
 |
|
|
 |
 |
|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |
|
|
| |
|
 |
 |
|
|
|
Back to School: ตอน สติ๊กเกอร์ที่รัก
Back to School: ตอน สติ๊กเกอร์ที่รัก
ทุกเย็นหลังเลิกเรียน เด็กๆ ทุกคนต่างรีบเก็บกระเป๋าเพื่อที่จะออกจากห้องเรียนให้เร็วที่สุด
จุดมุ่งหมายน่ะหรือ... รีบกลับบ้านหาพ่อแม่? ออกไปเล่นกับเพื่อน?
ไม่ใช่...
สำหรับผม และกลุ่มเพื่อนเรื่องกลับบ้านอาจจะเป็นอันดับสุดท้าย รองลงมาเห็นจะเป็นการไปเล่นสนุกกับเพื่อน จะดีดลูกแก้วก็ดี ปาดินน้ำมันก็ดี (มีแต่เรื่องเสียเงินทั้งนั้น)
แต่ที่ฮอทฮิตที่สุดในยุคนั้น พวกเรารีบออกไปซื้อขนมกันครับ และแน่นอน เราไม่ได้ซื้อขนมมาเพื่อกิน แต่เราซื้อขนมมาเพื่อของแถม...
และของแถมที่เด็กๆ ในสมัยนั้นควานหากันให้ควั่กนั่นก็คือสติ๊กเกอร์ดราก้อนบอล ที่แถมจากขนมโดราเอม่อน ขนมที่เป็นแป้งกรอบลูกกลมๆ เคลือบด้วยช็อคโกแลต โดยสนนราคาอยู่ที่กล่องละ 5 บาท แถมสติ๊กเกอร์ประมาณ 5 ใบ และสมุดสะสมอีกเล่มละ 7 บาท ภายในเล่มระบุไว้ชัดเจนว่าหากสะสมครบกี่เล่มจะได้ของรางวัลเป็นอะไร เลยไม่รู้เลยว่าเด็กๆ อย่างพวกเราต่างโดนหลอกกันทุกคน
ไอ้ก้องเด็กตัวอ้วนผู้สถาปนาตัวเองเป็นเจ้าแห่งของสะสมก็อยู่ในข่ายนั้นเช่นเดียวกัน และแน่นอนเมื่อมันขาดสติ๊กเกอร์เบอร์อะไรอยู่ มันต้องไปควานหามาให้ได้ เช่นเดียวกันกับเด็กๆ อีกหลายคนที่เหลือสติ๊กเกอร์อีกไม่กี่ใบถึงจะครบเล่ม
เมื่อการตามหาจากขนมไม่ได้ผลบวกกับระยะเวลาในการสะสมใกล้จะหมดเขตเข้าไปทุกวัน การหาสติ๊กเกอร์ด้วยวิธีลัดย่อมตามมา
วันนี้ไอ้ก้องซื้อขนมโดราเอม่อนมา 6 กล่อง แต่มันก็ไม่ได้สติ๊กเกอร์ใบที่มันต้องการ ขณะที่ผมซื้อมาเพียง 2 กล่อง ผมกลับมีสติ๊กเกอร์หมายเลขที่มันหมายตาเอาไว้อยู่
เฮ้ย...กูอยากได้เบอร์ 28 ว่ะ มึงมีหรือยัง ถ้าไม่มีกูขอนั่นคือประโยคขอร้องสไตล์ไอ้ก้อง กูมีแล้ว มึงยังไม่มีเหรอ ผมถามกลับไปทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่ในใจ มึงอยากได้เบอร์อะไรว่ามา ขอร้องอย่าลีลา ไอ้ก้องเด็กอ้วนพูดพร้อมกระดกขนมเข้าปากรวดเดียวหมด 13 มึงมีไหม?
วิธีทางลัดวิธีแรกก็คือการเทรด หรือแลกสติ๊กเกอร์กัน วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีมิตรภาพ และยุติธรรมที่สุดใครมีเบอร์อะไร ใครยังไม่มีเบอร์อะไร ก็นำมาแลกกัน แต่...มีหรือที่ระหว่างผมกับไอ้ก้องจะใช้วิธีนี้
มีแล้วนะ แต่กูมีแค่ใบเดียว แปะลงในสมุดแล้วด้วย มึงมีเบอร์อื่นที่อยากได้อีกไหมล่ะ ไอ้ก้องถาม 47 มีใบเดียว แต่ยังไม่ได้แปะ นั่นล่ะ กูเอาใบนั้น แต่กูมีใบเดียว ไอ้ก้องแย้ง แล้วไงล่ะ มึงอยากได้เบอร์ 28 ของกูไม่ใช่เหรอ ก็ใช่ มึงเคยได้มาแล้ว แสดงว่ามึงน่าจะมีเปอร์เซ็นต์ในการได้อีก ในการซื้อครั้งต่อไป เนี่ยกูมีเบอร์ 50 ที่เค้าว่าหายากๆ ตั้ง 3 ใบมึงจะอาไปไหม กูมีแล้ว ไม่เอา มึงนี่แม่งเรื่องมาก ไอ้ก้องสบถ ก็กูมีแล้ว กูจะแลกไปทำขี้เกลือมึงหรือไงวะ ไอ้อ้วน! ผมชักเริ่มรำคาญ งั้น...มึงมาแข่งกับกู
อีกวิธีนึงซึ่งเป็นวิธีลัดในการให้ได้ซึ่งสติ๊กเกอร์ที่ต้องการมาอยู่ไว้ในอ้อมมือของเรา นั่นก็คือการแข่งขัน และการแข่งขันนั่นก็คือ เขี่ยสติ๊กเกอร์ (เขี่ยไพ่ก็ได้ ตามแต่ของที่เราต้องการ)
ซึ่งการแข่งเขี่ยสติ๊กเกอร์นี้เป็นวิธีการตัดสินที่รวดเร็ว ฉับไว และเด็ดขาด อาจสร้างความบอบช้ำแก่อีกฝ่ายที่ต้องเสียของรักไป แต่วิธีนี้เป็นวิธีการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล จนเกือบบรรจุอยู่ในกีฬาสีเลยทีเดียว (ถ้าคุณครูยอมรับ)
ซึ่งกติกาในการเขี่ยสติ๊กเกอร์นั้นไม่ยาก จะมีรายละเอียดดังนี้ 1. ผลัดกันเขี่ยคนละครั้ง สลับกัน 2. ผู้ชนะคือ สติ๊กเกอร์ของผู้ชนะจะต้องอยู่ด้านหน้าโดยคว่ำทับสติ๊กเกอร์ของผู้แพ้ที่หงายหน้าอยู่
** บางคู่มีกติกาเสริม บังคับให้ตวัดไพ่ด้วยเพื่อป้องกันความจัญไรสำหรับบางคนที่ฉลาดแกมโกง ไม่ยอมเขี่ยให้เดินหน้า กลับใช้วิธีการแตะๆ อยู่กับที่
กติการะหว่างมึงกับกู ต้องบังคับให้เขี่ยแบบตวัดด้วย ผมรีบบอกเพื่อป้องกันไม่ให้ไอ้ก้องมันกวนตีน ไม่มีปัญหา ไอ้ก้องตอบตามสไตล์ของมัน แข่ง 3 เกม ใครชนะ 2 ครั้งก่อนได้ของที่ต้องการตกลงไหม? ผมยื่นข้อเสนออีกข้อ ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ ไอ้ก้องยังคงตอบกวนตีนอยู่เช่นเดิม
และแล้วการแข่งขันก็เริ่มขึ้น ผมส่งคุริรินในท่าปล่อยพลังคลื่นเต่าลงไปลุยกับหัวหน้าหน่วยกินิวที่มีอยู่แค่ครึ่งตัวของไอ้ก้องก่อน ผมเดินเกมอยากรัดกุมตวัดสติ๊กเกอร์ให้หมุนอยู่กับที่เพียงแค่ครั้งละรอบเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ไอ้ก้องมันเป็นฝ่ายรุก เดินเข้าหาผมตั้งแต่เริ่มเกม
ผมยังคงตั้งรับโดยการตวัดสติ๊กเกอร์ให้อยู่กับที่อย่างระมัดระวังไม่ให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของคุริรินไปโดนหัวหน้าหน่วยกินิวแม้เพียงหัวมุมของสติ๊กเกอร์ และหลังจากตั้งรับอยู่นานโอกาสก็มาถึงเมื่อไอ้ก้องอดทนไม่ไหวตวัดไพ่แรงเกินไปจนหัวหน้าหน่วยกินิวขึ้นมาทับคุริรินของผมครึ่งใบ โดยที่สติ๊กเกอร์ทั้ง 2 ใบ อยู่ในสภาพนอนคว่ำโชว์ลวดลายของทั้งสองอยู่ โอกาสมาถึงผมแล้วไม่รอช้าผมจัดการตวัดข้อมือขึ้นอย่างรวดเร็ว สติ๊กเกอร์หัวหน้าหน่วยกินิวพลิกหงายหน้าไปแล้ว ขณะที่คุริรินของผมหมุนคว้างกลางอากาศสองตลบก่อนจะหมุนลงมาทับหัวหน้าหน่วยกินิวด้วยสภาพที่คว่ำหน้าอยู่เช่นเดิม ผมได้หนึ่งคะแนนมาตุนอยู่ในมือ!!
ฝีมือไม่เลวนี่
แต่มันจะไม่มีอีกแล้วล่ะ ไอ้ก้องข่มผมด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเชื่อมั่นสุดๆ มันไม่มีอาการเสียขวัญเลยแม้แต่น้อย มีไม่มีไม่รู้ รู้แต่ว่าถ้าเกมหน้ากูชนะเบอร์ 47 ต้องเป็นของกู ผมเอ่ยถึงหมายเลขที่ผมต้องการที่ภาพด้านหน้าเป็นลำตัวของตัวละครหนึ่งในการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอล ในรูปจะเห็นเพียงแค่ครึ่งตัวเท่านั้น หากใครเป็นแฟนพันธ์แท้จะสามารถเดาได้ทันทีว่าเป็นลำตัวของพิกโกโร่อย่างไม่ต้องสงสัย
เริ่มเกมที่สอง ผมยังคงไว้วางใจส่งคุริรินลงมาสู้เหมือนเดิม ผมใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้รูดปลายสติ๊กเกอร์ที่ใช้เขี่ยให้แบนเรียบเพื่อสะดวกในการตวัดสติ๊กเกอร์ให้ไม่มีพลาด ขณะที่ไอ้ก้องส่งเบจิต้าที่มีแค่ส่วนหัวลงมาเป็นคู่ต่อกร
เริ่มเกมที่สองไอ้ก้องวางหมากมาอย่างสุขุม ไม่บุ่มบ่ามโดยมันจะค่อยๆ ตวัดให้สติ๊กเกอร์เขยิบมาทีละนิดๆ ขณะที่ผมยังคงใช้แทคติกเดิมโดยการตวัดสติ๊กเกอร์ให้อยู่กับที่ แต่...จู่ๆ ลมก็มาจากไหนไม่ทราบพัดสติ๊กเกอร์ของผมที่กำลังลอยคว้างกลางอากาศจนเสียจังหวะ หล่นลงมานอนหงายซะอย่างนั้น ไอ้ก้องไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้ลอยนวลแม้ว่าเจ้าเบจิต้ามันจะอยู่ไกลจากคุริรินของผมในระยะถึงหนึ่งคืบก็ตาม ผมจ้องมองสติ๊กเกอร์ทั้งสองใบเขม็งในใจคอยภาวนาให้ไอ้ก้องมันพลาด แต่จะมีหรือที่มันจะพลาด มันใช้แรงข้อมือตวัดเบจิต้าม้วน 3 ตลบร่อนลงมาทับคุริรินของผมที่นอนหายใจรวยรินอยู่อย่างง่ายดาย คะแนนกลับมาเท่ากันเป็นหนึ่งต่อหนึ่ง
เสมอกันแล้วนะ ไอ้ก้องเยาะเย้ย กูรู้แล้ว ต่อเลยอย่าลีลา
เริ่มเกมสุดท้ายด้วยอารามใจร้อน ผมเป็นฝ่ายบุกเข้าหาไอ้ก้องบ้างโดยใช้ซุนโกฮังในท่าพุ่งเข้าหาศัตรูด้วยน้ำตานองหน้าเป็นหัวหน้าหน่วยทะลวงฟันขณะที่ไอ้ก้องตั้งรับโดยใช้เบจิต้าเป็นแม่ทัพเช่นเดิม
เกมสุดท้ายดำเนินไปด้วยความเข้มข้น ยังไม่มีใครพลาดท่าให้กับใคร จนเมื่อถึงตาที่ผมต้องเป็นฝ่ายเขี่ย ผมกลับเกิดอาการคัดจมูกในเวลาเดียวกับที่ข้อมือของผมตวัดสติ๊กเกอร์ขึ้นมา ผมไม่สามารถอดทนได้จึงจามออกมาโดยที่ไม่ได้ปิดปากอย่างรุนแรง
ครับ...ใครจะรู้ว่าอนาคตเป็นอย่างไร และใครจะรู้ว่าความบรรลัยจะย่างกายเข้ามาหาเราเมื่อไร
เมื่อผมจามออกไปแล้วไม่ต้องสืบเลยว่าความบรรลัยจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน และผู้ก่อไม่ใช่ใคร เป็นตัวผมเองเสียด้วย ภาพเบื้องหน้าปรากฎให้เห็นว่าน้องโกฮังของผมนอนอ้อยอิ่งทอดกายยั่วศัตรูให้เข้ามาทับช่างน่าโดนเขมือบเสียนี่กระไร
ไม่เป็นไร...ผมนึกในใจ ทีเมื่อกี้ผมยังจามได้ทำไมเมื่อถึงตาไอ้ก้องเขี่ยผมจะจามไม่ได้ สายตาผมจับจ้องไปที่ข้อมือของไอ้ก้อง มันกำลังจะตวัดข้อมมือขึ้น ขณะเดียวกันผมก็แกล้งจามออกมาอย่างรุนแรงหวังจะให้เบจิต้าของมันเสียจังหวัดตอนลอยอยู่กลางอากาศบ้าง แต่ทว่า...
ไอ้ก้องมันยั้งมือไว้รอให้ผมจามเสร็จก่อน ผมเห็นมันแสยะยิ้มสายตาชำเรืองมาที่ผมเล็กน้อยหลังจากนั้นมันก็...
กินนิ่ม!!
| Create Date : 03 พฤศจิกายน 2552 |
| Last Update : 3 พฤศจิกายน 2552 22:13:29 น. |
| |
1 comments
|
|
|
|
โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 8 พฤศจิกายน 2552 เวลา:12:03:32 น. |
|
| |
|
| ยางมะตอยสีชมพู |
 |
|
|
 |
|