ขอต้อนรับสู่โลกของนิยายยูริ เรื่องจากประสบการณ์ และทำนายดวงชะตา โดย นิ้วนาง-เดียนา-ลำดวนพยากรณ์
Group Blog
 
<<
เมษายน 2562
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
29 เมษายน 2562
 
All Blogs
 
จุมพิตรัตติกาล My Sweet Vampire บทที่ 13 (Yuri)

๑๓
 
“มะ ไม่จริง...ฉันไม่ได้คบกับเขา”
“ผู้หญิงเขาบอกว่าไม่ใช่” อารียาพูดโทนเสียงอ่อนกว่าเดิม จ้องหน้าผู้ชายอย่างขุ่นเคือง ได้ยินเสียงหัวใจสูบฉีดแรงกว่าเดิม จึงรู้ว่าเขากำลังโกหก  
“ลินคงอายน่ะ” ภากรลอยหน้าลอยตาพูดกลบเกลื่อน ยิ้มมุมปากแบบเจ้าเล่ห์ “ว่าแต่มายุ่งเรื่องครอบครัวชาวบ้านแบบนี้ไม่ดี คนอื่นจะหาว่าคุณเป็นมือที่สามได้ อีกอย่างผมไม่ใช่พวกมีโลกสองใบ ชอบคบซ้อนหรอกนะ”
เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า
แวมไพร์สาวส่ายหน้า กับคำพูดหลงตัวเองของเขา   
“นายน่ะพูดเองเออเองรึเปล่า ก็ลินบอกว่าไม่ใช่ผู้หญิงของนาย”
เกวลินขยับปากจะพูดบ้าง
แต่ภากรชิงพูดขึ้นก่อน
“เรื่องแบบนี้สาวไทยไม่กล้าเอ่ยปากก่อนอยู่แล้ว ไม่เหมือนพวกฝรั่งแบบคุณหรอก”
กลิ้งกลอกสุดๆ
สาวสวยยกยิ้มบางๆ จ้องหน้าเขา แล้วกล่าวดักคอออกมา
“เพราะผู้หญิงไม่พูด ก็เลยมัดมือชกงั้นสิ คุณช่างเป็นสุภาพบุรุษมากเลยนะ”
ปากร้ายจริงๆ
ภากรนึกฉุนที่โดนรู้ทัน ไม่คิดว่าฝรั่งสาวจะต่อปากต่อคำเก่ง แต่ซ่อนความรู้สึกไว้
“ผมพูดความจริงต่างหาก” ชายหนุ่มยืนกรานเสียงแข็ง ไม่ชอบสายตาพ่อค้าแม่ขายหลายคนจ้องตนอย่างจับผิด หากเรื่องเขารังแกสาวรู้ไปถึงหูเชน พ่อคงเล่นงานเขาแน่ ดีไม่ดีจะเข้าหน้าครอบครัวเกวลินไม่ได้อีกด้วย ทั้งหมดได้แต่โทษความใจร้อนของตนเอง
ภากรไม่อยากเสียเกวลินให้ผู้ชายคนอื่น หลังดิเรกเล่าว่าน้องสาวมีหนุ่มมาจีบหลายคน ทำให้เขาร้อนใจ จึงคิดชิงลงมือด้วยการสารภาพรัก หวังบีบให้เธอตกลง เพื่อสานต่อความสัมพันธ์ไปสู่การแต่งงานให้เร็วที่สุด คิดไม่ถึงว่าหญิงสาวจะปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย ผิดจากแผนที่คิดเอาไว้มาก สีหน้าแววตาของเธอมองเขาด้วยความรังเกียจ ไม่ต่างจากไส้เดือนกิ้งกือ ทำให้เขาแทบไม่เหลือความหวังใดๆ เลย
...เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มรู้สึกเสียหน้า และเจ็บใจอย่างที่สุด
กล้ามากที่ทำร้ายลินต่อหน้าฉัน
แวมไพร์สาวเลิกคิ้วสีอ่อนขึ้น หลังเห็นใบหน้าเกวลินแสดงความเจ็บปวดออกมา หล่อนก้าวไปใกล้ชายหนุ่ม บีบข้อมือภากรที่เกาะกุมเธอเอาไว้แน่น
“แน่ใจนะว่า นายพูดความจริง?”
“โอ๊ย!” ภากรร้องลั่น รีบปล่อยมือที่จับสาวหน้าคมออกเป็นอิสระ แต่หล่อนก็ไม่ยอมปล่อยมือเขา แถมบีบแน่นกว่าเดิม
ผู้หญิงอะไรแรงเยอะชะมัด
พ่อค้าแม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์พากันซุบซิบ แต่ไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วยเหลือลูกเจ้าของร้านทองเลยสักคน    
ชายร่างใหญ่สองคนออกมาจากร้าน คิดจะเข้าไปช่วยลูกพี่ แต่ต้องชะงักเท้าเมื่อสาวผมทองปรายตามอง  
“อย่าเข้ามา ไม่งั้นฉันจะหักข้อมือเขา” หล่อนเอ่ยเตือนราบเรียบ
เอาไงดี?
ชายหนุ่มสองคนสบตากัน แล้วตัดสินใจยืนมองเฉยๆ พวกเขาเป็นสมาชิกใหม่ของกลุ่มฮันเตอร์ ซึ่งมีกฎข้อบังคับที่เข้มงวด จึงไม่คิดมีส่วนร่วมมือในการรังแกผู้หญิง หากโดนหัวหน้าฮันเตอร์กริชถามต้นสายปลายเหตุ พวกเขาก็แค่ตอบตามตรง เชื่อว่าเชนคงไม่ลงโทษอะไรพวกเขา จะมีก็แต่ภากรที่รับเละคนเดียว       
พึ่งไม่ได้เลยไอ้พวกบ้า
ภากรสบถในใจอย่างหงุดหงิด พยายามสลัดการเกาะกุมของสาวสวย แต่ไม่สำเร็จ ได้แต่นิ่วหน้าข่มความเจ็บเอาไว้  
“ขอบคุณนะไอ” เกวลินกล่าวกับเพื่อนใหม่ สะบัดข้อมือที่โดนบีบ เผยให้เห็นรอยแดงเป็นจ้ำ
แวมไพร์สาวเอียงหน้าถามเธอ
“ไม่เป็นไรนะ”
“ไม่เป็นไร” เกวลินตอบเสียงแผ่ว    
หล่อนหันกลับมาจ้องหน้าภากร แล้วกล่าวเตือนเสียงเย็น
“อย่ายุ่งกับลินอีก เข้าใจไหม?”
เขาไม่ยอมพูด อารียาจึงออกแรงมากขึ้นกว่าเดิม
“อะ โอ๊ย!” ภากรคราง ใบหน้าหล่อบิดเบี้ยว
“ตอบ!”
“ขะ เข้าใจแล้ว”
“ดีมาก” สาวสวยพูด ราวกับอีกฝ่ายเป็นเด็กชายตัวน้อย “ถ้านายไม่รักษาคำพูด ฉันจะกลับมาหักข้อมือนาย จำเอาไว้” พูดจบก็ปล่อยเขาให้เป็นอิสระ ก่อนหันไปแตะแขนเกวลินเบาๆ “ไปค่ะ กลับบ้าน”
“อือ” เธอขานรับเบาๆ
สองสาวเดินไปด้วยกัน โดยไม่คิดแยแสสายตาคนรอบข้างแม้แต่น้อย พ่อค้าแม่ค้าต่างพากันชื่นชมกับความกล้าของสาวฝรั่ง เหลียวมองลูกชายเจ้าของร้านทองอย่างดูแคลน และไม่วายนินทากันหลายคำ ก่อนแยกย้ายไปทำกิจกรรมของตนต่อ
ภากรยืนมองตามแผ่นหลังบอบบาง กำหมัดข้างตัวแน่น แต่ไม่กล้าแสดงอะไรออกมามาก หมุนตัวเดินกลับเข้าร้านทอง นัยน์ตาลุกวาวอย่างโกรธจัด
แค้นนี้ต้องชำระ
เขาออกคำสั่งเสียงเข้มกับลูกน้องสองคนที่เดินตามเข้ามา
“สะกดรอยตามยายฝรั่งนั่น สืบให้ได้ว่ามันเป็นใคร พักที่ไหน”
“ครับ”  
 
“อยู่นี่เอง ในที่สุดก็หาเจอ” ใครคนหนึ่งพึมพำ ขณะยืนมองจากอีกด้านของถนน เธอเห็นเหตุการณ์หน้าร้านทอง สายตาจับจ้องสองสาวที่กำลังเดินจากไปเขม็ง ก่อนหาทางข้ามถนนเพื่อไปหา   
โอ้สวรรค์! เมืองนี้ข้ามถนนยากชะมัด
นึกบ่นในใจ ไม่ลืมชำเลืองมองเป้าหมายไม่ให้คลาดสายตา
 
ตะวันใกล้จะลับฟ้าอยู่รอมร่อ เกวลินรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก ขณะถูกแวมไพร์สาวจูงมือเดินไปเป็นเพื่อน ส่งจนถึงมอเตอร์ไซค์
“ขับดีๆ ล่ะ” อารียาเตือน
“ค่ะ” สาวหน้าคมพยักหน้า เอื้อมมือหยิบหมวกกันน็อคขึ้นสวมศีรษะ “ขอบคุณอีกครั้งนะ แล้วก็ขอโทษเรื่องที่ฉันพูดไม่ดีคราวก่อน”
“ไม่เป็นไร” หล่อนพยักหน้า แล้วหมุนตัวหมายเดินจากไป
จะไปแล้วเหรอ!
สาวหน้าคมรู้สึกใจหายวาบ ที่เห็นเพื่อนใหม่เย็นชากว่าทุกครั้ง ทำเหมือนเราเป็นแค่คนแปลกหน้า จึงหลุดปากส่งเสียงออกไป
“เดี๋ยว…”
แวมไพร์สาวชะงักเท้า หมุนตัวกลับมามอง สีหน้าเรียบเฉย
“ไอพักแถวนี้เหรอ?” เกวลินถามเสียงแผ่ว หาเรื่องคุยเพราะไม่อยากแยกกับอีกฝ่ายเร็วเกินไป ในหัวคิดหนักว่าจะชวนคุยอะไรต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอไม่ถนัดเอาเสียเลย
“อือ...” สาวสวยขานรับเสียงต่ำ “ถ้าไม่มีอะไรฉันขอตัว”
“เดี๋ยวก่อน” มนุษย์สาวเอ่ยรั้งผู้หญิงตรงหน้าไว้เป็นคำรบสอง 
“อะไรอีก?”
อย่าดุนักสิ
สาวผมยาวคิดบ่นในใจ ไม่ชอบอีกฝ่ายในเวอร์ชั่นนี้อย่างที่สุด  
“คือจริงๆ ฉันไม่ได้รังเกียจไอเลยนะ สำหรับฉันไอเป็นเพื่อนที่ดี ถึงแม้ว่าเราจะพึ่งรู้จักกันก็เถอะ” หญิงสาวรีบอธิบายเร็วรัว จนลิ้นแทบพันกัน ไม่อยากให้อารียาจากไปทั้งที่เข้าใจผิดว่า เธออยากขับไล่ไสส่ง “ที่ฉันพูดแบบนั้น เพราะอยากให้ไอปลอดภัยเท่านั้นเอง”
คำพูดประโยคสุดท้ายทำให้อารียายิ้มบางๆ ออกมาได้ ไม่ต่างจากน้ำที่หยดลงบนต้นไม้ที่เหี่ยวแห้ง
“ฉันเข้าใจแล้ว”
ไอยิ้มแล้ว
เกวลินถอนใจอย่างโล่งอก ที่อีกฝ่ายไม่เย็นชาเหมือนตอนแรก  
“ผู้ชายเมื่อกี้เป็นใคร?” แวมไพร์สาวเอ่ยถามถึงข้อสงสัยที่ค้างคาใจอยู่ รู้สึกไม่ถูกชะตากับภากรเอามากๆ โดยเฉพาะคำพูดแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอเมื่อสักครู่
...ถ้าไม่มีคนอื่นมองอยู่ เขาอาจจะคอหักไปเรียบร้อยแล้ว  
“อ๋อ พี่ภากรเพื่อนพี่ชายน่ะ ไอระวังเขาหน่อยก็ดี เขาเป็นลูกชายหัวหน้าฮันเตอร์กลุ่มกริช”
“ลูกชายฮันเตอร์มีฝีมือแค่นี้” อารียายิ้มเยาะดูแคลน ไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นกับฐานะของผู้ชายคนนั้นสักเท่าใด ก่อนถามเรื่องที่คาใจ “แล้วลินเป็นแบบที่เขาพูดหรือเปล่า?”
หืม?
คนฟังทำหน้าไม่เข้าใจ
“เป็นอะไร?”
“ผู้หญิงของหมอนั่น” เอ่ยด้วยโทนเสียงเย็นกว่าปกติ
“บ้าสิ! ใช่ที่ไหน” เธอปฏิเสธเสียงสูง ก่อนยิ้มอย่างสมเพช “ถึงโลกนี้จะเหลือเขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียว ฉันก็ไม่แคร์หรอกนะ”
จริงเหรอ?
สาวฝรั่งจ้องเพื่อนใหม่เหมือนจับผิด แต่ไม่พบความผิดปกติใดๆ จึงเอ่ยหน้าตายออกมา  
“อยากให้หมอนั่นมาได้ยินจัง คงดีใจเนื้อเต้น”
เกวลินเบ้ปาก
“จะหักคอฉันสิไม่ว่า”
“มีฉันอยู่ เขารังแกลินไม่ได้หรอก” พูดเสียงเรียบเรื่อย ไม่ใส่ใจว่า ผู้ชายคนนั้นจะมีฝีมือเก่งกาจอะไร แค่พวกชอบรังแกผู้หญิง จึงให้ค่าไม่ต่างจากอันธพาลข้างถนน
ลูกหลานพวกคิลเลอร์ตกต่ำชะมัด ฝีมือกระจอกอีกต่างหาก      
คำพูดที่พร้อมจะปกป้องดูแล ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น ยามอยู่ใกล้แวมไพร์สาว ทำให้เกวลินรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ไม่ต่างจากยามอยู่กับสมาชิกในครอบครัว 
ทำไมฉันถึงได้รู้สึกคุ้นเคยกับไอจัง  
“ขะ ขอบคุณนะ” เธอเอ่ยตะกุกตะกัก  
“ได้เสมอ” หล่อนตอบเสียงหวาน  
ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนาน ไม่รู้ตัวว่า มีใครบางคนมาอยู่ใกล้ๆ ทางด้านหลัง
“อะแฮ่ม!”
เสียงกระแอมเบาๆ ทำให้ผู้คนหลุดจากมนตร์สะกด ทั้งคู่หันไปมองต้นเสียง 
อารียาทำตาโต ที่เห็นเพื่อนซึ่งหายหน้าไปทำธุระหลายอาทิตย์  
“เฟส!”
คนมาใหม่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี
“ก็ฉันสิ คิดว่าใคร”
ใคร?
เกวลินทำหน้าสับสน มองผู้หญิงผมสีดำยาว ผูกรวบหลวมๆ ไว้ด้านหลัง นัยน์ตาสีเข้ม ดูแล้วคล้ายคนเอเชีย แต่สูงเกือบเท่าแวมไพร์สาว แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีดำทั้งตัว
“โทษทีที่มาช้า เพิ่งเคลียร์งานเสร็จน่ะ” สาวผมดำพึมพำขอโทษ
“ไม่เป็นไร” หล่อนโบกมืออย่างเข้าใจ “แกแค่เลทไปเกือบสิบวันเอง” 
“ขอโทษค่ะ ฉันรู้ว่าฉันผิด ไว้ฉันเลี้ยงเลือดสิบถุงเป็นการชดเชยให้แล้วกัน”
นี่ไม่ใช่คนชัวร์!
เกวลินทำหน้าแตกตื่น ตกใจกับคำพูดราวกับเลือดถุงเป็นอาหารที่หากินได้ทั่วไป หัวใจหล่นไปกองที่ตาตุ่ม ไม่คิดว่าจะเจอของประหลาด นอกจากอารียา  
ยังพูดมากเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
หล่อนนึกบ่นในใจ กับนิสัยที่ฝังรากลึกเกินจะแก้ของเพื่อน
“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ” อารียารีบเอ่ยตัดบท ก่อนหันมาแนะนำตัวกับสาวหน้าคม “นี่เฟส เป็นเพื่อนเก่าฉันเอง” ก่อนหันมาแนะนำตัวอีกคน “นี่คุณเกวลินหรือลิน”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เฟสยื่นมือออกมา เพื่อทักทายตามธรรมเนียมฝรั่ง แล้วก็ต้องชะงักมือค้างกลางอากาศ แตกตื่นเมื่อเห็นใบหน้าสวยคมเต็มตา แล้วหลุดพึมพำชื่อหนึ่งออกมา “ไลล่า…”
“ไม่ใช่!” แวมไพร์สาวพูดเสียงเข้มเหมือนไม่พอใจ
หืม?
มนุษย์สาวทำท่างงๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก
“ขอโทษค่ะ ฉันจำคนผิด” เฟสรีบพูดกลบเกลื่อน หลังสังเกตเห็นบางอย่างที่แตกต่างระหว่างเธอคนนี้ กับคนที่ตนเคยรู้จักในอดีต
...เกวลินคลับคล้ายไลล่ามาก ไม่ใช่แค่หน้าตาหรือท่วงท่า แม้แต่น้ำเสียงก็ยังใกล้เคียงกัน      
เป็นไปไม่ได้ ก็ไลล่าตายไปแล้วนี่
“ไม่เป็นไรค่ะ” สาวหน้าคมรีบบอก ก่อนถามออกมาตรงๆ “ว่าแต่คุณเฟสเป็น วะ แวมไพร์เหรอคะ?”
หืม?
คนถูกถามทำหน้าฉงนฉงาย ไม่คาดว่า แม่สาวคนนี้จะรู้ตัวตนของอารียา ซึ่งถือเป็นความลับสุดยอด หันไปสบตาหล่อนซึ่งผงกหัวเป็นเชิงอนุญาต จึงยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตร  
“ไม่ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนเผ่าแม่มด ชามันคา หรือจอมเวทต่างหาก” เฟสบอกตัวจริงของตนออกมาบ้าง   
หากอารียาไว้ใจเกวลิน เธอก็ไม่จำเป็นต้องปกปิดอะไร
แสดงว่าไว้ใจผู้หญิงคนนี้มากสินะ...ว่าแต่ในฐานะอะไร?
“หา!” คนฟังทำหน้าตื่น ราวกับเห็นภูติผี ไม่เคยคิดเลยว่าตนจะได้เจอกับ ‘วัตถุโบราณอีกชิ้น’ ได้เป็นเพื่อนกับผีดิบก็ไม่ธรรมดาแล้ว แต่การได้เจอกับแม่มดตัวเป็นๆ นี่เป็นเรื่องมหัศจรรย์ยิ่งกว่า  
ไม่น่าเชื่อว่า ในยุคนี้ยังมีเหลืออยู่อีก
“คุณเป็นแม่มด?” สาวร่างเล็กอดถามย้ำอีกครั้งไม่ได้  
“ใช่ค่ะ” เฟสยืนยันหนักแน่น
สาวหน้าคมเชื่อสนิทใจ ทำหน้าตื่นเต้น ยินดีแบบไม่เก็บอาการ เสมือนหนึ่งเจอของดีที่หายาก
“ว้าว!  สุดยอด ดีใจที่ได้เจอนะคะ ฉันอยากเจอแม่มดมาตั้งนานแล้ว”
“เหรอคะ” สาวชุดดำยิ้มกว้าง สัมผัสได้ถึงพลังจิตที่ใสสะอาดของอีกฝ่าย ซึ่งไม่เสแสร้งแกล้งทำเหมือนมนุษย์ส่วนใหญ่
จิตใจดีแบบนี้ มิน่าไอถึงคบ  
แม่มดไม่ได้มีพลังพิเศษในการอ่านจิตใจ ไม่ได้ฟังเสียงหัวใจเต้นเพื่อจับผิดแบบผีดูดเลือด แต่ใช้วิธีการสัมผัสพลังจิตอีกฝ่ายโดยตรง ทำให้แยกแยะได้ว่า ใครดีหรือไม่ดี
...ซึ่งเกวลินถือว่าสอบผ่าน 
จะตื่นเต้นอะไรนักหนาเนี่ย
อารียาทำหน้าบึ้ง ยืนกอดอกเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง จึงเอ่ยปากกึ่งไล่
“รีบกลับบ้านเถอะ จะค่ำแล้ว”
“นั่นสิ ลืมไปเลย” เธอนึกขึ้นมาได้หลังถูกทัก ขึ้นคร่อมสองล้อคันเก่งของตน ติดเครื่องอย่างรีบร้อน “ไว้เจอกันนะคะคุณเฟส”
“บายค่ะคุณลิน” แม่มดสาวโบกมืออำลา
เกวลินเหลียวหน้าไปมองสาวสวย
“ว่างก็แวะไปหาฉันนะไอ”
“ได้” หล่อนรับคำ ก่อนยืนมองเกวลินขับรถจากไป   
ฉันมาช้าแค่ไม่กี่วัน ไอไปสนิทสนมกับคุณลิน มันชักจะยังไงๆ นะเนี่ย
เฟสนึกสงสัย สาเหตุเพราะสาวหน้าคมมีหน้าตาคล้ายคนรักเก่าของเพื่อนเหลือเกิน จึงคันใจอยากรู้ว่า ต้นรักในหัวใจอารียาจะมีโอกาสงอกงามหรือไม่   
หลังเธอลับสายตา อารียาหันขวับมาถามเพื่อนสมัยเด็ก สีหน้าจริงจังจนน่ากลัว
“ตกลงได้เรื่องอะไรมา?”
โหย! รู้อีก
แม่มดสาวรู้สึกลำคอแห้งผาก ไม่ชอบเวลาอีกฝ่ายทำหน้าแบบนี้เลย ใบหน้าสวยที่พร้อมจะขย้ำคอใครที่พูดผิดหูได้ทุกวินาที จึงถอนใจเบาๆ
“ควินน์ออกประกาศให้รางวัลแสนเหรียญ หากพาไอกลับไปได้” 
หล่อนถอดแว่นกันแดดออก หลังไร้แสงตะวัน เผยให้เห็นดวงตาคู่สีฟ้าสวยชัดเจน
“เพื่ออะไรรู้ไหม?”
“เขาอยากแต่งงานกับแกน่ะสิ”  
“บ้าหรือเปล่า!” สาวสวยสบถ พร้อมทำหน้าหงิก “ทั้งๆ ที่รู้ว่าฉันอยากจะฆ่ามันที่สุดน่ะเหรอ”
“ก็คงงั้น” เฟสยักไหล่ด้วยความเคยชิน “หมอนั่นอยากเป็นราชาแวมไพร์มาตั้งกี่ร้อยปีแล้ว ขนาดแต่งตั้งตัวเองมาตั้งนาน ยังไม่ได้รับการยอมรับ ก็คงคิดใช้ทางลัด” ทางลัดที่จะได้รับการยอมรับในฐานะราชา ที่เฟสอ้างถึงก็คือ แต่งงานกับเชื้อสายตระกูล Ashely 
“ฉันไม่มีทางให้มันสมหวังหรอก” หล่อนกัดกรามแน่น     
“แต่ฉันว่าตอนนี้แกคงปฏิเสธไม่ได้ง่ายๆ แล้วล่ะ จะหนีหรือซ่อนตัวแบบเมื่อก่อนก็คงไม่ได้เหมือนกัน”  
อารียาจ้องหน้าผู้พูด    
“ทำไม?”
“ควินน์รู้เรื่องของคุณเกวลินแล้ว อีกไม่นานหมอนั่นคงมาพัทยา คุณลินคงไม่ปลอดภัยแน่” แม่มดสาวอธิบาย
เธอรู้จักควินน์ดีว่าเป็นผีดิบที่ร้ายกาจขนาดไหน เขาทำทุกอย่างได้เพื่อเป้าหมาย โดยไม่รู้จักคำว่า ‘ยอมแพ้’ และชอบใช้จุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามมาเล่นงานกลับเสมอ      
หล่อนรู้สึกเหมือนวงจรอุบาทว์กำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง...ซ้ำรอยเดิม
“อีกแล้วเหรอ!”
OoXoO

เล่ม 1 มี E-book วางจำหน่ายที่ MEB นะคะ ลิงค์ขวามือบนค่ะ
.
ส่วนหนังสือ รายละเอียดอยู่ใน หน้าสินค้า ซ้ายมือบนค่ะ
.
ส่วนเล่ม 2 ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ อดใจรอกันอีกนิดนะคะ 
.
ขอบคุณที่กรุณาติดตาม
.
นาง ^^
OoXoO



Create Date : 29 เมษายน 2562
Last Update : 29 เมษายน 2562 15:19:47 น. 0 comments
Counter : 96 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นิ้วนาง-เดียนา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


Friends' blogs
[Add นิ้วนาง-เดียนา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.