'*^-+...ไม่มีอะไรงดงาม เท่าความสงบสุข...+-^*'

เพชรพระอุมา...นวนิยายที่ยาวที่สุดในโลก!!

เพชรพระอุมา เป็นนวนิยายแนวผจญภัยที่มีขนาดความยาวมากที่สุดในประเทศไทย และนับว่าเป็นนวนิยายที่มีความยาวมากที่สุดในโลก บทประพันธ์โดย พนมเทียน ซึ่งเป็นนามปากกาของนายฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ตีพิมพ์เป็นตอน ๆ ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ และตีพิมพ์ต่อเนื่องในหนังสือพิมพ์รายวัน รวมระยะเวลาในการประพันธ์ทั้งสิ้น 25 ปี 7 เดือน กับ 2 วัน ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 2 ภาค ภาคละ 24 เล่ม รวมทั้งหมด 48 เล่มด้วยกัน


เพชรพระอุมาเป็นเรื่องราวการผจญภัยในดินแดนลึกลับที่เต็มไปด้วยอาถรรพณ์ เรื่องราวแปลกประหลาดต่าง ๆ ในป่าดงดิบของรพินทร์ ไพรวัลย์ พรานป่าผู้รับจ้างนำทางในการออกติดตามค้นหาผู้สูญหายของคณะนายจ้างชาวเมือง ที่มี พันโทหม่อมราชวงศ์เชษฐา วราฤทธิ์ เป็นหัวหน้าคณะเดินทางพร้อมด้วย หม่อมราชวงศ์ดาริน วราฤทธิ์ น้องสาวคนเล็ก และ พันตรีไชยยันต์ อนันตรัย เพื่อนชายคนสนิท โดยมีพรานบุญคำ พรานจัน พรานเกิดและพรานเส่ย พรานป่าคู่ใจของรพินทร์ ไพรวัลย์ จำนวน 4 คน และแงซาย กะเหรี่ยงลึกลับที่มาขอสมัครเป็นคนรับใช้เพื่อขอร่วมเดินทางในครั้งนี้ด้วย




ขอบคุณภาพและข้อมูลจากวิกิพีเดีย



เสน่ห์ของเพชรพระอุมาที่เล่นเอาฉันอ่านมันเสียแทบตลอดเวลาที่ว่าง ไม่เว้นแม้แต่ถือไปอ่านด้วยตอนอยู่บนเครื่อง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเป็นที่ฉากป่าอันน่าตื่นตาตื่นใจ โครงเรื่องที่ชวนให้ติดตามอย่างหยุดไม่ได้ ความระทึกขวัญของการล่าสัตว์ป่าดุร้าย เรื่องราวการท่องป่าอย่างพรานแสนสนุกสนานหรือว่าฉากปะทะคารมของพรานรพินทร์และคุณหญิงดารินกัน

แต่ฉันว่าทั้งหมดของมันนั่นแหละ...ที่ฉันงึมงำ ๆ เป็นป่า เป็นภูเขา ลำห้วยและสัตว์ป่าทั้งวี่วันอย่างนี้!





ถึงแม้ว่านวนิยายแสนระทึกขวัญและน่าตื่นเต้นเรื่องนี้จะนำความสนุกสนานเพลิดเพลินให้มากขนาดไหน แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าในช่วงที่บรรยายถึงการล่าสัตว์ การยิงเก้ง กวางเป็นว่าเล่น หรือยิงหมีควาย 4-5 ตัวอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจ มันออกจะเกิดความรู้สึกเจ็บปวดอยู่พอสมควร...

แม้ทราบอยู่ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้น แต่เมื่อแต่งขึ้นในสมัยพ.ศ.2507 ซึ่งป่าและสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ การล่าสัตว์เป็นกีฬาคนรวย การสะสมของป่าเป็นของโก้เก๋...มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเป็นการจำลองเหตุการณ์จริง สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นกับป่าเมืองไทย

แต่เมื่อฉันเป็นคนรุ่นหลัง ที่เติบโตขึ้นมากับการอนุรักษ์ป่า อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและต่อต้านการฆ่าสัตว์ใด ๆ ทุกชนิด...มีการปลูกฝังที่แตกต่างกัน จึงอดไม่ได้ที่จะเกิดอารมณ์ขัดแย้ง สลดหดหู่กับการยิงสัตว์อย่างเลือดเย็น และไม่ค่อยจะอินเท่าไหร่กับช่วงฉากตอนนั้นด้วยเพราะเชื่อมั่นว่ามันคือสภาวการณ์จริง!


และแม้ว่ามันจะเป็นนวนิยายที่เรียกได้ว่าอ่านได้ทุกเพศทุกวัย และอมตะตลอดกาลก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น ฉากแต่ละฉากและบทสนทนาในแต่ละบท คนสมัยปัจจุบันก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าถึงได้เสียอย่างแจ่มแจ้งนัก อย่างเช่น คำว่า "พราน" หรือ "นายพราน" เป็นคำที่ดูจะไม่ค่อยได้ยินอีกต่อไปแล้วในยุคของคนรุ่นหลังหรือรุ่นฉันเองก็เถอะ

ฉันยังนึกภาพไม่ออกเลยด้วยว่า คนรุ่นลูกรุ่นหลานเรามาอ่านนวนิยายผจญภัยของพนมเทียนชุดนี้ จะยังมีภาพจินตนาการออกบ้างหรือไม่ ถึงพรานป่า ป่าที่มีความรกทึบเขียวขจี สัตว์ป่ายั้วเยี้ยเต็มป่า และการล่าสัตว์อย่างโหดร้าย เพราะแม้แต่ตัวฉันเอง วัวแดง วัวโทน กระทิง กระจง อีเห็น...ฉันขอยอมรับตามตรงว่านึกภาพมันไม่ออกเสียแล้วว่าเป็นอย่างไร ต้องจิ้มหาในกูเกิ้ลที่รักนั่นแล จึงได้คำตอบและนึกภาพตามถูก




กระจง





วัวกระทิง





วัวแดง



นี่ขนาดแค่อ่านจบไปเพียงเล่มเดียวของภาคที่หนึ่ง ยังทำให้ฉัน 'อิน' จัดและถึงกับเอาไปเพ้อตอนนอนว่าจะมีเสือมาตะปบหรือไม่...(555) คงจะเป็นเพราะอะไรไปไม่ได้ นอกจากสำนวนการเขียนและวิธีการเล่าเรื่องอย่างยอดเยี่ยมและสมบูรณ์แบบของ 'พนมเทียน'

ในฐานะวงการวรรณกรรม คงต้องยกย่องให้เขาเป็นสุภาพบุรุษนักฝันและราชันแห่งนักเขียนโดยไม่มีข้อโต้แย้ง แต่สำหรับฉัน...คนที่ทำให้ฉันต้องนอนผวาไปหลายคืน...ก็ไม่ค่อยปลื้มนัก!

แต่ถึงกระนั้น ฉันก็เปิดเล่มสองอ่านต่ออย่างไม่รีรอใด ๆ...นอกเหนือจากการเขียนชั้นเซียนของ 'พนมเทียน' แล้ว การเล่าเรื่องอย่างเหมือนผู้อยู่ในเหตุการณ์จริง บรรยายละเอียดทุกฉาก ทุกอารมณ์ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นและทุกบทสนทนาทำให้เห็นภาพจริงแล้ว ยังเป็นเรื่องของเกร็ดสัตว์ป่า ความรู้เรื่องป่าที่ดูเหมือนว่าผู้เขียนจะศึกษาและข้อมูล 'ปึ้ก' จริง ๆ

ทั้งธรรมชาติและสัญชาติญาณสัตว์ป่าแต่ละชนิด เกร็ดความรู้การเดินป่า เรื่องทิศทางลม การแกะรอยสัตว์ และข้อมูลแน่นเรื่องปืนแต่ละประเภท เล่นเอาผู้อ่านยิ่งกว่าถูกสะกดอยู่กับตัวอักษรตรงหน้า ยังเหมือนนำพาให้ท่องเที่ยวไพรและร่วมผจญภัยไปกับคณะพรานรพินทร์ด้วยตัวเองเลยทีเดียว



ถ้าช่วงนี้ฉันแว่บหายไปจากบลอคบ้างก็ไม่ต้องสงสัยนะคะ ไม่ได้งานยุ่ง ป่วย หรือจิตตก แต่กำลังไปตามหาขุมทรัพย์เพชรพระอุมาในป่าลึกอยู่ค่ะ!!



Create Date : 14 มีนาคม 2551
Last Update : 15 มีนาคม 2551 2:09:16 น. 41 comments
Counter : 1624 Pageviews.

 
มาเจิมมมมมมม ฮืออออออออ


โดย: พนมธูป IP: 124.120.65.35 วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:1:18:06 น.  

 
สงสัยจะไม่บ้างมังคะปอย พี่น่ะ ถึงกับให้คนข้างๆทำกับข้าวกินเองเชียวนะ ตอนที่ติดเพชรพระอุมาเนี่ย

แต่ตอนที่ติดหนึบหนับนี่คือตอนผ่านเล่มห้าไปแล้ว...

ตอนนี้ภาคสองยังไม่กล้าอ่านค่ะ
ติดยิ่งกว่าดูหนังเกาหลีอีกนะเนี่ย...

ปล. อ่านแล้วจะสมมุติตัวเองเป็นดารินไหมคะ..


โดย: SevenDaffodils วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:1:21:16 น.  

 
อยากเห็นวัวแดงเหมือนกันนะ ถ้าหารูปเจอก็เอามาลงให้ดูมั่งเน้อ


โดย: แงซาย IP: 124.120.65.35 วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:1:56:25 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณปอย...
แจงสบายดีค่ะ...หวังว่าคุณปอยก็สบายดีเช่นกัน
...
...
"เพชรพระอุมา"
ออกตัวไว้ก่อน...ว่ายังไม่เคยอ่านเลย
ไม่เคยคิดว่าจะอ่านมาก่อนในชีวิต...ทั้งที่ได้ยินชื่อมานาน
เพราะว่าไม่ค่อยชอบอ่านอะไรที่มันเหนือจริงกรือแฟนตาซีมาก่อน
...
...
แต่ตั้งแต่มาเล่นเนต
เห็นเสียงร่ำลือ....ถึงความสนุกสนานของเรื่อง
ตอนนี้ใจชักเอนเอียงไปบ้างแล้ว
ติดอยู่ที่...จำนวนเล่ม....ทำไมมันมากมายอย่างนี้
...
...
48เล่ม...กับการเขียน25ปี
ฟังดูแล้ว...เหมือนเป็นอะไรที่เหลือเชื่อ
แต่นับถือในความสามารถเลยค่ะ....ยอดเยี่ยมจริงๆ
...
...
แม้จะไม่เคยเห็นสัตว์ที่หายากเหล่านี้
แต่พอนึกภาพออกค่ะ...ในป่าดงดิบลึกน่ะ
บ้านเราบ้านนอกติดภูเขาเลยค่ะ
เคยเข้าไปหา"ผักหวาน"และ"ยอดหวาย"ในภูเขาลึกๆด้วย
แต่คงไม่ลึกลับน่ากลัว...เหมือนในนิยายหรอกมังคะ
...
...
สุขสันต์วันใหม่ค่ะ


โดย: nikanda วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:5:50:24 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณ nikanda มาเยี่ยมบล๊อกค่ะ เป็นบล๊อกที่น่ารักมากค่ะ

นิยายที่ยาวที่สุดในโลกนี่ว่าไปแล้วคงบอกยากค่ะว่าเป็นเรื่องไหนแน่ เพราะภาษาที่ต่างกัน และตัวอักษรที่ใช้ต่างกัน ทำให้วัดยากค่ะ ในการจัดอันดับที่ทำกันเป็นมาตรฐานคือใช้วิธีนับตัวอักษรและจำนวนคำค่ะ นิยายของ Marcel Proust ชื่อ A la recherche du temps perdu มาวินค่ะ มีจำนวนตัวอักษร 9,609,000 ตัว หรือ 1.5 ล้านคำค่ะ

นิยายของ Madeleine de Scudery ชื่อเรื่อง Artamène ก็ยาวค่ะ คือ 2.5 ล้านคำ แต่ผู้คนไม่ค่อยรู้จักกัน ก็เลยไม่ค่อยมีใครพูดถึงค่ะ

ส่วน เพชรพระอุมา ยังไม่เคยเห็นอันดับในระดับโลกเลยค่ะ ก็เลยไม่ทราบว่าอยู่ในอันดับไหน


โดย: กุลธิดา IP: 71.28.112.193 วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:6:46:43 น.  

 
อุ๊ย! ขอโทษค่ะ เห็นชื่อคุณ nikanda ข้างบน คิดว่าเป็นบล๊อกของคุณ nikanda


โดย: กุลธิดา IP: 71.28.112.193 วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:6:50:04 น.  

 
สงสัยคุณปอยจะอินแน่ๆเลย ขอให้เจอขุมทรัพย์ไวๆ นะครับ


โดย: nongmalakor วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:7:06:13 น.  

 
หวัดดีครับน้องปอย


ไม่ยักรู้ว่าน้องปอยกลัวผี หุหุหุ
แบบนี้เค้าเรียกว่าเปิดแผลให้คู่ต่อสู้ครับ 55555
พี่ยิ่งชอบหลอกคนกลัวผีอยู่ด้วยอ่ะดิ 5555


.....................


มีคนบอกว่าพี่ก๋าไม่ใช่นักอ่านตัวจริง
พี่ก๋าถามว่าทำไม
เพราะพี่ก๋ายังไม่เคยอ่านเพชรพระอุมากับแฮรี่ พอตเตอร์ 555



พี่ไม่ได้แย้ง เพราะมันเป็นเรื่องจริงครับ 5555


ก็ยังไม่คิดจะซื้อมาอ่านอยู่ดีครับ
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน






โดย: ก.วรกะปัญญา (กะว่าก๋า ) วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:7:23:19 น.  

 



มันคือขนมเปี๊ยะค่ะคุณปอย

แวะมาบอกแค่นี้ก่อนค่ะ
ดี.รีบๆๆๆๆๆ แล้วจะมาใหม่น๊า




โดย: d__d IP: 118.173.32.244 วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:8:36:09 น.  

 
ผมอยากมีเก็บเป็นตู้อย่างนั้น ยกตู้มันประมาณกี่บาทครับ

ไม่มีตัง แต่ถามไว้ก่อน 5555


โดย: ตุ๊กตาไล่ฝนจากดวงตา วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:8:59:05 น.  

 
มามาะ มาเข้าเป็นชมรมคนติดเพชรพระอุมาด้วยกันจ้ะ
พี่เองอ่านไปภาค 1-3 หลายรอบแล้ว อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
คาดว่าไม่ต่ำกว่า 3 รอบละ โดยเฉพาะภาคแรก สนุกมากๆ
อ่านแล้วอิน อินแล้วก็อยากอ่านต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุด
ตอนแรกว่าจะซือเป็นชุดเก็บไว้กับบ้านเหมือนกัน แบบสะสม
แต่ว่ามันแพงเหลือเกิน ขนาดว่ามีในงานหนังสือด้วยนะ
แต่เอาว่ารอไปก่อน เพราะคิดว่าซื้อเมือ่ไหร่ก็ได้เมื่อนั้น ...


เรื่องนี้พี่ว่าพนมเทียนต้องยกนิ้วให้เลยค่ะ เพราะท่านเอง
เป็นคนเดินป่า ล่าสัตว์และก็เก่งเรื่องปีนผาหน้าไม้
การแต่งเรื่องนี้ยอมรับว่าไม่ได้แต่งกันง่ายๆ เพราะว่าเอาความรู้
และก็เอาความรู้สึกใส่กับเรื่องนี้มาก เพราะคนอ่านแล้วติด
อ่านแล้วอิน เพราะแบบนี้ไงล่ะ เวลาเค้าจะเอามาทำเป็นหนังใหญ่
พี่เลยไม่ค่อยเปิดใจเพราะว่ากลัวมันจะเสีย เพราะว่า
เรามีรพินทร์ คุณหญิงดาริน คุณชายใหญ่ ไชยยันต์ และแม้กระทั่ง
บุญคำ อยุ่ในหัวสมองของเราแล้ว ยังไม่พอ เค้ายังเขียนเรื่องราว
สอดแทรกความเป็นสัตว์เดรัจฉาน แต่ว่าก็ยังมีความฉลาด
อยู่ในตัวเอง
โห ยอมรับค่ะว่าเรื่องนี้อ่านแล้วสนุกมาก สนุกจนกระทั่งว่า
มีอยู่ช่วงหนึ่งอ่านแล้วอยากไปเดินป่าที่ตาก และก็
อยากไปเรียนยิงปืนเชียวล่ะ


ว่าแล้วน่าจะไปหายืมมั่ง เอาภาคหนึ่งนี่ล่ะ เพราะว่า
ภาคสองและสาม มันค่อยๆ ลดความสนุกลง แต่ก็ยังคง
ความเก่งของนักเขียนอย่างคุณพนมเทียนเชียวล่ะคะ ...


โดย: JewNid (JewNid ) วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:9:45:55 น.  

 
เคยเห็นร้านหนังสือเขาขายยกตู้ 12,000
เราเลยขอบาย นังฟังเพื่อนคลั่งไคล้แทนละกัน

ถ้าอ่านเรื่องนี้ เราคงติดงอมแงมแน่เลย
เพราะขนาดล่องไพร กับสามเกลอ(ทุกตอนที่เข้าป่าหาสมบัติ) เรายังชอบมากๆ

ใจแข็งไว้ ใจแข็งไว้...


โดย: Jevanni วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:9:53:10 น.  

 
แฟนเพชรพระอุมามารายงานตัวอีกคนค่ะ
อ่านตอนปิดเทอมสมัยอยู่มัธยม(กี่ปีมาแล้วเนี่ย)จนไม่ได้ทำอะไรเลย นั่งรถไปเที่ยวต่างจังหวัดก็อ่านจนปวดลูกกะตาไปตลอดทาง
อยากได้ชุดสะสมที่เป็นชั้นหนังสืออย่างนั้นบ้างจังค่ะแต่เห็นราคาที่คุณJevanniบอกแล้ว...
ตอนอ่านก็นึกภาพสัตว์ป่าไม่ออกเหมือนกันค่ะ ขอบคุณที่เอารูปมาลงให้ดูนะคะ


โดย: apple_cinnamon วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:11:41:43 น.  

 


ว๊าว! ยกเซตเหมือนกันเลยนะคะหนอนฯ
ร่ำๆคิดไม่ออกว่าจะอัพเรื่องเพชรพระอุมาต่อ เพราะตอนเดียวไม่เคยพอ
มาเจอหนอนฯเล่าไปก่อนซะแล้ว haha ดีค่ะ ขอมาแจมซะเลย


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่มีอยู่เยอะแยะในเรื่องนี้มากมายไปหมด ถ้าไม่ใช่แฟนพันธ์แท้ตอบไม่หมดแน่เลยค่ะ
ตอนที่เค๊าแข่งรายการนี้นี่น่ะ เคยนึกว่าตัวเองเป็นผู้ร่วมแข่งขันนะคะ แต่ไม่สามารถเลยถึงไม้จะอ่านไปนับเกือบร้อยเที่ยว
ยอมรับว่าตอนนั้นติดรายการแฟนพันธ์แท้มากๆและดีใจที่เห็นคนรักคนชอบมาร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์กันมากมาย

เล่าแล้วก้อมีผุ้จุดประกายไว้ในบล๊อก .. ว่าถ้าสร้างหนังแล้วตัว"มาเรีย"น่าจะเป็นใคร และใครจะกล้าอย่างนั้น
ส่วน"ดาริน" ฉากที่ไปอาบน้ำแบบเปลือยๆน่ะ อยากจะเห็นสีหน้าของรพินทร์ตอนนั้นจัง
ช่างแต่งเน๊อะ นักมานุษยวิทยาและคุณหมอคนเก่ง จัดเตรียมโน่นนี่มาพร้อมสารพัด แต่ดัน(ตั้งใจ)ลืมชุดอาบน้ำ นี่ละค่ะเสน่ห์นิยายไทย

เอ่อแล้วก้อ .. พออ่านต่อๆไปจากเล่ม 1 ไปเรื่อยๆ
จะรู้เลยว่าคนเดินเกมส์ในเรื่องรักๆน่ะไม่ใช่ใครเลย เป็นคุณหมอดารินนี่เอง ที่ทำใจจอมพรานใจแตกขึ้นมาได้

เอ่อ .. หนอนอากาศค่ะ ได้ยินแว่วๆว่า กำลังอินกะบทดารินอยู่ใช่มั๊ยคะ ?
ตอนอาบน้ำที่ลำธาร / ตอนที่อาบแดดอยู่ฝรั่งเศล / ตอนล่าไอ้แหว่ง / ตอนรักษาไข้มาราเรียให้นายรพินทร์ หรือ ตอนที่ถูกนายพรานจุ๊บหนแรกกันแน่คะ


โดย: ดาวทะเล วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:15:28:24 น.  

 
เหมือนกันเลยคุณปอย อ่านเรื่องล่าสัตว์แล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ตอนแรกปุ๊กได้ยินมาน๊าน นานว่าเรื่องนี้ดีมาก เห็นคนอ่านกันตรึม เลยลองหยิบมาอ่านบ้าง พออ่านเล่มแรกไม่ทันจบก็เลิกอ่านเลยค่ะ รู้สึกว่าไมพระเอกฆ่าสัตว์เป็นผักปลายังเงี้ยะ

จนวันนึง ไม่มีอะไรจะทำก็หยิบมาอ่านอีกรอบทนๆอ่านไปจนเริ่มเข้าเรื่องขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้วางไม่ลงเลยค่ะ ภาคแรกอ่านจบในไม่กี่วัน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว เข้าใจแล้วว่าทำไมหลายๆคนถึงยกย่องกัน แต่จะมาแชร์ความรู้สึกตอนนี้เดี๋ยวกลายเป็นสปอยล์ ฮิฮิ คุณปอยอ่านเล่มต่อๆไปรับรองไม่ผิดหวังแ่น่นอนค่ะ เพราะว่าจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆจนหยดสุดท้ายแน่นอน ถึงตอนนั้นแล้วมาบอกเล่าเก้าสิบกันบ้างนะคะว่าชอบอะไรยังไงบ้าง

ช่วงนี้ก็ยุ่งๆ ค่ะ อยากพักยาวๆไปเที่ยวเงียบๆแต่ก็ยังไม่หมดภาระซักทีเลยต้องทนทำไปก่อนค่ะ ได้พักเมื่อไหร่คงจาดีขึ้นแยะ

คุณปอยก็รักษาสุขภาพนะคะ ขอให้มีความสุขในวันพักผ่อนน๊า


โดย: Hobbit IP: 58.8.251.75 วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:15:38:08 น.  

 
ตอนอ่านรอบแรกจำได้ว่า แม่งอนไปหลายรอบเลยค่ะ
เพราะลูกสาวมัวแต่สนใจหนังสือมากกว่าแม่


โดย: คอเล่า IP: 203.147.20.22 วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:20:04:36 น.  

 
อ้ะ ใครใช้ชื่อว่าพนมธูปน่ะ เท้ เท่ ช่างสมชายจริงๆ



อ่า เพชรพระอุมา

แว่บแรกที่ชั้นมองเห็นหนังสือเล่มนี้บนห้องสมุดโรงเรียนชั้น ชั้นนั่งถามตัวเองว่าชั้นจะหยิบมันขึ้นมาอ่านดีมั้ยน้า

มันเป็นหนังสือเก่าๆ หน้าปกขาดๆ แถมยังเป็นหน้าปกที่ทางห้องสมุดโรงเรียนเอามาเย็บปกเองอีกตะหาก ไม่ใช่หน้าปกแท้ๆของหนังสือเล่มนี้

ตอนชั้นหยิบขึ้นมานั่งอ่านในห้องสมุด แค่เอามานั่งอ่าน ชั้นก็เหมือนถูกมนต์สะกด ไม่ให้ลุกไปไหน แม้แต่ตอนที่เพื่อนๆมันมาเรียกให้ชั้นไปเตะบอลชั้นก็ยังไม่ไปเลย

อาจมีว่อกแว่กบ้างก็ตอนที่มีสาวๆมาเดินผ่านหน้านั่นล่ะ ฮิฮิ

ตอนที่หมดเวลาพักชั้นจึงไม่ลังเลที่จะหยิบยืมจากห้องสมุดเพื่อเอาไปอ่านต่อที่บ้าน

อ่อ มันเป็นตอนผีดิบมันตรัย น่าจะเล่มสองของตอนนี้แล้ว แต่ชั้นก็สามารถเริ่มอ่านมันได้โดยไม่จำเป็นต้องไปหาเล่มแรกๆมาอ่านเลย เพราะความมันส์ของมันนั้นไม่จำเป็นที่จะให้ชั้นไปหาเล่มแรกๆเพื่อท้าวความอะไรอีกเลย

จำได้ตอนที่เพื่อนชั้นเห็นขั้นอ่านหนังสือเล่มนี้ มีเพื่อนคนเดียวที่รู้จักนวนิยายเรื่องนี้ แต่ก็แค่รู้จัก แต่ไม่เคยอ่าน มันบอกว่ามันเคยเห็นพ่อมันอ่านอยู่

สำหรับเด็กวัยรุ่นมอสี่ตอนนั้น เรื่องแบบนี้จึงเป็นความเท่ห์ที่เอาไว้ยืดได้จริงๆนั่นล่ะ

แล้วตอนที่ครูสอนวิชาภาษาไทยเห็นชั้นนั่งอ่านหนังสือ (ไม่ยอมเรียน) ก็เลยเดินเข้ามาดูแล้วเข้ามาถามว่า "ศราวุธ อ่านอะไรอยู่"

ชั้นสะดุ้งโหยง คิดในในว่า "ตายโห ง กรูโดนแน่"

พออาจานหยิบไปดูก็บอกว่า "อ่อ เพชรพระอุมา...นี่ เธอรู้มั้ย ว่าตอนนี้มันยังไม่จบเลยนะ ไม่รู้ว่าชั้นจะตายก่อนที่หนังสือเรื่องนี้มันจะจบก่อนหรือเปล่า ถ้าเธอมีความอดทนที่จะรอมันจบ เธอก็อดทนรอไปแล้วกันนะ"

ใช่แล้วตอนนั้นปี 2533 เพชรพระอุมายังไม่ถึงตอนจบเลย และน่าดีใจสำหรับชั้นเพราะไม่กี่เดือนหลังจากนั้น นวนิยายเรื่องยาวเรื่องนี้ก็ดำเนินมาจนถึงตอนจบพอดี

ชั้นก็เลยได้อ่านมาเรื่อยๆจนถึงตอนจบเลย

คืนแรกที่ชั้นไปอ่านที่บ้าน วันนั้นชั้นต้องอยู่บ้านคนเดียว แล้วด้วยความน่ากลัวของหนังสือที่นอนอ่านอยู่ตรงหน้า บรรยากาศก็เงียบเชียบวังเวงสมกับเป็นบ้านชานเมือง (ตอนเมื่อ18 ปีก่อน รังสิตยังเป็นท้องทุ่งอยู่เลย) เด็กอายุสิบห้าคนนึงก็นอนอ่านหนังสือนวนิยายที่น่ากลัวที่สุดเรื่องนึง

ชั้นอ่านไปขนลุกไป แต่ก็ละสายตาจากหนังสือที่อ่านตรงหน้าไม่ได้ แล้วตอนนั้นชั้นก็ยังกลัวผีอยู่ด้วยสิ แล้วชั้นก็ดันเปิดเพลงที่เข้าบรรยากาศกับนิยายที่อ่านตรงหน้าเสียด้วยสิ ตอนนั้นชั้นฟังคาราบาวชุดห้ามจอดควายอยู่ และต้องฟังมันวนไปวนมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ

และยิ่งเพลงมาจนถึงเพลง คานธี หรือ นส.3ก. และ ต่อไป ก็ยิ่งเข้ากับบรรยากาศวังเวงของนิยายเรื่องนี้เป็นอย่างมากด้วยสิให้ตาย!!!

ชั้นยังจำบรรยากาศและความรู้สึกในตอนนั้นได้เป็นอย่างดี และไม่ลืมเลือนมาจนถึงบัดนี้ แม้ตอนนี้จะเอามานั่งอ่านมันอาจจะไม่ได้ความรู้สึกแบบตอนนั้นอีกแล้ว (แหงล่ะ การอ่านอะไรครั้งแรก มันย่อมได้ความรู้สึกที่ยากเกินบรรยายอยู่แล้ว)

ในแง่ของตัวละคร แม้ชั้นจะเป็นคนที่ไม่ชอบ"พระเอก" ของหนัง หรือละคร หรือนิยายต่างๆ แต่กับเรื่องนี้ ความเป็น "รพินทร์ ไพรวัลย์" ทำให้ชั้นเกิดความรู้สึก "ประทับใจ" และอยาก "เป็นให้ได้อย่างผู้ชายคนนี้" ขึ้นมา

เธอเคยถามชั้นใช่มั้ยว่า มีใครหรือยึดใครเป็นแม่แบบมั้ย ในการดำเนินชีวิต ชั้นน่ะไม่เคยตอบ เพราะชั้นอายที่จะบอกว่า ต้นแบบของคนที่ชั้นอยากจะเป็นนั้น คือคนในนิยายที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง นั่นก็คือ"สุภาพบุรุษไพร" ผู้นี้นั่นเอง

พยายามอยากจะเป็นให้ได้นะ แต่ก็ไม่ได้หมดหรอก ชั้นรู้ดี แต่นี่คือต้นแบบที่ชั้นอยากจะเป็นตามให้ได้ เป็นอีกหนึ่งเบ้าหลอมที่หล่อหลอมชั้นขึ้นมา อีกอันหนึ่งคือตัวละครในพงศาวดารจีนเรื่องดังที่ชั้นเคยบอกไปว่าชั้นอ่านได้ตลอดทุกปี ปีละหลายๆครั้งนั่นล่ะ แม้แต่ตอนนี้ชั้นก็ยังเอามันมานั่งอ่านอยู่ (หลังจากที่เดอะซีเคร็ทถูกมือดีฉกไปเสียแล้ว ยังอ่านไม่จบเลย)

ก็คือตัวละคร"เล่าปี" ในสามก๊กนั่นเอง

แต่เรื่องนึงที่ชั้นมักจะอ่านข้ามเสมอๆ ก็คือฉากเลิฟซีนหรือฉากต่อปากต่อคำของคู่พระนางในนิยาย ทั้งรพินทร์ และดาริน นั่นล่ะ พอถึงฉากเหล่านี้ทีไรชั้นก็ต้องอ่านข้ามไปเสมอๆ นั่นทำให้ภาคหลังๆที่นิยายเน้นเรื่องราวนี้มากเหลือเกิน ทำให้ชั้นไม่ประทับใจมันเสียเลย

มันไม่ใช่แนวจริงๆแฮะ

นี่เพิ่งจะเล่ม1 ความมันส์ยังรอเธออยู่อีกไกลนัก ชั้นดีใจที่แค่อ่านเล่มแรก เธอก็สนุกและติดใจเสียแล้ว ตอนแรกก็หวั่นๆอยู่ว่า เธอจะชอบมั้ยน้า เพราะมีเรื่องการล่าสัตว์และเรื่องผจญภัยแบบผู้ชายๆอยู่ กลัวว่าสุภาพสตรีเช่นเธอจะไม่ชอบเอาน่ะสิ

แต่เธอชอบป่าอยู่แล้ว ก็คงจูนมันติดได้ไม่ยากจริงๆนั่นล่ะ

ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายเรื่องนี้ ซึ่งมันเป็นนิยายไม่กี่เรื่องจริงๆที่ชั้นหยิบขึ้นมาอ่าน และทุกครั้งที่อ่าน ก็ไม่เคยเบื่อที่จะอ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจริงๆ

ขอบคุณมากสำหรับรูปวัวแดงเน้อ

อาจจะหาว่าชั้นเพ้อเจ้อ แต่แว่บหนึ่งของความคิด ชั้นก็จินตนาการอยู่เสมอ ว่าชั้นลงไปยืนในทุ่งหญ้าเขียวขจี ในมือกำลังยกปืนไรเฟิ่ล .375 ฮอลแลนด์แอนด์ฮอลแลนด์ เล็งตรงไปข้างหน้า และในระยะไม่เกินยี่สิบเมตรข้างหน้า กระทิงโทนตัวหนึ่งกำลังพุ่งเข้าชาร์จมาด้วยกำลังเต็มที่ โดยหมายจะเอาชีวิตชั้นที่ยืนอยู่ตรงหน้ามัน

ไม่มีการนั่งห้างยิง มันเป็นเรื่องของสุภาพบุรุษเมื่อชั้นมีโอกาสจะยิงมันได้ ชั้นก็พร้อมจะให้โอกาสมันได้เข้ามาชาร์จชั้นได้เช่นกัน เสี้ยววินาทีที่ชั้นจะเหนี่ยวไกไปที่จุดตายของมันที่อยู่ระหว่างตาทั้งสองข้างนั้น มันคงเป็นเสี้ยววินาทีที่สุดยอดที่สุดที่คงไม่มีมนุษย์คนไหนรู้สึกได้ นอกจากคนที่จะยืนอยู่ ณ จุดนั้นจริงๆ เวลานั้นอดรีนาลีนคงฉีดพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย

ร่วมรักกับพระเจ้าคงไม่มันส์เท่านั้นเลยมั้ง

แต่ถ้าเป็นตัวชั้นผลที่ออกมาก็คงเดาได้ไม่ยากหรอก

ยิงสะเปะสะปะ โดนแรงปืนถีบหมุนเคว้ง แล้วไม่กี่วินาทีก็คงโดนกระทิงตัวนั้นเหยียบตายนอนอนาถ

กระทิงตัวนั้นคงคิดในใจ "โธ่ ทำเป็นเท่ ที่แท้ก็กระจอกชิบหอย ทำตรูเสียเวลา"


โดย: สุภาพบุรุษไพร (BrettAnderson ) วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:20:22:19 น.  

 
อิอิ ชอบมากที่สุดเลยเรื่องนี้

ยิ่งตอนพระเอกโดนงูกัด แล้วนางเอกเอาชุดชั้นใน (ยกทรงนั่นแหละ) มารัดขาให้นะ

กรี๊ดดดดดดดดด

อุ๊ยว๊ายตายสลบ

คิดถึงนะน้องปอย ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้พี่กลับมาแข็งแรงและร่าเริงค่ะ

ฝันดีนะคะ

พรุ่งนี้มาใหม่ วันนี้ต้องๆไปก่อน อิอิ


โดย: ดาริน (be-oct4 ) วันที่: 15 มีนาคม 2551 เวลา:21:45:53 น.  

 
เป็นหนังสือที่ไม่กล้าอ่านค่ะ

กลัวติด

^ ^"

แต่คิดว่ายังไงก็ต้องอ่านจนได้อยู่ดี


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:12:17:05 น.  

 
อ๋อ ที่หายๆเงียบๆขรึมๆไปน่ะเพราะฉะนี้น่ะเองนะครับ
พี่หนูหล่อเข้าใจแระ จะได้หายห่วงน่ะครับ

พี่หนูหล่อผ่านเพชรพระอุมาฟีเวอร์ไปนานแล้วครับ
ก็สนุกดีมากตอนที่อ่าน แต่ก็มีหลายตอนที่อ่านข้ามๆ
แล้วก็มีหลายตอนที่ทำใจไม่ได้ หดหู่อย่างที่คุณปอยว่า
แหละครับ แต่ก็เห็นด้วยว่าเป็นหนังสือที่น่าทึ่งในหลายๆ
ประการ เพียงแต่ว่าไม่ใช่แนวของพี่หนูหล่อ แล้วที่จริง
แต่แรก พนมเทียน ก็คงไม่ได้คิดจะเขียนยาวขนาดนี้แต่
เพราะแฟนานุแฟนเรียกร้องมากโดยเฉพาะนสพ.รายวัน
ที่ลงครั้งแรกก็คงเค้นให้เขียนเพราะขายดีขนาดคนซื้อ
ไปยืนรอที่แผงเป็นแถวทุกวันเลยครับ พี่แกก็เลยเขียน
รับทรัพย์ไปซะเละ แต่ก็เขียนดีแต่ต้นจดปลาย ไม่เหมือน
พระอภัยมณีของสุนทรภู่ที่ตอนปลายตะเกียกตะกายเขียน
ถวายเอาพระทัยกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพซะจนเบอะบะ
น่าเบื่อ

เคยมีคนชอบล่าสัตว์เล่าให้ฟังแบบเมามันมากว่า บาง
ครั้งยิงค่างตกลงมา ปรากฏว่ายังมีลูกเล็กๆเกาะอก
แม่ค่างอยู่เลย ไอ้ตัวเล็กนั่นก็เลยกำพร้า ไม่มีนมกินด้วย
แล้วไม่ช้าไม่นานคนที่เล่านี่ก็ได้ลูกชายมาคนหนึ่งซึ่ง
โตขึ้นมาปัญญาอ่าน บาปกรรมตามทันแหง แต่ทำมั้ย
ดันไปเกิดกะลูกก็ไม่รู้ คงอยากให้พ่อทรมานใจเนอะ

ขอให้มีความสุขกะการอ่านหนังสือ 48 เล่มนะครับ
อย่าถึงกะลาออกจากงานมาอ่านก็ละกัน



โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.228.204 วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:15:33:21 น.  

 
ถ้าหายไปนานจะเข้าใจว่า

นอกจากไปตามหา"ขุมทัรพย์เพชรพระอุมา"แล้ว

คงเลยไปตามหา"ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า.".ด้วย



Glitter Graphics

Glitter Fairy Graphics




โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:21:23:23 น.  

 
มาแล้วค่าคุณปอย
หายไปต่างจังหวัดเสียหลายไป

กลับมาก็เจอเรื่องโปรดเลยทีเดียว
เพชรพระอุมาอ้อนโปรดมากเลยค่ะ แต่ไม่ได้ซื้อหรอกนะคะ ยืมมาจากห้องสมุดประชาชนที่อำเภอนี่เอง

ตอนนี้อ่านถึงเล่มที่ 44 แล้ว ต้องออกตัวนิดนึงว่าอ่านถึงเล่ม 44 มาตั้งนานแล้วล่ะค่ะ แหะๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากติดตามนะคะ แต่ว่าไปห้องสมุดทีไร บรรณารักษ์บอกว่ามีคนยืมไปทุกที เลยต้องคิดเรื่องตอนจบเอาเองไปก่อน พร้อมกับเพ้อฝันว่าเป็นคุณหญิงดารินไปด้วยหน่ะค่ะ

อ้อ แล้วออกตัวอีกนิดนึงว่าอ้อนค่อนข้างอ่านนานค่ะเรื่องเพชรพระอุมาเพราะนอกจากว่าถ้าเรื่องไหนสนุกมักจะอ่านได้ช้ากว่าปกติแล้ว...อ่านไปเพ้อฝันได้ด้วย ที่สำคัญก็ต้องรอคิวหนังสือว่างด้วยหน่ะคะ (อ่านหนังสือห้องสมุดก็มีเสน่ห์ตรงนี้ล่ะค่ะ)
แต่คาดว่าอีกไม่นานเกินรอก็จะได้พบกับนายพราน เอ้ย ก็จะได้อ่านตอนจบแล้วค่ะ เพราะว่าเล่นเส้นกับบรรณารักษ์ไว้แล้วค่ะ อิอิ

ฝันดีค่ะคุณปอย


โดย: BeCoffee วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:22:04:13 น.  

 
ถ้ายังไม่เคยอ่าน และไม่คิดว่าตัวเองจะจัดเวลาให้พอเพียงต่อการอ่านหนังสือเรื่องนี้แล้วละก้อ ....อย่าคิดหยิบมาอ่านเด็ดขาด

นี่เป็นคำเตือนจากผู้เสพติดมาแล้ว

เราก็ไม่ได้คิดจะอ่าน
ได้ยินได้ฟัง เสียงลือ เสียงเล่าอ้างมากมาย เกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้
พอดีว่า พ่อกับแม่ ได้อ่านเรื่องแนวนี้ ที่บ้านก็เลย ไม่มีเพชรพระอุมา

จนกระทั่ง ณ บ้านวรรณกรรม จัดพิมพ์ออกมา แล้วก็ได้ไปออกบูธในงานที่บริษัทเราจัด
เรียบๆ เคียงๆ ลองเปิดดูแล้ว ก็ยังไม่กล้าซื้อ เพราะมันหลายเล่มมากกกกกกกกก

ก็เลย ...แวะไปเช่ามาลองอ่านก่อน
โห....ไม่น่าเชื่อ อ่านได้แบบ วันต่อวัน เลยล่ะ
จนมาถึงเล่มนึง ที่คนเช่าไปก่อนหน้าเรา ..ยังไม่คืน

โอยยยย ขัดใจ เอาว่ะ ...ซื้อเลย ...
แล้วก็เริ่มค่อยๆ เก็บซื้อยกมาที่ละกล่อง ทีละกล่อง
จนจบภาค 1 ต่อ ภาค 2

จากที่เราอ่าน ก็เปลี่ยนไปสู่มือน้องชายเรา ที่ไม่ค่อยเห็นอ่านนิยายหลายเล่มจบ
เสร็จแล้ว ก็ติดหนึบ ทั้งพี่ทั้งน้อง
แทบจะทะเลาะตาย ก็อีกตอนที๋ซื้อหนังสือ
เราควักคนเดียว
แต่น้องชายเรา มันอ่านมากรอบกว่าเราอ่ะ


โดย: นัทธ์ วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:22:07:01 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความห่วงใยนะคะ ช่วงที่หายไปไม่สบายนิดหน่อยค่ะ แล้วก็ต้องเตรียมตัวสอบด้วย แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ แม้ไม่ดีนัก

เพชรพระอุมานี่จะหยิบหลายทีแล้วค่ะ แต่ไม่กล้า เพราะมันยาวมาก กลัวอ่านแล้ววางไม่ลง เอาไว้ว่างจริงๆ จะต้องอ่านแน่นอนค่ะ เพราะหลายๆ คนการันตีมาว่าสนุกอย่างยิ่ง


โดย: แพร (bookofpear ) วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:22:37:13 น.  

 
หายเงียบไปแบบนี้ ถ้าไม่บินก็สงสัยจะนั่งอ่านแบบถอนตัวไม่ขึ้นอยู่แหงๆเลยเชียว !!!555

ขอให้มีฟามสุขกับการอ่านเน้อ จะให้ดีก็ควรจะนั่งอ่านคนเดียวเงียบๆด้วยล่ะ จะได้บรรยากาศที่เจ๋งมากๆ เพราะชั้นเชื่อว่าเธอต้องอ่านตอนกลางคืนอยู่แล้น

โอยยย อยากทำงานนนนนนนนนน


โดย: BrettAnderson วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:4:17:55 น.  

 
กลับมาแระ..มาเยี่ยมด้วยความคิดถึง ค่า


โดย: โมกสีเงิน วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:8:29:27 น.  

 
เมื่อวานไปดูหนังเรื่อง 10000 BC. มา

จริงๆต้องบอกว่าก่อนหน้านั้นไปดูเรื่อง P2 มาก่อนแล้วเหมือนกัน

หนังทั้งสองเรื่องถ้าพูดในแง่ความประทับใจแล้วต้องบอกว่าไม่มีเลย

เอาเรื่อง10000 bc ก่อน

หนังดูๆไปแล้วให้อารมณ์คล้ายๆกับเรื่อง Apocalipto ของเมลกิบสัน มากเลยทีเดียว เพราะเป็นหนังที่เกี่ยวกับสมัยก่อนประวัติศาสตร์เหมือนกัน แล้วก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้ของชนเผ่า เผ่าหนึ่งเป็นเรื่องของผู้ถูกล่า เผ่าหนึ่งเป็นของผู้ตามล่าเหมือนกัน

แต่10000 BC ให้อารมณ์ที่เบากว่าหนังของพี่เมลกิ๊บสันมาก แต่ก็เพราะความที่มันเบากว่านี่เอง ทำให้หนังขาดอารมณ์ประทับใจ และดราม่าที่กระชากอารมณ์คนดู

เอารวมๆแล้วก้นเพราะจะออกไปส่งหลานไปเรียนพิเศษแล้ว ก็คือไม่ค่อยประทับใจนัก ถ้าจะไม่ดูก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างไร ไม่น่าเสียดายมากนัก

ส่วนเรื่องP2 ต้องบอกว่ายิ่งแล้วใหญ่ ทั้งๆที่หนังน่าจะสร้างความสยองขวัญได้ไม่ยาก แต่หนังกลับทำได้ออกมาหนักไปทางไม่มีลุ้นอะไรเสียเลย แถมยังออกมาดูไม่น่าเชื่ออีกตะหาก

และสิ่งที่พลาดไปก็คือ ชั้นคิดว่า คนดูคงสับสนอยู่พอสมควรว่า จะเห็นใจอั้ยคนร้ายที่อยู่ตรงหน้านั้นดีหรือเปล่าหว่า คือถ้าจะทำให้เห็นใจก็ทำให้เห็นใจให้สุดๆไปเลย อย่าง Dog day afternoon หรือไม่งั้นก็น่าจะทำให้เป็นผู้ร้ายที่เหี้ยมสุดๆมอม้ายังหายไปเลยดีกว่า

กลายเป็นว่าหนังออสการ์อย่าง Nocountry for old men ยังทำได้ระทึกใจและมีลุ้นมากกว่าเลย ผู้ร้ายก็ร้ายสุดๆ จนดูน่ากลัวกว่าให้ไปอยู่ที่จำกัดอย่างในที่จอดรถเสียอีก

เนี่ย ชั้นก็ว่าจะไปดูหนังที่ได้ออสการ์นั่นอีกรอบ นัยน์ว่าถ้าไม่รู้เรื่องก็จะไม่ยอมแพ้กันล่ะ

ถ้าตีโจทย์หนังแตกแล้วจะมาลองพูดให้ฟังอีกทีนะ วันนี้ต้องขอตัวพาหลานไปเรียนพิเศษก่อนนะ

ขอให้เจอไฟลท์ดีๆนะ ดูแลสุขภาพด้วยล่ะ ขอให้โชคดีในการเดินทาง

ซียูอะเกนเน่อ


โดย: ทิคทิค (BrettAnderson ) วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:11:15:54 น.  

 
อ่านตอนปอสอง

สารภาพว่าแรกๆ ไม่ชอบเรื่องฆ่าสัตว์เหมือนกัน โดยเฉพาะฆ่าแบบประเภทลองฝีมือน่ะ เหอๆ

แต่ไปๆ ความสนุกก็ทำให้พอลืมๆ ได้บ้างน่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:13:20:39 น.  

 
สุดยอดนวนิยายในดวงใจ


โดย: BoOKend วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:20:38:47 น.  

 
ฮ่ะๆๆๆสวัสดีค่ะพี่หนูหล่อ...
ยังไม่ถึงกับลาออกจากงานหรอกค่ะพี่ แค่เกือบ ๆ เท่านั้น
แต่ตอนนี้เงินเดือนขึ้นอีกรอบแล้วค่ะ ท่าทางอยู่อีกนาน
จะมีที่ไหนเงินสบาย งานง่าย มีเวลาอ่านเพชรพระอุมากันอีก
ก็เลยท่าทางจะติดอยู่ตะวันออกกลางอีกสักพักทีเดียวค่ะ

เพิ่งกลับมาจากลอนดอนด้วยค่ะพี่หนูหล่อ...หนาวและฝน
แต่ก็สนุกดีเหมือนกัน เดี๋ยวจะเอารูปถ่ายมาให้ดูกันนะคะ
ก็เลยพักครึ่งอ่านหนังสือไป 2-3 วัน เดี๋ยวอ่านต่อค่ะ
กำลังติดเลยทีเดียว...

เรื่องฆ่าสัตว์...ยังไงอ่านไปก็ไม่อินอยู่ดีนะคะ ขนลุก
เจ็บปวดเล็ก ๆ กับป่าเมืองไทยที่เป็นอย่างทุกวันนี้
คิดดูสิคะ ขนาดกระจงปอยเองยังไม่รู้จักเลย
ต้องไปเปิดหาภาพจากอินเตอร์เนทซะแล้ว...
แล้วต่อไปรุ่นลูกหลาน จะเคยเห็นตัวเป็น ๆ หรือเปล่า
คงแปลกใจน่าดู ว่าป่าเมืองไทยสัตว์เยอะขนาดนี้เหรอ

ขนาดแค่เพียงยิงค่างตัวเดียว ยังต้องใช้กรรมขนาดนี้
แล้วรพินทร์ เชษฐา ไชยยันต์จะต้องใช้กรรมขนาดไหน
ยิงสัตว์กันเป็นว่าเล่นเหมือนเหยียบหญ้า ฆ่ายุงไงงั้น
แต่ยังไงก็ติดอยู่ดี ต้องอ่านต่อไปเรื่อย ๆ ค่ะ
พอหนังทำเสร็จไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างเหมือนกันนะคะ
ไม่ค่อยอินกับท่านมุ้ยสักเท่าไหร่ ติสท์เกินไป ไม่เข้าใจค่ะ

ตอนนี้อยู่เมืองหรืออยู่ป่ากันคะ? กลับมาทำงานแล้วหรือยัง
แล้วป่วยหายแล้วหรือยังคะ ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ
ไปอ่านเพชรพระอุมาต่อดีก่า อิอิ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:21:37:20 น.  

 
หวัดดีครับน้องปอย

พี่ก๋ากำลังเอาหัวไปกระแทกหมอนอยู่พอดีครับ 5555

วันนี้เพลียแดดครับ
เพลียมาก อิ่มท้องด้วย
พี่ก๋าตั้งใจจะออกกำลังกาย
มาดามบอกไปส่งชั้นกินฟูจิหน่อย 5555

4 วันแล้วที่พี่ก๋าไม่ได้ออกกำลังกาย
แถมกินระเบิดเถิดเทิง

..............................


พี่ก๋าเป็นนักอ่านไร้แนวน่ะ
ชอบอ่านอะไรที่คนไม่อ่านกัน 555
หนังสือพี่ก๋าถ้าถาม 100 คน
คงจะมีสัก 2 คนที่อ่านเกินครึ่งแบบที่พี่ก๋าอ่าน


....................................


เวลาอัพบล้อกที่ดูเศร้าหรือเครียด
พี่ก๋าก็กลัวว่าเพื่อนที่อ่านจะคิดว่าพี่ก๋าอยู่ในอารมณ์แบบนั้น

ซึ่งไม่ค่อยถูกหรอกครับ เพราะพี่ก๋าไม่ค่อยทุกข์อะไรนานครับ
เบื่อก็ไม่นาน เพราะมีอะไรทำเยอะจนความเบื่อไม่กล้าทักทาย


......................................


ไปลอนดอนมา โห....อย่าลืมเอารูปสวยๆมาเเบิ่งกันตวยเน้อ อิอิอิ


ฝันดีครับน้องปอย






โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 17 มีนาคม 2551 เวลา:22:30:26 น.  

 
หวัดดียามดึกค่ะ...ปอย
จะรอดูภาพจากลอนดอน
เป็นนางฟ้านี่ดีจริงๆเนาะ..
ได้บินไปในหลากหลายที่..
ได้เปิดโลกทรรศกว้างไกล
ได้ไปหลายที่...คงได้พบเห็นมุมมองใหม่ๆ
....
....
....
ฝันดีจ้ะ


โดย: nikanda วันที่: 18 มีนาคม 2551 เวลา:4:51:34 น.  

 
หวัดดีครับน้องปอย

เวียก ก็คงคล้ายๆกันนะครับ
กำเมืองฮ้อง "เวียกก๋ารงานครัว" ก็หมายถึงทำงานบ้านน่ะครับ

เอ่อ...สงสารพี่ก๋าเถอะครับ
วันก่อนก็รีเควสตอบเป็นภาษาใต้ไปคนแล้ว 5555

ภาษาอิสานพูดได้แต่ "แม่นบ่...บ่แม่น" ล่ะมั้งครับ 5555



โดย: ก.วรกะปัญญา (กะว่าก๋า ) วันที่: 18 มีนาคม 2551 เวลา:9:48:47 น.  

 
วินาทีนี้ปั่นต้นฉบับสุดชีพ

เลยแวะเอาผลไม้มาเยี่ยมคุณปอยก่อนนะคะ
เดี๋ยวตามมาคุยอีกรอบค่ะ



หายไวๆ ค่า


โดย: Hobbit วันที่: 18 มีนาคม 2551 เวลา:11:36:50 น.  

 
หวัดดีอีกรอบค่ะ...ปอย
อ้า...ไอ้เราเห็นปกมีภาพนกยักษ์บินได้
งูใหญ่...ใยแมงมุมดักคน..
ก็จินตนาไปก่อน....ว่าต้องเป็นแฟนตาซีเหนือจริงแน่ๆ
ขอบคุณนะที่อุตส่าห์แวะไปบอก...
...
...
48เล่ม...นี่มากนะ
แต่ชอบอ่านอยู่แล้ว...คงไม่มีปัญหา
เวลาว่างก็มีค่ะ...เลี้ยงแต่ลูกสาวอยู่บ้าน
แต่ปัญหาคือ...อยากอ่าน...แต่ไม่มีให้อ่านนะจิ
...
...
ฝนลอนดอน..เป็ยไงคะ...สดชื่นไหม
ไม่สบาย...ดูแลสุขภาพด้วยนะ


โดย: nikanda วันที่: 18 มีนาคม 2551 เวลา:20:21:11 น.  

 
เรารักหนังสือเรื่องนี้มากๆ เลยล่ะ

เป็นหนังสือนิยายที่อ่านเป็นเล่มแรกเลย...ตั้งแต่ตอน ป.4 แน่ะ...


โดย: narusaru วันที่: 18 มีนาคม 2551 เวลา:21:32:37 น.  

 
ไม่แบ่งให้อ่านบ้างหรือครับ สนุกคนเดียวไม่มันส์น่า
น่าขออ่านบ้างซิ
แล้วจะรอน่าครับ
ktanotai@yahoo.co.th


โดย: มดดำน้อย IP: 222.123.88.90 วันที่: 22 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:40:11 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ

ชอบอ่านเพชรพระอุมาเหมือนกันเลย


โดย: MaeO วันที่: 8 กันยายน 2551 เวลา:13:52:26 น.  

 
ชอบอ่านเพชรพระอุมาเหมือนกัน อ่านจนจบภาคสุดท้าย
มาหลายครั้งแล้ว ยังไม่เบื่อเลย เห็นมีคนชอบอ่านเหมือน
เราเลยเข้ามาแจมด้วยจ้า......


โดย: ส้มป่อย IP: 118.172.100.180 วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:13:12:08 น.  

 
เด็กและสตรีมีครรภ์ ไม่ควรอ่าน มันจะติด


โดย: jeekong IP: 58.8.156.187 วันที่: 29 เมษายน 2552 เวลา:11:44:11 น.  

 
ชอบอ่านเพชรพระอุมาค่ะ (หนูอยู่แค่ป.6แต่อ่านถึงตอนไอ้งาดำแว้ว)


โดย: ..........may IP: 114.128.246.151 วันที่: 23 กันยายน 2552 เวลา:20:22:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นางสาวดุ่บดั่บ
Location :
Vichy France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




\\\ดุ่บดั่บๆ///
ดุ่บดั่บ คือ การเคลื่อนตัวของหนอน
หนอนตัวน้อย ๆ ที่สามารถไปไหนก็ได้ตามใจต้องการ
ฉันเองก็อยากเป็นหนอนตัวน้อย
จะได้ทำอะไรก็ได้ และไปที่ไหนก็ได้ตามที่ใจฉันฝัน
...ดุ่บดั่บ ๆ ๆ...





>>>คลิก ๆ...สารบัญและสมุดเยี่ยมค่ะ<<<




อ่านบลอคเก่า ๆ ก็ได้นะ

<<การปรับตัว-Acclimatisation>>
::สวนสาธารณะวันหม่น::
ภาพ: ดอกมูเก้
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(2)
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(1)



















Status: ขาวดำ



Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นางสาวดุ่บดั่บ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.