาย

เสี่ยงหน้าแตกมากกว่า ไม่ไหวหรอก

อีกฝ่ายถอนใจเบาๆ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

ดื้อจริงๆ

สาวผมทองเดาความคิดของคนตรงหน้าได้

“ถ้าแกมีแฟนเป็นตัวเป็นตนภายในปีนี้ อยากกินอะไร ฉันเลี้ยงเอง ตกลงไหม? ” หล่อนรู้จักอีกฝ่ายมานาน รู้ถึงวิธีกระตุ้นให้อีกคนฮึกเหิมและเดินลุยไปข้างหน้า ไม่อยากให้ความปอดแหกฉุดรั้งให้ย่ำอยู่กับที่

อารียาอยากให้เพื่อนรักได้ลงเอยกับคนดีๆ ย่อมดีกว่าเหี่ยวเฉาเหงาใจแบบนี้ เชื่อในคำพูดของมนุษย์ที่ว่า...’ อกหักย่อมดีกว่ารักไม่เป็น’

ชามันคาสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“แล้วถ้าไม่สำเร็จ?”

“ก็เลี้ยงฉัน”

จอมเวทนิ่งคิดถึงข้อตกลงที่ดูเสมอภาค

“แน่นะ?”

“คำไหนคำนั้น”

“ฉันรับคำท้า”

อารียาผุดยิ้มบางๆ อย่างพอใจ

จากนั้นสองสาวแปะมือทำสัญญาตกลงกัน เหมือนที่ชอบทำในสมัยเด็ก

สงสาร

สุดระทมเจ็บช้ำระกำทรวง

ไฉนดวงสมรถึงเมินเฉย

ทำไม่รู้ไม่เห็นใจพี่เลย

โอ้ทรามเชยโปรดสงสารพี่เถิดนะ.

OoXoO

ขอบคุณที่กรุณาติดตามค่ะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ที่แวะมาให้กำลังใจกัน ไรท์จะรีบปั่นงานอย่างเร็วค่ะ

ตอนนี้เขียนไปขำไป ที่ภากรไม่ได้รับคำชม แถมถูกพ่อโกรธอีก (คือไรท์แอบหมั่นไส้เลยแกล้งเขาน่ะ อิอิ) ส่วนตอนหน้าเกวลินจะออกไปปฏิบัติภารกิจ แล้วเจอกับเรื่องตื่นเต้น ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้น ต้องอดใจรอสักหน่อยนะคะ

ป.ล.ไรท์เพิ่งกลับจากทำบุญ เอาบุญมาเผื่อทุกคนด้วยนะคะ นักอ่านจะได้รวยสวยกันทุกคน

แล้วพบกันใหม่ค่ะ 

เดียนา ^^

OoXoO




Create Date : 20 พฤษภาคม 2562
Last Update : 20 พฤษภาคม 2562 19:23:10 น. 0 comments
Counter : 115 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15


 
นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.