ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2562
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
10 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
จุมพิตรัตติกาล My Sweet Vampire บทที่ 16 (Yuri)

๑๖
 
สนใจ
พี่ไม่เคยสนใจใครขนาดนี้
ยุวดีน่าหลงใหลถวิลหา
เขม้นมองลืมตัวอยู่หลายครา
โอ้กานดาร่ายเวทใส่พี่หรือไร.
 
“ฉันต้องไปทำธุระหลายวัน ลินก็ระวังตัวด้วยแล้วกัน อย่ากลับบ้านมืดนัก” อารียาเอ่ยเตือนเสียงจริงจัง เต็มไปด้วยความห่วงใย
“เข้าใจแล้ว” เธอรับคำ
“แล้วก็อย่าไปแถวตลาดอีก โดยเฉพาะร้านทองร้านนั้น หมอนั่น โกหกเป็นไฟ ใช้กำลังกับผู้หญิง เลวมาก!” หล่อนพูดเสียงเครียดกว่าเดิม นัยน์ตาคู่สีฟ้าสวยเป็นประกายน่ากลัว
พอคิดถึงภากรก็อารมณ์บูดอีกรอบ คันไม้คันมือ อยากหักคอคนขึ้นมาทันที ไม่ชอบใจที่ชายหนุ่มบังอาจลวนลามเกวลิน แถมยังขี้จุ๊ป่าวประกาศว่าเป็นผัวเมียกับหญิงสาว ทำเอาอารียาของขึ้น เกือบที่จะขย้ำคอเขากลางตลาดเลยทีเดียว      
แรง!
สาวหน้าคมทำหน้าแปลกใจที่เห็นอีกฝ่ายวิจารณ์ไฟแลบ สายตาจับจ้องใบหน้าสวยเขม็งอย่างสงสัย  
“ฉันไม่อยากให้ลินคบกับผู้ชายไม่ดีน่ะ หมอนั่นไว้ใจไม่ได้” สาวสวยรีบพูดกลบเกลื่อน
“ก็รู้นะ แต่บางทีมันก็เลี่ยงไม่ได้” คนฟังถอนหายใจ พอคิดถึงเหตุการณ์ตอนเย็น ก็ปวดหัวตุ๊บขึ้นมา ไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ไปถึงหูปู่กับย่า รวมถึงไม่อยากผิดใจกับพ่อของภากรด้วยเรื่องเล็กน้อย
เธอไม่อยากคิดต่อว่า ถ้าอารียาไม่ไปขวางภากรเอาไว้ จะเกิดอะไรขึ้นกับตนบ้าง เพราะถือว่ามันผ่านไปแล้ว   
แต่ถ้าให้เลือกใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับคนที่ไม่ได้รักชอบ สิ่งที่ต้องฝืนใจขนาดนั้น เกวลินไม่คิดจะทำอยู่แล้ว  
“ฉันไม่เลือกพี่ภากรแน่ไม่ต้องห่วง”
คำตอบทำให้แวมไพร์สาวยิ้มสวยทั้งปากและตา   
“จริงนะ”  
ตึกตัก! ตึกตัก!
จู่ๆ หัวใจหญิงสาวเต้นแรงรัวขึ้นกะทันหัน จึงเบนสายตามองไปทางอื่น เธอพอรู้ว่า หล่อนกำลังเข้ามามีอิทธิพลกับหัวใจของตน ในแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน จึงตกใจไม่น้อย
บ้าน่ะ! เป็นไปไม่ได้!   
อารียารับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของคู่สนทนา จึงใช้นิ้วเชยคางมนให้หันกลับมาสบตาด้วย
“เป็นอะไร ทำไมหัวใจถึงเต้นดังนัก?”
คำถามเรียบง่ายฟังดูจริงใจ แต่ยิ่งทำให้ใบหน้าคมขึ้นสี ร้อนผะผ่าว เขินอายหนักขึ้น
หูดีเกินไปหรือเปล่า
นึกประชดในใจกับความสามารถพิเศษเหนือมนุษย์ของหล่อน
“ฉะ ฉัน…” มนุษย์สาวอ้ำอึ้ง ไม่รู้จะตอบยังไงดี คงไม่ใช่เรื่องงามที่จะบอกทุกอย่างในใจออกไป
อายหรือเนี่ย น่ารักชะมัด
แวมไพร์สาวยิ้มล้อๆ อย่างเอ็นดู
“เป็นอะไร ติดอ่างไปเลย หืม”
เป็นผีดูดเลือดที่ขี้แกล้งมากๆ
อดนึกต่อว่าในใจไม่ได้ พยายามเอียงคางหนี แล้วหลุบตาต่ำลง 
 “ฉันก็แค่คิดว่า...ไอสวยน่ะ” คำพูดช่วงท้ายแผ่วเบา แทบไม่ต่างจากกระซิบ
จริงหรือ?
หล่อนฉีกยิ้มสวยกว้าง ทำให้ใจคนมองสั่นสะท้านกว่าเดิม  
“ขอบคุณนะ” สาวผมทองโน้มตัวไปหอมแก้มอีกคนหนึ่งฟอดเป็นรางวัล แล้วเอ่ยความรู้สึกออกมาบ้าง “ฉันก็คิดว่าลินน่ารักมาก”
มาหอมฉันทำไมเนี่ย
เธอตกใจที่โดนล่วงเกิน ยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองที่ร้อน ราวกับจะเป็นไข้ แล้วตัดพ้อต่อว่าออกมาอย่างเอียงอาย   
“นิสัยไม่ดี เอาเปรียบกันตลอด”
“ลินจะเอาเปรียบฉันบ้างก็ได้นะ ฉันอนุญาต”
ฝรั่งสาวเอียงหน้า ชี้นิ้วมาที่แก้มตัวเอง เหมือนยอมให้อีกฝ่ายหอมคืนได้   
หลงตัวเองไปไหม
มนุษย์สาวส่งค้อนวงน้อยให้อย่างหมั่นไส้สุดๆ    
“ทะลึ่ง! ฉันไม่ได้อยากทำแบบนั้นสักหน่อย”
“จริงเหรอ” แวมไพร์สาวยิ้มกวนๆ “ปากกับใจไม่ค่อยตรงกันเลยนะ...แต่ฉันชอบ”
โอ๊ย! จะปากหวานไปไหน...ยะ หยุดเลยเกวลิน
คำว่า ‘ชอบ’ ทำให้สาวหน้าคมคิดเตลิดเปิดเปิงไปไกล จึงรีบเอ่ยปากไล่ ก่อนที่หัวใจจะทำงานหนักเกินไป  
“รีบกลับไปเลย ฉันง่วงแล้ว จะนอน”
“ก็ได้” อารียารับคำหน้านิ่ง ย่อตัวลง สอดแขนอุ้มอีกคนลอยขึ้นอย่างง่ายดาย เสมือนว่าคนตรงหน้าเบาเป็นหมอนนุ่น
อ๊าย!   
สาวผมยาวตื่นตระหนก ที่อีกฝ่ายทำอะไรเกินคาดคิด รีบใช้แขนคล้องคอหล่อนไว้ กลัวจะหล่นพื้น
“จะทำอะไร?”
“ส่งลินนอนไง”  
หล่อนวางร่างบางบนเตียงอย่างนุ่มนวล พร้อมห่มผ้าห่มให้
“เดี๋ยวฉันปิดไฟให้”
ตกใจแทบแย่ เฮ้อ!
หลังเข้าใจจุดประสงค์ เธอคลายความตกใจ จึงยิ้มออกมา   
“ฝันดีนะไอ”
เกวลินขยับเปลือกตาปิด ไม่กลัวสักนิดที่มีผีดิบอยู่ใกล้ๆ หล่อนอาจน่าสะพรึงกลัวสำหรับคนอื่น แต่ไม่ใช่กับตน
“กู๊ดไนท์ลิน” เสียงแผ่วหวานเอ่ยราตรีสวัสดิ์   
หญิงสาวรับรู้ได้ถึงสัมผัสแผ่วเบาที่หน้าผาก จึงยิ้มบางๆ ออกมา เพียงไม่นานก็หายใจสม่ำเสมอ เข้าสู่ภวังค์นิทราไป
อารียามองสาวหน้าคม ที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงใหญ่อย่างพินิจพิจารณาครู่หนึ่ง เหมือนจะจดจำอีกฝ่ายไว้ ใบหน้าสวยเปลี่ยนเป็นนิ่งขรึมกว่าปกติ
ฉันจะพยายามกลับมาให้ได้ รักษาตัวเองให้ดีนะลิน
นึกสัญญาในใจ หมุนตัวก้าวออกจากห้องนั้นแบบเงียบๆ ขึ้นไปยังดาดฟ้า และออกจากบ้านหลังใหญ่ไปท่ามกลางความมืด  
...โดยไม่รู้เลยว่า มีสายตาสองคู่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ
 
“เจอผีดูดเลือดแล้วครับ มันเพิ่งออกจากบ้านของอดีตนักล่ากลุ่มกริชที่ชื่อดอน” หนึ่งในสองคนรีบโทรรายงานเจ้านายทันที หลังพยายามตามร่องรอยอีกฝ่ายมาหลายวัน    
“ดีมาก” มาร์คทำเสียงร่าเริง ก่อนออกคำสั่งต่อไป “สะกดรอยตามไปอย่าให้มันรู้ตัวล่ะ ฉันอยากรู้ที่ซ่อนของมัน ถ้าได้เรื่องก็รีบโทรมารายงานฉันด่วน เข้าใจไหม?”
“เข้าใจครับ”
ประธานกลุ่มไครอนวางสาย นัยน์ตาคมกริบเป็นประกาย แสยะยิ้มร้ายกาจออกมา  
“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะจับแกไม่ได้”
เขาต้องการจับหล่อนแบบเป็นๆ เพื่อเอาเซลล์กับเลือดไปทดลอง ไม่ใช่เพื่อความก้าวหน้าทางสุขภาพของมนุษยชาติ อันเป็นจุดประสงค์แรกของผู้ก่อตั้งสถานวิจัยแห่งนี้ แต่เพื่อความเป็นอมตะของตัวเอง
เขาไม่แยแสว่าลูกน้องต้องตายไปกี่ศพ ขอเพียงแค่จับหล่อนได้ก็พอ และแน่นอนว่า มาร์คมีแผนการอันยิ่งใหญ่กว่านั้นรออยู่
อีกไม่นานฉันจะเป็นอมตะ ฉันจะมีกองทัพ แล้วโลกใบนี้ก็จะอยู่ในกำมือของฉัน
เสียงหัวเราะร่วนดังลั่น คนที่ได้ยินรู้สึกขวัญผวาอย่างบอกไม่ถูก
 
วันรุ่งขึ้น สองคนของไครอนที่ทำหน้าที่ตามแวมไพร์สาวนั้น ได้ถูกพบเป็นร่างไร้วิญญาณอยู่ไม่ไกลจากตลาดสด สภาพศพซีดขาวและแห้งกว่าปกติ ไม่มีบาดแผลอื่น พบแต่รอยเขี้ยวที่ต้นคอเท่านั้น  และไม่มีร่องรอยการต่อสู้ในบริเวณโดยรอบ
การมีคนตายแบบพิสดาร ทำให้พัทยาอยู่ในสภาพอึมครึมอีกครั้ง หลายคนที่รู้เรื่องนี้ช่วยกันกระพือว่า มีผีดูดเลือดออกอาละวาด ไม่ก็มีคนโรคจิตออกอาละวาด หรือมีมนุษย์ต่างดาวออกไล่ฆ่าคน แม้จะเป็นข่าวลือที่น่าเหลือเชื่อ แต่ก็สร้างความหวาดกลัวให้กับคนในพื้นที่เป็นอันมาก ยังไม่รวมผลกระทบกับการท่องเที่ยว ทัวร์หลายกรุ๊ปยกเลิก เพราะกลัวจะมาประสบกับเหตุร้าย
สารวัตรประชา พ่อนิจรินทร์ ซึ่งรับผิดชอบคดีนี้ร้อนใจแทบคลั่ง กำชับให้ตำรวจเกือบทั้งสถานีออกตรวจเข้ม เพื่อหาร่องรอยคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ก่อนที่เรื่องร้ายๆ จะเกิดขึ้นอีก
 
“บ้าเอ๊ย!” มาร์คสบถอย่างหงุดหงิด หลังรู้เรื่องคนของตนที่สั่งให้ไปทำงานตาย เขามั่นใจมากว่าเป็นฝีมือของผีดูดเลือด “มันร้ายกาจกว่าที่คิดนะเนี่ย”
คนจะไปสู้ผีดิบได้ยังไง พวกนั้นหูไวตาไวจะตายไป
เตวิชแอบคิดในใจ แต่ไม่กล้าพูดออกไป
เขาเคยอ่านผลการทดสอบความสามารถของผีดูดเลือด ที่ได้ยินเสียงและมองเห็นชัดเจนในระยะแปดสิบถึงร้อยเมตร มีจมูกที่ไวต่อกลิ่นพอๆ กับสุนัข ประสาทสัมผัสของคนเทียบพวกนั้นไม่ได้เลยสักอย่าง มีพละกำลังที่แข็งแรงกว่าคนไม่รู้กี่สิบเท่า จึงไม่แปลกที่ผีดูดเลือดจะฆ่าคนได้ง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ ไม่ต่างจากยุงหรือมดตัวหนึ่ง  
“แบบนี้เราจะหามันเจอได้ยังไง?” ประธานกลุ่มไครอนกล่าวเปรยขึ้น เหมือนพูดกับตัวเอง ก่อนหันมาปรึกษามันสมองของสถานีวิจัย “มีแผนดีๆ ไหมด๊อกเตอร์?”
หวยมาออกที่ฉันจนได้
หัวหน้าห้องแล็บกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด ไม่กี่วินาทีก็เอ่ยถามออกมา
“คนของเราที่ตายบอกไว้ว่า ผีดิบตัวนั้นเข้าไปที่บ้านฮันเตอร์ใช่ไหมครับ?”
“ใช่” คนเป็นเจ้านายผงกหัว
“แสดงว่ามันรู้จักกับคนในบ้านนั้น” ด๊อกเตอร์ชี้ประเด็นสำคัญ ที่เจ้านายหลงลืมไป
“เออจริงด้วย” มาร์คทำตาลุกวาว แผนชั่วผุดขึ้นในหัว เรียกชื่ออีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “ธัญญา”
“คะ?” เจ้าของชื่อขานเบาๆ
“ส่งคนของเราไปสืบทีว่า ใครในบ้านนั้นรู้จักกับผีดูดเลือด จับตัวมา...ฉันจะเอาเป็นเหยื่อล่อผีดิบ”
“ได้ค่ะ” หัวหน้าหน่วยลับสาวรับคำ แล้วก้าวยาวๆ ออกจากห้องนั้นไป
“เยี่ยมมากเลยด็อกเตอร์” เจ้านายเอ่ยชมลูกน้องสูงวัย
เตวิชก้มหัวต่ำรับคำชมอย่างนอบน้อม
“ขอบคุณครับ”
“ยังไงก็เตรียมห้องทดลองไว้ต้อนรับแขกพิเศษของเราด้วย เอาแก้วหนาชนิดพิเศษนะ ฉันไม่อยากให้หลุดออกมา” ชายหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดี มั่นอกมั่นใจมากว่าจะจับเป็นแวมไพร์ได้ “แล้วก็อย่าเพิ่งใส่ไปในหลอดทดลองล่ะ ฉันอยากคุยกับมันก่อน”
“รับทราบครับ”  
“แล้วเรื่องสัตว์ทดลองตัวใหม่ คืบหน้าไปถึงไหน?”  
“ใกล้เรียบร้อยแล้วครับ ผมฉีดเซรุ่มเข้าไปแล้ว ไม่เกินพรุ่งนี้การเปลี่ยนร่างน่าจะเสร็จสมบูรณ์ทั้งสองตัวครับ”
ชายหนุ่มทำหน้ายินดีที่ทุกอย่างเป็นไปตามต้องการ
“เยี่ยมมาก”
“จะให้ผมปล่อยพวกมันออกไปเลยหรือเปล่าครับ?”
มาร์คนิ่งคิด แล้วโบกมือห้าม
“ยัง รอจับผีดูดเลือดกลับมาให้ได้ก่อน”
“ครับ” หัวหน้าห้องปฏิบัติการไม่คิดถามเหตุผล
เขาทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด แสดงตัวเป็นผู้ตามที่ดี ไม่คิดขัดคอเจ้านาย อีกฝ่ายว่าอย่างไรก็เออออหมด เตวิชเข้าถึงแก่นแท้ของ ‘การโง่อย่างไร ให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน’ ซึ่งแน่นอนว่า การแสดงออกของเขาถูกใจมาร์คเป็นอย่างมาก
“ถ้าไม่มีอะไร ผมกลับไปทำงานต่อนะครับ” หัวหน้าห้องแลปเอ่ยขอตัวอย่างสุภาพ
“เชิญ” เจ้าของห้องยิ้ม ก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบพูดขึ้น “เดี๋ยวด็อกเตอร์” 
อีกฝ่ายหมุนตัวกลับมามอง
“ผมอยากได้เซรุ่มเบอร์ 30 ยี่สิบหลอด ขอภายในวันนี้นะ”
เตวิชขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่า อีกฝ่ายเอาเซรุ่มที่เขาวิจัยไปทำการทดลองอะไรต่อหรือเปล่า? แต่นั่นก็เป็นสิทธิ์ขาดของมาร์ค ซึ่งเขาเป็นแค่ลูกจ้างคงคัดค้านอะไรไม่ได้  
...ทุกผลการวิจัยในไครอน ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของประธาน
แต่กระนั้นก็อดคลางแคลงใจไม่ได้
เซรุ่มเก่าของปีก่อน จะเอาไปทำอะไร?  
“ได้ครับ ผมจะรีบทำเพิ่มให้” 
“ขอบคุณ แค่นั้นแหละ”
หัวหน้าห้องปฏิบัติการก้มหัวน้อยๆ แล้วก้าวออกไปจากห้องนั้น
เมื่ออยู่ตามลำพังในห้อง ประธานกลุ่มไครอนทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวม เปิดแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น เผยให้เห็นร่องรอยสีแดงที่เป็นจ้ำๆ บนท่อนแขน...รอยเข็มฉีดยา  
เฮ้อ!  
มาร์คถอนใจยาวเหยียด ไม่แน่ใจนักว่า ตัวเองคิดถูกหรือคิดผิด ที่ใช้ตัวเองทดสอบเซรุ่มที่สกัดมาจากผีดูดเลือด แม้จะมีพละกำลังเพิ่มขึ้นมหาศาล แต่ผลข้างเคียงเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ   
เขารู้สึกลำคอแห้งผาก กระหายเลือดถี่ขึ้น  เลือดที่ผสมเจือจางในไวน์แดงชักไม่อร่อยถูกปาก ต้องเติมเพิ่มอัตราส่วนเข้มข้นขึ้นอีกเกือบเท่าตัวจากตอนแรก สายตาเริ่มพร่ามัวยามมองแสงแดดจ้า จนต้องสวมแว่นตาดำ ง่วงเหงาหาวนอนในเวลากลางวัน ตาสว่างหลังพระอาทิตย์ตกดิน แถมมองได้ชัดเจนแม้ในที่ที่ไม่มีแสงไฟ
ความหวาดกลัว ทำให้เขาไม่กล้าไปเดินรับวิตามินดีจากแสงแดด เหมือนก่อนหน้า เกรงผลข้างเคียงทำให้ผิวไหม้ หรือร้ายแรงกว่านั้นคือ เขาอาจกลายเป็นผงธุลี อันเป็นจุดอ่อนร้ายแรงของผีดูดเลือด   
ความกลัวทำให้ชายหนุ่มเคยหยุดใช้เซรุ่มในช่วงสั้นๆ โดยหวังว่าร่างกายจะกลับสู่สภาพปกติในไม่ช้า แต่ผลลัพธ์คือ เขาเกิดอาการคลุ้มคลั่งจนควบคุมตัวเองไม่ได้ อาละวาดจนข้าวของแตกกระจายเกลื่อนห้อง โชคดีที่ธัญญาเข้ามาหาในห้องพอดี จึงช่วยฉีดเซรุ่มให้ ทำให้เขาไม่กล้าเลิกฉีดเซรุ่มอีก ได้แต่คิดปลอบใจตัวเอง  
เมื่อถอยไม่ได้ ก็ต้องไปต่อเท่านั้น
กฎข้อสามของนิวตันกล่าวว่า "หากอยากเคลื่อนไปข้างหน้า ต้องทิ้งบางอย่างไว้ข้างหลัง"    
ดังนั้นหากอยากเป็นอมตะอยู่ค้ำฟ้า ก็จะมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องจ่ายออกไป  
เขาคิดจะสานความฝันของปู่ ผู้ก่อตั้งกลุ่มไครอนให้สำเร็จ ด้วยการสร้างยาอายุวัฒนะ ผสมรวมกับความฝันของตัวเอง
...ต้องการเป็นอมตะเพื่อปกครองโลกใบนี้
ซึ่งมาร์คเชื่อว่า เขามาไกลเกินกว่าที่จะถอยอีกแล้ว
ขอเพียงจับแวมไพร์ได้เพิ่มอีก ด็อกเตอร์เตวิชกับลูกน้องอาจเจอความลับใน DNA ของพวกมัน รวมถึงดึงเอายีนเด่นยีนด้อยในพันธุกรรมออกมาได้ และแน่นอนว่าการเลือกตัดต่อเซลล์ จะมีประโยชน์ต่อมนุษย์ และตัวเขาเองด้วย
...แม้จะเป็นแค่ความหวังที่ริบหรี่ ความสำเร็จต่ำจนแทบเป็นศูนย์  แต่มาร์คก็ไม่คิดจะท้อแท้   
ฉันไม่เชื่อหรอกว่า ฉันจะกลายเป็นพวกนั้น มันต้องมีวิธีแก้สิ วิธีที่ดีกว่าเดิม   
 
OoXoO

ขอบคุณที่กรุณาติดตาม เล่ม 1 จะอัพแค่นี้นะคะ ครั้งหน้าจะอัพเล่ม 2 ต่อเลย  

ต่อไปเป็นตัวอย่างจากเล่ม 1 ค่ะ มีทั้งตื่นเต้น และหวานๆ แล้วก็มีเลิฟซีนอยู่ท้ายเล่ม สนใจก็ไปโหลดซื้อกันนะคะ 

ถ้าอ่านแล้วชอบ อย่าลืมแจกห้าหัวใจและคอมเม้นท์ไว้ให้ไรท์ที่ MEB ด้วยนะคะ จะขอบคุณมาก ^^

OoXoO

“มองแค่ฉันนะลิน” ฝรั่งสาวพึมพำเบาๆ แทบไม่ต่างจากกระซิบ

หมายความว่ายังไง?

คนฟังทำหน้างุนงง ไม่เข้าใจความหมายที่แฝงมาในประโยคนั้น แต่แล้วก็ต้องเบิกตาโตกว้าง เมื่อเรียวปากถูกทาบทับ เธอขยับปากจะพูดห้าม กลับกลายเป็นเปิดทางให้เรียวลิ้นบุกเข้ามา

ยะ อย่า...

“อื้อ...” เกวลินส่งเสียงต่ำๆ จากลำคอ พยายามใช้มือดันไหล่ผู้เอาเปรียบ แต่ไม่เป็นผล

สาวสวยไม่ยอมหยุด ตวัดเรียวลิ้นรัดรึงกับอีกคนมากขึ้น เหมือนจะดูดกลืนวิญญาณสาวหน้าคมเข้าไป จนอีกฝ่ายไม่ขัดขืนต่อต้าน จุมพิตเร่าร้อนจึงแปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอ่อนหวาน

“อืม...”

เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ปิดเปลือกตาลงเมื่อไหร่ แถมมือที่เคยดันกลับกลายเป็นดึงแขนเสื้ออารียาแน่น เหมือนไม่อยากให้หยุด เคลิ้มไปกับจุมพิตแสนหวานของอีกฝ่าย

OoXoO

หล่อนใช้ลิ่มแทงไปยังหน้าอกซ้ายของมัน ซึ่งน่าจะเป็นจุดอ่อน

“ฮู่ม!”

สัตว์ประหลาดกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ดิ้นพรวดๆ ในเฮือกสุดท้าย ก่อนขาดใจตาย

“จัดการได้แล้ว” เกวลินตะโกนออกมาอย่างดีใจ แต่แล้วหน้าต้องเปลี่ยนสีเป็นขาวซีด ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นมือของใครไม่รู้ทะลุผ่านอกข้างซ้ายของแวมไพร์สาว

“อ๊าก!”

อารียากรีดร้องสุดเสียง ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวทรมาน เจ็บปวดประหนึ่งร่างกายกำลังจะแตกสลายไป

“ไม่นะ ไม่...” สาวหน้าคมหน้าซีดขวัญผวา ที่เห็นแวมไพร์สาวได้รับบาดเจ็บสาหัส “ไอ! ...”

OoXoO




Create Date : 10 พฤษภาคม 2562
Last Update : 10 พฤษภาคม 2562 19:41:07 น. 0 comments
Counter : 134 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.