Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
11 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
The French Lieutenant's Woman - John Fowles



นิยายอิงประวัติศาสตร์ ใช้ฉากสมัย Victorian ของอังกฤษ เหตุการณ์เกิดประมาณปี ค.ศ. 1867-1870 กว่าๆ

Charles กับ Ernestina เป็นคู่หมั้นกัน Ernestina พักอยู่กับน้าหรือป้าก็ไม่ทราบ (ในเรื่องใช้คำว่า aunt) ที่เมือง Lyme Regis ซึ่งอยู่ริมทะเล วันหนึ่งทั้งคู่ไปเดินเล่นที่ทางเดินเลียบทะเล ไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว Ernestina เล่าให้ Charles ฟังว่าผู้หญิงคนนั้นมีสมญาที่ผู้คนตั้งให้ว่า Tragedy หรือที่ร้ายยิ่งกว่า บางคนเรียก The French Lieutenant's Whore และว่าผู้หญิงคนนั้นอาศัยอยู่กับ Mrs. Poulteney ซึ่งเป็นสาวแก่เคร่งศาสนา เหตุที่ Mrs. Poulteney ยอมให้ผู้หญิงคนนั้นมาอยู่ด้วยในฐานะคนรับใช้ก็เพราะคิดว่าตัวเองคงตายในไม่ช้า ก่อนตายก็อยากช่วยเหลือคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยากสักคนไว้เป็นบุญ และนักบวชประจำหมู่บ้านก็แนะนำให้รับ Sarah Woodruff ไว้ในอุปการะ

ผู้หญิงคนที่ว่าคือ Sarah Woodruff มีประวัติว่าครั้งหนึ่งมีเรือฝรั่งเศสมาอัปปางนอกฝั่ง มีทหารฝรั่งเศสรอดมาได้ 3 คน หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นร้อยโทชื่อ Varguennes พ่อของ Sarah ให้ความช่วยเหลือ และเพราะ Sarah พูดภาษาฝรั่งเศสได้ ก็เลยให้เป็นล่าม พอ Varguennes หายก็กลับฝรั่งเศส ก่อนกลับได้สัญญากับ Sarah ว่าพอจัดการทุกอย่างที่ฝรั่งเศสเรียบร้อยก็จะมารับและจะแต่งงานด้วย แต่ปรากฏว่าจริงๆ แล้ว Varguennes มีภรรยาอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้น Sarah ก็ยังหลงเชื่อ และทุกวันจะไปยืนคอยที่ท่าเรือแห่งนั้น จน Charles ไปเห็นเข้า

ในสภาพสังคมที่กำหนดว่าผู้หญิงดีๆ จะต้องวางตัวอย่างไร Sarah กลายเป็นผู้หญิงที่ไม่พึงประสงค์เพราะเข้าใจกันว่าคงมีอะไรๆ กับนายทหารฝรั่งเศสคนนั้นเรียบร้อยแล้ว แถมช่วงเวลานั้นอังกฤษกับฝรั่งเศสไม่ถูกกันเสียอีก Sarah ก็เลยกลายเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาของเมืองนั้นไป

Charles ประทับใจในตัว Sarah นับแต่เห็นครั้งแรก ไม่ใช่ประทับใจว่าเป็นผู้หญิงสวยหรืออะไรทำนองนั้น แต่ใบหน้าของ Sarah ตอนที่หันมามองครั้งแรกเป็นใบหน้าที่ยากจะลืม Charles คิดว่าใบหน้านั้นเหมือนโศกนาฏกรรม (Tragedy) จริงๆ ยิ่งเมื่อรู้ว่าสังคมรังเกียจ Sarah อย่างไรก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็นและอยากรู้จักผู้หญิงคนนี้ยิ่งขึ้น จนวันหนึ่ง Charles และ Sarah ได้พบกันอีกครั้ง ได้พูดคุยกันเป็นครั้งแรก และ Sarah ก็เล่าเรื่องตัวเองให้ Charles ฟัง พร้อมทั้งขอให้ Charles ช่วยเป็นกำลังใจให้ตัวสู้ชีวิตต่อไป Charles ช่วย Sarah ด้วยการส่งไปอยู่ที่เมือง Exeter ต่อมา Charles เดินทางผ่านเมืองนั้น และก็อดไม่ได้ที่จะแวะหา Sarah

Charles เป็นนักวิทยาศาสตร์ ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินจากลุง ลุงเป็นผู้ได้รับมรดกจากปู่ ลุงไม่มีครอบครัว ก็เลยเป็นที่เข้าใจกันว่าเมื่อลุงตาย มรดกทั้งหมดจะตกเป็นของ Charles แต่ต่อมาลุงทำท่าว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งยังสาว จึงเป็นได้ว่าลุงจะมีลูกกับภรรยา และถ้าลุงมีลูกจริงๆ Charles อาจไม่ใช่ผู้รับมรดกอีกต่อไป

ตอนจบของเรื่องนี้มี 3 แบบค่ะ

แบบแรก Charles กับ Ernestina แต่งงานกัน แต่ชีวิตสมรสก็ไม่ได้มีความสุข เหตุก็เพราะ Charles หมั้นกับ Ernestina ก็ตามความนิยมในสมัยนั้น ยิ่งพอ Charles มารู้จัก Sarah ในใจของ Charles ก็เลยมีแต่ Sarah คนเดียว

แบบที่ 2 Charles และ Sarah ได้เสียกัน เมื่อเป็นอย่างนั้น Charles คิดว่าไม่สมควรจะหมั้นกับ Ernestina ต่อไป จึงขอถอนหมั้น และ Charles กลายเป็นบุคคลที่สังคมรังเกียจไปเพราะเหตุนั้น ในขณะที่ Sarah หนีหายไป Charles ต้องอยู่กับความอัปยศ ลุงของ Charles แต่งงานและมีลูก Sarah หนีไปอยู่กรุงลอนดอน และ Charles ตามไปหาจนพบเมื่อหลายปีผ่านไป

แบบที่ 3 มีผู้เล่าแทรกเข้ามา เมื่อจบแบบที่ 2 ผ่านไป ผู้เล่าเรื่องยืนอยู่หน้าบ้านที่ Charles มาพบ Sarah หลังจากที่จากกันหลายปี แต่การพบกันคราวนี้ไม่ได้จบลงอย่างมีความสุขเหมือนจบแบบที่ 2 ทั้งคู่อยู่ด้วยกัน แต่ต่อมา Sarah ทิ้ง Charles แล้วเดินทางไปอเมริกา


นิยายเรื่องนี้เขียนปี 1969 นิตยสาร Time ยกให้เป็น 1 ใน 100 ของหนังสือซึ่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษที่ดีที่สุดในโลก ผู้เขียนได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่อง Ourika ของ Claire de Duras นักเขียนชาวฝรั่งเศสค่ะ ตัวเอกของเรื่อง (Sarah Woodruff) ผู้เขียนบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก Tess ในเรื่อง Tess of the d'Urbervilles ของ Thomas Hardy แต่ตัว Sarah สลับซับซ้อนกว่า Tess เยอะค่ะ เป็นตัวละครที่ซับซ้อนจริงๆ อ่านไปๆ นี่บอกยากว่า Sarah เป็นเหยื่อของค่านิยมสมัยนั้นจริงๆ แล้วมาหลอกใช้ Charles ให้เห็นใจ หรือเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารจริงๆ เพราะสถานการณ์ทำให้ไม่มีทางเลือก

ที่ประทับใจที่สุดคือรูปแบบการเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใคร คือมีผู้เล่าซึ่งแทนตัวเองว่า I อ่านบทแรกๆ ก็รู้สึกว่าเป็นสมัย Victorian ดี แต่พอมาประมาณบทที่ 6-7 มีการพูดถึงสมัยปี 1960 กว่าๆ มีพูดถึงประดิษฐกรรมสมัยใหม่อย่างเช่นเครื่องบิน หรือพูดถึง Henry Moore ซึ่งเป็นปฏิมากรสมัยใหม่ แรกๆ ก็งงว่ามันจะเป็นสมัย Victorian ได้ยังไง แต่พอเริ่มคุ้นกับการเล่าเรื่องก็เข้าใจว่าผู้เล่ามองจากสายตาของคนสมัยศตวรรษที่ 20 แต่ก็อีก อ่านไปๆ เอาอีกแล้ว ผู้เล่าเข้าไปเป็นตัวละครตัวหนึ่งในเรื่อง แต่พอคุ้น ก็ไม่งงนะคะ ไม่งงเลย แปลกดีที่คนเขียนทำได้อย่างนั้น


เรื่องนี้เคยทำเป็นหนังครั้งหนึ่งเมื่อ ค.ศ. 1981 คราวนั้นฮือฮากันมากเพราะได้ Harold Pinter นักการละครชั้นอภิมหาปรมาจารย์ของอังกฤษมาเขียนบทภาพยนตร์ Meryl Streep แสดงเป็น Sarah Woodruff ได้ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ Charles แอบไปพบ ยังจำภาพที่ Sarah นั่งอยู่กับพื้น รวบคอเสื้อเหมือนพยายามปกปิดตัวเอง ฉากนั้นทำให้รู้ว่า Sarah ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ พออยู่ต่อหน้าผู้ชายตามลำพังก็มีความรู้สึกอับอาย แม้จะแต่งตัวแบบปกปิดเต็มที่ตามที่ผู้หญิงสมัยนั้นแต่งกันก็ตาม แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนตัวเองเปล่าเปลือย จำคำพูดของเพื่อนซึ่งไปดูด้วยกันได้ขึ้นใจเลยค่ะตอนฉากนั้น เพื่อนซึ่งกำลังเรียนการแสดงอยู่เวลานั้นถึงกับอุทานว่า "Gosh! She acts as if she was completely naked. Like she was entirely exposed." ตอนเล่นเรื่องนี้ Meryl Streep ยังสาวและสวยมากค่ะ แววอัจฉริยะทางการแสดงฉายชัดเลย







Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2553 11:10:48 น. 0 comments
Counter : 1003 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
kdunagin
Location :
South Carolina United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




จำหลักไว้ในสายลม
กุลธิดา
www.mebmarket.com
แม้เป็นรักที่แอบเร้น หากก็ขออย่าเลือนไปกับสายลม
บาเคอร์
กุลธิดา
www.mebmarket.com
ราณียิ้มขมขื่น คำนั้นมีความหมายอย่างที่สุด บาเคอร์…วันพรุ่งนี้…ตามการออกเสียงของคนอิรัก เป็นสิ่งที่เธออยากเก็บไว้กับตัวแต่เพียงผู้เดียวตลอดไป…หรือจนกว่าจะได้พบเขาอีก เพราะนั่นคือคำสุดท้ายที่เขาบอกก่อนจะจากกันในเช้าวันนั้น ที่บ้านย่าของเขา และเธอกำลังร้องไห้แทบขาดใจ ‘มีวันพรุ่งนี้เสมอนะราณี’ และเธอก็ยึดถือคำพูดนั้นของเขาเป็นสรณะนับแต่นั้นมา เป็นความหวังเดียวที่มี ว่าวันหนึ่งเธอและเขาจะได้พบกันอีก แม้อาจไม่ใช่ในโลกนี้ก็ตาม
Friends' blogs
[Add kdunagin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.