'*^-+...ไม่มีอะไรงดงาม เท่าความสงบสุข...+-^*'

::เพียงความเคลื่อนไหว(Mere Movement)::

ชั่วเหยี่ยวกระหยับปีกกลางเปลวแดด
ร้อนที่แผดก็ผ่อนเพลาพระเวหา
พอใบไม้ไหวพลิกริกริกมา
ก็รู้ว่าวันนี้มีลมวก


คงคุ้นเคยกันดีกับวรรคทองของบทกวีเพียงความเคลื่อนไหว ที่เริ่มต้นว่า ชั่วเหยี่ยวกระหยับปีกกลางแดด...จากหนังสือรวมบทกวีที่ได้รับรางวัลซีไรต์เมื่อปีพ.ศ.2523

เป็นหนังสือเล่มนี้ฉันใช้เวลากับมันนานมากพอสมควร ตั้งแต่เปิดหน้าแรกขึ้นมาจนหน้าสุดท้าย...จริง ๆ ก็ไม่เชิงหน้าสุดท้าย เพราะส่วนหลังของหนังสือเล่มนี้ รุ่นที่ฉันมีผนวกเอาภาคภาษาอังกฤษเข้าไว้ด้วย อ้างจากคำนำเพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานดี ๆ ของไทย ฉันจึงไม่ได้อ่านมันเท่าไหร่เพราะรู้คุณค่าของงานไทยอยู่แล้วว่างดงามปราณีตเพียงใด

สำหรับหนังสือเล่มนี้แล้ว ไม่ต้องมีคำบรรยายใด ๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ชื่อกวีเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ก็การันตีความอ่อนช้อย นุ่มละมุน อุ่นละไม และลุ่มลึกดุดันอย่างแยบคายและลงตัว

เพียงความเคลื่อนไหวกวีนิพนธ์ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารต่าง ๆ ในช่วงปี พ.ศ. 2516 - 2522 และพิมพ์รวมเล่มครั้งแรก พ.ศ. 2517 เนื้อหากล่าวถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ซึ่งขบวนการนักศึกษาประชาชนได้เรียกร้องรัฐธรรมนูญ และขยายตัวเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อความเป็นธรรมด้านต่าง ๆ ของสังคม

แต่เนื้อทั้งเนื้อ ก็หาได้กล่าวถึงแต่เพียงเรื่องราวนักศึกษา การต่อสู้ ป่าและการเมืองเพียงอย่างเดียวไม่ ก็ยังมีเจือเอาไว้ด้วยบทนุ่ม ๆ หลายบท แต่กระนั้นก็ยังไม่วายจะทิ้งทวนหรือว่าสอดแทรกความร้อนแรงของเหตุการณ์บ้านเมืองเข้าไว้กลาย ๆ



ตามความเป็นจริงแล้ว บทกวีกับฉัน...ดูจะไม่ค่อยไปด้วยกันมากเท่าที่ควร แต่ไหนแต่ไร ฉันไม่ค่อยจะมองหน้ากับมันติดสักเท่าไหร่ ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ คุณครูให้การบ้านเป็นบทกวีมาแต่ง ฉันก็ยกให้แม่ลูกเดียว...และแม่ฉันก็เป็นกวีที่หนึ่งในดวงใจจนตอนนี้เสียด้วย แต่นั่นก็ยังไม่ได้ทำให้ฉันหลงใหลมันขึ้นมาสักเท่าไหร่ด้วยเพราะการคล้องจองที่แสนจะมีกฎยุ่งยากมากมาย และช่างจู้จี้แสนตระหนี่คำนั่นเอง แถมยังมีการแฝงลึกมากด้วยความหมายที่ซับซ้อนและลึกล้ำนั่นอีก

แต่แม้ว่าบทคล้องจองจำกัดคำจะไม่ได้ทำให้ฉันหลงใหล แต่ฉันก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันมีเสน่ห์ในตัวของมันอย่างน่าเหลือเชื่อ และฉันชอบเจ้าเสน่ห์มันตัวนี้ค่อนข้างมากพอตัว...พอที่จะทำให้ฉันรู้สึกว่ามันเหมือนกลิ่นหอมกรุ่น ๆ ของอะไรบางอย่างที่บรรยายไม่ถูก ถ่ายทอดไม่ได้ และส่งต่อให้คนอื่นไม่ได้ นอกเสียจากสัมผัสด้วยตัวเอง...

ฉันใช้เวลาไม่น้อยเลยไปกับหนังสือเล่มบางและตัวอักษรน้อย ๆ เล่มนี้...เพราะเวลาทั้งหมดที่ทุ่มเทให้ไป มันไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษร แต่อยู่ที่ช่องว่างระหว่างมันมากกว่า ช่องว่างที่ว่างมากพอจะทำให้นิ่ง สงบ ช่องว่างที่ทำให้ได้คิด รำลึก ช่องว่างระหว่างตัวอักษรทั้งหลายที่บอกเล่าเรื่องราวมากมาย และเหนืออื่นใดถ่ายทอดความรู้สึกและอารมณ์ที่ลึกซึ้งได้อย่างหมดจดจับใจเหลือเกิน

และนี่ด้วยกระมัง...อีกสาเหตุที่ทำให้ฉันบอกว่าไม่หลงใหลบทกวี ตามที่ฉันได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เพราะว่ามันลึกซึ้งและดึงฉันให้ดำดิ่งมากเกินไปกับอารมณ์ที่หลากหลาย หลายครั้งฉันเหมือนกำลังตกลงไปอยู่ในบรรดากระแสธารแห่งความรู้สึกที่เชี่ยวกราก อยากจะกระเสือกกระสนให้ออกไปจากตรงนั้นก็ทำไม่ได้ เพราะมันได้ซึมซับเข้ามาเป็นอารมณ์ในจิตใจตัวเองไปแล้วเรียบร้อย

อ่านจบทุกบท ไม่มีบทไหนที่ไม่ต้องกลับไปอ่านซ้ำ
และไม่มีบทไหนที่ฉันไม่ปิดหนังสือลงสักพักและสูดกลิ่นหอมนี้ช้า ๆ






ฉันเปิดซ้ำไปซ้ำมาอีกรอบ เพื่อจะคัดบทที่ฉันรู้สึกว่าชอบมากที่สุด แต่ก็เลือกไม่ได้สักครั้ง แต่ฉันกลับถูกพาดิ่งจมลงไปกับอารมณ์และอักษรแสนทรงพลังนั้นอีกรอบอย่างไม่รู้ตัว ตากับยายก็เรียบง่าย น้ำตาปริ่ม และนิ่งงันกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพลงเปลญวนเพลงกล่อมเด็กที่หวนไห้และข่มขื่นที่สุดเพลงหนึ่ง พัดกระดาษอ่านแล้วปานขาดใจ

แต่บทที่ฉันซาบซึ้งเป็นพิเศษ อ่านอีกครั้งก็ยังอ่อนไหว ฉันยกให้กับพ่อแก้วแม่แก้ว (คงยาวเกินไปในบลอคนี้ คลิกเพื่ออ่านได้ค่ะ) ซาบซึ้งกินใจ สะท้อนสังคม และคิดถึงบ้าน

กลิ่นหอม ๆ ของบทกวีและช่องว่างเล่มนี้ ยังติดจมูกฉันอยู่และตามหลอนฉันไม่จางหาย...แม้จะเป็นกลิ่นที่ฉันยังรู้สึกเหมือนเป็นปริศนาและดูลึกลับกับการทั้งการใช้คำและการสื่อความหมายอยู่เป็นซะมาก แต่กลิ่นที่ว่าก็ทำให้ฉันอิ่มเอม อิ่มเอิบไม่หยอก จนฉันรำ ๆ อยู่ว่าจะต้องหากลิ่นอื่น ๆ มาให้ติดจมูกเพิ่มขึ้นเสียแล้ว

ถึงตอนนี้ฉันก็ยังคงปฏิเสธว่าฉันไม่ได้หลงใหลบทกวี
แต่ฉันหลงใหลเสน่ห์ของมันต่างหาก!!


(ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจากวิกิพีเดีย)




Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2551 10:56:56 น. 67 comments
Counter : 8676 Pageviews.

 
เย่ ได้เจิม


โดย: ที่1 (BrettAnderson ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:10:11 น.  

 
โอ้ว..ชอบเหมือนกันเลยคะ..ลุ่มลึกมากๆ


โดย: ชมพู่น้อย วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:25:03 น.  

 
อืม เหมือนๆกันเลย ไม่ชอบอ่านอะไรที่เป็นบทร้อยกรองเท่าไหร่ ดังนั้นรามเกียรติ์ชั้นก็เลยไม่เคยได้อ่านเช่นกัน

มีคนมาคุยเรื่องทศกัณฑ์ หนุมาน สู้กันทีไรชั้นก็ใบ้กินทุกที

บทกลอนทั่วๆไปก็เช่นกัน แต่ชั้นก็เหมือนๆกับเธอตรงที่ว่าพออ่านแล้วก็ชอบ ชั้นเองก็มักจะคัดลอกบทกลอนดีๆเพราะๆ ใช้คำสวยๆเก็บไว้เสมอ ทั้งของอาจารย์เนาวรัตน์ หรือของท่านอังคารเองก็ตาม

แต่ก็แยกย้ายกระจัดกระจายหายไปเยอะเช่นกัน

เขาว่ากันว่าคนจะแต่งกลอนได้ไพเราะต้องเป็นคนอกหัก ชั้นก็ว่ามันก็มีส่วนแต่ไม่เห็นด้วยทั้งหมด เพราะชั้นอกหักอยู่เรื่อยๆก็ไม่เห็นเคยแต่งกลอนได้ไพเราะกับเขาเสียที

แต่เขาว่าบทกวีไพเราะหลายๆบท มักจะเกิดตอนอารมณ์ที่อกหัก อันนั้นก็ว่าน่าจะจริง เหมือนบทกวีของท่านอังคารบทนึง ที่เขียนกันลงไป เป็นได้รู้จักกันทุกคน

"เสียเจ้า ราวร้าว มณีรุ้ง
มุ่งปรารถนา อะไร ในหล้า
มิหวัง กระทั่ง ฟากฟ้า
ซบหน้า ติดดิน กินทราย

จะเจ็บจำ ไปถึง ปรโลก
ฤารอยโศก รู้ร้าง จางหาย
จะเกิด กี่ฟ้า มาตรมตาย
อย่าหมาย ว่าจะให้ หัวใจฯ...."

มีต่ออีกแต่ลงหมดเดี๋ยวจะยาว เอาท่อนมหาชนท่อนนี้คงรู้กันหมดล่ะ

ขี้โกงมากๆที่ให้แม่แต่งกวีให้เป็นการบ้าน ไม่รู้ว่าเคยได้รางวัลอะไรบ้างหรือเปล่าเนี่ย ตอนครูชมว่าแต่งเพราะคงได้หน้าไปเลยสิแหม ฮิฮิ

ร้อเร่งงง นะ


อยากได้อีโมชินจังจังเลย ไม่รู้ว่าจะมีบ้างหรือเปล่า


โดย: BrettAnderson วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:29:58 น.  

 
อืม เหมือนๆกันเลย ไม่ชอบอ่านอะไรที่เป็นบทร้อยกรองเท่าไหร่ ดังนั้นรามเกียรติ์ชั้นก็เลยไม่เคยได้อ่านเช่นกัน

มีคนมาคุยเรื่องทศกัณฑ์ หนุมาน สู้กันทีไรชั้นก็ใบ้กินทุกที

บทกลอนทั่วๆไปก็เช่นกัน แต่ชั้นก็เหมือนๆกับเธอตรงที่ว่าพออ่านแล้วก็ชอบ ชั้นเองก็มักจะคัดลอกบทกลอนดีๆเพราะๆ ใช้คำสวยๆเก็บไว้เสมอ ทั้งของอาจารย์เนาวรัตน์ หรือของท่านอังคารเองก็ตาม

แต่ก็แยกย้ายกระจัดกระจายหายไปเยอะเช่นกัน

เขาว่ากันว่าคนจะแต่งกลอนได้ไพเราะต้องเป็นคนอกหัก ชั้นก็ว่ามันก็มีส่วนแต่ไม่เห็นด้วยทั้งหมด เพราะชั้นอกหักอยู่เรื่อยๆก็ไม่เห็นเคยแต่งกลอนได้ไพเราะกับเขาเสียที

แต่เขาว่าบทกวีไพเราะหลายๆบท มักจะเกิดตอนอารมณ์ที่อกหัก อันนั้นก็ว่าน่าจะจริง เหมือนบทกวีของท่านอังคารบทนึง ที่เขียนกันลงไป เป็นได้รู้จักกันทุกคน

"เสียเจ้า ราวร้าว มณีรุ้ง
มุ่งปรารถนา อะไร ในหล้า
มิหวัง กระทั่ง ฟากฟ้า
ซบหน้า ติดดิน กินทราย

จะเจ็บจำ ไปถึง ปรโลก
ฤารอยโศก รู้ร้าง จางหาย
จะเกิด กี่ฟ้า มาตรมตาย
อย่าหมาย ว่าจะให้ หัวใจฯ...."

มีต่ออีกแต่ลงหมดเดี๋ยวจะยาว เอาท่อนมหาชนท่อนนี้คงรู้กันหมดล่ะ

ขี้โกงมากๆที่ให้แม่แต่งกวีให้เป็นการบ้าน ไม่รู้ว่าเคยได้รางวัลอะไรบ้างหรือเปล่าเนี่ย ตอนครูชมว่าแต่งเพราะคงได้หน้าไปเลยสิแหม ฮิฮิ

ร้อเร่งงง นะ


อยากได้อีโมชินจังจังเลย ไม่รู้ว่าจะมีบ้างหรือเปล่า


โดย: ท่านพลูโต (BrettAnderson ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:30:17 น.  

 
เย้ย ทำไมมันขึ้นมาซ้ำ ขอโทษทีเด้อ


โดย: ไม่ได้เจตนาเกิดมาจนโดยเฉพาะ (BrettAnderson ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:34:31 น.  

 
อ่านแล้วเหมือนเห็นน้องปอยเคลิ้มๆ กับความเพราะพริ้ง
อารมณ์ บรรยากาศ ของงานประพันธ์ชิ้นเลิศค่ะ
...

ส่วนพี่ไม่มีโอกาสในการอ่านแนวนี้เท่าไหร่
อาจจะเพราะว่ามีโอกาสน้อย ความสามารถในการ
แต่งกลอนไม่เก่ง เขียนไม่เก่ง เลยมักจะเพิก
กับการได้อ่านงานดีๆ แบบนี้ไป ...

หรืออีกอย่างอารมณ์ของตัวเองไม่ละเมียดพอ
ก็เป็นเหตุเหมือนกันนะค่ะที่ทำให้ไม่ได้จับต้องงานเขียน
แบบนี้เท่าไหร่ ยกเว้นหลังๆ มานี่ ก็ได้มาอ่าน
ฝีมือคนเก่งๆ ในบล็อกนี่ล่ะคะ อย่างคุณหล่อ
ของคุณก๋านั่นล่ะค่ะ ฝีมือจริงๆ อ่านแล้วก็รื่นหู
ระรื่นใจ ...


โดย: JewNid วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:36:04 น.  

 
อือม....น้องปอยอ่านกวี หรือนี่...

กลิ่นกวีติดปลายจมูกซะด้วยย คริ คริ คริ



โดย: โมกสีเงิน วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:21:21 น.  

 
ชอบ "ภาษา" ของคุณเนาวรัตน์ค่ะ

แกมีรายละเอียดในทุกถ้อยทุกคำจริงๆ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:37:42 น.  

 
ชอบบทกลอนของอ.มากเลยค่ะ

เป็นกวีกรุงรัตนโกสินทร์อีกคนที่ควรค่าแก่การจดจำมาก

บทกลอนอ.หลายๆคนเลียนเสียงและเล่นคำได้มีลีลามาก
ชอบตรงนี้อ่ะค่ะ เพราะเป็นแนวที่ชอบด้วย
แถมอ.ยังแต่งออกมาได้ดีมากต่างหาก
ยิ่งตอนอ.เล่นดนตรีไทยด้วย ยิ่งได้อารมณ์คีตศิลป์เพิ่มขึ้นอีกอย่าง

ว่างๆชอบแต่งกลอนไทยๆเหมือนกัน แต่ไม่บ่อย
เพราะแต่งไม่เก่งค่ะ เคยเอามาลงบลอคหนนึงคนถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า 555
แต่ชอบอารมณ์ตอนแต่งกลอนจัง เพราะมันจะหวนนึกถึงอะไรที่เป็นกวีๆ
ได้นึกถึงการเคลื่อนไหวในอากาศของสิ่งต่างๆ
เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลก ทำให้ใจได้พักผ่อนจากโลกปัจจุบันที่วุ่นวายดีค่ะ


ถ้าอ.ได้มาอ่านบลอคคุณปอยคงดีใจนะคะที่มีคนอ่านงานของท่านแล้วจับใจแบบนี้


โดย: Hobbit วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:51:41 น.  

 
จากบลอคกระโน้น ชอบบทนี้จัง

"คนเมืองหลวงเขาไม่แลดอกแม่เฒ่า
เพราะป่าเขาคอนกรีตมันปิดหน้า
แต่เอาตัวรอดบ้างบางเวลา
ก็โชคดีปรีดานักหนาแล้ว"

กระแทกใจอย่างแรง


โดย: Hobbit วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:52:57 น.  

 
หล่าเอ้ย... อันได๋ที่มันยาวๆ มีสาระหลายๆ มันบ่ค่อยถึกกะเอื้อยเด่ะ

emoemoemo


โดย: คนไม่เจียม.. วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:45:29 น.  

 
ชอบอ่านแนวเดียวกันเลยคับ


โดย: อืม...ครับ เชิญตามสบาย วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:59:57 น.  

 
ชั้นว่าเธอเขียนบทความได้ดีมากเลยนะ สิ่งที่อาจารย์เนาวรัตน์เขียนน่ะยอดเยี่มสุดๆ แต่สิ่งที่เธอเขียนถึงอาจารย์ท่านก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน

เดี๋ยวจะหาว่าทำไมมีแต่ชม ก็ช่วงนี้เธอทำอะไรออกมาได้ดี พิถีพิถัน ตั้งใจ มันก็เลยออกมาดี ถ้าไม่ดีจริงเธอคงไม่ทำออกมา

ไม่เหมือนกับชั้น ทำออกมาด้วยใจก็จริง แต่ไม่ค่อยพิถีพิถันมากเท่าไหร่ ฮิฮิ

เสียดายที่เธอเขียนออกมาในเชิงวิจารณ์มากกว่าจะเขียนเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆจังๆ แต่นี่คงเป็นแนวทางที่เธอชอบก็ได้

แต่เวลาวิจารณ์ติติงเนี่ย ถ้าใจไม่เข้มแข็งพอ ก็เล่นเอาท้อจนเลิกทำได้เหมือนกันนา เวลาวิจารณ์คนอื่นดูทิศทางลมด้วยเด้อว่าเขาเป็นคนที่รับได้หรือเปล่า ไม่งั้นเด๋วเสียมิตรภาพ

เพราะคนเราส่วนมากไม่ชอบให้มีคนมาว่าตัวเองหรอก อันนี้ต้องคิดถึงให้มากๆเลยเชียว


โดย: กวีแซดไรท์ (BrettAnderson ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:40:00 น.  

 
อืม คุณหนูหล่อหายไปไหนน่ะเนี่ย เห็นข้อความนี้แล้วตอบมาด้วยเด้อ ทางบ้านให้อภัยหมดแล้วล่ะครับเขาฝากบอกผมมาอีกที

ขาดเพื่อนวิ่งเล่นไปแล้วมันไม่สนุกเอาเสียเลยล่ะครับ


โดย: คุณชายหล่อ (BrettAnderson ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:46:43 น.  

 
สวัสดีคะ...
หนังสือ..น่าอ่านจังต้องไปหาอ่านมั่งแล้วละมั่งคะ
เป็นอย่างไร..สนุกกับวันหยุดหรือไม่สองวันที่ผ่านมา..หรือว่าไม่ได้หยุดคะ...
หนาวๆร้อนๆนะช่วงนี้ว่าหรือไม่


โดย: มุกสีทอง วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:14:03 น.  

 
แวะมาเยี่ยมคุณปอยค่ะ

เล่มนี้เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว
นับถือคุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์มากเช่นกันค่ะ เป็นกวีเอกในดวงใจ


โดย: Jevanni วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:32:59 น.  

 


ใบไม้หล่นคว้างลงกลางพื้น
ร่ำร่ำน้ำตารื้นจะรินไหล
โอ้โอ๋กระไรใจ
เจ้าร่ำไห้หาใครกัน


อ.เนาวรัตน์ พงษ์พบูลย์



บทนี้ไม่รู้มาจากเล่มไหน รู้แต่ว่าชอบ และชอบมานานมากแล้ว
คงเหมือนกะ "เพียงความเคลื่อนไหว" แค่เห็นที่บล๊อก "หนอนอากาศ"
พบเพียงชั่วแว๊บก้อรู้สึกสะดุดใจ เหมือนเพื่อนที่คุ้นเคย
เป็นเรื่องเกี่ยวกะ 14 ตุลานี่เอง คงต้องหามาเป็นเจ้าของแล้วล่ะ
อยากรู้เรื่องด้วยการอ่าน ผ่านมุมของอาจารย์
มิใช่แค่คนอื่นบอกเล่าต่อๆกัน อรรถรสมันไม่ถึง
อยากลิ้มด้วยลิ้น ด้วยสัมผัส ด้วยใจ ด้วยความรู้สึกของตัวเอง

ต้องขอบคุณ หนอนอากาศ ที่ไม่ลืม


โดย: ดาวทะเล วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:55:41 น.  

 


มาอีกรอบ
คำถามบล๊อก กรณ.เรื่องเดจาวูที่ฝากไว้
มันยอดมากจ้า "น้องหนอน"

ปล.แวะมาบอกก่อนเม้นท์บล๊อก กรณ.


โดย: ดาวทะเล วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:14:31 น.  

 
เฮ้ยยย บร้าา ชั้นไม่ได้หมายถึงตัวช้านนนนน เธอวิจารณ์ชั้นได้เสมอแหละ รับได้ ดีเสียอีกจะได้รู้ตัวเอง อันนั้นน่ะสำคัญมากเลยนะ


ตอนนี้เป้าหมายก็คือเก็บเงินไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (แต่ไม่ได้ประหยัดเสียจนใช้ชีวิตแบบไม่มีความสุขหรอกนะ) เพราะเงินก้อนนี้คือเงินที่จะไว้ใช้ทำทุนต่างๆในอนาคต ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้ทำอะไรได้บ้าง มันคงเป็นจำนวนที่ไม่มากเท่าไหร่

จริงๆการมาทำงานที่คูเวตตอนแรกเป้าหมายคือการใช้หนี้ที่มีอยู่ ตอนนี้หนี้นั้นหมดไปแล้ว ถือว่าภาระกิจนั้นลุล่วง เป้าหมายที่สองก็คิดอยู่ว่าจะทำไงกับเงินที่จะเก็บใน1ปีนับจากนี้

เก็บไว้ทำทุนเปิดกิจการของตัวเอง เปิดออฟฟิศออกแบบ หรือ ไปหาซื้อที่ดินสักสิบไร่ที่ต่างจังหวัดทำไร่ทำสวนอยู่อย่างสงบไปตามเรื่อง แล้วรับงานออกแบบส่งงานและติดต่อลูกค้าผ่านทางอีเมลล์ เข้ากทม สักเดือนละหนหรือสองหน หรือจะทำรีสอร์ทเล็กๆ มีร้านกาแฟและร้านหนังสือ แต่ตัวชั้นเองไม่ชอบกินกาแฟไม่รู้จะทำได้ดีหรือเปล่า อยู่อย่างเรียบๆง่ายๆ

หรือจะดิ้นรน เอาเป็นทุนไปไว้ใช้เรียนต่อโท (จะมีอะไรเหลือไปสอบแข่งกับเขาล่ะนี่) จบแล้วออกมาหางานทำสู้ชีวิตในเมืองต่อไป ถ้าแบบนั้นก้ต้องเรียนเอ็มบีเอ จะเรียนอย่างที่อยากเรียนไม่ได้ (ชั้นอยากเรียนต่อโททางด้านจิตวิทยาอาชญากรรม หรือ ยุโรปศึกษา หรือรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ อะไรทำนองนั้นน่ะ ) เพราะต้องถือว่าเรียนเพื่อเป็นการลงทุน จบมาแล้วต้องทำงานที่มันมีรายได้มากหน่อย

แต่ที่คิดไว้ล่าสุดตอนที่กลับเมืองไทย คือเอาไว้ซื้อคอนโดฯในเมือง แล้วกลับไปหางานทำ หาซื้อรถมือสองเล็กๆประหยัดน้ำมันเอาไว้ขับกลับบ้านวันเสาร์อาทิตย์ วันธรรมดาใช้รถไฟฟ้าเอา

อยู่บ้านที่อยู่ปัจจุบันคงไม่ไหวไกลเหลือเกิน

นั่นคือจุดมุ่งหมายที่วาดไว้ เยอะเหลือเกิน ไม่รู้จะมีพลังทำได้อย่างที่ตั้งใจไว้ได้แค่ไหน อะไรที่ต้องใช้เงินมากก็ต้องมีทุนมาก ถ้าต้องใช้ทุนมากก็ต้องเก็บเงินอยู่ที่นี่นานจนกว่าจะเก็บได้อย่างที่ตั้งใจ

จะทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

กลับไป17 วัน ชั้นบอกตรงๆเลยว่าชั้นกลับไปทดสอบตัวเองกลับไปทดสอบครอบครัว และคนรู้จัก ทั้งเพื่อนฝูง ญาติสนิทมิตรรักแฟนเพลงทั้งหลาย ว่าเมื่อเรากลับไปแล้วเขาจะมีปฏิกริยาอย่างไร ที่ทดสอบเนี่ยก็เพื่อดูว่าตัวเราเองมีตัวตนอยู่ในโลกของเขาแค่ไหน

ผลออกมาถ้ากับครอบครัวชั้นค่อนข้างผิดหวัง (คงไม่พูดตรงนี้ว่าเพราะอะไร) แต่กับคนอื่นๆชั้นพอใจนะ แต่สุดท้ายครอบครัวก็คือจุดตัดสินล่ะว่าอยู่แล้วมันมีความสุขหรือไม่

อีกอย่างก็คือการกลับไปสัมผัสกับการใช้ชีวิตในเมืองกรุง ชั้นต้องตื่นตีห้าครึ่งพร้อมกับหลาน กว่าจะกลับบ้านในแต่ละวันก็กลับเกือบเที่ยงคืนบ้าง ตีหนึ่งบ้างตีสองบ้าง

แล้วก็ถามตัวเองว่ารับกับชีวิตตรงนั้นได้มั้ย ก็ยังดีที่ว่าถ้าต้องกลับไปอยู่จริงๆชั้นก็รับได้

กลับไปอยู่ไปดิ้นรนน่ะได้แต่ถ้าอยากใช้ชีวิตอย่างที่คิด อยากมีชีวิตสงบๆที่ต่างจังหวัด ชั้นคงทำไม่ได้ ถ้าอยากทำก็มีแต่ต้องเก็บเงินให้ได้สักก้อนเท่านั้นล่ะ

สุดท้ายก็มาถึงจุดเลือกแค่ว่าตัวเองจะทนทำงานเก็บเงินที่นี่ไปได้อีกนานแค่ไหน ถ้าเลือกที่จะกลับไปอยู่ก็ต้องอยู่ในสภาพที่ดิ้นรน ปากกัดตีนถีบเหมือนเดิม

อยู่ที่นี่มันสบายกายแต่ไม่สบายใจ อยู่ที่โน่นมันสบายใจแต่ไม่สบายกาย

อายุปูนนี้แล้วยังไม่มีอะไรเป็นตัวเป็นตนเหมือนชาวบ้านเขา บางทีที่ผ่านมาชั้นใช้ชีวิตที่ล่องลอยเหลาะแหละมากเกินไป แม้จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ก็ตาม มันก็ไม่มีพลังพอเลยจริงๆ

บางทีคำว่าไม่มีที่ยืนและไม่รู้ตัวตนของชั้นเอง นั่นอาจหมายถึงชั้นไม่มีจุดมุ่งหมายอะไรที่แน่ชัดที่จะให้ชั้นใช้ชีวิตก้าวไปถึงตรงนั้นก็เป็นไปได้นะ

ถึงบอกไงว่าคิดจนไม่อยากคิดอะไรแล้วเกี่ยวกับวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ตั้งใจทำวันนี้ให้ดีที่สุดก่อนแล้วกัน เบื่อเหมือนกันกับความผิดหวังในตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เรื่องถ่ายภาพอีกที ชั้นไม่ยอมแพ้หรอกนะ จะศึกษาและหาวิธีการถ่ายต่อไป ก็โอเคว่ามันติดที่ว่าที่นี่มันหาที่จะไปทดลองถ่ายอะไรต่อมิอะไรมันยาก แต่ก็จะทำเท่าที่ทำได้ ชั้นยอมรับเลยว่ายังถ่ายออกมาไม่ได้เรื่องเลย และไม่เคยพอใจในตัวเอง

แต่ตอนนี้บอกตรงๆหมดไอเดีย คงต้องกลับไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมอยู่ ไม่รีบร้อนหรอก ไปเรื่อยๆแหละเธอเองก็อย่ากดดันมากนักแล้วกัน

แต่วิจารณ์ได้แรงๆ ด่าได้แรงๆ ทุกพื้นที่ จะในเว็บในเมล์ในเอ้ม ในมัลติพลาย ในบล๊อก ก็เอาเลย

มีคนวิจารณ์มีคนมาด่าแปลว่าเขาติดตาม เขาดูเราอยู่ ยังดีกว่าไม่มีคนสนใจเราเลย

อันนั้นแหละที่ชั้นจะรู้สึกเสียใจมากกว่า

รวมถึงการเขียนบล๊อกด้วยนะ

ชั้นมีโครงการจะเขียนเรื่องยาวอยู่สามเรื่อง แต่คงไม่ใช่ตอนนี้ ตามไปวิจารณ์มากๆเลยละกัน จะได้ปรับปรุง

ขอบคุณมากๆ

ปล. ถ้าจะลองยืมไปใช้ดูบ้างก็จะขอบคุณมากๆนะ


โดย: ตากล้องต้องกล้า (BrettAnderson ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:52:39 น.  

 
ลืมไปอีกเรื่องนึง เธอเป็นแอร์ฯ ถ้าเธอเจอเหตุการณ์อย่างที่ชั้นเจอ เธอจะทำอย่างไร

บางทีก็อยากให้เธอเอามาเล่าเหมือนกันนะ เวลาเจอเหตุการณ์ต่างๆบนเครื่องน่ะ ว่าเธอแก้ปัญหาอะไรยังงัย





โดย: คูเวตแอร์เวย์มีแอร์แบบนี้ป่าว (BrettAnderson ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:02:11 น.  

 
คิดถึงค่ะ ...ขอมาเยี่ยมบ้าน
ขอมาคุยเช่นเคยค่ะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:34:40 น.  

 
เมื่อกี้ไปเจอเนื้อเพลงเพลงนึง เจอแต่เนื้อนะ ไม่รู้ทำนองเป็นยังงัยแต่เนื้อเพลงชอบมากเลยทีเดียว เป็นภาษาปะกิต
ลองเอามาลงให้อ่านดูนะ

Going to deliver binks' sake
Following the sea breeze,
Riding on the waves
Far across the salty deeps,
The merry evening sun
Painting circles in the sky,
As the birds sing


Farewell to the harbour,
To my old hometown
Let's all sing out with a don,
As the ship sets sail
Waves of gold and silver
Dissolve to salty spray
As we all set sail to
The end of the sea


Going to deliver binks' sake
We are Pirates,
Slicing through the seas
The waves our pillows,
The ship our roots
Flying the pround skill
On our flags and sails

Now comes a strom
Through the far-off sky
Now the waves are dancing
Beat upon the drums
If you losw your nerve,
This breath could be your last
But if you just hold on,
The morning sun will rise

yohohohoho, yohohoho x4


Going to deliver binks' sake
Today, and tomorrow, our dreams through the night
Waving our goodbyes, We'll never meet again
But don't look so down, for at night the moon will rise


Going to deliver binks' sake
Let's all sing out with a don,
A song of the waves
Doesn't matter who you are,
Someday you'll just be bones
Never-ending, ever-wand'ring,
our funny trav'ling tale

yohohoho, yohohoho

-------------------------------------

อารมณ์เพลง น่าจะออกมาแนวเดียวกับเพลง 39 ของวงควีน หรือไม่ก็เพลง Sailing ของร๊อด สจ๊วตนั่นเลยทีเดียว

ชอบมากเลยเพลงลักษณะนี้


...ถ้าอยากรวมกลุ่มกับเรา ขอแค่นายชอบเสียงดนตรี เพราะเราจะเป็นกลุ่มที่แม้แต่ตอนกำลังจะตายเราก็จะตายตอนที่กำลังเล่นดนตรี


โดย: บรูคและลาบูน (BrettAnderson ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:04:44 น.  

 
แวะมาอีกรอบจ้า
เมื่อกี้เม้นท์ไปแล้ว...ยาวเหยียด..
หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้...จขบ.ลบอะเปล่า??
แต่เราก็ด้าน...มาพิมพ์ใหม่อีกรอบ
ไม่ค่อยได้อ่านแลย...หนังสือแนวนี้
เคยอ่านตอนเรียน...นานมาแล้ว...
สวัสดี...วันใหม่ค่ะ


โดย: nikanda วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:5:45:20 น.  

 
สวัสดีครับน้องปอย


พี่ก๋าเป็นคนที่ไม่อ่านกวีและกลอน
แต่หนังสือเล่มนี้ทำให้พี่ก๋าเปลี่ยนความคิด
เพราะหลายปีที่แล้วได้อ่าน...

แล้วก็งงว่าทำไมคนไทยคนนี้ถึงได้คิดและเขียนอะไรที่สัมผัสคล้องจองได้ขนาดนี้
จนถึงวันนี้พี่ก๋าก็ยังไม่มีฝีมือในการเขียนกลอนให้งามได้ขนาดนี้

แต่เท่าที่รู้....

ตอนนี้พี่ก๋าสนใจบทกวีเพิ่มขึ้นมากมาย
และซื้ออ่านมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ







โดย: ก. วรกะปัญญา (กะว่าก๋า ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:7:51:45 น.  

 
สวัสดีอีกรอบค่ะ

เราเองก็เพิ่งรู้หลังจากรีวิวนิยายของคุณปิยะพรค่ะว่าชาวบล็อกแกงค์นี่แฟนคุณปิยะพรเยอะมากๆ

แต่การสร้างตัวละครของเธอน่าสนใจจริงๆ ค่ะ

จะลองอ่านเรื่องอื่นก็ได้นะคะ เพราะมีหลายคนที่แนะนำเรื่องอื่นๆ ที่ดีๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:8:21:51 น.  

 
emoemo


โดย: คนไม่เจียม.. วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:8:35:39 น.  

 
อ่านแล้วเหมือนกันน้องปาจ๋อย
อ่านตั้งแต่ ม 6 แระ พ่อบูปลูกฝังแอบยัดเยียดให้อ่านน่ะค่ะ หาได้หามจั่วด้วยตัวเองไม่ ฮ่าๆๆๆ

มาแล้วนิ

ดีใจจัง

คิดถึง

ไม่อยกจะเชื่อ วันนี้ นป ยังไม่ไปทำงานเลย

อิอิ


โดย: be-oct4 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:8:51:58 น.  

 
มาเยี่ยม คนหลงกวีค่ะ
น้องปอยสบายดีนะจ๊ะ
พี่โมกไม่สบาย เป็นไข้หวัดนิดหน่อย

คิดถึงนะจ๊ะ


โดย: โมกสีเงิน วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:27:14 น.  

 
นกกะพริกนี่ของคู่กันจริงๆเนอะ
ถ้าเอาโมบายล์กระป๋องวาวๆ หรือเอา...อะไรน่อ..ปุ๊กเรียกไม่ถูกที่เค้าเอาไว้กางให้ผัก
แบบว่าแสงแดดลอดได้แต่นกลอดไม่ได้น่ะค่ะ ก็จะช่วยกันได้เยอะเลย
หรือปลูกที่ๆ แมวอยู่ล่ะไม่มีนกมาแหยมแหงมๆ

ตอนนั้นปลูกกุหลาบกะให้คนที่ชอบค่ะ
ออกมาเป็นดอกได้ก็ดีใจน่าดู แต่ไม่กล้าให้เองหรอก
พอหลังๆเข้ามหาลัย ย้ายบ้านก็เลยโอนให้พี่สะใภ้ไปแล้วค่ะ
รายนั้นเค้ามือสีเขียวตัวจริง ปลูกอะไรๆก็งามแบบไม่น่าเชื่อ
(เพราะคนอื่นปลูกแล้วตาย แต่พี่คนนี้ปลูกแล้วได้กินดอกกินผล ทั้งที่บ้านเดียวกันแท้ๆ)

แต่ก่อนชอบไม้ดอก มาตอนนี้ไม่ค่อยมีเวลาเริ่มอยากปลูกพืชผักสวนครัวง่ายๆแทน
(ถ้าคุณปอยสนใจเราก็มาปลูกถั่วงอกกันเตอะ)
อีกอันที่อยากลองคือ wheatgrass น่ะค่ะ น่าลองๆ ซื้อเค้าช็อตนึงแพงเหลือหลาย
จะได้เอาให้แมวแทะเล่นด้วย เพราะตระกูลแมวๆชอบกินมั่ก (ชอบได้ไงไม่รู้ ไม่เห็นหร่อยเลย)


เรื่องรูป แฮ่ๆ ยังไม่ได้ให้ค่ะ คงเดือนหน้านู่นเลย
ว่าแล้วก็ต้องรีบขยันหน่อยเดี๋ยวให้ไม่ทันเสียฤกษ์แย่เลย
แต่แม่ปุ๊กคงไม่อะไรมากหรอกค่ะ อาจจะอืม...แล้วก็ยิ้มๆ
เสร็จแล้วก็ให้ปุ๊กเอาไปแขวนกำแพงอะไรประมาณนี้ :D

อันนี้ลิงค์ค่ะ
Link

อายๆไงไม่รู้ แบบว่าคุณปอยกะลังประทับใจกะกลอนดีๆ กวีงามๆ
กลัวเดี๋ยวกลอนปุ๊กจะมาตัดตอนทางอารมณ์
ยังไงก็อ่านขำๆ แล้วกันนะคะ


โดย: Hobbit วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:01:58 น.  

 
วันนี้พายุทรายเข้าอีกแล้วดุ่บดั่บเอ๊ย ออกไปไหนหาผ้าปิดจมูกด้วยเด้อ

เอ คุณหนูหล่อท่าทางช่วงนี้จะงานยุ่งแฮะ หายเงียบกันไปเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าเรื่องเครียดๆที่ว่านั้นหายปวดหมองหรือยัง

ชั้นนี่แปลกแฮะ เวลางานกลับมีเวลามาเที่ยวเล่นตามบล๊อกต่างๆ แต่พอเวลาได้พักร้อนกลับไม่มีเวลาเสียนี่

ดูเหมือนจะตรงกันข้ามกับคนอื่นเขา

อย่าหาว่าชั้นอู้งานนา มันก็มีนิดๆหน่อยๆสิ ฮิฮิ คลายเครียดๆ


โดย: มนุษย์เงินเดือน (BrettAnderson ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:24:53 น.  

 
ยังอยู่คร้าบบบ ไม่ได้หายไปไส แต่ยุ่งโลดเร้ยยย
อีกสักพักจะหาเวลามาวิ่งเล่นด้วยครับ คิดถึงทั้ง
คุณปอยและคุณแป๋งแหละครับ แต่มันคิดอะไรไม่
ค่อยจะทันเลย ได้หน้าลืมหลังฉะนี่

เข้ามารีบอ่านๆๆๆๆๆๆ กลัวตกข่าวครับ ได้แค่เนี้ย
แหละ... คุณแป๋งดูแลคุณปอยด้วยนะครับ อย่าทำ
ให้เธอหงุดหงิดซะเองละ

แล้วจะมาตอบวาทะที่ท่านว่าไว้แต่วันวานน่ะครับ
ไม่ลืมด๊อก


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.222.106 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:57:23 น.  

 
โธ่คุณหนูหล่อ พูดไปแล้วผมน่ะสมเพชตัวเอง กลายเป็นผมที่ต้องคอยให้เขาปลอบบ้าง ดุบ้าง ด่าบ้าง ไม่นึกเหมือนกันครับว่า คนที่ผ่านมรสุมชีวิตร้อยแปด เป็นที่ปรึกษาคอยดูแลใครๆต่อใครที่เมืองไทย พอเปลี่ยนประเทศที่อยู่เท่านั้นล่ะ กลายเป็นคนละคน จะยืนด้วยตัวเองยังแทบจะทรงไม่อยู่เลย โซซัดโซเซ เป๋ไปหมด

กว่าจะมาถึงวันนี้ ไม่รู้ดุ่บดั่บเขาจะเหนื่อยอกเหนื่อยใจขนาดไหน ที่คอยดุ คอยด่าผมมาตลอด ให้ผมเข้มแข็ง และทำอะไรที่มีประโยชน์ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆ

แล้วเรื่องเขาหงุดหงิดน่ะผมนี่ล่ะตัวดีเล้ยยย ทำให้เขาหงุดหงิดซะเรื่อย อาจเป็นสันดอนเก่าของผม ที่มีนิสัยกวนเท้าชาวบ้านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เป็นได้ครับ บางทีเลยไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาโกรธหรืออะไร แค่แหย่เล่นๆเท่านั้น แต่คำพูดหรือการกระทำบางอย่างมันก็แรง หรือทำให้เขาหงุดหงิดคันง่ามเท้าขึ้นมาได้เฉยๆเหมือนกัน

เอาไว้ขอโทษและขอบคุณในโอกาสหน้านู้น เพราะพูดไปแล้วเหมือนจะอำลาจากกันน่ะซี่ ไม่ดีครับไม่ดี ไว้วันหลัง เพราะเดี๋ยวต้องมีเรื่องให้ขอโทษและขอบคุณกันอีกหลายเรื่องเลยแหละ

คุณหนูหล่อว่างๆก็เข้ามาวิ่งเล่นกันต่อได้ครับ ไปทำธุระหน้าที่การงานให้ดีก่อนดีกว่า อย่าทำแบบผมเล้ย นั่งทำงานอยู่ก็เอี้ยวตัวมาดูบล๊อกทุกๆสิบห้านาทีเลยมั้ง

ก็แบบนี้ล่ะครับ ทำงานกับโต๊ะนั่งนิ่งๆอยู่หน้าคอม มันจะคอยเหม่ออยู่เรื่อยเลยเชียว


อย่าลืมดูแลสุขภาพมากๆนะครับ พักผ่อนด้วย เจอปัญหาอะไรก็ค่อยๆแก้กันไป


โดย: ซาลารี่แมน (BrettAnderson ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:28:01 น.  

 
“อ่านจบทุกบท ไม่มีบทไหนที่ไม่ต้องกลับไปอ่านซ้ำ
และไม่มีบทไหนที่ฉันไม่ปิดหนังสือลงสักพักและสูดกลิ่นหอมนี้ช้า ๆ”
^
^
^
ผมอยากจะสัมผัสความรู้สึกแบบนี้มั้งจัง ^^
โดยส่วนตัวแล้วผมชอบเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองครับ (ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีความรู้ในด้านนี้เลยก็ตาม)
แต่เวลาเกิดการต่อสู้เพื่อมันนี่ผมว่ามันยิ่งใหญ่และมีอุดมการณ์ดี


โดย: ขอรบกวนทั้งชุดนอน วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:07:09 น.  

 
บล๊อกใหม่เสร็จแล้วเด้อ ว่างๆก็ไปอ่านได้

ยาวเหมือนเดิมแหละ ฮิฮิ


โดย: โนะฮาร่า ฮิโรชิ (BrettAnderson ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:07:58 น.  

 
อัพบล็อกไหนล่ะเอ๊ยย งง

ตอนนี้ถ้าเขียนยาวก็ช่วยทำสรุปท้ายบทด้วยได้ป่ะ


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.222.106 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:55:26 น.  

 
จดหมายถึงดากานดาอ่ะคับ

แหม ทนอ่านหน่อยสิ ทำเป็นเด็กนักเรียนไทยสมัยก่อนไปได้ ต้องให้ครูสรุปให้เรื่อยเลย

ไม่ยอมอ่านแล้วจับเนื้อหาเอาเอง


โดย: คุณครูโอนิซึกะ (BrettAnderson ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:09:51 น.  

 
แอบมาตอบที่บ้านดุ่บดั่บครับคุณหนูหล่อ มาวิ่งเล่นที่นี่ดีกว่า

เมื่อกี้ลืมตอบชื่อดอกไม้ที่อยู่ข้างบ้านไป

คำตอบคือไม่รู้ครับ ไม่เคยถามใครเหมือนกัน

แหะๆ อย่าว่ากันเลย ขึ้นอยู่ข้างบ้านแท้ๆ


ผมว่าผมทำให้หัวหน้าห้องเราน้อยใจแหงเลยที่ไม่รู้จักดอกกาสะลองแบบนั้น โดนบีบคอหักแหงๆ

ก็ไม่รู้จริงๆนี่นา


โดย: ดอกไม้ไม่ว่ากลิ่นหอมเย้ายวนแค่ไหนก็ไม่อาจทำให้ใจหวั่นไหวไปได้ก็เพราะ... (BrettAnderson ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:13:00 น.  

 
หนังสือเล่มนี้ยังไม่เคยอ่าน

แต่เคยได้ยินชื่อหน่ะค่ะ

บทกวีเคยอ่านอยู่ตอนเป็นนักเรียน
พอทำงานแล้วก็ไม่ได้ไปจับต้องอีกเลยนะ

พอคลิกไปอ่านพ่อแก้วแม่แก้วแล้วชักเปลี่ยนใจแล้วสิคะ

ปล.ยินดีที่แอดบล็อกนะคะ


โดย: BeCoffee วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:35:34 น.  

 
สวัสดีครับคุณปอย
วันนี้พอหาเวลาได้หน่อย รีบมารายงานตัวครับ

ไม่ต้องเรียกให้ช่วยจัดการใครคนนั้นหรอกครับ
พี่หนูหล่อว่า ซื้อกระบองมาถือไว้ก็พอ บ่นมาก
ก็เงื้อๆ เตือนสติไปบ้าง ที่จริงเขาก็รู้ดีอยู่แล้วละ
ครับว่าอะไรเป็นอะไร แต่สงสัยจะเป็นโรคขาดคน
สนใจไม่ได้ สนแบบไหนก็ได้ ขอให้สนก็พอ จะ
ต่อยตีดุด่าว่ากล่าวยังไงก็ได้ เขาแค่อยากให้สน
เย้ๆๆๆ วิเคราะห์แบบเสี่ยงโดนกระบองนั้นซะเอง

จะเล่าเรื่องที่พูดเรื่องนี้แล้วนึกขึ้นมาได้ ไม่เกี่ยวกะ
คนที่เรากะลังพูดถึงหรอกครับ คนนั้นน่ะ โรคสำออย

พี่หนูหล่อเคยไปเยี่ยมสถานกักกันเด็กมีปัญหา นั่ง
คุยกะเค้าเรื่อยเปื่อยจนได้รู้ว่าเด็กพวกนี้บางคน
ไม่ได้อยากมีปัญหา แต่เนื่องจากพ่อแม่พี่น้อง
ไม่สนใจเขา เขาจึงทำทุกอย่างที่จะได้รับความ
สนใจ ถึงขั้นทำผิดร้ายแรงให้ถูกทำโทษจะได้มี
คนสนใจเขา เริ่มที่แม่เลย เขาบอกว่าทำให้แม่
โกรธแล้วโดนแม่หยิกตีก็ยังดีกว่าแม่ไม่แตะต้อง
ที่ร้ายที่สุดก็คือ เขาบอกว่าแม่ไม่เคยกอดเขาเลย

บ้านจึงน่าจะเป็นที่ที่มีความสุขที่สุดนะคร้าบบ
ฝากบอกใคคงนั้งล่วย

ได้มาคุยกะคุณทั้งสองก็เท่ากะชาร์ตแบ็ตไปต่อสู้
กะวันพรุ่งนี้ที่จะยู่งงงงมากกกกอีก... ราตรีสวัสดิ์ครับ


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.222.106 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:04:09 น.  

 
อ่ะจึ๊ยยยย ทำไมมันเย็นหลังวาบๆชอบกล จามก็บ่อย ทำไมน้า

บ้านนน่ะมีปัญหาเรื่องการปรับตัวเข้าหากัน และเรื่องทัศนคติบางอย่างของคนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันมาเป็นสิบกว่าปีแล้วจู่ๆก็ต้องมาอยู่ด้วยกันน่ะครับ

มันก็เลยมีการไม่เข้าใจกันบ้าง อึดอัดบ้าง แต่การไม่เข้าใจกันมันค่อนข้างรุนแรงหน่อยน่ะครับ

ขอบคุณครับคุณหนูหล่อที่มาคุยเป็นเพื่อน บอกตรงๆเลยนะครับ เหงามากๆ เมื่อกี้แอบแว่บไปเข้าMSN มา10 นาทีได้คุยกับหลานคนนึงแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยเชียว

บางทีที่ผมเข้ามาป่วน วิ่งเล่นบ่อยๆ ก็คงเป็นเพราะอยากหาเพื่อนไว้คอยคุยนั่นล่ะครับ เจ้าของบ้านอย่าถือสาเลยน้า มาทำบ้านรกมากเลยดูซิเนี่ย เฮ้อ

นอนหลับฝันดีนะครับ สู้ต่อไปครับ


โดย: คาซาม่าคุง (BrettAnderson ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:19:43 น.  

 
คุณรัตน์มาชวนไปทำบุญด้วยกันวันพรุ่งนี้ค่ะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:54:56 น.  

 
แหม คุณพี่หนูหล่อพูดได้ถูกใจมาก ๆ เลยค่ะเนี่ย
จริงนะคะ "คงนั้ง" อ่ะ เหมือนกับเด็กสถานกักกันไม่มีผิด
ทำอะไรก็ได้ให้คนมาสนใจ แม้พี่หนูหล่อจะไม่ได้ตั้งใจเปรียบ
แต่ปอยว่าแหม! เหมือนกันมากทีเดียวเสียนี่กระไร
รู้ทั้งรู้ว่าอะไรที่ทำแล้วจะโดนด่า ก็ทำจังเลย
ทำอะไรไม่โดนด่า ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจคุยด้วย
ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ
ก็เลยหาเรื่องมาให้ด่าเล่นอยู่เรื่อย ๆ
ต่อไปไม่ว่าทำอะไร ไม่ต้องไปสนใจเลยดีกว่าค่ะ
มาร่วมมือกันไม๊คะพี่หนูหล่อ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ สะใจ

งานยุ่งก็เคลียร์เสร็จไวไวแล้วกันนะคะ...
ว่าง ๆ ค่อยมาวิ่งเล่นเหมือนเดิมก็ได้ค่ะ ต้อนรับเสมอ



โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:33:29 น.  

 
พี่ก๋ากำลังจะปิดคอม
แต่เข้าไปเช็คดูเม้นท์ของเพื่อนๆอีกครั้งที่บล้อกคถามน้องดีดี

พี่ก๋าเป็นพวก "ทฤษฏีแน่นเปรี๊ยะ" ครับน้องปอย 5555
การเขียนหรือการพูดถึง "ความรัก" เป็นเรื่องที่ทำได้ครับ
แต่การปฏิบัติให้ได้เป็นอีกเรื่องนึง

ถามว่าความรักของพี่ก๋าสมบูรณ์เพอร์เฟ็คมั้ย --- ก็ไม่
แต่ถามว่ามันดีอย่างที่พี่ก๋าคิดหรือเปล่า...
อันนี้พี่ก๋าตอบได้ว่า "จริง"

พี่ก๋ามีแฟนคนเดียวแล้วก็กลายเป็นภรรยาเลย
คือ มาดาม

เวลามีคนถามเรื่องความรัก --- พี่ก๋าถึงต้องพูดถึงมาดามเยอะหน่อย 555

ส่วนความรักที่เจ็บปวดซ่อนเร้นในวัยเด็ก ก็พอมีบ้าง
แต่มันก็ยังไม่ใช่ "ความรัก"

พี่ก๋าถึงเชื่อว่าคนทุกคน รอได้...
รอที่จะเจอรักที่ดีและสวยงาม

ปัญหาก็คือ คุณต้องทำตัวของคุณให้มีคุณค่าพอ
สำหรับคนที่ดีพอสำหรับคุณด้วย

พี่ก๋าเชื่อว่าทุกคนมีความรักที่ดีได้
แต่เราต้องเริ่มจากการรักตัวเองให้เป็น
เข้าใจตัวเองให้ดี
แล้วค่อยคิดไปรักคนอื่น


แล้วพี่ก็เชื่อว่า วันนึง...
น้องปอยจะเจอ "คนที่ใช่...ในวันที่ใช่"
คนที่ดีที่สุดสำหรับน้องปอยครับ

ฝันดีนะครับ





โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:46:18 น.  

 
วันนี้เจอไปหลายหมัด เล่นเอามึนส์ไปเหมือนกัน

ไม่รู้ทำไงดี


โดย: มาคุโนอุจิ อิปโป (BrettAnderson ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:0:13:58 น.  

 
แวะมาเยี่ยมบ้านพี่ปอยด้วยความคิดถึงงงงงงงง

หนังสือเล่มนี้เคยได้ยินชื่อค่ะ แต่ไม่เคยอ่าน

ไม่ได้อ่านอะไรแนวนี้มานานแล้วง่ะ

สงสัยจิตใจจะหยาบกระด้างเกินกว่าจะอ่านบทกวีได้แล้ว


ฝันดีนะค๊าพี่ปอย (ตอนนี้ที่คูเวตจะได้ฝันรึยังนิ)


โดย: soda_zappp IP: 58.9.148.119 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:0:22:16 น.  

 
สวัสดีครับ

วันนี่วันมาฆบูชาของไทยแล้วครับ


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:0:44:38 น.  

 
ไม่ค่อยได้อ่านบทกวีเท่าไหร่ ห่างหายการอ่านหนังสือไปนานเลย ตอนนี้อยู่ออแลนโด เดี๋ยวขากลับต้องอยู่บนเครื่องอีกยี่สิบกว่าชั่วโมงดันลืมหยิบหนังสือมาอ่านอีก -_-' มี unfinished books มากมายเหลือเกินตอนนี้ ^^'


โดย: Karz วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:1:14:28 น.  

 
เฮ้อ อยู่มาสามวันแล้ว ยังรู้สึกว่าตัวเองยังเจ็ทแลคอยู่เลย

ง่วงนอนแต่หัวค่ำ ตื่นมากลางดึก พอบ่ายๆก็ง่วงชิบ เพราะตื่นไวไป

นี่ยังดีนะที่ตอนไปเมืองไทย พยายามกินอาหารให้เป็นเวลาเดียวกับที่กินที่คูเวตน่ะ

มาบ่น เพราะนอนบ่หลับ ฮิฮิ จะโดนด่ามั้ยเนี่ย

นอนอ่านหนังสือไปครึ่งเล่มแระ


โดย: ผู้พันแพตเตอร์สัน (BrettAnderson ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:32:03 น.  

 
ถ้าคิดไว้ล่วงหน้าว่าอยากให้มีสามีอยู่ข้าง ๆ ตอนคลอด
เริ่มต้นโดยการหาสามีเป็นหมอง่ายที่สุดค่ะ

^
^
^

ล้ำลึกมากๆน้องปอย

emoemoemo



5555

พี่ก๋าอ่านแล้วอึ้ง อิอิอิ

วันนี้ไม่ไปไหนครับ ทำงานเหมือนเดิมครับ
วัด...พี่ก๋าไม่ได้ไปนานแล้ว
แต่ไหว้พระตลอดครับ
เตือนตัวเองตลอดว่าอย่าทำชั่ว และหมั่นสร้างความดี

55555

สร้างภาพได้เนียนอีกแล้วครับทั่น 5555

มีความสุขมากๆนะครับน้องปอย

วันนี้พระจันทร์จะสวยมากนะครับ
อย่าลืมดูด้วยล่ะ




โดย: ก. วรกะปัญญา (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:25:28 น.  

 
ลองคลิกไปอ่านดูตามลิงค์
คุณเนาวรัตน์ประพันธ์เอาไว้ไพเราะจริงๆครับ
สัมผัสอักษร เล่นคำ และที่สำคัญ ความหมายดีจริงๆ

.........................

สำหรับเทคนิคการนำภาพลงเวปให้มีความคมชัดไม่สูญเสียรายละเอียดนั้น
ผมทำตามวิธีที่เค้าแนะนำในลิงค์ข้างล่างนี้ครับ
แวะไปศึกษาได้เลยครับ
//www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=503


โดย: Dr.Manta วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:37:02 น.  

 
อย่าเลยครับ เราก็ร่วมมือกันทารุณกรรม "คงนั้ง"
ต่อไปเหอะ นึกว่าเห็นแก่ฟามสุขของเพื่อน

หนูหล่อยังไม่ได้เม้าท์เรื่องบทกวีเลยนะครับ
หาเวลามาร่ายม้วนเดียวจบง่ะ เรื่องคำประพันธ์เนี่ย
ของใครก็ชอบอ่านทั้งนั้นเลยครับ ไม่เกี่ยงเครื่อง
หมายการค้า แต่มักให้ความสนใจเรื่องคารมและ
ความคิด เมื่อใดที่คารม ความคิด และคำมาเจอ
กันเหมาะเจาะก็เอ๊ยยย ไม่อยากจะเซด

ที่คุณปอยเขียนก็น่าสนใจมากเลย เคยนึกอยู่
เหมือนกันว่าสาวน้อยคนนี้เป็นคนช่างคิดช่างเขียน
และตั้งใจเขียนอย่างประณีต ใช้ภาษาไทยได้ดีกว่า
สาวๆ ยุคนี้บางคน... อีกอย่างหนึ่งคือเป็นบทความ
แสดงความคิดอย่างเสรี การอ่านบทกวีอยู่ที่มุมมอง จินตนาการและประสบการณ์ กวีนิพนธ์บางบทคน
อ่านสามคนเข้าใจสามอย่าง แต่อย่าเพิ่งตัดสินว่าใครฉลาดน้อย

สำหรับงานของอาจารย์เนาวรัตน์นั้นถือว่าเป็นงาน
ระดับปรมาจารณ์ พี่หนูหล่อว่าเทียบได้กับสุนทรภู่
ท่วงทำนองเดียวกัน เล่นสัมผัสในสัมผัสนอกสบัด
สะบิ้งพริ้งพรายคล้ายๆ กัน เลือกสรรคำกินใจและใช้
คำน้อยสื่อความมาก... ประมาณปี 2543 (ที่คุณปอยยังเป็นละอ่อนมากกกน่ะ เป็นช่วงที่เขา "ดูดส.ส." กัน
อาจารย์เขียนกลอนบทหนึ่งลงในเดลินิวส์ ความว่า....

เดี๋ยวมาต่อนะคร้าบ


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.217.75 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:16:55:36 น.  

 
หึสนุกสนานกันเข้า


ของอาจานเนาวรัตน์นี่คุณหนูหล่อว่าไปยาวๆเลยนะครับ ผมเองไม่ถนัดเลยจริงๆเรื่องบทกวีอะไรทำนองนั้น (จริงๆมีพอได้อยู่แค่สองอย่างคือการ์ตูน กับประวัติศาสตร์)

สมัยเรียนถ้ามีคนมาบอกว่า พวกผมเรียนถาปัดเหรอ โหยไว้ผมยาวด้วยยังกะศิลปินเลยเนี่ย

กลุ่มผมก็จะได้แต่มองหน้ากันแล้วหัวเราะ หึหึ โธ่ ระยัมตำบอนอย่างพวกผมเนี่ยเรอะ จะได้ชื่อว่าเป็นศิลปินกะเขา

อย่างมากผมมันเป็นได้แค่พวกสากๆเท่านั้นเอ๊งงง



โดย: สากกิ๋นละปิน (BrettAnderson ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:09:40 น.  

 
ผิดๆ ครับ ผวนผิด ไม่ได้ใช้นานลืม


โดย: สากละปินกิ๋น (BrettAnderson ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:13:07 น.  

 
ตีผึ้ง - เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูล์ - เดลินิวส์ 9 ก.ค. 43

สภาผึ้งหึ่งแตกแหกรังหนี
ใช้วิธีร้างรังสร้างรังใหม่
ผึ้งหัวรวงห้อมล้อมไม่ยอมไป
หวงน้ำหวานหวงใข่ให้นางพญา

ผึ้งปลายรวงร่วงร้อยไม่ห้อยรวง
ต่างแตกพวงแตกพรรคสุดรักษา
สุดธำรงทรงรวงหน่วงเวลา
คงถึงครารวงสลายในเร็ววัน

จากผึ้งโพรงเปลี่ยนปรับไปจับคอน
จะว้าว่อนวุ่นวายยิ่งไหวหวั่น
ปรับท่าทวนกระบวนแบบแทบไม่ทัน
ผึ้งทั้งนั้นจึงช่วงชัยชิงไหวพริบ

แต่ล้วนมุ่งเกาะประจำกินน้ำหวาน
บริวารใหญ่น้อยกะล่อยกะหลิบ
บารมีมากมายก็หมายทิพย์
ที่กระจิบจิ๊บจ๊อยค่อยค่อยคลาน

ถึงไม่พร้อมไม่พร้องก็ต้องพร้อม
ฤดูผึ้งหึ่งหอมตอมน้ำหวาน
มวลดอกไม้ย้ายแย้มแฉล้มบาน
จับให้ได้ไล่ประจานในทันที

เมื่อผึ้งรวงไม่ดำรงคงรังรู
ไม่รู้อยู่รู้ประจำทำหน้าที่
ล้วนผึ้งเหลือบเขมือบมิ้มเอาอิ่มดี
สมควรตีผึ้งให้ตายคารัง

รักษารังนางพญาอย่าทำลาย
ให้สืบสายพันธุ์ใหม่ได้ปลูกฝัง
พวกผึ้งผีผึ้งเปรตเศษสังคัง
จงระวังอย่าให้ผุดให้เกิดเลย
***

เป็นไงบ้างครับ คารมการเมืองของท่าน
เปรียบเปรยซะแสบไส้ แล้วก็มีอาจารย์สอน
ร้อยกรองในมหา'ลัยท่านหนึ่งเอาบทนี้มาให้
ลูกศิษย์แต่งสำนวนแก้ ปรากฎว่า สำนวนหนึ่งที่
อาจารย์เอามาอ่านเป็นตัวอย่างนั้น ความว่ายังงี้...
คร้าบบบ เดี๋ยวมาต่อ เพิ่มขยะให้บล็อกของคุณปอย


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.217.75 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:30:00 น.  

 
เห็นแกแต่งอย่างนี้แล้ว อยากให้แกแต่งให้กับรัฐบาลชุดนี้มั่งจังนะครับ อยากรู้ว่าแกจะแต่งว่ายังงัย

อุ๊ย ลืมไป หวังว่าคุณหนูหล่อคงอยู่ฝ่ายเดียวกับผมนะเนี่ย

นี่มันกลางดงฝ่ายตรงข้ามเลยเว็บไซท์นี้ ฮิฮิ


โดย: ประธานาธิบดี นิโคลัส เจ. เบนเน็ต (BrettAnderson ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:17:59:37 น.  

 
อย่าตีผึ้ง สำนวนแก้

แสนสงสารผึ้งน้อยย้อยรวงอยู่
ร้องหวี่หวู่กรูไปไซ้เกสร
มวลมาลีสีงามกลิ่นกำจร
เพียงภมรหวังน้ำหวานเจือจานรวง

แม้ผึ้งมีพิษมากหากถูกต่อย
แต่ทั้งร้อยร้อยก็เพราะมันหวง
ทั้งตัวอ่อนราชินีที่ในรวง
ใครขืนล่วงมาละเมิดต้องเปิดเปิง

มีชีวิตอยู่อย่างทางของผึ้ง
ไม่ได้ขึ้งพาลใครให้ยุ่งเหยิง
มีแต่คนจ้องจะตีหนีกระเจิง
โดยวางเพลิงสุมควันให้มันไป

แล้วแย่งชิงรวงมันที่หมั่นสร้าง
เอาข้ออ้างเป็นอาหารน่าหมั่นไส้
เออหนอคนเห็นแก่ตัวชั่วกระไร
เขมือบได้อ่อยลิ้นก็ยินดี

มันแตกรวงแตกรังต้องสร้างใหม่
คนยังแกล้งแล้งน้ำใจมาป้ายสี
เขาเปรียบเปรยเย้ยใส่ให้ราคี
เป็นนักกินเมืองที่ไม่มีพอ

จะเปรียบชั่วก็ต้องเปรียบให้สุดชั่ว
อย่าเมามัวเปรียบไปใคร่จะขอ
ผึ้งตัวนิดมันคิดมากอยากจะพ้อ
อย่าตีผึ้งเลยหนอขอเสียที
****

ฝีมือก็ใช่จะเทียบท่านได้ แต่ระดับนักศึกษา
เขียนได้ขนาดนี้ต้องถือว่า ต้นแบบส่งแรง
บันดาลใจได้อย่างยอดเยี่ยม ได้ยินว่า น.ศ.
คนนี้ได้เกียรตินิยมซะด้วยน้า

จะสรุปว่า ถ้าชอบกวีนิพนธ์ อ่านอย่างเดียว
ไม่พอ ต้องเขียนด้วย แล้วจะเกิดวรรณศิลป์
ให้รื่นรมย์ยิ่งๆ ขึ้นไป แล


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.217.75 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:27:06 น.  

 
โอ้ว ยอดเยี่ยมจริงๆนั่นแล


โดย: กระวีกระวาด (BrettAnderson ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:18:40:52 น.  

 
สวัสดีจ้าน้องปอย ... สวัสดีในวันพระ วันมาฆบูชาจ้ะ
เย็นนี้พี่ไม่ได้ไปเวียนเทียนที่ไหนหรอก เพราะว่า
อยู่ห่างไกลวัด ... ฮี่ๆ อย่าเชื่อเลยเพราะมันเป็นคำอ้าง
มากกว่า จริงๆ แล้วพี่ไม่ได้ไปเวียนเทียนมากว่า 10 ปี
แล้วนะ ตั้งแต่ป้าคนที่สนิทด้วยข้างบ้านตาย พี่ก็
ไม่ได้ไปเลยอ่ะจ้ะ แต่ไม่ว่าจะได้ไป หรือเปล่า
พี่ก็ไม่มีอะไร ไม่เข้าวัด ไม่เวียนเทียน แต่ก็พยายาม
ทำใจให้ว่าง ไม่คิดร้าย ทำร้ายใคร ... ถือว่าอย่างน้อย
ใจเราสะอาด ต่อให้อยู่ที่ไหน ก็สบายๆ จ้ะ


เป็นไง พี่พูดดีหรือเปล่า ... อย่างว่าน๊า คนดี ทำดี คิดดี
อยู่ที่ไหนก็ได้ แต่อันนี้ไม่ได้พูดเพราะพี่ดีหรอกนะ
แต่เพราะว่าพี่ไม่ได้ไปเวียนเทียนแหละ เลยหาข้ออ้าง
108 มาบอกน้องปอยอ่ะจ้ะ


....................

สำหรับภาพเหงาๆ ของพี่ มีหลายคนบอกมาเหมือนกัน
ว่าภาพส่วนใหญ่มันเหงาๆ จริงๆ พี่ก็ไม่ได้
ต้องการทำให้มันออกมาเหงาหรอกเด้อ แต่ว่าทุกครั้ง
ที่บอกว่าไม่ได้ทำ ไม่ได้อยากให้มันออกมาเหงาๆ
มันก็ออกมาเป็นแบบนั้นทุกทีเลย สงสัยว่าอารมณ์
จะซับซ้อน หรือว่าเหงาอยู่ข้างในลึกๆ ก็ได้มั้งเนี่ย
เดี๋ยวต้องสำรวจกันสักหน่อยแล้วล่ะ


โดย: JewNid วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:15:03 น.  

 
คุณปอยกะคุณ Brett ครับ

วันนี้มีเวลามาปลดปล่อย หายเก็บกดไปเพียบเลยครับ

และเมื่อบ่ายนี้ไปธุระแถวๆ มอลล์รามฯ ยังนึกถึงคุณ Brett เลยนะ แล้วในมอลล์น่ะ มีร้านแมงป่องมาทำ promotion ลดแหลก สารพัดแผ่น ราคาตั้งแต่ 19 -85
บาทเท่าที่เห็น เนี่ยยิ่งนึกถึงคุณ Brett ใหญ่ มาเจอคงเหมาหมดตัวเลยมั้ง หนูหล่อได้แต่ซื้อเพลงลูกทุ่งมา
ฝากแม่ เห็นปรารภว่าวงจรเพลงลูกทุ่งกำลังจะมาถึง
จุดพักอีกแล้ว อาจไม่ได้ฟังเพลงดีๆ บางเพลง เพลงลูกทุ่งดีๆ ก็เป็นบทกวีที่คมคายด้วยนะครับคุณปอย

เพลงบทที่คุณ Brett คัดมาให้อ่านน่ะ หนูหล่ออ่านแล้ว
รู้สึกเหมือนทำตัวลึกลับยังไงมะรุ.. เอาเถอะน้า ใน
โลกนี้ ไม่มีอะไรลึกลับได้ตลอดไปหรอกคร้าบบ


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.217.75 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:51:50 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่หนูหล่อ

แหม...เอากวีดีดีมาฝาก ขอบคุณมากเลยนะคะ
ชอบที่นักศึกษาเขียนแก้ของอาจารย์มากค่ะ
อย่างนึงเลยก็คือ เขียนด้วยสำนวยง่ายกว่า
แล้วก็เจ็บแสบเหน็บแหนมได้ยอดไปเลยด้วย
ส่วนของอ.เนาวรัตน์น่ะ...อ่านยากทุกบทไป
ต้องตีความกลับไปกลับมาหลายตลบ
หมายความว่ายังไงกันหว่า???...ทุกทีจริงค่ะ
เป็นบทกวีที่ต้องปีนบันไดอ่านกันเลยทีเดียว

เก็บกดอะไรกันเยอะแยะค่ะพี่หนูหล่อ งานเครียดหรือ
มาปลดปล่อยบ่อย ๆ ก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องเก็บกดไว้
ว่าแต่วันสุดสัปดาห์อีกแล้ว ไปปลูกต้นไม้หรือเปล่าคะ
ถ้าไม่ไป ก็อย่าลืมแวะมาก็แล้วกันนะ จะฝากบ้านหน่อย
ลาไปเที่ยวแฟรงเฟิร์ต 2 วันค่ะ อิอิ สบายใจเฉิบ
ฝากพี่หนูหล่อเนี่ยแหละค่ะ ไว้ใจ ไม่ฝากคงนั้งหรอก
ตอนนี้กำลังดำเนินมาตรการไม่สนใจไยดี ฮ่า ๆ ๆ ๆ
(ย้อเย้นน้า!!)

พี่หนูหล่อเคยอ่าน the secret หรือเปล่าคะ
พี่ brett ให้ยืมมา...สุดยอดเลยค่ะ...พระเจ้าจอร์จ
จริง ๆ แล้ว พี่ brett น่าอ่านก่อนเอามาให้ปอยนะคะ
เนื้อหาเหมาะกับเขาจริง ๆ เลยทีเดียวเชียวล่ะ
เดี๋ยวจะรีบอ่านจบแล้วเอาไปคืนทันควัน...
หวังว่าอ่านแล้วจะเลิกมาทำตัวให้โดนด่าเล่นบ้าง
แล้วจะมารีวิวให้ฟังค่ะพี่...แนะนำ ๆ ๆ ๆ
ขอบคุณนะคะที่ชม เล่นเอาเขินกันไปเลยทีเดียว

สุขสันต์วันมาฆะค่ะ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:17:51 น.  

 
น้องปอย

แอบเห็นเม้นท์น้องปอยสองบล้อกแล้ว อิอิอิ

เชื่อว่าดูครบแน่นอน

แต่พี่ก๋าง่วงแล้วครับ 555

ฝันดีนะครับ

พรุ่งนี้เจอกันครับ



โดย: ก.วรกะปัญญา (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:51:39 น.  

 
สุขสันต์วันมาฆะเช่นกันครับ

เก็ยกดที่ไม่ได้เม้าท์กับเพื่อนเนี่ยละครับ

บ้านคุณปอยไม่ต้องฝากใครหรอกครับ มีเพื่อน
น่ารักๆ แวะเวียนมาดูแลเยอะแยะทุกวัน

ไม่ว่าคงนั้งจะมีแง่มุมอะไรมาให้เปรียบเทียบ
กะตัวเอง เขาก็จะเป็นยังงี้ตลอดไป เชื่อพี่หนูหล่อ
เถ้อะ ยอมรับเพื่อนอย่างที่เพื่อนเป็นดีก่า ผ่าน
ฤดูร้อนมาตั้ง 33 หนแระ ไม้แก่!!! เหอ เหอ...
อ๊ายยยย... ร้อเร่นน้า

ดีจัง คุณปอยจะได้ไปเที่ยว ตอนนี้แถวนั้นแค่
7-8 องศาเองนะครับ ดูแลตัวเองด้วย

อ้อ คุณ Brett ครับ เราอยู่ข้างเดียวกันแน่ครับ
แล้วงานของอาจารย์เนาวรัตน์ข้างบนนั่นก็เขียน
ช่วงรัฐบาลนี้คราวก่อนโน้นละครับ.. แหะ แหะ
จะโดนไล่ไปราชดำเนินมั้ยเนี่ยเรา แล้วก็อาจจะ
โดนเตะกลับมาอีก

หันกลับมาหาคุณปอยอีก เดินทางปลอดภัยนะครับ
พี่หนูหล่อไม่ได้ไปป่าหรอกครับ ยังต้องตกระกำ
ลำบากต่อไปก่อน แต่ก็ลำบากน้อยแล้วครับ อีก
สักสองอาทิตย์คงกลับเข้าสู่สภาพเดิมแระ


โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.216.47 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:06:35 น.  

 
ก็จริงค่ะพี่...ยังไงก็ต้องยอมรับในสิ่งที่คนอื่นเป็น
เราอย่าไปพยายามเปลี่ยนแปลงอะไรเขาเลยดีกว่า
ถ้าเขาจะเปลี่ยนอะไรก็เป็นเรื่องของเขาเอง
เราต่างหาก เรียนรู้ที่จะคบคนอย่างหลากหลาย
และไม่หงุดหงิดใจ หรือดึงดันให้คนอื่นเป็นหมือนเรา
จากการอ่านหนังสือเล่มนี้แหละ ก็ได้ความว่างี้

ไม่ได้หายไปไหนนะคะพี่ Brett บินค่ะบิน เหนื่อยค่ะเหนื่อย
โปรดทราบ ๆ นะคะท่านผู้โดยสายทุกท่าน...
เดี๋ยวก็จะไปเที่ยวแฟรงเฟิร์ตแล้วนะคะ จะหายอีกเช่นกัน
ขอบคุณสำหรับข้อมูลอีกครั้งก็แล้วกันค่ะ
กรุณาอย่าคิดมากและนอยด์ไปโดยลำพังด้วย

เดี๋ยวจะเปิดบลอคใหม่ให้วิ่งเล่นกันนะคะพี่หนูหล่อ
(แหม! พูดเหมือนเป็นเด็ก น่ารักขึ้นมาเชียะ อิอิ)

ไว้จะถ่ายรูปกลับมาเผื่อค่า



โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:23:16:28 น.  

 
ภาษากวี เป็นภาษาที่สวยงามครับ ดูภาษาที่คุณปอย(ขออนุญาตเนียนเรียกชื่อเล่นนะครับ)เขียนแล้ว สงสัยวิญญาณกวีเริ่มเข้าสิงแล้วครับ 555


โดย: nongmalakor วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:08:00 น.  

 
ดีจังเลยคะ


โดย: มุก IP: 58.147.54.64 วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:12:04:35 น.  

 
หนังสือเล่มนี้อ่านสมัยอยู่มอปลาย
จำได้ว่าตอนนั้นอ่านชื่อเรื่องภาษาอังกฤษว่า เมียร์ มูฟเม้นท์ เลยจำขึ้นใจว่าอ่านผิด
รู้จักคุณจิระนันท์ เพราะเป็นภรรยาของนักสู้
เธอสวยระดับดาวมหาวิทยาลัย
เห็นว่าคลอดลูกในป่า หลายคนบอกว่าไม่จริง
ที่เห็นผลงานบ่อยๆ คือแปลซับไตเติ้ลหนัง

เล่มนี้ชอบครับ อ่านแล้วมีความสุขกับความงดงามของภาษา แต่จำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้แล้ว

หลังจากนั้นยังไม่ได้อ่านผลงานคุณจิระนันท์อีกเลย

ตอนนี้ลูกชายเธอมีผลงานมาหลายเล่มแล้ว ชื่อหนุ่มคนนี้คือ แทนไท ชื่อสื่ออะไรหลายอย่างดีครับ

นี่เป็นความทรงจำกับ จิระนันท์ และหนังสือเล่มนี้ครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:5:16:48 น.  

 
รบกวนช่วยแปลบทนี้ให้หน่อยค่ะ
แซ่ศัพท์สังคีตครื้น ุครวญคะนอง
คือคลื่นฟูทฟายฟอง ฝั่งซ้ำ

หน้า 75 76 อ่ะ ค่ะ ช่วยหน่อยค่ะต้องทำงาน


โดย: apple IP: 101.109.131.73 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:14:18:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นางสาวดุ่บดั่บ
Location :
Vichy France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




\\\ดุ่บดั่บๆ///
ดุ่บดั่บ คือ การเคลื่อนตัวของหนอน
หนอนตัวน้อย ๆ ที่สามารถไปไหนก็ได้ตามใจต้องการ
ฉันเองก็อยากเป็นหนอนตัวน้อย
จะได้ทำอะไรก็ได้ และไปที่ไหนก็ได้ตามที่ใจฉันฝัน
...ดุ่บดั่บ ๆ ๆ...





>>>คลิก ๆ...สารบัญและสมุดเยี่ยมค่ะ<<<




อ่านบลอคเก่า ๆ ก็ได้นะ

<<การปรับตัว-Acclimatisation>>
::สวนสาธารณะวันหม่น::
ภาพ: ดอกมูเก้
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(2)
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(1)



















Status: ขาวดำ



Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
19 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นางสาวดุ่บดั่บ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.