Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
Song of Kali - Dan Simmons



ที่ได้ซื้อเล่มนี้มาอ่านก็เพราะคุยกับเพื่อนสนิทว่านักเขียนเรื่องน่ากลัวของอเมริกันสู้ของไทยไม่ได้เลย เรื่องผีของไทยก็น่ากลัวกว่าเยอะ นักเขียนอเมริกันที่เขียนเรื่องได้น่ากลัวจริงๆเท่าที่อ่านมา (ก็เรียกว่าอ่านเยอะพอสมควร) เห็นมีคนเดียวคือ H.P. Lovecraft เพื่อนก็เลยท้าให้อ่าน Song of Kali บอกว่าแล้วค่อยมาพูดกันอีกทีว่านักเขียนอเมริกันเขียนเรื่องน่ากลัวไม่เป็นจริงหรือ หนังสือเล่มนี้ส่งมาถึงเมื่อวันเสาร์ พอเริ่มอ่านก็วางไม่ลงเลย มาจบวันอาทิตย์ ที่เคยท้าเพื่อนไว้ วันนี้ก็เลยต้องมาขอกลับคำ น่ากลัวจริงๆนั่นแหละ น่ากลัวสุดๆเลยจริงๆ

เรื่องนี้เป็นนิยายเรื่องแรกของ Dan Simmons เพื่อนบอกว่าทำให้นิยายทั้งหมดของ Stephen King อ่านเหมือนเด็กเกรด 1 หัดเขียน essay ส่งครูไปเลย

Song of Kali เป็นเรื่องของ Robert Luczak เป็นกวีและนักเขียนชาวอเมริกันได้รับมอบหมายงานให้เขียนบทความเกี่ยวกับกวีชาวอินเดียชื่อ M. Das ซึ่งเชื่อกันว่าตายไป 8 ปีแล้ว แต่ปรากฏว่ามีงานกวีชิ้นใหม่ของ M. Das ซึ่งผิดเพี้ยนไปจากบทกวีสมัยก่อนของเขาออกมาให้เห็น ก็เลยสงสัยกันว่าเขาตายจริงหรือ เหตุที่ Luczak ได้งานนี้ก็เพราะมีภรรยาเป็นคนอินเดีย

Luczak เดินทางไปกัลกัตตาพร้อมภรรยาและลูกสาวซึ่งยังแบเบาะ ตัวละครสำคัญอีกตัวในเรื่องคือนครกัลกัตตาเองที่สะท้อนออกมาให้เห็นในความรู้สึกของ Luczak นับตั้งแต่ความสกปรก กลิ่นขยะ ขอทานเต็มบ้านเต็มเมือง คนยากจนซึ่งไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน สภาพบ้านเรือนที่ชำรุดทรุดโทรม ระบบวรรณะที่น่ารังเกียจ เริ่มย่อหน้าแรกก็เหมือนจะบอกทั้งหมดแล้วว่ากัลกัตตาและสิ่งที่เขาจะไปพบเห็นที่นั่นจะเป็นอย่างไร

"Some places are too evil to be allowed to exist. Some cities are too wicked to be suffered. Calcutta is such a place. Before Calcutta I would have laughed at such an idea. Before Calcutta I did not believe in evil -- certainly not as a force separate from the actions of men. Before Calcutta I was a fool."

เรื่องนี้มีหลายๆตอนมีลักษณะคล้าย film noir คือตัวละครหลักหลงทาง ไม่รู้ว่าใครเชื่อถือได้ ใครเชี่อไม่ได้ Luczak เข้ามาอยู่ในเมืองซึ่งเขาไม่เข้าใจอะไรเลย ภรรยาซึ่งมีเชื้อสายอินเดียแท้ๆก็ช่วยอะไรไม่ได้มากเพราะครอบครัวอพยพไปอยู่อังกฤษตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ความน่ากลัวเริ่มเมื่อคนซึ่งไปรับเขาจากสนามบิน บอกว่าชื่อ Krishna พาไปพบเด็กหนุ่มซึ่งมาจากบ้านนอก และถูกชักนำไปเข้ากลุ่มบูชาเจ้าแม่กาลี ได้ไปรู้จากเด็กหนุ่มคนนั้นว่า M. Das ตายไปแล้วจริงๆ แต่ตัวเขาขโมยศพไปเป็นเครื่องบูชาเจ้าแม่กาลี แล้วฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง จนในที่สุด Luczak ได้ไปพบ M. Das เข้าจริงๆ ช่วงกลางของเรื่องช่วงนี้เป็นส่วนที่ใครๆซึ่งเคยอ่านเรื่องนี้แล้วบอกเหมือนกันว่าไม่มีนักเขียนเรื่องทำนองนี้คนไหนจะกล้าเขียนได้ถึงขนาดนี้ และไม่มีใครบรรยายได้เห็นภาพขนาดนี้ เป็นภาพที่คนเราจะพบเห็นก็แต่ในฝันร้ายเท่านั้นเองค่ะ


อ่านเรื่องนี้จบแล้วทำให้เข้าใจเลยว่าคำว่า descend into hell นั้นหมายความว่ายังไง เหมือนฝันร้ายที่ใจหนึ่งก็อยากตื่นเสียเร็วๆ แต่อีกใจก็ยังไม่อยากตื่น อยากรู้ว่าแล้วจะเป็นยังไงต่อไป

นิยายเรื่องนี้ได้รางวัลชนะเลิศ World Fantasy Award
Google ได้ลิขสิทธิ์ digitize ผลงานหลายเล่มของ Simmons ค่ะ รวมทั้งเรื่องนี้ด้วย ถ้าไม่รังเกียจอ่านจากจอคอมพิวเตอร์ ก็ไปอ่านเรื่องนี้ได้ทั้งเรื่องที่ Google เลยค่ะ ในช่อง search ใส่ Song of Kali ลงไป จะปรากฏใน hit แรกเลยค่ะ

อ่านแล้วขอให้โชคดี อย่านอนฝันร้ายเน้อ

** Song of Kali กำลังสร้างเป็นหนังด้วยค่ะ จะออกฉายเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ

พออ่านเรื่องนี้จบก็ออกไปหาซื้อเรื่องอื่นๆของ Dan Simmons มาอีกค่ะ ตอนนี้กำลังอ่าน A Winter Haunting




Create Date : 05 พฤษภาคม 2551
Last Update : 6 พฤษภาคม 2551 0:58:19 น. 10 comments
Counter : 1016 Pageviews.

 
ว้าว...น่าอ่าน ๆ
เล่มบนนั่นดูหลอนไปนิด แต่เล่มล่างดูทึม ๆ เทา ๆ น่ากลัวแฮะ จดชื่อคนเขียนไว้แล้วค่ะ


โดย: แม่ไก่ วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:50:22 น.  

 
เคยซื้อฉบับแปลของ สนพ.เรือนบุญ ชื่อไทยรู้สึกจะชื่อมนต์รัตติกาล น่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ เอิ่ม...ซื้อมาสองสามปีแล้วยังไม่ได้อ่านเลย เพราะเปิดแล้วบรรยากาศมันหม่นมืดมาก แต่ถ้าบอกว่าสนุกเดี๋ยวคงต้องกลับไปขุดมาอ่านซะแล้ว

ปล.เคยอ่านหนังสือของคุณกุลธิดาเรื่องดาวเหนือด้วยค่ะ เขียนได้ดีจัง แต่อีกสองเรื่องยังไม่ได้อ่าน เดี๋ยวต้องหามาอ่านให้ได้


โดย: Pink Owl วันที่: 6 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:33:24 น.  

 
คุณแม่ไก่คะ อ่านจาก google ได้เกือบทุกเรื่องเลยค่ะ แต่ตัวเองต้องซื้อเป็นเล่มมาอ่านค่ะ เพราะเพ่งจากจอนานๆแล้วตาลาย

คุณ Pink Owl ดีใจมากๆเลยค่ะที่รู้ว่ามีแปลเป็นไทยแล้ว นักเขียนคนนี้ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยค่ะ ทั้งๆที่ชอบอ่านเรื่องน่ากลัวๆแบบนี้นะคะ ตอนนี้ก็เลยหาซื้อมาอีกหลายเล่มเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะที่อ่าน ดาวเหนือ


โดย: กุลธิดา IP: 206.74.208.147 วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:37:12 น.  

 
ว้าว...น่าสนใจค่ะ เคยคิดเหมือนกันเลยว่า ทำไมถึงหาเรื่องน่ากลัวๆ ไม่เจอ เดี๋ยวจะต้องลองหามาอ่านค่ะ >_<


โดย: Clear Ice วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:08:42 น.  

 
แหะๆ ขอถามโง่ๆ หน่อยนะคะ อ่านจาก google ยังไงคะ ตะกี้ลองไปกดดู มันโผล่ไปอเมซอน 555 ((โง่ของจริง)) ^^"


โดย: Clear Ice วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:32:40 น.  

 
hit อันก่อน Amazon น่ะค่ะคุณไอซ์ ที่มีรูปปกหนังสืออยู่ด้วยน่ะค่ะ ลิ้งค์นี้เลยค่ะ http:books.google.com/books?id=BdRG6jwEnWoC&dq=song+of+kali&pg=PP1&ots=j7OS0DvZ0-&sig=-laERe7l3aw92Q_3pBfbRLLqmLQ&hl=en&prev=//www.google.com/search%3Fhl%3Den%26q%3Dsong%2Bof%2Bkali%26btnG%3DGoogle%2BSearch&sa=X&oi=print&ct=title&cad=one-book-with-thumbnail

(แหะๆ ลิ้งค์ยาวหน่อย)


โดย: กุลธิดา IP: 71.30.103.39 วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:06:01 น.  

 
เอ๊ะ! ลิ้งค์ข้างบนดูแปลกๆ ลองใหม่ค่ะ

http:books.google.com/books?id=BdRG6jwEnWoC&dq=song+of+kali&pg=PP1&ots=j7OS0DvZ0-&sig=-laERe7l3aw92Q_3pBfbRLLqmLQ&hl=en&prev=//www.google.com/search%3Fhl%3Den%26q%3Dsong%2Bof%2Bkali%26btnG%3DGoogle%2BSearch&sa=X&oi=print&ct=title&cad=one-book-with-thumbnail


โดย: กุลธิดา IP: 71.30.103.39 วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:07:20 น.  

 
I like this kind of book ka..


โดย: hamble pie วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:32:06 น.  

 
มาเคาะประตูเชิญมาเยี่ยมบล๊อกแม่ค้าหนังสือมือสองค่ะ รักหนังสือ แต่ซื้อบ่อยไม่ไหว เลยคิดขายหนังสือมือสองซะเอง เหนื่อย แต่มีความสุขเหลือล้นค่ะ


โดย: หนังสือมือสอง (AngelTomorrow ) วันที่: 13 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:41:00 น.  

 
You can certainly see your skills within the paintings you write. The sector hopes for even more passionate writers like you who are not afraid to say how they believe. All the time follow your heart.
Ray Ban Aviators //www.curcioenterprises.com/


โดย: Ray Ban Aviators IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:19:13:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

kdunagin
Location :
South Carolina United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




จำหลักไว้ในสายลม
กุลธิดา
www.mebmarket.com
แม้เป็นรักที่แอบเร้น หากก็ขออย่าเลือนไปกับสายลม
บาเคอร์
กุลธิดา
www.mebmarket.com
ราณียิ้มขมขื่น คำนั้นมีความหมายอย่างที่สุด บาเคอร์…วันพรุ่งนี้…ตามการออกเสียงของคนอิรัก เป็นสิ่งที่เธออยากเก็บไว้กับตัวแต่เพียงผู้เดียวตลอดไป…หรือจนกว่าจะได้พบเขาอีก เพราะนั่นคือคำสุดท้ายที่เขาบอกก่อนจะจากกันในเช้าวันนั้น ที่บ้านย่าของเขา และเธอกำลังร้องไห้แทบขาดใจ ‘มีวันพรุ่งนี้เสมอนะราณี’ และเธอก็ยึดถือคำพูดนั้นของเขาเป็นสรณะนับแต่นั้นมา เป็นความหวังเดียวที่มี ว่าวันหนึ่งเธอและเขาจะได้พบกันอีก แม้อาจไม่ใช่ในโลกนี้ก็ตาม
Friends' blogs
[Add kdunagin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.