Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
Dracula - Bram Stoker



เมื่อครั้งเรียนวรรณคดีอเมริกันเคยถูกกำหนดให้อ่านบางส่วนของเรื่องนี้เพื่อเทียบสไตล์การเขียนกับ Edgar Allan Poe และ H.P. Lovecraft อภิมหาปรมาจารย์เรื่องสยองขวัญสั่นประสาทชาวอเมริกัน เพราะเหตุที่มีความรู้สึกว่าถูกบังคับให้อ่านเรื่องซึ่งใช้ภาษาสมัยเก่า คือสมัย Victorian แถมเป็นภาษาอังกฤษแบบนักเขียนไอริชใช้ ไม่ใช่นักเขียนอเมริกันที่คุ้นเคย ก็เลยเกิดอาการต่อต้าน ทำให้ไม่รู้สึกว่าสนุกและอยากอ่าน วันก่อนไปเห็นปกพิมพ์ใหม่สวยมาก ด้วยความที่หลงรูปก็เลยซื้อมา ปรากฏว่า โอ้...อ่านรวดเดียวไม่เป็นอันหลับอันนอนเลยทั้งคืน สนุกมากๆ วางไม่ลงเลยค่ะ สำนวนของ Bram Stoker นี่สุดยอดจริงๆ บางตอนเป็นบันทึกใช้บุรุษที่ 1 เป็นผู้เล่านี่ให้ความรู้สึกร่วมไปด้วยจริงๆ แล้วลื่นไหลไปตลอดทั้งเรื่อง จะวางเพื่อนอนก็ไม่รู้ว่าจะหยุดตรงไหนดี ในเมื่อมันคาใจอยู่อย่างนั้นทั้งๆ ที่รู้เรื่องหมดแล้วก่อนจะเริ่มอ่าน

เรื่องย่อ
ก็มีอยู่ว่า Jonathan Harker ทนายความหนุ่มเดินทางไปปราสาท Dracula ซึ่งอยู่ในประเทศทรานซิลเวเนีย ในยุโรปตอนกลางเพื่อจัดการเรื่องโอนที่ดินซึ่งขุนนางชื่อ Count Dracula ซื้อไว้ ระหว่างการเดินทางก็มีชาวบ้านพยายามเตือนว่าไม่ควรไปที่นั่น แต่โจนาธานก็ยังยืนยันจะไปให้ได้เพราะเป็นงานที่ต้องทำ เมื่อไปถึงก็เจอกับปราสาทเก่าแก่ทรุดโทรม และ Count Dracula ซึ่งเป็นคนมีการศึกษาดีและแสดงตัวเป็นเจ้าของบ้านที่ดี แต่เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วันโจนาธานก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเป็นนักโทษในปราสาทหลังนี้มากกว่าเป็นแขก ยิ่งนานเข้าก็ยิ่งอึดอัดและรู้สึกไม่ชอบมาพากลยิ่งขึ้น มารู้ต่อไปว่า Count Dracula มีอำนาจพิเศษอะไรบางอย่าง และมีความต้องการทำเรื่องซึ่งทำให้เขารู้สึกว่าน่ากลัว

เย็นวันหนึ่งโจนาธานถูกผู้หญิง 3 คนจู่โจม Count Dracula มาช่วยไว้ทัน บอกว่าโจนาธานเป็นของเขา นั่นยิ่งทำให้โจนาธานยิ่งรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติอย่างแน่นอน แล้วก็พยายามหนีโดยปีนลงมาจากกำแพง

โจนาธานมีคนรักคือ Mina Murray เพื่อนของ Mina คนหนึ่งคือ Lucy Westenra มินาไปเยี่ยมเพื่อนที่เมืองชายทะเลชื่อ Whitby พอดีกับมีเรือรัสเซียมาติดชายฝั่งและลูกเรือหายไปหมด สินค้าอย่างเดียวที่เรือนั้นบรรทุกมาคือกล่อง 50 ใบซึ่งมีดินบรรจุอยู่ เป็นกล่องที่มาจากปราสาทของ Dracula ไม่นานหลังจากนั้น Lucy ก็เริ่มละเมอออกเดินไปไหนมาไหน ครั้งหนึ่งมิน่าไปเจอลูซี่ที่สุสาน ลูซี่เริ่มซีดลงเรื่อยๆ และไม่สบาย มีรูเล็กๆ 2 รูที่คอ หมอที่มารักษาคือ Dr. Seward เมื่อตรวจแล้วไม่รู้ว่าเป็นอะไรก็เรียกผู้เคยเป็นครูของตัวเองคือ Professor Van Helsing ให้มาช่วย

ในเวลาเดียวกันโจนาธานมาปรากฏตัวที่เมือง Buda-Pest ด้วยอาการที่ไม่ปกติ มิน่าพอรู้เรื่องก็ตามไปหา ทางเมือง Whitby พอดีกับ Van Helsing มาถึง สั่งให้เอากระเทียมมาแขวนไว้ในห้องนอนของลูซี่ และอาการของลูซี่ก็เริ่มดีขึ้น แต่ต่อมาเมื่อเริ่มรู้สึกตัว ลูซี่ไม่รู้ว่ากระเทียมมีไว้ทำอะไรก็เอาไปทิ้งหมดเพราะทนกลิ่นไม่ไหว ลูซี่ก็เลยถูกทำร้ายอีก Van Helsing พยายามช่วยด้วยการถ่ายเลือดและสั่งให้เฝ้าลูซี่ตลอดเวลา แต่คืนหนึ่งก็พลาดจนได้เมื่อมีหมาป่าบุกเข้ามาในบ้านและฆ่าลูซี่ตาย Van Helsing นำผู้คนในบ้านไปที่สุสานฝังศพลูซี่เพื่อทำลายร่างของลูซี่เสีย โดยพยายามอธิบายว่าเวลานี้ลูซี่เป็นส่วนหนึ่งของ the undead ไปแล้ว หลังจากใช้หมุดตอกหน้าอกของลูซี่ ทุกคนซึ่งหมายถึงคู่หมั้นของลูซี่ด้วยสาบานว่าจะกำจัด Dracula ให้ได้

ที่ Buda-Pest มิน่าและโจนาธานแต่งงานกัน จากนั้นก็กลับอังกฤษ ลูซี่ช่วย Van Helsing รวบรวมบันทึกต่างๆ ทั้งของโจนาธาน หมอ Seward และที่คนอื่นๆ เขียนเพื่อพิจารณาหาทางทำลาย Dracula จากนั้นก็ติดตามหาจนพบที่ซ่อนของกล่อง 50 กล่องจากปราสาท Dracula ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปได้ดีจนสมุนของ Dracula คือ Renfield เปิดทางให้ Dracula เข้ามาในบริเวณซึ่งทุกคนพักอยู่ ทำให้ Dracula ใช้มิน่าเป็นเหยื่อ

มิน่าเริ่มกลายเป็นแวมไพร์ ในขณะที่กลุ่มไล่ล่า Dracula ทำพิธีล้างมลทินกล่องทั้ง 50 ใบ Dracula จึงต้องหนีกลับไปที่อยู่ของตัว มีบรรดาทีมตามล่าของ Dr. Van Helsing ตามหลังไปติดๆ


Dracula เป็นนิยายของ Bram Stoker นักเขียนชาวไอริช ได้ชื่อว่าเป็นนิยายประเภทเขย่าขวัญที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของโลกและตลอดกาล เป็น most enduring Gothic vampire story ever published ฉบับพิมพ์ครั้งแรกพิมพ์ปี 1897 นานขนาดนั้น แต่ความสนุกและชวนติดตามนี่คงเป็นสากลจริงๆ ทั้งๆ ที่รู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว แต่อ่านเพลินจนวางไม่ลง Dracula ฉบับดั้งเดิมมีพิมพ์กันอีกหลายสิบรอบ มีนักเขียนเลียนแบบกันมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ แต่ว่ากันถึงความเป็นอมตะแล้วเรื่องนี้จะคงยังอยู่ตลอดไป และยังไม่เคยเห็นเรื่องเลียนแบบเรื่องไหนเขียนได้ดีเท่า (เท่าที่เคยอ่านๆ มานะคะ)

นอกจากมีนักเขียนเขียนเลียนแบบ Dracula แล้ว เรื่องนี้ยังดัดแปลงมาสร้างเป็นหนังอีกหลายเวอร์ชั่นเลยค่ะ ส่วนตัวแล้วคิดว่าหนังที่ดัดแปลงมาจากเรื่องนี้ที่ทำได้ดีที่สุดมี 2 เวอร์ชั่น คือ

Nosferatu กำกับโดย F.W. Murnau สร้างปี 1921 ออกฉายปี 1922 เรื่องนี้ในวงการภาพยนตร์ถือเป็นหนังประเภท horror ที่แท้จริงเรื่องแรกของโลกค่ะ Nosferatu เรียกกันว่าเป็น unauthorized adaptation of Bram Stoker's Dracula ชื่อตัวละครหลักคือ Dracula ก็เลยต้องเปลี่ยนเป็น Count Orlok




กับ Bram Stoker's Dracula ของ Francis Ford Coppola สร้างปี 1992 เรื่องนี้ได้รางวัล Academy Award 3 รางวัลคือ Best Costume Design (Eiko Ishioka) รางวัลนี้เห็นด้วยอย่างแรง เสื้อผ้าในเรื่องนี้สวยมากๆ เลย รางวัล Best Sound Effects Editing รางวัลนี้ไม่มีความคิดเห็นว่าสมควรได้หรือเปล่าเพราะไม่มีความรู้เรื่องนี้ กับ Best Makeup (Greg Cannom, Michèle Burke, Matthew W. Mungle) รางวัลนี้ก็เห็นด้วยอีกเหมือนกันค่ะ





หนังเวอร์ชั่นของ Francis Ford Coppola นี่มีเพิ่มความสัมพันธ์แต่ชาติปางก่อนระหว่าง Count Dracula กับ Mina เข้าไปค่ะ ทำให้เกิดมีอีก motif หนึ่งคือเรื่องของความรักกับการจากพราก ก็โอเคค่ะ ไม่ถึงกับทำให้เรื่องน่าเกลียดเท่าไหร่


Create Date : 21 ธันวาคม 2554
Last Update : 23 ธันวาคม 2554 6:53:16 น. 6 comments
Counter : 19661 Pageviews.

 
ชอบเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ ได้ดูเวอร์ชั่นของ Bram Stoker's Dracula ของ Francis Ford Coppola รู้สึกคลาสสิค ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังเด็กและกลัวหนังผีมากๆ


โดย: sweetinromance วันที่: 23 ธันวาคม 2554 เวลา:13:48:22 น.  

 
ส่งความสุขปีใหม่และคริสต์มาสนะครับคุณไก่

ส่งความสุข สวัสดี วันปีใหม่
หวังสิ่งใด สมหวัง ดังปรารถนา
ขอคุณพระ รัตนตรัย ดลได้มา
เปี่ยมหรรษา ตลอดปี ใหม่นี้เอย

หมอกมุงเมือง


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 27 ธันวาคม 2554 เวลา:8:44:25 น.  

 
มันน่ากลัวๆที่สุดๆ


โดย: konseo วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา:12:34:44 น.  

 
thanks


โดย: yo IP: 58.11.168.123 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:32:22 น.  

 
หมอกมุงเมือง


โดย: tryter IP: 1.2.235.205 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา:17:27:44 น.  

 
อ่านประวัติของเขา Bram Stoker ได้ที่
Bram Stoker


โดย: belle1 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา:18:06:20 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

kdunagin
Location :
South Carolina United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]




จำหลักไว้ในสายลม
กุลธิดา
www.mebmarket.com
แม้เป็นรักที่แอบเร้น หากก็ขออย่าเลือนไปกับสายลม
บาเคอร์
กุลธิดา
www.mebmarket.com
ราณียิ้มขมขื่น คำนั้นมีความหมายอย่างที่สุด บาเคอร์…วันพรุ่งนี้…ตามการออกเสียงของคนอิรัก เป็นสิ่งที่เธออยากเก็บไว้กับตัวแต่เพียงผู้เดียวตลอดไป…หรือจนกว่าจะได้พบเขาอีก เพราะนั่นคือคำสุดท้ายที่เขาบอกก่อนจะจากกันในเช้าวันนั้น ที่บ้านย่าของเขา และเธอกำลังร้องไห้แทบขาดใจ ‘มีวันพรุ่งนี้เสมอนะราณี’ และเธอก็ยึดถือคำพูดนั้นของเขาเป็นสรณะนับแต่นั้นมา เป็นความหวังเดียวที่มี ว่าวันหนึ่งเธอและเขาจะได้พบกันอีก แม้อาจไม่ใช่ในโลกนี้ก็ตาม
Friends' blogs
[Add kdunagin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.