|
|
| | 1 | 2 |
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
5 เวียงแก่น ภูชี้ฟ้า
ทริปที่ผ่านมา "มหาลัยแม่ฟ้าหลวงและน้ำตกก้างปลา" //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=imaginer&month=12-2006&date=29&group=4&gblog=6
วันที่24 ธค.ที่อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เมื่อคืนฉันหลับใต้ภูเขาผ้าห่มนวม3ชั้นที่เจ้าบ้านขนมาให้ และการห่อตัวด้วยเสื้อกันหนาว3ชั้น หมวกไหมพรมไอ้โม่งและถุงเท้าถุงมือ กับการนอนที่ยังกะดักแด้ไม่ห่วงสวย
พวกเราตื่นเวลาประมาณ6โมงเช้า ฉันยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำให้แม่และมีเจ้าหมาดำสนิทและหมาสีขาวล้วนพันธ์พื้นบ้าน มานอนเฝ้าบ้านเป็นเพื่อน มันเป็นหมาข้างบ้านที่เชื่องแต่หวงตัว ติดพวกเราแจเพราะเมื่อคืนเอาหมูกะทะที่เหลือมาให้กิน ฉันไม่กล้าอาบน้ำเพราะ
แค่ล้างหน้าก็เจอน้ำเย็นเจี๊ยบจนหน้าชา รอบบ้านมืดทึบเต็มไปด้วยหมอกหนาและเสียง"เป๊าะ แป๊ะ"หยดน้ำเหมือนฝนของการรวมตัวของหมอก
ฉันนอนที่เปลหน้าห้องครัวเอาผ้าห่มคลุมตัว ดูต้นมะกรูดที่โผล่ทะลุพื้นชานบ้านหน้าห้องครัว และพึ่งรู้ว่าหมอกที่แท้เป็นละอองน้ำเล็กๆที่ลอยไปมา ฉันรู้สึกว่าความหนาวของภาคเหนือจะชุ่มชื่นไม่หนาวแบบแห้งๆเหมือนที่อื่น ขำแม่บ่นที่เอาผ้าเช็ดตัวมาตากชานบ้านกะว่าจะให้แห้ง แต่กับผิดคาดเปียกยิ่งกว่าเดิมยังกะตากฝน5555

เจ้าของบ้านจะเป็นไกด์นำเที่ยว 8โมงกว่าพวกเราเริ่มออกเดินทาง เพราะเช้ากว่านี้ทัศนวิศัยอันตรายเพราะหมอกหนามาก

9โมงเราก็มาถึงร้านอาหารชาวบ้านในอำเภอร้านตรงข้ามกับโรงเรียน

ภายในร้านเข้ากับบรรยากาศเมืองในหมอก สังเกตโต๊ะเก้าอี้ไม้เบอเริ่ม อาหารอร่อย คนขายใจดี ฉันสั่งอาหารตามสั่งเขาแถมน้ำซุปร้อนๆด้วย เขาบอกซดร้อนๆอากาศมันหนาวจะได้อุ่น ขำแต่เขาถามเอาน้ำแข็งไหมกำลังจะคีบใส่แก้วให้ รีบปฎิเสธกันใหญ่ เพราะแค่น้ำขวดจับขวดก็เย็นยังกะเอาออกจากตู้เย็นแล้ว

ทีแรกเราว่าจะไปภูชี้ฟ้าเส้นทางผาตั้งแวะเที่ยวผาตั้งด้วยและมีงานเทศกาลดอกไม้ แต่กลัวเวลาไม่พอที่จะไปดอยแม่สะลองเพราะไกลกันคนละทิศ เลยต้องเปลี่ยนเส้นทาง ใช้เส้นทางที่เวลาขับรถน้อย แต่ระยะทางขึ้นเขาไม่สะดวกและไกลกว่าที่คนส่วนใหญ่ไปภูชี้ฟ้า

ถนนลาดยางเรียบตลอด แต่ชันและโค้งมากเห็นรถบางคันจอดอ๊วกก็มี แต่ข้างทางชมเพลินป่าไผ่ ป่าดอกอ้อ และป่าทึบ หรือไม่ก็ทิวเขา

ถ้ารถผ่านหมู่บ้านก็จะเป็นหมู่บ้านชาวเขา ไกด์เจ้าบ้านก็จะบอกตรงนี้เผ่าม้ง เย้า อีก้อไปเรื่อย แต่ดูไงหมู่บ้านก็คล้ายๆกันแฮะ ชอบพวกยุ้งฉางข้าวเขาหลังเล็กน่ารักดี ไม่กลัวคนขโมยข้าวหรือไงก็ไม่รู้
เด็กชาวเขากำลังไปโรงเรียน

ถึงแล้วทางเดินขึ้นภูชี้ฟ้าของจุดนี้ มีเพิงชาวเขาขายของ ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กๆขาย ไม่ผู้หญิงแก่
อืมเห็นทางเดินพอไหวคิดว่าจะเหมือนน้ำหนาวที่เคยขึ้นวันก่อน แล้วไหนละทะเลหมอกเพราะเรามาถึงซะสาย10โมงกว่า ไม่มีวี่แววหมอกให้เห็น เอาวะทำใจไหนๆก็มาแล้วอยากดูมันจะเป็นไงถึงแม้จะอดเห็นพระอาทิตย์ขึ้น

หงะ
มันไม่ใช่ใกล้ๆอย่างคาดซะแล้ว มันเป็นกิโลแม้วอย่างชันเลย โอยลมจะใส่ ได้นั่งพักใต้ต้นสนแถวป้ายภูชี้ฟ้าไปพักใหญ่ๆ ถอดใจไม่ดงไม่ดูมันแล้วทะเลหมอก ใครจะขึ้นก็ขึ้นเถอะ นั่งดูพวกเด็กวัยรุ่นเป็นกลุ่มเดินขึ้น หอบและจะถอดใจหน้าเหนื่อยกันหลายคน นี่ขนาดยังไม่ถึงครึ่งทางนะนี้ แงๆๆๆ
ดูมันแค่วิวภูเขาที่นั่งรอก็ได้ฟระ

"ใกล้ตาแต่ไกลตีน"ไม่ไหว พวกน้าขึ้นก่อนก็ตะโกนเรียกแถวก้อนหินก้อนใหญ่กวักมือเรียกเหยงๆ เพราะมือถือสัญาณเต็มแต่ไหงโทรเขาโทรออกไม่ได้ เวงกำ
เลยกลั้นใจเหนื่อยอีกยกค่อยๆเดินไต่ถนนที่เป็นดินและหินตะปุ่มตะป่ำขึ้นไป
ตะต๊ายลมจะใส่ ขาสั่นสูงและโล่งสุดๆๆ แต่วิวตะลึงสุดๆเช่นกันทะเลหมอก สวยยังกับนึกว่าตัวเองอยู่บนสวรรค์

เห็นวัยรุ่นบางกลุ่มเดินสวนลงมา เราเลยถามถึงไหม เขาบอก"ถึง" แต่ฉันรู้โกหกเพราะจำได้พึ่งขึ้นตามหลังเรามานี่หว่าอะไรจะไวปานบินปานนั้น เพราะกว่าจะถึงยอดใช้เวลาน่าจะเป็นชม.
โน่นแระเป้าหมายกำลังชี้ขึ้นฟ้าสมชื่อ เห็นเหมือนใกล้อย่างนี้ แต่ไกลกว่าปลายแหลมพรหมเทพเยอะเลยขอบอก

แค่มาเห็นทะเลหมอกทั้งที่ตาลายเพราะเหนื่อยแค่นี้ก็คุ้มเหนื่อย ตอนอยู่ที่นั่นเข็ดแล้วจะไม่มาอีกแล้ว
แต่พอกลับบ้านซักวันฉันจะไปอีก แต่จะไปลองเส้นทางอื่นแถวผาตั้งไกด์เจ้าบ้านบอกอีก2เดือนดอกเสี้ยวบานสวย

ถ่ายรูปรีบกดมั่วเลยเพราะใจสั่นและหนาวก็ยืนอยู่บนหน้าผาเลย ถ้าเป็นโรคกลัวความสูงคงไม่กล้ายืน ที่ปลายเป็นแท่งๆคนนะไม่ใช่ก้อนหิน คนยืนชมทิวทัศน์ทะเลหมอก

อายจัง สรุปฉันก็มาถึงแค่ข้อมือไม่ถึงชี้นิ้ว เพราะต้องเสียเวลาอีกนานแน่ พากันกลัวจะไม่ทันไปดอยแม่สะลอง
เวลา11.00น. เราเดินมาแค่ประมาณ1กม.ยังเหลืออีก1กม.เพราะเส้นทางขรุขระชันจะถึงยอดทั้งหมด2กม. ปวดท้องลมจะใส่เหมือนจะเป็นลมสงสัยเพราะตะกละกินหมูกะทะเมื่อคืนเยอะแน่เลย
และแถวระแวกนี้มีที่ดูดอกซากุระบานด้วยถ้าจำไม่ผิดแต่อีก1-2เดือนโน่นแระจะบาน
เดินสูงขึ้นมาอีก ฝั่งภูเขาที่เราเห็นกลางหมอกเป็นลาว ภูผายื่นไปฝั่งลาว

ทริปเรานี่เสียเวลากะการเข้าห้องน้ำมาก จอดเข้าแทบทุกที่ ลงจากเขาเลยขอเข้าที่อนามัยหมู่บ้าน เห็นเด็กชาวเขากำลังเล่นสนุกจัดงานเทศกาลปีใหม่กัน กำลังเล่นโยนลูกบอลหินกันไปมา
ตอนเราลงเขาเห็นมีรถเก๋งBMWคันหน้าคงเหยียบเบรคตลอด เหม็นไหม้ควันออกเลย
ลงเขาเสร็จ12.30น. ทานข้าวเที่ยงร้านใกล้วัดที่มีองค์พระนาคปรกองค์เบอเริ่ม อาหารถูกและได้เยอะอย่างต้มยำปลา ต้มจืด ถ้วยเบอเริ่มราคา25-35บาทเอง ถ้าเป็นกทม.หรือที่อื่นคงปาไป80บาท ข้าวที่เหนือนุ่มอร่อยทุกร้าน

กดคลิกชม เที่ยวต่อไปดอยแม่สลอง
ข้อมูลเพิ่มเติมภูชี้ฟ้า
| Create Date : 30 ธันวาคม 2549 |
| Last Update : 15 กันยายน 2553 11:47:24 น. |
|
3 comments
|
| Counter : 3488 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 30 ธันวาคม 2549 เวลา:18:05:25 น. |
|
|
|
โดย: เนเวอร์แลนด์ (เนเวอร์แลนด์ ) วันที่: 30 ธันวาคม 2549 เวลา:18:13:12 น. |
|
|
|
โดย: icebridy วันที่: 30 ธันวาคม 2549 เวลา:23:25:00 น. |
|
|
|
|
|
|
|
ขอให้มีความสุขมากๆนะค่ะ...
ดีจังเลยได้ไปเที่ยวเมืองเหนือ...
เสน่ห์อยู่ที่ไหนน้า...
เราก็เพิ่งกลับจากเชียงใหม่
เมื่อ2 วัน มานี้ อากาศหนาวมากๆเลย
ใช่ไหม? ไปเที่ยวราชพฤกษ์ครั้งที่2
แต่ภูชี้ฟ้า คงจะโหตกว่าใช่ไหมค่ะ
กลับมานอนพักยาวล่ะซิค่ะ..
จะอย่างไรก็ตาม ก็ขอให้มีความสุขมากๆ
ก็แล้วกันค่ะ...